Category: ต่างประเทศ
-
แพทย์บอกเอง อาหาร 3 กลุ่ม ต้านมะเร็ง กินแล้ว หายขาด โรคไม่กลับมาเป็นซ้ำ
เรื่องนี้มีที่มาจาก นพ.เจียง โซ่วซาน แพทย์เฉพาะทางด้านโรคไต เปิดเผยผ่านรายการโทรทัศน์ของไต้หวันว่า เขาเคยพบผู้ป่วยชายวัย 67 ปี ที่มาพบแพทย์เพราะโรคไตระยะที่ 3เรื่องนี้มีที่มาจาก นพ.เจียง โซ่วซาน แพทย์เฉพาะทางด้านโรคไต เปิดเผยผ่านรายการโทรทัศน์ของไต้หวันว่า เขาเคยพบผู้ป่วยชายวัย 67 ปี ที่มาพบแพทย์เพราะโรคไตระยะที่ 3 แต่กลับตรวจพบก้อนแข็งที่บริเวณลำคอโดยบังเอิญ เมื่อตรวจอย่างละเอียดและส่งตรวจเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลใหญ่ ก็พบว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งหลังเข้ารับเคมีบำบัด (chemotherapy) หนึ่งรอบ แพทย์ได้แนะนำให้ผู้ป่วยปรับพฤติกรรมการกิน โดยเฉพาะการเพิ่มการบริโภคอาหารต้านมะเร็ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ กระเทียม ที่ผู้ป่วยชื่นชอบอยู่แล้ว และนำมาสู่ผลลัพธ์อันน่าทึ่ง ผ่านไป 1 ปีครึ่ง อาการไม่กลับมาเป็นซ้ำโดย ดร.เจียง อธิบายว่า กระเทียมแม้จะมีกลิ่นแรง แต่เป็นผักที่อุดมไปด้วยสารประกอบซัลเฟอร์อินทรีย์ (organic sulfur compounds) ที่สามารถยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง การสร้างเส้นเลือดใหม่ และการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น กรดฟีนอล, ฟลาโวนอยด์ (รวมถึงเควอซิติน, อะปิเจนิน, มายริซิติน), วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆจากงานวิจัยและประสบการณ์ของแพทย์ พบว่า…
-
โศกนาฏกรรมงานแต่ง! มือระเบิดพลีชีพกดชนวนกลางวงเต้นรำ ดับ 7 ศพ เจ็บอื้อ (มีคลิป)
เหตุสลดงานแต่งปากีสถาน มือระเบิดพลีชีพพุ่งเข้ากลางฝูงชน ดับ 7 เจ็บ 25 ราย เผยคลิปวินาทีมรณะเหตุสลดงานแต่งปากีสถาน มือระเบิดพลีชีพพุ่งเข้ากลางฝูงชน ดับ 7 เจ็บ 25 ราย เผยคลิปวินาทีมรณะงานมงคลกลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมนองเลือด เมื่อเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายกลางงานแต่งงานในประเทศปากีสถาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 25 คน โดยคนร้ายอาศัยจังหวะที่แขกเหรื่อกำลังเฉลิมฉลองอย่างมีความสุข ก่อเหตุสะเทือนขวัญขึ้นอย่างโหดเหี้ยมวินาทีมรณะ เปลี่ยนเสียงเพลงเป็นเสียงกรีดร้องเหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ในแคว้นไคเบอร์ปักตุนควา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน คลิปวิดีโอในที่เกิดเหตุเผยให้เห็นภาพบรรยากาศงานแต่งงานที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน แขกในงานกำลังเต้นรำไปตามจังหวะเสียงกลองแต่แล้วจู่ๆ ความมืดมิดและเสียงกัมปนาทก็เข้าปกคลุมพื้นที่ เมื่อมือระเบิดที่แฝงตัวเข้ามาได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่สวมใส่มา (Suicide Vest) ท่ามกลางฝูงชน แรงระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิตทันทีและไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลรวม 7 ราย ขณะที่ผู้บาดเจ็บอีก 25 รายถูกเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยหลายรายอาการยังสาหัสเพ่งเล็ง "กลุ่มตาลีบัน" ล้างแค้นฝ่ายหนุนรัฐบาลสถานที่จัดงานดังกล่าวเป็นบ้านของ นูร์ อาลัม เมห์ซุด ผู้นำชุมชนและสมาชิก "คณะกรรมการสันติภาพ" ซึ่งเป็นกลุ่มพลเรือนที่รวมตัวกันโดยการสนับสนุนของรัฐบาล เพื่อต่อต้านกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่แม้จะยังไม่มีกลุ่มใดออกมาประกาศความรับผิดชอบอย่างเป็นทางการ แต่เจ้าหน้าที่และคนในพื้นที่ต่างพุ่งเป้าไปที่…
-
ทายาทเศรษฐีวัย 40 เบาหวานขึ้นตาจนบอด ใช้เงินครั้งสุดท้ายเพื่อ “จากไป” อย่างสงบ
ทายาทเศรษฐีวัย 40 เบาหวานขึ้นตาจนบอดสนิท รวยแต่รักษาไม่ได้ ขอใช้เงินครั้งสุดท้ายเพื่อ ทายาทเศรษฐีวัย 40 เบาหวานขึ้นตาจนบอดสนิท รวยแต่รักษาไม่ได้ ขอใช้เงินครั้งสุดท้ายเพื่อ "จากไป" อย่างสงบโรคเบาหวานไม่ใช่เรื่องไกลตัวและอาจกลายเป็นโศกนาฏกรรมหากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ดังเช่นกรณีศึกษาที่น่าสลดใจในไต้หวัน เมื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวของคนไข้ชายรายหนึ่งที่แม้จะมีฐานะร่ำรวยแต่ต้องสูญเสียการมองเห็นไปตลอดกาลจากโรคเบาหวาน จนนำไปสู่การตัดสินใจจบชีวิตตนเองในต่างประเทศนายแพทย์หลิน อี้ซิน (Dr. Lin Yixin) ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิซึม ได้แบ่งปันเรื่องราวผ่านรายการ Health Good Life (健康好生活) เกี่ยวกับคนไข้ชายวัย 40 ปี ซึ่งเป็นทายาทเศรษฐี ที่เข้ามาพบแพทย์ด้วยอาการ เลือดออกในจอประสาทตา ผลการตรวจร่างกายพบว่าเขามีระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) สูงถึง 13% และมีระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารพุ่งสูงกว่า 600 mg/dL ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์อันตรายอย่างยิ่งภาพประกอบจากคลังภาพภาวะแทรกซ้อนที่ย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้แม้ว่าคนไข้รายนี้จะพยายามอย่างหนักในการรักษา ทั้งการควบคุมอาหารและการฉีดอินซูลินจนสามารถลดระดับน้ำตาลสะสมลงมาอยู่ที่ 6.2% และน้ำตาลหลังมื้ออาหารเหลือเพียง 160 mg/dL ภายในเวลา 3 เดือน แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับดวงตานั้น "ไม่สามารถย้อนกลับมาเป็นปกติได้"นายแพทย์หลิน อี้ซิน ระบุว่าท้ายที่สุดจักษุแพทย์ได้วินิจฉัยว่าเขาต้องตาบอดถาวร โดยเหลือการมองเห็นเพียง 0.1 เท่านั้น ซึ่งสร้างความสิ้นหวังให้กับชายหนุ่มคนนี้เป็นอย่างมาก…
-
ชายเกาหลีเหนือผู้หลบหนีเพื่อความรัก เสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวในวัย 58 ปี
ชายเกาหลีเหนือผู้แปรพักตร์เพื่อความรัก เสียชีวิตในวัย 58 ปี เรื่องจริงที่ถูกขนานนามว่า Crash Landing on You ในชีวิตจริง – ภาพจาก mothership.sgตำนานรักข้ามพรมแดน! อดีตนักยูโดทีมชาติเกาหลีเหนือผู้แปรพักตร์เพื่อความรัก เสียชีวิตในวัย 58 ปี เรื่องจริงที่ถูกขนานนามว่า Crash Landing on You ในชีวิตจริง25 มกราคม 2569- อี ชางซูอดีตนักกีฬายูโดทีมชาติเกาหลีเหนือ เสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้น เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา ด้วยวัย 58 ปี ปิดฉากชีวิตชายผู้เลือก “ความรัก”เหนืออำนาจรัฐ และกลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวจริงที่สะเทือนใจที่สุดของวงการกีฬาและการเมืองบนคาบสมุทรเกาหลีเรื่องราวชีวิตของเขาถูกสื่อหลายสำนักขนานนามว่าเป็น“Crash Landing on You (ปักหมุดรักฉุกเฉิน) ในชีวิตจริง” โดยเปรียบเทียบกับซีรีส์ชื่อดังที่เล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างทหารเกาหลีเหนือผู้แปรพักตร์กับหญิงสาวชาวเกาหลีใต้Crash Landing on YouCrash Landing on You (ปักหมุดรักฉุกเฉิน) ซีรีส์เกาหลีใต้แนวโรแมนติก – คอมเมดี้ ออกอากาศปี 2019…
-
เจ้าหน้าที่สหรัฐ “ยิงอีกศพ” พบเป็นพยาบาลศูนย์ทหารผ่านศึก-ไร้ประวัติอาชญากรรม (คลิป)
เจ้าหน้าที่สหรัฐ “ยิงอีกศพ” – วันที่ 25 ม.ค. เอพี รายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกายิง นายอเล็กซ์ เจฟฟรีย์ เพรตติ วัย 37 ปี เสียชีวิตในเมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา เมื่อวันเสาร์ที่ 24 ม.ค.ตามเวลาท้องถิ่นส่งผลให้ผู้ประท้วงจำนวนมากออกมารวมตัวบนท้องถนนท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเหน็บ ไม่กี่สัปดาห์หลังเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐ (ไอซีอี) ยิงใส่รถของน.ส.เรเน่ กู้ด วัย 37 ปี จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมานายทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา สั่งการให้กองกำลังรักษาความมั่นคงแห่งชาติในพื้นที่ช่วยเหลือตำรวจท้องถิ่นท่ามกลางการประท้วงที่ทวีความรุนแรงขึ้นด้านพ่อแม่ของนายเพรตติกล่าวว่าลูกชายเป็นพยาบาลประจำแผนกดูแลผู้ป่วยหนัก ศูนย์การแพทย์ของกระทรวงกิจการทหารผ่านศึกสหรัฐ และเข้าร่วมการประท้วงกรณีเจ้าหน้าที่สังหารน.ส.กู้ด“เขาห่วงใยผู้คนอย่างมากและเขารู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองมินนีแอโพลิสและทั่วสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับไอซีอี เช่นเดียวกับผู้คนอีกหลายล้านคนที่รู้สึกไม่พอใจ” นายไมเคิล เพรตติ พ่อของนายเพรตติกล่าว ขณะที่บันทึกของศาลพบว่านายเพรตติไม่มีประวัติอาชญากรรมประชาชนรวมตัวกัน ณ จุดที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางยิงนายอเล็กซ์ เพรตติ วัย 37 ปี เสียชีวิตในเมืองมินนิอาโพลิส เมื่อวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2026เจ้าหน้าที่สหรัฐ “ยิงอีกศพ” – People gather…
-
เป็นสาวใช้ “ชายชรา” นาน 6 ปี วันลาจากได้แค่ “กล่องไม้” เปิดดูเข่าทรุด เฉลยท่านคือใคร?!
เศรษฐีวัย 65 จ้างเด็กสาวดูแล 6 ปี กฎเหล็กเพียบ สุดท้ายมอบ น้ำตาไหลพราก! สาวใช้ดูแลชายชรา 6 ปี จู่ๆ ถูกไล่ออกพร้อม "กล่องไม้ใบเก่า" เปิดดูถึงรู้ "ท่านคือใคร"สาวน้อยสู้ชีวิต ยอมทำงานเป็นสาวใช้ให้ชายชราจอมเนี๊ยบนานถึง 6 ปี วันสุดท้ายของการทำงานได้รับเพียง "กล่องไม้ใบเล็ก" แต่เมื่อเปิดดูข้างใน กลับพบความจริงที่พลิกชีวิตเธอไปตลอดกาลเว็บไซต์ Sohu สื่อดังของจีน เปิดเผยเรื่องราวสุดสะเทือนอารมณ์ของหญิงสาวคนหนึ่งจากมณฑลเหอหนาน ที่ต้องดิ้นรนสู้ชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย จนเมื่อวัย 22 ปี เธอได้รับการแนะนำให้ไปทำงานเป็น "แม่บ้าน" ดูแลชายชราวัย 65 ปี ซึ่งอาศัยอยู่เพียงลำพังในบ้านหลังใหญ่แต่ดูเก่าแก่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เหมือนหยุดเวลาไว้ในอดีตกฎเหล็กและความเนี๊ยบระดับปราบเซียนตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเท้าเข้าบ้าน เธอต้องเจอกับบททดสอบสุดหิน ชายชราผู้นี้มีความเจ้าระเบียบในระดับที่เรียกว่า "จุกจิก" สุดๆ:อาหารเช้า: ต้องเป็นข้าวต้มที่เคี่ยวไฟอ่อนนานหลายชั่วโมง ข้าวต้องซาวจนน้ำใสสะอาด หมูสับต้องละเอียด ไข่เยี่ยวม้าห้ามหั่นชิ้นใหญ่เกินไปความสะอาด: การถูพื้นห้ามมีฝุ่นหลงเหลือแม้แต่ซอกมุมเดียวเครื่องดื่ม: ชาต้องเป็นชนิดที่กำหนดเท่านั้น และต้องชงในอุณหภูมิที่เป๊ะทุกองศาพื้นที่หวงห้าม: ห้องหนังสือคือเขตหวงห้ามเด็ดขาดในช่วงเดือนแรก เธอโดนตำหนิแทบทุกวัน จนสาวใช้คนก่อนๆ ทนไม่ไหวลาออกไปหมด แต่เธอเลือกที่จะกัดฟันสู้ เพราะไม่มีที่ไปแล้วจุดเปลี่ยนในคืนหนาวเหน็บเวลาผ่านไป เธอเริ่มชินกับกิจวัตรที่เงียบเหงาของชายชรา…
-
เด็กชายวัย 12 “เสียชีวิตแล้ว” หลังถูกฉลามหัวบาตรกัดขาขณะเล่นน้ำในอ่าวซิดนีย์
เด็กชายวัย 12 – บีบีซี รายงานวันที่ 24 ม.ค. ว่า ด.ช.นิโค แอนติค อายุ 12 ปี เหยื่อที่ถูก ฉลามหัวบาตร กัดระหว่างว่ายน้ำในอ่าวซิดนีย์เมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาล พ่อแม่ของด.ช.แอนติคระบุในแถลงการณ์ว่า “เรารู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่ต้องแจ้งให้ทราบว่า นิโค ลูกชายของเราได้จากไปแล้ว”กรณีของด.ช.แอนติคเป็น 1 ใน 4 เหตุการณ์ฉลามโจมตีตามแนวชายฝั่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ในช่วงสองวันเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยหลังจากกระโดดเนินเขาเล่นน้ำกับเพื่อนด.ช.แอนติคก็ถูกฉลามกัดได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ขาและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเด็กในนครซิดนีย์ทันทีเด็กชายวัย 12 – ภาพถ่ายจากแฟ้มภาพ: เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชายหาดกำลังติดป้ายเตือนที่หาดแมนลี หลังจากชายคนหนึ่งถูกฉลามโจมตีในช่วงบ่าย ซึ่งเป็นการโจมตีครั้งที่สองในชายหาดทางตอนเหนือของซิดนีย์ในวันเดียวกัน และเป็นการโจมตีครั้งที่สามในรอบ 24 ชั่วโมง ประเทศออสเตรเลีย 19 มกราคม 2026เด็กชายวัย 12 – FILE PHOTO: A lifeguards places a sign at Manly Beach, after a…
-
สะเทือนใจ หญิงจีนป่วยมะเร็งกระดูก ถูกครอบครัวทอดทิ้ง โดนมองว่าเป็น “ภาระ”
คำว่า “ภาระ” ในวันที่ป่วย ทำให้เธอหลงทางและเจ็บปวด แต่วันนี้เลือกจะใช้ชีวิตทุกวันอย่างมีความหมาย – ภาพจาก QQ.comชีวิตที่ถูกตราหน้าว่าเป็น “ภาระ” หญิงจีนป่วยมะเร็งกระดูก ถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง ต้องตัดขา สู้โรคร้ายเพียงลำพัง ไร้ครอบครัวพึ่งพา จนชาวเน็ตทั่วโลกสะเทือนใจ25 มกราคม 2569- หญิงสาวจากจีนตะวันออกต้องเผชิญชะตากรรมอันโหดร้าย เมื่อการป่วยเป็นโรคมะเร็งกระดูกไม่เพียงพรากสุขภาพของเธอไป แต่ยังทำให้เธอสูญเสียครอบครัว หลังพ่อแม่ตัดสินใจตัดขาดความสัมพันธ์ และเรียกเธอว่าเป็นเพียง “ภาระ”เรื่องราวของเธอได้สร้างความสะเทือนใจและจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์เสี่ยว ซื่อเว่ยวัย 23 ปี จากมณฑลอานฮุย ล้มหมดสติระหว่างการสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยเมื่อปี 2564 แม้ร่างกายจะทรุดหนัก เธอยังคงฝืนทำข้อสอบจนเสร็จ ก่อนจะถูกวินิจฉัยในเวลาต่อมาว่าเป็น“โรคมะเร็งกระดูก”ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของชีวิตโรคมะเร็งในปี 2566 และ 2567 โรคมะเร็ง ของเธอกลับมาอีกครั้งและแพร่กระจายไปยังปอด ล่าสุดเธอเปิดเผยว่าพบก้อนเนื้อใหม่ในเยื่อหุ้มปอด – ภาพจาก QQ.comอาการของเธอทรุดลงอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี แพทย์จำเป็นต้องตัดขาขวาเพื่อยื้อชีวิต ทว่าในช่วงเวลาที่ต้องการกำลังใจมากที่สุด พ่อของเธอกลับตัดการติดต่อทันที ส่วนแม่ยอมพาเธอไปรักษาที่กรุงปักกิ่งก็เพียงเพราะคุณยายร้องขอ ก่อนจะหายไปจากชีวิตเธอหลังการผ่าตัด โดยทิ้งคำพูดที่เจ็บปวดไว้ว่า“ลูกสาวคนนี้คือภาระ”แม้ถูกทอดทิ้ง เสี่ยว ซื่อเว่ย ยังไม่ยอมแพ้ เธอสามารถสอบเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยครูเหอเฟยได้สำเร็จ พร้อมกับทำงานทุกอย่างที่พอทำได้ ทั้งเขียนนิยายออนไลน์ และถักของเล่นโครเชต์ออกขายตามท้องถนน…
-
มินนิโซตาระอุ! กวาดล้างผู้อพยพ จุดชนวนประท้วง ล่าสุดเสียชีวิตแล้ว 2
เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 มินนิโซตา สหรัฐอเมริกา เผชิญสถานการณ์ตึงเครียดครั้งใหญ่ หลังปฏิบัติการกวาดล้างผู้อพยพของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) นำไปสู่เหตุใช้กำลัง ที่มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย สร้างแรงสั่นสะเทือนทั้งทางสังคม การเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกลางกับรัฐบาลของรัฐเหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นชนวนให้เกิดการประท้วงต่อเนื่องในหลายเมือง และทำให้มินนิโซตาถูกจับตาในฐานะ "สมรภูมิใหม่" ของความขัดแย้งด้านนโยบายผู้อพยพในสหรัฐฯรายงานจากสื่อท้องถิ่นและองค์กรสิทธิมนุษยชน ระบุว่า ระหว่างการบุกจับกุมของเจ้าหน้าที่ ICE ในเขตเมือง มินนีแอโพลิส-เซนต์พอล และพื้นที่ใกล้เคียง ได้เกิดเหตุเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน ส่งผลให้มีผู้ถูกยิงเสียชีวิตอย่างน้อย 2 รายฝ่าย ICE ชี้แจงว่า การใช้กำลังเป็นไปเพื่อป้องกันตัว ขณะที่ฝ่ายครอบครัวผู้เสียชีวิตและกลุ่มสิทธิฯ โต้แย้งว่า เป็นการปฏิบัติการที่เกินกว่าเหตุ และเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างอิสระ โดยระบุว่า ตัวเลขผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตอาจยังไม่ใช่ยอดสุดท้ายการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นได้จุดชนวนความไม่พอใจในวงกว้าง ชาวบ้านและนักเคลื่อนไหวออกมาชุมนุมประท้วง เรียกร้องให้ระงับปฏิบัติการของ ICE ตรวจสอบการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ และคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้อพยพทั้งนี้ หลายพื้นที่ต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย และมีการยกเลิกกิจกรรมสาธารณะบางส่วน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุรุนแรงซ้ำความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้รัฐบาลกลาง กล่าวหาว่า ผู้นำรัฐมินนิโซตา และเมืองใหญ่ "ไม่ให้ความร่วมมือ" กับการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง ถึงขั้นมีการออกหมายเรียกให้ผู้บริหารระดับสูงเข้าให้ข้อมูลขณะที่ฝ่ายรัฐมินนิโซตา ยืนยันว่า การปฏิบัติการของ ICE…
-
ไวรัลสนั่น คลิปกลุ่มสาวเต้นโชว์ในงานวัด แต่งตัวชวนอึ้ง ด้านหน้าว่าแรงแล้ว หันหลังมาตาแทบแตก!
ดราม่าระอุ! คลิปแดนเซอร์สาวโชว์แรง เต้นในงานวัด ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ท่าเต้นแต่เป็นชุด! ชาวเน็ตเสียงแตก ดึงดูดหรือเกินงามดราม่าระอุ! คลิปแดนเซอร์สาวโชว์แรง เต้นในงานวัด ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ท่าเต้นแต่เป็นชุด! ชาวเน็ตเสียงแตก ดึงดูดหรือเกินงามกลายเป็นประเด็นถกเถียงบนโลกออนไลน์ หลังมีการเผยแพร่คลิปจากงานเทศกาลวัดในไต้หวัน ซึ่งจัดกิจกรรมการแสดงแดนซ์เพื่อดึงดูดผู้คนและสร้างสีสันให้กับงาน แต่กลับถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการแสดงดังกล่าวเพจ “紀錄廟會文化粉絲團” ซึ่งทำหน้าที่บันทึกและเผยแพร่วัฒนธรรมงานวัดในไต้หวัน ได้โพสต์คลิปวิดีโอที่เผยให้เห็นกลุ่มแดนเซอร์สาวแต่งกายด้วยเสื้อครอปตัวสั้น ทับแจ็กเก็ตยีนส์ และกระโปรงมินิสเกิร์ตตัวจิ๋ว เรียงแถวเต้นอย่างพร้อมเพรียงกลางงานวัด ซึ่งกระโปรงดูสั้นมากอยู่แล้วอย่างไรก็ตาม เมื่อแดนเซอร์หันหลัง กระโปรงที่สั้นมากทำให้เห็นกางเกงชั้นในสีขาวอย่างชัดเจนและจงใจ จนหลายคนรู้สึกอึดอัดและตั้งคำถามถึงความเหมาะสม โดยเฉพาะในพื้นที่วัดยอดวิวพุ่ง แต่เสียงวิจารณ์ถล่มคลิปดังกล่าวมียอดรับชมสูงมากในเวลาอันสั้น พร้อมความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่แสดงความไม่เห็นด้วย โดยมองว่าการแสดงลักษณะนี้บิดเบือนวัฒนธรรมงานวัด และไม่เหมาะสมกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และไม่ควรเกิดขึ้นในเทศกาลที่เกี่ยวกับศาสนาเช่นนี้ด้วยซ้ำ หรือแม้แต่จะเดินในที่สาธารณะที่ไม่ใช่ในวัดยังไม่ควรอีกมุมก็มีคนมองว่าไม่ร้ายแรงในอีกด้านหนึ่ง ก็มีชาวเน็ตบางส่วนออกมาปกป้อง โดยระบุว่าแดนเซอร์อาจสวมถุงน่องสีเนื้ออยู่ และไม่ควรตัดสินเพียงเพราะเห็นกระโปรงสั้น นอกจากนี้ยังมีความเห็นว่าอย่างน้อยกิจกรรมลักษณะนี้ก็ช่วยให้บรรยากาศในงานมีสีสัน และสงบ มากกว่าจะเกิดการทะเลาะรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในงานเทศกาลขนาดใหญ่ และยังดึงดูดผู้คนให้มางานเพิ่มอีกด้วยประเด็นดังกล่าวยังคงถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่แตกต่างระหว่างการอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิม กับการปรับตัวให้ทันความบันเทิงยุคใหม่