Category: ต่างประเทศ
-
คนจีนไม่พอใจเขมรหักหลังจีนแล้วตบหน้าไทย “กัมพูชาอยากจะโดนทุบหรือไง”
เว็บไซต์ NetEase (网易) ของจีนเริ่มเผยแพร่บทความแสดงความเห็นของชาวจีนเกี่ยวกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของกัมพูชา ที่แต่เดิมเคยใกล้ชิดกับจีนแต่ล่าสุดหันไปร่วมมือกับสหรัฐฯ อย่างแนบแน่นในระหว่างที่เกิดความขัดแย้งกับประเทศไทยบทความนี้มีชื่อว่า "กัมพูชาอยากจะโดนทุบหรือไง! ตอนแรกทำให้จีนไม่พอใจ จากนั้นก็ตบหน้าไทย! มันทำให้ทั้งสองฝ่ายรู้สึกไม่สบายใจ"ส่วนหนึ่งของบทความกล่าวว่า "ก่อนหน้านี้จีนมีโครงการความร่วมมือมากมายในกัมพูชา ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงภาคเกษตรกรรม ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง กัมพูชากลับกลายเป็นคนเจ้าเล่ห์และเริ่มเล่นลิ้นกับรายละเอียดปลีกย่อย จับผิดและกดราคาสินค้าลง ราวกับว่าเชื่อว่าจะหาพันธมิตรที่ดีกว่านอกจีนได้"บทความวิเคราะห์ว่า "ทันทีที่เจตนานี้ (ความพยายามตีห่างจากจีนแล้วหันไปหาสหรัฐฯ) ถูกเปิดเผย ไทยก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ" และบบอกว่า "ในเมื่อกัมพูชากำลังพยายามสร้างระยะห่างจากจีนอย่างจริงจัง ไทยจะพลาดโอกาสนี้ไปได้อย่างไร? เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม กองทัพได้ส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 ไปปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารของกัมพูชา พร้อมทั้งใช้รถถังหลัก T-84 ของยูเครน ทำลายฐานยิงจรวด RM-70 ของกัมพูชา""ที่น่าเย้ยหยันยิ่งกว่านั้นคือกองทัพกัมพูชาพึ่งพาจีนเกือบทั้งหมดในด้านยุทโธปกรณ์ ตั้งแต่เครื่องยิงจรวด AR-2 ไปจนถึงขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ KS-1C อย่างไรก็ตาม หากเกิดการสู้รบ อาวุธเหล่านี้ก็ไม่สามารถต้านทานเครื่องบิน F-16 ของไทยได้ การโจมตีทางอากาศของไทยได้ทำลายฐานทัพสำคัญของกัมพูชาสองแห่งโดยตรง ส่งผลให้พลเรือนได้รับบาดเจ็บ และต้องอพยพประชาชนกว่า 80,000 คน กัมพูชาจึงหันไปขอความช่วยเหลือจากจีน แต่ถ้อยแถลงของ กัวเจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน มีเพียง…
-
‘รอยเตอร์ส’แฉสนั่นโลก! ‘สมเด็จฮุน เซน’ผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีที่น่าสยดสยองชายแดนไทย-กัมพูชา
1 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์ สำนักข่าวระดับโลกสัญชาติอังกฤษ ได้ออกมารายงานข่าวระบุว่า 'สมเด็จฮุน เซน' นั้นคือผู้นำความขัดแย้งมาสู่ชายแดนไทย-กัมพูชา "Cambodia's Hun Sen at the helm in border conflict with Thailand" (ฮุน เซน ผู้นำความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา)'ฮุน เซน' ไม่ได้เป็นผู้นำกัมพูชาอีกต่อไปแล้ว เพราะส่งไม้ต่อให้กับฮุน มาเนต ลูกชายคนโต ในปี 2023 หลังจากครองอำนาจมานานเกือบสี่ทศวรรษ แต่'ฮุน เซน' มี บทบาทสำคัญในเหตุการณ์ที่นำไปสู่การสู้รบที่นองเลือดที่สุดระหว่างไทยและกัมพูชาในรอบกว่าทศวรรษในวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวดังยังอ้างแหล่งข่าวทางการทูต 3 ราย ระบุว่า 'ฮุน เซน' ยังคงมีอิทธิพลอย่างต่อเนื่องตลอดความขัดแย้งที่กินเวลานาน 5 วันสำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม หลังจากปืนใหญ่ที่ยิงมาจากกัมพูชาตกในพื้นที่พลเรือนในจังหวัดชายแดนของไทย จากหลักฐานที่มีอยู่ เชื่อกันว่า รัฐบาลกัมพูชา นำโดย…
-
สวีเดนสั่งหยุดขาย’กริพเพน’ (Gripen) ให้ประเทศไทยหลังใช้จริงกับศึกกัมพูชา
เว็บไซต์ข่าวด้านการป้องกันประเทศ Defence Security Asia เผยว่าในความเห็นพิเศษที่ส่งไปยังเว็บไซต์ Breaking Defense รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสวีเดน มาเรีย มัลเมอร์ สเตเนอร์การ์ด ได้ปฏิเสธการอนุมัติคำขอของไทยที่จะซื้อเครื่องบินรบกริพเพน (Gripen) โดยระบุว่า “รัฐบาลกำลังติดตามความคืบหน้าของความขัดแย้งบริเวณชายแดนอย่างใกล้ชิด”เว็บไซต์ Defence Security Asia ชี้ว่า "การตัดสินใจครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลสตอกโฮล์มได้แยกตัวออกจากพันธมิตรด้านกลาโหมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (คือไทย) ที่มีมายาวนาน เกี่ยวกับการนำเครื่องบินขับไล่เรือธงของตนไปประจำการ"Defence Security Asia ชี้ว่า "เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความเสี่ยง" และนอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่้าในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า มีแผนที่จะจัดหาเครื่องบินกริพเพนชุดที่สอง เพื่อเสริมกำลังให้กับฝูงบินขับไล่ JAS-39C/D จำนวน 11 ลำ ที่ประจำการอยู่ที่กองบิน 7 จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีรายงานว่า เครื่องบินกริพเพนของกองทัพอากาศไทยถูกนำไปใช้ในภารกิจโจมตีเป้าหมายทางทหารของกัมพูชาโดยตรงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการนำเครื่องบินรุ่นนี้ที่สวีเดนสร้างขึ้นไปใช้ในภารกิจการรบครั้งแรกของโลกDefence Security Asia ชี้ว่าสถานการณ์เช่นนี้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับรัฐบาลสวีเดน อันเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการควบคุมการขายอาวุธอย่างเข้มงวดที่สุดในยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศผู้ซื้ออาวุธกำลังมีปฏิบัติการทางทหาร โดยที่สวีเดนมีนโยบายการส่งออกอาวุธที่บริหารโดยสำนักงานตรวจสอบผลิตภัณฑ์เชิงกลยุทธ์ (ISP) เนื่องจากภายใต้กฎหมายของสวีเดน ISP ซึ่งดำเนินงานภายใต้กระทรวงการต่างประเทศ จะต้องประเมินเสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์ ประวัติสิทธิมนุษยชน และเจตนารมณ์ในการดำเนินงานของผู้รับสินค้าส่งออกทั้งหมด…
-
สื่อเขมร-มาเลย์เผย สวีเดนปฏิเสธคำสั่งซื้อ ‘กริพเพน’ ของไทย หลังใช้ถล่มกัมพูชา
แฟ้มภาพสื่อเขมร-มาเลย์เผย สวีเดนปฏิเสธคำสั่งซื้อ ‘กริพเพน’ ของไทย หลังใช้ถล่มกัมพูชาสำนักข่าวพนมเปญโพสต์ของกัมพูชาและ Defense Security Asia ของมาเลเซีย รายงานว่า นางมาเรีย มัลเมอร์ สเตเนอร์การ์ด รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสวีเดน ได้ปฏิเสธคำขอของประเทศไทยที่จะขอซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพนเพิ่มเติม หลังจากที่กองทัพอากาศไทยเป็นชาติแรกที่ใช้เครื่องบินขับไล่กริพเพนในการสู้รบจริง ระหว่างการปะทะกับกองทัพกัมพูชานางสเตเนอร์การ์ดให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Breaking Defense เว็บไซต์ด้านการทหาร พูดถึงการที่สวีเดนจะระงับคำขอซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพนของไทย และรัฐบาลสวีเดนกำลังติดตามพัฒนาการในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างใกล้ชิดการตัดสินใจของรัฐบาลสวีเดนที่จะปฏิเสธคำขอซื้อเครื่องบินกริพเพนของไทยนั้นถือเป็นครั้งแรกที่สวีเดนตีตัวออกห่างจากพันธมิตรด้านกลาโหมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีมาอย่างยาวนานจากการใช้งานเครื่องบินขับไล่กริพเพนของสวีเดน โดนกองทัพอากาศไทยเพิ่งประกาศซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน E/F ไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพิ่มเติมจากที่กองทัพอากาศไทยมีฝูงบินกริพเพนประจำอยู่ที่กองบินที่ 7 จังหวัดสุราษฎร์ธานีทั้งนี้ กองทัพอากาศไทยได้ส่งเครื่องบินขับไล่กริพเพนร่วมปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายของกองทัพกัมพูชาในการปะทะกันที่บริเวณชายแดนเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นครั้งแรกที่เครื่องบินกริพเพนถูกนำมาใช้ในการสู้รบจริง แต่นั่นอาจทำให้ทางสวีเดนแสดงความกังวลเพราะสวีเดนมีนโยบายเรื่องการส่งออกอาวุธที่รัดกุมมากที่สุดชาติหนึ่งในยุโรป โดยเฉพาะหากผู้ซื้อกำลังดำเนินปฏิบัติการทางทหารหน่วยงาน Inspectorate of Strategic Products (ISP) ซึ่งอยู่ภายใต้กระทรวงต่างประเทศสวีเดน จะประเมินเสถียรภาพด้านภูมิรัฐศาสตร์ ประวัติสิทธิมนุษยชน และเป้าประสงค์ของปฏิบัติการของผู้ขอซื้อก่อนที่รัฐบาลจะออกใบอนุญาตให้มีการส่งออกอาวุธอย่างเป็นทางการ กฎหมายการส่งออกยุทโธปกรณ์ของสวีเดนระบุว่าจะมีการห้ามการขายยุทโธปกรณ์ให้แก่ประเทศที่จะนำอาวุธดังกล่าวไปใช้ทำการรุกรานหรือทำให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย ยกเว้นแต่จะเป็นการใช้อาวุธในเชิงป้องกันและสอดคล้องไปกับพันธกรณีของสวีเดนอย่างไรก็ตาม แม้ว่าสวีเดนจะยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธคำขอซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพนของไทยอย่างเป็นทางการ แต่การที่สเตเนอร์การ์ดไม่สนับสนุนแผนการจัดซื้อเครื่องบินกริพเพนอาจบ่งชี้ได้ว่าสวีเดนจะระงับข้อตกลงดังกล่าว จนกว่าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาจะคลี่คลายก่อนเป็นอย่างน้อย และสวีเดนจะต้องทำการประเมินด้านยุทธศาสตร์ใหม่อีกครั้งว่าการที่ไทยนำเครื่องบินขับไล่กริพเพนออกมาใช้นั้นถือเป็นการละเมิดความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เครื่องบินจะถูกนำมาใช้งานหรือไม่นักวิเคราะห์ชี้ว่าหากสวีเดนระงับคำขอซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพนจริง ก็อาจทำให้ไทยมองหาตัวเลือกอื่น อาทิ เครื่องบินขับไล่ KF-21 Boramae ของเกาหลีใต้ เครื่องบินขับไล่ J-10CE…
-
ด่วน!! ‘ทรัมป์’ตั้งกำแพงภาษีต่างตอบแทนอัตราใหม่ไทย19% เท่ากัมพูชา-มาเลเซีย
1 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ประกาศอัตราภาษีต่างตอบแทนใหม่ที่สหรัฐฯ จะเก็บจากสินค้าของประเทศต่างๆ ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของพวกเขา ในคืนวันที่ 31 ก.ค. 2568 หรือเพียงไม่นานก่อนที่เส้นตายการบังคับใช้ภาษีจะมาถึงในวันที่ 1 ส.ค.นี้ โดยตารางอัตราภาษีใหม่นี้ระบุว่า สหรัฐฯ จะเก็บภาษีต่างตอบแทนจากสินค้าที่นำเข้าจาก'ประเทศไทย' ในอัตรา 19%สำหรับไทยได้รับการลดอัตราภาษีจากเดิม 36% ลงมาอยู่ที่ 19% ส่วนของประเทศอื่นในบรรดาสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั้นบรูไน 25%กัมพูชา 19%อินโดนีเซีย 19%ลาว 40%มาเลเซีย 19%เมียนมา 40%ฟิลิปปินส์ 19%สิงคโปร์ 10%เวียดนาม 20%.ส่วนประเทศที่ถูกเรียกเก็บภาษีมากที่สุดตามตารางล่าสุดที่ถูกเผยแพร่ออกมาคือ ซีเรีย ถูกตั้งกำแพงภาษีที่ 41%
-
ดราม่าร้อนทรวง! โค้ชเซิร์ฟบอร์ด ‘มือไว’ ช่วยบังหน้าอกสาวบิกินี่หลุด
โค้ชหนุ่มชาวจีน กลายเป็นไวรัลดราม่า หลังช่วยเอามือบังหน้าอก หญิงสาวเล่นเซิร์ฟ บิกินี่หลุดกลางทะเล แบบแนบแน่นเต็มมือ โดนชาวเน็ตวิจารณ์สนั่น “ฉวยโอกาส” หรือ “ช่วยด้วยใจ”เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์สื่อต่างประเทศ "Mirror Media" รายงานถึงเหตุการณ์ที่กลายเป็น ไวรัล และสร้างความฮือฮาบนโลกโซเชียลมีเดียของ ประเทศจีน กรณีที่โค้ชหนุ่มช่วยหญิงสาวที่ บิกินี่หลุด ระหว่างเล่นเซิร์ฟ แต่กลับถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการกระทำภาพเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่บนแพลตฟอร์ม WeChat โซเชียลมีเดียยอดนิยมของจีน โดยแสดงให้เห็นหญิงสาวผิวขาวผมยาวคนหนึ่งกำลังพยายามเล่นกระดานโต้คลื่นอยู่ที่ริมหาดแห่งหนึ่ง ในขณะที่มีโค้ชหนุ่มในชุดสีดำคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ไม่ห่างจังหวะที่คลื่นลูกใหญ่ซัดเข้ามาร่างของหญิงสาว ส่งผลให้ บิกินี่ท่อนบนของเธอหลุดหายไปในทะเล โค้ชหนุ่มซึ่งอยู่ใกล้เคียงได้ยื่นมือเข้ามาช่วย ปิดหน้าอกของเธอ ไว้ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งประคองตัวเธอให้อยู่บนกระดานโต้คลื่น และช่วยพาเธอกลับเข้าฝั่งทันที การกระทำของโค้ชทำให้ไม่มีภาพเปลือยของเธอถูกเผยแพร่ออกไป แต่กลับกลายเป็นภาพที่สร้างความตกตะลึงและ ดราม่าร้อนแรง แทนหลังจากภาพเหตุการณ์นี้ถูกแชร์ต่อออกไปอย่างกว้างขวาง ก็ดึงดูดความสนใจและสร้างความฮือฮาให้กับผู้คนจำนวนมาก ภาพดังกล่าวได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนบนโลกออนไลน์ โดยชาวเน็ตแสดงความคิดเห็นในมุมมองที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงชาวเน็ตส่วนหนึ่งมองว่าการกระทำของโค้ชเป็นการช่วยเหลือและ "ปกป้อง" ศักดิ์ศรีของหญิงสาวจากสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน ด้วยคำกล่าวอย่าง "โค้ชมือไวมาก!" หรือ "ไม่มีภาพเปลือย แต่กลายเป็นภาพที่น่าตกใจแทน"ในทางกลับกัน ชาวเน็ตอีกส่วนหนึ่งกลับมองว่าโค้ช "ฉวยโอกาส" จากสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งแนะนำทางเลือกอื่นที่เหมาะสมกว่านี้ในการช่วยเหลือ เช่น "ในสถานการณ์แบบนี้…
-
หนุ่มวัย 27 ช็อก! คิดว่าระบบย่อยดี ที่แท้เป็น “มะเร็งลำไส้ระยะ 3” หมอชี้สิ่งนี้ห้ามมองข้าม
หนุ่มวัย 27 จู่ๆ ตรวจเจอมะเร็งลำไส้ ระยะที่ 3 ทุกคนช็อก! คิดว่าเป็นสัญญาณระบบย่อยดีหนุ่มวัย 27 กินอะไรก็ไม่อ้วน ขับถ่ายคล่องทุกวัน กลับต้องช็อกเมื่อพบว่าความ “ปกติ” เหล่านั้น เป็นอาการของโรคร้าย มะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 3เรื่องราวนี้เกิดขึ้นกับ เสี่ยวเฟย หนุ่มออฟฟิศวัย 27 ปีจากมณฑลหูหนาน ประเทศจีน ผู้ที่ถูกเพื่อนร่วมงานแซวอยู่บ่อยๆ ว่า "โชคดีจริง กินแค่ไหนก็ไม่อ้วน แถมขับถ่ายคล่องทุกวัน" เขามักถ่ายวันละ 2-3 ครั้ง จนตัวเองก็เชื่อว่าระบบย่อยอาหารของตัวเองดีเยี่ยมแต่ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ความถี่ในการถ่ายเริ่มมากขึ้นแบบผิดปกติ บางครั้งพอทานอาหารเสร็จ ก็รู้สึกปวดท้องจนต้องเข้าห้องน้ำทันที และไม่สามารถกลั้นไว้ได้ เขายังคิดว่านี่คือการ “ย่อยดี ขับถ่ายเร็ว” จนกระทั่งเริ่มเห็นเลือดในอุจจาระ และน้ำหนักลดฮวบเกือบ 10 กิโลกรัมภายในเดือนเดียว ทั้งที่ไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมการกินเลยเมื่อไปโรงพยาบาลตรวจ ผลที่ได้ทำให้เสี่ยวเฟยแทบล้มทั้งยืน เขาถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 3 เนื้องอกอยู่บริเวณซิกมาดีโคลอน (ส่วนปลายลำไส้ใหญ่) และลามไปถึงต่อมน้ำเหลืองแล้วรองหัวหน้าแผนกระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลกลางเมืองจูโจว ซึ่งเป็นแพทย์เจ้าของไข้ เผยว่า ผู้ป่วยรายนี้เป็นหนึ่งในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้อายุน้อยที่สุดที่ถูกตรวจพบในระยะลุกลามเขาย้ำว่า…
-
เมียหลวงดักรอแต่เช้า บุกจับสามีมีเมียน้อย คนมุงกันทั้งถนน เวทนาสภาพเมีย-ลูกชาย
จับได้ว่าผัวนอกใจ เมียหลวงพาลูกชายมาดักรอแต่เช้า เห็นคาตาพาหญิงอื่นขึ้นรถ คนมุงดูกันทั้งถนน ก่อนเมียมาเล่าเองเกิดอะไรขึ้น?จับได้ว่าผัวนอกใจ เมียหลวงพาลูกชายมาดักรอแต่เช้า เห็นคาตาพาหญิงอื่นขึ้นรถ คนมุงดูกันทั้งถนน ก่อนเมียมาเล่าเองเกิดอะไรขึ้น?เหตุการณ์ภรรยาหลวงบุกจับสามีมีชู้กลางถนนในเมืองหนานหนิง กลายเป็นเรื่องร้อนแรงที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกโซเชียลของจีนเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนในเมืองหนานหนิง เมื่อภรรยาหลวงซึ่งแต่งกายเรียบง่ายและดูเหมือนแม่บ้าน รออยู่ข้างรถพูดคุยกับผู้ชายอีกคนซึ่งคาดว่าเป็นสามีของเธอ ส่วนบนรถยังมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ไม่กล้าเงยหน้ามองใครชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์เผยว่า ภรรยาหลวงมาตั้งแต่เช้า แสดงให้เห็นว่าเธอรู้เรื่องล่วงหน้า พอเห็นสามีและเมียน้อยปรากฏตัว เธอก็รีบเข้าไปจับผมเมียน้อย พร้อมตะโกนต่อว่าสามีอย่างไม่หยุดชาวเน็ตหลายคนสังเกตเห็นความแตกต่างในภาพลักษณ์ของภรรยาหลวงที่แต่งตัวเรียบง่ายและใส่หมวก กับเมียน้อยที่แต่งตัวจัดเต็มและแต่งหน้าเข้ม ขณะที่ข้างรถยังมีเด็กชายคนหนึ่งยืนดูเหตุการณ์ด้วยสีหน้าสับสนเด็กชายคนนั้นน่าจะเป็นลูกของสามีกับภรรยาหลวง เหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็นบาดแผลทางใจครั้งใหญ่สำหรับเด็ก ท่ามกลางความสับสนและความสงสารจากผู้ที่พบเห็นขณะที่ภรรยาหลวงพยายามดึงเมียน้อยลงจากรถ สามีกลับโกรธและตะโกนขู่ภรรยาว่า “ฉันทนเธอมานานแล้ว อย่าทำเกินไป!” และข่มขู่ว่าจะใช้ความรุนแรงประชาชนที่มุงดูใช้โทรศัพท์ถ่ายภาพและวิดีโอจำนวนมาก บริเวณรอบรถแน่นขนัดจนแทบไม่มีที่ยืนหลังคลิปถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตจำนวนมากประณามพฤติกรรมของสามี จากการเปิดเผยของคนใน พบว่าในช่วงที่แต่งงานกัน ชายคนนี้ยังไม่มีเงินมาก ภรรยาหลวงคือผู้ที่เคียงข้างเขาในวันที่ลำบาก ต้องอยู่ในบ้านสังกะสีแคบและร้อนอบอ้าว จนมีชีวิตที่ดีขึ้นทั้งคู่มีลูกชาย 1 คน และเลี้ยงสุนัขอีก 1 ตัว ภรรยาหลวงยังช่วยสามีในเรื่องงานและดูแลบ้านอย่างเต็มที่ แม้ชีวิตคู่จะมีปัญหา แต่เพื่อประโยชน์ของลูกทั้งสองยังไม่หย่าร้างกันชาวเน็ตยังตามสืบจนเจอบัญชีโซเชียลของชายคนนี้ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านประตูหน้าต่างในพื้นที่ แต่หลังเรื่องอื้อฉาวบัญชีถูกตั้งเป็นส่วนตัวไม่นาน มีชาวเน็ตนำเรื่องไปแจ้งเจ้าของบริษัทแม่ ช่องคอมเมนต์ของเจ้าของบริษัทถูกถล่มจนต้องออกแถลงการณ์กลางดึกว่าได้รับทราบเรื่องแล้ว และจะสั่งให้ชายคนนี้ยุติกิจการทันทีใบหน้าของเมียน้อยยังไม่ถูกเปิดเผยชัดเจน ทำให้ตัวตนยังไม่แน่ชัด มีชาวเน็ตสังเกตเห็นว่ากำไลข้อมือในคลิปคล้ายกับของพนักงานหญิงบริษัทเดียวกันพนักงานหญิงคนนั้นจึงถูกสงสัยและถูกโจมตีในโซเชียลอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งที่เธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและอยู่คนละที่กับเหตุการณ์จริงเจ้าของบริษัทชี้แจงว่า พนักงานหญิงไม่ใช่หญิงที่สามีหลอกลวง และพนักงานได้โพสต์ชี้แจงในโซเชียลมีเดีย ยืนยันว่ามีรอยสักบนมือและผมไม่ยาวเหมือนในคลิปแต่เรื่องจะยังไม่จบ ชาวเน็ตหลายคนให้กำลังใจภรรยาหลวงและหวังให้สามีถูกลงโทษอย่างเหมาะสมผู้ที่อ้างว่าเป็นภรรยาหลวงได้เล่าถึงความวิตกกังวลตั้งแต่รู้ว่าสามีนอกใจ กินไม่ได้นอนหลับ…
-
ลูกสาวเล่าดึกๆ มีคนมา “จับหน้า” พ่อตามจับคนร้าย อึ้งเป็น “คนใน” ฟังเหตุผลโกรธไม่ลง
ลูกสาวอายุ 13 เล่าให้ฟัง ลูกสาวอายุ 13 เล่าให้ฟัง "มีคนจับหน้าดึกๆ” พ่อถึงขั้นจ้าง รปภ.เพิ่ม และติกกล้องในห้องนอน สุดท้ายเฉลยพีก คนร้ายที่ตามจับคือ “คนในครอบครัว”เว็บไซต์ SOHA แชร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับครอบครัวหนึ่งในต่างประเทศ เมื่อจู่ๆ ลูกสาววัย 13 ปี ก็มาเล่าให้ฟังว่า “มีคนจับหน้าเธอตอนเที่ยงคืน” ปรากฏการณ์ประหลาดนี้ทำให้ทั้งตัวเด็กหญิงเอง และพ่อแม่ต่างก็รู้สึกกังวลและไม่สบายใจตามรายงานระบุว่า เด็กหญิงคนดังกล่าวคือ “ตงตง” (นามสมมุติ) พ่อของเธอเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ครอบครัวมีฐานะดี ชีวิตทุกอย่างดูเหมือนจะดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่แล้วคืนหนึ่งเธอเริ่มสังเกตเห็นปรากฏการณ์แปลกๆ ทุกครั้งที่เข้านอน จะรู้สึกเหมือนมีคนมาแตะแก้มเธอกลางดึกเสมอ แต่เพราะความกลัวจึงไม่กล้าลืมตาขึ้นมาพิสูจน์ ทำให้รู้สึกกระวนกระวายและกระสับกระส่ายอยู่ตลอดเวลาหลายวันต่อมา ตงตงตัดสินใจรวบรวมความกล้าและเล่าเรื่องที่เผชิญให้พ่อฟัง พ่อจึงรีบติดต่อตำรวจท้องที่ทันที ยิ่งเมือเจ้าหน้าที่บอกว่าช่วงนี้เกิดเหตุการณ์ปล้นทรัพย์หลายครั้ง ก็ยิ่งรู้สึกเป็นกังวลมากขึ้นไปอีก เพื่อความปลอดภัยของครอบครัว จึงตัดสินใจจ้าง รปภ.เพิ่มอีก 2 คน คอยตรวจสอบรอบๆ บ้านพักแต่วันรุ่งขึ้น ตงตงก็ยังคงบอกว่ามีคนมาแตะหน้าเธอเหมือนเดิม ในเวลานี้พ่อเริ่มสงสัยว่ามีรังหนูอยู่ในบ้านหรือเปล่า พร้อมทั้งถามพี่เลี้ยงว่ามีของมีค่าหายไปเมื่อเร็วๆ นี้หรือไม่ แต่ทั้งสองกรณีกลับไม่พบความน่าจะเป็นไปได้เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น พ่อจึงแอบติดตั้งกล้องวงจรปิดในห้องนอนลูกสาว ซึ่ง 2 คืนแรกที่ติดตามดูไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ แต่ในคืนที่…
-
สื่อต่างชาติรายงานกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ทำลายความไว้ใจ 2 ประเทศ
สื่อต่างชาติตีข่าว กัมพูชาละเมิดหยุดยิงเป็นวันที่ 2 สะท้อนพฤติกรรมกัมพูชา ไม่เคารพข้อตกลง ทำลายความพยายามในการลดความตึงเครียดเว็บข่าวเอเชียวัน รายงานสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนระหว่างไทย – กัมพูชา โดยมีข้อมูลการแถลง พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกไทย ว่า กองกำลังกัมพูชา ใช้อาวุธยิงใส่หลายจุดในจังหวัดศรีสะเกษ โดยใช้ปืนเล็กและเครื่องยิงลูกระเบิด ทำให้ทหารไทยต้องตอบโต้กลับเพื่อป้องกันตนเอง ถือเป็นเหตุละเมิดหยุดยิงเป็นครั้งที่ 2 นับตั้งแต่ตกลงหยุดยิงเป็นต้นมา สะท้อนให้เห็นพฤติกรรมของกัมพูชา ที่ไม่เคารพข้อตกลง ทำลายความพยายามในการลดความตึงเครียด และขัดขวางไม่ให้เกิดความไว้วางใจระหว่าง 2 ประเทศอย่างไรก็ตามไม่มีรายงานการใช้ปืนใหญ่ หรืออาวุธหนักตอบโต้กันหลังหยุดยิง แต่ทหารทั้ง 2 ฝ่ายก็ไม่มีการถอนกำลังใด ๆ สำหรับข้อตกลงหยุดยิงนั้น เป็นการเปิดทางสู่การประชุมทางทหารระดับสูง ในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ที่กัมพูชาด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้และเรียกร้องให้มีกลไกตรวจสอบและผู้สังเกตการณ์อิสระนอกจากนี้ สื่อต่างประเทศยังได้รายงานถึงความสูญเสียของประชาชนไทย จากการโจมตีของทหารกัมพูชา ที่ยิงปืนใหญ่ใส่ปั้มน้ำมัน และร้านสะดวกซื้อ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 รายก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ผู้นำอินโดนีเซีย และนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ได้จัดประชุมปรึกษาหารือประจำปีครั้งแรกในรอบ…