Category: ต่างประเทศ
-
ชาวเน็ตซูมเล็บ “เศรษฐีดัง” แซะรวยแสนล้านแต่สกปรก หมอผิวหนังรีบเบรก-เฉลยความจริง!!!
เล็บเปลี่ยนสีเพราะอะไร? แพทย์ผิวหนังไขข้อข้องใจจากเคส ชาวเน็ตตาดี! ขุดภาพซูม "เล็บมือเจนเซน หวง" แซะรวยระดับแสนล้านก็เป็นเชื้อราที่เล็บ ก่อนโดนตอกกลับหน้าหงาย-หมอผิวหนังเฉลยความจริงเจนเซน หวง (Jensen Huang) ซีอีโอผู้ทรงอิทธิพลแห่ง NVIDIA ไม่ว่าจะขยับตัวไปไหนหรือหยิบจับอะไรก็สปอตไลท์ส่องถึงตลอด ล่าสุดหลังจากร่วมทริปเดินทางไปเยือนกรุงปักกิ่งพร้อมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ก็กลายเป็นกระแสไวรัลอีกครั้ง แต่รอบนี้ไม่ได้มาพร้อมยอดขายชิปเซ็ต ทว่ามาพร้อมกับภาพซูมหัวแม่มือของเขาที่ทำเอาชาวเน็ตแห่เข้าไปมุงดูทะลุ 1.15 ล้านครั้ง!เปิดปมดราม่า: แซะแรง "รวยแสนล้านก็หนีเล็บเชื้อราไม่พ้น"ชนวนเหตุเกิดจากผู้ใช้แพลตฟอร์ม Threads รายหนึ่งได้โพสต์ภาพถ่ายตระการตาแบบซูมใกล้ (Close-up) บริเวณนิ้วหัวแม่มือของเจนเซน หวง พร้อมเขียนแคปชันแซะแรงว่า "แนะนำว่าถ้าใครเจอ เจนเซน หวง อย่าเพิ่งรีบเข้าไปจับมือนะ ดูท่าโรคเชื้อราที่เล็บในอเมริกาจะรักษาขจัดยากน่าดู ขนาดคนค่าตัวระดับแสนล้านยังเป็นเลย"จากภาพที่ถูกนำมาแชร์จะเห็นว่า เล็บนิ้วหัวแม่มือของซีอีโอคนดังไม่ได้เป็นสีอมชมพูเหมือนคนทั่วไป แต่มีลักษณะเป็นสีเทาอมดำคล้ายรอยห้อเลือด และรูปทรงของเล็บก็ดูผิดแปลกไปจากปกติเล็กน้อยหลังจากโพสต์นี้ถูกปล่อยออกไปเพียงไม่นาน ก็กลายเป็นไวรัลเดือดที่ดึงดูดคนเข้ามาดูมากกว่า 1.15 ล้านวิว พร้อมกับทัวร์ลงจอดสนิทที่เจ้าของโพสต์ทันที โดยชาวเน็ตส่วนใหญ่เข้ามาคอมเมนต์ตอกกลับ เช่น "ดูยังไงก็เหมือนนิ้วโดนประตูหนีบหรือกระแทกมา ไม่ใช่เชื้อราสักหน่อย", "คนโพสต์นี่ไม่มีมารยาทเลย โจมตีเรื่องงานเขาไม่ได้ เลยหันมาโจมตีร่างกายแทน น่าเบื่อ", "คนเงินเดือน 3 หมื่น ดันไปนั่งเป็นห่วงสุขภาพของคนเงินเดือน…
-
วงในลือแรง นางเอกดัง ส่อแววขาเตียงหัก ล่าสุดเตรียมเซ็นใบหย่า (ตปท.)
เกิดอะไรขึ้น วงในลือแรง นางเอกดัง ส่อแววขาเตียงหัก ล่าสุดเตรียมเซ็นใบหย่า (ตปท.)เรียกได้ว่า กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการบันเทิงจีนอีกครั้ง สำหรับข่าวลือความสัมพันธ์ของคู่รักซุปตาร์ หลิวซือซือ และ อู่ฉีหลง หลังมีบัญชีนิรนามออกมาอ้างว่า ทั้งคู่ กำลังอยู่ในขั้นตอนการหย่าร้าง พร้อมโยงประเด็นเรื่องการแบ่งทรัพย์สิน และการขายอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยัน หรือ แถลงจากทั้งสองฝ่าย ขณะที่คนใกล้ชิด และ ครอบครัว ก็ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว โดยระบุว่า ยังคงเห็นทั้งคู่ใช้ชีวิตครอบครัวตามปกติ และความสัมพันธ์ยังคงราบรื่นด้านกระแสข่าว ยังถูกสั่นคลอนด้วยภาพจากปาปารัสซี ที่เผยให้เห็น หลิวซือซือ เดินทางไปยังบ้านพักในเซี่ยงไฮ้ รวมถึงก่อนหน้านี้ ยังมีภาพทั้งคู่ เดินทางร่วมกันที่สนามบินในบรรยากาศเป็นกันเองสำหรับข่าวลือเรื่องเตียงหักของทั้งคู่ ถือเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมาอย่างต่อเนื่องหลายปี แต่ก็ยังไม่เคยมีหลักฐานยืนยันการหย่าร้างอย่างเป็นทางการ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า อาจเป็นเพียงผลจากตารางงานที่แน่น และการใช้ชีวิตแบบส่วนตัวมากกว่าขณะเดียวกัน ทั้งหลิวซือซือ ยังคงเดินหน้าทำงานในวงการบันเทิง ส่วน อู่ฉีหลง ก็มีทั้งงานด้านธุรกิจ และรายการวาไรตี้ตามปกติ ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากชาวเน็ตให้ติดตามข่าวอย่างมีวิจารณญาณ และรอข้อมูลยืนยันจากแหล่งข่าวที่ชัดเจนเรียบเรียงโดย news.in.th
-
สะเทือนขวัญสหรัฐฯ! มือปืนคลั่งฆ่ายกครัว 6 ศพ รวมเด็ก 2 ราย ก่อนจบชีวิตตัวเอง กลางเมืองไอโอวา
สะเทือนขวัญสหรัฐฯ! มือปืนคลั่งฆ่ายกครัว 6 ศพ รวมเด็ก 2 ราย ก่อนจบชีวิตตัวเอง กลางเมืองไอโอวาเกิดเหตุสะเทือนขวัญในสหรัฐอเมริกา เมื่อชายวัย 52 ปี ก่อเหตุยิงสังหารสมาชิกในครอบครัวรวม 6 ราย ก่อนใช้อาวุธปืนปลิดชีพตัวเอง ท่ามกลางความตกตะลึงของชาวเมืองมัสคาทีน รัฐไอโอวา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าชนวนเหตุอาจมาจากความขัดแย้งภายในครอบครัวสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ตามเวลาท้องถิ่น ในเมืองมัสคาทีน รัฐไอโอวา ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุยิงกันภายในที่พักแห่งหนึ่ง ก่อนเร่งเข้าตรวจสอบจากการเข้าตรวจค้นที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตจากการถูกยิง 4 รายภายในบ้าน ขณะที่ผู้ก่อเหตุได้หลบหนีออกจากพื้นที่ไปก่อนที่ตำรวจจะเดินทางมาถึงต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้อย่างรวดเร็ว คือ นายไรอัน วิลลิส แมคฟาร์แลนด์ อายุ 52 ปี ชาวเมืองมัสคาทีน และพบตัวอยู่บริเวณทางเดินริมแม่น้ำใกล้สะพานคนเดินของเมืองอย่างไรก็ตาม ระหว่างที่เจ้าหน้าที่พยายามเจรจาและเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว ผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตต่อหน้าตำรวจภายหลังการสืบสวนเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย โดยหนึ่งรายถูกพบใกล้บ้านหลังเกิดเหตุ และอีกรายถูกพบภายในร้านค้า ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้เพิ่มเป็น 6 รายนายแอนโทนี คีส์ ผู้บัญชาการตำรวจเมืองมัสคาทีน เปิดเผยว่า…
-
แฟนๆสังเกตสภาพล่าสุด นักร้องและนักแสดงหนุ่ม ซูบลงเยอะมาก หลังเคยตกเป็นข่าวฉาวพัวพันกับยาเสพติด (ข่าวต่างประเทศ)
แฟนๆสังเกตสภาพล่าสุด นักร้องและนักแสดงหนุ่ม ซูบลงเยอะมาก หลังเคยตกเป็นข่าวฉาวพัวพันกับยาเสพติด (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมานั้น นักร้องและนักแสดง พัค ยูชอน ได้โพสต์ภาพหลายภาพบนโซเชียลมีเดียพร้อมคำบรรยายสั้นๆ ว่า "ด้วยรัก" ภาพเหล่านั้นแสดงให้เห็นพัคใช้เวลาอยู่ที่ร้านอาหาร สวมแว่นตาและทำผมสีบลอนด์ฟอก เขาดูก้มหน้ามองอาหารของเขาแฟนๆ ต่างตกใจกับใบหน้าและรูปร่างโดยรวมที่ดูผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เกิดความกังวลในหมู่ผู้ติดตามบางส่วน หลายคนเปรียบเทียบภาพเหล่านั้นกับช่วงแรกๆ ของเขา ซึ่งเป็นที่รู้จักในเรื่องภาพลักษณ์ที่ดูอ่อนเยาว์และใบหน้าที่โดดเด่นหลังจากเห็นภาพ ชาวเน็ตแสดงความคิดเห็นว่า "ทำไมเขาดูผอมจัง?" "ดูเหมือนเขาต้องดูแลสุขภาพบ้างแล้ว" "ฉันตกใจมากเมื่อเห็นภาพ" และ "หวังว่าเขาจะสบายดีและมีสุขภาพแข็งแรง"อย่างไรก็ตาม อาชีพของเขาได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเรื่องอื้อฉาวหลายเรื่อง ในปี 2019 เขาเข้าไปพัวพันกับคดีเกี่ยวกับยาเสพติด แม้ว่าในตอนแรกเขาจะปฏิเสธข้อกล่าวหาและระบุว่าเขาจะเลิกทำงานในวงการบันเทิงหากเป็นความจริง แต่ต่อมาเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาใช้ยาเมทแอมเฟตามีนและได้รับโทษจำคุก 10 เดือนโดยรอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปีเขายังเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนเกี่ยวกับเรื่องอื้อฉาวอื่นๆ รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการประพฤติผิดทางเพศและการไม่ชำระภาษี ในปี 2023 ชื่อของเขาปรากฏอยู่ในรายชื่อผู้ค้างชำระภาษีระดับสูงของเกาหลีใต้ที่เผยแพร่โดยกรมสรรพากรแห่งชาติหลังจากเรื่องอื้อฉาวเหล่านั้น กิจกรรมในวงการบันเทิงของพัคในเกาหลีใต้ก็หยุดชะงักลงเป็นส่วนใหญ่ ปัจจุบันเขายังคงทำงานในวงการบันเทิงส่วนใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น
-
สยองลิฟต์กินคน แม่บ้านวัย 66 ชะตาขาดคาคลินิก ลำตัวอยู่ชั้น 2 ศีรษะตกอยู่ชั้น 1
ลิฟต์คลินิกขัดข้อง แม่บ้านวัย 66 ชะตาขาด ลำตัวอยู่ชั้น 2 ศีรษะตกอยู่ชั้น 1 พนักงานช็อกเจอภาพสยองติดตา ืิลิฟต์คลินิกขัดข้อง แม่บ้านวัย 66 ชะตาขาด ลำตัวอยู่ชั้น 2 ศีรษะตกอยู่ชั้น 1 พนักงานช็อกเจอภาพสยองติดตาเกิดเหตุโศกนาฏกรรมสุดสยองใจกลางเมืองไถหนาน เมื่อลิฟต์ขนของในคลินิกจักษุแพทย์เกิดขัดข้องกะทันหัน หนีบตัดคอแม่บ้านวัย 66 ปี ขาดสะบั้น เสียชีวิตคาที่ในสภาพสุดเวทนา ด้านบริษัทซ่อมบำรุงเผยตรวจพบอาการ "น้ำมันรั่ว" คาดขาดการบำรุงรักษามาเป็นเวลานานเหตุการณ์ลิฟต์ "กินคน" ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 12:21 น. ของวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ภายในคลินิกจักษุแพทย์แห่งหนึ่งบนถนนหลินเซิน ช่วงที่ 1 เขตตงฉี เมืองไถหนาน ไต้หวัน ท่ามกลางบรรยากาศการตรวจรักษาที่เงียบสงบ จู่ ๆ พนักงานและคนไข้ต่างต้องสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงดัง "ปัง" สนั่นมาจากทางด้านหลังตึก ซึ่งเป็นจุดติดตั้งลิฟต์สำหรับขนของ เมื่อเจ้าหน้าที่ในคลินิกเดินไปตรวจสอบตามเสียง ก็ต้องช็อกสุดขีดกับภาพความสยดสยองตรงหน้าชนิดที่จะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิตนาทีลิฟต์มรณะหนีบสยอง ร่างและศีรษะแยกจากกันคนละชั้นจากการสืบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ นางซู แม่บ้านประจำคลินิกวัย 66…
-
หดหู่ พ่อ 66 ไม่มีงานทำ บีบคอลูก ป.6 ดับ มองไม่เห็นอนาคต กลัวลูกกำพร้าอยู่โดดเดี่ยว
พ่อวัย 66 บีบคอลูกชาย ป.6 ดับ อ้างไม่มีเงิน มองอนาคตมืด ไม่อยากให้ลูกอยู่คนเดียวเหตุสะเทือนใจที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตำรวจได้จับกุม นายโยชิอิ โทชิฮิโกะ วัย 66 ปี ชายว่างงาน หลังพบว่าเขาได้ฆ่า ด.ช.โยชิอิ ไทเซ อายุประมาณ 12 ปี บุตรชายซึ่งกำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภายในอพาร์ตเมนต์ที่พักในย่านนามิกิโช เมืองนาริตะ จังหวัดชิบะ ก่อนถูกส่งตัวฟ้องต่อพนักงานอัยการในเวลาต่อมาจากการสอบสวน นายโยชิอิให้การยอมรับว่า “บีบคอจนเสียชีวิต” จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่าผู้ต้องหาได้ให้การว่า “ไม่มีเงิน มองอนาคตไม่เห็น ไม่อยากให้ลูกต้องอยู่คนเดียวในโลกนี้” ซึ่งตำรวจกำลังสอบสวนในแนวทางว่าคดีนี้อาจเป็นกรณี พ่อฆ่าลูกแล้วตั้งใจฆ่าตัวตายตาม หรือที่เรียกในภาษาญี่ปุ่นว่า “มูริชินจู”ลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในสังคมญี่ปุ่น ซึ่งมีสถิติการฆ่าตัวตายพร้อมสมาชิกในครอบครัวในช่วงที่ผู้ปกครองประสบปัญหาทางการเงินหรือวิกฤตชีวิตอย่างรุนแรง โศกนาฏกรรมล่าสุดย้ำให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างด้านสวัสดิการ การขาดระบบช่วยเหลือทางสังคมที่เข้าถึงได้จริงสำหรับผู้ที่อยู่ในภาวะสิ้นหวังอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องอาลัย ผู้ก่อตั้ง 7-Eleven เสียชีวิตแล้ว ย้อนประวัติ “โทชิฟูมิ ซูซูกิ” บิดาร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่นเศร้า ชายชราชาวสวิส ป่วยติดเตียงถูกคลอกดับ คาดก้นบุหรี่ต้นเหตุสุดรันทด! ทุ่ม 16…
-
พนักงานซัมซุง 4.8 หมื่นคนนัดหยุดงานประท้วง หลังเจรจาโบนัสไม่ลงตัว
20 พฤษภาคม 2569 สหภาพแรงงานของ ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ เตรียมนำพนักงานกว่า 48,000 คน เข้าร่วมการนัดหยุดงานครั้งใหญ่ในวันพฤหัสบดีนี้ (21 พ.ค.) หลังการเจรจาเรื่องโบนัสกับฝ่ายบริหารไม่สามารถหาข้อยุติได้ ท่ามกลางความกังวลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้ รวมถึงห่วงโซ่อุปทานชิปทั่วโลกรายงานระบุว่า การหยุดงานครั้งนี้จะมีระยะเวลานานถึง 18 วัน โดยสาเหตุหลักมาจากข้อพิพาทเรื่องการจ่ายโบนัสและสัดส่วนผลตอบแทนให้พนักงาน แม้ล่าสุดทั้งสองฝ่ายจะกลับมาเปิดโต๊ะเจรจากันอีกครั้งในช่วงบ่ายวันพุธ ภายใต้การไกล่เกลี่ยของนายคิม ยองฮุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของเกาหลีใต้นายชเว ซึงโฮ ผู้นำสหภาพแรงงาน เปิดเผยว่า สหภาพได้ยอมรับข้อเสนอสุดท้ายจากคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์แห่งชาติแล้ว แต่ยังมีประเด็นสำคัญที่ฝ่ายบริหารไม่ยอมอ่อนข้อ ทำให้ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้“ผมอยากขอโทษประชาชนที่เราไม่สามารถหาข้อสรุปที่ดีได้ แม้จะพยายามประนีประนอมมากที่สุดแล้ว” ผู้นำสหภาพกล่าว พร้อมยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าเจรจาต่อแม้อยู่ระหว่างการหยุดงานด้านซัมซุงออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า ข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงาน “เกินกว่าที่จะยอมรับได้” โดยเฉพาะข้อเสนอเกี่ยวกับโบนัสของหน่วยธุรกิจที่ยังขาดทุน พร้อมระบุว่าหากยอมรับข้อเรียกร้องดังกล่าว อาจกระทบต่อหลักการบริหารพื้นฐานของบริษัทสหภาพแรงงานเรียกร้องให้บริษัท ยกเลิกเพดานโบนัสที่จำกัดไว้ไม่เกิน 50% ของเงินเดือนต่อปี รวมถึงขอให้แบ่งโบนัสคิดเป็น 15% ของกำไรจากการดำเนินงาน และต้องการให้ข้อตกลงดังกล่าวมีผลระยะยาวมากกว่า 1 ปีก่อนหน้านี้ ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับการแบ่งโบนัสระหว่างธุรกิจชิปหน่วยความจำ ซึ่งทำกำไรสูง กับธุรกิจชิปตรรกะที่ยังขาดทุนขณะเดียวกัน รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังมีการพูดถึงความเป็นไปได้ในการใช้มาตรการ “อนุญาโตตุลาการฉุกเฉิน” ซึ่งอาจสั่งระงับการหยุดงานชั่วคราว 30 วัน…
-
สุดอาลัย อดีตผู้ประกาศข่าวอาวุโสชื่อดัง เสียชีวิตแล้ว (ข่าวต่างประเทศ)
สุดอาลัย อดีตผู้ประกาศข่าวอาวุโสชื่อดัง เสียชีวิตแล้ว (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า คิมยองกิล (Kim Young Gil) อดีตผู้ประกาศข่าวชื่อดังของสถานีโทรทัศน์ KBS และเป็นสามีของนักแสดงหญิงอาวุโส คิมยองอ๊ก (Kim Young Ok) หลังจากที่เขาเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ด้วยโรคประจำตัวเรื้อรังพิธีศพของ คิมยองกิล จะถูกจัดขึ้นในวันนี้ (19 พ.ค. 69) ณ โรงพยาบาล Seoul St. Mary’s Hospital ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว โดยมีรายงานว่า คิมยองอ๊ก พร้อมด้วยลูก ๆ หลาน ๆ ร่วมเฝ้าศพและดูแลความเรียบร้อยในงานด้วยความอาลัยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คิมยองอ๊ก เคยเปิดใจถึงอาการป่วยของสามีผ่านรายการ Knowing Bros ทางช่อง JTBC ว่า “สามีมีสุขภาพที่ไม่ค่อยดีนักและต้องใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก ทำให้เธอต้องทำหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งช่วงเวลาเพียง 2 ชั่วโมงที่เธอได้อยู่คนเดียวและนั่งพักผ่อนนั้นเป็นเวลาที่มีความสุขมาก และแอบอยากให้เวลานั้นยาวนานกว่านี้อีกสักนิด”
-
สลด หนุ่มถูกบันไดเลื่อนหนีบรัดคอ คนเดินผ่านนับสิบไม่ช่วย จนดับอนาถ
ชายวัย 40 เสียชีวิตในบันไดเลื่อนรัดคอ รถไฟใต้ดินบอสตัน ท่ามกลางผู้คนนับสิบที่เดินผ่านไปโดยไม่หยุดช่วยกว่า 22 นาทีเช้าตรู่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ก่อนฟ้าสาง สถานีรถไฟใต้ดิน Davis Square เมืองซอมเมอร์วิลล์ รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกาสตีเวน แมคคลัสกี้ ชายวัย 40 ปี ช่างไม้อาชีพและพ่อของลูกชายสองคน ก้าวขึ้นบันไดเลื่อนเพื่อลงไปยังชานชาลารถไฟใต้ดินเหมือนที่เขาทำมาหลายครั้งแต่นั่นคือก้าวสุดท้ายของเขากล้องวงจรปิดในสถานีบันทึกภาพแมคคลัสกี้สวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำทับฮู้ดดี้สีอ่อน มือซ้ายจับราวบันได กระเป๋าใบเล็กห้อยอยู่ที่ข้อมือซ้าย เขาก้าวลงบันไดเลื่อนเมื่อเวลาไม่ถึงตีห้า และเพียงไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น เขาก็ล้มลงที่ฐานล่างของบันไดเลื่อน และไม่สามารถลุกขึ้นได้อีกบันไดเลื่อนที่ยังคงเคลื่อนที่อยู่ดึงเสื้อผ้าของเขาเข้าไปในเฟืองกลไก เขาดิ้นถีบขาพยายามดึงตัวเองออก แต่ไม่สำเร็จขณะที่เขานอนดิ้นอยู่กับพื้น ผู้โดยสารรายหนึ่งมาถึงด้านบนบันไดเลื่อน มองลงมาชั่วครู่ แล้วเลือกเดินลงบันไดข้างเคียงแทนนั่นคือจุดเริ่มต้นของ 22 นาทีที่ครอบครัวของเขาจะไม่มีวันลืมผู้คนนับสิบ ไม่มีใครหยุดกล้องวงจรปิดบันทึกภาพผู้โดยสารเช้าตรู่เดินผ่านแมคคลัสกี้ที่นอนนิ่งอยู่ที่ฐานบันไดเลื่อนที่ยังหมุนอยู่ มากกว่า 12 คน บางคนชะงักมองเขาชั่วครู่ก่อนเดินต่อ บางคนแทบไม่แม้แต่จะเหลียวมอง มีชายคนหนึ่งลองดึงขาเขาสักสองสามวินาทีแล้วก็ปล่อยมือ ไม่มีใครกดปุ่มหยุดฉุกเฉินสีแดงที่ติดตั้งอยู่ทั้งด้านบนและด้านล่างของบันไดเลื่อนกว่า 18 นาทีผ่านไป จึงมีผู้โดยสารโทรแจ้ง 911 “เขานอนราบอยู่โดยมีหัวอยู่บนขั้นล่างสุด” ผู้แจ้งเหตุบอกกับเจ้าหน้าที่ เมื่อถูกถามว่าชายคนนั้นหายใจอยู่ไหม ได้รับคำตอบว่า “ผมบอกไม่ได้เลย”กว่าที่พนักงาน MBTA จะเดินมาถึงและกดปุ่มหยุดฉุกเฉิน…
-
สถานทูตจีน ประกาศเตือนด่วน! ถึงพลเมืองจีนทุกคนที่อยู่ในไทย
สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยออกประกาศผ่านเพจทางการของสถานทูต Chinese Embassy Bangkok โดยแสดงความกังวลต่อกรณีที่เกิดเหตุพลเมืองจีนถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวและเรียกค่าไถ่ในจังหวัดสระแก้ว ประเทศไทย พร้อมทั้งเรียกร้องให้ฝ่ายไทยดำเนินการสอบสวนอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยออกประกาศผ่านเพจทางการของสถานทูต Chinese Embassy Bangkok โดยแสดงความกังวลต่อกรณีที่เกิดเหตุพลเมืองจีนถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวและเรียกค่าไถ่ในจังหวัดสระแก้ว ประเทศไทย พร้อมทั้งเรียกร้องให้ฝ่ายไทยดำเนินการสอบสวนอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมโดยระบุว่า สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยให้ความสำคัญต่อกรณีนี้เป็นอย่างยิ่ง และได้ประสานงานสอบถามรายละเอียดของคดีไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของฝ่ายไทยทันที พร้อมเรียกร้องให้ดำเนินการสอบสวนตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างถูกต้อง เป็นธรรม และโปร่งใส รวมถึงเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ได้โดยเร็ว และนำตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมฝ่ายจีนยังระบุความคาดหวังว่า ฝ่ายไทยจะเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลด้านการบังคับใช้กฎหมายและการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงสิทธิและผลประโยชน์ตามกฎหมายของพลเมืองจีนในประเทศไทย ตลอดจนรักษาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ และเสริมสร้างความร่วมมือฉันมิตรระหว่างจีนและไทยนอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยยังได้ออกประกาศเตือนพลเมืองจีนที่พำนักอยู่ในประเทศไทย หรือผู้ที่มีแผนจะเดินทางมายังประเทศไทย ให้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของไทยอย่างเคร่งครัด เพิ่มความระมัดระวังด้านความปลอดภัย และให้ใส่ใจต่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง หากเกิดเหตุฉุกเฉินให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที พร้อมทั้งติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่จีนประจำประเทศไทยเพื่อขอความช่วยเหลือโดยเร็วโพสต์ดังกล่าวอ่านข่าวเพิ่มเติมสถานทูตจีน เคลื่อนไหวแล้ว เหตุรถไฟชนรถเมล์ ไฟไหม้กลางกรุง กองทัพบก แถลงการณ์ด่วน! กรณีเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่โอร์เสม็ด ฮุน เซน ฟาดกลับทันที หลังไทยยกเลิก MOU44