Category: ต่างประเทศ
-
‘พวกคุณจะลงนรกกันหมด’ ทรัมป์ใช้เวที UN โจมตีองค์กรโลก ต่อต้านผู้อพยพ และโลกร้อนคือเรื่องโกหก
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ประณามสหประชาชาติ (UN) และยุโรป ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ โดยเตือนว่าการอพยพกำลังส่งชาติตะวันตก "ไปลงนรก" และมองว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเพียง "เรื่องหลอกลวง"ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่เผ็ดร้อนระหว่างการปรากฏตัวในสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติครั้งแรกนับตั้งแต่เขาเข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ทรัมป์ยังกล่าวหา UN ว่าล้มเหลวในการช่วยเหลือเขา ขณะที่เขาพยายามเจรจาข้อตกลงสันติภาพ ทั้งที่ฉนวนกาซาและยูเครน"จุดประสงค์ของสหประชาชาติคืออะไร?" ทรัมป์ถามในสุนทรพจน์ที่ครอบคลุมเกือบหนึ่งชั่วโมง "มันมีศักยภาพมหาศาล แต่ยังไม่ใกล้เคียงกับศักยภาพนั้นเลย"สุนทรพจน์แรกของทรัมป์ต่อสหประชาชาติในปี 2018 ทำผู้นำประเทศต่างๆ หัวเราะเยาะทรัมป์ แต่ครั้งนี้ การโจมตีองค์กรระดับโลกและพันธมิตรของสหรัฐฯ อย่างตรงไปตรงมาของเขาได้รับการตอบรับอย่างเงียบเชียบทรัมป์วัย 79 ปี ยังใช้โอกาสนี้บ่นถึงบันไดเลื่อนที่ใช้การไม่ดีและเครื่องบอกคำพูดที่พังเสียหายที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติในนิวยอร์กหลังสุนทรพจน์ เขาได้พบกับโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนในช่วงสงคราม และสร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศในเวลาต่อมาไม่นานว่า ตอนนี้เขาคิดว่ายูเครนสามารถยึดครองดินแดนทั้งหมดที่ถูกรัสเซียรุกรานคืนมาได้ ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากคำกล่าวก่อนหน้านี้ของเขา และยังต่างจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงโดยสิ้นเชิง'ตกนรกกันหมด'ถ้อยคำที่ร้อนแรงที่สุดของทรัมป์ในสุนทรพจน์คือเรื่องการอพยพ โดยเขาแนะนำให้โลกทำตามแนวทางของเขาในหนึ่งในข้อความทางการเมืองหลักที่ผลักดันให้เขาชนะการเลือกตั้งสหรัฐฯ สองครั้งทรัมป์วิพากษ์วิจารณ์สหประชาชาติอย่างรุนแรงที่ "ให้ทุนสนับสนุนการโจมตี" ประเทศตะวันตก ซึ่งเขาเรียกว่า "การรุกราน" ก่อนที่จะหันไปโจมตีพันธมิตรในยุโรป"ประเทศของพวกคุณกำลังจะตกนรก" เขากล่าวกับผู้นำยุโรปทรัมป์ยังวิพากษ์วิจารณ์สหประชาชาติที่ล้มเหลวในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เขาอ้างว่าเป็นสงครามเจ็ดครั้งที่เขาเป็นผู้ยุติลง หรือในความพยายามที่ล้มเหลวของเขาในการยุติการรุกรานยูเครนของรัสเซียและสงครามในฉนวนกาซาของอิสราเอล"ดูเหมือนว่าสิ่งที่พวกเขาทำคือเขียนจดหมายที่ใช้ถ้อยคำรุนแรงมาก" ทรัมป์ กล่าว "มันเป็นคำพูดที่ว่างเปล่า และคำพูดที่ว่างเปล่าไม่สามารถแก้ไขสงครามได้"แต่ต่อมาผู้นำสหรัฐฯ ได้ยกระดับวาทกรรมของเขาเกี่ยวกับยูเครนอย่างรุนแรง โดยกล่าวว่าประเทศสมาชิกนาโตควรยิงเครื่องบินรัสเซียที่ละเมิดดินแดนของตนตกและหลังจากการเจรจากับเซเลนสกีระหว่างการประชุมสุดยอด เขาได้โพสต์ข้อความบน Truth Social ว่าเขาคิดว่า "ด้วยการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป…
-
เกาหลีใต้ตัดสิน “คุก 15 ปี” ซีอีโอบริษัทแบตเตอรี่ยักษ์ใหญ่-หลังเหตุไฟไหม้ 23 ศพ (คลิป)
เกาหลีใต้ตัดสิน – วันที่ 25 ก.ย. บีบีซี รายงานว่า ศาลเกาหลีใต้พิพากษาจำคุก 15 ปี นายปาร์ก ซุนควอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อาริเซลล์ (Aricell) ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของ เกาหลีใต้จากเหตุไฟไหม้โรงงานของอาริเซลล์ในเมืองฮวาซอง ห่างจากกรุงโซลทางใต้ประมาณ 45 กิโลเมตร เมื่อเดือนมิ.ย.2567 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 23 ราย รวมถึงแรงงานชาวต่างชาติ 18 ราย และบาดเจ็บอีก 8 รายศาลวินิจฉัยว่าเหตุไฟไหม้โรงงานอาริเซลล์เป็น “ภัยพิบัติที่คาดการณ์ไว้” โดยนายปาร์กและผู้บริหารคนอื่นๆ ถือเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนงานเสียชีวิต นอกจากนี้ลูกชายของนายปาร์กซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทก็ถูกตัดสินจำคุก 15 ปีเช่นกันเกาหลีใต้ตัดสิน “คุก 15 ปี” ซีอีโอบริษัทแบตเตอรี่ยักษ์ใหญ่-หลังเหตุไฟไหม้ 23 ศพPark Soon-kwan was arrested after an investigation found safety failings at the plant. A…
-
ทันตาเห็น!! บ้านทหารกัมพูชาวอดทั้งหลัง เมียจุดธูปสาปแช่งไทย แต่ลืมทิ้งไว้
เฟซบุ๊ก Army Military Force เผยเรื่องราวของทหารกัมพูชานายหนึ่ง ที่ออกมายกมือไหว้อัดคลิป แต่เบื้องหลังคือบ้านหลังหนึ่ง ที่กำลังถูกไฟไหม้โดยระบุว่า จากเหตุไฟไหม้บ้านของพลทหาร กง ไลเฮียง ของกัมพูชา ซึ่งภรรยาของเขาได้จุดธูปเทียนเพื่อสาปแช่งทหารไทย แต่ลืมทิ้งไว้ ล่าสุดเพื่อนทหารของเขาได้เปิดรับบริจาคเงินแล้วครับ โดยระบุว่า บ้านทหารกล้าของเราเกิดเพลิงไหม้ตอนบ่ายวันนี้ เขายากจน เขาไม่มีเงิน ดังนั้นผมจึงขออนุญาตเปิดรับบริจาค เขาจะได้นำเงินบริจาคไปซื้อวัสดุก่อสร้าง เพื่อสร้างบ้านหลังเล็ก ๆ เพียงพอที่เขาจะอาศัยได้ ผมขอขอบคุณพี่น้องชาวกัมพูชาเป็นการล่วงหน้า ที่มีเมตตาและไม่ทอดทิ้งทหารกล้าตัวเล็กๆ นายนี้ครับ ขอบพระคุณครับ
-
แฟนข่าวเศร้า!! 1 ในผู้เสียชีวิตเหตุเครื่องบินตก คือ ผู้ประกาศวัย 43 ปี
แฟนข่าวเศร้า!! 1 ในผู้เสียชีวิตเหตุเครื่องบินตก คือ ผู้ประกาศวัย 43 ปีจากกรณีเกิดเหตุเครื่องบินเล็กตกใกล้แม่น้ำในเขตอุตสาหกรรมเมืองการ์เซีย รัฐนวยโวเลออง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเม็กซิโก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ นักบินชาย และเดโบร่า เอสเทรลลา ผู้ประกาศข่าววัย 43 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างการเรียนการบินเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 20 กันยายน โดยก่อนหน้านั้นไม่นาน เดโบร่าเพิ่งโพสต์ไอจีสตอรี่เป็นภาพคู่กับเครื่องบินเล็กเซสนา (Cessna) แบบ 2 ที่นั่ง ที่เธอกำลังจะใช้ฝึกบินรายงานระบุว่า มีคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดียซึ่งยังไม่ได้รับการยืนยัน บันทึกภาพช่วงที่เครื่องบินเสียการควบคุม หมุนกลางอากาศก่อนร่วงตก ขณะเดียวกันเฮลิคอปเตอร์อีกลำที่บินอยู่เหนือพื้นที่ได้เปลี่ยนทิศทาง ราวกับพยายามเข้าช่วยเหลือนายกเทศมนตรีเมืองการ์เซียเปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า ตนอยู่ในจุดเกิดเหตุและได้รับการยืนยันว่ามีเครื่องบินเล็กตก มีผู้เสียชีวิต 2 รายในพื้นที่รันเวย์ใกล้แม่น้ำเปสเกเรีย เขตอุตสาหกรรมมิทราสด้านอดีตสามีของเดโบร่า ซึ่งเป็นนักข่าวเช่นกัน ได้รายงานอุบัติเหตุผ่านโซเชียลมีเดียในช่วงเวลาที่เขายังไม่รู้ว่าอดีตภรรยาคือหนึ่งในผู้เสียชีวิต
-
มือลอบสังหาร “ทรัมป์” ใช้ปากกาแทงคอตัวเอง ถูกตัดสินผิดทุกข้อหา
ไรอัน รุธ มือลอบสังหาร โดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างตีกอล์ฟ ถูกตัดสินผิดทุกข้อหา ซึ่งหลังทราบคำพิพากษา ได้ใช้ปากกาแทงคอตัวเอง แต่ฆ่าตัวตายไม่สำเร็จเมื่อวันที่ 24 กันยายน สำนักข่าว AP รายงานว่า ศาลในรัฐฟลอริดา ได้พิพากษาให้นาย ไรอัน รุธ มีความผิดหลังจากที่เขาพยายามลอบสังหารนาย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ช่วงก่อนเลือกตั้ง ขณะที่เขาตีกอล์ฟ โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่นายทรัมป์เกือบถูกลอบสังหารขณะขึ้นเวทีหาเสียง เมื่อกรกฎาคม 67โดยนายรุธ ได้เข้าไปซ่อนในพุ่มไม้ ซึ่งช่วงเวลาเกิดเหตุมือปืนอยู่ห่างออกไป 275-455 เมตร แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสังเกตเห็นปลายกระบอกปืนโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ จึงยิบสกัดระงับเหตุก่อนจะเข้าจับกุมได้ในที่สุดซึ่งนายรุธถูกตัดสินว่ามีความผิดข้อกล่าวหาประกอบด้วย การพยายามลอบสังหารผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีรายสำคัญ การครอบครองอาวุธปืนเพื่อใช้ในการก่ออาชญากรรมรุนแรง การทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลาง การครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนทั้งที่เคยต้องโทษอาญามาก่อน รวมถึงการครอบครองอาวุธปืนที่มีการลบหรือทำลายหมายเลขประจำปืนทั้งนี้หลังเกิดเหตุนายรุธพยายามใช้ปากกาแทงคอตนเอง ทว่าปากกานั้น เป็นหัวปากกาแบบยืดหยุ่น ที่ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ต้องหาทำร้ายตัวเอง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำตัวเขาออกจากศาลหลังจากนี้นายรุธจะขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 18 ธันวาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งเขาอาจจะได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องด่วน! มือปืนจ่อซุ่มยิง ‘ทรัมป์’ ขณะตีกอล์ฟ พยายามลอบสังหารซ้ำสอง“ทรัมป์” มึน! อวดยุติสงครามระหว่าง “กัมพูชา-อาร์เมเนีย” (คลิป)เผยสาเหตุ ‘ทรัมป์’…
-
ถ่อยเกิน สตรีมเมอร์ทำร้ายคนแก่กลางรถไฟญี่ปุ่น โดนทัวร์ลงฉ่ำ แถมทำผิดขนบตั้งแต่แรก
เปิดคลิปสตรีมเมอร์ต่างชาติ ทำร้ายร่างกายคนแก่ บนรถไฟที่ประเทศญี่ปุ่น สุดท้ายไม่รอด เจอทัวร์ลงแบบจัดเต็ม แถมเจ้าตัวยังทำผิดขนมธรรมเนียมตั้งแต่แรกคลิปดังกล่าวกำลังเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะใน X หรือ ทวิตเตอร์ โดยเป็นคลิปที่สตรีมเมอร์หนุ่มชาวต่างชาติรายหนึ่ง ที่เดินขึ้นมานั่งเก้าอี้บนรถไฟที่ประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่จะมีชายสูงอายุรายหนึ่งเดินเข้ามาหาสตรีมเมอร์คนดังกล่าว ก่อนที่ทั้งสองคนจะเกิดปากกเสียงกันเล็กน้อยทุกอย่างดูจะจบลงแบบไม่มีอะไร เป็นเพียงแค่การฟาดปากกันเท่านั้น แต่มันไม่ใช่แบบนั้น เพราะสตรีมเมอร์หนุ่มรายนี้กลับผลักชายสูงอายุรายนี้จนตัวไปกระแทงกับเบาะที่นั่งบนรถไฟ ก่อนที่เขาจะกลับมานั่งที่เดิมทันทีที่คลิปนี้ถูกปล่อยสู่โลกออนไลน์ ก็มีชาวเน็ตเข้ามากดดูมากถึง 11 ล้านครั้ง พร้อมคอมเมนต์ต่างๆ นานา โดยส่วนใหญ่มองว่าชาวผู้สูงอายุในคลิปนั้นต้องการให้สตรีมเมอร์รายนี้หยุดอัดคลิปบนรถไฟ เพราะเป็นสถานที่สาธารณะ และก็มีชาวเน็ตตาดีที่สังเกตว่า ที่นั่งที่สตรีมเมอร์รายนี้นั่ง คือที่นั่งสำหรับผู้หญิง คนพิการ คนสูงอายุ ซึ่งโดยปกติแล้วเบาะจะถูกเว้นไว้เพื่อคนกลุ่มดังกล่าวเท่านั้นอีกทั้งในช่วงที่ผ่านมา ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าชาวญี่ปุ่นส่วนมากเริ่มไม่พอใจกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่มายังประเทศของพวกเขา แต่ลับไม่เคารพกฎ หรือขนบธรรมเนียมเลยแม้แต่น้อย และนี่คือส่วนหนึ่งของชาวเน็ตเกี่ยวกับประเด็นนี้Live streamer in Japan assaults an elderly Japanese man who asked him to stop filming on the train: pic.twitter.com/jGBOsQUitf— Callisto…
-
ดาราสาวเกือบหมดอนาคต หลังยอมเล่นฉาก “อมจริง” ในหนังอินดี้ ถูกรุมโห่ที่เมืองคานส์
ย้อนรอยวิบากกรรม ย้อนรอยวิบากกรรม "โคลอี เซวีนี" หลังเล่นฉากเซ็กซ์จริงใน The Brown Bunny ที่คานส์ย้อนกลับไปในปี 2003 วงการภาพยนตร์โลกต้องตะลึงกับความกล้าหาญของนักแสดงสาวมากความสามารถอย่าง โคลอี เซวีนี (Chloë Sevigny) ที่ตัดสินใจแสดงฉากออรัลเซ็กซ์จริงแบบไม่ใช้มุมกล้อง ในภาพยนตร์อินดี้เรื่อง The Brown Bunny ผลงานกำกับและนำแสดงโดย วินเซนต์ กัลโล (Vincent Gallo) การตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ และส่งผลกระทบต่อเส้นทางอาชีพของเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เสียงโห่ที่เมืองคานส์และกระแสวิจารณ์เชิงลบThe Brown Bunny เล่าเรื่องราวของนักแข่งรถมอเตอร์ไซค์ที่เดินทางข้ามประเทศเพื่อพบกับคนรักเก่า ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดตัวครั้งแรกในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ และได้รับเสียงวิจารณ์ในแง่ลบอย่างหนักหน่วง หลายคนมองว่าภาพยนตร์ดำเนินเรื่องอย่างเชื่องช้าและน่าเบื่อ อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือฉากสุดท้ายของเรื่อง ที่ตัวละครของโคลอีได้แสดงฉากออรัลเซ็กซ์กับตัวละครของวินเซนต์ กัลโล อย่างสมจริงฉากดังกล่าวสร้างความตกตะลึงและไม่พอใจให้กับผู้ชมและนักวิจารณ์ในรอบปฐมทัศน์ จนเกิดเป็นเสียงโห่ร้องขับไล่ดังกึกก้องโรงภาพยนตร์ โรเจอร์ อีเบิร์ต นักวิจารณ์ภาพยนตร์ชื่อดังในขณะนั้น ถึงกับกล่าวว่า The Brown Bunny เป็น "ภาพยนตร์ที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของคานส์" เลยทีเดียวผลกระทบต่อเส้นทางอาชีพของ โคลอี เซวีนีแม้ว่าก่อนหน้านี้ โคลอี เซวีนี จะได้รับการยอมรับในฐานะนักแสดงฝีมือดี เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จากภาพยนตร์เรื่อง…
-
สุดเหี้ยม ครูแทงเด็ก 8 ขวบดับ อ้างป่วยซึมเศร้า-จิตบกพร่อง อัยการร้องโทษประหาร
อัยการเกาหลีใต้เรียกร้องโทษประหาร ครูฆ่าโหดเด็กประถม ชี้วางแผนมาอย่างดี-ไม่สำนึกผิด ด้านทนายจำเลยสู้กลับ อ้างป่วยซึมเศร้านาน 8 ปี สภาพจิตบกพร่องขณะก่อเหตุสำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ ล่าสุด อัยการได้ยื่นคำร้องต่อศาลแขวงแทจอน ขอให้ลงโทษประหารชีวิตมยอง แจวาน (Myeong Jae-wan) ครูวัย 48 ปี ในข้อหาลักพาตัวและฆาตกรรม คิม ฮานึล (Kim Ha-neul) นักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 วัย 8 ขวบ อย่างโหดเหี้ยม โดยให้เหตุผลว่า การกระทำของจำเลยมีการวางแผนมาเป็นอย่างดีและไม่แสดงความสำนึกผิดใด ๆในระหว่างการพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่ผ่านมา อัยการได้แถลงต่อศาลว่า“ครอบครัวและพ่อแม่ของเหยื่อกำลังทุกข์ทรมานใจอย่างแสนสาหัส และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจำเลยจะได้รับโทษสถานหนัก จำเลยได้ฆาตกรรมเด็กวัย 8 ขวบ โดยไร้ความสำนึกผิด แม้ว่าเธอจะยื่นจดหมายสำนึกผิดหลายสิบฉบับ แต่ในระหว่างการสอบสวนกลับไม่แสดงท่าทีสำนึกผิดใด ๆ เลย”นอกจากนี้ อัยการยังได้ชี้ให้เห็นว่า การกระทำของเธอไม่สามารถอ้างภาวะทางจิตเพียงอย่างเดียวได้ เนื่องจากมีการเตรียมการอย่างรอบคอบ ทั้งการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการฆาตกรรมล่วงหน้าและการซื้อมีดมาเตรียมไว้ฝ่ายจำเลยมีแนวโน้มที่จะต่อสู้คดีโดยอ้างภาวะความรับผิดชอบบกพร่อง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 10 ซึ่งอาจยกเว้นความรับผิดทางกฎหมายให้กับผู้ที่ไม่สามารถควบคุมการกระทำของตนเองได้เนื่องจากอาการป่วยทางจิต เธอเคยเข้ารับการรักษาโรคซึมเศร้ามานานถึง 8 ปีก่อนก่อเหตุ…
-
ตะลึง หัวงูเหลือมยักษ์โผล่กลางน้ำ ทำนักท่องเที่ยวผวาหนัก ร้องเรียนแก้ไขโดยด่วน
ทำนักท่องเที่ยวแตกตื่นอย่างหนัก เมื่อพบ หัวงูเหลือมยักษ์โผล่กลางน้ำ จนต้องเรียกร้องให้รีบแก้ไข เพราะทำสมจริงเกินไป หวั่นเกินอันตรายกลายเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อหินขนาดใหญ่ที่มีรูปทรงพิเศษในแม่น้ำของแหล่งท่องเที่ยวเหยยวี่หวงโกว (Yuhuanggou Scenic Area) ในเทือกเขาซงซาน (Songshan) มณฑลเหอหนาน ถูกนำไปเพนต์สีจนกลายเป็น “หัวงูเหลือมยักษ์สีทอง” ที่ดูสมจริงมากจนทำให้บางส่วนของนักท่องเที่ยวรู้สึกหวาดกลัวจากภาพและวิดีโอที่ชาวเน็ตท้องถิ่นถ่ายไว้ หัวงูเหลือมตัวนี้มีแววตาที่คมกริบ ดูเหมือนงูจริงๆ ที่กำลังโผล่หัวขึ้นมาจากน้ำ ทำให้เกิดภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ก็มีนักท่องเที่ยวบางส่วนที่รู้สึกหวาดกลัวและไม่พอใจกับผลงานศิลปะชิ้นนี้และเมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา มีชาวเน็ตพบว่าก้อนหินรูปหัวงูเหลือมยักษ์ได้ถูกปกคลุมด้วยผ้าสีเขียว และเมื่อข่าวนี้ถูกเผยแพร่ก็มีปฏิกิริยาที่หลากหลาย บางส่วนมองว่าการคุลมทับแบบนั้นเป็นการช่วยลดความหวาดกลัว แต่อีกส่วนหนึ่งมองว่าควรปล่อยทิ้งไว้แบบเดิมอย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของสถานที่ท่องเที่ยวได้ออกมาชี้แจงว่า ก้อนหินนี้เป็นหินธรรมชาติที่มีอายุหลายร้อยล้านปี โดยพวกเขาได้จ้างผู้เชี่ยวชาญมาวาดภาพงูเหลือมสีทองลงไป แต่ล่าสุดได้รับเรื่องร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวว่าภาพงูอาจทำให้เกิดความหวาดกลัวได้ จึงตัดสินใจคลุมทับไว้เป็นการชั่วคราว และมีแผนที่จะเปลี่ยนไปเพนต์เป็นภาพอื่นๆ ที่มีสไตล์แตกต่างออกไปในอนาคตอ้างอิง : www.ettoday.netอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องชายอินเดียเมา ถูกงูกัดแค้นจัด กัดหัวสวน นอนกอดซาก สุดท้ายนอนโคม่าสลด! แม่ชาวญี่ปุ่นสารภาพแทงลูกสาววัย 5 ขวบดับเอง ก่อนตั้งใจตายตามเสื่อม ครูพี่เลี้ยงสาวสารภาพหมดเปลือก มีเซ็กซ์กับนักเรียนชาย จ่อนอนคุก 5 ปี
-
แม่ค้าเขมรโอด ขายหอยไม่ได้ รายได้หายเกลี้ยง เจ็บใจทหารไทย มาแย่งดินแดน
เปิดใจแม่ค้าหอยชาวกัมพูชา ระบายความรู้สึกเจ็บใจ ทำให้สูญเสียรายได้หลักแสนเรียลต่อวัน ต้องผันตัวมานอนเฝ้ายามปกป้องแผ่นดินท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ผู้สื่อข่าวของกัมพูชาได้พูดคุยกับแม่ค้าคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้งดังกล่าว แม่ค้ารายนี้ได้ระบายความรู้สึกเจ็บปวด เจ็บใจ อ้างว่าการเข้ามาของทหารไทยทำให้ตนต้องสูญเสียอาชีพและรายได้แม่ค้าชาวกัมพูชารายนี้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุการณ์ความตึงเครียด ตนมีอาชีพหาหอยในตอนเช้าเพื่อนำไปขายที่กาสิโนจีน ทำให้มีรายได้เลี้ยงชีพวันละ 30,000 ถึง 100,000 เรียล (ประมาณ 230 – 790 บาท) แต่เมื่อได้ยินว่าทหารไทยมาแย่งแผ่นดิน ตนก็ต้องหยุดค้าขายทั้งหมดFB/ មជក-មូលនិធិដើម្បីជនក្រីក្រปัจจุบันแม่ค้าคนดังกล่าวต้องมานอนเฝ้ายามที่แนวชายแดนทั้งวันทั้งคืน ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน แม้จะรู้สึกกลัวแต่ก็ต้องสู้ เพราะรู้สึกเจ็บใจที่ไม่สามารถทำมาหากินได้เหมือนเดิม และรู้สึกเห็นใจเพื่อนบ้านที่ได้รับผลกระทบแม่ค้ารายนี้ยังเล่าอีกว่า ในทุก ๆ เช้า จะมีทหารไทย 2 นายเข้ามาถ่ายรูปและวิดีโอในพื้นที่ประมาณ 20 นาทีแล้วจึงกลับไป ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นการเข้ามาเพื่อจับตาดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดค่าแรงม็อบเขมร พระปลอม ได้ชั่วโมงละ 2.50 บาท ทำ 4 ชม.ซื้อบะหมี่กึ่งฯ ได้แค่ห่อเดียวสื่อเขมรด่าไทย ‘รัฐนอกคอก’ อ้างจับชาวบ้านในเขตพิพาท ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงประวัติ “อุม เรีย ตรัย” ผู้ว่าฯ บันเตียเมียนเจย ลือผู้อยู่เบื้องหลัง…