Category: ต่างประเทศ
-
นักการเมืองฟินแลนด์ วัย 30 ปี จบชีวิตตัวเองในอาคารรัฐสภา
‘Eemeli Peltonen’ นักการเมืองฟินแลนด์หนุ่มวัย 30 ปี ถูกพบเสียชีวิตในอาคารรัฐสภาในกรุงเฮลซิงกิ‘Eemeli Peltonen’ นักการเมืองฟินแลนด์หนุ่มวัย 30 ปี ถูกพบเสียชีวิตในอาคารรัฐสภาในกรุงเฮลซิงกิAFP รายงานว่าเมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 สิงหาคม เวลา 11:00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ตำรวจพบร่างของ ‘Eemeli Peltonen’ สส.หนุ่ม จากพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย (SDP) โดยตำรวจได้ตรวจสอบเบื้องต้นระบุว่า ไม่พบร่องรอยที่ทำให้สงสัยว่าเป็นเหตุอาชญากรรมแต่อย่างใด ต่อมาแหล่งข่าวท้องถิ่นของ BBC รายงานว่าEemeli Peltonen เป็นคนจบชีวิตตัวเองTytti Tuppurainen ประธานกลุ่มพรรคสังคมประชาธิปไตย กล่าวในแถลงการณ์ว่า “การจากไปของ Eemeli Peltonen ทำให้ฉันและพวกเราทุกคนรู้สึกสะเทือนใจอย่างยิ่ง เขาเป็นสมาชิกที่ทุกคนรัก และเราจะคิดถึงเขาอย่างสุดซึ้ง ชีวิตที่ยังเยาว์ได้สิ้นสุดลงเร็วเกินไป เราขอร่วมไว้อาลัยและส่งกำลังใจไปยังครอบครัวของเขา”ด้าน ประธานาธิบดี Alexander Stubb ของฟินแลนด์ รวมถึงสมาชิกสภาหลายคน ต่างแสดงความเสียใจ โดย Stubb เขียนข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า “วันนี้เราได้รับข่าวเศร้าจากรัฐสภา ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของEemeli…
-
เตือน 3 เครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่ต้องถอดปลั๊ก เสียบใหม่บ่อยๆ “กินไฟกว่าเดิม” แถมเสี่ยงไหม้!
ผู้เชี่ยวชาญเตือน! เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ ผู้เชี่ยวชาญเตือน! ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าบ่อย เสี่ยงไฟไหม้ – บางชนิดไม่จำเป็นต้องถอดด้วยซ้ำไม่ใช่เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดที่ควรถอดปลั๊กเมื่อเลิกใช้งาน ผู้เชี่ยวชาญเผย ถอดบ่อยไปอาจเสี่ยงเกิดประกายไฟหรืออัคคีภัยโดยไม่รู้ตัว พร้อมแนะวิธีประหยัดไฟอย่างถูกต้องและปลอดภัยกว่าหลายคนเข้าใจว่าการถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ได้ใช้งานจะช่วยประหยัดไฟ แต่ผู้เชี่ยวชาญกลับเตือนว่า พฤติกรรม "ถอดและเสียบใหม่บ่อยๆ" อาจก่อให้เกิดอันตรายมากกว่าที่คิด และเครื่องใช้บางชนิดก็ไม่จำเป็นต้องถอดปลั๊กเลยด้วยซ้ำสำนักงานมาตรฐานและตรวจสอบสินค้า กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน ระบุว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภท เช่น โคมไฟตั้งโต๊ะ หรือเตาอบที่ไม่มีหน้าจอแสดงผล หากปิดการทำงานแล้ว จะไม่กินไฟแม้เสียบปลั๊กอยู่ จึงไม่จำเป็นต้องถอดปลั๊กขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่าไม่ควรถอดเสียบปลั๊กเป็นประจำ เพราะอาจทำให้แผ่นสปริงภายในเต้ารับคลายตัว เมื่อสัมผัสไม่แน่น อาจเกิดประกายไฟจนลุกลามเป็นเพลิงไหม้ ซึ่งอันตรายและไม่คุ้มกับค่าไฟที่ประหยัดได้ผู้ใช้บัญชีชื่อ 486 กูรูด้านงานบ้านชื่อดังของไต้หวัน ก็ให้ความเห็นในทิศทางเดียวกัน โดยแนะนำว่า หากต้องการประหยัดไฟจริงๆ ควรเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงานระดับเบอร์ 5 หรือรุ่นที่มีฉลากประหยัดไฟ จะได้ผลและปลอดภัยมากกว่าสำนักงานมาตรฐานฯ ยังชี้ว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ จะยังคงใช้ไฟเล็กน้อยในโหมดสแตนด์บาย "แม้จะไม่ได้เปิดใช้งาน" เครื่องใช้เหล่านี้จะมีไฟแสดงผลหรือฟังก์ชันสแตนด์บายที่ใช้ไฟเล็กน้อย ดังนั้น หากไม่ได้ใช้งานเป็นระยะเวลานาน ควรถอดปลั๊กเพื่อประหยัดพลังงาน ตัวอย่างได้แก่โทรทัศน์คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเครื่องปรับอากาศไมโครเวฟถอดปลั๊กบ่อย = เพิ่มความเสี่ยงไฟไหม้ เนื่องจากอาจทำให้ขั้วเต้ารับหลวม จากแรงเสียดสีสะสม เมื่อเสียบไม่แน่น อาจเกิดประกายไฟเล็กๆ ที่สะสมจนเกิดเพลิงไหม้ โดยเฉพาะในพื้นที่มีฝุ่นหรือวัสดุไวไฟ…
-
เหตุผลช็อกปนเศร้า… แม่ลูกมีทรัพย์สิน-รายได้ดี แต่ใช้ชีวิตอยู่ใน “บ้านขยะ” อาบน้ำที่สาธารณะ
มีรายได้ไม่ใช่น้อยๆ ต่อเดือน แต่สองแม่ลูกในญี่ปุ่นกลับอาศัยอยู่ มีรายได้ไม่ใช่น้อยๆ ต่อเดือน แต่สองแม่ลูกในญี่ปุ่นกลับอาศัยอยู่ "บ้านกองขยะ" และอาบน้ำที่โรงอาบน้ำสาธารณะ เหตุผลที่ได้ยินแล้วช็อก!ที่เขตหนึ่งอันคึกคักใจกลางกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เรื่องราวของสองแม่ลูกที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความรกสกปรก ในบ้านกลับเหมือนบ่อขยะ ทั้งที่ครอบครัวมีรายได้มั่นคงและถือครองทรัพย์สินมูลค่าสูง กลายเป็นกระแสฮือฮาบนโลกออนไลน์ตัวเอกของเรื่องคือ คุณยายนะจิโกะ ทานากะ (Nachiko Tanaka) วัย 83 ปี และลูกสาว อาคาเนะ (Akane Tanaka) วัย 47 ปี ทั้งสองเป็นเจ้าของอพาร์ตเมนต์ขนาด 7 ห้อง โดยเก็บไว้ใช้เอง 4 ห้อง และปล่อยเช่า 3 ห้อง ทำรายได้กว่า 400,000 เยนต่อเดือน (ประมาณ95,000 บาท)นอกจากนี้ คุณยายนะจิโกะ ยังได้รับเงินบำนาญจากสามีที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งโดยรวมถือว่าเป็นครอบครัวที่ไม่มีปัญหาด้านการเงินเลย แต่การใช้ชีวิตจริงๆ กลับตรงกันข้าม อพาร์ตเมนต์ของพวกเขารกอย่างหนัก ราวกับเป็น“บ้านขยะ”ทางเดินเต็มไปด้วยกล่องของขวัญที่ยังไม่ได้แกะห้องนั่งเล่นวางกองด้วยหนังสือ กระป๋อง ถุงของช้อปปิ้ง เดินแทบไม่ได้เคาน์เตอร์ครัวมีเครื่องปรุงวางระเกะระกะ ภาชนะสกปรก หม้อหุงข้าวก็พังอาหารแห้งจำนวนมากหมดอายุโดยยังไม่ถูกเปิดห้องนอนแน่นขนัดจนเปิดประตูได้เพียงไม่กี่เซนติเมตร“เราซื้อของที่ชอบ แต่ไม่เคยใช้…
-
เตือน! ปลา 2 ชนิด ที่ไม่ควรกินบ่อย เสี่ยงสะสม “ยาปฏิชีวนะ” และ “โลหะหนัก” ในร่างกาย
ปลา 2 ชนิดที่ไม่ควรกินบ่อยๆ เพราะอาจสะสม ปลา 2 ชนิดที่ไม่ควรกินบ่อยๆ เพราะอาจสะสม "ยาปฏิชีวนะ" และ "โลหะหนัก" ในร่างกายปลาถือเป็นเมนูจานโปรดของหลายบ้าน เพราะทั้งอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่รู้หรือไม่ว่า ไม่ใช่ปลาทุกชนิดที่ควรกินบ่อยๆ เพราะบางชนิดอาจซ่อน “ภัยสุขภาพ” ที่เราไม่รู้ตัว1. ปลาทะเลขนาดใหญ่ปลาชั้นดีอย่างปลาทูน่าครีบน้ำเงินหรือปลากระโทงดาบ แม้จะอุดมด้วยโปรตีนและโอเมก้า 3 แต่ก็มักมีสารปรอท (Mercury) สะสมในระดับสูง เพราะอยู่บนยอดห่วงโซ่อาหาร กินปลาตัวเล็กมาหลายชนิด จึงสะสมโลหะหนักไว้ในร่างกาย ยิ่งกินบ่อย ยิ่งเสี่ยง โดยเฉพาะในเด็กเล็กและหญิงตั้งครรภ์ อาจกระทบต่อสมองและพัฒนาการของระบบประสาท2. ปลาน้ำจืดที่โตไวผิดปกติปลาบางชนิดที่ถูกเลี้ยงเพื่อให้โตเร็วและขายได้ในไม่กี่เดือน อาจถูกเร่งโตด้วยยาปฏิชีวนะหรือฮอร์โมน นอกจากนี้ปลาพวกนี้มักอาศัยอยู่ในสภาพน้ำที่ไม่สะอาด เช่น ก้นบ่อโคลน ซึ่งเสี่ยงต่อการปนเปื้อนพยาธิ สารโลหะหนัก และเชื้อโรคต่างๆวิธีเลือกปลาปลอดภัยดูสีปลา: เนื้อปลาควรดูใส ไม่หมองหรือซีดดมกลิ่น: ถ้ามีกลิ่นฉุนผิดปกติ อาจมีการฟอกด้วยสารเคมีกดเนื้อปลา: ถ้ากดแล้วเด้งกลับ คือปลาสด แต่ถ้ายุบไม่คืน แสดงว่าเนื้อเละ ไม่สดกินปลาอย่างไรให้ปลอดภัย?แนะนำกินปลา 2–3 มื้อต่อสัปดาห์ โดยแต่ละมื้อไม่เกิน 150 กรัมควรเลือกกินคู่กับผักที่มีวิตามินซีสูง เช่น บรอกโคลี…
-
หนุ่มจีนคลั่งรัก ถูกแฟนสาววัย 17 หลอกขายให้แก๊งคอลฯ ในเมียนมา ก่อนถูกซ้อมเรียกค่าไถ่
หนุ่มจีนวัย 19 ปี ถูกแฟนสาววัย 17 ลวงไปขายให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมียนมา ถูกบังคับทำงานและทุบตีจนสูญเสียการได้ยิน ก่อนเรียค่าไถ่หลักล้านเปิดเรื่องราวสุดสะเทือนใจของชายหนุ่มชาวจีนวัย 19 ปี ที่ตกหลุมพรางความรักจนถูกแฟนสาววัยเพียง 17 ปี ลวงไปขายให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเมียนมา ต้องเผชิญชะตากรรมสุดเลวร้าย ถูกบังคับทำงานหลอกลวงผู้คนเกือบทั้งวันทั้งคืน หากทำยอดไม่ได้จะถูกทุบตีทรมานอย่างทารุณ จนสูญเสียการได้ยินและน้ำหนักลดฮวบ ครอบครัวต้องจ่ายค่าไถ่ก้อนโตเพื่อช่วยชีวิตกลับบ้านเรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยโดยพี่สาวของชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้าย ซึ่งไม่ขอเปิดเผยนาม จากเมืองจ้านเจียง มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน โดยเธอได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดผ่านสื่อของจีนว่า น้องชายของเธอได้พบกับหญิงสาววัย 17 ปีคนหนึ่งที่โต๊ะบิลเลียดเมื่อปีที่แล้ว หญิงสาวคนนี้มีท่าทีร่าเริง แต่งตัวทันสมัยและดูเซ็กซี่ แต่กระเป๋าแบรนด์เนมที่ใช้ให้ความรู้สึกเหมือนของลอกเลียนแบบภาพจาก: The Daily Starหญิงสาวได้สร้างเรื่องราวว่าตนเองมาจากมณฑลฝูเจี้ยน และมีพ่อแม่ที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจซึ่งมีการลงทุนในหลายพื้นที่ รวมถึงในประเทศเมียนมา เธอมักจะเล่าเรื่องธุรกิจของครอบครัวให้น้องชายของเธอฟัง และในที่สุดก็ชักชวนให้เขาเดินทางไปทำงานที่นั่นด้วยกันด้วยความคลั่งรักของชายหนุ่มวัย 19 ปี จึงตัดสินใจเดินทางไปยังประเทศไทยพร้อมกับแฟนสาวโดยไม่ได้บอกครอบครัว ก่อนจะมุ่งหน้าต่อไปยังประเทศเมียนมา แต่แล้วฝันร้ายก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อพวกเขาเดินทางถึงชายแดนพี่สาวเล่าว่า “น้องชายของฉันบอกว่าคนที่มารับเขามีอาวุธ และได้ยึดพาสปอร์ตกับโทรศัพท์ของเขาไป ตอนนั้นแฟนสาวของเขาก็อ้างว่าต้องไปรับใครบางคน แล้วก็ทิ้งน้องชายของฉันไว้ที่นั่น” โชคยังดีที่น้องชายของเธอได้อ้อนวอนขอยืมโทรศัพท์ของหญิงสาวคนนั้นมาเล่น และฉวยโอกาสส่งข้อความสั้น ๆ กลับมาขอความช่วยเหลือจากครอบครัว ซึ่งทางครอบครัวก็ได้รีบแจ้งตำรวจในทันทีภาพจาก: The Daily Starหลังจากถูกทิ้ง ชายหนุ่มถูกนำตัวไปยังแหล่งซ่องสุมของแก๊งต้มตุ๋น…
-
มาแล้ว! พระนางชื่อดัง ประกาศข่าวดี คลอดลูกคนแรกเเล้ว หลังใช้ชีวิตอย่างปกปิด (ต่างประเทศ)
มาแล้ว! พระเอกดัง ประกาศข่าวดี ภรรยาคลอดลูกคนแรกเเล้ว หลังใช้ชีวิตปกปิด (ต่างประเทศ)เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งของครอบครัวที่ล่าสุดทางด้านนักแสดงสาว สวีเหว่ยหนิง ที่ล่าสุดโพสต์ภาพเท้าเล็ก ๆ ของลูกน้อย พร้อมข้อความว่า ประกาศว่าทั้งแม่และลูกปลอดภัยดี หลังแต่งงานกับ ชิวเจ๋อ ตั้งแต่ปี 2021 แม้แต่งงานมานานกว่า 3 ปี แต่ชีวิตคู่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวก่อนหน้านี้ สวีเหว่ยหนิง ถูกสื่อจับภาพขณะตั้งครรภ์กว่า 7 เดือน โดยสื่อรายงานว่าเป็น เด็กผู้ชาย ด้าน ชิวเจ๋อ เผยความรู้สึกว่า อบอุ่นใจมาก ขอบคุณทุกคน ท่ามกลางแฟนคลับต่างร่วมแสดงความยินดี
-
แฟนๆเป็นห่วง นางเอกดัง เคลื่อนไหว หลังหนุ่มคู่จิ้นประกาศแต่งงาน ท่ามกลางข่าวลือคบกันนาน 20 ปี (ต่างประเทศ)
แฟนๆเป็นห่วง นางเอกดัง เคลื่อนไหว หลังหนุ่มคู่จิ้นประกาศแต่งงาน ท่ามกลางข่าวลือคบกันนาน 20 ปี (ต่างประเทศ)จากกรณีที่ก่อนหน้านี้นักร้องหนุ่ม คิม จองกุก ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า ผมกำลังจะแต่งงานครับ จริงๆ ก็แอบๆ บอกใบ้ไปบ้างแล้ว แต่ผมเชื่อว่าหลายคนน่าจะรู้สึกประหลาดใจ ปีนี้เป็นปีที่ 30 ในวงการของผม แทนที่จะทำอัลบั้มที่อยากทำ ผมกลับสร้างอีกครึ่งหนึ่งของผม ขึ้นมาครับ แม้ว่าจะช้าไปหน่อย แต่ก็ยังดีที่ได้แต่งงานทั้งนี้ทางด้านคู่จิ้นอย่าง ยุน อึนฮเย ได้ออกมาเคลื่อนไหวโพสต์ภาพชีวิตประจำวันอย่างสงบ หลังมีข่าวการประกาศแต่งงานของนักร้องหนุ่ม คิม จองกุก ซึ่งเคยมีข่าวลือว่าทั้งคู่คบหากันมายาวนานถึง 20 ปี ขณะนี้ ยุน อึน-ฮเย กำลังเตรียมตัวสำหรับคอนเสิร์ตใหญ่ของ Baby V.O.X. ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26 และ 27 กันยายน
-
ฉาวโฉ่วงศ์ตระกูล! บุตรชายของเจ้าหญิงนอร์เวย์ถูกตั้งข้อหาข่มขืนสาว 4 ราย อาจติดคุก 10 ปี
บุตรชายวัย 28 ปีของมกุฎราชกุมารีนอร์เวย์ ถูกตั้งข้อหาข่มขืนผู้หญิง 4 คน และก่อเหตุความรุนแรงหลายครั้ง อาจได้รับโทษจำคุกสูงสุด 10 ปีบุตรชายวัย 28 ปีของมกุฎราชกุมารีนอร์เวย์ ถูกตั้งข้อหาข่มขืนผู้หญิง 4 คน และก่อเหตุความรุนแรงหลายครั้ง อาจได้รับโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ตามรายงานจากอัยการที่เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมามาริอุส บอร์ก ฮอยบี (Marius Borg Hoiby) เกิดจากความสัมพันธ์ก่อนที่ มกุฎราชกุมารีเมตเต-มาริต (Mette-Marit) จะแต่งงานกับ มกุฎราชกุมารฮากอน (Crown Prince Haakon) เขาถูกสอบสวนตั้งแต่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมปีที่แล้ว ในข้อหาทำร้ายร่างกายอดีตแฟนสาวอัยการสตุร์ลา เฮนริกสบอ (Sturla Henriksbo) ระบุว่า เขาถูกกล่าวหาว่าข่มขืนผู้หญิง 4 คนขณะพวกเธอกำลังนอนหลับ โดยอย่างน้อย 3 คดี เขาได้พบกับผู้หญิงเหล่านั้นในวันเดียวกัน และมีเพศสัมพันธ์โดยสมัครใจก่อนที่จะเกิดการข่มขืน986e48d6-cfd7-4246-99f9-0f914ฮอยบี ยังถูกตั้งข้อหาถ่ายวิดีโออวัยวะเพศของผู้หญิงโดยที่พวกเธอไม่รู้ตัว ซึ่งอัยการเผยว่ามีคลิปวิดีโอและภาพถ่ายเป็นหลักฐานเหตุการณ์ข่มขืนทั้ง 4 ครั้งเกิดขึ้นในปี 2018, 2023…
-
หญิงใจบุญสละไตให้เจ้านาย แต่กลับถูกไล่ออกเพราะปัญหาสุขภาพ เปิดบทสรุปของคดี
หญิงใจบุญสละไตให้เจ้านาย แต่กลับถูกไล่ออกเพราะถูกมองว่า “สุขภาพไม่แข็งแรงทำงานไม่ไหว”: บทสรุปของคดีสะเทือนสังคมจะเป็นเช่นไร?หญิงใจบุญสละไตให้เจ้านาย แต่กลับถูกไล่ออกเพราะถูกมองว่า “สุขภาพไม่แข็งแรงทำงานไม่ไหว” บทสรุปของคดีสะเทือนสังคมจะเป็นเช่นไร?เพียงไม่กี่เดือนหลังการผ่าตัดสละไตเพื่อช่วยชีวิตเจ้านาย เธอกลับถูกไล่ออกย้อนกลับไปปี 2012 เรื่องราวชวนช็อกนี้กลายเป็นข่าวดังไปทั่วสหรัฐอเมริกา และถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางบนโซเชียลมีเดีย "เด็บบี สตีเวนส์" พนักงานผู้ขยันขันแข็ง ยอมบริจาคไตให้เจ้านายเพื่อช่วยชีวิตเขา แต่เพียงไม่กี่เดือนหลังการผ่าตัด เธอกลับถูกเลิกจ้างกรณีนี้ได้จุดกระแสความโกรธแค้นในสังคมอย่างรุนแรง และจนถึงทุกวันนี้ เรื่องราวของผู้หญิงที่ถูกไล่ออกเพราะ “สุขภาพไม่แข็งแรงพอทำงาน” หลังสละไต ยังคงถูกพูดถึงและแชร์ต่ออย่างไม่รู้จบแล้วความจริงเบื้องหลังคดีสะเทือนขวัญนี้คืออะไร? และบทสรุปสุดท้ายจะเป็นเช่นไร?น้ำใจอันสูงส่งกับชะตากรรมที่ไม่คาดคิดเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในปี 2010 เมื่อเด็บบี สตีเวนส์ พนักงานบริษัท Atlantic Automotive Group ที่ลองไอส์แลนด์ ทราบข่าวว่าเจ้านายของเธอ แจ็กเกอลีน บรูเซีย กำลังมองหาผู้บริจาคไต ด้วยจิตใจที่เปี่ยมด้วยเมตตา สตีเวนส์จึงอาสาช่วยเหลือ และข้อเสนอนี้ก็ได้รับการตอบรับแม้ว่าเธอจะไม่สามารถบริจาคไตให้บรูเซียโดยตรงได้ แต่สตีเวนส์ก็ยินดีเข้าร่วม “การแลกเปลี่ยนไตแบบเป็นเครือข่าย” โดยเธอได้ผ่าตัดในเดือนสิงหาคม ปี 2011 มอบไตหนึ่งข้างให้กับคนแปลกหน้า เพื่อเปิดโอกาสให้บรูเซียได้รับไตที่เหมาะสมยิ่งกว่าจากผู้บริจาครายอื่นทว่า หลังการผ่าตัด สตีเวนส์ต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพตามมา ทั้งอาการปวดท้อง ความผิดปกติด้านการย่อยอาหาร และความลำบากในการยกของหนัก ตามคำฟ้องของทนายความเมื่อเธอกลับมาทำงานในเดือนกันยายนปีเดียวกัน นางบรูเซียกลับแสดงท่าทีเย็นชา และไม่ยอมปรับสภาพการทำงานให้เหมาะกับสุขภาพของเธอ บรูเซียยังถูกกล่าวหาว่าละเลยคำแนะนำจากแพทย์ บังคับให้สตีเวนส์ทำงานหนักเช่นเดิม…
-
‘ไอดอลสาว’ โพสต์ภาพ ‘Before-After’ พลิกลุคจากสาวจืดกลายเป็นไวรัล
“ไม มิยาวากิ” ไอดอลสาวญี่ปุ่น สร้างความประหลาดใจให้ชาวเน็ต ด้วยภาพเปรียบเทียบลุค ก่อน-หลัง แต่งหน้า จากสาวใสไร้เมกอัพสู่ไอดอลจัดเต็ม กลายเป็นกระแสไวรัลทันทีเว็บไซต์ต่างประเทศ "ETtoday" ได้รับความสนใจจากชาวเน็ตทั่วโลกหลังเผยแพร่เรื่องราวของ "ไม มิยาวากิ" (Mai Miyawaki) ไอดอลสาวญี่ปุ่นวัย 35 ปีจากวง KRD8 กลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ หลังจากที่เธอโพสต์ภาพเปรียบเทียบลุคก่อนและหลังการแต่งหน้า ซึ่งความแตกต่างที่น่าตกใจทำให้โพสต์ของเธอกลายเป็นไวรัลในทันทีโดยภาพที่ทำให้เกิดกระแสไวรัลนี้แสดงให้เห็น ไม มิยาวากิ ในลุคสบายๆ หลังเลิกงาน เธอรวบผม สวมแว่นตา และเสื้อผ้าเรียบง่าย ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับลุคในภาพอื่นที่เธอแต่งหน้า แต่งตัวจัดเต็มและขึ้นแสดงบนเวทีอย่างสดใสและมั่นใจ หากใครที่ได้เห็นภาพนี้เป็นครั้งแรก คงไม่คิดว่าหญิงสาวในภาพคือไอดอลตัวจริงเสียงจริงไม มิยาวากิ กล่าวติดตลกถึงความแตกต่างนี้ว่า "รูปลักษณ์และท่าทางสำคัญจริงๆ นะ" และยอมรับว่าภาพดังกล่าวเป็นลุคส่วนตัวของเธอที่ไม่ได้ตั้งใจจัดฉาก ซึ่งถ่ายไว้เมื่อคืนก่อนหน้านั้นเอง เธอยังเสริมด้วยว่า แม้จะเป็นหลานสาวของนักแสดงตลกชื่อดัง จินไน โทโมโนริ แต่ปัจจุบันก็ยังไม่ได้เป็นไอดอลระดับแถวหน้าในวงการโพสต์ของเธอได้รับความสนใจอย่างถล่มทลาย มียอดเข้าชมมากกว่า 4.5 ล้านครั้ง และมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย เช่น "ต้องล้อกันเล่นแน่ๆ แค่แกล้งทำตัวบ้านๆ ใช่ไหม" และ "นี่เธออายุ 35…