Category: ต่างประเทศ
-
ร้านอาหารในญี่ปุ่น ติดธงชาติเขมรทับธงไทย จากขายดี ร้านเจ๊ง คนแห่สมน้ำหน้า
ร้านอาหารขายเมนูไทยในญี่ปุ่น เจ้าของเป็นคนเขมร เมื่อก่อนขายดี ตอนนี้เจ๊งหนัก หลังเอาธงชาติกัมพูชามาปิดทับธงชาติไทยที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ของร้าน ส่งผลให้ลูกค้าหายไปแทบจะทันทีกิดกรณีศึกษาที่น่าสนใจในแวดวงธุรกิจร้านอาหารในญี่ปุ่น ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เจ้าของเป็นหญิงชาวกัมพูชา ตัดสินใจพลาดอย่างแรง จนยอดขายดิ่งฮวบ ภายหลังจากเปลี่ยนธงชาติไทยที่ติดอยู่หน้าร้านให้กลายเป็นธงชาติกัมพูชาเดิมทีร้านอาหารแห่งนี้เป็นที่รู้จักจากการจำหน่ายอาหารไทยยอดนิยมหลายรายการ เช่น ผัดไทย ต้มยำกุ้ง และข้าวผัด ร้านเคยประสบความสำเร็จอย่างสูง มีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการใช้ธงชาติไทยเป็นจุดเด่นในการตกแต่งร้าน ทำให้เป็นที่จดจำ ดึงดูดลูกค้าที่ชื่นชอบอาหารไทยร้านอาหารในญี่ปุ่น ติดธงชาติเขมรทับธงไทย จากขายดี ร้านเจ๊ง คนแห่สมน้ำหน้าอย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าเจ้าของร้านได้ตัดสินใจนำธงชาติกัมพูชามาปิดทับธงชาติไทยเดิม ใช้วิธีนำแถบสีน้ำเงินพร้อมสัญลักษณ์ปราสาทนครวัด มาติดทับแถบสีแดงด้านบนของธงชาติไทย ในช่วงที่เกิดข้อพิพาทชายแดนระหว่างไทยกับเขมร โดยต้องการแสดงถึงความรักชาติบ้านเกิด ไม่อยากสนับสนุนไทยผลกระทบที่ตามมากลับทำให้จำจนตาย ยอดขายของร้านตกต่ำลงอย่างหนักจนธุรกิจแทบไปต่อไม่ได้ มีภาพปรากฏว่าเจ้าของร้านอยู่ในภาวะเศร้าเสียใจอย่างหนัก ไลฟ์สดร่ำไห้ร้านอาหารในญี่ปุ่น ติดธงชาติเขมรทับธงไทย จากขายดี ร้านเจ๊ง คนแห่สมน้ำหน้าต่อมาเกิดการวิเคราะห์ในสื่อสังคมออนไลน์ คนไทยหลายส่วนได้เข้ามาแสดงความเห็นซ้ำเติม สมน้ำหน้า เจ้าของร้าน มีการตั้งข้อสังเกตว่า ความสำเร็จของร้านในช่วงแรกนั้นผูกติดอยู่กับภาพลักษณ์ของอาหารไทย กับ ธงชาติไทย ซึ่งเป็นที่รู้จัก ได้รับการยอมรับในระดับสากล เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงธง ลูกค้าอาจเกิดความสับสนหรือไม่มั่นใจในคุณภาพและรสชาติของอาหาร จนทำให้ไม่เข้ามาใช้บริการเหมือนเดิมมีการตั้งคำถามถึงประเด็นการนำชื่อเสียงของอาหารไทยมาใช้ประกอบธุรกิจ แต่ไม่ได้ซื้อแฟรนไชส์หรือสูตรอาหารอย่างถูกต้องหรือไม่ การสร้างแบรนด์ ความน่าเชื่อถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของธุรกิจร้านอาหารในต่างแดนร้านอาหารในญี่ปุ่น ติดธงชาติเขมรทับธงไทย จากขายดี ร้านเจ๊ง…
-
ไม่รอด! นักแสดงสาว อนาคตดับ ถูกตัดสินจำคุกรอลงอาญา ในคดีฐานยักยอกทรัพย์เกือบร้อยล้านบาท (ข่าวต่างประเทศ)
ไม่รอด! นักแสดงสาว อนาคตดับ ถูกตัดสินจำคุกรอลงอาญา ในคดีฐานยักยอกทรัพย์เกือบร้อยล้านบาท (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า ศาลแขวงเชจูได้ตัดสินจำคุก ฮวังจองอึม นักแสดงสาว โดยรอลงอาญา หลังจากถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานยักยอกเงินประมาณ 4.2 พันล้านวอน (ประมาณ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากบริษัทต้นสังกัดของเธอเมื่อวันที่ 25 กันยายน ศาลแขวงเชจู แผนกคดีอาญา 2 ซึ่งมีผู้พิพากษาลิมแจนัมเป็นประธาน ได้มีคำพิพากษาให้จำคุกฮวังเป็นเวลา 2 ปี พร้อมรอลงอาญา 4 ปี ในความผิดฐานละเมิดพระราชบัญญัติลงโทษรุนแรงสำหรับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเฉพาะ (ยักยอก)ศาลระบุว่า “จำเลยได้ชำระเงินที่ยักยอกคืนเต็มจำนวนแล้ว และไม่มีประวัติอาชญากรรมมาก่อน ปัจจัยเหล่านี้นำมาพิจารณาในการพิจารณาโทษ”ฮวังถูกฟ้องในปี 2565 ในข้อหายักยอกเงินของบริษัทจาก Hunminjeongeum Entertainment บริษัทต้นสังกัดที่เธอเป็นเจ้าของทั้งหมดและเธอเป็นศิลปินเพียงคนเดียวอัยการระบุว่าฮวางได้ถอนเงินของบริษัทหลายครั้ง รวมถึงเงินกู้ 800 ล้านวอน (ประมาณ 560,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ที่ได้รับภายใต้ชื่อบริษัท และอีก 700 ล้านวอน (ประมาณ 490,000 ดอลลาร์สหรัฐ) โอนเข้าบัญชีส่วนตัวโดยแอบอ้างว่าเป็นการจ่ายเงินชั่วคราว เงินจำนวนนี้ส่วนใหญ่นำไปใช้ในการทำธุรกรรมสกุลเงินดิจิทัล…
-
พลาดแรง สาวจ่ายค่าเช่า 2.2 หมื่น เจอห้องจริงอึ้ง ต้องอยู่เบียดเสียดกว่า 14 ชีวิต
อยู่ได้ 10 วันขอย้ายออก สาวจีนพลาดแรงจ่ายค่าเช่า 2.2 หมื่น เจอห้องจริงอึ้ง ต้องอยู่เบียดเสียดกว่า 14 ชีวิต ไม่พอ ใช้ห้องน้ำร่วมกันอีกเว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า สาวเพิ่งเริ่มงานใหม่ที่สิงคโปร์ ต้องเจอเรื่องสุดช้ำ หลังเพื่อนแนะนำห้องพักราคาดี จึงตกลงจองห้องโดยไม่ได้เข้าไปดูห้องจริงก่อน เมื่อย้ายเข้าไปต้องตกใจเป็นห้องรวมมีคนเช่ามากกว่า 10 คน อยู่ไม่ไหวขอย้ายออกนางหลิว วัย 41 ปี พี่สาวของผู้เสียหาย ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า ห้องพักดังกล่าวอยู่ในแฟลตชั้น 2 บล็อก 501 ถนนจูร่ง เวสต์ สตรีท 51 ในสิงคโปร์ ซึ่งถูกกั้นออกเป็น 4 ห้องเล็กๆ และปล่อยให้เช่าต่อแก่ผู้เช่ามากกว่า 14 คนพี่สาวเผยว่า น้องสาวของเธอเดินทางมาจากจีนเมื่อกลางเดือนสิงหาคม เพื่อทำงานในร้านเสริมสวยย่านดังกล่าว โดยรู้จักห้องเช่านี้ผ่านเพื่อน และตกลงเช่าเพราะค่าเช่าเพียงเดือนละ 450 ดอลลาร์สิงคโปร์หรือราว 11,000 บาท เพื่อใช้เป็นที่อยู่ลงทะเบียนภาพประกอบแต่เนื่องจากถูกนายจ้างเร่งรัด เธอจึงรีบโอนเงิน 900 ดอลลาร์สิงคโปร์หรือราว 22,000 บาทให้เจ้าของห้องเช่า…
-
สาวหนีออกจากบ้านหลายปี ต่อมาพบรักสามี อึ้ง เพิ่งรู้คือตำรวจที่เคยช่วยตามหาตัวตอนเด็ก
สาวหนีออกจากบ้านหลายสิบปี ต่อมาพบรักสามี อึ้งเพิ่งรู้ว่าเป็นตำรวจที่เคยช่วยตามหาตัวตอนเด็กเด็กสาวคนหนึ่งที่หนีออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 13 ปี ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะตกหลุมรักกับนายตำรวจที่เคยตามหาเธอ จนกระทั่ง 15 ปีต่อมา เส้นทางชีวิตของทั้งคู่กลับมาบรรจบกันอีกครั้งเรื่องราวเป็นของ"โรอาร์ นิโคล" ตอนเด็กเธอต้องเผชิญกับครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรุนแรง การทะเลาะกันไม่หยุดของพ่อแม่ ทำให้โรอาร์ทนไม่ไหวจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้าน แม้พ่อแม่รีบแจ้งตำรวจให้ช่วยตามหา แต่โรอาร์ก็พยายามหลบหนีจนไม่มีใครพบ“ฉันรู้ว่าพวกเขา (พ่อแม่) ไม่เข้าใจว่าปัญหาในบ้านคืออะไรจริง ๆ หรอก พวกเขาก็แค่ตามหาหนีเด็กที่ออกจากบ้านเท่านั้น” โรอาร์กล่าวท้ายที่สุด โรอาร์ถูกพบโดย "เทย์เลอร์" นายตำรวจหนุ่มน้องใหม่ที่เพิ่งเริ่มงานได้ไม่นาน โรอาร์ถูกส่งเข้าสู่ระบบอุปถัมภ์ ใช้ชีวิตวัยเด็กที่เหลืออยู่ภายใต้การดูแลของครอบครัวบุญธรรม และเธอก็ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับนายตำรวจที่ช่วยเหลือในคืนนั้นเลยหลายปีต่อมา เมื่อโรอาร์อายุ 28 ปี เธอเริ่มทำงานที่สำนักงานนายอำเภอท้องถิ่น และได้พบกับเทย์เลอร์อีกครั้ง ซึ่งในตอนแรกทั้งคู่จะยังไม่รู้เลยว่าเคยพบเจอกันมาก่อน“เขามักจะมองฉันบ่อย ๆ ตอนแรกฉันก็รู้สึกแปลกๆ แต่หลังจากนั้นเราก็เริ่มคุยกันตอนดื่มกาแฟ และกลายเป็นเพื่อนกัน” โรอาร์เล่าจนกระทั่งวันหนึ่ง โรอาร์เล่าเรื่องการหนีออกจากบ้านในวัยเด็กให้คนรอบตัวฟัง ปฏิกิริยาของเทย์เลอร์ทำให้เธอตกใจ “เขามองฉันตาโตแล้วพูดว่า ‘ผมนี่แหละที่เป็นคนช่วยออกตามหาเธอ!’”และนี่คือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ไม่มีใครคาดคิด ทั้งคู่เริ่มคบหาดูใจ จนหมั้นหมายและมีลูกด้วยกันถึง 3 คน ปัจจุบันโรอาร์ทำงานในหน่วยงานเดียวกับเทย์เลอร์ และแม้ทั้งคู่จะมีอายุห่างกันถึง 10 ปี แต่ไม่เคยเป็นปัญหาเลยขอบคุณที่มา news18อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สาวหนีออกจากบ้านหลายปี…
-
เกือบหย่ากันแล้ว! อดีตนางเอกกับสามีทายาทมหาเศรษฐี เล่าความรักที่ไม่ได้สวยงาม ทะเลาะเดือดร่ำไห้หนัก (ข่าวต่างประเทศ)
เกือบหย่ากันแล้ว! อดีตนางเอกกับสามีทายาทมหาเศรษฐี เล่าความรักที่ไม่ได้สวยงาม ทะเลาะเดือดร่ำไห้หนัก (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า อดีตนางเอกไต้หวันชื่อดัง เฉินเฉียวเอิน (Joe Chen) วัย 46 ปี กับสามีทายาทมหาเศรษฐีชาวมาเลเซีย อลัน เฉิน (Alan Chen) วัย 37 ปี ถูกเปิดเผยว่าไม่ได้หวานชื่นตลอดเวลาอย่างที่หลายคนคิด โดยในรายการวาไรตี้โชว์รายการหนึ่ง เฉินเฉียวเอินยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ในชีวิตคู่ที่ผ่านมา 3 ปี พวกเขามีปากเสียงกันเหมือนคู่รักทั่วไป และในการทะเลาะกันครั้งหนึ่ง เธอได้พูดคำว่า "หย่า" ออกมาด้วยความโกรธคำพูดนี้ทำให้อลันผู้เป็นสามีถึงกับเสียใจอย่างมาก เขากล่าวเตือนเธออย่างจริงจังว่า ถ้าเธอพูดคำนี้ออกมาอีก เขาจะทำตามคำพูดนั้นจริง ๆ ก่อนที่จะหันหลังไปร้องไห้ ทำให้เฉินเฉียวเอินถึงกับตกตะลึง เมื่อถูกถามว่าทำไมถึงร้องไห้ อลันอธิบายว่าเขาเสียใจที่ความสัมพันธ์ที่ทั้งคู่ร่วมกันสร้างมาอย่างยากลำบาก จะถูกจบลงได้ง่าย ๆ ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำจากอารมณ์ชั่ววูบของภรรยา "เราพยายามอย่างมากที่จะได้อยู่ด้วยกัน ทำไมถึงต้องจบลงเพราะการทะเลาะกันครั้งเดียว?" เขากล่าวคำพูดของอลันได้รับการเห็นด้วยจากเหล่าดาราหญิงคนอื่น ๆ ในรายการที่ต่างชื่นชมในความจริงใจและความทุ่มเทของเขา เฉินเฉียวเอินเองก็ยอมรับว่าเธอเสียใจกับคำพูดที่พลั้งปากไป และได้ขอโทษสามี พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่พูดเรื่องหย่าอีกแล้วหากเกิดความขัดแย้งเล็กน้อยย้อนไปก่อนหน้านี้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้รับการยอมรับจากแฟนคลับของเฉินเฉียวเอินมาตั้งแต่ต้น เนื่องจากอลันซึ่งเป็นทายาทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเครือโรงแรม มีทรัพย์สินมหาศาล ทั้งคฤหาสน์ส่วนตัว…
-
“ฮุน เซน” วิเคราะห์ ถ้าเสียชีวิตเมื่อ 27 ปีที่แล้ว จะเกิดอะไรขึ้นกับกัมพูชา?
ฮุน เซน โพสต์อีก ถ้าตนถูกยิงเสียชีวิต 27 ปีก่อน กัมพูชาจะเกิดอะไรขึ้น? ยอมรับอาจมีผู้นำที่สร้างสันติภาพ เศรษฐกิจ และสังคม ได้เหนือกว่าตนหลายเท่าจากกรณีเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 68 ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้โพสต์ข้อความระบุว่า เมื่อ 27 ปีก่อน เขาเคยเกือบถูกยิง และถ้าเขาเสียชีวิตไปในวันนั้น กัมพูชาคงไม่เจริญและมีสันติภาพอย่างทุกวันนี้ล่าสุดวันที่ 25 ก.ย. เวลา 08.30 น. ฮุน เซน ได้โฑสต์อีกครั้ง โดยบอกว่า เขายังอธิบายไม่ละเอียดพอว่า หากเขาถูกยิงเสียชีวิตเมื่อปี 2541 จะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับกัมพูชาฮุน เซน ระบุว่า “เมื่อวานนี้ ผมได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์ยิงกันเพื่อสังหารผมเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2541 ที่เสียมเรียบ ผมคิดว่าข้อความนี้ไม่ถูกต้อง การเขียนเช่นนี้เป็นความผิดพลาดที่มองบทบาทของผมเพียงด้านเดียวโดยไม่คำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ บัดนี้ ผมขอวิเคราะห์เพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นหลังจากที่ผมเสียชีวิต“1. หลังจากที่ผมเสียชีวิต จะเกิดการนองเลือดขึ้นทันที ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในเสียมเรียบ”“2. จะมีปัญหาในการควบคุมสถานการณ์เพื่อให้รัฐสภาสามารถจัดการประชุมตามปกติและมุ่งไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หรือติดอยู่ในภาวะชะงักงัน…
-
คิดได้ไง พ่อแม่พาลูกเล็ก ท้าไต้ฝุ่นซาการา ถูกซัดตกทะเลยกครัว ฮ่องกง
สลดย่านไฉวาน ขณะพายุไต้ฝุ่น “ซาการา” พัดถล่ม พ่อแม่ลูก 4 คนไปยืนดูคลื่นบนเขื่อนกันคลื่น เคราะห์ร้ายแม่กับลูกชายคนเล็กถูกคลื่นซัดตกทะเล พ่อรีบกระโดดลงไปช่วย แต่สู้แรงคลื่นไม่ไหว ลูกสาว 9 ขวบรอดหวุดหวิดฮ่องกง – สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า อาการของครอบครัวชาวฮ่องกง 3 ราย ประสบเหตุถูกคลื่นยักษ์ซัดตกทะเล ขณะไปยืนดูคลื่นในช่วงที่ซูเปอร์ไต้ฝุ่น “ซาการา” พัดถล่มเมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ล่าสุดอาการของทั้งสามคนพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังคงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเมื่อเวลาประมาณ 15.25 น. ของวันที่ 23 กันยายน ขณะที่ทางการฮ่องกงประกาศสัญญาณเตือนภัยไต้ฝุ่นระดับ 8 ครอบครัวหนึ่งประกอบด้วยพ่อวัย 40 ปี แม่วัย 38 ปี พร้อมด้วยลูกสาววัย 9 ขวบ และลูกชายวัย 5 ขวบ ได้เดินทางไปที่เขื่อนกันคลื่นในย่านไฉวาน เพื่อดูคลื่นขนาดใหญ่ที่ซัดเข้าฝั่งระหว่างที่กำลังยืนชมอยู่นั้น ได้เกิดคลื่นขนาดใหญ่ซัดขึ้นมาบนเขื่อนอย่างรุนแรง กวาดร่างของแม่และลูกชายวัย 5 ขวบตกลงไปในทะเล เมื่อผู้เป็นพ่อเห็นเหตุการณ์จึงรีบกระโดดลงทะเลไปเพื่อช่วยเหลือทันที ท่ามกลางความตื่นตกใจของลูกสาววัy 9 ขวบที่ปลอดภัยอยู่บนฝั่งในเวลาต่อมา…
-
เมียใจสลาย เปิดโทรศัพท์สามีผู้ล่วงลับ ช็อกถูกนอกใจ! มีสัมพันธ์ลับกับหญิงแต่งงานแล้ว
หญิงมาเลเซียหัวใจสลาย เปิดโทรศัพท์สามีหลังเขาเสียชีวิต กลับพบว่าเขานอกใจ แถมมีสัมพันธ์ลับกับหญิงที่แต่งงานแล้วหญิงมาเลเซียหัวใจสลาย เปิดโทรศัพท์สามีหลังเขาเสียชีวิต กลับพบว่าเขานอกใจ แถมมีสัมพันธ์ลับกับหญิงที่แต่งงานแล้วคุณจะหาความกล้าให้อภัยใครสักคนที่ล่วงลับไปแล้ว สำหรับความผิดที่เขาเคยก่อไว้เมื่อตอนยังมีชีวิตอยู่ได้หรือไม่?หญิงชาวมาเลเซียคนหนึ่งเพิ่งสูญเสียสามีจากอุบัติเหตุร้ายแรง แต่แล้วไม่นานหลังจากนั้น ที่นอกห้องเก็บศพ เธอกลับพบความลับที่เจ็บปวดยิ่งกว่า เมื่อรู้ว่าสามีมีหญิงอื่นก่อนเสียชีวิตเธอค้นพบความจริงสุดช็อกและเจ็บปวดนี้ ขณะเปิดโทรศัพท์ของสามีผู้ล่วงลับ และบังเอิญเจอข้อความสนทนากับหญิงคนรักนอกใจ ที่เขายังไม่ทันลบออกตามคำบอกเล่าของภรรยาผู้โศกเศร้า หญิงมือที่สามในความสัมพันธ์นี้ก็แต่งงานแล้วเช่นกัน และสามีของเธอก็ไม่เคยล่วงรู้ถึงการนอกใจที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อยkote baezaเธอตัดสินใจไปหาหญิงคนรักของสามีถึงบ้านตามโพสต์หนึ่งใน Threads ที่เคยกลายเป็นไวรัลก่อนถูกลบไป หญิงผู้เสียใจได้บุกไปยังบ้านของหญิงที่เป็นชู้กับสามี เพื่อเผชิญหน้ากับความจริง ซึ่งฝ่ายหญิงก็ปฏิเสธทุกอย่างในตอนแรก“พวกที่ทำลายครอบครัวคนอื่นมักจะโง่เสมอ เหมือนผู้หญิงคนนี้นั่นแหละ เธอปฏิเสธหมด ฉันเลยเปิดข้อความให้ดู แล้วเปิดคลิปเสียงให้ฟังต่อหน้าสามีของเธอ เขาเองก็ตกใจไม่แพ้กัน”หญิงผู้เสียใจยังเล่าว่า เหตุผลที่เธอตัดสินใจไปพบหญิงคนรักของสามี ก็เพราะต้องการเผชิญหน้าความจริง เพื่อให้เธอสามารถ “ให้อภัย” และส่งเขาจากโลกนี้ไปด้วยใจที่บริสุทธิ์ ก่อนจะวางทุกอย่างไว้ข้างหลังและเยียวยาตัวเอง“บางครั้งฉันก็สงสัยว่านี่คือกิฟารอฮ์ (กรรมที่ชดใช้ในโลกนี้) ของเขาหรือเปล่า แต่บางครั้งฉันก็อดเป็นห่วงชะตาของเขาในปรโลกไม่ได้”“ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังไม่อาจละจากความจริงที่ว่า เขานอกใจฉัน และบางทีเรื่องทั้งหมดนี้…ก็คือกรรมที่เขาต้องชดใช้จริง ๆ ”
-
ชายป่วยจิต ขัง 4 ชีวิตในห้องใต้ดินนาน 10 ปี กักขัง-บีบคอ ทรมานจนตาย 1 ศพ
คดีสยอง ชายวัย 35 กักขังคน 4 คนในห้องใต้ดินนาน 10 ปี เรื่องแดงเพราะเหยื่อตาย 1 ราย ขุดประวัติพบขูดรีดเงิน ทารุณกรรมสารพัด กักขัง-บีบคอ ก่อนถูกจับกุม ตั้งข้อหาหลายกระทงสำนักข่าวต่างประเทศรายงานคดีสุดสะเทือนขวัญ เมื่อ ดอนนี่ เรย์ เบิร์ชฟิลด์ จูเนียร์ (Donnie Ray Birchfield Jr.) ชายวัย 35 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวคน 4 รายไว้ในห้องใต้ดินบ้านของตนเอง โดยบางรายถูกกักขังมานานนับ 10 ปี เรื่องราวสุดสยองถูกเปิดโปงขึ้นหลังจากที่หนึ่งในเหยื่อได้เสียชีวิตลงอย่างน่าสงสัยเรื่องดังกล่าวถูกเปิดเผยในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุการเสียชีวิตของหญิงรายหนึ่งที่บ้านของนายเบิร์ชฟิลด์ในเมืองแลงคาสเตอร์จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า เบิร์ชฟิลด์เป็นผู้ดูแลผู้เสียชีวิตและสามีของเธอแต่เพียงผู้เดียว และที่น่าตกใจคือ ร่างกายของเหยื่อมีร่องรอยของการถูกทำร้ายร่างกายและไม่ได้รับการดูแลทางการแพทย์ที่เพียงพอจนตำรวจตั้งข้อสงสัยและสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบ้านของเบิร์ชฟิลด์พบความจริงที่น่าตกใจยิ่งกว่า เพราะมีผู้ใหญ่อีก 3 คนที่ถูกกักขังอยู่ภายในบ้าน โดยเหยื่อทั้ง 4 ราย ประกอบด้วย สามีของผู้เสียชีวิต ซึ่งไม่สามารถดูแลตนเองได้ และ อดีตแฟนสาว 2 คน ตามรายงานระบุว่าหญิงทั้งสองเคยมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเขา โดยคนหนึ่งถูกกักขังอยู่ในบ้านมาประมาณ 1…
-
สาวป.เอก คณิตศาสตร์สถิติ ไขความลับลอตเตอรี่ จนถูกหวยรางวัลใหญ่ 4 ครั้ง โกยเงิน 700 ล้านบาท
โจน กินเธอร์ บัณฑิตปริญญาเอกคณิตศาสตร์สถิติ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ถูกหวยรางวัลใหญ่ ลอตเตอรี่เท็กซัส 4 ครั้ง กวาดเงินรางวัลรวมกว่า 700 ล้านบาท ฉลาดคำนวณ จนแกะรอยช่องโหว่ของระบบลอตเตอรี่ หวยรัฐบาล เจ้ามือมักอวดสรรพคุณว่าเป็นระบบสุ่มสุจริต ไม่มีเลขล็อก จะออกเลขอะไรก็ได้ แต่กลับมีสาวสุดฉลาดทางคณิตศาสตร์คนึนึงจับไต๋ได้ จนโกยเงินถูกหวยมหาศาล โจน กินเธอร์ (Joan Ginther) หญิงสาวผู้มีดีกรีปริญญาเอกด้านสถิติจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เคยเป็นตำนาน ถูกรางวัลใหญ่ของ “ลอตเตอรี่เท็กซัส” ถึง 4 ครั้งในรอบ 10 ปี กวาดเงินรางวัลไปกว่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่สิ่งที่เป็นปริศนาคนอยากรู้คือ เธอทำได้ยังไงกินเธอร์แตกต่างจากผู้ชนะลอตเตอรี่คนอื่นๆ ที่มักจะเปิดเผยเคล็ดลับ ที่มาเลขเด็ด แต่เธอกลับเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ ในลาสเวกัส ไม่เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อใดๆ ทำให้เรื่องราวของเธอต้องอาศัยการแกะรอยย้อนหลังและตั้งทฤษฎีจากข้อมูลที่มีอยู่จุดเริ่มต้นจากโชคสู่กลยุทธ์ ทฤษฎีเบื้องหลังชัยชนะ 4 สมัยการถูกรางวัลครั้งแรกของกินเธอร์เกิดขึ้นในปี 1993 เป็นรางวัลแจ็กพอตมูลค่า 5.4 ล้านดอลลาร์ เชื่อกันว่าเป็นการถูกรางวัลด้วยโชคล้วนๆ แต่ประสบการณ์ครั้งนั้น มองว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอนำความรู้ด้านสถิติระดับปริญญาเอกมาประยุกต์ใช้เพื่อเอาชนะเกมแห่งโอกาสนี้อย่างจริงจังปีเตอร์ เมอร์คา ผู้สื่อข่าวจาก…