Category: ต่างประเทศ

  • แซนด์วิชรถเข็นมรณะ อิตาลีกินตาย 2 ราย ป่วยอีก 14 คาดติดเชื้อ ‘โบทูลิซึม’

    สลด! อิตาลีเสียชีวิต 2 ราย ป่วยอีก 14 หลังกินแซนด์วิชรถเข็น พานินี่ไส้กรอกย่างกับยอดผักกาด คาดติดเชื้อ ‘โบทูลิซึม’ ทำให้อาหารเป็นพิษสำนักข่าวอิตาลี รายงาน เหตุน่าสลด ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิตาลี มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และล้มป่วยอีก 14 คน (ในจำนวนนี้เป็นวัยรุ่น 2 คน) จนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ทั้งหมดเป็นผลมาจากการรับประทานแซนด์วิชไส้กรอกและยอดผักกาดปนเปื้อนจากรถขายอาหารคันหนึ่ง นับเป็นการระบาดของเชื้อ “โบทูลิซึม” ที่เป็นพิษครั้งที่ 2 ในรอบเดือนของอิตาลีสำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย คือ นายลุยจิ ดิ ซาร์โน วัย 52 ปี และนางทามารา ดาคุนโต วัย 45 ปี ซึ่งทั้งคู่เสียชีวิตภายในเวลาเพียง 2 วันหลังรับประทานแซนด์วิชเข้าไป ส่วนผู้ป่วยอีก 14 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลจากภาวะอาหารเป็นพิษพี่สาวของนายดิ ซาร์โน ซึ่งเป็นศิลปิน ได้เปิดเผยข้อมูลว่า น้องชายของเธอถูกโรงพยาบาลส่งตัวกลับบ้าน…

  • รู้ไว้ดีกว่า 3 ผักที่ “อมสารเคมี” มากที่สุดในตลาด คนขายยังไม่กล้ากิน!

    3 ผักที่ 3 ผักที่ "อมสารเคมี" มากที่สุดในตลาด คนขายยังไม่กล้ากินผักเป็นอาหารที่ขาดไม่ได้ในทุกมื้อของครอบครัว แต่ภายใต้สีเขียวสดใสและรูปลักษณ์ที่ดูน่ากินนั้น บางชนิดกลับแฝงไปด้วยสารตกค้างจากยาฆ่าแมลงในระดับที่น่ากังวลยกตัวอย่างเช่น ตามการรายงานของเว็บไซต์ SOHA ระบุว่า ที่ประเทศจีน มีการใช้ยาฆ่าแมลงถึง 1.8 ล้านตัน และปุ๋ยเคมีอีก 60 ล้านตันต่อปี โดยเฉพาะในเขตชนบท การใช้สารเคมีอย่างหนักนี้ส่งผลให้ผักบางชนิดมีสารตกค้างมากกว่าชนิดอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัดขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การรับประทานหรือสัมผัสกับผักที่มียาฆ่าแมลงตกค้างในระยะยาว อาจทำให้สารพิษสะสมในร่างกาย ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน เสี่ยงเกิดพิษเฉียบพลัน และอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาวผัก 3 ประเภทที่มักมีสารตกค้างจากยาฆ่าแมลงมากที่สุด1. ผักใบเขียวผักใบเขียวมักมีปริมาณสารตกค้างสูง เพราะใบมีความนิ่ม อุ้มน้ำได้ดี และเป็นที่ชื่นชอบของแมลงศัตรูพืช ทำให้เกษตรกรต้องใช้ยาฆ่าแมลงในปริมาณมากผักที่ใช้ยาน้อย ได้แก่ แครอท, มันฝรั่ง, กะหล่ำปลี, ผักกาดขาว, ผักสลัด, ผักชีผักที่ใช้ยามาก เช่น ถั่วฝักยาว, หอมใหญ่, กุยช่าย, แตงกวา, มะเขือเทศ, คะน้า, มะเขือยาวผักกลิ่นฉุนตามธรรมชาติ สามารถไล่แมลงได้เอง เช่น ตังโอ๋, ผักชี, ใบแมงลัก2.…

  • หนุ่มเผยคลิปวิดีโอถ่ายติดภาพวัตถุลึกลับบนท้องฟ้าขณะเล่นกับสุนัข

    ชายชาวอังกฤษคนหนึ่งบังเอิญถ่ายวิดีโอติดวัตถุบินลึกลับขณะกำลังจูงสุนัขออกไปเดินเล่นกลางแจ้งและคลิปดังกล่าวก็กลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็วนายแอนดรูว์ คลิฟตัน วัย 40 ปี ออกไปเดินเล่นกับ "แดช" สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์วัย 5 ขวบของเขา ที่เนินเขามัลเวิร์น เมืองมัลเวิร์น มณฑลวูสเตอร์เชอร์ สหราชอาณาจักร เมื่อวันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม และได้บันทึกภาพเหตุการณ์ประหลาดนี้ไว้ในตอนแรกเขาตั้งใจจะอัดคลิปวิดีโอตอนที่ตัวเองโยนจานร่อนให้แดช แต่จู่ๆ ก็มีวัตถุประหลาดพุ่งผ่านอากาศไปด้วยความเร็วสูง โดยที่ในตอนนั้น คลิฟตัน ไม่ทันได้สังเกตเห็นหรือได้ยินเสียงใดๆ เลยจนกระทั่งมาเปิดดูวิดีโอทีหลัง เขาจึงพบวัตถุประหลาดนั้น เมื่อนำคลิปไปให้เพื่อนๆ ดู ทุกคนจึงแนะนำให้เขาโพสต์ลงในกลุ่ม “ยูเอฟโอ” ของเฟซบุ๊ก ซึ่งคลิปดังกล่าวก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามและมีผู้เข้าชมไม่ต่ำกว่า 7 ล้านครั้งคลิฟตันซึ่งทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายบริหารการเปลี่ยนแปลงองค์กรจากเมืองมิเนตี มณฑลวิลต์เชอร์ กล่าวว่า "มันเป็นประสบการณ์ที่แปลกประหลาดมาก"เมื่อเล่นคลิปวิดีโอด้วยความเร็วปกติจะเห็นเพียงเงาจางๆ ของวัตถุลึกลับที่เคลื่อนผ่านใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆอย่างรวดเร็วและใช้เวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที แต่เมื่อเปิดดูแบบสโลว์โมชัน จะเห็นว่าวัตถุดังกล่าวมีลักษณะคล้ายท่อยาวหรือจรวดและมีสีน้ำเงินที่ส่วนท้ายเมื่อคลิปนี้ถูกโพสต์ลงในกลุ่มยูเอฟโอบนเฟซบุ๊กและแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (ทวิตเตอร์) ผู้ที่เข้ามาชมคลิปบางส่วนก็เชื่อว่า เป็นภาพของยานพาหนะหรือเทคโนโลยีบางอย่างของมนุษย์ต่างดาว แต่คลิฟตันกลับมองว่า มีความเป็นไปได้ที่วัตถุดังกล่าวจะเป็นผลงานจากการพัฒนาทางการทหารที่ล้ำสมัยของอังกฤษมากกว่า เนื่องจากพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับเนินเขามัลเวิร์นนั้นเป็นที่ตั้งฐานทัพของกองทัพอากาศอังกฤษที่มา : nypost.com, gloucestershirelive.co.ukเครดิตภาพ : X / 528vibes

  • เลว! ชายอินเดีย 2 คน ลักพาตัวหญิงเป็นใบ้-หูหนวก พาไปรุมโทรม

    ชายอินเดีย 2 คน ลักพาตัวหญิงเป็นใบ้-หูหนวก ขณะที่เธอกำลังเดินกลับบ้าน พาไปรุมโทรม ล่าสุดตำรวจตรวจกล้องวงจรปิดและจับคนร้ายได้แล้วเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม สำนักข่าว NDTV รายงานเหตุสะเทือนใจ ภายหลังจากที่ชายฉกรรจ์ 2 คนได้ลักพาตัวหญิงหูหนวก-เป็นใบ้ ขณะที่เธอกำลังจะกลับบ้าน ก่อนจะรุมโทรมเธอภายในรัฐอุตตรประเทศ อินเดียโดยคนร้ายได้พาเธอไปยังพื้นที่ทิ้งร้าง ก่อนจะลงมือพลัดกันล่วงละเมิดทางเพศเธอ ซึ่งจากที่เธอพิการทำให้เธอไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้ ซึ่งทางครอบครัวเหมือนเห็นความผิดปกติจึงออกตามหาก่อนจะพบเธอใกล้สถานีตำรวจ จึงรีบพาเธอส่งโรงพยาบาล เบื้องเธออาการคงที่แต่มีอาการช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยทางตำรวจได้จับกุมผู้ก่อเหตุทั้งสองคนได้แล้ว ทราบชื่อ อังคูร์ เวอร์มา และ ฮาร์ชิท ปัญเดย์ ซึ่งทั้งสองถูกจับกุมภายใน 24 ชั่วโมง หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญขึ้น ซึ่งตำรวจได้ใช้กล้องวงจรปิดในการระบุตัวตน กล้องดังกล่าวสามารถจับภาพวินาทีที่เหยื่อวิ่งหนีคนร้าย ก่อนจะนำไปสู่การจับกุมในที่สุด เบื้องต้นทั้งสองสารภาพผิด และทางตำรวจจะทำการสอบสวนเพิ่มเติมต่อไปอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องชายอินเดีย เครียดสงสัยเมียมีชู้ วางยาลูก ก่อนฆ่าตัวตายตาม ดับ 3 ศพพยาบาลอินเดีย เฉือนจ้าวโลกหมอ หลังพยายามรุมข่มขืน รอดหวุดหวิดคุกตลอดชีวิต หลานอดีตนายกฯ อินเดีย คดีข่มขืน ใหญ่แค่ไหนก็ไม่รอด

  • ผัวโวย “ไข่ต้มอยู่ไหน” ทำเมียฟิวส์ขาด ปัดจานชามเกลี้ยง โดนทำร้ายซ้ำจนต้องหนี

    สามีภรรยาชาวจีนทะเลาะกันรุนแรง ปมไข่ต้ม ก่อนภรรยาออกมาไลฟ์สดแฉว่าถูกสามีทำร้ายร่างกายจนช้ำ และตัดสินใจจะขอหย่าขาดจากสามีกลายเป็นคลิปไวรัลที่สร้างความเดือดไปทั่วโลกโซเชียลของจีน เมื่อกล้องวงจรปิดภายในบ้านหลังหนึ่งได้บันทึกภาพเหตุการณ์ที่สามีภรรยาคู่หนึ่งทะเลาะกันอย่างรุนแรงเป็นเวลานานถึง 17 นาที โดยมีสาเหตุมาจากเรื่องเล็กน้อยอย่าง ไข่ต้ม เพียงใบเดียว แต่เรื่องราวกลับไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อฝ่ายภรรยาได้ออกมาไลฟ์สดแฉในภายหลังว่าเธอถูกสามีทำร้ายร่างกาย และได้ตัดสินใจที่จะขอหย่าขาดจากสามีแล้วเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2025 ที่ผ่านมา โดยในคลิปวิดีโอความยาว 17 นาที ซึ่งถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ได้แสดงให้เห็นภาพขณะที่ครอบครัวกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร แต่ฝ่ายสามีกลับมีท่าทีโมโหและถามภรรยาซ้ำ ๆ ว่า “ไข่ของฉันอยู่ไหน” พร้อมทั้งบ่นเสียงดังว่า “ฉันไม่ได้กินเลย เด็ก ๆ ก็กินกันหมดแล้ว”ภาพจาก: TikTok/ liqingqing188ฝ่ายภรรยาพยายามอธิบายว่า “เด็กสองคนบนโต๊ะ กินกันคนละใบ” และพยายามบอกว่า “เดี๋ยวฉันต้มให้ใหม่ก็ได้” แต่สามีกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยว่า “ไม่ต้องลำบาก ฉันไม่อยากกินแล้ว” เมื่อภรรยาพูดเชิงตำหนิว่า “คุณนี่เหมือนเด็กไม่มีผิด โตแล้วนะ” ฝ่ายสามีกลับระเบิดอารมณ์ตอบกลับอย่างรุนแรงว่า “มันกินของฉัน ทำไมต้องให้มันกิน”การทะเลาะวิวาทจากเรื่องเล็กน้อยได้บานปลายออกไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดฝ่ายภรรยาทนไม่ไหว ได้ปัดจานชามบนโต๊ะทิ้งอย่างแรง พร้อมตะโกนว่า “งั้นไม่ต้องมีใครกิน” ก่อนจะเดินออกจากห้องอาหารไป ทิ้งไว้เพียงความตึงเครียดและเด็กสองคนที่นั่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วยความตกใจหลังจากที่คลิปดังกล่าวกลายเป็นไวรัล เรื่องราวได้ดำเนินไปสู่จุดที่น่าตกใจยิ่งขึ้น เมื่อฝ่ายภรรยาได้ออกมาไลฟ์สดผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อเปิดเผยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น…

  • พบร่างชายที่หายตัวไป 28 ปีติดอยู่ในธารน้ำแข็ง สภาพศพสมบูรณ์เหลือเชื่อ

    ครอบครัวของชายชาวปากีสถานผู้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเกือบ 30 ปีได้ร่างของบุคคลอันเป็นที่รักในที่สุดในเดือนมิถุนายน 2540 นัสซิรูดิน ชายชาวปากีสถานวัย 31 ปี ได้หายตัวไปอย่างลึกลับในถ้ำแห่งหนึ่งขณะเดินทางอยู่ในหุบเขาสุพัต ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาทางตอนเหนือของปากีสถานในเขตจังหวัดไคเบอร์ ปักตุนควา เขาทิ้งภรรยาและลูกอีกสองคนไว้เบื้องหลังตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ครอบครัวของนัสซิรูดินได้ออกตามหาตัวเขาในพื้นที่นั้นอย่างไม่ลดละ แต่ก็ไม่พบร่องรอยใด ๆ เลย"ครอบครัวของเราตามหาเขาทุกซอกทุกมุมตลอดหลายปีที่ผ่านมา" มาลิก อุเบด หลานชายของนัสซิรูดินให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวเอเอฟพี “พวกลุงๆ น้าๆ และลูกพี่ลูกน้องของเราไปที่ธารน้ำแข็งหลายครั้งเพื่อดูว่าพอจะมีโอกาสกู้ร่างของเขากลับมาได้หรือไม่ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ เพราะมันเป็นไปไม่ได้"หลังจากผ่านไปเกือบสามทศวรรษ การตามหานัสซิรูดินก็สิ้นสุดลงในที่สุด เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา โอมาร์ คาห์น คนเลี้ยงแกะในพื้นที่ได้พบศพของชายผู้หายไปพร้อมกับบัตรประจำตัวประชาชนที่ยังคงอยู่ติดตัวเขา"สิ่งที่ผมเห็นมันเหลือเชื่อมาก" คาห์นบอกผู้สื่อข่าวบีบีซีภาคภาษาอูรดู “ศพยังคงสมบูรณ์ เสื้อผ้าก็ไม่ขาดเลยสักนิด"ธารน้ำแข็งรักษาสภาพศพของนัสซิรูดินไว้อย่างดีตลอดระยะเวลา 28 ปี ร่างกายของเขาถูกแช่แข็งอย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยปกป้องร่างจากความชื้นและออกซิเจนและกลายเป็น “มัมมี่”ปากีสถานเป็นที่ตั้งของธารน้ำแข็งประมาณ 7,000 แห่ง ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดรองจากพื้นที่ขั้วโลก และปัจจุบันก็กำลังประสบชะตากรรมเช่นเดียวกับธารน้ำแข็งอื่น ๆ ทั่วโลก ซึ่งก็คือสภาพของธารน้ำแข็งยักษ์เหล่านี้ที่กำลังละลายลงอย่างช้า ๆ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภาคเหนือของปากีสถาน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้หิมะในภูมิภาคลดลง ส่งผลให้แสงแดดละลายธารน้ำแข็งมากขึ้น ภาวะโลกร้อนที่ผิดปกตินี้เองที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ศพของนัสซิรูดินโผล่ออกมาจนคนเลี้ยงแกะที่ผ่านไปได้พบเข้า"ในที่สุดเราก็ได้โล่งใจกันเสียทีหลังจากพบร่างไร้วิญญาณของเขา" อุเบดกล่าวที่มา : popularmechanics.comเครดิตภาพ :…

  • ไปตลาดเห็นผักชนิดนี้ต้องรีบซื้อทันที “ผักดีที่สุดในโลก” ป้องกันมะเร็งได้ดีเยี่ยม

    ไปตลาดเห็นผักชนิดนี้ ต้องรีบซื้อทันที ไปตลาดเห็นผักชนิดนี้ ต้องรีบซื้อทันที "ผักดีที่สุดในโลก" ป้องกันมะเร็งได้อย่างยอดเยี่ยม แต่หลายคนยังไม่รู้จากการจัดอันดับผักผลไม้ที่มีสารอาหารสูงที่สุดโดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) "วอเตอร์เครส" หรือที่คนไทยเรียกว่า "สลัดน้ำ" ได้รับคะแนนสูงสุดถึง 100 คะแนนในด้านความหนาแน่นของสารอาหาร และถูก CDC สหรัฐฯ ขนานนามว่าเป็น “ผักดีที่สุดในโลก”นอกจากจะอุดมไปด้วยสารอาหารแล้ว วอเตอร์เครสยังช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ได้มากมาย รวมถึงโรคมะเร็งหลายชนิด ข้อมูลนี้ทำให้หลายคนประหลาดใจ เพราะไม่เคยรู้ว่าผักชนิดนี้มีคุณค่าทางโภชนาการสูงถึงเพียงนี้วอเตอร์เครสและสรรพคุณป้องกันมะเร็งที่ยอดเยี่ยมตามข้อมูลจาก Healthline วอเตอร์เครสอุดมด้วยสารพฤกษเคมี (phytochemicals) ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งบางชนิดได้วอเตอร์เครสและผักตระกูลกะหล่ำอื่น ๆ มีสารกลูโคซิโนเลต (glucosinolate) ซึ่งจะแปรสภาพเป็นไอโซไทโอไซยาเนต (isothiocyanate) เมื่อผักถูกหั่นหรือเคี้ยว กลุ่มไอโซไทโอไซยาเนตนี้ประกอบด้วยสารที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพเข้มข้น เช่น ซัลโฟราฟาน (sulforaphane) และฟีนิเอทิล ไอโซไทโอไซยาเนต (phenethyl isothiocyanate, PEITC)สารเหล่านี้ช่วยปกป้องร่างกายด้วยกลไกหลายประการ ได้แก่ การรักษาเซลล์ที่แข็งแรงไม่ให้ถูกทำลาย การยับยั้งสารก่อมะเร็ง และการชะลอการเจริญเติบโตรวมถึงการแพร่กระจายของก้อนเนื้องานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า ไอโซไทโอไซยาเนตในวอเตอร์เครสมีศักยภาพในการป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ปอด ต่อมลูกหมาก และผิวหนัง นอกจากนี้ ซัลโฟราฟานและไอโซไทโอไซยาเนตในวอเตอร์เครสยังสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมได้อีกด้วยงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยอัลสเตอร์ สหราชอาณาจักร…

  • ช็อก อดีตนางงามฟิลิปปินส์ ถูกพบเป็นศพลอยทะเล หลังโดนลักพาตัวไม่กี่วัน

    ภาพจาก the sunช็อก อดีตนางงามฟิลิปปินส์ ถูกพบเป็นศพลอยทะเล หลังโดนลักพาตัวไม่กี่วันเดอะซัน รายงานข่าวสะเทือนขวัญ เมื่อ อดีตนางงามวัย 35 ปี ที่หายตัวไปนั้น เจอเป็นศพถูกมัดและทับด้วยหินในทะเลแอคเควน อาร์ราดาซา วัย 35 ปี อดีตนางงาม ถูกพบเห็นครั้งสุดท้ายผ่านกล้องวงจรปิด ขณะถูกชายติดอาวุธ 3 คน ลักพาตัวไปในรถยนต์โตโยต้าสีดำ ขณะที่เธอกำลังช้อปปิ้งเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมก่อนจะพบศพของเธอ ในสภาพที่เปลี่ยนแปลงไป นอกหมู่บ้านริมทะเลบารังไกย์ 99 ดิอิต ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อจันทร์ที่ 4 สิงหาคมชาวประมงท้องถิ่นได้แจ้งตำรวจหลังจากพบศพของเธอที่กำลังเน่าเปื่อยลอยอยู่ในน้ำ เธอถูกมัดด้วยกระสอบ 2 ใบ ซึ่งผูกติดกับตัวเพื่อถ่วงน้ำหนัก นางงามรายนี้ ยังมีกุญแจล็อกจักรยานอยู่ที่คอ และถูกปิดตาและปิดปากตำรวจท้องถิ่นกล่าวว่า ศพอยู่ในระยะบวแล้ว และอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า ใบหน้าของเธอถูกคลุมด้วยผ้าสีดำ และพันด้วยเทปสายไฟ ต่อมาตำรวจได้ยืนยันว่าเป็นศพของนางงามที่หายตัวไปตำรวจยืนยันว่า ศพนิรนามที่พบจากทะเลในบารังไกย์ 99-ดิอิต เมืองตาโคลบัน เมื่อ 4 สิงหา ระบุตัวตนได้แล้วว่าเป็นหญิงที่เคยถูกลักพาตัวที่เมืองออร์ม็อก การยืนยันนี้เกิดขึ้นจากการประสานงานอย่างต่อเนื่อง ระหว่าง…

  • ตะลึง ชายออกล่า จับงูหลามพม่า 87 ตัวในเดือนเดียว ได้รางวัลจากรัฐสูง 3.2 หมื่นบาท

    ตะลึง ชายออกล่า จับงูหลามพม่า 87 ตัวในเดือนเดียว ได้เงินรางวัลจากรัฐฟลอริดาสูง 3.2 หมื่นบาทเว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า ชายชาวฟลอริดา คว้าเงินรางวัลมูลค่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 3.2 หมื่นบาท จากโครงการจูงใจใหม่ของรัฐ หลังสามารถจับงูหลามพม่าได้มากถึง 87 ตัวภายในเพียงเดือนเดียวโครงการ Python Elimination Program ของเขตบริหารจัดการน้ำทางใต้ของรัฐฟลอริดาจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ชาวฟลอริดาที่มีทักษะ ช่วยกันจับและกำจัดงูหลามพม่าที่รุกรานระบบนิเวศแอรอน แมนน์ คว้ารางวัลประจำเดือนมูลค่า 3.2 หมื่นจากทางโครงการดังกล่าว หลังเขาสามารถจับงูหลามพม่าได้สูงสุด 87 ตัว โดยแมนน์ถ่ายภาพคู่กับหนึ่งในงูที่จับได้ร่วมกับเพื่อนนักล่า โดยนำซากงูขนาดมหึมาพาดบ่า ด้วยท่าทีภูมิใจกับผลงานการล่าและรางวัลที่กำลังจะได้รับเมื่อต้นปี 2025 โครงการดังกล่าวได้เริ่มมอบรางวัลเงินสดให้กับผู้ที่สามารถจับงูได้มากที่สุดในแต่ละเดือน นอกจากนี้ ฟลอริดายังมีมาตรการอื่นเพื่อลดจำนวนงูหลาม เช่น การจัดแข่งขันประจำปี “Florida Python Challenge”ภาพประกอบซึ่งเมื่อปีที่แล้ว ผู้เข้าแข่งขันสามารถจับงูได้เพียง 20 ตัวในช่วงเวลา 10 วัน ซึ่งถือเป็นจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับผลงานของแมนน์ แต่เขาได้รับรางวัลถึง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 3.2 แสนบาทปัจจุบัน หน่วยงานยังจ้างผู้กำจัดงูหลาม…

  • “แรงงาน” แห่กลับบ้านสะเทือนเศรษฐกิจ “กัมพูชา”

    เหตุปะทะระหว่างไทย-กัมพูชาส่งผลให้แรงงานกัมพูชาในไทยทยอยกลับประเทศ เสียงสะท้อนจากแรงงานหลายคนชี้ถึงความกังวลทั้งเรื่องสถานการณ์และกลัวไม่มีงานทำแรงงานกัมพูชาแห่เดินทางกลับประเทศผ่านจุดผ่านแดนต่างๆ ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา นับตั้งแต่สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชาทวีความรุนแรงขึ้น จนกลายเป็นเหตุปะทะเมื่อปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งข้อตกลงหยุดยิงไม่สามารถผ่อนคลายบรรยากาศความกังวลนี้ลงได้ชาวกัมพูชาที่อพยพกลับประเทศในช่วงนี้บางคน ระบุว่า ไม่ต้องการเป็นแรงงานกลุ่มสุดท้ายที่ยังอยู่ในไทย หลังจากแรงงานจำนวนมากทยอยเดินทางกลับไปแล้ว ก่อนหน้านี้ตามการร้องขอของรัฐบาลกัมพูชาและความกังวลต่อความปลอดภัย ทำให้เหลือชาวกัมพูชาน้อยลงเรื่อยๆขณะที่แรงงานส่วนใหญ่กลัวความไม่แน่นอนของสถานการณ์ ซึ่งไม่รู้ว่าเหตุรุนแรงจะจบลงเมื่อไหร่ รวมทั้งกังวลข่าวการทำร้ายชาวกัมพูชาในไทย ท่ามกลางกระแสความเกลียดชังที่ถูกโหมกระพือจากข่าวลวง ข่าวปลอมและการบิดเบือนข้อมูลต่างๆ ไปจนถึงข่าวลือเรื่องที่รัฐบาลกัมพูชาเตรียมยึดที่ดินและถอนสัญชาติชาวกัมพูชาที่ไม่ยอมกลับประเทศภายในช่วงกลางเดือน ส.ค.นี้ข้อมูลจากองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) เมื่อปี 2019 ชี้ว่า ผู้อพยพชาวกัมพูชาในไทย 6 ใน 7 คน ส่งเงินกลับไปให้ครอบครัวที่กัมพูชา ตกคนละตั้งแต่ 10,000 บาท ไปจนถึงสูงสุดมากกว่า 100,000 บาทต่อปี ซึ่งค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 40,000 บาทต่อคนต่อปีขณะที่รายงาน UN เมื่อปี 2024 ระบุว่า ชาวกัมพูชาในไทยส่งเงินกลับประเทศประมาณ 20,000 ล้านบาทในปี 2022 ซึ่งตัวเลขนี้ประเมินจากแรงงานที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายและมีข้อมูลชัดเจนเท่านั้น แต่ตัวเลขจริงๆ อาจสูงกว่านี้มาก เพราะหลายคนมักใช้วิธีฝากเงินกลับบ้าน หรือใช้ช่องทางที่ไม่ใช่ทางการ รวมทั้งไม่สามารถระบุจำนวนแรงงานกัมพูชาในไทยที่แน่ชัดได้ข้อมูลทางการไทยเมื่อปี 2024 ชี้ว่า มีแรงงานกัมพูชาถูกกฎหมายในไทยกว่า 490,000…