Category: ต่างประเทศ
-
แบรนด์ดังญี่ปุ่นเปิดตัว “กางเกงในติดผม” แฟชั่นสุดประหลาด แต่ขายดีจนขาดตลาด
แบรนด์แฟชั่ดังญี่ปุ่นเปิดตัว ‘กางเกงในติดผม’ ในฐานะเครื่องประดับใหม่ สร้างความฮือฮาในโลกแฟชั่นด้วยดีไซน์สุดพิลึก ขายดีจนหมดเกลี้ยงแล้วงการแฟชั่นญี่ปุ่นกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อ JennyFax แบรนด์แฟชั่นจากชิบูย่า ได้เปิดตัวเครื่องประดับสุดพิลึกอย่าง “กางเกงในติดผม” (Panty Ribbon Bow) ที่กำลังกลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในตอนนี้แม้ว่าชุดชั้นในจะมีส่วนประกอบของแฟชั่นอยู่แล้ว แต่ก็เป็นสิ่งที่มักจะซ่อนไว้ไม่ให้ใครเห็น แต่ JennyFax ได้เปลี่ยนแนวคิดนั้นไปอย่างสิ้นเชิง โดยการนำกางเกงในมาทำเป็นเครื่องประดับติดผม และติดคลิปเหล็กไว้ด้านหลังเพื่อให้สามารถใช้เป็นที่คาดผมได้แม้ว่าแนวคิดอาจจะดูแปลกประหลาด แต่เมื่อมองจากระยะไกล ตัวกางเกงในที่ทำจากผ้าลูกไม้ก็จะดูคล้ายกับโบว์ติดผมที่หรูหรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่นสีดำ แต่เมื่อมองใกล้ๆ ก็จะเห็นว่านี่คือชุดชั้นในอย่างชัดเจน และยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีกในรุ่นสีน้ำเงินและสีชมพูสิ่งที่น่าแปลกใจคือ JennyFax ไม่ได้มีไลน์ผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในเลย นั่นหมายความว่า “กางเกงในติดผม” นี้ ไม่ได้เป็นความพยายามที่จะขายสินค้าคงคลัง แต่เป็นเครื่องประดับที่ได้รับการออกแบบมาโดยตั้งใจแล้วแม้ดีไซน์จะแปลกตา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือแฟชั่นที่ไม่เหมือนใคร โดยเครื่องประดับชิ้นนี้มีราคาอยู่ที่ 17,600 เยน (ราว 3,800 บาท) และตอนนี้สินค้าก็ขายหมดเกลี้ยงทั้ง 3 สีในร้านค้าออนไลน์ของ Mikio Sakabe ที่เป็นบริษัทแม่ของ JennyFaxอ้างอิง : soranews24.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องตร.ญี่ปุ่น เผยสถิติจับกุมต่างชาติปี 2024 ไทย ติดอันดับ 3เกาหลีเหนือ แสดงความยินดี…
-
ไม่แปลกใจ! ปี 2025 เหตุผลที่คน “ลาออก” อันดับ 1 ไม่ใช่เงินน้อย-งานหนัก กลายเป็นสิ่งนี้
ทำไม Gen Z ถึงอยากเปลี่ยนงาน? ผลสำรวจปี 2025 เหตุผลที่พนักงาน ทำไม Gen Z ถึงอยากเปลี่ยนงาน? ผลสำรวจปี 2025 เหตุผลที่พนักงาน "ลาออก" อันดับ 1 ไม่ใช่เรื่องเงินหรือภาระงาน!ผลสำรวจล่าสุดจาก Talker Research ที่ได้รับการสนับสนุนจาก isolved เผยว่า 73% ของคนวัย Gen Z กำลังพิจารณาเปลี่ยนงาน เนื่องจากปัญหา “Burnout” หรือความเหนื่อยล้าทางจิตใจที่เกิดจากสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่ดีปัจจัยที่ทำให้ Gen Z เบิร์นเอาท์งานซ้ำซาก – 33% รู้สึกเหมือนทำงานเดิมๆ ทุกวันความคาดหวังสูง แต่ค่าตอบแทนไม่เพิ่ม – 23%ขาดการยอมรับ – 23%สภาพแวดล้อมการทำงานเป็นพิษ – 52% ทำงานขณะป่วย, 31% ไม่หยุดพักกลางวันความเครียดทางเศรษฐกิจ – 74% ใช้เงินเดือนหมดก่อนสิ้นเดือนความภักดีต่อองค์กรลดลงเพียง 51% ของ Gen Z…
-
มีคลิปแล้ว! วินาทีช็อก “กลืนทั้งคัน” รถบรรทุกน้ำอัดลม จมหลุมยุบกลางถนน สรุปเกิดอะไรขึ้น?
คลิประทึก หลุมยุบกลืนรถส่งน้ำอัดลมหลุมยุบกลางเมือง! รถส่งน้ำอัดลมจมหายทั้งคัน ระทึกถนนในเม็กซิโกซิตี้รถส่งน้ำอัดลมที่มีตรา Jarritos ตกลงไปในหลุมยุบเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาในเขตอิสตาปาลาปา (Iztapalapa) ซึ่งเป็นเขตที่มีประชากรมากที่สุดของกรุงเม็กซิโกซิตี้ โดยรอยเตอร์ได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุโดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมวิดีโอเหตุการณ์ซึ่งนายกเทศมนตรีเมืองอิสตาปาลาปา อะเลย์ดา อลาเวซ รุยซ์ (Aleida Alavez Ruiz) แชร์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ แสดงให้เห็นว่ารถกำลังทรงตัวอย่างไม่มั่นคง โดยล้อหน้าลอยขึ้นจากพื้น ก่อนจะพลิกถอยหลังและถูกพื้นยุบกลืนหายไปตามคำกล่าวของรุยซ์ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ โดยเธอสันนิษฐานว่าสาเหตุมาจากโครงข่ายท่อน้ำทิ้งใต้ดินของเมืองที่ “เก่าแก่มาก” เกิดการพังทลายลงใต้รถ“เรามาถึงไม่กี่นาทีหลังจากที่รถบรรทุกน้ำอัดลมจมหายลงไป และขณะที่เรากำลังประสานงานมาตรการป้องกัน น้ำหนักของรถก็ทำให้มันจมหายไปโดยสิ้นเชิง” รุยซ์เขียนในโพสต์บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษ“รายงานเบื้องต้นระบุว่าเป็นระบบท่อน้ำทิ้ง อย่าลืมว่ามันเก่ามาก ที่พังลงมา เรากำลังรอรถเครนที่มีหน้าที่ดึงรถขึ้นมา และเรากำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด”วิดีโอต่อมาที่รุยซ์เผยแพร่ แสดงให้เห็นรถลากขนาดใหญ่กำลังค่อยๆ ลากรถส่งน้ำอัดลมออกจากหลุม และยังมีวิดีโอที่รุยซ์ให้คำมั่นกับประชาชนที่มามุงดูว่า หลุมยุบดังกล่าวจะได้รับการซ่อมแซมอย่างเหมาะสม
-
เหวอ หมอฉาวแอบแซ่บพยาบาลสาว ทิ้งคนไข้ผ่าตัดกลางคัน ย้ายหนีกลับบ้านเกิด
เหวอ หมออังกฤษฉาวแอบแซ่บพยาบาลสาว ทิ้งคนไข้ผ่าตัดกลางคัน ก่อนย้ายหนีกลับบ้านเกิด ล่าสุดโดนโทษแค่ตักเตือนเว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า ดร.ซูฮาอิล อันจุม วิสัญญีแพทย์ วัย 44 ปี ถูกจับได้ทิ้งคนไข้ไว้กลางห้องผ่าตัด เพื่อไปเพศสัมพันธ์กับพยาบาล ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอังกฤษเมื่อปี 2023 ก่อนกลับบ้านเกิดที่ปากีสถาน ล่าสุดศาลชี้เสี่ยงทำผิดซ้ำต่ำมาก โทษอาจแค่ตักเตือนย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2023 เหตุการณ์เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเกรทเทอร์แมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เมื่ออันจุม วิสัญญีแพทย์ ได้บอกให้พยาบาลอีกคนช่วยเฝ้าคนไข้ที่อยู่ภายใต้การดมยาสลบโดยอ้างว่าจะไปห้องน้ำ แต่แท้จริงแล้ว เขาไปที่ห้องผ่าตัดอีกห้องหนึ่ง เพื่อมีเพศสัมพันธ์กับพยาบาลพยานระบุว่า มีเจ้าหน้าที่เข้าไปพบในจังหวะที่กางเกงของพยาบาลรูดลงมาถึงหัวเข่าและเห็นชุดชั้นในส่วนอันจุมกำลังผูกเชือกกางเกงอยู่ เขาหายออกจากห้องผ่าตัดไปเป็นเวลา 8 นาที อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยปลอดภัยดี ไม่ได้รับอันตรายใดๆหลังเหตุการณ์ถูกแจ้งต่อฝ่ายบริหาร อันจุมถูกไล่ออกจากงานในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 จากการสอบสวนภายใน ต่อมา เขาได้ย้ายกลับไปทำงานเป็นแพทย์ที่ปากีสถานบ้านเกิด พร้อมครอบครัวล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในการให้การต่อศาลแพทย์อันจุมยอมรับมีเพศสัมพันธ์กับพยาบาลคนนั้นจริง และกล่าวว่าจะไม่มีวันทำพฤติกรรมเช่นนี้อีกภาพประกอบโดยบอกต่อศาลว่า “เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องน่าอับอายอย่างมาก ผมโทษตัวเองทั้งหมด ผมทำให้ทุกฝ่ายผิดหวัง อีกทั้งยังทำให้ผู้ป่วยตกอยู่ในความเสี่ยง ไม่ใช่แค่เพื่อนรวมงาน แต่รวมถึงความไว้วางใจของโรงพยาบาลด้วย”**ด้านศาลในสหราชอาณาจักรที่ตัดสินการร้องเรียนต่อแพทย์ ระบุว่า การกระทำของอันจุมถือเป็นความผิดร้ายแรง แม้ผู้ป่วยจะไม่ได้รับอันตราย…
-
เปิดปมสัมพันธ์ D4vd กับ เซเลสเต้ เด็กสาววัย 15 หลังพบเป็นศพในรถเทสลา
สรุปข้อเท็จจริง คดีสะเทือนขวัญในสหรัฐฯ หลังพบร่าง เซเลสเต้ ริวาส เด็กสาววัย 15 ในรถของนักร้องดัง D4vd ตำรวจเร่งสอบสวนรอยสักและแชต Discord ที่อาจเป็นหลักฐานเชื่อมโยงปมความสัมพันธ์ค่ำคืนวันที่ 8 กันยายน 2568 กลายเป็นจุดเริ่มต้นของปริศนาที่สั่นสะเทือนวงการเพลงและสังคมอเมริกัน เมื่อร่างของ เซเลสต์ ริวาส (Celeste Rivas) เด็กสาววัย 15 ปีที่หายตัวไปนานกว่าหนึ่งปี ถูกพบในสภาพเน่าเปื่อย ถูกยัดไว้ในถุงบริเวณท้ายรถด้านหน้าของรถยนต์เทสลาคันหนึ่งในลอสแอนเจลิสแต่สิ่งที่ทำให้คดีนี้ซับซ้อนและน่าติดตาม คือรถคันดังกล่าวจดทะเบียนในชื่อของD4vd (เดวิด แอนโธนี เบิร์ก) ศิลปินหนุ่มดาวรุ่งเจ้าของเพลงฮิต “Romantic Homicide”สื่อต่างประเทศ รายงานการพบเบาะแสชิ้นแรก ที่เชื่อมโยงทั้งสองคนเข้าด้วยกัน มาจากโลกออนไลน์ที่พวกเขาเคยมีปฏิสัมพันธ์กัน หลักฐานที่ถูกเปิดเผยคือข้อความจากเซิร์ฟเวอร์ Discord ของ D4vd ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบัญชีที่ใช้ชื่อ celeste ได้พูดคุยกับ D4vd ตั้งแต่ปี 2565บทสนทนาที่หลุดออกมา มีทั้งการทักทายอย่างสนิทสนมว่า “HI DAVID BARKKK” และการที่แฟนคลับคนอื่นในเซิร์ฟเวอร์เรียกเธอว่า “Number 1 Fan” ข้อความเหล่านี้เป็นเพียงปฏิสัมพันธ์ระหว่างศิลปินกับแฟนคลับตัวยง…
-
ขุดประวัติ ดาราจีนคนแรกถูกประหาร ใช้เสน่ห์ก่อเรื่องฉาว ก่อนเจอจุดจบสลด
โศกนาฏกรรม ‘เฉิง ชุนเหลียน’ ดาราคนแรกถูกประหารชีวิต คดีโกงน้ำมัน ย้อนวันแรกหลงใหลศิลปะการแสดง สู่วันความโลภเข้าครอบงำ ตะโกนประโยคสะเทือนใจก่อนตาย ‘ทำประโยชน์ไม่มีรางวัล ทำผิดกลับต้องรับโทษ’ย้อนกลับไปในปี 1992 เฉิง ชุนเหลียน (Cheng Chunlian) นักแสดงสาวผู้โด่งดังจากบทบาท ‘หลิว ซานเจี่ย’ (Liu Sanjie) กลายเป็นดาราหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์จีนที่ถูกตัดสินประหารชีวิต จากคดีทุจริตฉ้อโกงมูลค่า 766,000 หยวน (ประมาณ 3.4 ล้านบาท) ก่อนที่กระสุนจะปลิดชีวิตเธอ เจ้าตัวได้ตะโกนประโยคสุดท้ายออกมาอย่างเจ็บใจว่า “ฉันทำประโยชน์ไม่มีรางวัล แต่พอทำผิดกลับต้องรับโทษ นี่มันไม่ยุติธรรม!”สำหรับ เฉิง ชุนเหลียน เกิดมาในครอบครัวชนชั้นแรงงานธรรมดา ๆ ในปี 1955 ณ เมืองหวงสือ มณฑลหูเป่ย แม้ในยุคที่ขาดแคลน แต่พ่อแม่ของเธอก็ยังสนับสนุนความฝันด้านศิลปะการแสดงอุปรากรจีนอย่างเต็มที่ กระทั่งฝึกฝนอย่างหนัก จนได้เข้าคณะอุปรากรท้องถิ่นตั้งแต่อายุ 16 ปี ด้วยฝีมือที่โดดเด่นทำให้ได้รับบทบาทในละครดังแห่งยุคอย่าง ‘หลิว ซานเจี่ย’ และ ‘หม่าหลานฮวา’ จนมีชื่อเสียงโด่งดังและกลายเป็นดาวค้างฟ้าที่คณะขาดไม่ได้ภาพจาก : aboluowangจุดพลิกผันในชีวิตของเธอเริ่มต้นขึ้นหลังจากเดินทางไปแสดงในเมืองใหญ่อย่างปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้…
-
เธอทำผิดอะไร? ดาราหญิงจีน “คนแรก” ที่ถูกประหาร ตะโกนลั่นคำสุดท้าย ช็อกทั้งประเทศ!
จากดาราสาวสุดฮอต สู่อาชญากรที่ถูกตัดสินประหารชีวิต อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ชะตากรรมพลิกผันเช่นนี้?เฉิง ฉุนเหลียน ดาราหญิงจีนคนแรกที่ถูกประหาร ชีวิตหรูพังเพราะน้ำมัน ตะโกนลั่นก่อนยิงเป้า "นี่มันไม่ยุติธรรม!"เรื่องราวสะเทือนใจของ เฉิง ฉุนเหลียน (程春莲) อดีตนักแสดงชื่อดังจากบท “หลิวซันเจี๋ย” (刘三姐) ในจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเคยโด่งดังจนเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ แต่ชีวิตของเธอกลับพลิกผัน กลายเป็นดาราหญิงคนแรกในจีนที่ถูกตัดสินประหารชีวิต จากคดีลักลอบค้าน้ำมันมูลค่ากว่า 766,000 หยวนจากนักแสดงดาวรุ่ง… สู่เส้นทางที่ผิดเฉิง ฉุนเหลียน เกิดที่เมืองหวงสือ มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน ตั้งแต่วัยเด็กเธอหลงใหลในการร้องและการแสดง และได้เข้าร่วมคณะโอเปร่าท้องถิ่น แสดงละครเวทีชื่อดังหลายเรื่อง เช่น หลิวซันเจี๋ย และ มาหลานฮวา จนกลายเป็นนักแสดงแม่เหล็กของคณะในเวลานั้นชีวิตที่เปลี่ยนไป เมื่อเข้าสู่เมืองใหญ่เมื่อมีโอกาสเดินทางไปแสดงในเมืองใหญ่อย่างปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ เธอเริ่มรู้สึกว่าชีวิตบนเวทีไม่เพียงพออีกต่อไป ความทะเยอทะยานและความต้องการมีชีวิตที่หรูหรากว่าเดิมเริ่มครอบงำ ทำให้เธอตัดสินใจ “ลงจากเวที” และเข้าสู่โลกของธุรกิจใช้ความสัมพันธ์ เจาะตลาดค้าน้ำมันผิดกฎหมายหนึ่งในผู้เคยตามจีบเธอ คือ เหลียง เจ้าหน้าที่ระดับสูงของบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งในเครือ บริษัทน้ำมันโป๋ไห่ (Bohai Petroleum Company) เธอใช้ความสัมพันธ์นี้เป็นสะพานเข้าสู่ธุรกิจค้าน้ำมัน โดยหวังว่าจะได้กำไรมหาศาลจากการขาย “น้ำมันส่วนเกิน” ที่หลุดจากระบบวางแผนจากจุดเริ่มต้นเล็กๆ สู่ขบวนการใหญ่ปี 1988 เฉิง…
-
เปิดข้อความลับ! มือปืนยิง “ชาร์ลี เคิร์ก” สารภาพกับเพื่อนร่วมห้อง
โน้ตใต้คีย์บอร์ดมัดตัว “ไทเลอร์ โรบินสัน” ฆาตกรก่อเหตุยิง ชาร์ลี เคิร์ก หลักฐานนี้รวมกับแชตสารภาพกับเพื่อนร่วมห้องและ DNA บนปืนไรเฟิล นำไปสู่ข้อหาฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและอัยการขอให้ผู้ก่อเหตุได้รับโทษประหารชีวิตเมื่อวันที่ 16 ก.ย.2568 ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ไทเลอร์ โรบินสัน วัย 22 ปี ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม ชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวอนุรักษ์นิยมชื่อดัง ด้วยข้อหาร้ายแรง 7 กระทง ซึ่งรวมถึงฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยอัยการมุ่งเป้าขอโทษประหารชีวิต หลักฐานสำคัญได้แก่ โน้ตที่เขียนทิ้งไว้ใต้คีย์บอร์ด ข้อความสารภาพผ่านแชตกับเพื่อนร่วมห้อง ซึ่งเป็นชายที่มีความสัมพันธ์เชิงคู่รักกับฆาตกร และหลักฐาน DNA บนปืนไรเฟิลโรบินสันซึ่งเคยเป็นนักเรียนดีเด่นและชอบเล่นเกม ถูกจับกุมหลังจากครอบครัวของเขาจำเขาได้จากประกาศทางการ และเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว แรงจูงใจเบื้องต้นเชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับแนวคิดต่อต้านฟาสซิสต์และวัฒนธรรมออนไลน์ ซึ่งสะท้อนความรุนแรงทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯเปิดข้อความที่ผู้ก่อเหตุเขียนจดหมายถึงเพื่อนร่วมห้องไทเลอร์ โรบินสัน ได้ทิ้งกระดาษโน้ตที่เขียนข้อความไว้ใต้คีย์บอร์ดของเพื่อนร่วมห้อง มีข้อความว่า "ฉันมีโอกาสที่จะกำจัด ชาร์ลี เคิร์ก และฉันจะคว้ามันไว้"หลังจากนั้น โรบินสันได้ส่งข้อความหาเพื่อนร่วมห้อง ทำให้เกิดบทสนทนาต่อไปนี้ ซึ่ง CNN ถอดความจากเอกสารการฟ้องร้องโรบินสัน : หยุดทำทุกอย่างที่กำลังทำ แล้วมองใต้คีย์บอร์ดของฉันจากนั้นเพื่อนร่วมห้องได้ค้นหากระดาษโน้ต แล้วเจอข้อความ "ฉันมีโอกาสที่จะกำจัด…
-
กัมพูชาประณามไทย อ้างใช้ความรุนแรงต่อประชาชน-พระสงฆ์กัมพูชา
โฆษกรัฐบาลกัมพูชา แถลงประณามไทย อ้างฝ่ายไทยใช้ความรุนแรงด้วยแก๊สน้ำตา-กระสุนยาง ต่อประชาชนและพระสงฆ์กัมพูชาจากกรณีสถานการณ์ตึงเครียดบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ที่มวลชนกัมพูชาละเมิดข้อตกลงและแสดงการเป็นปรปักษ์เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ทั้งการรื้อรั้วลวดหนาม และการขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ต่อมาสถานการณ์บานปลายถึงขั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยต้องเริ่มใช้กระสุนยาง และแก๊สน้ำตา เพื่อสลายการชุมนุมชาวบ้าน–ทหารกัมพูชาล่าสุดเวลา 18.30 น. เพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชาแถลงข่าวว่า มีประชาชนและพระสงฆ์ชาวกัมพูชารวม 24 รายได้รับบาดเจ็บจากการใช้ความรุนแรงด้วยแก๊สน้ำตาและกระสุนยางของกองกำลังฝ่ายไทยเพ็ญ โบนา อ้างว่า ชาวกัมพูชาเหล่านี้กำลังออกไปปกป้องที่ดินตามกฎหมายของตนจากการถูกละเมิดโดยฝ่ายไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่ไทยยิงกระสุนยางและระเบิดควันใส่พลเมืองกัมพูชาจนน้ำตาไหล และใช้อุปกรณ์เครื่องเสียงทำลายแก้วหูและสมอง นอกจากนี้ยังยุยงปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรงต่อพลเมืองกัมพูชาด้วยการใช้อุปกรณ์ปราบจลาจลและกระสุนยาง ทำให้พลเมืองและพระสงฆ์อย่างน้อย 24 รายหมดสติและได้รับบาดเจ็บสาหัสและเล็กน้อยกองกำลังทหารและเจ้าหน้าที่กัมพูชาที่ประจำการอยู่ในพื้นที่ได้เข้าร่วมในเหตุการณ์เพื่อปกป้องความปลอดภัยของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่อย่างมืออาชีพและมีความรับผิดชอบโดยยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด และเคารพหลักการที่ตกลงกันไว้ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาอย่างสันติและเป็นธรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศโฆษกรัฐบาลกัมพูชากล่าวว่า ตำรวจและเจ้าหน้าที่ในจังหวัดบันเตียเมียนเจยได้ช่วยเหลือพลเมืองและพระสงฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บ และส่งรถพยาบาลไปนำผู้บาดเจ็บสาหัสส่งโรงพยาบาลโฆษกรัฐบาลกัมพูชาขอประณามความรุนแรงที่เจ้าหน้าที่ไทยกระทำต่อประชาชนและพระสงฆ์กัมพูชา และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ไทยยุติการละเมิดและความรุนแรงเหล่านี้โดยทันที และเรียกร้องให้ฝ่ายไทยเคารพข้อตกลงหยุดยิง เคารพเจตนารมณ์ของการประชุมคณะกรรมการเขตแดนทั่วไป (GBC) และคณะกรรมการเขตแดนระดับภูมิภาค (RBC) บันทึกความเข้าใจ ข้อ 2 ข้อ 4 ของบันทึกความเข้าใจปี 2543 และหลักการสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศโฆษกรัฐบาลขอย้ำว่ารัฐบาลกัมพูชา ภายใต้การนำของ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา มีจุดยืนที่ชัดเจนในการเคารพข้อตกลงหยุดยิงและการแก้ไขปัญหาชายแดนโดยสันติวิธี โดยยึดหลักความตกลง อนุสัญญา สนธิสัญญา…
-
สุดสลด! พบสาวทายาทเศรษฐีกรีกเสียชีวิต หลังโดนแมลงกัด แต่โรงพยาบาลไม่รับรักษา
ทายาทสาวของตระกูลเศรษฐีชาวกรีกกลายเป็นศพในแฟลตกลางกรุงลอนดอน หลังจากถูกแมลงกัดต่อย แต่โรงพยาบาลไม่รับรักษา แค่จ่ายยาฆ่าเชื้อให้แล้วไล่กลับบ้านเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา พนักงานทำความสะอาดพบร่างไร้ชีวิตของ มาริสซา ไลมู ทายาทสาวของตระกูลนักธุรกิจเดินเรือชื่อดังชาวกรีกวัย 28 ปี อยู่บนเตียงภายในอพาร์ตเมนต์ของเธอในกรุงลอนดอนเบสซี ไลมู แม่ของเธออ้างว่า ลูกสาวเสียชีวิตจากภาวะท็อกซิกช็อก (Toxic shock หมายถึงกลุ่มอาการที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียซึ่งปล่อยสารพิษเข้าสู่กระแสเลือด) โดยมีที่มาจากแผลถูกแมลงกัดตามรายงานจากสื่อกรีก ระบุว่าสามวันก่อนเสียชีวิต ไลมูเริ่มมีอาการวิงเวียนศีรษะ คันตามผิวหนัง มีไข้และอาการบ่งบอกถึงการติดเชื้ออื่นๆ เธอได้รับการรักษาในเบื้องต้นโดยแพทย์ซึ่งมาดูอาการเธอที่บ้าน แต่อาการของเธอก็ไม่ดีขึ้น เธอจึงตัดสินไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งซึ่งเคยรักษาโรคมะเร็งทรวงอกให้เธอก่อนหน้านี้แม่ของไลมูกล่าวว่า โรงพยาบาลดังกล่าวได้ส่งต่อลูกสาวเธอไปยังโรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่งโดยไปพร้อมรถพยาบาล แต่ไลมูกลับไม่ได้รับการตรวจจากแพทย์ มีเพียงพยาบาลที่มาตรวจอาการแล้วตัดสินใจแทนว่า เธอไม่จำเป็นต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล จากนั้นก็จ่ายยาปฏิชีวนะให้โดยวินิจฉัยว่าเป็นแค่แผลจากแมลงกัด ก่อนจะปล่อยให้ไลมูกลับบ้านในเย็นวันนั้นในวันถัดมา คนทำความสะอาดจึงพบว่า ไลมูนอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงแม่ของไลมูให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวกรีกว่า "ลูกสาวของฉันรอดชีวิตจากมะเร็งมาได้ แต่กลับต้องมาตายเพราะแมลง" พร้อมกับกล่าวเสริมว่า "เธอเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์มาก ทุกคนที่อยู่ในอังกฤษและหมอของเธอต่างก็เสียใจกับการจากไปครั้งนี้"ขณะนี้กระบวนการชันสูตรพลิกศพยังไม่เสร็จสิ้น และทางครอบครัวก็ระบุว่า ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดได้จนกว่าได้ผลการชันสูตรศพเสียก่อนรายงานข่าวระบุว่า โรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องได้ยอมรับว่าเกิดความผิดพลาดร้ายแรงขึ้น และได้เปิดการสอบสวนภายในแล้วมาริสซา ไลมู เป็นที่รู้จักในฐานะหญิงสาวที่มีความสามารถ เธอเคยทำงานกับดีไซเนอร์ชื่อดังในปารีส เช่น ซอนยา ริเคียล, จอห์น กัลลิอาโน ก่อนจะก่อตั้งบริษัทของตัวเองชื่อว่า ‘เรนโบว์เวฟ’ และเพิ่งจัดการแสดงละครเวทีเรื่องโรเมโอและจูเลียตที่ลอนดอน…