Category: ต่างประเทศ

  • สยอง! หนุ่มออฟฟิศ แผลผุดเต็มตัว แพทย์ชี้มีเซ็กซ์แบบ “ไม่ระวัง” ต้นเหตุความทรมาน

    หนุ่มออฟฟิศเจ็บหนัก หนุ่มออฟฟิศเจ็บหนัก "ซิฟิลิส" ระยะรุนแรง ผื่นลามทั่วตัว แพทย์เตือน มีเซ็กซ์ไม่ระวัง เสี่ยงติดเชื้อพุ่งวันที่ 12 สิงหาคม 2025 โรงพยาบาลโรคเขตร้อนนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม แจ้งว่าเพิ่งรับและรักษาผู้ป่วยโรคซิฟิลิสในระยะรุนแรง ที่เกิดการบาดเจ็บทั่วร่างกาย และแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้ในระดับสูง โดยติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่เลือกหน้าคนไข้คือนายที (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี เป็นพนักงานออฟฟิศ ที่มาพบแพทย์เนื่องจากมีผื่นแดงขึ้นตามฝ่ามือจำนวนมาก ร่วมกับอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง จากคำบอกเล่าของเขาพบว่า เมื่อเดือนที่แล้ว เขาพบแผลเล็กๆ ที่อวัยวะเพศ แต่ไม่รู้สึกเจ็บและหายเองภายในไม่กี่วัน เขาคิดว่าอาการไม่รุนแรง จึงไม่ได้ไปพบแพทย์และเพิกเฉยอย่างไรก็ตาม ต่อมาผู้ป่วยมีแผลในกระเพาะอาหาร ผิวหนังอักเสบ และการติดเชื้อกระจายไปทั่วร่างกาย โรคนี้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เขาต้องเข้ารับการรักษาที่คลินิกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรงพยาบาลโรคเขตร้อนจากการตรวจร่างกาย แพทย์ระบุว่าอาการบนร่างกายของผู้ป่วยนั้น เป็นอาการแสดงของโรคซิฟิลิสชนิดรุนแรง ผลการตรวจยืนยันการวินิจฉัย และบ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะแพร่เชื้อไปยังคู่นอน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ผู้ป่วยอาจเผชิญกับภาวะแทรกซ้อนที่คุกคามชีวิต ที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็น ระบบประสาท ระบบหัวใจและหลอดเลือดผู้ป่วยสารภาพว่าเขาเคยมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน และไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัยป้องกัน ในขณะที่แพทย์ระบุว่า กรณีนี้ไม่ใช่เคสหายากในปัจจุบัน เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยโรคซิฟิลิสกำลังเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มชายรักชาย (MSM)ลูกชาย 2 ขวบ ติดเชื้อ…

  • “สม รังสี” แฉรายได้สแกมเมอร์กัมพูชา 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี ซื้อ F-16 ได้เกือบ 300 ลำ

    วันที่ 13 ส.ค.68 นายสม รังสี อดีตแกนนำฝ่ายค้าน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sam Rainsy ระบุว่า…รายได้จาก ‘อาชญากรสแกมเมอร์’ ในกัมพูชา ราว 19,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ในขณะที่ F-16 ใหม่ มีราคา 65 ล้านดอลลาร์ดังนั้น สามารถซื้อ F-16 ได้ประมาณ 292 ลำ เมื่อเทียบกับ รายได้จากสแกมเมอร์ 19,000ล้านดอลลาร์$19 billion/year is the income of criminals in Cambodia.A new F-16 costs $65 million, so with $19 billion, you could buy about 292 F-16s.

  • แม่ซึ้งน้ำตาไหล “ลูกขยันเรียน” อวดลงโซเชียลฯ แต่คนเห็น 1 สิ่งสุดโป๊ะ แห่ขำภาพลวงตา!!!

    แม่ปลื้มลูกขยันอ่านหนังสือ แต่ชาวเน็ตจับโป๊ะแค่จุดเดียว สรุปว่า “นี่มันแค่ภาพลวงตา!”แม่ปลื้มลูกขยันอ่านหนังสือ แต่ชาวเน็ตจับโป๊ะแค่จุดเดียว สรุปว่า “นี่มันแค่ภาพลวงตา!”พ่อแม่หลายคนเชื่อว่า ถ้าลูกขยันนั่งอ่านหนังสือทั้งวันทั้งคืน ก็เท่ากับจะประสบความสำเร็จแน่นอน แต่ความขยันนั้นมีทั้ง "ของจริง" กับ "ของปลอม" ซึ่งบางครั้งก็แยกกันได้ยากเหลือเกิน….ดังเช่นเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศจีน เมื่อคุณแม่รายหนึ่งเห็นลูกชายนั่งขะมักเขม้นอยู่หน้าชุดข้อสอบคณิตศาสตร์ระดับสูง เตรียมสอบปริญญาโท มีสมุดจดเต็มไปด้วยโน้ตแน่นเอียด เธอรู้สึกประทับใจในความตั้งใจของลูก จึงถ่ายรูปและโพสต์ลงโซเชียลด้วยความภูมิใจ หวังจะได้รับคำชื่นชมมากมายแต่ไม่คาดคิดเลยว่าหลังจากโพสต์ได้ไม่นาน ภาพที่แม่คิดว่าจะได้รับคำชม กลับกลายเป็นเรื่องขำขันในหมู่ชาวเน็ต โดยเฉพาะนักศึกษาและคนที่คุ้นเคยกับการเรียนวิชาคำนวณ ชาวเน็ตจับผิดและบอกได้ทันทีว่า“แค่เห็นก็รู้ว่าแกล้งเรียน” , "ความขยันจอมปลอม" , "พี่สาว ลูกชายของคุณ… พังพินาศแล้ว"สิ่งที่หลายคนสังเกตเห็นตรงกันก็คือ เด็กหนุ่มคนนี้กำลัง “อ่าน” คณิตศาสตร์ด้วยปากกาไฮไลต์สีเหลืองและสีเขียว แบบที่ใช้กันบ่อยๆ แต่เขากลับไม่ได้เขียนสูตรหรือคำนวณแต่อย่างใด เพียงแค่ขีดๆ เขียนๆ เหมือนกำลังสรุปเนื้อหา เรียกว่าเป็น “ภาพลักษณ์ของความขยันเพื่อให้พ่อแม่เห็น” มากกว่าความขยันจริงผปค.อึ้งกันหมด ด.ช.เรียนดีอันดับ 1 ของชั้น พ่อแม่ไม่เคยดุ แต่มี "กฎเหล็ก" ในครอบครัว!สลด ลูกชายนักวิชาการดัง ดิ่งตึกชั้น 17 เปิดกระเป๋านักเรียนดู พ่อทรุดลงหน้า "กองกระดาษ"ทั้งนี้ คุณแม่เล่าด้วยว่า…

  • ลูกชายน้ำตาตก กัดฟันส่งเงินให้พ่อแม่เดือนละ 7 พันกว่า เพิ่งรู้เอาไปถอยรถให้พี่ชาย

    หนุ่มมาเลเซียส่งเงินให้พ่อแม่เดือนละ 7 พันกว่าบาท สำหรับใช้หลังเกษียณ แต่กลับพบว่าพวกเขาใช้เงินก้อนนี้ไปซื้อรถใหม่ให้กับพี่ชายแทนหนุ่มมาเลเซียส่งเงินให้พ่อแม่เดือนละ 7 พันกว่าบาท สำหรับใช้หลังเกษียณ แต่กลับพบว่าพวกเขาใช้เงินก้อนนี้ไปซื้อรถใหม่ให้กับพี่ชายแทนเว็บไซต์ WORLD OF BUZZ เผยว่า ชายมาเลเซียคนหนึ่งเริ่มตั้งคำถามกับความสัมพันธ์กับพ่อแม่ หลังทนไม่ไหวกับการปฏิบัติที่แตกต่างกันระหว่างเขาและพี่ชายชายคนนี้ได้เล่าเรื่องราวแบบไม่ระบุตัวตนผ่านเพจเฟซบุ๊กโดยไม่เปิดเผยตัวตน เล่าว่าพ่อแม่ใช้เงิน 1,000 ริงกิต (ประมาณ 7,600 บาท) ที่เขาให้เป็นค่าเลี้ยงชีพหลังเกษียณ ไปช่วยซื้อรถใหม่ให้พี่ชาย โดยเขาเริ่มโพสต์ด้วยการอธิบายเหตุผลที่ส่งเงินเดือนละ 1,000 ริงกิตให้พ่อแม่เขาเขียนว่า “ในปีที่ผมจบมหาวิทยาลัย ผมได้งานแรกที่มีรายได้เดือนละ 2,800 ริงกิต (ประมาณ 21,500 บาท) โดยมีช่วงทดลองงาน 3 เดือน แม่บอกผมว่า "ลูกต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้นนะ แม่กับพ่อไม่ได้เป็นหนุ่มสาวตลอดไป ส่งเงินกลับบ้านเดือนละนิด เราจะเก็บไว้ใช้หลังเกษียณ"“ผมตอบตกลงทันที เพราะผมเป็นลูกที่เชื่อฟังอยู่แล้ว ผมจึงโอนเงินให้แม่เดือนละ 1,000 ริงกิต (ประมาณ 7,600 บาท) ค่าเช่าห้องผมเดือนละ 800 ริงกิต (ประมาณ 6,000 บาท) และต้องผ่อนเงินกู้ด้วย…

  • กอร์ดองเบลอ?! ผ่าหมูป่าเจอเนื้อ “สีฟ้าเรืองแสง” ผู้เชี่ยวชาญเผยความจริงอันน่าสะพรึงกลัว

    ผ่าหมูป่าเจอก้อนเนื้อสีน้ำเงินสดใส ผู้เชี่ยวชาญเผยความจริงอันน่าสะพรึงกลัว เตือนห้ามกินเด็ดขาด!ผ่าหมูป่าเจอก้อนเนื้อสีน้ำเงินสดใส นักล่าต้องแจ้งตำรวจทันที ผู้เชี่ยวชาญเตือนหนัก อาจเป็นสัญญาณ "พิษ" ห้ามกินเด็ดขาด!ช่วงนี้รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับภาพสุดสยองและชวนงุนงง หมูป่าหลายตัวที่ถูกล่าจับได้ เมื่อชำแหละกลับพบว่ากล้ามเนื้อและชั้นไขมันภายในเป็นสีฟ้าสดใสผิดปกติ เหตุการณ์นี้ไม่เพียงทำให้นักล่าตกใจจนพูดไม่ออก แต่ยังสร้างความกังวลให้กับผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าอย่างมากตามรายงานจากสื่อต่างประเทศ เหตุเกิดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ในเขตมอนเทอเรย์ (Monterey County) รัฐแคลิฟอร์เนีย ชายคนหนึ่งจับหมูป่าได้ตามปกติ แต่เมื่อผ่าร่างเพื่อเตรียมชำแหละ กลับพบว่าภายในร่างกายของหมูป่ามีกล้ามเนื้อและไขมันที่เปลี่ยนเป็นสีฟ้าสดใส แทนที่จะเป็นสีแดงหรือชมพูตามปกติ เขารีบแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และผลตรวจสอบทางห้องแล็บในเวลาต่อมา เปิดเผยความจริงสุดสะพรึง ไม่ใช่เพราะกลายพันธุ์ แต่เพราะหมูป่าเหล่านี้ “กินของผิดเข้าไป”กรมประมงและสัตว์ป่าแคลิฟอร์เนีย (CDFW) ระบุว่า หมูป่ากลุ่มนี้น่าจะกินเหยื่อหรือสัตว์เล็กที่ตายจากการโดน “ยาฆ่าหนูชนิดต้านการแข็งตัวของเลือด” เช่น Diphacinone เข้าไป หรืออาจเผลอกินยาดังกล่าวโดยตรง ยานี้มักถูกผสมกับสีฟ้า เพื่อเตือนมนุษย์ไม่ให้เผลอกินเข้าไป ถึงแม้ปริมาณจะมากพอทำให้หนูหรือละมั่งตายได้ แต่สำหรับหมูป่าที่หนักหลายสิบถึงร้อยกิโลกรัม อาจไม่ตายทันที แต่ก็มีสารพิษตกค้างในร่างกายและส่งผลให้เนื้อเปลี่ยนสีผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า อันตรายอาจลามถึงมนุษย์ ควรตรวจเนื้อก่อนบริโภค เนื่องจากสารพิษในสัตว์ป่าอาจส่งต่อผ่านห่วงโซ่อาหารไปถึงสัตว์อื่น หรือแม้แต่มนุษย์ หากบริโภคโดยไม่รู้ตัวอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งขณะนี้ประชากรหมูป่าในรัฐแคลิฟอร์เนียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งยิ่งทำให้ความเสี่ยงจากการสัมผัสสัตว์ป่าที่ได้รับพิษจากยาฆ่าหนูแพร่กระจายมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น หากใครล่าสัตว์หรือบริโภคเนื้อป่า ควรตรวจสอบสีของเนื้อและไขมันอย่างละเอียด หากพบสีผิดปกติให้ทิ้งทันที เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพตัวเองและครอบครัว

  • เจ้าชายญี่ปุ่น เพิ่งเข้าปี 1 มหาวิทยาลัยดัง ใช้ชีวิตนักศึกษา เกิดปัญหาคาดไม่ถึง

    เจ้าชายเจ้าชายฮิซาฮิโตะแห่งญี่ปุ่น เพิ่งเข้าปี 1 มหาวิทยาลัยดัง ใช้ชีวิตแบบนักศึกษาทั่วไป แต่เกิดปัญหาคาดไม่ถึงเจ้าชายเจ้าชายฮิซาฮิโตะแห่งญี่ปุ่น เพิ่งเข้าปี 1 มหาวิทยาลัยดัง ใช้ชีวิตแบบนักศึกษาทั่วไป แต่เกิดปัญหาคาดไม่ถึงเจ้าชายฮิซาฮิโตะแห่งอากิชิโนะ พระโอรสองค์ใหญ่ของเจ้าชายฟุมิฮิโตะ เริ่มเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยสึกุบะเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยเข้าร่วมกิจกรรมในมหาวิทยาลัยอย่างกระตือรือร้น รวมถึงเป็นสมาชิกชมรมแบดมินตัน แต่เมื่อไม่นานมานี้มีรายงานว่า พระองค์มักกลับถึงที่ประทับดึก เนื่องจากหลังเลิกซ้อมหรือเรียนมักออกไปรับประทานอาหารกับเพื่อน หรือนัดพบกันที่หอพัก และบางครั้งทำให้ตื่นสายและไปเรียนไม่ทันเจ้าชาย "บ้านไกล"ตามรายงานของนิตยสาร เจ้าชายฮิซาฮิโตะมักซ้อมแบดมินตันจนถึงราวสามทุ่ม ก่อนจะไปทานอาหารหรือแวะเยี่ยมเพื่อนที่หอ ทำให้เดินทางกลับพระตำหนักภายในเขตพระราชวังอะกาซากะ กรุงโตเกียว เวลาประมาณตีหนึ่งหรือตีสอง ขณะที่มหาวิทยาลัยสึกุบะตั้งอยู่ในจังหวัดอิบารากิ เริ่มเรียนตั้งแต่ 8.40 น. หากเดินทางโดยรถยนต์จากกรุงโตเกียวต้องออกก่อน 7.00 น. แต่เพราะสภาพการจราจร พระองค์จึงเคยไปเรียนสายหลายครั้ง จนเมื่อไม่นานนี้จึงเริ่มนั่งรถไฟ JR เพื่อเลี่ยงปัญหานี้เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายของสำนักพระราชวังเผยว่า ปัจจุบันการเดินทางไปกลับของเจ้าชายมีเพียงเจ้าหน้าที่อารักขาและตำรวจจากสำนักงานตำรวจนครบาลและจังหวัดอิบารากิ ดูแลด้านความปลอดภัย แต่ไม่มีข้าราชบริพารประจำคอยประสานงานกับมหาวิทยาลัยหรือสื่อ แตกต่างจากช่วงที่สมเด็จพระจักรพรรดิและเจ้าหญิงไอโกะทรงศึกษาในมหาวิทยาลัยกะกุชูอิน ซึ่งมีข้าราชบริพารติดตามและช่วยจัดการเรื่องต่าง ๆ รวมถึงร้องขอสื่อให้ลบภาพถ่ายที่ไม่ได้รับอนุญาตเนื่องจากหน้าที่หลักของเจ้าหน้าที่อารักขาคือความปลอดภัย พวกเขาจึงไม่สะดวกที่จะเตือนเรื่องการใช้เวลา เช่น ขอให้กลับก่อนเพราะพรุ่งนี้มีเรียนคนในมหาวิทยาลัยได้รับผลกระทบบางส่วนของอาจารย์และนักศึกษาที่สึกุบะยอมรับว่า เจ้าชายเข้ากับเพื่อนได้ดี แต่ก็มีเสียงบ่นเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น ทำให้ต้องพกบัตรนักศึกษาตลอดเวลาและมีจุดผ่านเข้าออกจำกัด จึงเสนอให้มหาวิทยาลัยและสำนักพระราชวังประสานงานกันให้ดียิ่งขึ้นเพื่อลดผลกระทบในเดือนมิถุนายน Josei Jishin ยังรายงานว่า…

  • แม่สะดุ้ง ลูกนั่งทำการบ้าน “ถึงเช้า” จู่ๆ หัวเราะลั่น พูดแค่ 3 คำ คนฟังตลกไม่ออก รีบกอดปลอบ

    ด.ญ.นั่งทำการบ้าน ด.ญ.นั่งทำการบ้าน "จนถึงเช้า" จู่ๆ หัวเราะลั่นบ้าน น้ำตาไหลพรากพูด 3 คำ แม่ฟังแล้วตลกไม่ออก รีบกอดปลอบกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ของจีน กรณีคลิปวิดีโอที่คุณแม่ของนักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่งแชร์ลงโซเชียลฯ ใครได้ดูต่างก็รู้สึกเจ็บปวดใจ เมื่อเด็กหญิงที่ยังคงสวมแว่น และสวมผ้าพันคอสีแดงในเครื่องแบบนักเรียน นั่งทำการบ้านที่โต๊ะหนังสือจนถึงเช้า จู่ๆ ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นบ้าน จนทำให้แม่ที่อยู่ข้างๆ สับสนและถามว่าเกิดอะไรขึ้นในเวลานั้นเด็กหญิงยังคงหัวเราะต่อไป พร้อมพูดว่า“ทำเสร็จแล้ว ทำเสร็จแล้ว” ปรากฎว่าเธอดีใจเพราะทำการบ้านทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ กระทั่งเมื่อแม่เดินเข้าไปใกล้แล้วลูบหัวปลอบ เธอก็ดูเหมือนจะหมดแรงในอ้อมกอดของแม่ เนื่องจากความกดดันที่หนักหน่วงจากการเรียน อีกทั้งยังต้องกลับบ้านมานั่งทำการบ้านจนกระทั่งฟ้าสว่างในเรื่องนี้ ศาสตราจารย์เจิ้ง เชียง เคยกล่าวไว้ว่า“เด็กจีนไม่ได้แพ้ตั้งแต่จุดเริ่มต้น แต่พวกเขาเหนื่อยล้าตั้งแต่จุดเริ่มต้น”การศึกษาในจีนได้กลายเป็นการวิ่งมาราธอนของผลสัมฤทธิ์ ตั้งแต่อนุบาล เด็กๆ ที่อายุเพียงไม่กี่ขวบ กลับต้องเริ่มต้นเส้นทางการเรียนที่เต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย ลงทะเบียนเรียนในคลาสเสริมทักษะต่างๆ รวมถึงคอร์สเตรียมความพร้อมก่อนเข้าโรงเรียนประถม ซึ่งมีทั้งวิชาภาษาอังกฤษ, ภาษาจีน หรือคณิตศาสตร์หลายประเภท ที่กว่าจะสิ้นสุดก็ต่อเมื่อสำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยแม้ว่าสำนักงานกระทรวงศึกษาธิการของจีน จะได้ออกประกาศเกี่ยวกับการเสริมสร้างการควบคุมการบ้านในโรงเรียนการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งระบุว่าสามารถจัดการบ้านที่เหมาะสมเพื่อเสริมทักษะได้ แต่การบ้านเขียนโดยเฉลี่ยในแต่ละวันสำหรับโรงเรียนประถมต้องไม่เกิน 60 นาที และสำหรับโรงเรียนมัธยมต้นต้องไม่เกิน 90 นาที ในขณะเดียวกัน ต้องป้องกันไม่ให้สถานบันการศึกษานอกโรงเรียนมอบการบ้านให้กับนักเรียนด้วยพ่อร้องไห้สุดกลั้น อดนอนติวลูกทั้งปี สุดท้ายสอบได้ 6 คะแนน แต่ชาวเน็ตโฟกัสคุณแม๊!!!ลูก…

  • ลูกเป็น นร.ดีเด่น หายตัวไป 10 ปี พบอีกครั้งพร้อม “ผลตรวจโรค” พ่อแม่อ่านแล้วทรุดร้องไห้!

    นักเรียนชายชาวจีนผู้มีผลการเรียนดีเยี่ยม เป็นความหวังของครอบครัวในการมีอนาคตที่สดใส กลับหายตัวไปอย่างลึกลับนานถึง 10 ปีนักเรียนชายผู้มีผลการเรียนดีเยี่ยม และเป็นความหวังของครอบครัว กลับหายตัวไปอย่างลึกลับ 10 ปีต่อมาถูกพบอีกครั้ง พร้อมกระดาษผลตรวจโรคร้าย พ่อแม่ทรุดร้องไห้โฮหวังกัง (นามสมมุติ) เติบโตในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในมณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน พ่อของเขาคือ หวังต้าหง (นามสมมุติ) เป็นครูโรงเรียนมัธยมเอกชน ส่วนแม่มีอาชีพเกษตรกร ตั้งแต่เด็ก หวังกังได้รับการเลี้ยงดูอย่างเข้มงวดจากพ่อ มุ่งหวังให้เขาเป็นเด็กเรียนดี เพื่อใช้การศึกษาเป็นทางออกจากความยากจน เมื่อสอบติดโรงเรียนมัธยมปลายชื่อดังด้วยผลการเรียนยอดเยี่ยม ครอบครัวหวังเชื่อมั่นว่าลูกชายจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้ และมีอนาคตสดใสรออยู่อย่างไรก็ตาม ความกดดันจากการเรียนและการขาดความอบอุ่นจากครอบครัว ทำให้หวังกังเริ่มเบี่ยงเบนจากความคาดหวัง ครูประจำชั้นในปีสุดท้ายแจ้งกับครอบครัวว่าเขาเริ่มละเลยการเรียน และมักหนีออกจากหอพักไปเล่นเกม พ่อของเขาโกรธจัดและไปตำหนิลูกต่อหน้าเพื่อนๆ หวังกังสำนึกผิดและให้สัญญาว่าจะตั้งใจเรียน สุดท้ายเขาสอบติดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีอู่ฮั่น (Wuhan University of Technology) กลายเป็นหนึ่งในไม่กี่คนของหมู่บ้านที่ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยในสายตาคนอื่น หวังต้าหงเลี้ยงลูกชายได้ดีมาก หวังกังเรียนสาขาวิศวกรรมเคมี ซึ่งมีแนวโน้มได้งานง่าย แต่พ่อกลับยังไม่พอใจ เพราะเห็นว่ามหาวิทยาลัยยังไม่ดังพอ และอยากให้ลูกสอบใหม่ ทว่าหวังกังเลือกเรียนเลย เพื่อไม่ต้องเสียเวลาอีกปีความภาคภูมิใจของครอบครัว สู่การหายตัวลึกลับ ใช้ชีวิตในโลกเสมือน กับจุดจบที่โศกเศร้าเมื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัย หวังกังเริ่มไม่กลับบ้าน และติดเกมหนักขึ้น เมื่อเข้าสู่ปีที่ 2 อาจารย์ที่ปรึกษาแจ้งกับพ่อว่าหวังกังเริ่มไม่เข้าเรียน…

  • ดูแลพ่อสามีมา 3 ปี จนใกล้สิ้นใจ วันที่บ้านสามีประกาศพินัยกรรม ทำสะใภ้แทบทรุด

    ดูแลพ่อสามีตลอด 3 ปี ในวันที่พ่อสามีใกล้จากไป ครอบครัวสามีประกาศพินัยกรรม ทำสะใภ้แทบทรุดดูแลพ่อสามีตลอด 3 ปี ในวันที่พ่อสามีใกล้จากไป ครอบครัวสามีประกาศพินัยกรรม ทำสะใภ้แทบทรุดเว็บไซต์ SOHA ได้เผยแพร่เรื่องราวของหญิงชาวเวียดนามรายหนึ่ง ซึ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เธอรับหน้าที่ดูแลพ่อสามีที่ป่วยหนักจนแทบไปไหนไม่ได้ แม้จะเผชิญกับความเหน็ดเหนื่อยและความท้าทายมากมาย แต่เธอก็ไม่เคยย่อท้อ เพราะเชื่อว่าการดูแลผู้สูงอายุคือหน้าที่ของลูกสะใภ้ กระทั่งในวันที่พ่อสามีใกล้จากไป ทางครอบครัวได้มีการเปิดเผยพินัยกรรมที่สร้างความประหลาดใจให้กับเธออย่างมากหญิงสาวรายนี้ เล่าว่า "3 ปีก่อน พ่อสามีของฉันเกิดอัมพาต ครึ่งตัวลีบ ความทรงจำสลับกับความมึนงง ทุกคนต่างยุ่งกับงานและมีภาระของตัวเอง ส่วนฉันซึ่งเป็นลูกสะใภ้คนสุดท้อง และอยู่ด้วยกัน จึงรับหน้าที่ดูแลท่านเป็นหลักในช่วงแรก ฉันยังไม่ชำนาญ ไม่รู้จะจัดการอย่างไรเมื่อต้องช่วยท่านเข้าห้องน้ำ หรือทำอาหารที่นุ่มและเคี้ยวง่าย เพราะฉันก็เป็นผู้หญิงที่มีความอ่อนไหวบางอย่าง บางครั้งเหนื่อยจนต้องนั่งลงบนพื้นเงียบ ๆ น้ำตาไหลแต่เมื่อสบตาท่านที่ว่างเปล่า ฉันคิดว่า “นี่คือพ่อของฉันคนหนึ่ง” จึงตัดสินใจสู้ต่อไปอย่างไม่ยอมแพ้ตลอด 3 ปี ฉันแทบไม่ออกไปไหน ปฏิเสธนัดหมายหลายครั้ง ไม่มีเวลาดูแลตัวเองเลย วันหนึ่งตอนกลางดึก ท่านหายใจลำบาก ฉันต้องอุ้มท่านขึ้นแท็กซี่พาไปโรงพยาบาลคนเดียว เพราะสามีไปทำงานต่างจังหวัด ฉันจำไม่ได้เลยว่ากี่ครั้งที่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า นวดมือและเท้า พร้อมเล่าเรื่องให้ท่านฟังจนหลับจนวันหนึ่งสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ก็เกิดขึ้น พ่อสามีของฉันอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัดหลังจากเจ็บป่วยครั้งนั้นวันนั้นครอบครัวทุกคนถูกเรียกกลับหลังโรงพยาบาลประกาศ…

  • ดราม่าร้อน! หนุ่มตระกูลดัง แต่งงานรอบ 2 กับนางเอกสาว ไร้เงาพ่อแม่ฝ่ายชายร่วมงาน (ต่างประเทศ)

    ดราม่าร้อน! หนุ่มตระกูลดัง แต่งงานรอบ 2 กับนางเอกสาว ไร้เงาพ่อแม่ฝ่ายชายร่วมงาน (ต่างประเทศ)ทำเอาหลายคนต่างจับตามองความสัมพันธ์ของ บรูคลิน เบ็คแฮม เป็นอย่างมาก หลังเจ้าตัวเเต่งงานรอบที่ 2 กับ นิโคล่า เพลท์ซ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมา งานนี้จัดโดย เนลสัน เพลท์ซ พ่อของนิโคล่า แต่ไม่มีเงาของ เดวิด และ วิคตอเรีย เบ็คแฮม พ่อแม่บรูคลิน สะท้อนความขัดแย้งในครอบครัวยังไม่จบพิธีครั้งนี้เน้นเรียบง่าย มีแขกเฉพาะครอบครัวฝ่ายหญิงเท่านั้น หลังงานบรูคลินโพสต์ภาพพร้อมข้อความ รักเดียวของผม และ ผู้หญิงของผมตลอดไป ทั้งนี้บรูคลินอาจตัดสัมพันธ์กับครอบครัวตัวเอง ขณะที่ครอบครัวเบ็คแฮมใช้เวลาสนุกบนเรือยอชต์กับลูกๆ โดยไม่ได้รับเชิญหรือทราบเรื่องงานแต่งครั้งนี้