Category: ต่างประเทศ

  • พบร่างชายที่หายตัวไป 28 ปีติดอยู่ในธารน้ำแข็ง สภาพศพสมบูรณ์เหลือเชื่อ

    ครอบครัวของชายชาวปากีสถานผู้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเกือบ 30 ปีได้ร่างของบุคคลอันเป็นที่รักในที่สุดในเดือนมิถุนายน 2540 นัสซิรูดิน ชายชาวปากีสถานวัย 31 ปี ได้หายตัวไปอย่างลึกลับในถ้ำแห่งหนึ่งขณะเดินทางอยู่ในหุบเขาสุพัต ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาทางตอนเหนือของปากีสถานในเขตจังหวัดไคเบอร์ ปักตุนควา เขาทิ้งภรรยาและลูกอีกสองคนไว้เบื้องหลังตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ครอบครัวของนัสซิรูดินได้ออกตามหาตัวเขาในพื้นที่นั้นอย่างไม่ลดละ แต่ก็ไม่พบร่องรอยใด ๆ เลย"ครอบครัวของเราตามหาเขาทุกซอกทุกมุมตลอดหลายปีที่ผ่านมา" มาลิก อุเบด หลานชายของนัสซิรูดินให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวเอเอฟพี “พวกลุงๆ น้าๆ และลูกพี่ลูกน้องของเราไปที่ธารน้ำแข็งหลายครั้งเพื่อดูว่าพอจะมีโอกาสกู้ร่างของเขากลับมาได้หรือไม่ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ เพราะมันเป็นไปไม่ได้"หลังจากผ่านไปเกือบสามทศวรรษ การตามหานัสซิรูดินก็สิ้นสุดลงในที่สุด เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา โอมาร์ คาห์น คนเลี้ยงแกะในพื้นที่ได้พบศพของชายผู้หายไปพร้อมกับบัตรประจำตัวประชาชนที่ยังคงอยู่ติดตัวเขา"สิ่งที่ผมเห็นมันเหลือเชื่อมาก" คาห์นบอกผู้สื่อข่าวบีบีซีภาคภาษาอูรดู “ศพยังคงสมบูรณ์ เสื้อผ้าก็ไม่ขาดเลยสักนิด"ธารน้ำแข็งรักษาสภาพศพของนัสซิรูดินไว้อย่างดีตลอดระยะเวลา 28 ปี ร่างกายของเขาถูกแช่แข็งอย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยปกป้องร่างจากความชื้นและออกซิเจนและกลายเป็น “มัมมี่”ปากีสถานเป็นที่ตั้งของธารน้ำแข็งประมาณ 7,000 แห่ง ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดรองจากพื้นที่ขั้วโลก และปัจจุบันก็กำลังประสบชะตากรรมเช่นเดียวกับธารน้ำแข็งอื่น ๆ ทั่วโลก ซึ่งก็คือสภาพของธารน้ำแข็งยักษ์เหล่านี้ที่กำลังละลายลงอย่างช้า ๆ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภาคเหนือของปากีสถาน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้หิมะในภูมิภาคลดลง ส่งผลให้แสงแดดละลายธารน้ำแข็งมากขึ้น ภาวะโลกร้อนที่ผิดปกตินี้เองที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ศพของนัสซิรูดินโผล่ออกมาจนคนเลี้ยงแกะที่ผ่านไปได้พบเข้า"ในที่สุดเราก็ได้โล่งใจกันเสียทีหลังจากพบร่างไร้วิญญาณของเขา" อุเบดกล่าวที่มา : popularmechanics.comเครดิตภาพ :…

  • ไปตลาดเห็นผักชนิดนี้ต้องรีบซื้อทันที “ผักดีที่สุดในโลก” ป้องกันมะเร็งได้ดีเยี่ยม

    ไปตลาดเห็นผักชนิดนี้ ต้องรีบซื้อทันที ไปตลาดเห็นผักชนิดนี้ ต้องรีบซื้อทันที "ผักดีที่สุดในโลก" ป้องกันมะเร็งได้อย่างยอดเยี่ยม แต่หลายคนยังไม่รู้จากการจัดอันดับผักผลไม้ที่มีสารอาหารสูงที่สุดโดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) "วอเตอร์เครส" หรือที่คนไทยเรียกว่า "สลัดน้ำ" ได้รับคะแนนสูงสุดถึง 100 คะแนนในด้านความหนาแน่นของสารอาหาร และถูก CDC สหรัฐฯ ขนานนามว่าเป็น “ผักดีที่สุดในโลก”นอกจากจะอุดมไปด้วยสารอาหารแล้ว วอเตอร์เครสยังช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ได้มากมาย รวมถึงโรคมะเร็งหลายชนิด ข้อมูลนี้ทำให้หลายคนประหลาดใจ เพราะไม่เคยรู้ว่าผักชนิดนี้มีคุณค่าทางโภชนาการสูงถึงเพียงนี้วอเตอร์เครสและสรรพคุณป้องกันมะเร็งที่ยอดเยี่ยมตามข้อมูลจาก Healthline วอเตอร์เครสอุดมด้วยสารพฤกษเคมี (phytochemicals) ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งบางชนิดได้วอเตอร์เครสและผักตระกูลกะหล่ำอื่น ๆ มีสารกลูโคซิโนเลต (glucosinolate) ซึ่งจะแปรสภาพเป็นไอโซไทโอไซยาเนต (isothiocyanate) เมื่อผักถูกหั่นหรือเคี้ยว กลุ่มไอโซไทโอไซยาเนตนี้ประกอบด้วยสารที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพเข้มข้น เช่น ซัลโฟราฟาน (sulforaphane) และฟีนิเอทิล ไอโซไทโอไซยาเนต (phenethyl isothiocyanate, PEITC)สารเหล่านี้ช่วยปกป้องร่างกายด้วยกลไกหลายประการ ได้แก่ การรักษาเซลล์ที่แข็งแรงไม่ให้ถูกทำลาย การยับยั้งสารก่อมะเร็ง และการชะลอการเจริญเติบโตรวมถึงการแพร่กระจายของก้อนเนื้องานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า ไอโซไทโอไซยาเนตในวอเตอร์เครสมีศักยภาพในการป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ปอด ต่อมลูกหมาก และผิวหนัง นอกจากนี้ ซัลโฟราฟานและไอโซไทโอไซยาเนตในวอเตอร์เครสยังสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมได้อีกด้วยงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยอัลสเตอร์ สหราชอาณาจักร…

  • ช็อก อดีตนางงามฟิลิปปินส์ ถูกพบเป็นศพลอยทะเล หลังโดนลักพาตัวไม่กี่วัน

    ภาพจาก the sunช็อก อดีตนางงามฟิลิปปินส์ ถูกพบเป็นศพลอยทะเล หลังโดนลักพาตัวไม่กี่วันเดอะซัน รายงานข่าวสะเทือนขวัญ เมื่อ อดีตนางงามวัย 35 ปี ที่หายตัวไปนั้น เจอเป็นศพถูกมัดและทับด้วยหินในทะเลแอคเควน อาร์ราดาซา วัย 35 ปี อดีตนางงาม ถูกพบเห็นครั้งสุดท้ายผ่านกล้องวงจรปิด ขณะถูกชายติดอาวุธ 3 คน ลักพาตัวไปในรถยนต์โตโยต้าสีดำ ขณะที่เธอกำลังช้อปปิ้งเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมก่อนจะพบศพของเธอ ในสภาพที่เปลี่ยนแปลงไป นอกหมู่บ้านริมทะเลบารังไกย์ 99 ดิอิต ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อจันทร์ที่ 4 สิงหาคมชาวประมงท้องถิ่นได้แจ้งตำรวจหลังจากพบศพของเธอที่กำลังเน่าเปื่อยลอยอยู่ในน้ำ เธอถูกมัดด้วยกระสอบ 2 ใบ ซึ่งผูกติดกับตัวเพื่อถ่วงน้ำหนัก นางงามรายนี้ ยังมีกุญแจล็อกจักรยานอยู่ที่คอ และถูกปิดตาและปิดปากตำรวจท้องถิ่นกล่าวว่า ศพอยู่ในระยะบวแล้ว และอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า ใบหน้าของเธอถูกคลุมด้วยผ้าสีดำ และพันด้วยเทปสายไฟ ต่อมาตำรวจได้ยืนยันว่าเป็นศพของนางงามที่หายตัวไปตำรวจยืนยันว่า ศพนิรนามที่พบจากทะเลในบารังไกย์ 99-ดิอิต เมืองตาโคลบัน เมื่อ 4 สิงหา ระบุตัวตนได้แล้วว่าเป็นหญิงที่เคยถูกลักพาตัวที่เมืองออร์ม็อก การยืนยันนี้เกิดขึ้นจากการประสานงานอย่างต่อเนื่อง ระหว่าง…

  • ตะลึง ชายออกล่า จับงูหลามพม่า 87 ตัวในเดือนเดียว ได้รางวัลจากรัฐสูง 3.2 หมื่นบาท

    ตะลึง ชายออกล่า จับงูหลามพม่า 87 ตัวในเดือนเดียว ได้เงินรางวัลจากรัฐฟลอริดาสูง 3.2 หมื่นบาทเว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า ชายชาวฟลอริดา คว้าเงินรางวัลมูลค่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 3.2 หมื่นบาท จากโครงการจูงใจใหม่ของรัฐ หลังสามารถจับงูหลามพม่าได้มากถึง 87 ตัวภายในเพียงเดือนเดียวโครงการ Python Elimination Program ของเขตบริหารจัดการน้ำทางใต้ของรัฐฟลอริดาจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ชาวฟลอริดาที่มีทักษะ ช่วยกันจับและกำจัดงูหลามพม่าที่รุกรานระบบนิเวศแอรอน แมนน์ คว้ารางวัลประจำเดือนมูลค่า 3.2 หมื่นจากทางโครงการดังกล่าว หลังเขาสามารถจับงูหลามพม่าได้สูงสุด 87 ตัว โดยแมนน์ถ่ายภาพคู่กับหนึ่งในงูที่จับได้ร่วมกับเพื่อนนักล่า โดยนำซากงูขนาดมหึมาพาดบ่า ด้วยท่าทีภูมิใจกับผลงานการล่าและรางวัลที่กำลังจะได้รับเมื่อต้นปี 2025 โครงการดังกล่าวได้เริ่มมอบรางวัลเงินสดให้กับผู้ที่สามารถจับงูได้มากที่สุดในแต่ละเดือน นอกจากนี้ ฟลอริดายังมีมาตรการอื่นเพื่อลดจำนวนงูหลาม เช่น การจัดแข่งขันประจำปี “Florida Python Challenge”ภาพประกอบซึ่งเมื่อปีที่แล้ว ผู้เข้าแข่งขันสามารถจับงูได้เพียง 20 ตัวในช่วงเวลา 10 วัน ซึ่งถือเป็นจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับผลงานของแมนน์ แต่เขาได้รับรางวัลถึง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 3.2 แสนบาทปัจจุบัน หน่วยงานยังจ้างผู้กำจัดงูหลาม…

  • “แรงงาน” แห่กลับบ้านสะเทือนเศรษฐกิจ “กัมพูชา”

    เหตุปะทะระหว่างไทย-กัมพูชาส่งผลให้แรงงานกัมพูชาในไทยทยอยกลับประเทศ เสียงสะท้อนจากแรงงานหลายคนชี้ถึงความกังวลทั้งเรื่องสถานการณ์และกลัวไม่มีงานทำแรงงานกัมพูชาแห่เดินทางกลับประเทศผ่านจุดผ่านแดนต่างๆ ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา นับตั้งแต่สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชาทวีความรุนแรงขึ้น จนกลายเป็นเหตุปะทะเมื่อปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งข้อตกลงหยุดยิงไม่สามารถผ่อนคลายบรรยากาศความกังวลนี้ลงได้ชาวกัมพูชาที่อพยพกลับประเทศในช่วงนี้บางคน ระบุว่า ไม่ต้องการเป็นแรงงานกลุ่มสุดท้ายที่ยังอยู่ในไทย หลังจากแรงงานจำนวนมากทยอยเดินทางกลับไปแล้ว ก่อนหน้านี้ตามการร้องขอของรัฐบาลกัมพูชาและความกังวลต่อความปลอดภัย ทำให้เหลือชาวกัมพูชาน้อยลงเรื่อยๆขณะที่แรงงานส่วนใหญ่กลัวความไม่แน่นอนของสถานการณ์ ซึ่งไม่รู้ว่าเหตุรุนแรงจะจบลงเมื่อไหร่ รวมทั้งกังวลข่าวการทำร้ายชาวกัมพูชาในไทย ท่ามกลางกระแสความเกลียดชังที่ถูกโหมกระพือจากข่าวลวง ข่าวปลอมและการบิดเบือนข้อมูลต่างๆ ไปจนถึงข่าวลือเรื่องที่รัฐบาลกัมพูชาเตรียมยึดที่ดินและถอนสัญชาติชาวกัมพูชาที่ไม่ยอมกลับประเทศภายในช่วงกลางเดือน ส.ค.นี้ข้อมูลจากองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) เมื่อปี 2019 ชี้ว่า ผู้อพยพชาวกัมพูชาในไทย 6 ใน 7 คน ส่งเงินกลับไปให้ครอบครัวที่กัมพูชา ตกคนละตั้งแต่ 10,000 บาท ไปจนถึงสูงสุดมากกว่า 100,000 บาทต่อปี ซึ่งค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 40,000 บาทต่อคนต่อปีขณะที่รายงาน UN เมื่อปี 2024 ระบุว่า ชาวกัมพูชาในไทยส่งเงินกลับประเทศประมาณ 20,000 ล้านบาทในปี 2022 ซึ่งตัวเลขนี้ประเมินจากแรงงานที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายและมีข้อมูลชัดเจนเท่านั้น แต่ตัวเลขจริงๆ อาจสูงกว่านี้มาก เพราะหลายคนมักใช้วิธีฝากเงินกลับบ้าน หรือใช้ช่องทางที่ไม่ใช่ทางการ รวมทั้งไม่สามารถระบุจำนวนแรงงานกัมพูชาในไทยที่แน่ชัดได้ข้อมูลทางการไทยเมื่อปี 2024 ชี้ว่า มีแรงงานกัมพูชาถูกกฎหมายในไทยกว่า 490,000…

  • สยอง! หนุ่มออฟฟิศ แผลผุดเต็มตัว แพทย์ชี้มีเซ็กซ์แบบ “ไม่ระวัง” ต้นเหตุความทรมาน

    หนุ่มออฟฟิศเจ็บหนัก หนุ่มออฟฟิศเจ็บหนัก "ซิฟิลิส" ระยะรุนแรง ผื่นลามทั่วตัว แพทย์เตือน มีเซ็กซ์ไม่ระวัง เสี่ยงติดเชื้อพุ่งวันที่ 12 สิงหาคม 2025 โรงพยาบาลโรคเขตร้อนนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม แจ้งว่าเพิ่งรับและรักษาผู้ป่วยโรคซิฟิลิสในระยะรุนแรง ที่เกิดการบาดเจ็บทั่วร่างกาย และแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้ในระดับสูง โดยติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่เลือกหน้าคนไข้คือนายที (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี เป็นพนักงานออฟฟิศ ที่มาพบแพทย์เนื่องจากมีผื่นแดงขึ้นตามฝ่ามือจำนวนมาก ร่วมกับอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง จากคำบอกเล่าของเขาพบว่า เมื่อเดือนที่แล้ว เขาพบแผลเล็กๆ ที่อวัยวะเพศ แต่ไม่รู้สึกเจ็บและหายเองภายในไม่กี่วัน เขาคิดว่าอาการไม่รุนแรง จึงไม่ได้ไปพบแพทย์และเพิกเฉยอย่างไรก็ตาม ต่อมาผู้ป่วยมีแผลในกระเพาะอาหาร ผิวหนังอักเสบ และการติดเชื้อกระจายไปทั่วร่างกาย โรคนี้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เขาต้องเข้ารับการรักษาที่คลินิกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรงพยาบาลโรคเขตร้อนจากการตรวจร่างกาย แพทย์ระบุว่าอาการบนร่างกายของผู้ป่วยนั้น เป็นอาการแสดงของโรคซิฟิลิสชนิดรุนแรง ผลการตรวจยืนยันการวินิจฉัย และบ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะแพร่เชื้อไปยังคู่นอน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ผู้ป่วยอาจเผชิญกับภาวะแทรกซ้อนที่คุกคามชีวิต ที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็น ระบบประสาท ระบบหัวใจและหลอดเลือดผู้ป่วยสารภาพว่าเขาเคยมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน และไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัยป้องกัน ในขณะที่แพทย์ระบุว่า กรณีนี้ไม่ใช่เคสหายากในปัจจุบัน เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยโรคซิฟิลิสกำลังเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มชายรักชาย (MSM)ลูกชาย 2 ขวบ ติดเชื้อ…

  • “สม รังสี” แฉรายได้สแกมเมอร์กัมพูชา 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี ซื้อ F-16 ได้เกือบ 300 ลำ

    วันที่ 13 ส.ค.68 นายสม รังสี อดีตแกนนำฝ่ายค้าน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sam Rainsy ระบุว่า…รายได้จาก ‘อาชญากรสแกมเมอร์’ ในกัมพูชา ราว 19,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ในขณะที่ F-16 ใหม่ มีราคา 65 ล้านดอลลาร์ดังนั้น สามารถซื้อ F-16 ได้ประมาณ 292 ลำ เมื่อเทียบกับ รายได้จากสแกมเมอร์ 19,000ล้านดอลลาร์$19 billion/year is the income of criminals in Cambodia.A new F-16 costs $65 million, so with $19 billion, you could buy about 292 F-16s.

  • แม่ซึ้งน้ำตาไหล “ลูกขยันเรียน” อวดลงโซเชียลฯ แต่คนเห็น 1 สิ่งสุดโป๊ะ แห่ขำภาพลวงตา!!!

    แม่ปลื้มลูกขยันอ่านหนังสือ แต่ชาวเน็ตจับโป๊ะแค่จุดเดียว สรุปว่า “นี่มันแค่ภาพลวงตา!”แม่ปลื้มลูกขยันอ่านหนังสือ แต่ชาวเน็ตจับโป๊ะแค่จุดเดียว สรุปว่า “นี่มันแค่ภาพลวงตา!”พ่อแม่หลายคนเชื่อว่า ถ้าลูกขยันนั่งอ่านหนังสือทั้งวันทั้งคืน ก็เท่ากับจะประสบความสำเร็จแน่นอน แต่ความขยันนั้นมีทั้ง "ของจริง" กับ "ของปลอม" ซึ่งบางครั้งก็แยกกันได้ยากเหลือเกิน….ดังเช่นเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศจีน เมื่อคุณแม่รายหนึ่งเห็นลูกชายนั่งขะมักเขม้นอยู่หน้าชุดข้อสอบคณิตศาสตร์ระดับสูง เตรียมสอบปริญญาโท มีสมุดจดเต็มไปด้วยโน้ตแน่นเอียด เธอรู้สึกประทับใจในความตั้งใจของลูก จึงถ่ายรูปและโพสต์ลงโซเชียลด้วยความภูมิใจ หวังจะได้รับคำชื่นชมมากมายแต่ไม่คาดคิดเลยว่าหลังจากโพสต์ได้ไม่นาน ภาพที่แม่คิดว่าจะได้รับคำชม กลับกลายเป็นเรื่องขำขันในหมู่ชาวเน็ต โดยเฉพาะนักศึกษาและคนที่คุ้นเคยกับการเรียนวิชาคำนวณ ชาวเน็ตจับผิดและบอกได้ทันทีว่า“แค่เห็นก็รู้ว่าแกล้งเรียน” , "ความขยันจอมปลอม" , "พี่สาว ลูกชายของคุณ… พังพินาศแล้ว"สิ่งที่หลายคนสังเกตเห็นตรงกันก็คือ เด็กหนุ่มคนนี้กำลัง “อ่าน” คณิตศาสตร์ด้วยปากกาไฮไลต์สีเหลืองและสีเขียว แบบที่ใช้กันบ่อยๆ แต่เขากลับไม่ได้เขียนสูตรหรือคำนวณแต่อย่างใด เพียงแค่ขีดๆ เขียนๆ เหมือนกำลังสรุปเนื้อหา เรียกว่าเป็น “ภาพลักษณ์ของความขยันเพื่อให้พ่อแม่เห็น” มากกว่าความขยันจริงผปค.อึ้งกันหมด ด.ช.เรียนดีอันดับ 1 ของชั้น พ่อแม่ไม่เคยดุ แต่มี "กฎเหล็ก" ในครอบครัว!สลด ลูกชายนักวิชาการดัง ดิ่งตึกชั้น 17 เปิดกระเป๋านักเรียนดู พ่อทรุดลงหน้า "กองกระดาษ"ทั้งนี้ คุณแม่เล่าด้วยว่า…

  • ลูกชายน้ำตาตก กัดฟันส่งเงินให้พ่อแม่เดือนละ 7 พันกว่า เพิ่งรู้เอาไปถอยรถให้พี่ชาย

    หนุ่มมาเลเซียส่งเงินให้พ่อแม่เดือนละ 7 พันกว่าบาท สำหรับใช้หลังเกษียณ แต่กลับพบว่าพวกเขาใช้เงินก้อนนี้ไปซื้อรถใหม่ให้กับพี่ชายแทนหนุ่มมาเลเซียส่งเงินให้พ่อแม่เดือนละ 7 พันกว่าบาท สำหรับใช้หลังเกษียณ แต่กลับพบว่าพวกเขาใช้เงินก้อนนี้ไปซื้อรถใหม่ให้กับพี่ชายแทนเว็บไซต์ WORLD OF BUZZ เผยว่า ชายมาเลเซียคนหนึ่งเริ่มตั้งคำถามกับความสัมพันธ์กับพ่อแม่ หลังทนไม่ไหวกับการปฏิบัติที่แตกต่างกันระหว่างเขาและพี่ชายชายคนนี้ได้เล่าเรื่องราวแบบไม่ระบุตัวตนผ่านเพจเฟซบุ๊กโดยไม่เปิดเผยตัวตน เล่าว่าพ่อแม่ใช้เงิน 1,000 ริงกิต (ประมาณ 7,600 บาท) ที่เขาให้เป็นค่าเลี้ยงชีพหลังเกษียณ ไปช่วยซื้อรถใหม่ให้พี่ชาย โดยเขาเริ่มโพสต์ด้วยการอธิบายเหตุผลที่ส่งเงินเดือนละ 1,000 ริงกิตให้พ่อแม่เขาเขียนว่า “ในปีที่ผมจบมหาวิทยาลัย ผมได้งานแรกที่มีรายได้เดือนละ 2,800 ริงกิต (ประมาณ 21,500 บาท) โดยมีช่วงทดลองงาน 3 เดือน แม่บอกผมว่า "ลูกต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้นนะ แม่กับพ่อไม่ได้เป็นหนุ่มสาวตลอดไป ส่งเงินกลับบ้านเดือนละนิด เราจะเก็บไว้ใช้หลังเกษียณ"“ผมตอบตกลงทันที เพราะผมเป็นลูกที่เชื่อฟังอยู่แล้ว ผมจึงโอนเงินให้แม่เดือนละ 1,000 ริงกิต (ประมาณ 7,600 บาท) ค่าเช่าห้องผมเดือนละ 800 ริงกิต (ประมาณ 6,000 บาท) และต้องผ่อนเงินกู้ด้วย…

  • กอร์ดองเบลอ?! ผ่าหมูป่าเจอเนื้อ “สีฟ้าเรืองแสง” ผู้เชี่ยวชาญเผยความจริงอันน่าสะพรึงกลัว

    ผ่าหมูป่าเจอก้อนเนื้อสีน้ำเงินสดใส ผู้เชี่ยวชาญเผยความจริงอันน่าสะพรึงกลัว เตือนห้ามกินเด็ดขาด!ผ่าหมูป่าเจอก้อนเนื้อสีน้ำเงินสดใส นักล่าต้องแจ้งตำรวจทันที ผู้เชี่ยวชาญเตือนหนัก อาจเป็นสัญญาณ "พิษ" ห้ามกินเด็ดขาด!ช่วงนี้รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับภาพสุดสยองและชวนงุนงง หมูป่าหลายตัวที่ถูกล่าจับได้ เมื่อชำแหละกลับพบว่ากล้ามเนื้อและชั้นไขมันภายในเป็นสีฟ้าสดใสผิดปกติ เหตุการณ์นี้ไม่เพียงทำให้นักล่าตกใจจนพูดไม่ออก แต่ยังสร้างความกังวลให้กับผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าอย่างมากตามรายงานจากสื่อต่างประเทศ เหตุเกิดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ในเขตมอนเทอเรย์ (Monterey County) รัฐแคลิฟอร์เนีย ชายคนหนึ่งจับหมูป่าได้ตามปกติ แต่เมื่อผ่าร่างเพื่อเตรียมชำแหละ กลับพบว่าภายในร่างกายของหมูป่ามีกล้ามเนื้อและไขมันที่เปลี่ยนเป็นสีฟ้าสดใส แทนที่จะเป็นสีแดงหรือชมพูตามปกติ เขารีบแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และผลตรวจสอบทางห้องแล็บในเวลาต่อมา เปิดเผยความจริงสุดสะพรึง ไม่ใช่เพราะกลายพันธุ์ แต่เพราะหมูป่าเหล่านี้ “กินของผิดเข้าไป”กรมประมงและสัตว์ป่าแคลิฟอร์เนีย (CDFW) ระบุว่า หมูป่ากลุ่มนี้น่าจะกินเหยื่อหรือสัตว์เล็กที่ตายจากการโดน “ยาฆ่าหนูชนิดต้านการแข็งตัวของเลือด” เช่น Diphacinone เข้าไป หรืออาจเผลอกินยาดังกล่าวโดยตรง ยานี้มักถูกผสมกับสีฟ้า เพื่อเตือนมนุษย์ไม่ให้เผลอกินเข้าไป ถึงแม้ปริมาณจะมากพอทำให้หนูหรือละมั่งตายได้ แต่สำหรับหมูป่าที่หนักหลายสิบถึงร้อยกิโลกรัม อาจไม่ตายทันที แต่ก็มีสารพิษตกค้างในร่างกายและส่งผลให้เนื้อเปลี่ยนสีผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า อันตรายอาจลามถึงมนุษย์ ควรตรวจเนื้อก่อนบริโภค เนื่องจากสารพิษในสัตว์ป่าอาจส่งต่อผ่านห่วงโซ่อาหารไปถึงสัตว์อื่น หรือแม้แต่มนุษย์ หากบริโภคโดยไม่รู้ตัวอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งขณะนี้ประชากรหมูป่าในรัฐแคลิฟอร์เนียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งยิ่งทำให้ความเสี่ยงจากการสัมผัสสัตว์ป่าที่ได้รับพิษจากยาฆ่าหนูแพร่กระจายมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น หากใครล่าสัตว์หรือบริโภคเนื้อป่า ควรตรวจสอบสีของเนื้อและไขมันอย่างละเอียด หากพบสีผิดปกติให้ทิ้งทันที เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพตัวเองและครอบครัว