Category: ต่างประเทศ
-
สภาเม็กซิโกเดือด หัวหน้าฝ่ายค้านวางมวยประธานวุฒิสภา
เกิดเหตุวุ่นวายในวุฒิสภาเม็กซิโก หลังหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านเข้าไปดึงแขนประธานวุฒิสภา ก่อนจะกลายเป็นการแลกหมัด ผลักอก และตะโกนด่ากันการประชุมวุฒิสภาเม็กซิโกเมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมาเกิดความวุ่นวาย เมื่อ อเลฮานโดร “อาลิโต” โมเรโน หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน จากพรรค Institutional Revolutionary Party (PRI) ได้เดินปรี่เข้าไปหา เฆราร์โด เฟร์นันเดซ โนโรนา ประธานวุฒิสภา จากพรรค Morena ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ขณะที่สมาชิกสภากำลังร้องเพลงชาติก่อนปิดการประชุมอภิปรายในวันนั้น และเกิดการกระทบกระทั่งกันวิดีโอที่เผยแพร่โดยสภาคองเกรสเม็กซิโก เผยให้เห็นโมเรโนเดินเข้าไปคว้าแขน เฟร์นันเดซ โนโรนา ก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มผลักอกกัน โดยระหว่างที่ทะเลาะกันนั้น โมเรโนยังทำให้ช่างภาพคนหนึ่งล้มด้วยเฟร์นันเดซ โนโรนา กล่าวระหว่างแถลงข่าวภายหลังว่า เหตุวิวาทในสภาครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการอภิปรายที่ดุเดือดเกี่ยวกับการมีกองทัพจากประเทศอื่นอยู่เม็กซิโกนอกจากนี้ เขาระบุด้วยว่า จะเรียกประชุมฉุกเฉินในวันที่ 29 ส.ค. และจะเสนอให้ขับไล่โมเรโนและ สส.พรรค PRI อีก 3 คนออกจากตำแหน่ง เนื่องจากเหตุวิวาทที่เกิดขึ้นข่าวที่เกี่ยวข้องกัมพูชาร้องสถาบันสิทธิมนุษยชนสวีเดน เรียกร้องทบทวนขาย “กริพเพน” ให้ไทย เปิดเคสแปลก หญิงป่วยโรคประหลาด มองเห็นใบหน้าคนอื่นเป็น “มังกร”…
-
ทำไมสวีเดนถึงได้เลือดเย็นกับกัมพูชา เลิกคบเลิกช่วยแถมเสริมกริพเพนให้ไทย “เขมรโกรธแล้วนะ!”
ประชาชนกัมพูชา (จำนวนไม่น้อย) ขาดสิ่งที่เรียกว่า "มโนสำนึก" เพราะในขณะที่ตัวเองวางทุ่นระเบิดในแผ่นดินไทยจนทหารไทยต้องได้รับบาดเจ็บคนแล้วคนเล่า คนเขมรก็พากันหัวเราะชอบใจ โดยไม่แยแสว่ารัฐบาลตนตระบัดสัตย์สัญญาหยุดยิงและยังใช้อาวุธที่กฎหมายระหว่างประเทศห้ามใช้เรียกว่าผิดสองเด้ง แต่เพราะไม่มีหิริโอตตัปปะ จึงดื้อด้านบอกว่า "ข้าไม่ผิด"พอไทยสั่งซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพนจากสวีเดน พวกเขมรต่ำกัมพูชาก็พากันโวยวายว่าสวีเดนไม่สนใจสิทธิมนุษยชนด้วยการขายอาวุธให้ไทยซึ่งจะนำมาใช้กับกัมพูชา ทั้งๆ ที่เครื่องบินขับไล่เป็นอาวุธในการรบตามระบอบ (Conventional warfare) ถูกต้องตามกติกาสงครามสากล และไทยไม่ได้ใช้มันกับเป้าหมายพลเรือน ผิดกับเขมรต่ำกัมพูชาที่เล็งเป้าหมายฆ่าพลเรือนไทยสวีเดนเขาไม่โง่เหมือนกัมพูชา เขาเห็นว่าไทยปฏิติตามกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เพียงไม่ฆ่าพลเรือนเขมรแต่ยังคุ้มครองคนเขมรในไทยด้วยซ้ำ การสงครามครั้งนี้โลกจึงประจักษ์ว่า "ไทยเป็นนักรบที่รบด้วยแล้วไม่ต้องกลัวจะถูกแทงข้างหลัง แต่เราสู้ตามกฎสากลและรบโดยเคารพศักดิ์ศรีความเป็นคน"นี่คือการยกระดับไทยให้เทียบเท่าอารยะประเทศ ดีไม่ดีจะทำให้ไทยเป็นตัวอย่างของการรบแบบใหม่ที่รักษากติกาอย่างเคร่งครัดแต่ได้ผลการรบที่ยอดเยี่ยมส่วนรัฐบาลกัมพูชานั้นกระทำการหยาบช้านานาประการ ไม่เพียงฆ่าพลเรือน ทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ยังใช้สงครามไซเบอร์อันต่ำช้าด้วยการปล่อยข่าวปลอมและระดมยิงข้อความเข้าข้างตัวเองอย่างน่าทุเรศตามโซเชียลมีเดีย จนชาวโลกเขาระอากันไปหมดนานวันเข้า อารยะประเทศจึงหันมาสนับสนุนไทย และสนับสนุนไทยในการปราบ "รัฐอันธพาล" คือกัมพูชากริพเพนจึงตกมาถึงมือไทยอีกจำนวนหนึ่งโดยไม่ยากเย็น เพราะสวีเดนเห็นแล้วว่า "ไทยใช้มันอย่างถูกต้องชอบธรรม" แม้จะมีการปั่นข่าวว่าสวีเดนลังเลที่จะขายให้ไทย อาจเพราะตอนนั้นสวีเดนและนานาประเทศ กำลังหวั่นไหวไปตามสงครามข่าวเท็จที่กัมพูชาระดมยิงไปทั่วโลกว่า "ไทยล่วงละเมิดทุกสิ่งทุกอย่าง"แต่สวีเดนนั้นเป็นชาติที่รู้เช่นเห็นชาติกัมพูชามาก่อนชาติอื่นเสียอีกย้อนกลับไปในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2563 กระทรวงการต่างประเทศสวีเดนประกาศว่าจะปิดทำการสถานเอกอัครราชทูตประจำกรุงพนมเปญจะในปี พ.ศ. 2564 และการดำเนินการทางการทูตจะกระทำผ่านเอกอัครราชทูตประจำกรุงเทพฯ เรื่องนี้สร้างความงุนงงสับสนให้กับกัมพูชาอย่างมาก ว่าเพราะเหตุใดสวีเดนจึงละทิ้งกัมพูชา?เรื่องนี้เป็นผลจากสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศกัมพูชาที่เลวร้ายลง อีกทั้งสวีเดนยุติความร่วมมือด้านความช่วยเหลือจากรัฐกับกัมพูชาเมื่อต้นปีก่อนที่จะประกาศปิดสถานทูตด้วยซ้ำ ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2563 รัฐบาลสวีเดนได้ตัดสินใจเกี่ยวกับแนวทางใหม่ในการช่วยเหลือกัมพูชา โดยระบุว่า "ความช่วยเหลือจะมุ่งเน้นไปที่สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย และหลักนิติธรรม…
-
หย่ากันแล้ว! ศิลปินหนุ่ม เผยความจริงได้ปิดฉากรักกับอดีตนักร้องสาว มา2ปีแล้ว (ข่าวต่างประเทศ)
หย่ากันแล้ว! ศิลปินหนุ่ม เผยความจริงได้ปิดฉากรักกับอดีตนักร้องสาว มา2ปีแล้ว (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า พัคแทจุน (Park Tae Joon) ศิลปินเว็บตูนชื่อดัง เจ้าของผลงานฮิต Lookism หย่ากับภรรยา ชเวซูจอง (Choi Soo Jung) อดีตสมาชิกเกิร์ล กรุ๊ปไปแล้วตั้งแต่ปี 2023ฝั่งตัวแทนของพัคแทจุนยืนยันว่า การหย่าครั้งนี้เสร็จสิ้นด้วยการตกลงร่วมกันทั้งสองฝ่าย และ ยังปฏิเสธข่าวลือเรื่องคดีความแบ่งทรัพย์สิน โดยชี้แจงว่าการแบ่งทรัพย์สินก็ได้ข้อสรุป เรียบร้อยแล้ว ไม่มีการฟ้องร้องใด ๆ ตามที่เป็นข่าวหาก ย้อนกลับไป พัคแทจุนเคยประกาศจดทะเบียนสมรสกับชเวซูจองในปี 2020 ผ่านรายการ Radio Star หลังจากที่เว็บตูน Lookism ประสบความสําเร็จอย่างถล่มทลาย จนเขาสามารถก่อตั้งบริษัท PTJ Comics ขึ้นมาได้ ด้าน ชเวซูจอง นั้นเดบิวต์ในวงเกาหลี-จีน Lotte Girls เมื่อปี 2010 และเคยออกรายการ I Live Alone ในฐานะเพื่อนสนิทของ ฮวาซา…
-
ดราม่าเดือด ไอดอลสาวใส่ชั้นใน-โชว์อกเด่น เที่ยวเมืองเก่า ทัวร์ลงยับแฟชั่นหรือโป๊?
โซเชียลเสียงแตก ไอดอลญี่ปุ่นใส่ชุดชั้นในเดินเที่ยวเมืองเก่า ทัวร์ลงยับแฟชั่นหรือโป๊? ต้นสังกัดสวนกลับเจ็บ ‘ถ้าอกเล็กใส่ จะยังโดนด่าแบบนี้ไหม?’กลายเป็นประเด็นถกเถียงร้อนบนโลกโซเชียลของญี่ปุ่น กรณี ‘ผักชี’ (Phakchi) สมาชิกวงไอดอลวง Million! ได้โพสต์ภาพและคลิปวิดีโอของตนเองขณะเดินท่องเที่ยวในเมืองเก่าคามาคุระ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม แต่ชุดที่เธอสวมใส่กลับจุดชนวนให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเหมาะสมหรือไม่ช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ไอดอลสาวทยอยโพสต์ภาพและคลิปของเธอในเมืองคามาคุระ โดยเธอสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีเทาที่เปิดออกกว้าง เผยให้เห็นชุดชั้นในแบรนด์ดัง Calvin Klein ทั้งท่อนบนและท่อนล่างอย่างชัดเจน ด้วยภาพลักษณ์ดังกล่าวทำให้ชาวเน็ตบางส่วนมองว่าเปรียบเสมือนการใส่ชุดชั้นในเดินในที่สาธารณะทันทีที่ภาพถูกเผยแพร่ออกไปก็เกิดการถกเถียงกันเป็นสองฝ่ายอย่างดุเดือด มุมมองคนรุ่นใหม่ เผยว่า การแต่งกายลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติในแวดวงแฟชั่นปัจจุบัน โดยชี้ว่าชุดชั้นในของ Calvin Klein กลายเป็นแฟชั่นไอเท็มชิ้นหนึ่งไปแล้ว ไม่ใช่แค่ชุดชั้นในเพียงอย่างเดียวในทางกลับกัน ชาวเน็ตอีกกลุ่มมองว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง โดยให้เหตุผลว่า“ในแหล่งท่องเที่ยวมีเด็ก ๆ เดินอยู่ด้วย ควรแต่งกายให้เหมาะสมกับสถานที่”ภาพจาก : million_phakchiด้านสำนักงานการท่องเที่ยวของเมืองคามาคุระได้ออกมาให้ความเห็นในเรื่องนี้อย่างเป็นกลางว่า“การแต่งกายเป็นเสรีภาพส่วนบุคคล แต่ก็อยากจะขอความร่วมมือให้นักท่องเที่ยวคำนึงถึงความรู้สึกของคนรอบข้างและปฏิบัติตามมารยาทในพื้นที่สาธารณะ”ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ ตัวแทนจากต้นสังกัดของไอดอลสาวได้ออกมาชี้แจง โดยยืนยันว่านี่คือ การแต่งกายแฟชั่นรูปแบบหนึ่ง พร้อมยกตัวอย่างไอดอลเกาหลีชื่อดังที่ก็นำชุดชั้นใน CK มาสไตลิ่งเป็นชุดสำหรับขึ้นแสดงเช่นกัน แต่ประโยคที่ทำให้ทุกคนต้องหยุดคิด คือ การที่ต้นสังกัดได้ตั้งคำถามกลับไปยังผู้ที่วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาว่า “เราเองก็อยากจะถามกลับเหมือนกันว่า ถ้าคนที่หน้าอกเล็กกว่านี้เป็นคนใส่ จะยังคงเกิดประเด็นดราม่าแบบเดียวกันนี้ขึ้นอีกหรือไม่?”ภาพจาก : million_phakchiภาพจาก : million_phakchiภาพจาก : million_phakchiภาพจาก…
-
ทำคุณบูชาโทษ! แม่ลูกสามโดนทุบหัวดับ หลังชวนหนุ่มเร่ร่อนมาอยู่ด้วย
ฆาตกรโหดเพิ่งยอมรับสารภาพต่อหน้าศาลว่าลงมือฆ่าเจ้าของบ้านหญิงที่เสนอให้เขามาพักด้วยที่อพาร์ตเมนต์ในย่านหรูของเธอเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายอาปาปาเล อาดุม วัย 39 ปี ยอมรับสารภาพต่อหน้าศาลว่าเขาเป็นผู้ลงมือฆาตกรรมเจ้าของบ้านหญิงในลอนดอนรายหนึ่งอย่างโหดเหี้ยม ทั้งที่เธอเป็นฝ่ายเสนอความช่วยเหลือเรื่องที่พักให้เขาในช่วงต้นปีนี้รายงานข่าวระบุว่า วิกตอเรีย อดัมส์ วัย 37 ปี คุณแม่ลูกสาม ถูกอาดุมทุบตีที่ศีรษะจนถึงแก่ชีวิต โดยนายอาดุมเคยพักอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงคนไร้บ้านก่อนจะได้รับเชิญให้มาพักในบ้านของอดัมส์ที่ย่านแฮมเมอร์สมิธ ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยระดับหรูของกรุงลอนดอน ราคาบ้านแต่ละหลังในย่านนี้สูงกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือมากกว่า 35 ล้านบาทหลังจากเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สืบสวนพบศพของอดัมส์นอนคว่ำหน้าอยู่ในห้องนอน โดยมีถุงขยะสีดำคลุมศีรษะและมีหมอนวางทับอยู่ ผลจากการชันสูตรพบว่า เธอถูกทุบที่ศีรษะจากด้านหลังและด้านข้างไม่ต่ำกว่า 10 ครั้งเพื่อนบ้านในย่านพักอาศัยสุดหรูแห่งนี้ต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ฆาตกรรมที่น่าสยดสยองดังกล่าว โดยเพื่อนบ้านคนหนึ่งเล่าว่า ได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากบ้านของอดัมส์อาดุมถูกจับกุมขณะพยายามกลับเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ดังกล่าว โดยเขาอ้างกับตำรวจว่ามาเพื่อเก็บของส่วนตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจลอนดอนระบุว่า พบอาวุธที่ใช้ในการฆาตกรรมอยู่ในความครอบครองของเขาขณะที่ถูกจับกุมจากการตรวจสอบประวัติพบว่า อาดุมเคยถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีที่ใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิงมาก่อน นอกจากนี้ ในระหว่างการให้การต่อศาล เขายังได้เตรียม “ข้อความที่เป็นการดูหมิ่น” ผู้หญิงที่เขาลงมือสังหารอีกด้วยทั้งนี้ มีรายงานว่า อดัมส์เคยชวนคนไร้บ้านคนอื่นๆ เข้ามาพักในบ้านของเธอด้วยความเมตตา แต่เจ้าหน้าที่พบหลักฐานว่า เธอได้เขียนโน้ตขอให้อาดุมออกไปจากบ้านของเธอ ซึ่งอาจเป็นชนวนเหตุให้เกิดการฆาตกรรมขึ้นตอนที่โดนจับกุมในที่เกิดเหตุ อาดุมถูกตั้งเพียงข้อหาครอบครองอาวุธร้ายแรงสองกระทง เขาสารภาพผิดต่อศาลแขวงเวสต์มินสเตอร์เมื่อวันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 และโดนตัดสินโทษจำคุก 42 สัปดาห์แต่หลังจากการสืบสวนของตำรวจนครบาล ซึ่งอาศัยการวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์จนสามารถชี้ได้ว่าอาดุมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของอดัมส์ เขาจึงโดนจับกุมอีกครั้งในวันที่…
-
หนีวุ่น! ปธน.อาร์เจนตินาโดนรุมปาหิน เชื่อติดสินบน-ทำเศรษฐกิจพัง
ประธานาธิบดีอาร์เจนตินา ต้องหลบหนีวุ่น! หลังผู้ชุมนุมขว้างปาก้อนหิน ไม่พอใจคดีอื้อฉาวติดสินบน เชื่อพยายามปั้นตัวเลขลดเงินเฟ้อ แต่เศรษฐกิจพังไม่เป็นท่าการเมืองเดือด ก่อนเลือกตั้งอาร์เจนตินาเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งคุ้มกันความปลอดภัยแก่ประธานาธิบดีอาร์เจนตินา ฮาเวียร์ มิเลอิ และพาตัวออกจากพื้นที่การชุมชนุมในกรุงบัวโนสไอเรส เมืองหลวงของอาร์เจนตินา หลังเกิดเหตุชุลมุนที่กลุ่มผู้ประท้วงได้ขว้างปาก้อนหินและสิ่งของต่าง ๆ ใส่นายมิเลอิ ขณะที่เขากำลังยืนหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งกลางเทอมอยู่ท้ายรถกระบะ ขณะที่รถแห่หาเสียงกำลังแล่นไปตามถนนโลมัส เด ซาโมรา ทันใดนั้นก็มีก้อนหินกระแทกเข้าที่ฝากระโปรงรถ และมีสิ่งของที่ถูกขว้างปามาโดนศรีษะของนายมิเลอิด้วยหลังจากนั้นก็เกิดการปะทะกันระหว่างผู้สนับสนุนและฝ่ายตรงข้าม อีกทั้งยังมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง ภายหลังเหตุความวุ่นวาย นายมิเลอิได้โพสต์รูปตัวเองชูนิ้วโป้งขึ้น พร้อมกับกล่าวหาว่าฝ่ายต่อต้านใช้ความรุนแรง ส่วนมานูเอล อาดอร์นี โฆษกของเขากล่าวว่า ประธานาธิบดีอยู่ในความปลอดภัยและไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆการหาเสียงดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการหาเสียงในดงฝ่ายค้าน เนื่องจากโลมาส เด ซาโมรา เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าเป็นฐานที่มั่นของฝ่ายค้านเปโรนิสต์ โดยการเลือกตั้งท้องถิ่นจะจัดขึ้นในวันที่ 7 กันยายน และการเลือกตั้งกลางเทอมจะจัดขึ้นในวันที่ 26 ตุลาคม ปีนี้ ซึ่งจะเป็นการชิงเก้าอี้ ครึ่งหนึ่งของ 257 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงจะมีการเลือกตั้งใหม่เพื่อชิงเก้าอี้หนึ่งในสามของวุฒิสภาทั้งนี้ ฝ่ายประธานาธิบดีมิเลอิมีนโยบายเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมสุดโต่ง (libertarianism) ซึ่งเน้นการลดการใช้จ่ายภาครัฐ ลดภาษี และยกเลิกกฎระเบียบต่างๆ อย่างรุนแรง โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อที่พุ่งสูงในอาร์เจนตินา แนวคิดของเขามักถูกจัดอยู่ในกลุ่มการเมืองฝ่ายขวาจัด เนื่องจากความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในกลไกตลาดเสรีและการลดบทบาทของรัฐบาลคดีอื้อฉาวติดสินบน ทำเงินเฟ้อ…
-
พ่อตายเพราะความประหยัด ทั้งที่ลูกชายส่งเงินให้ตลอด สุดท้ายเจอ “ความลับ” ในตู้เสื้อผ้า
พ่อตายเพราะความประหยัด ทั้งที่ลูกชายส่งเงินให้ตลอด สุดท้ายเจอ พ่อตายเพราะความประหยัด ทั้งที่ลูกชายส่งเงินให้ตลอด สุดท้ายเจอ "ความลับ" ในตู้เสื้อผ้า น้ำตาไหลทั้งบ้านเคนตะ (นามสมมติ) ชายอายุ 36 ปี ชาวเขตอะดาจิ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สูญเสียพ่อวัย 72 ปีชื่อ มาซาโอะ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สาเหตุมาจาก โรคฮีทสโตรกครอบครัวเล่าว่า มาซาโอะไม่ชอบใช้เครื่องปรับอากาศมาตั้งแต่หนุ่ม ๆ แม้ในวันที่อากาศร้อนจัดก็ยืนยันไม่เปิดแอร์ จนสุดท้ายร่างกายทนไม่ไหว ล้มลงและเสียชีวิตในโรงพยาบาล เคนตะเล่าว่า“ผมเตือนพ่อเสมอว่าหน้าร้อนสมัยนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน ความร้อนสามารถพรากชีวิตได้ ให้เปิดแอร์เพื่อความปลอดภัย แต่พ่อก็ยังยืนยันว่าแอร์แพงและไม่ดีต่อสุขภาพ”ตามรายงานของ The Gold Online เคนตะในฐานะเสาหลักของครอบครัว มีรายได้สุทธิเดือนละ 280,000 เยน (ประมาณ 62,000 บาท) ต้องดูแลภรรยา ลูกสองคน และผ่อนบ้าน การเสียชีวิตกะทันหันของพ่อและการต้องจัดการดูแลแม่ ทำให้เขาแบกรับความกดดันหนักหน่วงอย่างไรก็ตาม ระหว่างที่เคนตะจัดเก็บของใช้ของพ่อ เขาพบถุงกระดาษเก่าซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า ข้างในมีสมุดบัญชีธนาคารเก่าที่ขึ้นรา 3 เล่ม และพบว่ามียอดเงินรวมกว่า 24.8 ล้านเยน…
-
‘ทหารพิการขอทาน’ทำ’ฮุน เซน’เดือด! สั่งกวาดล้าง หวั่นทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยว
,'ขอทานในเครื่องแบบ' ปัญหาบาดตา! กัมพูชาเร่งกวาดล้าง อ้างกระทบภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวArmy Military Force เผยคลิป อดีตทหารเขมรพิการจากเหตุปะทะกับไทย ปี 2554 ต้องมานั่งขอทานกลางกรุงพนมเปญ เหตุไร้การเหลียวแลภาครัฐและกองทัพล่าสุด ในกลุ่มแจ้งข่าวเขมรรายงานว่า สมเด็จฮุน เซน ได้สั่งการให้หน่วย BHQ (หน่วยอารักขาพิทักษ์ตระกูลฮุน) เข้ากวาดล้างอดีตทหารที่ยังคงแต่งกายด้วยเครื่องแบบทหารเพื่อขอทานในเมืองหลวง หวั่นเกรงว่าการปรากฏตัวของอดีตทหารพิการที่มาขอทานในเครื่องแบบจะส่งผลกระทบต่อ ภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว และทำลายชื่อเสียงของกรุงพนมเปญในฐานะเมืองท่องเที่ยวสำคัญของอาเซียน
-
ไวรัลดัง หนุ่มญี่ปุ่นวัย 23 เปิดตัวคบคุณย่าของเพื่อน อายุห่างกัน 60 ปี เผยหลงรักตั้งแต่แรกเห็น
อีกหนึ่งเรื่องราวรักข้ามวัย หนุ่มญี่ปุ่นวัย 23 เปิดใจ คบหากับคุณย่าวัย 83 ปี เผยเป็นคุณย่าเพื่อนร่วมชั้นสมัยเรียนก ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นเรื่องราวความรักที่ไม่ธรรมดาของคู่รักชาวญี่ปุ่นกำลังเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ เมื่อ โคฟุ (Kofu) ชายหนุ่มวัย 23 ปี กำลังคบหากับ ไอโกะ (Aiko) หญิงชราวัย 83 ปี ทั้งสองรักกันมาก แม้จะมีอายุห่างกันถึง 60 ปีไอโกะเกิดในปี 1942 ที่โอซาก้า เธอมีชีวิตที่น่าสนใจ เป็นทั้งนักจัดสวนและเป็นเจ้าของสวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ เธอเคยแต่งงานมาแล้วสองครั้งและมีลูกกับหลานรวม 5 คน ปัจจุบันเธออาศัยอยู่กับครอบครัวลูกชาย แม้จะอยู่ในวัย 80 กว่าปีแล้ว แต่เธอยังคงดูสง่างามและอ่อนเยาว์ เพราะใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉงและออกกำลังกายทุกวัน เธอไม่เคยคิดว่าจะมีความรักอีกครั้ง จนกระทั่งได้พบกับโคฟุเมื่อเดือนมกราคมปีนี้โคฟุเป็นนักศึกษาที่กำลังจะเรียนจบและฝึกงาน เขาเป็นคนร่าเริงและสดใส และที่สำคัญคือเขามีสเปกเป็นผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า ซึ่งพรหมลิขิตก็ทำงาน เมื่อเขาได้พบกับไอโกะที่เป็น คุณย่าของเพื่อนร่วมชั้นเรียน โดยบังเอิญในวันที่ไปเยี่ยมบ้านเพื่อน และเขาก็ตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็นไอโกะก็รู้สึกเช่นเดียวกัน แต่ทั้งคู่ไม่กล้าเปิดเผยความรู้สึกเพราะอายุที่ห่างกันมาก จนกระทั่งการไปเที่ยวสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ด้วยกัน ซึ่งเดิมทีมีหลานสาวของไอโกะไปด้วย แต่หลานสาวกลับเบี้ยวนัด ทำให้ทั้งสองมีโอกาสได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน และโคฟุได้สารภาพรักกับไอโกะตอนพระอาทิตย์ตกดิน โดยมีปราสาทซินเดอเรลล่าเป็นฉากหลัง ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับไอโกะเป็นอย่างมาก…
-
สามีจีนใจสลาย พบความจริงลูก 3 คนที่เลี้ยงมา 13 ปี ที่แท้เป็นลูกชู้ของลุงตัวเองกับเมีย
เรื่องราวสุดเจ็บปวด สามีชาวจีนพบความจริง ลูกที่เขาเลี้ยงดูปูเสื่อมานานกว่า 13 ปี ที่แท้เป็นลูกชู้ของลุงตัวเองกับเมียเรื่องราวสุดสะเทือนใจที่เกิดขึ้นในประเทศจีน เมื่อชายแซ่โจว จากมณฑลเหอหนาน ได้พบความจริงอันน่าตกใจว่าลูก 3 คนที่เขาเลี้ยงดูมาตลอด 13 ปี แท้จริงแล้วไม่ใช่ลูกของเขา แต่เป็นลูกของอาแท้ๆเรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นระหว่างที่เขาไปเยี่ยมบ้านและเกิดทะเลาะกับอาคนที่สอง นอกจากนี้ยังมีเพื่อนบ้านคนหนึ่งถามคำถามที่ทำให้เขาใจหายว่า “คุณไม่สังเกตเหรอว่าลูกสาวคนโตของคุณหน้าเหมือนอาของคุณเลย?”แน่นอนว่าคำถามนั้นทำให้คุณโจวรู้สึกไม่สบายใจ แต่หลังจากนั้นเขาก็เริ่มสังเกตลูกๆ อย่างใกล้ชิด และพบว่าลูกๆ มีหน้าตาคล้ายอาของเขาจริงๆ ด้วยความสงสัยที่ไม่อาจทนเก็บไว้ได้ คุณโจวจึงแอบพาลูกๆ ไปตรวจ DNA และผลก็ออกมาว่าลูกสาวทั้ง 3 คน ไม่ใช่ลูกทางสายเลือดของเขาตลอดการแต่งงาน คุณโจวทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว โดยต้องออกไปทำงานนอกบ้านเป็นเวลาหลายปี แต่เขาก็ไม่เคยลืมที่จะส่งเงินให้ภรรยาใช้จ่ายสำหรับครอบครัวอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งเขากลับมาบ้าน และได้พบกับข่าวร้ายที่สุดในชีวิตเมื่อคุณโจวไปคุยกับอาคนที่สองเพื่อขอให้ไปตรวจ DNA แต่ก็ถูกปฏิเสธ ขณะที่ภรรยาของเขาก็เลือกที่จะเงียบ คุณโจวตัดสินใจยื่นฟ้องหย่าและเรียกร้องเงินค่าเลี้ยงดูลูก 150,000 หยวน (ประมาณ 6.8 บาท) แต่ภรรยาของเขาปฏิเสธในตอนแรกและตัดสินใจย้ายไปอยู่กับอาคนที่สองของโจวอย่างไรก็ตาม เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ภรรยาของโจวก็ได้ตกลงที่จะจ่ายเงินชดเชยปีละ 10,000 หยวน (ราว 680,000 บาท) เป็นเวลา 15 ปี อ้างอิงรายงานของ…