Category: ต่างประเทศ

  • ชายดับหลังดื่ม “น้ำมะพร้าว” สมองเสียหาย อวัยวะล้มเหลว ผลชันสูตรพบสิ่งชวนสยอง!

    สมองเสียหายรุนแรง อวัยวะหลายส่วนล้มเหลวเตือนภัย! ชายวัย 69 ปี เสียชีวิตหลังดื่มน้ำมะพร้าวที่ทิ้งไว้เกินเดือน สมองเสียหายรุนแรง อวัยวะหลายส่วนล้มเหลวเรื่องนี้เกิดขึ้นในประเทศเดนมาร์ก เมื่อชายวัย 69 ปี ได้ดื่มน้ำมะพร้าวเพียงเล็กน้อยก่อนจะพบว่าเกิดอาการแปลกๆ ตามมาอย่างรุนแรง ซึ่งสุดท้ายกลายเป็นข่าวใหญ่ในจีน ชี้ถึงอันตรายจากความไม่ใส่ใจในการดูแลผลไม้ต้นเหตุจากน้ำมะพร้าวที่ถูกละเลยจากรายงานของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยอาร์ฮุส (Aarhus University Hospital) ผู้เสียชีวิตซึ่งเรียกโดยย่อว่า “นายเอ” เคยลองดูดน้ำมะพร้าวแล้วพักไปก่อนไม่ได้ดื่มให้หมด จากนั้นเขาลืมทิ้งไว้ในห้องครัว ก่อนกลับมาดื่มอีกครั้งทันทีที่ เขาดื่มไปไม่กี่คำ รู้สึกได้ว่ารสชาติผิดปกติ จึงผ่ามะพร้าวดู และพบว่าข้างในมีร่องรอยเน่าเสีย มีของเหลวเหนียวและมีกลิ่นเหม็นชัดเจน ซึ่งผลไม้ใบนี้ถูกวางทิ้งไว้นานกว่า 1 เดือน โดยไม่ได้เก็บรักษาในอุณหภูมิแนะนำ 4–5 องศาเซลเซียสอาการหลังดื่มรุนแรงถึงชีวิตประมาณ 3 ชั่วโมงหลังจากดื่มน้ำมะพร้าว นายเอเริ่มมีอาการเหงื่อออก คลื่นไส้ อาเจียน จากนั้นหมดสติและล้มลง เมื่อรถพยาบาลนำตัวส่งโรงพยาบาล เขาอยู่ในภาวะครั่นเนื้อครั่นตัว ผิวซีด ลุกยืนไม่ได้ และมีความรู้สึกผิดปกติไม่กี่ชั่วโมงต่อมา อาการทรุดหนักขึ้น มีอาการชักตามมือและเท้า ไข้สูงเกือบ 40 องศาเซลเซียส มีภาวะกรดเกิน (metabolic acidosis) และสมองบวมรุนแรง ทางแพทย์ตรวจพบว่าในเลือดมีระดับแอมโมเนียพุ่งสูง สัญญาณของตับล้มเหลว…

  • “กษัตริย์สีหมุนี” โปรดเกล้าฯ ถอดยศ “วัน มรณา”

    (22 ส.ค. 68) Fresh News สื่อเขมร รายงานว่า พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี ได้ทรงมีพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนบรรดาศักดิ์ "ออกญา" ของ "ออกญา เฉง สรีรัตน์ (หรือที่รู้จักในชื่อ เลิฟ ริยา)" ตามคำขอของ "ฮุน มาเนต" นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาสืบเนื่องจากวัน มรณา หรือชื่อจริงคือ เลิฟ ริยา (Love Riya) อินฟลูเอนเซอร์และแม่ค้าออนไลน์ชาวกัมพูชา ถูกตำรวจเข้าจับกุมที่บ้านพักในจังหวัดกันดาลเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 หลังไลฟ์สดวิจารณ์รัฐบาลกัมพูชาและสมเด็จฯ ฮุน เซน เรื่องการปกปิดยอดทหารที่เสียชีวิต โดยมีการระบุว่าเธอถูกตั้งข้อหา "ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยก"นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวเรื่องสินค้า ประเภทครีมบำรุงผิวของเธอยี่ห้อ Love Riya ถูกตรวจสอบพบว่ามีสารเคมีต้องห้าม หลังจากการจับกุม ศาลได้คัดค้านการประกันตัวและเธอถูกควบคุมตัวในเรือนจำจังหวัดกันดาล

  • ปลื้มใจสุดขีด แม่สามีให้ “แหวนทอง” แต่พอเห็นชื้่อที่สลักด้านใน รีบถอดทิ้งทั้งน้ำตา…

    แม่สามีให้แหวนทอง 2 สลึง ดีใจแทบร้องไห้ แต่พอส่องกระจกกลับต้องรีบถอดแทบไม่ทันแม่สามีให้แหวนทอง 2 สลึง ดีใจแทบร้องไห้ ส่องกระจกเจอชื่อแฟนเก่าสามี รีบถอดแทบไม่ทันผู้หญิงคนหนึ่งเผยประสบการณ์สุดสะเทือนใจ หลังได้รับของขวัญจากแม่สามีเป็นแหวนทอง 2 สลึง แต่เมื่อส่องกระจกดูใกล้ๆ กลับพบความจริงสุดช็อก ทำให้ต้องรีบถอดแหวนออกในทันที พร้อมคำถามในใจที่ยังไม่มีคำตอบว่า… เธอเป็น "ตัวจริง" หรือแค่ "ตัวแทน" ในชีวิตคู่ครั้งนี้ของขวัญวันอาทิตย์ที่ไม่คาดคิดวันนั้นครอบครัวสามีมารวมตัวทานข้าวกันตามปกติ อยู่ๆ แม่สามีก็เรียกเธอไปหา พร้อมหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงออกมาจากตู้ แล้วพูดว่า “อันนี้แม่เก็บไว้นานแล้ว อยากให้เป็นของเก็บไว้กับลูก”เธอเปิดกล่องออกอย่างตื่นเต้น ภายในคือแหวนทองวาววับลวดลายสวยงาม มีน้ำหนักประมาณ 2 สลึง ดูมีมูลค่า เธอทั้งตกใจและดีใจ เพราะที่ผ่านมา แม่สามีไม่เคยหวานหรือสนิทสนมกับเธอมากนัก การได้ของขวัญครั้งนี้จึงรู้สึกเหมือนเป็นสัญญาณแห่งการยอมรับเธอสวมแหวนทันที รู้สึกพอดีนิ้วพอเหมาะพอเจาะ แสงไฟกระทบกับทองทำให้แหวนดูยิ่งเปล่งประกาย เธอชูมือให้สามีดูด้วยความภูมิใจ แต่เขากลับเงียบ ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ทำให้รู้สึกน้อยใจเล็กน้อย แต่ยังคิดในแง่ดีว่าเขาคงเขินที่แสดงความรู้สึกต่อหน้าคนในครอบครัวแต่เมื่อส่องกระจกกลับกลายเป็นฝันร้ายหลังขึ้นไปบนห้อง เธอยืนหน้ากระจกดูแหวนอีกครั้ง แสงจากหลอดไฟทำให้เห็นรายละเอียดของลวดลายชัดขึ้น ขณะเธอสังเกตด้านในแหวน พลันต้องชะงัก มือสั่น จนเผลอทำโทรศัพท์หล่นลงพื้นเพราะที่ด้านในแหวนมีการสลักตัวอักษรย่อไว้… และมันไม่ใช่ชื่อของเธอกับสามี! แต่กลับเป็นชื่อย่อของสามีและแฟนเก่าที่เคยถูกครอบครัวคัดค้านมาก่อน!เธอรู้สึกหัวใจถูกบีบ ราวกับโดนหักหลัง เธอค่อยๆ ถอดแหวนออก…

  • สุดซึ้ง! ลูกสาว เซอร์ไพรส์ แม่ สวมชุดแอร์โฮสเตสกลับบ้านในรอบ 10 เดือน

    คลิปไวรัล 25 ล้าน แอร์โฮสเตสสาวชาวฟิลิปปินส์ กลับบ้านเซอร์ไพรส์แม่ในรอบ 10 เดือนในชุดยูนิฟอร์มสายการบินระดับโลก ทำชาวเน็ตน้ำตาซึมกลายเป็นคลิปไวรัลที่สร้างความอบอุ่นและเรียกน้ำตาจากคนทั่วโลก เมื่อชารอน อิโดเน (Sharon Idone) แอร์โฮสเตสประจำสายการบินเอมิเรตส์ ชาวฟิลิปปินส์ วัย 23 ปี ได้โพสต์วิดีโอโมเมนต์สุดซาบซึ้ง ขณะที่เธอกลับบ้านไปเซอร์ไพรส์คุณแม่เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 1 ปี จนมียอดเข้าชมถล่มทลายกว่า 25 ล้านครั้งคลิปวิดีโอดังกล่าว เผยให้เห็นภาพของชารอนในชุดยูนิฟอร์มแอร์โฮสเตสสายการบินเอมิเรตส์แบบเต็มยศ เดินเข้าไปหาคุณแม่ที่กำลังนั่งอยู่ เมื่อคุณแม่หันมาเห็นภาพนางฟ้าคนสวยในชุดยูนิฟอร์มของสายการบินระดับโลกเป็นครั้งแรก ก็ถึงกับทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นและร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ ก่อนจะโผเข้ากอดไปลูกสาวด้วยความคิดถึงสุดซึ้ง! ลูกสาว เซอร์ไพรส์ แม่ สวมชุดแอร์โฮสเตสกลับบ้านในรอบ 10 เดือน-8ชารอน อธิบายว่า ตลอด 10 เดือนที่ผ่านมาเธอต้องทำงานอยู่ที่เมืองดูไบ และนี่เป็นการกลับบ้านครั้งแรก แม่ไม่เคยเห็นเธอในชุดยูนิฟอร์มมาก่อน เลยอยากทำให้วันนี้พิเศษที่สุด งานนี้ทำเอาชาวเน็ตที่ได้ชมคลิปความประทับใจนี้ถึงกับน้ำตาซึมไปตาม ๆ กันเรื่องราวของชารอนไม่ได้มีเพียงแค่ความกตัญญูเท่านั้น แต่โปรไฟล์ของเธอก็น่าทึ่งไม่แพ้กัน เพราะนอกจากการเป็นนางฟ้าบนเครื่องบินของสายการบินระดับโลกแล้ว เธอยังมีดีกรีเป็นถึงนางงาม โดยเมื่อปีที่แล้ว (2024) เธอเพิ่งคว้ามงกุฎ Miss Summit International มาครองได้สำเร็จ…

  • เพิกถอนบรรดาศักดิ์ ‘ออกนา’ วัน มรณา แม่ค้าเขมรคนดัง หลังถูกจับ

    เพิกถอนบรรดาศักดิ์ ‘ออกนา’ วัน มรณา แม่ค้าเขมรคนดัง หลังถูกจับจากกรณีสื่อกัมพูชารายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ จ.กันดาล ได้จับกุม เชง เสร็ยร็วต หรือ วัน มรณา เจ้าของร้านโลชั่นชื่อดัง Love Riya คาบ้านพักเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยสื่อระบุว่า เนื่องด้วยใช้ถ้อยคำที่ยั่วยุบนโซเชียลมีเดีย นั้นล่าสุด เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม เฟรชนิวส์ สื่อของกัมพูชา รายงานว่า พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี พระมหากษัตริย์กัมพูชา มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ เพิกถอนบรรดาศักดิ์ “ออกนา” ของ “ออกนา เชง เสร็ยร็วต” (หรือที่เรียกว่า “เลิฟ ริยา”) ตามที่ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ทูลเกล้าฯสำหรับ ออกนา เชง เสร็ยร็วต หรือที่รู้จักกันในชื่อ เลิฟ ริยา…

  • อุทาหรณ์! หามแม่ลูกสามเข้าห้องฉุกเฉิน หวิดหน้าอัมพาตเพียงเพราะ “บีบสิว”

    จากคอนเทนต์สู่อุทาหรณ์ แม่ลูกสามถูกหามส่งโรงพยาบาลด่วนหลัง “บีบสิว” จนหน้าเกือบเป็นอัมพาต แพทย์เตือน “สามเหลี่ยมมรณะ” มีอยู่บนใบหน้าลิช มารี คุณแม่ลูกสาม ได้กลายเป็นไวรัลบน TikTok หลังโพสต์วิดีโอเล่าประสบการณ์สุดอันตรายจากการบีบสิวในบริเวณที่เรียกว่า ‘สามเหลี่ยมแห่งความตาย’ บนใบหน้า ทำให้เธอมีอาการอักเสบอย่างรุนแรงและใบหน้าเป็นอัมพาตชั่วคราว จนต้องรีบไปพบแพทย์ลิชพยายามบีบสิวที่อยู่ใต้รูจมูกข้างซ้ายด้วยเล็บ แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมง เธอก็รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ใบหน้าซีกซ้ายของเธอบวมมากจนเมื่อพยายามจะยิ้ม มุมปากก็ขยับได้แค่ข้างเดียว หลังจากนั้นประมาณสี่ชั่วโมง เธอก็ไปที่ห้องฉุกเฉิน โดยแพทย์รีบให้ยาถึงสี่ชนิด รวมถึงยาปฏิชีวนะและสเตียรอยด์ เพื่อรักษาอาการติดเชื้อที่คาดว่าเข้าไปในกระแสเลือดผ่านทางแผลสิว@lishmarie1♬ Prokofiev: Romeo and Juliet, Op. 64, Act I: No. 13, Dance of the Knights – Mariinsky Orchestra & Valery Gergievกรณีของลิชไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะเคยมีเคสที่คล้ายคลึงกันหลายเคสที่คนบีบสิวในบริเวณเดียวกันนี้แล้วเกิดผลลัพธ์ที่เลวร้าย ตัวอย่างเช่น มีผู้หญิงคนหนึ่งอ้างว่าเธอติดเชื้อ Staph Infection ซึ่งเจ็บปวดยิ่งกว่าคลอดลูก จนทิ้งรอยแผลเป็นไว้ ส่วนแม่คนหนึ่งเล่าว่าลูกสาวของเธอต้องนอนโรงพยาบาลเป็นสัปดาห์และเข้ารับการผ่าตัดใบหน้า หลังอาการติดเชื้อจากสิวลุกลามแพทย์เตือนว่าเนื่องจากโครงสร้างทางกายวิภาคในบริเวณนี้ของใบหน้าถูกเรียกว่า “สามเหลี่ยมแห่งความตาย”…

  • นักเรียนวัย 18 ปี จุดไฟเผาครูสาว ปมแค้นถูกไล่ออกจากโรงเรียน

    สำนักข่าวต่างประเทศ NDTV รายงานว่า เกิดเหตุสะเทือนใจในรัฐมัธยประเทศ ของอินเดีย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (18 ส.ค.) นักเรียนชายวัย 18 ปี ก่อเหตุจุดไฟเผาครูอัตราจ้างหญิงวัย 26 ปี ที่บ้านพักในเมืองนรสิงห์ปุระ สืบเนื่องจากความแค้นส่วนตัว หลังครูเคยร้องเรียนพฤติกรรมไม่เหมาะสมของเขาผู้ต้องหาคือ สุริยันช์ โคชาร์ อดีตนักเรียนโรงเรียน Excellence School (Utkrisht Vidyalaya) เขตโควาลี เมืองนรสิงห์ปุระโดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเวลาประมาณ 15.30 น. วันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาเดินทางไปที่บ้านพักของครู พร้อมขวดบรรจุน้ำมันเบนซิน ก่อนราดใส่ร่างเธอแล้วจุดไฟเผาอย่างไม่ทันตั้งตัว จากนั้นรีบหลบหนีไปเหยื่อถูกไฟคลอก 10–15% ของร่างกาย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลประจำอำเภอ แพทย์ยืนยันว่าแม้อาการบาดเจ็บสาหัส แต่ไม่ถึงขั้นเป็นอันตรายถึงชีวิตการสอบสวนพบว่า สุรยันช์แอบชอบครูหญิงฝ่ายเดียว และเคยถูกไล่ออกจากโรงเรียนที่เธอสอนอยู่ โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า สาเหตุอาจปะทุจากเหตุการณ์ในวันชาติอินเดีย เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางครูได้สวมส่าหรีร่วมงานในโรงเรียน ขณะนั้นผู้ต้องหาได้แสดงความเห็นไม่เหมาะสม ครูสาวจึงยื่นเรื่องร้องเรียน ทำให้เขาไม่พอใจและวางแผนแก้แค้นเบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาตามมาตรา 124A และกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้อง…

  • เด็กชาย 2 ขวบ อยู่ในบ้านกับ “ศพแม่เลี้ยงเดี่ยว” ตอนเจอสภาพน่าเวทนา ตร.ควักเงินพาหาหมอเอง!

    เศร้าสลด เด็กชาย 2 ขวบ อาศัยอยู่กับ “ศพแม่” ในบ้านหลายวันโดยไม่มีใครรู้ เจอสภาพน่าเวทนา ตร.ควักเงินพาตรวจสุขภาพด่วน!เศร้าสลด เด็กชาย 2 ขวบ อาศัยอยู่กับ “ศพแม่” ในบ้านหลายวันโดยไม่มีใครรู้ เจอสภาพน่าเวทนา ตร.ควักเงินพาตรวจสุขภาพด่วน!ในบ้านอันเงียบสงบแห่งหนึ่งในเมืองเหวินโจว มณฑลเจ้อเจียง โศกนาฏกรรมได้เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ เมื่อแม่เลี้ยงเดี่ยวคนหนึ่งเสียชีวิตลง ปล่อยทิ้งลูกชายตัวน้อยไว้ข้างหลัง แม้จะไม่ต้องการ….เมื่อเพื่อนบ้านพบเห็นสภาพอันน่าเวทนาของเด็กชายและแม่ พวกเขาก็รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที จากนั้นเด็กชายก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจสุขภาพ และโชคดีที่ไม่มีปัญหาร้ายแรงใดๆท่ามกลางบรรยากาศที่เศร้าลสด สิ่งที่สร้างความทับประทับใจก็คือ ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจพาเด็กชายไปโรงพยาบาล และยังริเริ่มออกค่าใช้จ่ายสำหรับการตรวจสุขภาพให้ด้วยตนเองอีกด้วยตำรวจรายงานเมื่อวันอังคารที่ 19 สิงหาคม 2025 เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยยืนยันการเสียชีวิตของแม่ซึ่งระบุชื่อคือ“เจิ้ง” อายุ 28 ปี อาศัยอยู่กับลูกชายวัย 2 ขวบ แต่สาเหตุการเสียชีวิตยังคงสืบสวนต่อไปขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้เข้าแทรกแซง และประสานงานกับลุงและพ่อของเด็กชายอย่างรวดเร็ว เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับการดูแลที่จำเป็น และให้การสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้ายที่สุด เด็กชายก็ถูกส่งตัวไปอยู่กับผู้เป็นพ่อของเขา โดยทั้งหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงให้การสนับสนุนและช่วยเหลือครอบครัวของเขาในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

  • ช็อก สส.หนุ่มฟินแลนด์ จบชีวิตตัวเองภายในอาคารรัฐสภา เผยข้อความสุดท้าย

    ช็อก สส.หนุ่มฟินแลนด์ จบชีวิตตัวเองภายในอาคารรัฐสภา เผยข้อความสุดท้ายสำนักข่าว bbc รายงานว่า นายเอเมลี เพลโตเนน ส.ส.หนุ่มวัย 30 ปี จากพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย (SDP) ถูกพบเสียชีวิตอยู่ภายในอาคารรัฐสภาหลักในกรุงเฮลซิงกิ เมื่อช่วงเช้าวันอังคารที่ 19 ส.ค. 2568 โดยผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า นายเพลโตเนนจบชีวิตตัวเองเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกเรียกไปยังอาคารรัฐสภาในเวลา 11.06 น. วันอังคารที่ 19 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่น จากนั้นราว 3 ชั่วโมงต่อมา รัฐสภาได้ออกแถลงการณ์สั้นๆ ยืนยันการเสียชีวิตของนายเพลโตเนน ขณะที่ตำรวจระบุว่า ไม่พบร่องรอยที่ทำให้สงสัยว่าเป็นเหตุอาชญากรรมแต่อย่างใดการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของเขาสร้างความตกใจไปทั่วประเทศฟินแลนด์ โดยนักการเมืองจากทุกฝ่ายต่างออกมาร่วมแสดงความเสียใจ เช่น นางตีตติ ตุปปูไรเนน จากพรรค SDP ระบุว่า เขาเป็นสมาชิกชุมชนของเราผู้เป็นที่รักอย่างมาก และเราจะคิดถึงเขาอย่างยิ่ง ชีวิตอายุน้อยสิ้นสุดลงเร็วเกินไปมากนายเปตเตรี ออร์โป นายกรัฐมนตรียังสั่งยกเลิกการทำกิจกรรมทางการเมืองอย่างเป็นทางการทั้งหมดในวันอังคาร และสงบนิ่งไว้อาลัย 1 นาที เพื่อเป็นเกียรติแก่นายเพลโตเนน ผู้ที่เขาระบุว่า เป็นที่รักอย่างยิ่งของเพื่อนร่วมงานทั้งนี้ นายเพลโตเนนเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากภูมิภาคอูซีมา (Uusimaa) ทางใต้สุดของประเทศ และนี่เป็นการดำรงตำแหน่ง…

  • สุดเจ็บปวด สามีจีนรู้ความจริง ‘ลูกในท้องเมีย’ เป็นของชู้ข้างบ้าน โมโหจัดบุกแทงชู้

    เรื่องจริงสุดเจ็บปวด สามีชาวจีนพบความจริง เมียตั้งท้องลูกที่มาจากชายชู้ที่อยู่ข้างบ้าน ก่อนใช้มีดบุกแทงชู้ด้วยความโมโหเรื่องราวสุดเจ็บปวดในมณฑลเจียงซี ทางตะวันออกของจีน เมื่อสามีรายหนึ่งพบความจริงอันน่าตกใจระหว่างที่ภรรยาเข้ารับการทำแท้งว่าลูกในท้องไม่ใช่ของเขา แต่เป็นของเพื่อนบ้าน ด้วยความโมโห เขาจึงบุกไปทำร้ายชู้ด้วยมีดนายเฉิน สามีของหญิงสาวรายนี้ มักจะทะเลาะกับภรรยาของเขาอยู่บ่อยครั้ง ทั้งคู่สนิทสนมกับ นายเส้า ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่มักจะมาเยี่ยมพวกเขาอยู่เสมอ ในปี 2022 ขณะที่ทั้งสามไปทำงานนอกเมืองด้วยกัน ภรรยาของนายเฉินก็ได้แอบมีความสัมพันธ์ลับๆ กับนายเส้าจนกระทั่งตั้งครรภ์ และเมื่อทราบว่าเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูก เธอก็ตัดสินใจทำแท้งนายเฉินพานภรรยาไปโรงพยาบาลและจ่ายค่าผ่าตัดไปกว่า 10,000 หยวน (ประมาณ 45,000 บาท) แต่เขาก็ยังคงมีข้อสงสัยในตัวภรรยา เพราะอ้างว่าเขาป้องกันทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็พบแชทเชิงชู้สาวระหว่างภรรยากับนายเส้าในโทรศัพท์ของภรรยานายเส้า เพื่อนบ้านยอมรับเรื่องความสัมพันธ์และเสนอที่จะจ่ายค่าชดเชยให้ 38,000 หยวน (ประมาณ 172,000 บาท) เพื่อจบเรื่อง แต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายเฉินซึ่งกำลังมึนเมา ได้บุกไปที่บ้านของนายเส้าพร้อมมีดเพื่อทวงเงินค่าผ่าตัดทำแท้งที่ยังค้างจ่ายอีก 10,000 หยวนเขาใช้มีดแทงนายเส้าเข้าที่ศีรษะถึง 5 ครั้ง และขณะที่เกิดเหตุการณ์นี้ แม่ของนายเส้าที่พยายามเข้ามาห้ามก็ได้รับบาดเจ็บที่หน้าผากและมือด้วยเช่นกัน รายงานทางการแพทย์พบว่าทั้งนายเส้าและแม่ของเขาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยศาลตัดสินว่านายเฉินมีความผิดฐานเจตนาทำร้ายร่างกาย แต่พิจารณาแล้วพบว่ามีเหตุบรรเทาโทษ 2 ประการ คือ ภรรยาของเขาไม่ได้ปฏิบัติตามบรรทัดฐานทางศีลธรรม และ นายเส้าก็ไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ตกลงกันไว้ ในที่สุด…