Category: ต่างประเทศ
-
แม่กรี๊ด-พ่อช็อก! ลูกสาว ม.4 เรียนเก่ง จู่ๆ “ทิ้งสิ่งนี้” ไว้ในห้องน้ำ คนแห่เตือนรีบเช็กสุขภาพจิต
สัญญาณอันตราย? ลูกสาวแสนดีเปลี่ยนไป จู่ๆ ทำเรื่องไม่คาดคิดในบ้าน แม่เห็นแล้วอยากร้องไห้ ชาวเน็ตแห่เตือนแม่ใจสลาย! ลูกสาว ม.4 เรียนเก่ง จู่ๆ พฤติกรรมเปลี่ยนหนัก ทิ้ง "ผ้าเปื้อนของเสีย" ไว้บนอ่างล้างหน้าโดยไม่รู้ตัวนึกว่าแค่ขี้ลืม… ลูกสาววัยรุ่นทำพฤติกรรมสุดช็อก เจ้าตัวเดินหนีหน้าตาเฉย "จำไม่ได้" ว่าทำอะไรลงไป"วัยรุ่น" เป็นวัยที่ฮอร์โมนพลุ่งพล่านและมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย พ่อแม่หลายคนมักกังวลเมื่อลูกเริ่มมีความเป็นตัวของตัวเองสูงขึ้น แต่บางครั้งอาการ "ขี้ลืม" หรือ "เหม่อลอย" ที่ดูเหมือนเรื่องปกติ อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยเงียบที่น่ากลัวกว่าที่คิดเมื่อเร็วๆ นี้ มีโพสต์ไวรัลในกลุ่มผู้ปกครองเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อคุณแม่ท่านหนึ่งออกมาโพสต์ระบายความทุกข์ใจ เพื่อขอคำปรึกษาจากชาวเน็ต หลังลูกสาววัยรุ่นมีพฤติกรรมที่ทำเอาคนเป็นพ่อแม่ถึงกับ "ช็อก" จนทำอะไรไม่ถูกจากเด็กเรียนเก่ง สู่พฤติกรรมสุดช็อกในห้องน้ำคุณแม่เล่าว่า ลูกสาวกำลังเรียนอยู่ชั้น ม.4 (เกรด 10) ปกติเป็นเด็กเรียนเก่ง นิสัยดี เรียบร้อย พูดน้อย และขยันทำงานบ้านมาก แต่มีข้อเสียเพียงอย่างเดียวที่ทำให้พ่อแม่เป็นห่วงคือ มักจะขาดสมาธิและขี้ลืมบ่อยๆแต่เหตุการณ์ล่าสุดที่ทำให้คุณแม่ถึงกับเข่าทรุด คือหลังจากลูกสาวเข้าห้องน้ำเพื่อขับถ่าย เธอใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาด (แทนกระดาษชำระ) แต่กลับ วางผ้าที่เปื้อนคราบอุจจาระทิ้งไว้บนอ่างล้างหน้าทั้งอย่างนั้น โดยที่เจ้าตัวเดินออกจากห้องน้ำไปหน้าตาเฉย และจำไม่ได้เลยว่าตัวเองทำอะไรลงไป!จนกระทั่งตอนเย็น คุณพ่อกลับมาจากทำงานและไปเจอเข้า ทั้งพ่อและแม่ต่างตกใจสุดขีด…
-
ชาวเน็ตระดมทุน 41 ล้าน ให้ฮีโร่พุ่งชาร์จมือปืน ระงับเหตุกราดยิงบอนได
ชาวเน็ตระดมทุน 41 ล้านบาท ให้เงินฮีโร่พุ่งชาร์จมือปืน เหตุกราดยิงบอนได โศกนาฎกรรมใหญ่ออสเตรเลีย เสียชีวิต 15 ศพ เจ้าตัวเผยไม่เสียใจเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม สำนักข่าว นิวซีแลนด์เฮรัลด์ รายงานว่าประชาชนทั่วโลกได้ระดมเงินทุนให้นาย อาเหม็ด อัล อาเหม็ด ชายวัย 43 ปี แล้วมากกว่า 2 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (41 ล้านบาท) หลังจากที่เขาเป็นฮีโร่วิ่งเข้าชาร์จมือปืนในเหตุกราดยิงหาดบอนได ในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ศพ และได้รับบาดเจ็บหลายสิบราย ซึ่งหากไม่ได้นายอาเหม็ดอาจจะมีผู้เสียชีวิตมากกว่านี้โดยนายอาเหม็ดนั้นเป็นเจ้าของร้านยาสูบ ซึ่งในขณะเกิดเหตุเขากำลังดื่มกาแฟกับเพื่อน ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงปืน ก่อนที่เขาจะเข้าชาร์จมือปืนและแย่งอาวุธปืนมาได้ ขณะที่ผู้ก่อเหตุหลบหนี อย่างไรก็ตามฮีโร่คนดังกล่าวถูกมือปืนยิง 4-5 นัดขณะแย่งอาวุธปืนกันเบื้องต้นอาการของนายอาเหม็ดทรงตัว ซึ่งเขากล่าวว่า แม้เขาจะได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่เขาก็ไม่เสียใจกับสิ่งที่เขาทำอย่างไรก็ตามทนายของเขาได้กล่าวด้วยความกังวลว่าเขาอาจจะถูกต้องถูกตัดแขน เนื่องจากเขาโดนยิงที่แขนถึง 5 นัด และเสียเลือดอย่างมาก ซึ่งตัวของนายอาเหม็ดเองไม่ได้ต้องการเป็นที่โด่งดัง เขาแค่รู้สึกว่านั่นคือสิ่งที่เขาควรจะทำในฐานะมนุษย์คนหนึ่งพร้อมกันนี้ทนายยังระบุอีกด้วยว่า นี่เป็นวิธีการขอบคุณประเทศออสเตรเลีย หลังจากที่ทางการมอบสัญชาติออสเตรเลียให้เขา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ตัวของนายอาเหม็ดเองก็เป็นผู้อพยพมาจากซีเรียเช่นกันอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเผยมือปืน เป็นพ่อลูกกัน หลังกราดยิงหาดบอนได ยอดตายขยับเป็น…
-
ขนลุกซู่ รมว.วัฒนธรรมกัมพูชา สาปแช่งไทย ทำลายโบราณสถานต้องตกนรกหมกไหม้32ชั้น
16 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ดร. เฟือง สกุณา (H.E.Dr.Phoeurng Sackona) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์ ของประเทศกัมพูชา ได้ออกมากล่าวสาปแช่งไทยในงานระดมทุนเพื่อช่วยเหลือวีรบุรุษสงครามและผู้ลี้ภัยจากการรุกรานของกองทัพไทย โดยเธอกล่าวว่า "ผู้ใดทำลายโบราณสถานซึ่งถือเป็นผลงานของเทพเจ้า จะต้องตกนรกหมกไหม้ 32 ชั้น ตราบจนถึงวันสิ้นสุริยันจันทรา เราหวังว่าคำสาปแช่งเหล่านั้นจะตกอยู่กับผู้ที่ทำลายปราสาทวัดวาอารามซึ่งเป็นมรดกของชาติ นี่คือบทเรียนทางประวัติศาสตร์ที่เราจะสอนลูกหลานของเรา"พร้อมกันนี้ยังได้ย้ำว่า ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ชาวกัมพูชาทุกคนต้องรวมใจเป็นหนึ่งเดียว และให้การสนับสนุนและไว้วางใจในความเป็นผู้นำของผู้นำสูงสุดของกัมพูชาต่อไป พร้อมยังขอบคุณผู้ใจบุญทุกท่านที่ได้ร่วมบริจาคช่วยเหลือในขณะที่กัมพูชากำลังเผชิญกับวิกฤตด้านกรมวัฒนธรรมและศิลปะ ได้ออกมาโพสต์ข้อความ ระบุว่า "หัวใจของตระกูลเขมรผู้ยิ่งใหญ่ จังหวัดตาแก้ว" ผู้บริหารจากกรมวัฒนธรรมและศิลปะจังหวัดได้บริจาคเงิน 1,220,000 เรียล เพื่อสนับสนุนแนวหน้า ผู้ลี้ภัย และศูนย์ผู้ลี้ภัย จิตใจอันดีงามและความสามัคคีนี้ได้มีส่วนช่วยอย่างแท้จริงต่ออุดมการณ์แห่งความรักชาติ และแสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพซึ่งเป็นเสาหลักของการป้องกันประเทศ อธิปไตยของชาติ และบูรณภาพดินแดนของราชอาณาจักรกัมพูชา ด้วยความเคารพ เราขออวยพรให้วีรบุรุษแห่งกองทัพประสบความสำเร็จ และขอภาวนาต่อบุญกุศลของพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ช่วยปกป้องและรักษาเหล่าวีรบุรุษผู้กล้าหาญแห่งกองทัพในแนวหน้า ให้เอาชนะศัตรูทั้งหมด เอาชนะโจรสยามทั้งหมด และช่วยให้ทุกคนปลอดภัย
-
กัมพูชาสาปแช่งไทย “ตกนรกหมกไหม้ 32 ชั้น ตราบจนถึงวันสิ้นสุริยันจันทรา”
รมว.วัฒนธรรมกัมพูชาสาปแช่งไทย “ใครทำลายโบราณสถานซึ่งเป็นผลงานของเทพเจ้า จะต้องตกนรกหมกไหม้ 32 ชั้น ตราบจนถึงวันสิ้นสุริยันจันทรา”หลังจากจากที่กองทัพไทยได้บุกยึดคืนปราสาทตาควายจากกัมพูชาที่ใช้โบราณสถานเป็นโล่ โดยทุกฝ่ายเปิดทางเต็มที่ให้ทหารสามารถเปิดปฏิบัติการเต็มที่โดยจะดำเนินการบูรณะในภายหลังนั้นปรากฏว่าเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 68 ดร.เฟือง สกุณา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลปะของกัมพูชา ได้กล่าวสาปแช่งไทยในงานระดมทุนเพื่อช่วยเหลือวีรบุรุษสงครามและผู้ลี้ภัยจากการรุกรานของกองทัพไทยดร.เฟืองกล่าวว่า “ผู้ใดทำลายโบราณสถานซึ่งถือเป็นผลงานของเทพเจ้า จะต้องตกนรกหมกไหม้ 32 ชั้น ตราบจนถึงวันสิ้นสุริยันจันทรา เราหวังว่าคำสาปแช่งเหล่านั้นจะตกอยู่กับผู้ที่ทำลายปราสาทวัดวาอารามซึ่งเป็นมรดกของชาติ”รมว.วัฒนธรรมกัมพูชายังกล่าวอีกว่า “นี่คือบทเรียนทางประวัติศาสตร์ที่เราจะสอนลูกหลานของเรา”เธอบอกด้วยว่า ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ ชาวกัมพูชาทุกคนต้องรวมใจเป็นหนึ่งเดียว และให้การสนับสนุนและไว้วางใจในความเป็นผู้นำของผู้นำสูงสุดของกัมพูชาต่อไปในโอกาสนั้น ดร.เฟืองยังขอบคุณผู้ใจบุญทุกท่านที่ได้ร่วมบริจาคช่วยเหลือในขณะที่กัมพูชากำลังเผชิญกับวิกฤตข่าวที่เกี่ยวข้องสถานทูตรัสเซียแจง กรณีข่าวลือทหารรับจ้างรัสเซียช่วยกัมพูชา จีนเรียกร้องครั้งที่ 2 ให้ไทย-กัมพูชาหยุดยิง ชี้เป็นเพื่อนบ้านที่ไม่สามารถแยกจากกันได้ อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กัมพูชาสาปแช่งไทย “ตกนรกหมกไหม้ 32 ชั้น ตราบจนถึงวันสิ้นสุริยันจันทรา”ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.pptvhd36.com
-
เปิดกล้องดูสามีเลี้ยงลูก หลับคู่ดูอบอุ่น แต่พอซูม “เลขบนแอร์” แม่หน้าซีด รีบโทรปลุกด่วน!!
อุทาหรณ์ฝากลูกไว้กับพ่อ! แม่แทบช็อกเห็น แม่ส่องกล้องดูสามีเลี้ยงลูก ภาพดูอบอุ่น แต่พอซูมดู "เลขบนแอร์" ถึงกับหน้าซีด รีบโทรหาทันที!บ่อยครั้งที่ "มนุษย์แม่" มักจะกังวลใจเวลาต้องฝากลูกน้อยไว้กับคุณพ่อ เพราะผู้ชายส่วนใหญ่อาจจะขาดความละเอียดอ่อน หรือไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เท่าคนเป็นแม่ และเรื่องราวต่อไปนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า ความกังวลของคุณแม่นั้น… มีเหตุผลเสมอเว็บไซต์ Sohu ได้แชร์เรื่องราวของคุณแม่ท่านหนึ่งที่ต้องทำงานล่วงเวลาในวันหยุด จึงฝากลูกชายวัย 10 เดือนไว้ให้สามีดูแล ระหว่างทำงานด้วยความคิดถึงลูก เธอจึงเปิดแอปฯ กล้องวงจรปิดในบ้านเพื่อดูความเรียบร้อยภาพแรกที่เห็นทำเอาเธออมยิ้มแก้มปริ เพราะเห็นภาพสองพ่อลูกกำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงเคียงข้างกันอย่างอบอุ่น แต่รอยยิ้มนั้นก็จางหายไปในพริบตา เมื่อเธอเหลือบไปเห็นตัวเลขดิจิทัลบนเครื่องปรับอากาศที่ติดอยู่บนผนัง"16 องศาเซลเซียส!"สิ่งที่ทำให้เธอหน้าถอดสีไม่ใช่แค่ความเย็นยะเยือกของห้อง แต่คือภาพที่ตัดกันอย่างสิ้นเชิง "คุณพ่อ" นอนห่มผ้านวมผืนหนาหลับสบายตั้งแต่นั้นคอจรดเท้า ในขณะที่ "ลูกชายวัย 10 เดือน" นอนแผ่หลากลางเตียงในชุดเสื้อกล้ามบางๆ และใส่แค่ผ้าอ้อมเพียงตัวเดียว!ด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่ เธอรู้ทันทีว่าถ้ายปล่อยไว้นานกว่านี้ ลูกชายต้องป่วยหนักแน่นอน เพราะเด็กทารกไม่สามารถปรับอุณหภูมิร่างกายได้เก่งเหมือนผู้ใหญ่ เธอจึงรีบกดโทรศัพท์หาสามีเพื่อปลุกให้ตื่นมาปรับอุณหภูมิและห่มผ้าให้ลูกทันที โชคดีที่แก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที ก่อนที่ลูกน้อยจะต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะความสะเพร่าของผู้เป็นพ่อทำไมการเปิดแอร์ 16 องศาฯ ถึง "อันตราย" ต่อเด็กเล็ก?การควบคุมสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะ "อุณหภูมิห้อง" เป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับทารก การเปิดแอร์เย็นจัดระดับ 16 องศา…
-
เศร้า! อินฟลูฯ สาววัย 33 เจ้าแม่ศัลยกรรม พลัดตกคอนโดหรูที่ภูเก็ต
ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตของเดนิส อิวอนน์ จาร์วิส กอนโกร่า (Denise Ivonne Jarvis Gongora) หรือ แมรี แม็กดาลีน (Mary Magdalene) อินฟลูเอนเซอร์เม็กซิกัน-แคนาดา ผู้มีผู้ติดตามกว่า 400,000 คน หลังเธอพลัดตกจากอพาร์ตเมนต์ชั้น 9 ที่ป่าตอง ภูเก็ต หนึ่งวันหลังโพสต์ข้อความสุดท้ายที่น่าสะเทือนใจสื่อต่างประเทศยืนยันเหตุสลดของเดนิส อิวอนน์ จาร์วิส กอนโกร่า (Denise Ivonne Jarvis Gongora) อินฟลูเอนเซอร์ชาวเม็กซิกัน-แคนาดา อายุ 33 ปี ซึ่งใช้ชื่อในโลกออนไลน์ว่า แมรี แม็กดาลีน “Mary Magdalene”ซึ่งเธอได้เสียชีวิตลง เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2025 ที่ผ่านมา หลังจากพลัดตกลงมาจากอพาร์ตเมนต์หรูความสูง 9 ชั้น ในย่านป่าตอง จ.ภูเก็ต ของประเทศไทยเจ้าหน้าที่ของอพาร์ตเมนต์พบร่างของอินฟลูฯ สาวรายนี้ที่บริเวณลานจอดรถของอาคาร เมื่อเวลา 13.50 น. ของวันอังคารที่ผ่านมา ตามรายงานของ The…
-
สถานทูตรัสเซียแจง กรณีข่าวลือทหารรับจ้างรัสเซียช่วยกัมพูชา
สถานทูตรัสเซียออกมาชี้แจง กรณีมีกระแสข่าวว่า มีพลเมืองชาวรัสเซียเข้ามาพัวพันความขัดแย้งไทย-กัมพูชาในฐานะทหารรับจ้างวันที่ 15 ธ.ค. 68 สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทยออกมาชี้แจง กรณีกระแสข่าวทหารรับจ้างรัสเซียช่วยกัมพูชาในความขัดแย้งไทยกัมพูชาสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียระบุว่า ทราบว่ามีการเผยแพร่ข่าวจากสื่อบางแห่งในประเทศไทยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ว่าจะมีพลเมืองชาวรัสเซียเข้ามาพัวพันในฐานะทหารรับจ้างที่ถูกฝ่ายกัมพูชาว่าจ้างให้มาเข้าร่วมในความขัดแย้งบริเวณชายแดนประเทศไทยและกัมพูชานั้นสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียบอกว่า ข่าวดังกล่าวไม่มีมูลความจริงและมีแนวโน้มว่าจะถูกสร้างขึ้นจากแหล่งข้อมูลนอกภูมิภาค มีเป้าหมายเพื่อบั่นทอนสิทธิพลเมืองชาวรัสเซียที่พำนักอยู่ในประเทศไทยในฐานะนักท่องเที่ยวหรือประกอบธุรกิจ เป็นการสร้างความเสียหายต่อมิตรภาพอันยาวนานระหว่างประเทศรัสเซียและไทยกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียมีจุดยืนที่ชัดเจนต่อประเด็นความขัดแย้งชายแดนไทยและกัมพูชา และในประเด็นดังกล่าวได้มีการแจ้งให้ทราบแล้วโดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ความว่า “ประเทศรัสเซียมีความสัมพันธ์อันเป็นมิตรและมีความร่วมมือกับประเทศไทยและกัมพูชา เราขอยืนยันและสนับสนุนการแก้ไขข้อพิพาทนี้โดยสันติวิธีเท่านั้น”ข่าวที่เกี่ยวข้องจีนเรียกร้องครั้งที่ 2 ให้ไทย-กัมพูชาหยุดยิง ชี้เป็นเพื่อนบ้านที่ไม่สามารถแยกจากกันได้ เปิดเอกสารแฉ! กัมพูชาจ้างบริษัทอเมริกันช่วยทำสงครามข้อมูลข่าวสาร อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สถานทูตรัสเซียแจง กรณีข่าวลือทหารรับจ้างรัสเซียช่วยกัมพูชาติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.pptvhd36.com
-
หนุ่มอินเดียเครียด จับลูก 5 คนแขวนคอ ก่อนตายตาม เสียชีวิต 4 ศพ
หนุ่มอินเดียเครียด จับลูก 5 คนแขวนคอ ก่อนจะฆ่าตายตาม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ โดยลูกชายสองคนรอดชีวิตมาได้เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม สำนักข่าว NDTV รายงานคดีสะเทือนขวัญ หลังจากที่นายอมาร์นัท รัม ชายวัย 35 ในรัฐวิหาร ได้ก่อเหตุจับลูก 5 คนแขวนคอ ก่อนจะฆ่าตัวตายตาม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ 4 ศพโดยนายรัม ได้จับลูกสาววัย 12 ปี, 11 ปี, 7 ขวบ, และลูกชายวัย 6 ขวบ, 5 ขวบ ยืนบนลำต้นไม้ขณะที่เอาเชือกคล้องคอพวกเขา เช่นเดียวกันกับนายรัมที่นำเชือกคล้องคอตัวเองเช่นกัน ก่อนที่นายรัมและลูกสาว 3 คนจะกระโดดลงมา แต่ลูกชายสองคนไม่ได้โดดเลยรอดตายมาได้ เบื้องต้นตำรวจนำตัวผู้รอดชีวิตไปดูแลแล้วอ้างอิงจากลูกชายวัย 6 ขวบเล่าว่า “ผมอยู่บ้านกับพ่อและพี่น้อง ผมกำลังใช้โทรศัพท์อยู่ตอนที่พ่อไปเข้าห้องน้ำ พอพ่อกลับมา เขาก็แขวนคอพวกเราทีละคน ผมพยายามแกะเชือกและรอดชีวิตมาได้”ขณะที่ทางตำรวจเล่าว่าภรรยาผู้ตายเสียชีวิตไปเมื่อปีที่แล้ว ส่งผลให้นายรัมกลายเป็นคนวิกลจริต รวมถึงมีปัญหาเรื่องเงินและต้องรับภาระในการเลี้ยงดูลูก 5…
-
วงการเศร้า! นางเอกรุ่นใหญ่ เสียชีวิตแล้ว ในวัย 61 ปี สร้างความตกใจให้แฟนๆ (ข่าวต่างประเทศ)
วงการเศร้า! นางเอกรุ่นใหญ่ เสียชีวิตแล้ว ในวัย 61 ปี สร้างความตกใจให้แฟนๆ (ข่าวต่างประเทศ)จากต่างสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า ครอบครัวของนักแสดงดังระดับตำนาน "เหอ ชิง" ได้ออกมากล่าวยืนยัน ถึงการจากไปของ "เหอ ชิง" โดยเธอเสียชีวิตวานนี้ ในวัย 61 ปี ที่บ้านพัก ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ หลังจากต่อสู้กับอาการป่วยมาเป็นเวลานาน ซึ่งข่าวนี้สร้างความตกใจ และ ชาวเน็ตทั่วจีนได้กล่าวความอาลัยโดย เหอ ชิง คือความทรงจำอันงดงามของคนรุ่น 70–80 ในประเทศจีน สำหรับแฟนละครพีเรียด แทบจะไม่มีใครไม่รู้จักเธอเลยสักคน เนื่องจากเธอเป็นนักแสดงหญิงเพียงคนเดียวของจีน ที่มีโอกาสร่วมแสดงในผลงานที่ดัดแปลงจาก วรรณกรรมคลาสสิกจีนทั้งสี่เรื่อง "4 มหานวนิยาย" ได้แก่ ไซอิ๋ว, ความฝันในหอแดง, สามก๊ก และ ผู้กล้าแห่งเขาเหลียงซาน
-
ช็อกวงการ! พบศพผู้กำกับหนังชื่อดัง “ร็อบ ไรเนอร์” พร้อมภรรยาในบ้าน คาดโดนลูกชายฆาตกรรม
ร็อบ ไรเนอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังแห่งฮอลลีวูด เสียชีวิตพร้อมกับภรรยาในบ้านพักที่ลอสแอนเจนลิส ด้านตำรวจคาดว่าพวกเขาถูกฆาตกรรม หลังจากพบว่าผู้ตายมีบาดแผลถูกแทงสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานการเสียชีวิตของ “ร็อบ ไรเนอร์” ผู้กำกับภาพยนตร์คนสำคัญแห่งฮอลลีวูด โดยมีการพบศพของเขาและ มิเชล ซิงเกอร์ ไรเนอร์ ผู้เป็นภรรยา ภายในบ้านพักในลักษณะที่โดนทำร้ายด้วยอาวุธมีคม เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาขณะนี้ ตำรวจลอสแอนเจลิสกำลังสอบสวนการเสียชีวิตของ ไรเนอร์ และภรรยา ในฐานะ "คดีฆาตกรรม” ขณะที่คนในวงการจำนวนมาก ต่างแสดงความเศร้าเสียใจต่อการจากไปของผู้กำกับ ที่อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์ยอดนิยมอย่าง "When Harry Met Sally…”, “The Princess Bride” และ “Stand By Me”นิตยสารเดอะ พีเพิล รายงานว่า ไรเนอร์ และภรรยาของเขา ถูกสังหารโดย นิค ไรเนอร์ ลูกชายของพวกเขาเอง โดยอ้างอิงจากแหล่งข่าวใกล้ชิดที่ได้พูดคุยกับสมาชิกในครอบครัว แต่ขณะนี้ตำรวจยังไม่ยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าวรายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่จากหน่วยกู้ภัยและดับเพลิงแห่งลอสแอนเจลิส ตอบรับการแจ้งเหตุฉุกเฉินเพื่อขอความช่วยเหลือทางแพทย์ที่บ้านหลังหนึ่ง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 15.30 น.แต่เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พวกเขาก็พบร่างของชายอายุ…