Category: ต่างประเทศ
-
ช็อกวงการ พระเอกดัง เผยถูกผู้จัดการโกง สูญทรัพย์เกือบหมดตัว (ข่าวต่างประเทศ)
ช็อกวงการ พระเอกดัง เผยถูกผู้จัดการโกง สูญทรัพย์เกือบหมดตัวเรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวในชีวิตที่หลายคนไม่เคยรู้ของนักแสดงหนุ่มเกาหลี อีจุนกิ ที่ออกมาเปิดใจถึงเหตุการณ์ในอดีต หลังถูกคนใกล้ชิดโกงเงิน จนสูญเสียทั้งทรัพย์สิน และความเชื่อใจโดย อีจุนกิเผยว่า ช่วงที่เริ่มมีชื่อเสียง เขายังไม่มีประสบการณ์ด้านการบริหารเงิน จึงมอบหมายให้คนที่ไว้ใจและร่วมงานกันมานานเป็นผู้ดูแลเรื่องการเงิน เพราะเชื่อใจเหมือนคนในครอบครัวกระทั่งเวลาผ่านไป เขากลับพบว่าเงินที่หามาตั้งแต่อายุ 20 ปีหายไปจำนวนมาก ก่อนจะรู้ว่าถูกนำไปใช้ เพื่อเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่ายแต่สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดไม่ใช่การสูญเสียเงิน แต่เป็นการถูกคนที่เคยไว้ใจหักหลัง พร้อมเผยว่า จากคนที่เคยเปรียบเสมือนครอบครัว สุดท้ายกลับต้องแยกทางกันด้วยความผิดหวังแม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างมาก แต่ อีจุนกิ ก็ใช้เวลาค่อยๆ เยียวยาตัวเอง และมองว่า นี่คือบทเรียนครั้งสำคัญที่ทำให้เขาเข้มแข็งขึ้น พร้อมก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากได้ด้วยกำลังใจจากคนรอบตัวภาพ จาก actor_jgเรียบเรียงโดย news.in.th
-
ชาวเน็ตไม่ทน! โรงเรียนจีนเจอดราม่า หลังให้ผู้ปกครองแจ้งยี่ห้อรถ-ตำแหน่งงาน
โรงเรียนจีนเจอวิจารณ์หนัก หลังให้ผู้ปกครองแจ้งยี่ห้อรถ-ตำแหน่งงาน – ภาพประกอบเดือดทั้งโซเชียล! โรงเรียนแห่งหนึ่งในจีนถูกวิจารณ์อย่างหนัก หลังให้ผู้ปกครองแจ้งยี่ห้อรถ-ตำแหน่งงาน ชาวเน็ตหวั่นเลือกปฏิบัติ แบ่งแยกเด็กตามฐานะโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในเมืองตงอิ๋ง มณฑลซานตง ทางตะวันออกของจีน กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ หลังมีการแจกแบบฟอร์มให้กับนักเรียนที่เพิ่งได้รับการตอบรับเข้าเรียน โดยกำหนดให้กรอกข้อมูลส่วนตัวของผู้ปกครองอย่างละเอียด ตั้งแต่ชื่อ สถานที่ทำงาน ตำแหน่งงาน หมายเลขโทรศัพท์ ไปจนถึงข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ของครอบครัว จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางสิ่งที่สร้างความไม่พอใจให้กับสังคมมากที่สุด คือโรงเรียนไม่ได้ขอเพียงยี่ห้อรถยนต์เท่านั้น แต่ยังให้ระบุหมายเลขทะเบียนและราคาที่ซื้อรถ พร้อมแนบข้อความในแบบฟอร์มว่า ข้อมูลทั้งหมดจะถูกใช้เพื่อการดำเนินงานภายในโรงเรียน และขอให้ผู้ปกครองมั่นใจในการกรอกข้อมูล อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงดังกล่าวไม่สามารถลดกระแสความกังวลเรื่องการละเมิดความเป็นส่วนตัวได้ข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์จะถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ภายในเท่านั้นโรงเรียนระบุว่า ข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์จะถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ภายในเท่านั้น โดยพยายามสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองว่า ข้อมูลดังกล่าวจะไม่นำไปใช้ในทางอื่น – ภาพประกอบหลังภาพแบบฟอร์มถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตจำนวนมากตั้งคำถามถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการเก็บข้อมูล บางคนมองว่าโรงเรียนอาจใช้ข้อมูลด้านฐานะของครอบครัวมาเป็นปัจจัยในการปฏิบัติต่อนักเรียน โดยมีผู้แสดงความคิดเห็นว่า “ถ้าครูไม่ได้แบ่งแยกนักเรียนตามฐานะ แล้วจะเก็บข้อมูลเหล่านี้ไปทำไม”อีกความคิดเห็นหนึ่งระบุว่า “ถ้าฉันบอกว่าตกงาน ลูกของฉันจะถูกจัดให้นั่งแถวหลังของห้องเรียนหรือไม่” ขณะที่อีกคนวิจารณ์อย่างรุนแรงว่า โรงเรียนกำลังหลงลืมหน้าที่ของตนเองในฐานะผู้ให้การศึกษา และไม่ควรนำเรื่องฐานะทางการเงินของครอบครัวมาเกี่ยวข้องกับการเรียนของเด็กกระแสวิจารณ์ที่รุนแรงทำให้สำนักงานการศึกษาเทศบาลตงอิ๋งต้องออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ยืนยันว่าได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พร้อมสั่งให้โรงเรียนยุติการเก็บข้อมูลดังกล่าวในทันที และลบข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมไว้ นอกจากนี้ ยังเตรียมตรวจสอบโรงเรียนแห่งอื่นในพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันอีก พร้อมย้ำว่า “จะให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียนและผู้ปกครอง”ด้านศิษย์เก่าของโรงเรียนรายหนึ่งเปิดเผยว่า เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เขาเข้าเรียนก็เคยถูกขอให้กรอกข้อมูลในลักษณะเดียวกัน โดยโรงเรียนอธิบายในเวลานั้นว่า การเก็บข้อมูลรถยนต์มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัย…
-
แฟนๆเศร้า นักร้องสาว เสียชีวิตในวัย 36 ปี คุณพ่อเดือดโทษหมอดูแล (ตปท)
แฟนๆเศร้า นักร้องสาว เสียชีวิตในวัย 36 ปี คุณพ่อเดือดโทษหมอดูแล (ตปท)กลายเป็นข่าวเศร้าของวงการเพลง หลังการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของนักร้องสาว ลอเรน เบนเน็ตต์ ล่าสุด ริชาร์ด เบนเน็ตต์ คุณพ่อของเธอ ได้ออกมาเปิดใจถึงการจากไปของลูกสาว โดยเผยว่า ลอเรนเคยมี ปฏิกิริยารุนแรงต่อยาที่ได้รับการสั่งจ่ายคุณพ่อของลอเรนกล่าวว่า เราไม่ได้สงสัยในสถานการณ์การเสียชีวิตของเธอ แต่รู้สึกผิดหวังอย่างลึกซึ้งที่ตลอดระยะเวลา 5 เดือน บุคลากรทางการแพทย์และบริการของ NHS ไม่สามารถดูแลรักษาเธอได้อย่างเหมาะสม ในช่วงเวลาที่เธอต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า การเสียชีวิตอย่างกะทันหันของลอเรนยังอยู่ระหว่างการสอบสวนในอังกฤษ และอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะมีคำตอบที่ชัดเจน หลังเธอเสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ที่เมืองมีโอแฟม ประเทศอังกฤษ
-
ปากีสถานช็อก เครื่องบินขนส่งโบอิ้ง 737 ขาดการติดต่อ ปักหัวดิ่งมหาสมุทรหายสาบสูญ
8 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานท่าอากาศยานปากีสถาน เครื่องบินขนส่งสินค้าโบอิ้ง 737 ซึ่งจดทะเบียนในประเทศปากีสถาน พร้อมลูกเรือ 5 คน ได้ขาดการติดต่อกับหน่วยควบคุมการจราจรทางอากาศเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) หลังจากที่นักบินได้แจ้งรายงานปัญหาเกี่ยวกับระบบนำทางระหว่างการเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองการาจีเบื้องต้นจากบริการติดตามเที่ยวบินไฟลท์เรดาร์ทเวนตี้โฟร์ ระบุว่า เครื่องบินขนส่งสินค้าดัดแปลงอายุการใช้งาน 27 ปี ซึ่งดำเนินงานโดยสายการบินเคทูแอร์เวย์ส เดินทางมาจากเมืองชาร์จาห์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อาจประสบอุบัติเหตุตกทะเลทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองการาจีหลังจากมีข้อมูลการเปลี่ยนแปลงระดับความสูงอย่างกะทันหันหลายครั้ง ก่อนที่เครื่องจะปักหัวลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งในขณะนี้หน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมมือกันเปิดฉากปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยทางทะเลเพื่อระบุพิกัดของเครื่องบินที่สูญหายทางด้านสายการบินเคทูแอร์เวย์ส แถลงการณ์ทันทีว่า กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสำนักงานการบินพลเรือนปากีสถานและหน่วยงานรัฐบาลเครื่องบินลำดังกล่าวได้แจ้งปัญหาเกี่ยวกับระบบนำทาง ซึ่งเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศในพื้นที่ได้พยายามช่วยนำทางให้แก่เครื่องบินลำดังกล่าว แต่ในอีก 3 นาทีต่อมา ระบบเรดาร์กลับแสดงให้เห็นว่าเครื่องบินลดระดับเพดานบินลงอย่างรวดเร็วและสัญญาณการติดต่อได้ขาดหายไป จุดที่ขาดการติดต่อนั้นอยู่ห่างจากเมืองการาจีไปทางทิศตะวันตกราว 287 กิโลเมตร
-
นิวยอร์ก สั่งอพยพคนออกจาก ‘ตึกสูง’ กว่า 30 ชั้น หลังพบเสี่ยงพังถล่ม
นิวยอร์ก, 8 ก.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันอังคาร (7 ก.ค.) มหานครนิวยอร์กของสหรัฐฯ สั่งอพยพประชาชนออกจากอาคารสำนักงานแห่งหนึ่งบนถนนอีสต์ 42 ย่านมิดทาวน์แมนฮัตตัน ใกล้สถานีรถไฟแกรนด์เซ็นทรัล หลังจากตรวจพบความเสี่ยงพังถล่ม โดยอาคารดังกล่าวมีความสูงมากกว่า 30 ชั้น เคยเป็นสำนักงานของไฟเซอร์ (Pfizer) บริษัทยาชื่อดัง และอยู่ระหว่างก่อสร้างในปัจจุบันรายงานระบุว่าสำนักดับเพลิงนิวยอร์กได้รับแจ้งเหตุก้อนอิฐตกลงมาบนถนนหลายก้อนตอนช่วงเช้าวันอังคาร (7 ก.ค.) และตรวจพบเสาค้ำยันมีลักษณะโก่งตัว 2 ต้น และพื้นชั้นบนๆ หลายชั้นมีลักษณะทรุดตัว จึงสั่งอพยพคนงานก่อสร้างออกมาทันที รวมถึงอพยพประชาชนออกจากกลุ่มอาคารใกล้เคียง โดยไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บและคนงานทั้งหมดปลอดภัยดี
-
ดับพุ่ง 15 ศพ! ไต้ฝุ่นไมสักถล่มจีน พายุทำบ้านพัง ดินถล่มฝังร่างชาวบ้าน เร่งหาคนหาย
พายุไต้ฝุ่นไมสักพัดถล่มจีน ยอดผู้เสียชีวิตพุ่ง 15 ศพ ซ้ำเกิดดินถล่มทับชาวบ้าน 33 ชีวิต ระดมทีมกู้ภัยช่วยเหลือ อพยพคนนับหมื่น ค้นหาผู้สูญหายอย่างเร่งด่วนสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานยอดผู้เสียชีวิตจากพายุพัดถล่มหลายพื้นที่ของจีนเพิ่มเป็น 15 รายเมื่อวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2569 มีผู้บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน ทางการเร่งอพยพประชาชนหลายหมื่นคนไปยังพื้นที่ปลอดภัย ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยสำนักข่าวซินหัวรายงานว่า พายุฝนฟ้าคะนองและกระแสลมแรงพัดถล่มมณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของประเทศส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 รายและบาดเจ็บ 331 ราย สภาพอากาศแปรปรวนครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและมีลมกระโชกแรงในช่วงเวลาสั้น ๆ นอกจากนี้ยังมีรายงานเกิดพายุทอร์นาโดในพื้นที่อื่นช่วงดึกวันจันทร์สร้างความเสียหายให้บ้านเรือน 4,800 หลัง บ้านพังถล่ม 22 หลัง และมีผู้สูญหาย 1 คนส่วนพื้นที่เขตปกครองตนเองกว่างซีทางตอนใต้ อิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นไมสักทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมรุนแรง มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย ประชาชนกว่า 50,000 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่ และมีผู้สูญหาย 8 คนขณะที่เจ้าหน้าที่เมืองหนานหนิงยกระดับการรับมือเหตุฉุกเฉินด้านการควบคุมน้ำท่วมสู่ระดับสูงสุด หลังฝนตกหนักทำให้น้ำล้นทำนบกั้นน้ำ สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ขณะกระแสน้ำสีโคลนไหลเชี่ยวกรากพัดพากำแพงคอนกรีตของเขื่อนที่พังทลายลงมาซีซีทีวีรายงานคำกล่าวของ สี จิ้นผิง สั่งให้ทีมกู้ภัยเดินหน้าปฏิบัติการฉุกเฉินอย่างเต็มกำลัง ย้ำความสำคัญของการรักษาผู้บาดเจ็บ การจัดหาที่พักพิงให้ผู้ประสบภัย และการดำเนินงานบรรเทาสาธารณภัยอย่างมีประสิทธิภาพ…
-
ระทึก! นักบินอาร์เจนฯ เปิดประตูเครื่องบิน โดดฆ่าตัวตายกลางอากาศ ขณะกำลังฝึกสอน
นักบินอาร์เจนฯ เปิดประตูเครื่องบิน โดดฆ่าตัวตายกลางอากาศ ขณะกำลังฝึกสอน บินสูงกว่า 250 เมตร โชคดีนักเรียนสติดีนำเครื่องลงจอดได้ปลอดภัยเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม สำนักข่าว TheMirror รายงานว่า นายเลียนโดร อันเดรส เบิร์ตทาสโซ วัย 42 ปี ซึ่งเป็นครูสอนฝึกบินชาวอาร์เจนตินาได้เปิดประตูเครื่องบินและกระโดดลงจบชีวิตตัวเอง ขณะที่เครื่องบินอยู่เหนือเมืองโทเลโด ประเทศอาร์เจนตินาซึ่งในช่วงเวลาเกิดเหตุเขากำลังฝึกสอนหญิงวัย 22 ปี บนเครื่องบิน Cessna C-150 โดยหญิงคนดังกล่าวนำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัยอ้างอิงจากหญิงคนดังกล่าว ทราบชื่อคือโรซารีโอ ได้ให้การว่าผู้ตายได้บอกกับเธอว่า “คุณรู้ว่าต้องทำยังไง บินต่อไปนะ” ก่อนที่เขาจะถอดหูฟังออก วางโทรศัพท์มือถือ ปลดเข็มขัดนิรภัย และเปิดประตูก่อนจะกระโดดลงมาเป็นความสูง 250 เมตรโรซารีโอ เล่าต่อว่าเธอได้รีบติดต่อขอความช่วยเหลือ และทำตามมาตรการความปลอดภัย และลงจอดได้อย่างปลอดภัย ขณะที่ครูโรงเรียนสอนบิน กล่าวว่านักเรียนอยู่ภาวะตกใจ แต่ชื่นชมว่าเธอมีสติดีมากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจุดเกิดเหตุและพบศพนายเลียนโดร ในระยะเวลา 15 นาที พร้อมยืนยันว่าเขาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นยังไม่ทราบถึงมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุสลดครั้งนี้ ซึ่งเพื่อนร่วมงานระบุว่าเขาไม่ส่งสัญญาณเตือนมาก่อน และพวกเขาก็ได้รับการตรวจสุขภาพจิตทุกๆ 6 เดือนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเครื่องบินโดดร่มตกในสหรัฐฯ หลังเทคออฟ นักบิน-ผู้โดยสารตาย…
-
ผู้ประกาศข่าวดัง สูญ 2.3 ล้าน มิจฉาชีพส่ง SMS อ้างแอปเทรดหุ้น ดูดเงินเกลี้ยงบัญชี
ช็อก! ผู้ประกาศข่าวดัง สูญ 2.3 ล้านบาท หลงกลมิจฉาชีพส่ง SMS อ้างแอปเทรดหุ้น ดูดเงินเกลี้ยงบัญชี เตือนภัยประชาชนเช็กให้ดีก่อนทำธุรกรรมอเล็กซ์ เดลกาโด (Alex Delgado) อดีตผู้ประกาศข่าวสาวจากสถานี KSEE 24 ผู้คร่ำหวอดในวงการสื่อมานานถึง 22 ปี ต้องกลายมาเป็นเหยื่อมิจฉาชีพเสียเอง เพียงเพราะหลงเชื่อข้อความ SMS ปลอม ทำสูญเงินหลักล้านภายในไม่กี่นาทีเดลกาโด เล่าว่า เธอได้รับSMS อ้างว่าเป็นแอปพลิเคชันเทรดหุ้นจาก Robinhood แจ้งเตือนว่า พบบัญชีมีความผิดปกติ และให้ติดต่อกลับตามเบอร์ที่ระบุในข้อความ เธอตัดสินใจโทรไปตามที่ SMS บอก มิจฉาชีพทำทีเป็นเจ้าหน้าที่อ้างว่า บัญชีลงทุนของ อเล็กซ์ เดลกาโด กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงจากผู้อื่นที่พยายามเข้าถึงบัญชี และแนะนำให้โอนเงินทั้งหมดไปยังบัญชีอื่นเพื่อรักษาความปลอดภัย ด้วยน้ำเสียงที่ดูน่าเชื่อถือและเป็นมืออาชีพ ทำให้เธอตกใจ และหลงเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง จึงได้ทำการโอนเงินไปอีกบัญชีหนึ่งตามคำแนะนำ เพื่อรักษาเงินจำนวนนั้นของเธอไว้เดลกาโด เปิดเผยกลลวงครั้งนี้ว่า มิจฉาชีพที่ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่แผนกฉ้อโกงใช้วิธีพูดหว่านล้อมให้เธออยู่ในสายตลอดเวลานานถึง 2 วันเต็ม ๆ จนกระทั่งโอนเงินจนหมดเกลี้ยงบัญชีทุกบาททุกสตางค์อดีตผู้ประกาศข่าวสาวกล่าวทิ้งท้ายด้วยความเสียดายว่า แม้เธอจะคุ้นเคยกับการรายงานข่าวเรื่องมิจฉาชีพมาตลอด แต่เมื่อถึงคราวที่ต้องเผชิญด้วยตัวเองกลับตกเป็นเหยื่อได้ง่ายดาย พร้อมฝากเตือนทุกคนว่าอย่าไว้ใจใคร ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนการทำธุรกรรมทุกครั้งนักสืบทิโมธี…
-
พระเอกดัง เล่าเจอมรสุมชีวิตหนัก หลังถูกผู้จัดการที่ไว้ใจที่สุดโกงเงินจนหมดตัว ซ้ำโดนตอกกลับเจ็บมาก (ข่าวต่างประเทศ)
พระเอกดัง เล่าเจอมรสุมชีวิตหนัก หลังถูกผู้จัดการที่ไว้ใจที่สุดโกงเงินจนหมดตัว ซ้ำโดนตอกกลับเจ็บมาก (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า อีจุนกิ นักแสดงหนุ่มชื่อดังเปิดเผยเรื่องราวสุดสะเทือนใจในอดีต โดยหลังจากที่เขาประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นจนกลายเป็นดาวรุ่งจากภาพยนตร์เรื่อง ‘The King and the Clown’ ในตอนนั้นเขายังไม่รู้วิธีการบริหารจัดการเงิน จึงได้ตัดสินใจฝากทรัพย์สินทั้งหมดไว้กับผู้จัดการที่ร่วมงานกันมาเป็นเวลานานด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจทว่าหลายปีต่อมา เมื่อเขาเข้าไปตรวจสอบบัญชีธนาคารกลับพบว่ายอดเงินเหลือศูนย์ เนื่องจากเงินทั้งหมดถูกนำไปใช้จ่ายเกี่ยวกับความบันเทิงจนหมดสิ้น และเมื่อเขาไปเผชิญหน้าเพื่อถามความจริงจากผู้จัดการคนดังกล่าว อีกฝ่ายกลับพลิกวิกฤตตอกกลับและตะคอกใส่เขาว่า "ฉันเป็นคนทำให้นายมีวันนี้ได้นะ"อีจุนกิ เผยว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาไม่ได้สูญเสียแค่เงินทอง แต่เป็นการสูญเสียคนที่เขาไว้ใจที่สุดไป หลังจากนั้นเขาปล่อยตัวจมอยู่กับความทุกข์และดื่มเหล้าทุกคืน จนกระทั่งคุณพ่อของเขาได้นำไม้กางเขนมาแขวนไว้ในห้องและหลั่งน้ำตาอธิษฐานเผื่อเขาทุกๆ วันเมื่อ อีจุนกิ ได้เห็นน้ำตาของผู้เป็นพ่อจึงทำให้เขาได้สติและกลับมาตั้งหลักชีวิตใหม่อีกครั้ง โดยเขากล่าวทิ้งท้ายถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นว่า "ผมได้จ่ายค่าบทเรียนที่แพงที่สุดในชีวิตไปแล้ว"
-
ครูสาวย้ายสอนภาษา รร.มัธยมญี่ปุ่น ช็อกวัฒนธรรม ชีวิตพัง ปีเดียวลาออกบินกลับบ้าน
ครูสาวไฟแรงสอนย้ายสอนภาษาอังกฤษที่ รร.มัธยมชนบทญี่ปุ่น ช็อกเจอวัฒนธรรมสุดตึง ระบบของฝาก-วันลาป่วย ซ้ำเจอแรงกดดันโอทีฟรี สุดท้ายลาออก ตัดสินใจบินกลับลอนดอน รักษาชีวิตที่พอดีโซเชียลแห่แชร์เรื่องราวของสาวชาวอังกฤษวัย 20 ปีต้น ๆ ตัดสินใจย้ายจากเมืองหลวงที่วุ่นวายอย่างลอนดอน มาทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษระดับมัธยมปลายในเมืองชนบทกลางหุบเขาของประเทศญี่ปุ่น คาดหวังถึงชีวิตที่เรียบง่ายและสงบสุข เดินเล่นตามคันนาในยามบ่าย แม้จะเตรียมใจรับมือกับความแตกต่างเรื่องอาหารและกำแพงภาษามาบ้างแล้ว แต่กลับไม่คาดคิดมาก่อนว่าวัฒนธรรมการทำงานในออฟฟิศญี่ปุ่นจะแตกต่างจากลอนดอนและสร้างความกดดันได้มากขนาดนี้เริ่มต้นที่ ธรรมเนียมของฝากที่กลายเป็นภาระ ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน เพื่อนครูหลายคนเดินแจกคุกกี้ห่อเล็ก ๆ พร้อมรอยยิ้ม เธอสงสัยจนต้องสะกิดถามเพื่อนร่วมงานว่าขนมเหล่านี้คืออะไร เพื่อนครูอธิบายว่าเป็นธรรมเนียมการให้ของฝากเวลาพนักงานลางาน ถือเป็นการขอบคุณที่ช่วยทำงานแทนและขอโทษที่หยุดพัก เพื่อนร่วมงานชี้ให้ดูคนที่เดินแจกขนมพร้อมบอกว่าคนนั้นเพิ่งลางานไปร่วมงานศพเมื่อสัปดาห์ก่อนเมื่อลองนับจำนวนคนในห้องมีประมาณ 40 คน เธอถามกลับว่าต้องซื้อแจกทุกคนเลยหรือไม่ เพื่อนร่วมงานยิ้มและตอบว่าเป็นเรื่องปกติ แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะค่อนข้างสูงก็ตาม ตอนแรกตนเองมองว่าเป็นธรรมเนียมที่น่ารัก แต่ความรู้สึกนั้นก็หายไปอย่างรวดเร็ว เพราะทุกครั้งที่ไปเที่ยวจะต้องซื้อของฝากกลับมาให้คน 40 คนในออฟฟิศ จนกลายเป็นสาเหตุทำให้ลดความสนุกในการท่องเที่ยว เธอเสียดายเงินและกังวลเรื่องขยะพลาสติกจนอยากบอกทุกคนว่าไม่ต้องให้ของฝากตนเองแล้ว เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องทำตามธรรมเนียมนี้เช่นกันต่อมาคือประเด็น ความซับซ้อนของการลางานและวันลาป่วย ในวันแรกของทำงาน หัวหน้างานมอบสัญญาจ้างและแจ้งว่ามีวันหยุดพักผ่อนประจำปี 20 วัน ซึ่งน้อยกว่าในอังกฤษที่มี 25 วัน แต่เธอก็รับได้ จากนั้นหัวหน้างานแนะนำให้เก็บวันหยุด 10 วันไว้สำหรับใช้ลาป่วย เพราะหากใช้วันหยุดหมดแล้วเกิดป่วยขึ้นมาจะไม่ได้รับค่าจ้างในวันนั้นเธอถามกลับทันทีว่าไม่มีสิทธิลาป่วยแยกต่างหากหรือ หัวหน้างานอธิบายว่าระบบลาป่วยมีอยู่จริง แต่พนักงานต้องไปโรงพยาบาลเพื่อขอใบรับรองแพทย์มายืนยันเสมอหลังจากทำงานได้ 3…