Category: ต่างประเทศ
-
แม่ฆ่าหั่นศพลูกชายแท้ๆ สารภาพบาป ปกป้องแฟนลูกจากนรกในบ้าน คนแห่สงสารฆาตกร
คดีเศร้า แม่ฆ่าหั่นศพลูกชายแท้ๆ อ้างทำไปเพื่อปกป้องแฟนสาวลูกจากความรุนแรงในครอบครัวเหตุสะเทือนขวัญในอิตาลี หญิงวัย 61 ปี ถูกจับกุมในข้อหาฆาตกรรมหั่นศพลูกชายวัย 35 ปีของตนเอง แต่เบื้องหลังกลับมีเรื่องราวสุดซับซ้อน เธออ้างว่าทำไปเพื่อปกป้องแฟนสาวของลูกที่ถูกทารุณกรรมอย่างหนักคดีนี้ถูกเปิดโปงขึ้นหลังจากมีผู้แจ้งว่าได้กลิ่นเน่าเหม็นโชยออกมาจากถังขยะในเมืองเจโมนา เดล ฟรียูลี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลี จนนำไปสู่การค้นพบชิ้นส่วนศพของนายอเลสซานโดรหนึ่งสัปดาห์ต่อมา แฟนสาวของนายอเลสซานโดร เกิดภาวะทางจิตจนเข้ามอบตัวกับตำรวจ จากนั้นนางโลเรนา ผู้เป็นแม่ ก็ยอมรับสารภาพ ทั้งคู่จึงถูกจับกุมจากการสอบสวนพบว่า นายอเลสซานโดรเป็นคนว่างงาน ติดสุราและยาเสพติด อีกทั้งยังมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงกับแม่และแฟนสาวที่อาศัยอยู่ด้วยกันมาตลอด ชนวนเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเขาเสนอว่าจะพาแฟนสาวและลูกที่เพิ่งเกิดย้ายไปอยู่โคลอมเบีย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของฝ่ายหญิงนางโลเรนาให้การว่า เธอรักแฟนสาวของลูกเหมือนลูกสาวแท้ๆ และทนไม่ได้ที่ต้องเห็นเธอถูก “ทุบตี ด่าทอ และขู่ฆ่า” มาเป็นเวลานาน อีกทั้งอาการซึมเศร้าหลังคลอดของเธอก็ไม่เคยได้รับความใส่ใจ“ฉันปล่อยให้พวกเขาย้ายไปโคลอมเบียไม่ได้ ที่นั่นอันตรายมากสำหรับเธอกับหลาน หนทางเดียวที่จะหยุดเขาก็คือฆ่าเขาทิ้ง” นางโลเรนากล่าวเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม นางโลเรนาได้ลอบใส่ยาในเครื่องดื่มของลูกชาย ก่อนจะฉีดอินซูลินในปริมาณมาก และใช้หมอนกับเชือกรองเท้าสังหารเขาในที่สุด ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดแฟนสาวของลูกชายมีส่วนร่วมและให้ความช่วยเหลือด้วย จากนั้นนางโลเรนาได้ใช้เลื่อยหั่นศพและนำไปทิ้งในถังขยะเบื้องต้น นางโลเรนาถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมและซ่อนเร้นศพ ส่วนแฟนสาวของลูกชายถูกตั้งข้อหามีส่วนร่วมในการฆาตกรรม ทั้งคู่จะถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังผลชันสูตรศพออกมาชัดเจน สำหรับทารกวัย 6 เดือนซึ่งเป็นลูกของนายอเลสซานโดรและแฟนสาว ขณะนี้อยู่ในความดูแลของหน่วยงานสังคมสงเคราะห์แล้วอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องสยอง ดาวติ๊กต๊อกสาว ถูกฆ่าหั่นศพ พบชิ้นส่วนอุดตะแกรงในแม่น้ำเปรูสลด! แม่ฆ่าลูกออทิสติก หวังฆ่าตัวตายตาม…
-
สื่อกัมพูชา ขู่สวีเดน ปมขายเครื่องบินกริพเพนให้ไทย
สื่อกัมพูชา Kampuchea Thmey Daily ตีบทความ ระบุถึง “สวีเดน” ปมขายเครื่องบินกริพเพนเพิ่มให้กับไทย โดยระบุว่า สวีเดนเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงที่ดีมากในภูมิภาคยุโรป ในด้านการส่งเสริมสันติภาพและสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผ่านนโยบายต่างประเทศและการสนับสนุนทางการเงินแก่องค์กรระหว่างประเทศ เพื่อดำเนินกิจกรรมส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยแต่อาจสูญเสียชื่อเสียง ในฐานะประเทศที่ส่งเสริมสันติภาพและสิทธิมนุษยชน หากยังคงเดินหน้าขายเครื่องบินขับไล่กริพเพน E/F รุ่นใหม่ให้กับประเทศไทย ซึ่งถูกกล่าวหาว่า ใช้ในการรุกรานประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาซึ่งช่วงระหว่างความขัดแย้งทางอาวุธ 5 วัน (24-28 กรกฎาคม แต่ในบทความเขียนเป็นเดือนสิงหาคม) สื่อไทยได้รายงาน ว่ากองทัพไทยได้ใช้เครื่องบินขับไล่กริพเพน C/D ที่ซื้อจากสวีเดนในปี 2554 ในปฏิบัติการทางทหารควบคู่ไปกับเครื่องบินขับไล่ F-16 และอ้างว่ากองทัพไทย ได้โจมตีวัดวาอาราม, ปราสาท, บ้านเรือน และสังหารพลเรือนไปมากมาย ซึ่งอาจเข้าข่าย“อาชญากรรมสงคราม” หากกัมพูชาเลือกฟ้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC)ขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยเพิ่งอนุมัติแผนซื้อ Gripen E/F จำนวน 4 ลำ มูลค่ากว่า 19,500 ล้านบาท และมีแผนนำเข้าให้ครบ 12 ลำภายในปี 2572สื่อกัมพูชาบอกว่า การใช้เครื่องบินเพื่อการป้องกันตนเองนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่การใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการรุกรานนั้น…
-
ลูกชายวัย 15 ฆ่าพ่อที่เป็นหมอ ออกไปเที่ยวก่อนมอบตัว ตำรวจยังอึ้งคำสารภาพ
ลูกชายวัย 15 ฆ่าพ่อที่เป็นหมอ ออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน ก่อนเดินขึ้นโรงพักมอบตัว ตำรวจยังอึ้งคำสารภาพลูกชายวัย 15 ฆ่าพ่อที่เป็นหมอ ออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน ก่อนเดินขึ้นโรงพักมอบตัว ตำรวจยังอึ้งคำสารภาพตามรายงานของสื่อญี่ปุ่น ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลโอบ้งในประเทศญี่ปุ่น ได้เกิดเหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญขึ้นที่เมืองคิริว จังหวัดกุนมะ เหตุเกิดในครอบครัวหนึ่งที่มีสมาชิก 4 คน ประกอบด้วย พ่อวัย 48 ปีซึ่งมีอาชีพเป็นแพทย์ แม่ ลูกชายวัย 15 ปีที่กำลังเรียนชั้นมัธยมต้น และน้องสาว โดยในช่วงวันหยุด แม่และน้องสาวกลับไปเยี่ยมญาติบ้านเกิด เหลือเพียงพ่อกับลูกชายอยู่บ้านตามลำพังคำสารภาพของลูกชายเหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ส.ค. เด็กชายวัย 15 ปี หยิบมีดทำครัวขึ้นมาแล้วฟันเข้าที่คอและท้องของผู้เป็นพ่ออย่างรุนแรง จนพ่อเสียชีวิตคาที่ หลังจากนั้นเขาใช้ชีวิตตามปกติ กระทั่งวันที่ 14 ส.ค. เวลาประมาณ 4 ทุ่ม จึงเดินทางไปยังสถานีตำรวจสาขาหน้า JR คิริว พร้อมสารภาพว่า “ผมแทงพ่อ” ก่อนจะถูกจับกุมในวันที่ 15 ส.ค. ฐานต้องสงสัยฆ่าคนตายสิ่งที่ทำให้ตำรวจตกใจคือ เด็กชายสารภาพว่า หลังจากก่อเหตุ เขายังออกไปเที่ยวกับเพื่อน…
-
สื่อกัมพูชาขู่สวีเดน เตรียมเสียเครดิตบนเวทีโลก หากขาย “กริพเพน” ให้ไทย
สื่อกัมพูชาขู่สวีเดน! เตรียมเสียแชมป์ด้านสิทธิมนุษยชน ความโปร่งใส ชื่อเสียง และการยกย่องจากเวทีนานาชาติ หากยังเดินหน้าขาย ผู้สื่อข่าวรายงาน เว็บไซต์กัมปูเจียทะแมย์เดลี่ (Kampuchea Thmey Daily) เว็บไซต์ข่าวกัมพูชา เผยแพร่บทความข่าวผลิตโดยนายรัน เร็ย (Ran Ray) ระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในอาเซียน ที่ได้ซื้อเครื่องบินขับไล่ “กริพเพน” ที่ผลิตในสวีเดนไปใช้ในการรุกรานประเทศเพื่อนบ้านการใช้เครื่องบินดังกล่าวของไทยในการรุกรานครั้งนี้ ได้ก่อให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงในสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งจากชาวกัมพูชาและชาวต่างชาติ ที่เรียกร้องให้รัฐบาลสวีเดนทบทวนสัญญาซื้อขายที่ทำไว้กับทางการไทยนายรัน เร็ย ระบุว่า สวีเดนเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในทางที่ดีมาโดยตลอดในสายตาประเทศต่าง ๆ ในยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบทบาทการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ผ่านนโยบายต่างประเทศและการสนับสนุนทางการเงินแก่หลายองค์กรระหว่างประเทศเพื่อทำกิจกรรมส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยอย่างไรก็ตาม สวีเดนอาจสูญเสียสถานะความเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงสะอาด โปร่งใส และเป็นเสมือนแชมป์ในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เสรีภาพในการแสดงออก และได้รับการยกย่องในเวทีระหว่างประเทศ หากยังคงเดินหน้าขายเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F ให้แก่ไทย ซึ่งถูกนำไปใช้รุกรานกัมพูชาตลอดการสู้รบ 5 วัน 5 คืน ระหว่างวันที่ 24–28 สิงหาคม สื่อมวลชนไทยรายงานว่า ไทยได้นำเครื่องบินขับไล่ Gripen C/D ที่ซื้อจากสวีเดนในปี 2011 รวมถึงเครื่องบินรบ…
-
แม่จูงมือลูกเดินเข้าโรงพยาบาล ใครเห็นก็ช็อก “สิ่งนี้” ปักบนหัวเด็ก แข็งแกร่งมาก!
สุดหวาดเสียว แม่จูงมือลูกเดินเข้าโรงพยาบาล ใครเห็นก็ช็อก สุดหวาดเสียว แม่จูงมือลูกเดินเข้าโรงพยาบาล ใครเห็นก็ช็อก "สิ่งนี้" ปักอยู่บนหัวเด็ก แข็งแกร่งมาก!เกิดเหตุสุดเหลือเชื่อที่นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน เด็กหญิงวัย 3 ขวบถูกมีดผลไม้ปักเข้าที่ศีรษะด้านขวา แต่กลับไม่ร้องไห้ ไม่ส่งเสียงโวยวาย เดินจูงมือแม่เข้าโรงพยาบาลด้วยสีหน้าเรียบเฉย หลังเข้ารับการผ่าตัด แพทย์ยืนยันอาการปลอดภัย ไม่มีอันตรายถึงชีวิต ความนิ่งของเด็กน้อยยังกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์จีนตามรายงานจากสื่อท้องถิ่นและเวย์ป๋อ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ที่ผ่านมา มีดผลไม้ยาวประมาณ 15 เซนติเมตรปักทะลุจากเหนือหูขวาเข้าไปในกะโหลก โดยส่วนใบมีดยังคงโผล่ออกมา ไม่สามารถดึงออกได้เอง คลิปที่เผยแพร่ในเวย์ป๋อแสดงให้เห็นเด็กหญิงจับมือแม่ เดินเข้าโรงพยาบาลประชาชนเขตตงชวน เมืองคุนหมิงด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทั้งที่ภาพเหตุการณ์น่าหวาดเสียวอย่างมากทางโรงพยาบาลระบุว่า เด็กหญิงได้รับการผ่าตัดนำมีดออกเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อาการทรงตัว ปลอดภัย แพทย์ชี้ว่าการที่คุณแม่ไม่พยายามดึงมีดออกระหว่างทางไปโรงพยาบาล ถือว่าทำถูกต้องตามหลักการปฐมพยาบาล เพราะช่วยหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บซ้ำซ้อนเหตุการณ์นี้สร้างกระแสถกเถียงในโลกออนไลน์จีน หลายคนคอมเมนต์ว่า“ดูแล้วใจหายใจคว่ำ…คงเพราะกลัวว่าถ้าอุ้มแล้วมีดจะยิ่งปักลึก”“น่ากลัวมาก สงสารเด็กจัง”“ทำไมไม่อุ้มเข้ามา แต่ปล่อยให้เดินเอง ทั้งที่มีดปักอยู่บนหัว?”“ห้ามเด็ดขาดที่จะดึงมีดออกเอง และไม่ควรเคลื่อนไหวมาก เพราะการขยับอาจทำให้เกิดความเสียหายถาวรหรือบาดเจ็บเพิ่มขึ้น”
-
ชายจีนหอบ “ภูเขาเงิน” มาแจกกลางตลาด ธนบัตรเป็นล้านจริงๆ แต่ไม่มีใครกล้าหยิบ!
เงินแท้ 100% วางเรียงกลางถนน แต่คนดูได้แค่ยืนมอง…เพราะอะไร?ชายสติไม่ดีหอบ “ภูเขาเงิน” มาแจกกลางตลาด ธนบัตรเป็นล้านจริงๆ แต่ไม่มีใครกล้าหยิบ!ชายชาวจีนรายหนึ่งสร้างความฮือฮาเมื่อเขานำเงินสดกว่า 200,000 หยวน (ราว 1,008,000 บาท) มากองเรียงเป็นตั้ง ๆ กลางถนนใกล้ตลาด พร้อมประกาศว่า “เงินนี้ใครอยากได้ก็มาเอาไปเลย!” แม้ผู้คนจะยืนมุงดูจำนวนมาก แต่กลับไม่มีใครกล้าเข้าไปหยิบ แม้รู้ว่าเป็น “เงินของจริง”คลิปวิดีโอนี้ถูกบันทึกใกล้ตลาดผักในตำบลเฟิ่งเฉียว เมืองจู้จี๋ มณฑลเจ้อเจียง โดยในคลิปจะเห็นชายวัยกลางคนสวมเสื้อเชิ้ตขาวพร้อมเครื่องแบบ และติดป้ายชื่อสถานีตำรวจปลอมที่หน้าอก ขณะในมือถือถุงพลาสติกสีดำ ส่วนบนพื้นมีเงินธนบัตรหลายตั้งวางเรียงอย่างเป็นระเบียบเขาตะโกนว่า “ทั้งหมด 200,000 หยวน! ใครต้องการก็มาหยิบไป!”คลิปดังกล่าวแพร่กระจายรวดเร็วบนโซเชียลจีน พร้อมคำถามจากชาวเน็ตมากมาย เช่น“เงินจริงหรือเปล่า?” ผู้ถ่ายคลิปยืนยันว่า“เงินจริง แต่ไม่มีใครกล้าเอา”เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า ทราบเหตุการณ์นี้แล้วแต่ยังไม่สามารถยืนยันจำนวนเงินที่แน่ชัดได้ ส่วนตำรวจตำบลเฟิ่งเฉียวเปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ และพบว่าชายคนดังกล่าวเป็นคนในพื้นที่ ซึ่งมีปัญหาด้านสุขภาพจิต ไม่เคยมีประวัติก่อเหตุร้ายแรงมาก่อน แต่มีพฤติกรรมปั่นจักรยานวนไปมาในเมือง และตั้งแผงขายของเล็ก ๆ เป็นประจำสำหรับป้ายชื่อสถานีตำรวจที่ชายคนนั้นติดไว้ เป็นของที่เขาทำขึ้นเอง ไม่ใช่เครื่องหมายจริง และเหตุการณ์นี้ก็ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายหรือความวุ่นวายใดๆ ตำรวจจึงได้ติดต่อครอบครัวให้เพิ่มการดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำอีกในอนาคต
-
8 ภาพหายาก โฉมงามอันดับ 1 แห่งราชวงศ์ชิง แต่ถูก “ซูสีไทเฮา” ควบคุมชะตาชีวิต
8 ภาพหายากของ “สุดยอดหญิงงามแห่งราชวงศ์ชิง” ผู้เป็นที่ชื่นชม แต่ถูกพระนางซูสีไทเฮาทรงควบคุมชีวิตทั้งชีวิต8 ภาพหายากของ “สุดยอดหญิงงามแห่งราชวงศ์ชิง” ผู้เป็นที่ชื่นชม แต่ถูกพระนางซูสีไทเฮาทรงควบคุมชีวิตทั้งชีวิตในชีวิตของสตรีในราชสำนักชิง มีสตรีงามมากมายที่เป็นที่กล่าวขวัญและถูกกล่าวถึงในงานวรรณกรรม ทว่าเมื่อมองย้อนกลับไปถึงโฉมหน้าของพวกเธอผ่านภาพถ่ายขาวดำ เรากลับยากที่จะเห็นความงามที่โดดเด่น แม้จะแต่งกายวิจิตรตระการตา แต่ใบหน้าของพวกเธอมักจะดูเรียบง่าย ขาดความเปล่งปลั่งในสายตาของคนยุคปัจจุบันอย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสตรีเหล่านั้น "ซื่อเก๋อเกอ" กลับโดดเด่นเป็นพิเศษ พระนางได้รับการยกย่องให้เป็นสุดยอดหญิงงามแห่งราชวงศ์ชิง และกลายเป็นตำนานเล่าขานในหน้าประวัติศาสตร์ความงามของ ซื่อเก๋อเกอ แทบจะเป็นตำนานเล่าขานในราชสำนัก แม้ภาพถ่ายในยุคนั้นจะเป็นเพียงภาพขาวดำ แต่ผู้คนก็ยังสัมผัสได้ถึงออร่าที่เปล่งประกายออกมาจากพระองค์ ใบหน้าของพระองค์ย่อมสร้างความประทับใจให้แก่ผู้คนจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ยังไม่มีการตกแต่งภาพด้วยโปรแกรมโฟโต้ช็อปหรือเครื่องมือเสริมความงามใด ๆ ความงามตามธรรมชาติเช่นนั้นยิ่งขับเน้นให้พระองค์โดดเด่นเป็นพิเศษ จึงพอจะจินตนาการได้ว่าพระองค์คือจุดศูนย์รวมทุกสายตาในวังหลวงทว่าโชคชะตาของพระองค์กลับถูกผูกมัดด้วยอำนาจของ "พระนางซูสีไทเฮา" ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส จนผู้คนในยุคหลังอดรู้สึกสะเทือนใจไม่ได้ซื่อเก๋อเกอ: ธิดาแห่งความมั่งคั่งและอำนาจซื่อเก๋อเกอ คือธิดาขององค์ชายชิ่งอี้ควง ผู้เป็นขุนนางใหญ่ในช่วงปลายราชวงศ์ชิง อี้ควงถูกเปรียบเปรยว่าเป็น "เหอเซินคนที่ 2" ด้วยความโลภ ทว่าด้วยความสามารถในการสังเกตการณ์และเอาใจซูสีไทเฮา เขาจึงค่อย ๆ ไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดอุบายของอี้ควงทำให้เขาได้เป็นอ๋องหมวกเหล็ก และนำมาซึ่งเกียรติยศแก่สถานะของซื่อเก๋อเกอ แม้จะไม่มีความสามารถพิเศษโดดเด่น แต่ด้วยความเข้าใจในเล่ห์เหลี่ยมอำนาจ อี้ควงก็สามารถสร้างความมั่งคั่งและร่ำรวยให้แก่ตนเองและตระกูลได้สำเร็จ ด้วยเหตุนี้ ซื่อเก๋อเกอจึงกลายเป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจในราชสำนักซื่อเก๋อเกอในวัยเยาว์ไม่เคยตระหนักเลยว่า เบื้องหลังความมั่งคั่งและเกียรติยศนั้นแฝงไว้ด้วยแผนการอันซับซ้อน ในฐานะเก๋อเกอในวัง เธอได้ใช้ชีวิตที่หรูหราฟุ่มเฟือย แต่สิ่งนั้นไม่ได้ทำให้เธอระแวดระวังอะไรเลย วัยเด็กของเธอเกือบทั้งหมดหมดไปกับการเรียนรู้ศิลปะแขนงต่าง ๆ ทักษะเหล่านี้ไม่เพียงแต่เพื่อความบันเทิงเท่านั้น…
-
คดีหดหู่ ซาร่า เด็กหญิง 13 เพื่อนจับยัดเครื่องซักผ้าจนตาย แม่ขุดศพทวงยุติธรรม
ปริศนาการตาย “ซารา ไกรินา” คดีเด็กหญิงวัย 13 เขย่ามาเลเซีย จากอุบัติเหตุสู่การขุดศพพิสูจน์ความจริง ลือเพื่อนรุมบุลลี่ จับยัดใส่เครื่องซักผ้าจนตายกัวลาลัมเปอร์, 13 ส.ค. 2568 กำลังเป็นข่าวใหญ่ในมาเลเซีย การเสียชีวิตของ ซารา ไกรินา มหาเธร์ (Zara Qairina) เด็กหญิงวัย 13 ปี ในโรงเรียนประจำสอนศาสนาแห่งหนึ่งในรัฐซาบาห์ หลังมีกระแสข่าวโดนเพื่อนรุมมบุลลี่ จับยัดใส่ถังซักผ้า ปั่นจนตาย ได้กลายเป็นประเด็นที่คนทั้งประเทศให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด จนเกิด #JusticeoforZara จากคดีที่เริ่มต้นด้วยรายงานอุบัติเหตุพลัดตกตึก ได้บานปลายสู่การสืบสวนทางนิติเวชครั้งใหม่ ซึ่งนำไปสู่คำสั่งขุดศพของเธอขึ้นมาเพื่อชันสูตรคดีนี้ได้รับความสนใจในวงกว้าง หลังจากครอบครัวของซาราได้ตั้งข้อสงสัยต่อผลสรุปเบื้องต้นของตำรวจ เรียกร้องให้มีการชันสูตรพลิกศพอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับกระแสข่าวลือในโซเชียลมีเดียที่เชื่อมโยงเรื่องนี้กับบุคคลระดับสูงหลายคน ทำให้คดีดูลึกลับยิ่งขึ้น ล่าสุดสำนักงานอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งให้ขุดศพเพื่อพิสูจน์ความจริง ท่ามกลางแรงกดดันจากครอบครัวและคำมั่นสัญญาจากนายกรัฐมนตรีที่จะให้การสืบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใสลำดับเหตุการณ์สำคัญของคดีปริศนานี้16 กรกฎาคม วันเกิดเหตุซารา ไกรินา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของโรงเรียนประจำศาสนาแห่งชาติ (SMKA) ตุน ดาตุ มุสตาฟา ถูกพบหมดสติบริเวณชั้นล่างของหอพักในช่วงเช้ามืด เบื้องต้นเชื่อว่าเธอพลัดตกจากชั้นสามของอาคาร ก่อนจะเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา18 กรกฎาคม การฝังร่างโดยไม่มีการชันสูตรร่างของซาราถูกนำไปประกอบพิธีและฝังโดยไม่มีการชันสูตรพลิกศพ อย่างไรก็ตาม นอไรดะฮ์…
-
สาวจบป.โท ลาออกจากงาน ผันตัวเป็น “พี่เลี้ยงเด็กรวย” เปิดรายได้แรง แต่มี 1 สิ่งแรงกว่า!!!
ต้องเก่งอังกฤษ มีวุฒิป.โทขึ้นไป ถึงจะได้ดูแลลูกบ้านเศรษฐี! อยู่บ้านเดียวกัน กินข้าวด้วยกัน เล่นกันทุกวัน…แต่สุดท้ายก็เป็นแค่ ‘คนแปลกหน้า’เรียนจบ ป.โท ลาออกจากงาน รับจ้างเลี้ยงเด็กบ้านรวย รายได้หลักล้านต่อปี เหมือนคนใน แต่เป็นคนนอกตลอดไป ความเหงาแรงกว่ารายได้!ด้วยสวัสดิการกินอยู่ฟรีและเงินเดือนรายเดือนที่สูงลิ่ว บริการจ้างคนรุ่นใหม่ที่มีการศึกษาสูงมาดูแลลูกๆ กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในหมู่ครอบครัวร่ำรวยในประเทศจีนตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา อาชีพใหม่ที่เรียกว่า “ผู้ร่วมเดินทางกับเด็ก” (child companion) กลายเป็นที่แพร่หลายในครอบครัวชนชั้นกลางและชนชั้นสูงในจีน โดยคนทำงานในอาชีพนี้จะผสมบทบาทของพี่เลี้ยงเด็กระดับไฮเอนด์ ครูสอนพิเศษที่พักอยู่ด้วย และนักจิตวิทยาเด็ก บางครั้งเรียกกันว่า"พ่อแม่ที่จ้างมา" หรือ "แม่จ้าง" รายได้ต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 30,000 หยวน (ราว 36,000 – 108,000 บาท) บางคนมีรายได้สูงถึง 100,000 หยวน/เดือน (ประมาณ 360,000 บาท)อยากดูแลเด็กบ้านรวย ต้องเก่งอังกฤษและมีการศึกษาสูง เพราะหน้าที่ของผู้ดูแลเด็กไม่ได้มีแค่การดูแลชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังต้องสอนหนังสือ ปลูกฝังนิสัย และช่วยดูแลจิตใจของเด็กด้วย ข้อกำหนดในการสมัครงานก็เข้มงวดมาก ต้องมีวุฒิปริญญาตรีเป็นอย่างน้อย หากมีวุฒิปริญญาโท เคยเรียนต่างประเทศ หรือพูดภาษาอังกฤษได้คล่อง…
-
วงการเศ้รา!! สาวคนดังจากไปอย่างกะทันหัน หลังแต่งงานแค่ 5 เดือน (ตปท.)
วงการเศ้รา!! สาวคนดังจากไปอย่างกะทันหัน หลังแต่งงานแค่ 5 เดือน (ตปท.)จากกรณี สื่อต่างประเทศได้เผยแพร่ข่าวเศร้า ที่ทำเอาวงการนางงามต้องตกอยู่ในความโศกเศร้า เมื่อมีรายงานการจากไปอย่างกะทันหันของ Kseniya Alexandrova อดีตมิสยูนิเวิร์สรัสเซีย ปี 2017 โดยเธอเสียชีวิตในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ตามรายงานของสื่อในรัสเซียระบุว่า เหตุการณ์เศร้าสลดครั้งนี้เกิดขึ้นในภูมิภาค Tver Kseniya Alexandrova ได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะโดยสารอยู่ในรถที่สามีเป็นคนขับ โดยรถของพวกเขาได้พุ่งชนเข้ากับกวางมูสที่วิ่งตัดหน้าอย่างจัง ส่งผลให้เธอได้รับบาดเจ็บทางสมองอย่างรุนแรง และแม้จะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและรักษาตัวในห้อง ICU ที่สถาบันวิจัย Sklifosovsky แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้การจากไปของเธอสร้างความสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะก่อนหน้านี้ไม่นาน Kseniya Alexandrova เพิ่งเข้าพิธีวิวาห์กับสามีไปเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2025 หรือเพียงแค่ 5 เดือนก่อนที่เธอจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับทั้งนี้ Kseniya Alexandrova เกิดที่กรุงมอสโก เริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพนางแบบตั้งแต่อายุ 19 ปี และนอกจากความงามที่โดดเด่นแล้ว เธอยังมีความสามารถรอบด้าน จบการศึกษาด้านการเงิน และล่าสุดเพิ่งสำเร็จการศึกษาและทำงานเป็นนักจิตวิทยาอีกด้วยด้านองค์กรมิสยูนิเวิร์สได้โพสต์ข้อความแสดงความอาลัยผ่านอินสตาแกรม ระบุว่าองค์กรมิสยูนิเวิร์สขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัว เพื่อน และทุกคนที่เคยได้สัมผัสกับแสงแห่งชีวิตของ มิสยูนิเวิร์สรัสเซีย 2017 Kseniya Alexandrova…