Category: ต่างประเทศ

  • แฉเบื้องหลัง เน็ตไอดอลสาวจีน ขาหักเร่ร่อนอยู่ข้างถนนในกัมพูชา คาดถูกแฟนหนุ่มหลอก (ต่างประเทศ)

    แฉเบื้องหลัง เน็ตไอดอลสาวจีน ขาหักเร่ร่อนอยู่ข้างถนนในกัมพูชา คาดถูกแฟนหนุ่มหลอก (ต่างประเทศ)จากกรณีที่ก่อนหน้านี้เป็นข่าวสะเทือนใจเมื่อมีการเปิดเผยภาพของ อู๋ เจินเจิน (Wu Zhenzhen) หรือ Umi เน็ตไอดอลสาววัยเพียง 20 ปี ที่ถูกพบในสภาพเร่ร่อนอยู่ข้างถนนในประเทศกัมพูชา ด้วยเนื้อตัวสกปรกมอมแมมและขาหักทั้งสองข้างล่าสุดมีชาวเน็ตโพสต์ภาพขณะเธออยู่ในศูนย์ช่วยเหลือ กำลังกิน โจ๊กธัญพืช (ปาเป่าโจว) เพื่อประทังชีวิต แม้จะมีคนเข้ามาให้กำลังใจ แต่ก็มีคอมเมนต์ด้านลบที่ระบุว่า ที่เธอกินได้แต่โจ๊ก เพราะโดนถอนฟันหมดปากแล้ว ตอนนี้กลายเป็นคนพิการที่หมดประโยชน์ จึงถูกทิ้งเหมือนขยะสาเหตุที่เธอต้องตกอยู่ในสภาพนี้ ชาวเน็ตจีนได้ออกมาแฉข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่า อู๋ เจินเจิน ถูกแฟนหนุ่มหลอกพามายังกัมพูชาด้วยคำหวานว่า หาเงินง่าย และใช้ชีวิตหรูหรา แต่ความจริงคือแฟนหนุ่มติดหนี้พนันก้อนโตในต่างแดน จึงตัดสินใจ ขายแฟนสาว เพื่อล้างหนี้ หลังจากถูกขาย เธอถูกบังคับให้ทำงานนั่งดริงก์ในบาร์และถูกมอมยาเสพติด จนสภาพจิตใจย่ำแย่และเสียสติ ก่อนจะประสบอุบัติเหตุหรือถูกทำร้ายจนขาหัก

  • เปิดคลิปสุดช็อก มือมืดขว้างระเบิดใส่หัวสส.หญิงฮอนดูรัส แตกตื่นทั้งอาคารรัฐสภา

    9 มกราคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โลกโซเชียลแห่แชร์คลิปภาพวินาทีที่ลูกระเบิดถูกโยนเข้ามาใส่ส.ส.หญิงจากพรรคชาตินิยม ซึ่งเป็นฝ่ายค้านของฮอนดูรัส เพียงไม่กี่นาทีก่อนการเปิดประชุมรัฐสภา โดยระเบิดโดนศีรษะเธอแต่เคราะห์ดีที่อานุภาพระเบิดไม่รุนแรง ทำให้ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือผู้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงจากเหตุการณ์ดังกล่าวโดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา ที่กรุงเตกูซิกัลปา เมืองหลวงของประเทศฮอนดูรัส เมื่อมีบุคคลไม่ทราบฝ่ายขว้างระเบิดใส่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่ ลุยส์ เรดอนโด ประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียกประชุมเพื่อรายงานผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เหตุระเบิดทำให้เกิดความแตกตื่นในอาคารรัฐสภา เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยต้องเร่งอพยพสมาชิกรัฐสภาและบุคลากรออกจากพื้นที่ทันทีขณะนี้ทางการฮอนดูรัสอยู่ระหว่างการสอบสวน เบื้องต้นจะไม่มีผู้บาดเจ็บรุนแรงแต่เหตุรุนแรงครั้งนี้ได้สร้างความกังวลต่อสถานการณ์ความมั่นคงทางการเมืองของประเทศเป็นอย่างยิ่งชมคลิป

  • บ่อขยะถล่มในฟิลิปปินส์ เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ ยังสูญหายอีก 38 ราย

    เกิดเหตุบ่อขยะถล่มในฟิลิปปินส์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ และยังมีผู้สูญหายอีก 38 ราย คาดสาเหตุเบื้องต้นเกิดจากการจัดการบ่อขยะได้ไม่ดีเมื่อวันที่ 9 มกราคม สำนักข่าว BBC รายงานว่าเกิดเหตุบ่อขยะถล่ม ในเมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ สูญหายอีก 38 รายเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บได้แล้ว 12 ราย และได้นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เหลือ โดยทางเจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ประสบภัยเกือบทั้งหมดเป็นคนงานของบ่อขยะ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบต้นเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้ขณะที่สมาชิกสภาเมืองเซบู ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์อาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่มีแนวโน้มว่าเป็นผลมาจากการจัดการบ่อขยะที่ไม่ดีในตอนนี้มีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องหน่วยงานรัฐบาลและภาคเอกชนกว่า 300 คน เพื่อช่วยเหลือและตามหาผู้สูญหายต่อไปอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องระทึก แผ่นดินไหว 6.7 เขย่าภาคใต้ ฟิลิปปินส์ ชาวบ้านแตกตื่นวิ่งหนีตายดินถล่มเคนยา หลังฝนตกหนักหลายวัน ยอดตาย 21 ศพ สูญหายหลายสิบปากีสถานอ่วม ยอดตายน้ำท่วม-ดินถล่ม อิทธิพลฝนตกหนัก ทะลุ 300 ศพ

  • ไม่ใช่ไทย! งานวัดจัดหนัก “โปรซุกเต้า” จ่าย 100 เดียวเสียวสะท้าน ชาวเน็ตถามพิกัดวุ่น

    not found

  • สะเทือนทั่วโลก! ‘ทรัมป์’ จัดหนัก ถอนสหรัฐออกจากองค์กรระหว่างประเทศ รวดเดียว 66 แห่ง

    สะเทือนทั่วโลก! "ทรัมป์" ลงนามคำสั่งถอนสหรัฐ ออกจากการเป็นสมาชิก "องค์กรระหว่างประเทศ" รวดเดียว 66 แห่งทำเนียบขาวของสหรัฐ เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้ลงนามในบันทึกคำสั่งถอดถอนสหรัฐออกจากการเป็นสมาชิกองค์กรระหว่างประเทศ จำนวน 66 แห่ง แบ่งเป็นองค์กรในเครือสหประชาชาติ (ยูเอ็น) 31 แห่ง และองค์กรนอกยูเอ็น 35 แห่ง เนื่องจาก "ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐอีกต่อไป"องค์กรระหว่างประเทศสำนักข่าวซินหัว รายงานว่า บรรดาองค์กรที่สหรัฐจะถอนตัวส่วนใหญ่เป็นหน่วยงาน คณะกรรมการ และคณะที่ปรึกษา ซึ่งเกี่ยวข้องกับยูเอ็น และดำเนินงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ธรรมาภิบาลโลก แรงงาน และประเด็นอื่น ๆ ที่รัฐบาลสหรัฐจัดประเภทไว้ว่า ส่งเสริมความหลากหลาย และภาวะ "ตื่นตัว" (woke)องค์กรในเครือยุเอ็น ที่สหรัฐจะถอนตัวออกไปนั้น รวมถึง คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (ECOSOC) สำหรับแอฟริกา ลาตินอเมริกา และแคริบเบียน เอเชีย และแปซิฟิก และเอเชียตะวันตก รวมถึงคณะกรรมการกฎหมายระหว่างประเทศ ศูนย์การค้าระหว่างประเทศ และองค์การการค้าและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติส่วนองค์กรนอกยูเอ็น ได้แก่ ข้อตกลงพลังงานปลอดคาร์บอนทุกวันตลอด…

  • พันธมิตรที่น่าเชื่อถือ! จีนมอบอุปกรณ์เก็บกู้ทุ่นระเบิดให้กัมพูชา

    ทูตจีนส่งมอบอุปกรณ์สำหรับการปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมให้กัมพูชา ด้านกัมพูชาลั่น จีนเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้มากที่สุดเมื่อวันที่ 8 ม.ค. 69 หวัง เหวินปิน เอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชา ได้ส่งมอบอุปกรณ์ที่รัฐบาลจีนจัดหาให้สำหรับการปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมในกัมพูชา อุปกรณ์ดังกล่าวประกอบด้วยเครื่องตรวจจับโลหะ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็น และยานพาหนะหวัง เหวินปิน ได้มอบอุปกรณ์ดังกล่าวให้แก่ ลี ทุช รองประธานอาวุโสขององค์การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากทุ่นระเบิดและภัยพิบัติแห่งกัมพูชา (CMAA)ลี ทุช กล่าวว่า ความช่วยเหลือนี้เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นที่ไม่เปลี่ยนแปลงของจีนที่มีต่อกัมพูชา และสะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทของจีนต่อภารกิจด้านมนุษยธรรมเขากล่าวเสริมว่า อุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพของทีมเก็บกู้ทุ่นระเบิดของกัมพูชา“เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการบริจาคอย่างเอื้อเฟื้อจากจีน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือในการปฏิบัติงาน แต่เป็นเครื่องมือแห่งการปกป้อง ความหวัง และการเปลี่ยนแปลง” ลี ทุช กล่าวเขาเสริมว่า “สิ่งเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของทีมเก็บกู้ทุ่นระเบิดของเราโดยตรง ในขณะที่พวกเขายังคงปฏิบัติภารกิจอันสูงส่งในการปลดปล่อยแผ่นดินกัมพูชาจากมรดกอันร้ายแรงของสงคราม”ลี ทุช กล่าวเพิ่มเติมว่า ความช่วยเหลือของจีนนั้นครอบคลุมมากกว่าแค่เพียงอุปกรณ์ แต่ยังรวมถึงการสนับสนุนทางการเงิน ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค การพัฒนาศักยภาพ การให้ความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงจากทุ่นระเบิด และการช่วยเหลือผู้ประสบภัย“ด้วยการสนับสนุนอย่างครอบคลุมนี้ ชีวิตนับไม่ถ้วนได้รับการปกป้อง ชุมชนได้รับการฟื้นฟู และผู้รอดชีวิตได้รับการเสริมพลังให้สร้างอนาคตของตนเองขึ้นใหม่ด้วยศักดิ์ศรี” เขากล่าวเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 68 จีนให้คำมั่นว่าจะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่กัมพูชา 20 ล้านหยวน (ราว 90…

  • สาวท้าพิสูจน์มี “เซ็กซ์” กับสามีทุกวันครบ 1 ปี เผยผลลัพธ์ที่เปลี่ยนชีวิตคู่และตัวเธอเอง

    ลองของจริง! สาวท้าพิสูจน์มี ลองของจริง! สาวท้าพิสูจน์มี "เซ็กซ์" กับสามีทุกวันครบ 1 ปี เผยผลลัพธ์ที่เปลี่ยนชีวิตคู่และตัวเธอเองชีวิตคู่เมื่ออยู่กันไปนานๆ ความตื่นเต้นเร้าใจอาจเริ่มจืดจางลงตามกาลเวลา แต่หญิงสาวคนหนึ่งตัดสินใจลุกขึ้นมาปฏิวัติชีวิตรักด้วยการตั้งเป้าหมายสุดท้าทาย คือการมี "เซ็กซ์" กับสามีทุกวันเป็นเวลา 1 ปีเต็ม เพื่อดูว่าจะเกิดผลกระทบอะไรขึ้นบ้าง และผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่ใช่แค่เรื่องความสัมพันธ์บนเตียง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีต่อรูปร่างของตัวเองอย่างสิ้นเชิงทำไมต้องทุกวัน? เหตุผลที่มากกว่าเรื่องบนเตียงบริตทานี กิบบอนส์ (Brittany Gibbons) ได้เปิดใจผ่านบทความใน Women's Health ว่าเธอตัดสินใจทำภารกิจมาราธอนนี้ไม่ใช่เพื่อกอบกู้ชีวิตแต่งงาน หรือเพราะสามีร้องขอ แต่เธอทำเพื่อ "ตัวเธอเอง" เป้าหมายหลักคือการเอาชนะความรู้สึกไม่มั่นใจในรูปร่าง และต้องการปลดแอกตัวเองจากความกังวลเรื่องสรีระผ่านไป 6 เดือน: เลิกอาย เลิกซ่อนพุงบริตทานีเล่าว่า เมื่อผ่านไปครึ่งทาง หรือ 6 เดือน เธอเริ่มกล้าที่จะถอดชุดนอนตัวโคร่งที่เคยใช้ปิดบังร่างกายออก โดยไม่สนว่าหน้าอกจะหย่อนคล้อยหรือไม่ เธอเริ่มเปลี่ยนโฟกัสจากการพยายามหามุมสวยเพื่อซ่อนไขมันหน้าท้อง มาเป็นการดื่มด่ำกับความสุขที่ร่างกายได้รับแทน ทำให้เธอรู้สึกว่าร่างกายของเธอได้รับการชื่นชมและยอมรับจากทั้งตัวเธอเองและสามีครบ 1 ปี: ความมั่นใจพุ่งขีดสุดเมื่อภารกิจครบ 1 ปี ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นยิ่งชัดเจน เธอเล่าว่าเธอเลิกวิ่งตัวงอออกจากห้องน้ำเพื่อรีบไปแต่งตัว แต่สามารถเดินตัวเปล่าไปที่ตู้เสื้อผ้าได้อย่างสบายใจ แม้กระทั่งตอนเตรียมอาหารกลางวันให้ลูก เธอก็สามารถใส่ชุดชั้นในเดินในบ้านได้โดยไม่รู้สึกขัดเขินอีกต่อไปสิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดคือความสัมพันธ์ทางกายและใจ…

  • ฝรั่งเศสวิปริต! รวบแม่วัย 33 ปี มีลูกกับ “พ่อแท้ๆ” 3 คน แถมบังคับลูกชายมีเซ็กซ์กับตัวเอง

    คดีสุดวิปริตในฝรั่งเศส ตำรวจเข้าควบคุมตัวหญิงวัย 33 ปี พร้อมเปิดเผยความลับดำมืด อยู่กินกับพ่อแท้ๆ จนมีลูก 3 คน แถมบังคับลูกชายมีเซ็กซ์กับตัวเองทางการฝรั่งเศสยืนยันการควบคุมตัวหญิงวัย 33 ปีเข้าสู่เรือนจำเพื่อรอการพิจารณาคดี หลังจากเธอก่อเหตุทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก่อนนำไปสู่การเปิดโปงเรื่องราวความรุนแรงและเหตุร่วมประเวณีระหว่างสายเลือดที่น่าสะอิดสะเอียนที่สุดคดีหนึ่งเรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยออกมา หลังจากสภาจังหวัดฟีนิสแตร์ได้รับแจ้งเหตุและส่งเรื่องให้ตำรวจเข้าตรวจสอบ จนพบพฤติกรรมสุดเลวร้ายภายในบ้าน โดยหญิงรายนี้อยู่กินกับพ่อแท้ๆ วัย 58 ปี ในฐานะคู่รัก และมีลูกด้วยกันถึง 3 คน เป็นเด็กชายวัย 11 ปี และลูกสาวฝาแฝดวัย 8 ปีฝ่ายพ่อถูกจับกุมเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2025 และยอมรับว่าข่มขืนลูกสาวมานาน โดยมีการใช้ยาระงับอาการทางจิตวางยาเธอด้วย แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ พ่อสารภาพว่าได้บังคับให้ลูกชายวัย 11 ปี มีเพศสัมพันธ์กับแม่ของตัวเอง พร้อมกับเปิดสื่อลามกให้เด็กดูเพื่อเป็นการ “ชี้นำ”แม้ฝ่ายหญิงจะตกเป็นเหยื่อของการทารุณกรรมมานานหลายปี แต่เธอก็ถูกตั้งข้อหาในฐานะผู้ร่วมก่อความรุนแรงและทำให้เยาวชนเสื่อมเสียเช่นกัน โดยเธอมีพฤติกรรมทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐบ่อยครั้ง โดยเมื่อ 2 ปีก่อนเคยทำร้ายเสมียนศาล และล่าสุดได้ทำร้ายเจ้าหน้าที่อีกครั้งจนเป็นเหตุให้ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำเมืองแบรสต์ สถานที่เดียวกับที่พ่อของเธอถูกคุมขังอยู่ขณะที่ลูกทั้ง 3 คนถูกส่งตัวไปอยู่ในความดูแลของหน่วยงานสังคมสงเคราะห์แล้ว โดยเด็กชายต้องพักรักษาตัวนานถึง 30 วันจากบาดแผลทางร่างกายและจิตใจ ส่วนลูกสาวฝาแฝดต้องพักรักษาตัว…

  • พินัยกรรมแม่ ยกให้ลูกชายหมด ลูกสาวเปิดเอกสารดู เอะใจ ประโยคเดียว หอบหลักฐาน ฟ้องศาลจนชนะ (ข่าวตปท.)

    เมื่อไม่นานมานี้ เว็บไซต์ต่างประเทศ ETtoday ได้มีการเผยแพร่เรื่องราวของหญิงชราวัยเกือบ 90 ปี ในเมืองไถหนาน ประเทศไต้หวัน ได้ทำพินัยกรรมภายใต้การจัดการของลูกชาย 2 คนเมื่อไม่นานมานี้ เว็บไซต์ต่างประเทศ ETtoday ได้มีการเผยแพร่เรื่องราวของหญิงชราวัยเกือบ 90 ปี ในเมืองไถหนาน ประเทศไต้หวัน ได้ทำพินัยกรรมภายใต้การจัดการของลูกชาย 2 คน โดยตัวพินัยกรรม ระบุว่า ลูกชายทั้งสองเป็นผู้รับมรดกที่ดินจำนวน 15 แปลง มูลค่ารวมกว่า 500 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือ ประมาณ 570 ล้านบาทแต่อย่างไรก็ตาม ลูกสาวของหญิงชราได้ยื่นฟ้องศาล เพื่อขอให้พินัยกรรมฉบับดังกล่าวเป็นโมฆะ โดยให้เหตุผลว่า แม่ของเธอรู้หนังสือ แต่ในพินัยกรรมกลับระบุว่า แม่ไม่รู้หนังสือและไม่สามารถเซ็นชื่อได้ ทั้งนี้ ศาลได้พิจารณาพยานหลักฐาน และรับฟังคำให้การของฝ่ายลูกสาว ก่อนจะตัดสินว่า พินัยกรรมดังกล่าวไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง จึงถือว่า ไม่มีผลตามกฎหมาย ส่งผลให้ทรัพย์มรดกมหาศาลนี้ จะต้องถูกแบ่งใหม่ตามกฎหมายมรดกจากการรายงานของสื่อ เผยว่า ในรายละเอียดของคดี ลูกสาวระบุว่า แม่ของเธอมีที่ดินอยู่ 16 แปลง รวมพื้นที่กว่า…

  • รุมสวดยับ ลุงหัวร้อนซัดสาวหน้าหงาย ฉุนแย่งที่นั่งรถไฟฟ้า ถ่ายประจานว่อนเน็ต

    เดือดกลางขบวน! มนุษย์ลุงฮ่องกง ปล่อยหมัดใส่หน้าหญิงสาวบนรถไฟฟ้า ฉุนโดนขวางทางแย่งที่นั่ง ก่อนทิ้งตัวนั่งหน้าตาเฉย พลเมืองดีรุมสวดยับ แนะฟ้องให้เข็ดเช้าวันจันทร์ที่แสนวุ่นวายบนรถไฟฟ้าควรจะเป็นเวลาที่ต่างคนต่างรีบเดินทางไปทำงาน แต่กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นในฮ่องกง กรณีเกิดการแย่งที่นั่งเพียงที่เดียวกลายเป็นชนวนเหตุความรุนแรงที่ทำเอาผู้โดยสารทั้งขบวนต้องตกตะลึง เมื่อชายสูงวัยรายหนึ่งเกิดบันดาลโทสะชกเข้าที่หน้าหญิงสาวคู่กรณี ท่ามกลางสายตาของผู้โดยสารทั้งขบวน กลายเป็นคลิปไวรัลที่ชาวฮ่องกงกำลังวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดสื่อท้องถิ่นอย่าง The Standard รายงานเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นบนรถไฟฟ้า MTR ของฮ่องกง เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา คลิปวิดีโอที่ถูกแชร์ว่อนโลกออนไลน์เผยให้เห็นภาพชายสูงวัยสวมหน้ากากอนามัย ยืนประจันหน้ากับหญิงสาวสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำมัดผมหางม้าสาเหตุของความเดือดดาลครั้งนี้ เกิดจากชายสูงวัยเข้าใจว่าหญิงสาวคนดังกล่าวยืนขวางทาง ทำให้เขาเดินไปนั่งเก้าอี้ว่างไม่สะดวก ด้วยความโมโห เขาจึงตัดสินใจปล่อยหมัดชกเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างจังจนเธอเซถอยหลังด้วยความเจ็บปวดลุงฮ่องกงปล่อยหมัดซัดหน้าสาวแย่งที่นั่ง MTRสิ่งที่ทำให้ผู้พบเห็นเหตุการณ์รับไม่ได้ที่สุด คือพฤติกรรมหลังจากนั้นของชายสูงวัย หลังจากที่ปล่อยหมัดใส่หน้าผู้หญิงจนเธอถอยไปแล้ว ลุงรายนี้ก็เดินเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวต้นเหตุอย่างหน้าตาเฉย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมแก้ตัวแบบข้าง ๆ คู ๆ ว่า “เขาก็แค่ต้องการจะเดินไปนั่ง” ขณะที่ผู้โดยสารคนอื่น ๆ ที่เห็นเหตุการณ์พยายามเข้ามาแยกทั้งคู่ออกจากกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุบานปลายแม้จะได้นั่งสมใจ แต่ชายสูงวัยก็ต้องเจอกับศาลเตี้ยบนรถไฟฟ้า เพราะผู้โดยสารหลายคนรุมตำหนิพฤติกรรมไม่เหมาะสมของเขา ซึ่งผู้โดยสารท่านหนึ่งเดินเข้าไปเผชิญหน้าและตักเตือนเสียงดังว่า“อย่าใช้กำลัง ที่นี่ฮ่องกง เรามีกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม” จะมาทำตัวป่าเถื่อนแบบนี้ไม่ได้ แต่ถึงจะถูกรุมต่อว่า แต่เขาก็ยังโต้เถียงและไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่ทำลงไปทางด้านหญิงสาวผู้เสียหาย รู้สึกตกใจแต่เธอยังคงยืนยันหนักแน่นว่าเธอถูกทำร้ายร่างกาย และแสดงเจตจำนงที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีคลิปวิดีโอดังกล่าวกลายเป็นไวรัลบนโซเชียล มีเสียงวิจารณ์มากมายเสียงส่วนใหญ่เป็นเอกฉันท์ ชาวเน็ตตำหนิการกระทำของชายสูงวัยที่ใช้กำลังทำร้ายผู้หญิง เพียงเพราะเรื่องที่นั่ง ขณะที่หลายคอมเมนต์ตั้งข้อสังเกตว่า“คุณลุงดูแข็งแรงมาก หมัดหนักขนาดนี้ จริง…