Category: ต่างประเทศ
-
สาวบูชา “พระพุทธรูปสีเขียว” สวดมนต์ขอพรอยู่ 4 ปี เพื่อนมาบ้านถึงรู้ความจริง ไม่ใช่พระ!
สาวบูชา สาวบูชา "พระพุทธรูปสีเขียว" สวดมนต์ขอพรอยู่ 4 ปี เพื่อนมาบ้านถึงรู้ความจริงคือ "เชร็ค"!กลายเป็นเรื่องราวสุดฮือฮาและน่าเอ็นดูในโลกออนไลน์ เมื่อหญิงสาวชาวฟิลิปปินส์รายหนึ่งได้บูชาวัตถุมงคลสีเขียวที่เธอเข้าใจว่าเป็นพระพุทธรูปมานานกว่า 4 ปี แต่ความจริงกลับถูกเปิดเผยเมื่อเพื่อนของเธอมองชัดๆ แล้วพบว่าสิ่งที่เธอไหว้มาตลอดนั้นคือตัวละครเอกจากแอนิเมชันชื่อดังจุดเริ่มต้นของความเข้าใจผิดนาน 4 ปีรายงานข่าวระบุว่า หญิงสาวรายนี้อาศัยอยู่ในกรุงมะนิลา เธอได้ซื้อรูปปั้นสีเขียวที่มีลักษณะสวยงามมาจากร้านค้าแห่งหนึ่งเมื่อ 4 ปีก่อน ด้วยความศรัทธาเธอจึงนำมาตั้งบูชาและสวดมนต์ขอพรอย่างสม่ำเสมอทุกวัน โดยไม่เคยเอะใจเลยว่ารูปปั้นดังกล่าวมีรูปลักษณ์ที่แปลกไปจากพระพุทธรูปทั่วไปความจริงถูกเปิดเผยเมื่อเพื่อนของเธอมาเยี่ยมที่บ้าน และสังเกตเห็นรูปปั้นบนหิ้งบูชา เพื่อนถึงกับอึ้งและรีบบอกความจริงว่า รูปปั้นนี้ไม่ใช่พระพุทธรูป แต่เป็น เชร็ค (Shrek) เจ้ายักษ์เขียวจากภาพยนตร์แอนิเมชันชื่อดังของค่ายดรีมเวิกส์ที่ถูกนำมาทำในเวอร์ชันล้อเลียนนั่นเองศรัทธาอยู่ที่ใจ แม้รูปเคารพจะเปลี่ยนไปหลังจากทราบความจริง หญิงสาวคนดังกล่าวรู้สึกตกตะลึงและขัดเขินอยู่บ้าง อย่างไรก็ตามเธอยืนยันว่าจะยังคงบูชารูปปั้นนี้ต่อไป โดยให้เหตุผลที่น่าประทับใจว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ตัววัตถุ แต่เป็นความตั้งใจจริงและจิตใจที่สงบในระหว่างการอธิษฐานตลอด 4 ปีที่ผ่านมากรณีศึกษาเรื่องความเชื่อที่คล้ายคลึงกันเหตุการณ์ทำนองนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในหลายประเทศ เช่น ชาวเน็ตญี่ปุ่นที่บูชาฟันสุนัขเพราะเข้าใจว่าเป็นพระธาตุมาตลอดชีวิต หรือกรณีที่อินเดียซึ่งกลุ่มผู้ศรัทธาพากันไปดื่มน้ำที่หยดจากรูปปั้นในวิหารเพราะเชื่อว่าเป็น "น้ำศักดิ์สิทธิ์" แต่สุดท้ายพบว่าอาจเป็นเพียงน้ำที่รั่วไหลมาจากท่อในห้องน้ำสรุปบทเรียนจากเรื่องราวความศรัทธาเรื่องราวของสาวฟิลิปปินส์รายนี้สะท้อนให้เห็นว่าความศรัทธามักเป็นเรื่องของจิตใจมากกว่ารูปแบบภายนอก แม้ว่ารูปเคารพจะเป็นเพียงตัวละครจากภาพยนตร์ แต่ความสบายใจที่เธอได้รับจากการสวดมนต์นั้นเป็นของจริง อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบที่มาของสิ่งที่นำมาบูชาก็เป็นเรื่องที่ควรทำเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดในอนาคต
-
แกงหม้อใหญ่ ชาวบ้านแห่รอเก้อดู “พลุปีใหม่ทิพย์” เชื่อข่าวปลอมว่อนเน็ต
โดนแกงหม้อใหญ่ ชาวเบอร์มิงแฮมแห่รอเก้อดู “พลุปีใหม่ทิพย์” หลังหลงเชื่อข่าวลวงว่อนเน็ต ตำรวจเตือนซ้ำรอยปีก่อนเบอร์มิงแฮม — กลายเป็นค่ำคืนแห่งความผิดหวังของชาวเมืองและนักท่องเที่ยวในเบอร์มิงแฮม ฝูงชนจำนวนหลายร้อยคนต้องยืนรอท่ามกลางความหนาวเหน็บอย่างสูญเปล่า บริเวณหน้าชิงช้าสวรรค์ ณ จัตุรัสเซนเทนารี เพื่อรอชมการแสดงดอกไม้ไฟต้อนรับปี 2026 ที่ไม่มีอยู่จริงสาเหตุของความโกลาหลเกิดจากข่าวลือ โฆษณาปลอมที่แพร่สะพัดบนโลกออนไลน์ เขียนชวนเชื่อว่า จะมีการจัดแสดงดอกไม้ไฟสุดตระการตา พร้อมด้วยดนตรี บรรยากาศการเฉลิมฉลองที่สนุกสนานเพื่อต้อนรับศักราชใหม่ ทำให้ประชาชนจำนวนมากหลงเชื่อ เดินทางมารวมตัวกันอย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย เค้าต์ดาวน์เข้าศักราชใหม่ 2026 ท้องฟ้าเหนือจัตุรัสกลับเงียบสงัด ไร้ซึ่งแสงสีเสียงใดๆ คลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่ถูกแชร์บนโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นภาพฝูงชนยืนงงงัน พร้อมแคปชั่นเสียดสีสถานการณ์ว่า “เมื่อคุณมาต่อแถวรอดูพลุ แต่ท้องฟ้ากลับเงียบกริบ”ก่อนหน้านี้ ตำรวจภูธรเวสต์มิดแลนส์ ได้ออกแถลงการณ์แจ้งเตือนล่วงหน้าตั้งแต่วันอังคาร ยืนยันชัดเจนว่า “ไม่มีการจัดแสดงดอกไม้ไฟหรือกิจกรรมทางการใดๆ ในใจกลางเมืองเบอร์มิงแฮมในคืนวันส่งท้ายปีเก่า”เจ้าหน้าที่ระบุว่า ข่าวลือเท็จเกี่ยวกับงานฉลองใหญ่มักถูกปั่นกระแสขึ้นมาทุกปี นอกจากจะสร้างความสับสนผิดหวังให้กับประชาชนแล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัย ความแออัด สร้างภาระที่ไม่จำเป็นให้กับระบบขนส่งสาธารณะกับหน่วยงานฉุกเฉินอีกด้วยเทศกาลแกงหม้อใหญ่นี้ ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับเบอร์มิงแฮม ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว ก็มีฝูงชนนับพันคนหลงเชื่อข่าวลือเรื่องจะมีซุ้มอาหารและการแสดงดนตรีสดจนมารวมตัวกันเก้อมาแล้วนอกจากนี้ ปัญหาข่าวปลอมเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น เช่นเมื่อเดือนก่อนในลอนดอน นักท่องเที่ยวจำนวนมากต้องผิดหวังเมื่อตามหา “ตลาดคริสต์มาสหน้าพระราชวังบักกิงแฮม” ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นเพียงภาพที่ถูกสร้างขึ้นด้วย AI (ปัญญาประดิษฐ์) และแชร์กันว่อนเน็ตเท่านั้นอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องไวรัลส่งท้ายปี “ไรเดอร์ส่งน้ำคืนเคาต์ดาวน์” คนรอดูพลุเป็นหมื่น-ถามลั่นสะพานใครชื่อ จีจี้ ?4…
-
ไม่รอช้า! นานาชาติในกัมพูชา เคลื่อนไหวทันที หลังไทยคืนทหาร 18 นาย
จากกรณีที่ทางการไทยได้ดำเนินการปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย ซึ่งถูกควบคุมตัวจากสถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และส่งกลับประเทศกัมพูชาที่ด่านบ้านผักกาด จังหวัดจันทบุรี โดยมีฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ตั้งขบวนทหารรอรับด้วยตนเองจากกรณีที่ทางการไทยได้ดำเนินการปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย ซึ่งถูกควบคุมตัวจากสถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และส่งกลับประเทศกัมพูชาที่ด่านบ้านผักกาด จังหวัดจันทบุรี โดยมีฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ตั้งขบวนทหารรอรับด้วยตนเองล่าสุด 1 มกราคม 2569 สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โพสต์ข้อความแสดงความยินดีต่อกรณีที่ประเทศไทยปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นายที่ถูกควบคุมตัว โดยระบุว่าเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นหลังข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสองประเทศ และเป็นความเคลื่อนไหวที่ช่วยฟื้นฟูความไว้วางใจ พร้อมเรียกร้องให้ทั้งไทยและกัมพูชาดำเนินการตามพันธกรณีที่ตกลงกันไว้ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปพิเศษ (GBC) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่องขณะเดียวกัน สหราชอาณาจักรและเยอรมนีต่างออกมาแสดงความชื่นชมต่อการปล่อยตัวดังกล่าว โดยมองว่าเป็นก้าวเชิงบวกที่สำคัญในการเสริมแรงผลักดันของการหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชา และมีส่วนช่วยฟื้นฟูความไว้วางใจระหว่างทั้งสองฝ่าย พร้อมสนับสนุนให้มีความพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความตึงเครียดและสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนสเตฟาน เมสเซอเรอร์ เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำกัมพูชา ระบุว่า การปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย ถือเป็นพัฒนาการที่ก้าวหน้าไปสู่การหยุดยิงที่มีความยืดหยุ่นและมั่นคงมากขึ้น อีกทั้งเป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูความไว้วางใจ พร้อมย้ำว่าเยอรมนียังคงยึดมั่นในการสนับสนุนการเจรจาอย่างสันติและเสถียรภาพในระยะยาวด้านโดมินิก วิลเลียมส์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำกัมพูชา แสดงความยินดีต่อการที่กัมพูชาได้ต้อนรับทหารกลับสู่มาตุภูมิ โดยมองว่าเป็นพัฒนาการเชิงบวก พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลอังกฤษยังคงสนับสนุนให้ทั้งกัมพูชาและไทยดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดความตึงเครียดและสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างกันขณะที่อูเอโนะ อัตสึชิ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกัมพูชา ระบุว่า…
-
ลูกชายห่วงแม่นึกว่าโดนหลอกพาเข้าม่านรูด แจ้ง ตร.ช่วย คดีพลิกเจอ “แม่มีชู้”
โอละพ่อ! ลูกชายห่วงแม่นึกว่าโดนหลอกพาเข้าม่านรูด แจ้ง ตร.ช่วย คดีพลิกเจอ โอละพ่อ! ลูกชายห่วงแม่นึกว่าโดนหลอกพาเข้าม่านรูด แจ้ง ตร.ช่วย คดีพลิกเจอ "แม่มีชู้"กลายเป็นคดีความที่สร้างความฮือฮาในไต้หวัน เมื่อลูกชายยอดกตัญญูสังเกตเห็นพฤติกรรมผิดปกติของผู้เป็นแม่ จนเข้าใจผิดคิดว่าแม่กำลังถูกแก๊งต้มตุ๋นหลอกลวง ตัดสินใจสะกดรอยตามและแจ้งตำรวจให้บุกเข้าช่วยเหลือถึงในโรงแรมม่านรูด แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นการเปิดโปงความลับเรื่อง การคบชู้ ของแม่ตัวเอง จนนำไปสู่การฟ้องหย่าปิดฉากชีวิตคู่เกือบ 50 ปีลูกกตัญญูจับโป๊ะโดยไม่ตั้งใจเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองไถหนาน เมื่อลูกชายสังเกตเห็นแม่ทำตัวลับๆ ล่อๆ จึงสะกดรอยตามไปเพราะกลัวแม่จะตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ จนกระทั่งเห็นแม่ขึ้นรถไปกับชายคนหนึ่งและเลี้ยวเข้าโรงแรมม่านรูด ด้วยความตกใจและเป็นห่วง เขาจึงรีบโทรแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบทันทีเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงและขอตรวจค้นห้องพัก ความจริงก็ปรากฏว่าแม่ของเขาไม่ได้ถูกหลอก แต่กำลังพลอดรักอยู่กับชายชู้ชื่อ "นายอู๋" เหตุการณ์นี้ทำให้ความลับแตกกระเจิง เมื่อผู้เป็นพ่อทราบเรื่องภรรยาที่แต่งงานกันมาตั้งแต่ปี 1977 แอบนอกใจ จึงตัดสินใจฟ้องหย่าและฟ้องเรียกค่าเสียหายจากชายชู้ทันทีPixabayข้ออ้าง "หาที่เงียบๆ คุยกัน" ฟังไม่ขึ้นในชั้นศาล นายอู๋ (ชายชู้) พยายามแก้ต่างว่าเขาและฝ่ายหญิงแค่ไปหา "ที่เงียบๆ เพื่อคุยกัน" เท่านั้น ไม่ได้มีอะไรเกินเลย พร้อมทั้งแย้งว่าหลักฐานแชตไลน์ที่ฝ่ายสามีนำมาแสดงนั้นได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าคำให้การของลูกชายมีน้ำหนักมาก เพราะในฐานะลูกคงไม่มีเหตุผลที่จะกุเรื่องใส่ร้ายแม่ตัวเองหากไม่เห็นกับตา และการที่ชายหญิงที่ไม่ได้เป็นคู่สมรสพากันเข้าโรงแรมม่านรูดในยามวิกาล ย่อมส่อเจตนาที่เกินกว่าเพื่อนทั่วไปอย่างชัดเจนบทสรุปราคาแพงของรักต้องห้ามหลังจากความจริงถูกเปิดเผย ฝ่ายหญิงได้ยอมรับสารภาพและส่งมอบหลักฐานการสนทนาที่ลึกซึ้งให้กับสามีด้วยตัวเอง ทั้งคู่ตัดสินใจจดทะเบียนหย่าขาดจากกันเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปิดฉากชีวิตคู่ที่ยาวนานเกือบครึ่งศตวรรษ ส่วนนายอู๋ถูกศาลตัดสินให้ชดใช้ค่าเสียหายทางจิตใจแก่ฝ่ายชายเป็นเงิน 400,000 ดอลลาร์ไต้หวัน…
-
แฟนๆช็อก! ยูทูบเบอร์สาวชื่อดัง มีผู้ติดตามนับล้าน เสียชีวิตแล้วในวัยแค่ 29 ปี (ข่าวต่างประเทศ)
แฟนๆช็อก! ยูทูบเบอร์สาวชื่อดัง มีผู้ติดตามนับล้าน เสียชีวิตแล้วในวัยแค่ 29 ปี (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า แดดโดอา (ชื่อจริง ลี ดา ซอล) ยูทูบเบอร์ด้านความงามชื่อดังที่มีผู้ติดตามนับล้านคน เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 29 ปี ข่าวนี้เพิ่งเปิดเผยออกมาตามรายงานจาก Leferi ซึ่งเป็นต้นสังกัดของครีเอเตอร์ด้านความงามที่แดดโดอาสังกัดอยู่ ระบุว่า แดดโดอาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม สาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดยังไม่ได้รับการเปิดเผยทางต้นสังกัดกล่าวว่า “ตามความประสงค์ของครอบครัวผู้เสียชีวิต เราขอให้ทุกคนงดเว้นการคาดเดา เพื่อให้ผู้เสียชีวิตได้รับการระลึกถึงอย่างสงบ”Leferi ยังกล่าวไว้อาลัยว่า “แดดโดอาเป็นมากกว่ายูทูบเบอร์รุ่นแรก เธอเป็นผู้บุกเบิกที่อยู่ในกลุ่มแรกๆ ที่พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพระดับโลกของความงามแบบเกาหลี”แดดโดอาเกิดในปี 1996 เธอโด่งดังในโซเชียลมีเดียด้วยคอนเทนต์ที่เน้นเรื่องแฟชั่น การแต่งหน้า และความงาม บล็อกความงามของเธอซึ่งเริ่มต้นจากประสบการณ์การไปเรียนต่างประเทศในช่วงเรียนมัธยมปลาย ได้รับความสนใจอย่างมาก ในปี 2014 เธอเปิดช่อง YouTube ของตัวเองและเริ่มต้นอาชีพในฐานะครีเอเตอร์เต็มตัวเพียงหนึ่งปีหลังจากเปิดตัว Daddoa ได้เซ็นสัญญากับ Youku ของจีน และได้รับการยกย่องให้เป็นครีเอเตอร์ด้านความงามอันดับต้น ๆ โดย Weibo ทำให้เธอขยายอิทธิพลไปทั่วเอเชียอย่างรวดเร็วในปี 2021 เธอหยุดกิจกรรมต่าง ๆ…
-
นางเอกดัง ประกาศวิวาห์ฟ้าแลบ จดทะเบียนสมรสกับผู้กำกับมากฝีมือแล้ว (ต่างประเทศ)
นางเอกดัง ประกาศวิวาห์ฟ้าแลบ จดทะเบียนสมรสกับผู้กำกับมากฝีมือแล้ว (ต่างประเทศ)ประกาศข่าวดีรับปีใหม่สำหรับนางเอกดังญี่ปุ่น นางาซาวะ มาซามิ ที่ล่าสุดต้นสังกัดได้ออกมาประกาศว่า โตโฮ อาร์ทิสต์ ยืนยันว่าเธอได้จดทะเบียนสมรสกับผู้กำกับภาพยนตร์ ฟุกุนางะ ทาเคชิ เป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันที่ 1 มกราคมทางต้นสังกัดขอให้แฟนๆ ร่วมส่งกำลังใจและติดตามผลงานของนางาซาวะต่อไป ขณะที่เจ้าตัวเผยว่า ทั้งคู่ตั้งใจใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเรียบง่าย ค่อยเป็นค่อยไป และหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากทุกคน
-
เปิดภาพนางเอกซุปตาร์ ป่วยโรคปริศนาหาสาเหตุไม่ได้ ทำแฟนคลับทั่วโลกตกใจ
เปิดภาพนางเอกซุปตาร์ ป่วยโรคปริศนาหาสาเหตุไม่ได้ ทำแฟนคลับทั่วโลกตกใจทำเอาแฟนคลับทั่วโลกตกใจและเป็นห่วงอย่างมากสำหรับ ไป๋ลู่ (Bai Lu) นางเอกซุปตาร์ชาวจีน ซึ่งเป็นอาการป่วยที่แพทย์ระบุว่า ยากและซับซ้อน (Difficult and Complicated) จนต้องพักงานในวงการชั่วคราวเพื่อรักษาตัวอย่างจริงจังโดยเธอมีอาการปวดศีรษะเรื้อรังอย่างรุนแรง ลามไปถึงลำคอและกระดูกสันหลัง จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน สุขภาพของเธอทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด ไป๋ลู่ รับการรักษาด้วยการฝังเข็ม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบำบัดที่ช่วยให้เธอค่อยๆ ฟื้นตัว โดยมีทีมแพทย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิดปัจจุบันไป๋ลู่ สุขภาพเริ่มกลับมาแข็งแรงจนสามารถออกงานประกาศรางวัลใหญ่ได้ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่การเริ่มถ่ายละครเรื่องใหม่อาจจะเป็นเดือนเมษายน 2026 โดยช่วงนี้จะพักให้ร่างกายฟื้นฟูก่อน
-
เปิดขุมทรัพย์ “เจ้าชายวิลเลียม” รับเละปีละ 1,000 ล้าน!!! ที่มาเงินคือ “สิ่งนี้” ไม่ใช่ภาษีปชช.
รู้หรือไม่? รวยอู้ฟู่! "วิลเลียม-เคท" รับรายได้พันล้านจาก "ที่ดินมรดก" เตรียมขึ้นแท่นผู้ทรงอิทธิพลมอบตราตั้งสินค้าปี 2026กลายเป็นประเด็นฮือฮาไปทั่วโลก เมื่อสำนักพระราชวังอังกฤษได้เปิดเผยรายงานทางการเงินประจำปีงบประมาณ 2024-2025 ซึ่งเผยให้เห็นตัวเลขรายได้มหาศาลของ เจ้าชายวิลเลียม (Prince William) และ เจ้าหญิงเคท (Kate Middleton) ที่ได้รับเงินสนับสนุนสูงถึง 22.9 ล้านปอนด์ หรือตีเป็นเงินไทยราว 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้ดูแลสมาชิกครอบครัวทั้ง 5 คนไม่ใช่ "เงินเดือน" แต่คือ "มรดก" ที่สืบทอดมา 700 ปีหลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเงินจำนวนมหาศาลนี้คือเงินภาษีของประชาชน หรือเป็นเงินเดือนข้าราชการ แต่ความจริงแล้ว รายได้ก้อนนี้มาจากกองทุนทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่เรียกว่า "ดัชชีแห่งคอร์นวอลล์" (Duchy of Cornwall)กองทุนนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1337 (สมัยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3) มีจุดประสงค์เพื่อให้เป็นแหล่งรายได้ของ "มกุฎราชกุมาร" หรือพระโอรสองค์โตของกษัตริย์ ครอบคลุมที่ดินกว่า 130,000 เอเคอร์ทั่วอังกฤษและเวลส์ ทั้งพื้นที่เกษตรกรรม ที่อยู่อาศัย และอาคารพาณิชย์ ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 1 พันล้านปอนด์…
-
ระเบิด-ไฟไหม้บาร์ในสกีรีสอร์ตสวิส ขณะนักท่องเที่ยวนับร้อยฉลองปีใหม่ ดับแล้ว 10
APระเบิด-ไฟไหม้บาร์ในสกีรีสอร์ตสวิส ขณะนักท่องเที่ยวนับร้อยฉลองปีใหม่ ดับแล้ว 10ตำรวจสวิตเซอร์แลนด์เปิดเผยเมื่อวันที่ 1 มกราคมว่า มีผู้เสียชีวิตหลายคนและมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก หลังเกิดเหตุระเบิดขึ้นภายในบาร์ที่เต็มไปด้วยผู้คน ระหว่างงานฉลองคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในสกีรีสอร์ตหรูที่เมืองเครนส์-มอนตานา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์สกายนิวส์รายงานโดยอ้างข้อมูลจากตำรวจว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 รายจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่สื่อท้องถิ่นบางแห่งระบุว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจสูงกว่านี้มาก อย่างไรก็ตาม โฆษกตำรวจปฏิเสธที่จะยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แน่ชัด โดยกล่าวเพียงว่ามีผู้บาดเจ็บจำนวนมากที่กำลังได้รับการรักษาอาการไฟไหม้และแผลไหม้ ด้านตำรวจระบุว่า ขณะเกิดเหตุ มีผู้คนมากกว่า 100 คนอยู่ภายในบาร์ดังกล่าวเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. ของวันที่ 1 มกราคม ตามเวลาท้องถิ่น ภายในบาร์ชื่อเลอ คอนสเตลลาชัน ในเมืองเครนส์-มอนตานา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยดับเพลิง และทีมกู้ภัย ได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุทันทีตำรวจระบุในแถลงการณ์ว่า พื้นที่ดังกล่าวถูกปิดกั้นโดยสิ้นเชิง และได้ประกาศเขตห้ามบินเหนือเครนส์-มอนตานา พร้อมเสริมว่าสาเหตุของการระเบิดครั้งนี้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนกาเอต็อง ลาตียง โฆษกตำรวจ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุมีคนอยู่ในอาคารมากกว่าร้อยคน และเราพบผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กำลังเริ่มต้นการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุของไฟไหม้ โดยให้ข้อมูลว่า ที่เกิดเหตุเป็นรีสอร์ตสกีที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติและมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้ขณะนี้ได้มีการจัดตั้งศูนย์รับรองและสายด่วนให้ความช่วยเหลือสำหรับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบแล้วอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ระเบิด-ไฟไหม้บาร์ในสกีรีสอร์ตสวิส ขณะนักท่องเที่ยวนับร้อยฉลองปีใหม่ ดับแล้ว 10ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่– Website…
-
เตือนภัยพ่อแม่ เด็ก 3 ขวบพลัดตกตึกชั้น 9 เสียชีวิต หลังออกไปฉลองปีใหม่ (ข่าวต่างประเทศ)
วันที่ 1 ม.ค. เกียวโดนิวส์ และ สเตรตส์ไทมส์ รายงานข่าวสะเทือนใจรับวันปีใหม่ใน ประเทศญี่ปุ่น หลังเกิดเหตุเด็กชายวัย 3 ขวบวันที่ 1 ม.ค. เกียวโดนิวส์ และ สเตรตส์ไทมส์ รายงานข่าวสะเทือนใจรับวันปีใหม่ใน ประเทศญี่ปุ่น หลังเกิดเหตุเด็กชายวัย 3 ขวบพลัดตกจากอพาร์ตเมนต์ในกรุงโตเกียว เมื่อเช้ามืดของวันที่ 1 ม.ค.ตามเวลาท้องถิ่นเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่พ่อแม่ของเด็กชายไปฉลองปีใหม่ด้วยการสักการะศาลเจ้าและปล่อยให้ลูกน้อยอยู่ที่ห้องพักเพียงลำพัง ด้านตำรวจสันนิษฐานว่าเด็กชายพลัดตกจากระเบียงของห้องพักบนชั้น 9 ก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล และว่ามีการโทรศัพท์แจ้งเหตุด่วนขอรถพยาบาลเมื่อเวลาประมาณ 01.25 น.เบื้องต้นพ่อแม่ของเด็กชายให้การว่าไปศาลเจ้าเพราะคิดว่าลูกชายนอนหลับแล้ว