Category: ต่างประเทศ
-
ประชาชนคองโก จุดไฟเผาเต้นท์พยาบาล ประท้วงไม่ยอมคืนศพผู้ป่วยอีโบลาให้
ประชาชนคองโก จุดไฟเผาเต้นท์พยาบาล ประท้วงไม่ยอมคืนศพผู้ป่วยอีโบลาให้ หลังกลัวว่าแพร่เชื้อ แม่ยันลูกเสียชีวิตจากสาเหตุอื่นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม สำนักข่าว BBC รายงานว่า เกิดเหตุประชาชนจุดไฟเผาเต้นท์โรงพยาบาลในเมืองราวัมปารา ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เพื่อเป็นการประท้วงภายหลังจากที่แพทย์ไม่อนุญาตให้คืนศพผู้เสียชีวิตจากโรคอีโบลาให้โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องยิงปืนเพื่อขู่ผู้ประท้วง ก่อนจะเข้าควบคุมสถานการณ์ เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมครั้งนี้ อย่างไรก็ตามมีเจ้าหน้าที่แพทย์ได้รับบาดเจ็บจากการถูกปาหินใส่สำหรับผู้เสียชีวิตรายนี้เป็นที่รักและชื่นชอบในชุมชนและเป็นนักฟุตบอลที่เล่นให้ทีมท้องถิ่นหลายทีม โดยแม่ผู้ตายเชื่อว่าลูกของเธอเสียชีวิตจากไทฟอยด์ ไม่ได้เสียชีวิตจากอีโบลาทั้งนี้ตามหลักแล้ว ศพของผู้ป่วยอีโบลานั้นสามารถแพร่เชื่อได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องทำให้มั่นใจว่าประชาชนสามารถประกอบพิธีฝังศพได้อย่างปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อขึ้นปัจจุบันมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคอีโบลาในการแพร่ระบาดครั้งใหม่นี้แล้ว 139 ศพ และสามารถระบุตัวผู้ป่วยได้แล้วกว่า 600 รายอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องรัฐบาล ยกระดับป้องกัน หลังประกาศ “คองโก-ยูกันดา” เป็นเขตติดโรคติดต่อ “อีโบลา”ราชกิจจาฯ ประกาศ “คองโก-ยูกันดา” เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย เชื้อไวรัสอีโบลาอีโบลาระบาดถึงไทยไหม? หมอยงตอบชัด เหมือนหรือต่างจากโควิด เตือนอย่าวิตก
-
ตื่นมาตกใจ! มีผ้าใบผืนยักษ์คลุมบ้าน รีบเช็กกล้องวงจรปิด เฉลยฝีมือ “เพื่อนบ้านจากสวรรค์”
ตื่นมาตกใจ! ผ้าใบผืนยักษ์คลุมปิดรั้วบ้าน รีบเช็กกล้องวงจรปิด ก่อนเจอความจริงสุดซึ้งใจน้ำใจงามแท้! เพื่อนบ้านตื่นตี 4 กางผ้าใบบังฝุ่นให้บ้านตรงข้าม แฉเหตุผลสุดซึ้งเพราะแคร์เด็กทารกกลายเป็นเรื่องราวสุดอบอุ่นหัวใจที่ถูกแชร์และพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ของเวียดนาม หลังจากหญิงสาวรายหนึ่งในจังหวัดทัญฮว้า (Thanh Hoa) ตื่นเช้ามาแล้วพบว่าประตูรั้วหน้าบ้านของเธอถูกผ้าใบผืนใหญ่คลุมปิดไว้จนมิดชิด ทว่าเมื่อเธอเปิดกล้องวงจรปิดย้อนดูเหตุการณ์ กลับพบความจริงที่ทำให้เธอซึ้งใจในความหวังดีของเพื่อนบ้านอย่างมากเหตุการณ์นี้ถูกบอกเล่าโดย คุณหว่าง เหียน (Hoang Hien) หญิงสาววัย 34 ปี โดยเธอเล่าว่า เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทันทีที่ตื่นนอนและเดินออกมาหน้าบ้าน เธอต้องตกใจเมื่อเห็นผ้าใบผืนใหญ่สีน้ำเงินขาวคลุมปิดทางเข้าออกบ้านของเธอจนมองไม่เห็นภายนอก ในตอนแรกเธอกังวลว่าอาจเกิดเรื่องไม่ดีหรือมีใครมากลั่นแกล้ง จึงรีบเปิดย้อนดูภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาคำตอบความจริงจากกล้องวงจรปิด: ความใส่ใจที่เงินก็ซื้อไม่ได้ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นว่า ตั้งแต่เวลาประมาณ 04.00 น. ของเช้าวันนั้น เพื่อนบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้หอบผ้าใบผืนยักษ์มาช่วยกันกางขึงและผูกปิดประตูหน้าบ้านของเธออย่างประณีตสาเหตุเป็นเพราะในวันดังกล่าว ครอบครัวของเพื่อนบ้านต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อทำ "การฝัดข้าว" (กระบวนการฝัดเศษแกลบและฝุ่นออกจากเมล็ดข้าวเปลือกหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว) และเนื่องจากพวกเขาทราบดีว่า บ้านของคุณเหียนมีลูกน้อยอยู่ถึง 2 คน โดยเฉพาะทารกคนเล็กที่เพิ่งมีอายุได้เพียง 6 เดือน เพื่อนบ้านจึงกลัวว่าเศษฝุ่นและละอองข้าวเปลือกจะฟุ้งกระจายข้ามฝั่งไปรบกวนระบบทางเดินหายใจของเด็ก ๆ พวกเขาจึงยอมเสียเวลาและลงแรงมาช่วยกันกางผ้าใบปิดกั้นให้ล่วงหน้า ก่อนที่จะเริ่มทำงานของตัวเองคุณเหียนเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในความเป็นจริงแล้ว ระยะห่างระหว่างบ้านของเธอกับบ้านของเพื่อนบ้านไม่ได้อยู่ติดกัน โดยมีถนนกว้างประมาณ 7 เมตรรวมอยู่ตรงกลาง อีกทั้งกิจกรรมฝัดข้าวก็เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดขณะที่เธอกับลูก…
-
เกิดอะไรขึ้น? หมู่บ้านเดียวคนป่วยมะเร็งพุ่ง 62 ราย เปิดปมสงสัย “แม่น้ำสายซีอิ๊ว”
หมู่บ้านเดียวป่วยมะเร็ง 62 คน เปิดปมสงสัย ปริศนาแม่น้ำสายซีอิ๊ว สะเทือนทั้งชุมชนผวา หมู่บ้านเดียวป่วยมะเร็ง 62 คน เร่งไขปริศนาน้ำใต้ดินปนเปื้อน สะเทือนทั้งชุมชนหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน กำลังถูกจับตาจากสังคม หลังพบชาวบ้านป่วยเป็นโรคมะเร็งมากถึง 62 คน จากประชากรเพียง 585 คน โดยส่วนใหญ่เป็น “มะเร็งเม็ดเลือดขาว” จนเกิดคำถามสำคัญว่า เบื้องหลังโศกนาฏกรรมครั้งนี้ อาจมีปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมซ่อนอยู่หรือไม่สิ่งที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญกังวลมากขึ้น คือ ผู้ป่วยจำนวนมากกลับอยู่ในวัยหนุ่มสาวและวัยกลางคน ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบการเกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวทั่วไป ที่มักพบในเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ10 ปี มีผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว 34 คน เสียชีวิตแล้ว 19 รายข้อมูลจากพื้นที่ระบุว่า ภายในระยะเวลาเพียง 10 ปี มีชาวบ้านที่เคยมีสุขภาพแข็งแรงกว่า 34 คน ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว และในจำนวนนี้เสียชีวิตแล้ว 19 ราย หลายคนอายุยังไม่ถึง 50 ปีโรคไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในครอบครัวเดียว แต่กระจายไปทั้งในหมู่เครือญาติ เพื่อนบ้าน และคนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือด ทำให้ชาวบ้านเริ่มสงสัยว่าอาจมี “ตัวการร่วม”…
-
อินฟลูฯดัง เผยชีวิตพัง หลังสามีแอบคบเพื่อนสนิท สุดซ้ำ ไม่สำนึก พามาเย้ยถึงที่
อินฟลูเอนเซอร์ดังเผย หายหน้าไปนาน เพราะทำใจ ถูกสามีและเพื่อนสนิทหักหลัง ซ้ำยังพยายามยึดโซเชียล"อาเถา" อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของจีนที่มีผู้ติดตามนับล้าน ได้กลับมาเคลื่อนไหวบนโลกออนไลน์อีกครั้ง หลังหายหน้าหายตาไปนานกว่า 1 ปี พร้อมเปิดเผยเรื่องราวสุดสะเทือนใจว่า "ถูกสามีและเพื่อนสนิททรยศ"ก่อนหน้านี้ แฟนคลับจำนวนมากเข้าใจว่าเธอเลือกหายไปจากโลกออนไลน์เพราะประสบความสำเร็จทางการเงินแล้ว และต้องการใช้ชีวิตส่วนตัวมากขึ้น แต่ความจริงคือเธอกำลังเผชิญปัญหาชีวิตครั้งใหญ่ จนส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างหนักจนต้องหยุดทำคอนเทนต์อาเถาอาเถาโพสต์วิดีโอบนเวยปั๋อเล่าว่า เธอคบหากับสามีมานานกว่า 10 ปี และใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมา 7 ปี ภาพที่หลายคนเห็นภายนอกอาจดูเป็นครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุข แต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยเรื่องราวที่เธอเรียกว่า "สกปรกและน่ารังเกียจ"เธอมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งคอยทำงานเป็นผู้ช่วยส่วนตัว ซึ่งเธอและเพื่อนอยู่ด้วยกันมานาน แทบไม่เคยห่างกัน เมื่อเธอมีปัญหาชีวิตคู่ ก็มักปรึกษาเพื่อนคนนี้เสมอ ไม่คิดว่าเพื่อนจะทรยศแอบมีความสัมพันธ์กับสามีของเธอเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา เธอสังเกตเห็นความผิดปกติในโทรศัพท์มือถือและรถยนต์ของสามี ก่อนจะพบหลักฐานว่าทั้งคู่แอบไปเปิดห้องพักด้วยกัน แม้สามีจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและพยายามโยนความผิดให้ฝ่ายเพื่อนสนิท จนเธอเคยลังเลและเชื่อว่าอาจเป็นเพื่อนที่เข้ามาแทรกแซงความสัมพันธ์เพียงฝ่ายเดียวด้วยความผูกพันที่มีต่อกันมานานกว่า 10 ปี และมีลูกด้วยกัน เธอจึงตัดสินใจให้อภัยสามีและพยายามประคับประคองครอบครัวต่อไป แต่เพียง 3 วันหลังจากนั้น เธอกลับพบว่าสามียังคงติดต่อและนัดพบกับเพื่อนสนิทของเธอ ทำให้เธอตัดสินใจยุติความสัมพันธ์และยื่นขอหย่าหลังจากขอหย่า สามีมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง เธอจึงต้องหนีไปพักที่โรงแรม แต่เหตุการณ์กลับยิ่งเลวร้ายลง เมื่อสามีพาเพื่อนสนิทมายั่วยุเธอถึงที่พัก ต่อมา เธอกลับไปบ้านเพื่อเก็บเสื้อผ้า แต่ต้องพบภาพที่ทำให้ใจสลาย เมื่อเห็นสามีและเพื่อนสนิทอยู่ด้วยกันในห้องนอนหลักฐานในโทรศัพท์สามี และสามีพาชู้รักมายังห้องนอนของเธออาเถาระบุว่า สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือ ท่าทีของสามีที่ไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย โดยเขาพูดกับเธอว่า…
-
ชีวิตล่าสุด ดาวตลกรายดารดัง หลังผ่านมรสุมชีวิตทั้งธุรกิจสีเทา การหย่าร้าง และดราม่าหนัก (ข่าวต่างประเทศ)
ชีวิตล่าสุด ดาวตลกรายดารดัง หลังผ่านมรสุมชีวิตทั้งธุรกิจสีเทา การหย่าร้าง และดราม่าหนัก (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า วิลเลียม ฮง ในวัย 43 ปี กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังไปปรากฏตัวในงานประชุมด้าน AI ที่ลอสแอนเจลิส พร้อมรูปร่างที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน แต่ยังคงพลังบวกและความมั่นใจแบบเดิม คลิปจากงานเผยให้เห็นว่าเขายังคงขึ้นเวทีร้องเพลงและเต้นอย่างเต็มที่เหมือนยุคแจ้งเกิด แม้รูปร่างจะอ้วนขึ้นอย่างมาก ทั้งใบหน้าที่กลมขึ้นและช่วงท้องที่ใหญ่กว่าเดิม แต่เจ้าตัวดูไม่แคร์เสียงวิจารณ์ และยังสนุกกับการแสดงต่อหน้าผู้ชมเหมือนเดิมโดยวิลเลียม ฮง เกิดที่ฮ่องกงและเติบโตในย่านซาถิ่น ก่อนอพยพไปสหรัฐอเมริกาพร้อมครอบครัวในปี 1993 ตอนอายุ 11 ปี เขาเป็นลูกคนเดียว และเติบโตมาในครอบครัวที่ชื่นชอบการร้องคาราโอเกะ ช่วงเข้าประกวด American Idol เขากำลังเรียนวิศวกรรมโยธาที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ก่อนภายหลังจะย้ายไปเรียนต่อด้านคณิตศาสตร์และจบ MBAแม้จะตกรอบอย่างรวดเร็ว แต่ความดังจากรายการกลับพุ่งทะยานเกินคาด วิลเลียมถูกเชิญไปออกรายการโทรทัศน์จำนวนมาก ทั้งรายการทอล์กโชว์ งานกีฬา และถูกล้อเลียนใน Saturday Night Live เขายังได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลง และออกอัลบั้ม “Inspiration” ที่ขายได้กว่า 200,000 ชุด พร้อมขึ้นชาร์ต Billboard…
-
อายจนไม่กล้าเดินผ่าน! สาวใจเด็ดแชร์คลิป “สะดุดล้มในตำนาน” ไวรัลยอดฟอลพุ่งกระฉูด
ล้มประวัติศาสตร์! สาวเดินอยู่ดีๆ พุ่งหลาวลงไปนอนวัดพื้น? อายจนต้องขอเปิดกล้องดู คนสวยเกือบศพไม่สวย! เดินอยู่ดีๆ พุ่งหลาวลงไปนอนกองทางม้าลายล้มประวัติศาสตร์! สาวเดินอยู่ดีๆ พุ่งหลาวลงไปนอนกองทางม้าลาย อายจนต้องขอเปิดกล้องดูกลายเป็นคลิปไวรัลสุดฮาที่ถูกส่งต่ออย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์ขณะนี้ หลังจากหญิงสาวรายหนึ่งได้ตัดสินใจเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดนาทีอุบัติเหตุสุดโก๊ะของตัวเอง ที่เปลี่ยนจากเรื่องชวนหน้าแตกให้กลายเป็นคอนเทนต์เรียกเสียงหัวเราะระดับประวัติศาสตร์ จนมียอดผู้ติดตามพุ่งกระฉูดในชั่วข้ามคืนเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับ ดาเนียลี คาพิเช (Daniele Kapiche) หญิงสาววัย 24 ปี ผู้อาศัยอยู่ในรัฐเอสปีรีตูซานตู ประเทศบราซิล โดยเธอเล่าว่า วันเกิดเหตุเป็นวันอังคารธรรมดา ๆ วันหนึ่ง ในขณะที่เธอเปิดประตูเดินออกจากที่ทำงานเพื่อจะไปรับประทานอาหารกลางวันตามปกติ ทว่าในระหว่างที่กำลังก้าวเดินอย่างเพลิดเพลิน เธอกลับสะดุดเข้ากับบันไดต่างระดับบนทางเท้าอย่างจัง ส่งผลให้เสียหลักล้มคว่ำหน้าคะมำ พุ่งหลาวลงไปนอนวัดพื้นกลางถนนอย่างรุนแรงอายจนต้องนั่งวินหนี แต่ตอนจบหักมุมดาเนียลีเปิดเผยความรู้สึกในนาทีนั้นว่า เธอรู้สึกอับอายคนรอบข้างเป็นอย่างมากจนทำตัวไม่ถูก แม้จะมีคนรู้จักที่เดินผ่านมาเข้าช่วยพยุงตัวขึ้นมาก็ตาม ความอายในครั้งนี้รุนแรงถึงขั้นที่ว่า ในช่วงขาขากลับจากการรับประทานอาหารกลางวัน เธอเลือกที่จะไม่เดินกลับทางเดิม แต่ยอมเสียเงินเรียกใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างให้ขับย้อนกลับมาส่งที่ทำงานแทนเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาผู้คนทว่าเมื่อเธอกลับมาถึงที่ทำงานและเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อน ๆ ฟัง กลับไม่มีใครเชื่อว่าเธอจะล้มได้รุนแรงขนาดนั้น ดาเนียลีจึงตัดสินใจทักไปหาเพื่อนสนิทที่เป็นเจ้าของร้านขายยาในบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อขอดูกล้องวงจรปิดหน้าร้านเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันความเจ็บปวดแต่ทันทีที่ได้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิด ความเจ็บและความอายที่มีก็มลายหายไป กลายเป็นเสียงหัวเราะลั่นห้องทันที เพราะท่าทางการเสียหลักสะดุดล้มของเธอนั้นมันช่างยาวนานและตลกขบขันคล้ายกับหลุดออกมาจากรายการล้อเลียนหรือรายการ "วิดีโอคาสเซ็ตตา ดา" (รายการรวมคลิปตลกชื่อดัง)"ฉันถลาไปไกลมาก ไกลจนทุกคนที่เห็นคลิปต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่มันคือการล้มระดับประวัติศาสตร์ชัด ๆ พอฉันเห็นว่าตัวเองไม่ได้บาดเจ็บอะไรร้ายแรงนอกจากแผลถลอกเล็กน้อยที่ฝ่ามือ ก็เลยคิดว่ามันตลกดีและตัดสินใจโพสต์มันลงโซเชียล" ดาเนียลีกล่าวปนหัวเราะพลิกวิกฤตเป็นไวรัล…
-
เปิดวาร์ป ยูกิ โนโซมิ จากเด็กฝึกเชฟมิชลิน สู่ดารา AV สุดฮอต
ทำความรู้จัก ยูกิ โนโซมิ (Yuki Nozomi) ดารา AV ดาวรุ่งมาแรงจากค่าย Moodyz พกดีกรีอดีตเด็กฝึกงานร้านอาหารมิชลินสตาร์ 3 ดาว โชว์สกิลทำอาหารพร้อมอวดหุ่นเซ็กซี่ระดับ E คัพ ในผลงานเดบิวต์รหัส MIDA-664วงการ AV ญี่ปุ่นกำลังสั่นสะเทือนและเต็มไปด้วยเสียงฮือฮา เมื่อค่ายดังอย่าง Moodyz ได้เปิดตัวนักแสดงสาวหน้าใหม่ “ยูกิ โนโซมิ” (結城希)ซึ่งมาพร้อมกับโปรไฟล์เบื้องหลังที่สร้างความแปลกใหม่และดึงดูดความสนใจได้อย่างล้นหลามเธอไม่ได้ผันตัวมาจากวงการไอดอล นางแบบ หรือสตรีมเมอร์เหมือนคนอื่นๆ แต่เธอคืออดีตสาวน้อยที่เคยผ่านการฝึกฝนทักษะอย่างมืออาชีพในร้านอาหารระดับ มิชลินสตาร์ 3 ดาว มาก่อนความแตกต่างที่ลงตัวระหว่างภาพลักษณ์เชฟสาวผู้มีฝีมือกับรูปร่างสุดเย้ายวน ทำให้ ยูกิ โนโซมิ กลายเป็นกระแสพูดถึงอย่างหนักตั้งแต่ยังไม่ทันเดบิวต์อย่างเป็นทางการทำไมถึงทิ้งครัวมิชลินมาสู่วงการ AV?สำหรับเหตุผลที่ ยูกิ โนโซมิ ตัดสินใจละทิ้งเส้นทางสายอาหารในร้านระดับโลกเพื่อก้าวเข้าสู่วงการผู้ใหญ่นั้น เธอเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่า เป็นเพราะตัวเธอเองมีความสนใจในเรื่องเซ็กส์อย่างรุนแรงนั่นเองในผลงานเดบิวต์เรื่องแรกอย่าง MIDA-664 ทางต้นสังกัดได้ดึงเอาความสามารถพิเศษของเธอมาใช้อย่างเต็มที่โดยมีการจัดฉากให้เธอโชว์ทักษะการทำอาหารระดับมืออาชีพ ตั้งแต่ออเดิร์ฟ อาหารจานหลัก ไปจนถึงของหวาน รวมรวดเดียวถึง 8 เมนูซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและฝีมือที่เหนือกว่านักแสดงหน้าใหม่ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัดภาพจาก X @NozomiYukiActหุ่นสุดแซ่บ E คัพ ระดับ…
-
เรียลลิตี้ดังฉาว!! สาวถูกขืนใจในกองถ่าย
รายการเรียลลิตี้จับคู่แต่งงานชื่อดังของอังกฤษ ไม่มีใครคาดคิดว่ารายการเรียลลิตี้ชื่อดังอย่าง"Married at First Sight" (Blind Wedding) เวอร์ชันอังกฤษ ที่สร้างความโรแมนติกให้ผู้ชมมานับทศวรรษ จะกลายมาเป็นเวทีแห่งอาชญากรรม เมื่อเหยื่อสาว 3 คน ตัดสินใจก้าวออกมาเปิดโปงความจริงผ่านรายการเจาะลึกชื่อดัง Panorama ของสถานีโทรทัศน์บีบีซีหนึ่งในเหยื่อสาวเปิดเผยเรื่องราวที่ทำให้สาธารณชนต้องจุกอกว่า เธอถูกคู่แต่งงานชายในรายการล่วงละเมิดทางเพศโดยใช้ความรุนแรง แม้เธอจะร้องไห้และปฏิเสธอย่างชัดเจน แต่ฝ่ายชายกลับตะคอกใส่หน้าว่า "คุณเป็นภรรยาของผม คุณไม่มีสิทธิปฏิเสธ" ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังถูกข่มขู่ว่าจะถูก"สาดด้วยน้ำกรด" หากคิดขัดขืน จนตามร่างกายของเธอเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจากการถูกบังคับขืนใจความฟกช้ำตามร่างกายของเหยื่อ เคยถูกตั้งคำถามในระหว่างการถ่ายทำ แต่บริษัทผู้ผลิตอย่าง CPL กลับชี้แจงอย่างน่าผิดหวังว่า ในเวลานั้นพวกเขาได้รับแจ้งว่า "รอยแผลเหล่านั้นเกิดจากกิจกรรมทางเพศที่สมยอมกัน" สอดคล้องกับทนายความของฝ่ายชาย ที่ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดโดยสิ้นเชิง ขณะที่เหยื่อรายที่ 2 และ 3 รวมถึง "โชนา แมนเดอร์สัน" ก็ออกมาร่วมแฉพฤติกรรมบีบบังคับในลักษณะเดียวกัน เธอระบุว่าฝ่ายชายมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการคุมกำเนิดโดยที่เธอไม่ยินยอม (Stealthing) ซึ่งถือเป็นรูปคดีล่วงละเมิดทางเพศที่ร้ายแรงหลังกระแสสังคมตีกลับและเกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ช่อง 4 (Channel 4) สถานีโทรทัศน์ผู้แพร่ภาพกระจายเสียง ได้ออกแถลงการณ์สั่งเด็ดขาดให้ "ลบทุกตอน ทุกคลิป ตั้งแต่ซีซั่น 1 ถึงซีซั่น…
-
รู้จัก “พรรคแมลงสาบ” ปรากฏการณ์ความไม่พอใจของคนรุ่นใหม่ในอินเดีย
ส่องปรากฏการณ์ทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในอินเดีย กับ “พรรคแมลงสาบ” ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนรุ่นใหม่การเมืองอินเดียในขณะนี้เกิดกระแสความนิยมที่แปลกประหลาดอย่างหนึ่งในหมู่คนรุ่นใหม่ นั่นคือ “แมลงสาบ”ความนิยมในที่นี้ไม่ใช่การเลี้ยงหรือกินแมลงสาบ แต่เป็น “พรรคแมลงสาบ” กลุ่มเสียดสีทางการเมืองที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแมลงซึ่งดื้อรั้น ถูกดูหมิ่น และถูกมองว่าฆ่าไม่ตาย ได้ดึงดูดผู้ติดตามออนไลน์หลายล้านคนและได้รับความสนใจจากสื่อกระแสหลักภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ และทำให้แม้แต่นักการเมืองรุ่นเก๋าต้องหันมาสนใจแมลงสาบกลายเป็นที่สนใจเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหลังจากคำพูดของประธานศาลสูงสุดของอินเดีย สุริยา กันต์ ในระหว่างการพิจารณาคดี เขาเปรียบเทียบคนหนุ่มสาวที่ว่างงานซึ่งกำลังหันไปทำงานด้านวารสารศาสตร์และการเคลื่อนไหวทางการเมืองว่าเป็นเหมือนแมลงสาบและปรสิตต่อมาเขาชี้แจงว่า เขาหมายถึงเฉพาะคนที่มี “ปริญญาปลอมและไม่ถูกต้อง” ไม่ใช่เยาวชนอินเดียโดยทั่วไปแต่สายไปแล้ว คำพูดดังกล่าวได้แพร่กระจายไปอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ก่อให้เกิดความไม่พอใจ และนำไปสู่แนวคิดทางการเมืองชวนขบขันที่เรียกว่า “พรรคประชาชนแมลงสาบ” (Cockroach Janta Party) หรือ CJPชื่อนี้เป็นการล้อเลียนพรรคภารตียชนตา หรือพรรคประชาชนอินเดีย (BJP) ของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ซึ่งครองอำนาจมาตั้งแต่ปี 2014CJP ไม่ใช่พรรคการเมืองอย่างเป็นทางการ แต่เป็นขบวนการออนไลน์ที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของการเสียดสีทางการเมือง เกณฑ์การเป็นสมาชิกแบบขำ ๆ ของพวกเขา ได้แก่ การเป็นคนว่างงาน ขี้เกียจ ติดอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา และมี “ความสามารถในการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมืออาชีพ”กลุ่มนี้ถูกสร้างขึ้นโดย อภิเจต ดิปเก นักวางแผนกลยุทธ์ด้านการสื่อสารทางการเมืองและนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยบอสตัน เขาบอกว่าไอเดียนี้มาจากเรื่องตลกก่อนที่จะย้ายไปสหรัฐฯ เขาเคยทำงานกับพรรคอามอาทมี (AAP) ซึ่งเกิดขึ้นจากขบวนการต่อต้านการทุจริตในอินเดียเมื่อกว่าทศวรรษที่แล้ว และเป็นที่รู้จักในด้านการมีบทบาทอย่างมากในโซเชียลมีเดีย“ผมคิดว่าเราควรมารวมกัน…
-
ศาลจีนสั่งแล้ว จำคุก อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน 24 ปี เผยสาเหตุ
วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 สถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีน รายงานว่า ศาลในมณฑลเหอหนาน ประเทศจีน มีคำพิพากษาจำคุก นายซื่อหย่งซิ่น อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน เป็นเวลา 24 ปี พร้อมสั่งปรับเงิน 3.5 ล้านหยวน หลังถูกตัดสินว่ามีความผิดหลายข้อหา รวมถึงยักยอกทรัพย์และรับสินบน โดยคดีดังกล่าวผ่านการพิจารณาของศาลในมณฑลเหอหนาน ทางตอนกลางของประเทศวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 สถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีน รายงานว่า ศาลในมณฑลเหอหนาน ประเทศจีน มีคำพิพากษาจำคุก นายซื่อหย่งซิ่น อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน เป็นเวลา 24 ปี พร้อมสั่งปรับเงิน 3.5 ล้านหยวน หลังถูกตัดสินว่ามีความผิดหลายข้อหา รวมถึงยักยอกทรัพย์และรับสินบน โดยคดีดังกล่าวผ่านการพิจารณาของศาลในมณฑลเหอหนาน ทางตอนกลางของประเทศนายซื่อหย่งซิ่น หรือชื่อเดิม หลิง อิงเฉิง ถูกศาลตัดสินว่ามีการใช้อำนาจและตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินในการยักยอกเงินจำนวน 131 ล้านหยวน หรือราว 628 ล้านบาท ทั้งโดยลำพังและร่วมกับผู้อื่น…