Category: ต่างประเทศ
-
ย้อนคลิประทึก รถหรูซิ่ง ชนบัสโรงเรียนคว่ำ นร.กระเด็น บาดเจ็บระนาว (ต่างประเทศ)
เปิดเบื้องหลังคลิปไวรัล มัสแตงซิ่ง 160 กม./ชม. ชนรถโรงเรียนคว่ำที่แชร์ว่อนเน็ต แท้จริงคือเหตุการณ์ปี 2022 ที่นิวเม็กซิโก เผยนาทีชีวิตนักเรียน 23 คนเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 จากกรณีที่มีการแชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์อุบัติเหตุรุนแรง จากนักข่าวต่างประเทศผู้ใช้บัญชีอินสตาแกรมชื่อ @dj_allyshow เผยให้เห็นภาพรถโรงเรียนถูกพุ่งชนจนพลิกคว่ำ ส่งผลให้เด็กนักเรียนภายในรถกระเด็นไปคนละทิศละทาง โดยต้นทางระบุข้อมูลเพียงว่าเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในเมืองอัลบูเคอร์คี และมีผู้บาดเจ็บสาหัส พร้อมอ้างอิงคลิปจากอินสตาแกรมข่าวต่างประเทศที่โพสต์เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา จนทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆความจริงของคลิปไวรัล เกิดขึ้นเมื่อไหร่?คลิปดังกล่าวไม่ใช่เหตุการณ์ในปี 2569 แต่เป็นอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2022 (พ.ศ. 2565) ที่เมืองอัลบูเคอร์คี รัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา สาเหตุเกิดจากชายวัย 49 ปี ขับรถฟอร์ด มัสแตง แข่งมากับรถอีกคันด้วยความเร็วสูงกว่า 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนเสียหลักพุ่งชนรถโรงเรียนที่มีเด็กโดยสารมาเต็มคันCredit : @dj_allyshowอ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าว ABC News ที่รายงานเหตุการณ์จริงในขณะนั้น ระบุว่าภาพวงจรปิดภายในรถเผยให้เห็นวินาทีชีวิตของนักเรียนจากโรงเรียน George Sanchez Collaborative…
-
ช็อก! นักร้องสาว พูดทำร้ายตัวเองกลางไลฟ์ ลั่นไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว แฟนๆสุดห่วงสภาพจิตใจหนัก (ข่าวต่างประเทศ)
ช็อก! นักร้องสาว พูดทำร้ายตัวเองกลางไลฟ์ ลั่นไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว แฟนๆสุดห่วงสภาพจิตใจหนัก (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า ลิซซี่ นักร้องและนักแสดง อดีตสมาชิกวง After School สร้างความกังวลให้แฟน ๆ หลังจากมีถ้อยคำที่สื่อถึงการคิดทำร้ายตัวเองระหว่างการไลฟ์สด โดย ลิซซี่ได้เปิดไลฟ์ผ่านบัญชีส่วนตัว ปรากฏตัวในลุคสบาย ๆ มัดผมขึ้น และใช้เวลาพูดคุยกับแฟน ๆ ระหว่างตอบคำถามหนึ่ง เธอกล่าวว่า “ฉันจะพยายามใช้ชีวิตต่อไปโดยไม่ตายนะ”แต่ก็พูดต่อว่า “อยากตาย”แม้เธอจะพยายามย้ำกับตัวเองหลายครั้งว่า “จะลองมีชีวิตต่อไปสักครั้ง” “จะพยายามมีชีวิตต่อไปให้ได้ไม่ว่าจะยังไง”แต่ในเวลาต่อมา เธอก็พูดอีกว่า “อยากตายมาก อยู่ก็ได้ ไม่อยู่ก็ได้” ซึ่งทำให้ผู้ชมจำนวนมากเป็นห่วงอย่างยิ่งอย่างไรก็ตาม ในเดือนพฤษภาคม 2021 ลิซซี่เคยก่อเหตุ ขับรถขณะมึนเมา ชนรถแท็กซี่ บริเวณใกล้สะพานยองดง เขตชองดัม กรุงโซล โดยมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 0.08% ซึ่งเป็นระดับที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ และเธอถูกตัดสินปรับเป็นเงิน ต่อมาเธอได้พักกิจกรรมในวงการบันเทิงเพื่อทบทวนและสำนึกผิดลิซซี่เคยออกมาขอโทษว่า “เหตุการณ์นั้นไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่ง และไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ มันเป็นความผิดของฉันอย่างชัดเจน ฉันรู้สึกผิดที่ทำให้คนขับรถแท็กซี่ที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงผู้ที่รักและสนับสนุนฉันต้องผิดหวัง”หากพบว่าตัวเองหรือคนรอบข้างผิดปกติ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 คือช่องทางหลักให้บริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตฟรีตลอด…
-
หวดสลบ! อินโด เฆี่ยนประจาน คู่รักชาย-หญิง 140 ครั้ง ผิดกม.ศาสนา ร่วมเพศนอกสมรส-ดื่มสุรา
แฟ้มภาพรอยเตอร์หวดสลบ! อินโด เฆี่ยนประจาน คู่รักชาย-หญิง 140 ครั้ง ผิดกม.ศาสนา ร่วมเพศนอกสมรส-ดื่มสุราเมื่อวันที่ 30 มกราคม สื่อต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจศาสนาของอินโดนีเซียจับคู่รักชายหญิงคู่หนึ่งเฆี่ยนประจานต่อหน้าธารกำนัลคนละ 140 ครั้ง กลางสวนสาธารณะในจังหวัดอาเจะห์ ซึ่งเป็นเพียงจังหวัดเดียวที่มีการบังคับใช้กฎหมายศาสนาอิสลามในประเทศอินโดนีเซีย จากการกระทำผิดกฎหมายศาสนาอิสลาม ฐานมีเพศสัมพันธ์นอกสมรสและดื่มสุราการเฆี่ยนตีดังกล่าวได้ทำให้ผู้กระทำผิดฝ่ายหญิงถึงกับหมดสติหลังรับโทษเฆี่ยนตีหลัง 140 ครั้งซึ่งน่าจะเป็นการลงโทษที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่จังหวัดอาเจะห์นำประมวลกฎหมายและหลักปฏิบัติทางศาสนาอิสลามมาบังคับใช้ในปี 2001ข่าวระบว่า ชายหญิงคู่นี้ที่เป็นคู่รักกันถูกเจ้าหน้าที่ใช้ไม้หวายเฆี่ยนหลังในสวนสาธารณะ ซึ่งมีผู้คนหลายสิบคืนยืนดูอยู่ ก่อนที่ผู้หญิงจะเป็นลมหมดสติหลังรับโทษเสร็จและถูกเจ้าหน้าที่นำตัวขึ้นรถพยาบาลไปมูฮัมหมัด รีซัล ผู้บัญชาการตำรวจศาสนาอิสลามของจังหวัดอาเจะห์ เปิดเผยว่า โทษเฆี่ยนตีที่พวกเขาแต่ละคนได้รับจำนวน 140 ครั้งนั้น แบ่งเป็น 100 ครั้งจากฐานความผิดมีเพศสัมพันธ์นอกสมรส และ 40 ครั้งฐานดื่มสุราคู่รักคู่นี้เป็นหนึ่งใน 6 คนที่ถูกตัดสินว่ากระทำผิดกฎหมายศาสนาอิสลาม ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจศาสนาเองด้วย 1 นายกับหญิงคนรักของเขาที่ถูกจับได้ขณะอยู่กันสองต่อสองในที่ส่วนตัว ซึ่ง 2 รายหลังได้รับโทษเฆี่ยนโบยคนละ 23 ครั้ง“ดั่งคำมั่น เราไม่มีการยกเว้นให้ใคร ไม่แม้แต่คนของเราเอง ที่ทำให้ชื่อเสียงของเราเสื่อมเสีย” ผู้บัญชาการตำรวจศาสนาอิสลามอิสลามในอาเจะห์กล่าวบทลงโทษด้วยการเฆี่ยนตียังคงได้รับการสนับสนุนอย่างมากในจังหวัดอาเจะห์ เพื่อลงโทษความผิดหลายประการ รวมถึงการเล่นพนัน ดื่มแอลกอฮอล์ มีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกันและการมีเพศสัมพันธ์นอกสมรส นอกจากนี้ผู้ชายยังอาจถูกเฆี่ยนตีได้หากไม่ไปละหมาดวันศุกร์ในปีที่แล้ว…
-
ส่ออนาคตดับ! นางเอกดัง ภาพว่อนเน็ต ถูกแฉสลับคนขับปมชนเเล้วหนี (ข่าวต่างประเทศ)
ส่ออนาคตดับ! นางเอกดัง ภาพว่อนเน็ต ถูกแฉสลับคนขับปมชนเเล้วหนี (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า จินเฉิน นักแสดงสาววัย 35 ปี ถูกกล่าวหาว่าพัวพันคดี ขับรถชนแล้วหลบหนี, ให้ผู้ช่วยรับผิดแทน และ เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงประกัน โดย รายงานระบุว่า จินเฉินเป็นทั้งเจ้าของรถและผู้ขับขี่ โดยเกิดอุบัติเหตุชนป้ายเตือนและกำแพงบ้าน มีผู้ช่วยได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่เจ้าตัวจะออกจากที่เกิดเหตุ และปล่อยให้ผู้ช่วยให้ข้อมูลแทนกับตำรวจ ต่อมาบริษัทประกันตรวจสอบพบความผิดปกติจากกล้องวงจรปิด ชี้ว่าคนขับตัวจริงคือจินเฉิน ไม่ใช่ผู้ช่วยภายหลังมีรายงานว่า จินเฉินได้ติดต่อบริษัทประกัน ขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดและขอให้ถอนคดี ซึ่งขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากชาวเน็ตให้เจ้าตัวออกมาชี้แจงอย่างชัดเจน เนื่องจากกรณีนี้อาจเข้าข่ายความผิดทางกฎหมายและไม่อาจมองข้ามได้
-
ปธน.อี แจมยอง โพสต์เดือดเป็นภาษาเขมร เตือนแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่ามายุ่งกับคนเกาหลี
30 มกราคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีอี แจมยอง ของเกาหลีใต้ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเอ็กซ์ส่วนตัว "@Jaemyung_Lee" เป็นภาษาเขมร ระบุว่า "ถ้าพวกแกกล้าทำร้ายคนเกาหลี พวกแกจะถูกทำลาย… นี่ไม่ใช่คำขู่เล่นๆ! ถ้าเกาหลีใต้ทำอย่างนั้น ก็จะทำจนถึงที่สุด!"พร้อมยังได้โพสต์ข้อความเป็นภาษาเกาหลีด้วยว่า "ถ้าคุณมาหาเรื่องคนเกาหลี คุณจะพังพินาศ… ฟังดูเหมือนคำพูดไร้สาระใช่ไหม? ถ้าเกาหลีใต้ต้องการทำอะไร พวกเขาก็จะทำ! จนถึงที่สุด ตำรวจเกาหลีกำลังเข้ามาเกี่ยวข้อง… องค์กรอาชญากรรมของจีนจะไม่ยอมรับคนเกาหลีอีกต่อไปแล้ว"ประธานาธิบดีอี แจ มยอง ยังได้แชร์ข่าวที่ระบุว่า ปัจจุบันแก๊งอาชญากรรมชาวจีนที่กบดานอยู่ในกัมพูชา เริ่มปฏิเสธการรับคนเกาหลีใต้เข้าทำงาน เนื่องจากหวาดเกรงปฏิบัติการกวาดล้างจากตำรวจเกาหลีใต้ก่อนหน้านี้ อี แจมยอง ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่มุ่งเป้าชาวเกาหลีใต้ โดยเฉพาะในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงติดตามและยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมายนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการร่วมระหว่างเกาหลีใต้และกัมพูชาเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงได้แล้วอย่างน้อย 136 คนในกัมพูชาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ชาวเกาหลีใต้จำนวน 73 คน ที่ถูกควบคุมตัวในกัมพูชาจากข้อกล่าวหาพัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ถูกส่งตัวกลับประเทศเพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวน นับเป็นการส่งตัวผู้ต้องสงสัยกลับเกาหลีใต้จากประเทศเดียวในจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาอีกด้วย
-
ปธน.เกาหลีใต้ โพสต์ภาษาเขมร แชร์ข่าวสแกมเมอร์จีนในกัมพูชา เตือน อย่ายุ่งกับคนเกาหลี
ปธน.เกาหลีใต้ โพสต์ภาษาเขมร แชร์ข่าวสแกมเมอร์จีนในกัมพูชา เตือน อย่ายุ่งกับคนเกาหลียอนฮับ รายงานว่าประธานาธิบดี อีแจมยอง เตือนว่า ความมุ่งมั่นของเกาหลีใต้ในการต่อสู้กับอาชญากรรมฉ้อโกงข้ามชาติที่มุ่งเป้าไปที่พลเมืองของตนนั้นไม่ใช่ “คำพูดเปล่าๆ” เนื่องจากทางการเกาหลีใต้กำลังเร่งสืบสวนคดีฉ้อโกงออนไลน์ ที่เชื่อมโยงกับกัมพูชาเขาได้แชร์ข่าว ที่รายงานว่า แก๊งอาชญากรชาวจีน ที่ตั้งอยู่ในกัมพูชา เลิกรับสมาชิกชาวเกาหลีใต้แล้ว เนื่องจากกลัวการปราบปรามจากตำรวจเกาหลี“คุณคิดว่าคำเตือนของผมที่ว่า ใครก็ตามที่ยุ่งกับคนเกาหลีจะสูญเสียทุกอย่างเป็นเพียงคำพูดเปล่าๆ หรือ? เมื่อสาธารณรัฐเกาหลีให้คำมั่นสัญญาแล้ว ก็จะทำตามนั้นจนถึงที่สุด” เขาโพสต์ในเอ็กซ์ และ ยังโพสต์ข้อความเดียวกันเป็นภาษาเขมรอีแจมยอง เรียกร้องให้ทางการเกาหลีใต้ เพิ่มความพยายามในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่มุ่งเป้าไปที่ชาวเกาหลีใต้ โดยเฉพาะในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และติดตามจับกุมและยึดทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบตามรายงานของตำรวจทีมสืบสวนร่วม ระหว่างเกาหลีใต้และกัมพูชาได้จับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีฉ้อโกง 136 ราย ในกัมพูชา นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ สัปดาห์ก่อน ชาวเกาหลีใต้ 73 คน ที่ถูกควบคุมตัวในกัมพูชาในข้อหาเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงออนไลน์ ได้ถูกส่งกลับประเทศ เพื่อดำเนินคดีต่อไป ซึ่งถือเป็นการส่งตัวผู้ต้องสงสัยทางอาญาจากประเทศเดียวกับประเทศครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปธน.เกาหลีใต้ โพสต์ภาษาเขมร แชร์ข่าวสแกมเมอร์จีนในกัมพูชา เตือน อย่ายุ่งกับคนเกาหลีติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่– Website : https://www.matichon.co.th
-
หญิงช็อก ปฏิเสธแต่งงาน 8 ครั้ง สุดท้ายแฟนไปแต่งแฟนเก่า บุกร้องไห้กลางงาน สงสารหรือสมน้ำหน้า
รายการโทรทัศน์ชื่อดังของมณฑลหูหนาน “Xun Qing Ji” ได้นำเสนอเรื่องราวสุดดราม่าจนเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ หญิงสาวรายหนึ่งบุกเข้าไปในงานแต่งงานของอดีตแฟนหนุ่ม เพื่อทวงคืนคนรัก อ้างว่าถูกหักหลัง ทั้งที่ความจริงแล้วเธอเป็นฝ่ายปฏิเสธคำขอแต่งงานของเขามาตลอด 8 ปีเยว่เยว่ ครูสาววัย 38 ปี ร้องเรียนมายังรายการเพื่อขอให้ช่วยตามง้อแฟนหนุ่ม ซีหลี่โหว ที่คบหากันมานาน 8 ปี แต่จู่ๆ ฝ่ายชายก็หายตัวไปและกำลังจะแต่งงานกับหญิงอื่นทีมงานรายการจึงพาเธอไปที่งานแต่งงานเพื่อเคลียร์ใจ แต่สถานการณ์กลับตึงเครียดเมื่อเยว่เยว่ในชุดกระโปรงสีชมพู บุกเข้าไปเผชิญหน้ากับเจ้าสาวกลางงาน พร้อมประกาศลั่นว่า “เขาเป็นแฟนของฉัน คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นต้องเป็นฉัน”สร้างความตกตะลึงให้กับแขกเหรื่อและญาติของทั้งเจ้าบ่าวกับเจ้าสาว เยว่เยว่พยายามกล่าวหาว่าเจ้าบ่าวหักหลัง และมองเจ้าสาวว่าเป็นมือที่สามท่ามกลางความวุ่นวาย ซีหลี่โหว เจ้าบ่าวของงาน ได้เปิดเผยความจริงที่ทำเอาคดีพลิก เขาเล่าว่าตลอดระยะเวลา 8 ปีที่คบหากัน เขาจริงจังกับความสัมพันธ์มาก “เคยขอเยว่เยว่แต่งงานถึง 8 ครั้ง”แต่กลับถูกเธอปฏิเสธมาโดยตลอดเยว่เยว่ รู้จักกับ ซีหลี่โหว ผ่านเว็บไซต์หาคู่ ในขณะที่เยว่เยว่อายุ 30 ปีและทางบ้านเริ่มเร่งรัดเรื่องแต่งงาน ด้วยความที่เธอมีฐานะทางบ้านดีและมีการงานมั่นคง เป็นครู ทำให้เธอมีมาตรฐานสูงแม้ซีหลี่โหวจะพยายามพิสูจน์ความรัก แต่เยว่เยว่กลับมองว่า พิธีการขอแต่งงานยังไม่น่าประทับใจพอ หรืออ้างเหตุผลเรื่องความพร้อม ทำให้เธอปฏิเสธเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งครั้งล่าสุด ซีหลี่โหวตัดสินใจเด็ดขาดว่าหากถูกปฏิเสธอีกเขาจะถอยออกมา และเมื่อเขาจากไปจริงๆ เธอกลับรับไม่ได้ที่เห็นเขาไปเริ่มต้นใหม่กับคนที่พร้อมสร้างครอบครัวหลังจากรายการออกอากาศ…
-
ตายไป 1 นาที! ตกเลือดวิกฤตหลังคลอด สาวเห็น “โลกอีกใบ” เต็มตา จนไม่กล้ามีลูกอีก!!
ขนลุก! แม่ลูกอ่อน หมอถึงกับงง! สาวหัวใจหยุดเต้น 1 นาทีหลังคลอด ฟื้นมาเล่านาที "วิญญาณหลุด" เห็นแสงสีขาวพุ่งชนเรื่องราวสุดระทึกของคุณแม่ลูกสองที่ต้องเผชิญกับนาทีชีวิต หลังคลอดลูกได้เพียงไม่นาน จู่ๆ หัวใจก็หยุดเต้นไปถึง 1 นาที และเมื่อฟื้นขึ้นมา เธอได้ถ่ายทอดประสบการณ์ "เฉียดตาย" และภาพที่เห็นในวินาทีที่วิญญาณหลุดออกจากร่าง ซึ่งทำให้เธอขยาดจนไม่กล้ามีลูกเพิ่มอีกเลยวิกฤตหลังคลอด: จากความสุขกลายเป็นฝันร้ายฮันนาห์ (Hannah) คุณแม่ลูกสอง เล่าว่าเธอคลอดลูกคนที่สองตอนอายุครรภ์ 36 สัปดาห์ การคลอดผ่านไปได้ด้วยดี แต่ทารกมีปัญตาลำไส้อุดตันต้องผ่าตัดด่วน ส่วนตัวเธอกลับห้องพักฟื้นตามปกติ จนกระทั่ง 10 ชั่วโมงต่อมา…ขณะที่เธอกำลังเยี่ยมลูกที่ห้อง ICU เด็กแรกเกิด จู่ๆ ก็เกิดอาการปวดท้องรุนแรงและมีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก พร้อมกับลิ่มเลือดขนาดใหญ่ผิดปกติ พยาบาลรีบพาเธอกลับเข้าห้องฉุกเฉิน แพทย์พยายามดึงรกที่ค้างอยู่ออกมา แต่เลือดก็ยังไม่หยุดไหล บรรยากาศในห้องเริ่มโกลาหล เจ้าหน้าที่กว่า 20 คนรุมล้อมเตียงของเธอนาที "ตาย" และสิ่งที่เห็นฮันนาห์เล่าว่า ในช่วงวิกฤตที่แพทย์ตะโกนเตรียมห้องผ่าตัด สติของเธอเริ่มเลือนราง และนั่นคือวินาทีที่เธอ "ตายทางการแพทย์" (Clinically dead) ไปชั่วขณะ"ฉันมองไม่เห็นร่างตัวเองนอนอยู่ แต่ฉันเห็นสภาพห้องทั้งห้องจากมุมสูง (Bird's-eye view)…
-
คลิปหลุด CEO เริงรัก ลูกน้องสาว เสียงครางดังลั่นออฟฟิศ ก่อนถูกปลดบอร์ดบริหารทั้งคู่
คลิปหลุด เจ้าของบริษัท เริงรัก ลูกน้องสาว ดีกรีอินฟลูฯ ชื่อดังที่มีผู้ติดคามกว่า 2 แสน กลางออฟฟิศ ฝ่ายชายลั่น “ผิดเองที่ล้ำเส้น” พร้อมยุติบทบาททันทีกำลังเป็นข่าวฉาวที่ทำเอาวงการอสังหาริมทรัพย์และสื่อออนไลน์ในสิงคโปร์ร้อนระอุ เมื่อบริษัทชื่อดังอย่าง Property Lim Brothers ต้องเผชิญกับวิกฤตศรัทธาครั้งใหญ่ หลังมีคลิปหลุดของ หลิน เว่ยเจี๋ย (Lin Weijie) หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท กำลังมีความสัมพันธ์ลับ ๆ แบบเผ็ดร้อนกับ เกรซ แทน (Grayce Tan) รองประธานฝ่ายการตลาด และยังเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่มีผู้ติดตามเฉียด 2 แสนคนสื่อต่างประเทศรายงานว่า คลิปวิดีโอฉาวดังกล่าวถูกแอบถ่ายเอาไว้ที่บริเวณหน้าห้องทำงานที่มีประตูกระจกสีดำปิดอยู่ โดยมีเสียงร้องครวญครางดังทะลุออกมาจากห้องนั้น จนคนที่อยู่ด้านนอกต้องก้มมองลอดช่องประตูเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นภายในนั้นคลิปฉาวดังกล่าว ปรากฎภาพของ หลิน เว่ยเจี๋ย เดินถือทิชชู่เปียกออกมาจากห้องก่อนจะย้อนกลับเข้าไปอีกครั้งและท้ายที่สุดทั้งคู่ก็ได้เดินออกจากบริษัทไปพร้อมกัน ตามที่กล้องวงจรปิดในอาคารบันทึกไว้ได้แรงกดดันมหาศาลทำให้ทางบริษัทต้องออกมาเคลื่อนไหวถึงปมคลิปสัมพันธ์สวาทระหว่าง เจ้าของบริษัท กับ ลูกน้องสาว รายนี้ในทัน โดยมีการแคปข้อความในเว็บ Reddit ที่อ้างว่าเป็นจดหมายขอโทษของหลิน เว่ยเจี๋ย ถึงพนักงานทุกคน ที่ระบุว่า“ผมทำผิดพลาดส่วนตัว และล้ำเส้นในสิ่งที่ไม่ควรล้ำเส้น ขณะนี้กำลังเร่งเยียวยาความรู้สึกของครอบครัว และขอยุติบทบาทในบริษัททันที…
-
วงการเศร้า! นักร้องดัง เสียชีวิตกะทันหันในวัยเพียง 27 ปี
วงการเศร้า! นักร้องดัง เสียชีวิตกะทันหันในวัยเพียง 27 ปีเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งข่าวเศร้า หลังสื่อต่างประเทศได้เผยแพร่เรื่องราวของ โมซูจิน (Mo Soo Jin) นักร้องสาวชาวเกาหลีใต้ วัย 27 ปี นักร้องนำของวง Acoustic Collabo ได้เสียชีวิตอย่างกะทันหันโดยด้านต้นสังกัด Panic Button ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า โมซูจินเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา โดยระบุว่าครอบครัวกำลังอยู่ในความโศกเศร้าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน และขอความร่วมมือไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต รวมถึงข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ ตามความประสงค์ของครอบครัว พร้อมแจ้งว่าพิธีศพจะจัดขึ้นเป็นการส่วนตัว มีเพียงครอบครัว ญาติ และคนใกล้ชิดเข้าร่วมเท่านั้นเรียบเรียงโดย mumkhao