Category: ต่างประเทศ

  • ช็อก! เน็ตไอดอลไบค์เกอร์สาวสวย ขี่ฮาร์เล่ย์ล้มหมวกหลุดศีรษะกระแทกดับ

    วงการนักบิดจีน เศร้า เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ สำนักข่าวต่างประเทศ "Oriental Daily" ได้รายงานข่าวช็อกที่สร้างความเสียใจอย่างแสนสาหัสให้กับกลุ่มนักบิดในจีน เมื่อ ฉีซัวหราน วัย 35 ปี หรือที่แฟนๆ รู้จักกันดีในชื่อ "ฮาเหล่ยเสี่ยวอี๋" หรือ "คุณน้าฮาร์เลย์" ซึ่งเป็นเน็ตไอดอลสาวผู้หลงใหลความเร็วและมอเตอร์ไซค์ ได้จากไปอย่างกะทันหันเธอประสบอุบัติเหตุอย่างรุนแรงขณะขี่รถจักรยานยนต์ ฮาร์เลย์ เดวิดสัน บนถนนทางหลวงใน มณฑลจี๋หลิน ประเทศจีน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 รายงานระบุว่าเธอ เสียสมาธิ จนทำให้รถเสียการควบคุมและพุ่งชนเข้ากับแผงกั้นกลางถนน โดยไม่มีรถคันอื่นเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ครั้งนี้ผู้เห็นเหตุการณ์สันนิษฐานว่า เธอได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ศีรษะ นำไปสู่การเสียชีวิต อาจเป็นผลมาจากที่ไม่ได้รัดสายหมวกกันน็อกให้แน่นหนา ทำให้หมวกหลุดออกจากศีรษะขณะเกิดอุบัติเหตุข่าวเศร้าการจากไปของเธอได้รับการยืนยันจากสมาชิกกลุ่มไบค์เกอร์ ฮาร์เลย์ ฉางชุน ซ่งตุย เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2568 และมีการจัดพิธีรำลึกถึงเธอในวันเดียวกัน โดยสมาชิกในกลุ่มหลายคนต่างแสดงความอาลัยด้วยข้อความซาบซึ้ง เช่น "เด็กสาวที่มีดวงตาเปล่งประกายเมื่อได้ขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ และรอยยิ้มที่เคยส่องสว่างไปทั่วถนน บัดนี้ได้จากพวกเราไปก่อนวัยอันควรแล้ว""คุณน้าฮาร์เลย์" เป็นที่รักและเคารพในฐานะ "นักขี่หญิงที่สวยที่สุด"…

  • เจ้าสาวของขึ้น! พิธีกรทำงานแต่งเละ เรียกชื่อผิด-บิดประวัติรัก ประจานถึง “ตำแหน่ง” มีอึ้ง

    ดราม่างานแต่ง! เจ้าสาวสุดเฟล ดราม่างานแต่ง! เจ้าสาวสุดเฟล "พิธีกร" เป็นถึงระดับรองประธาน แต่พูดมั่วจนงานเละ เรียกชื่อผิด-แต่งเรื่องรัก แถมหน้ามึนไม่ขอโทษกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์จีน เมื่อหญิงสาวชาวเมืองฉงชิ่งแชร์ประสบการณ์สุดเฟลในงานแต่งของตัวเอง หลังพิธีกรที่เธอจ้างมาเรียกชื่อเจ้าบ่าวผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งที่ชื่อจริงของเจ้าบ่าวคือ “เหวินเผิง” แต่กลับถูกเรียกเป็น “เหวินเฟิง” ตลอดทั้งงาน แม้กระทั่งช่วงที่เจ้าสาวกล่าวคำสาบานต่อหน้าญาติผู้ใหญ่ พิธีกรยังไม่ทันเฉลียวใจว่าตัวเองเรียกชื่อผิดนอกจากจะจำชื่อผิดแล้ว พิธีกรยังเล่าประวัติความรักของบ่าวสาวผิดไปหมด โดยระบุว่าทั้งคู่เจอกันที่ร้านหม้อไฟ ทั้งที่ความจริงแล้วทั้งสองพบกันครั้งแรกในงานเปิดบาร์ของเพื่อน ทำเอาแขกในงานงงเป็นไก่ตาแตก ส่วนเจ้าสาวยอมรับว่ารู้สึกอับอายอย่างมาก เพราะมันคือวันสำคัญที่ควรจะสมบูรณ์แบบเจ้าสาวเปิดเผยว่าเธอจองพิธีกรคนนี้ไว้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ด้วยค่ามัดจำ 1,940 หยวน (ราว 9,600 บาท) แต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้น ทางพิธีกรยินดีคืนเงินแค่ 888 หยวน แถมยังพูดจาเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร อ้างว่า “ลำบากในวงการ” และยังไปโชว์ตัวในงานสัมมนาในฐานะ “วิทยากร” โดยไม่กล่าวคำขอโทษใดๆที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือพิธีกรรายนี้เป็นถึง “รองประธานสมาคมพิธีกรฉงชิ่ง” และเคยมีคนร้องเรียนพฤติกรรมคล้ายกันมาก่อน แถมยังมีแหล่งข่าวระบุว่า เขาเคยทำงานผิดพลาดในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังได้รับเชิญให้พูดในงานฝึกอบรมอาชีพอีกด้วยหลังจากเรื่องนี้ถูกแชร์ในโซเชียล หลายคนแสดงความไม่พอใจอย่างมาก บางคนถึงกับบอกว่า“ใครๆ ก็อยากให้วันแต่งงานสมบูรณ์แบบ แต่นี่มันคือหายนะ” ขณะที่อีกหลายคนมองว่า พฤติกรรมแบบนี้ไม่เหมาะสมกับคนที่อยู่ในวิชาชีพบริการ และการคืนเงินเพียง 888 หยวนไม่สามารถชดเชยความเสียหายทางจิตใจของเจ้าสาวได้เลยเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับคู่รักที่กำลังวางแผนจัดงานแต่ง ควรตรวจสอบประวัติและรีวิวของผู้ให้บริการอย่างละเอียด…

  • วงการแพทย์สูญเสีย “หมอผ่าตัดมือทอง” ถูกรถบัสชนเสียชีวิต ขณะเดินข้ามทางม้าลาย

    ศัลยแพทย์ไต้หวันมือทอง ผอ.แผนกศัลยกรรมเต้านม เดินข้ามถนนตรงทางม้าลาย ถูกรถบัสชนเสียชีวิตสลดศัลยแพทย์ไต้หวันมือทอง ผอ.แผนกศัลยกรรมเต้านม เดินข้ามถนนตรงทางม้าลาย ถูกรถบัสชนเสียชีวิตสลดเมื่อเช้าวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุสลดใจกลางกรุงไทเป บริเวณสี่แยกถนนจงซานหนานกับถนนไอกั๋วตง นพ.โจว เจียเจิ้ง (周佳正) ผู้อำนวยการแผนกศัลยกรรมเต้านม โรงพยาบาลเถาหยวน สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ถูกชนเสียชีวิตขณะเดินข้ามทางม้าลายผู้ก่อเหตุคือชายวัย 63 ปี แซ่หลี่ คนขับรถโดยสารของบริษัทซินซิน บัส ซึ่งเลี้ยวซ้ายเข้าทางแยกโดยไม่ทันสังเกตเห็น นพ.โจวที่กำลังข้ามถนน จึงพุ่งชนจนร่างของผู้เสียชีวิตติดอยู่ใต้ล้อหน้าซ้าย แม้เจ้าหน้าที่จะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยไต้หวัน (NTUH) แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ตำรวจตั้งข้อหา “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” กับคนขับ และส่งตัวให้อัยการดำเนินคดี โดยอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวด้วยวงเงินประกัน 50,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 60,000 บาท) ทั้งนี้ ไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจ และอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าอุบัติเหตุเกี่ยวข้องกับจุดอับสายตาหรือไม่ความสูญเสียยิ่งใหญ่ของวงการแพทย์ตามรายงาน นพ.โจวกำลังเดินทางขึ้นไทเปเพื่อร่วมการประชุมวิชาการประจำปีด้านมะเร็งเต้านม แต่กลับต้องจบชีวิตลงก่อนถึงที่หมาย สร้างความโศกเศร้าให้กับวงการแพทย์อย่างยิ่งทางโรงพยาบาลเถาหยวน โดยผู้อำนวยการ “หยาง หนานผิง” แสดงความเสียใจ พร้อมส่งทีมเจ้าหน้าที่ไปติดตามเหตุการณ์และดูแลผู้ป่วยของ นพ.โจว ที่โรงพยาบาลเถาหยวน ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยไต้หวันก็ยืนยันว่า นพ.โจวเสียชีวิตทันทีที่มาถึงโรงพยาบาลนพ.โจวถือเป็นบุคลากรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมเต้านม เคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมศัลยกรรมเต้านมแห่งไต้หวัน…

  • วาทะศิลป์ขั้นเทพ! 9 สาวนั่งคาเฟ่ แทะเมล็ดทิ้งเกลื่อน พนง.ต้องเดินมา “หยอดมุกนี้” จบสวย

    พนักงานร้านกาแฟเตือนเรื่องขยะ วงสาว 9 คนทำท่าจะเหวอ แต่พอได้ยินประโยคจบ… พลิกสถานการณ์จบสวย!แทะเมล็ดทานตะวันเกลื่อนโต๊ะ คาเฟ่สะอาดพังไม่เป็นท่า พนักงานพูดเพียงประโยคเดียว กลุ่มลูกค้าถึงกับเงิบ แล้วหัวเราะกันทั้งร้านคลิปไวรัลจากร้านกาแฟในเวียดนามกำลังเป็นที่พูดถึงบนโลกออนไลน์ เมื่อกลุ่มสาว 9 คนเข้าไปนั่งรวมกลุ่มพูดคุยกันในร้านชื่อดัง CheDori Coffee จังหวัดบักนินห์ แต่แทนที่จะนั่งจิบกาแฟเบาๆ กลับหยิบเมล็ดทานตะวันออกมาแทะกันสนุกสนาน แถมโปรยเปลือกลงพื้นรอบโต๊ะแบบไม่เกรงใจใครเหตุการณ์ดูเหมือนจะเริ่มตึง เมื่อพนักงานชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดด้วยท่าทีสุภาพว่า “พี่ๆ ทานแบบนี้ เดี๋ยวตอนพนักงานมาเก็บจะเหนื่อยนิดนึงนะครับ…” แม้น้ำเสียงดูสุภาพ แต่รูปประโยคก็ทำให้ลูกค้าบางคนก็เริ่มไม่พอใจ พร้อมตอบกลับทันทีว่า “แล้วทำไมไม่เอาที่ใส่เปลือกมาให้พวกพี่ล่ะ?”หลายคนที่ดูคลิปอาจคิดว่าเหตุการณ์กำลังจะบานปลาย แต่กลับกลายเป็นว่าพนักงานหนุ่มเลือกที่จะหยอดมุกกลับอย่างใจเย็น “อ๋อ ไม่ใช่ครับ ร้านเราสบายๆ มาก พี่ๆ ทานตามสบายเลยครับ!” ไม่เพียงแค่นั้น เขายังหยิบเมล็ดทานตะวันซองใหม่ออกมาแจก พร้อมบอกโปรโมชันว่า “ถ้ามาเกิน 8 คนแบบนี้ เรามีน้ำแถมให้ด้วยนะครับ”จบประโยคนั้น บรรยากาศที่เคยตึงก็เปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะทันที ลูกค้าทั้งโต๊ะถึงกับยิ้มออก บางคนถึงกับหัวเราะเสียงดังบอกว่า“ตกใจนึกว่าจะโดนดุแล้ว!”คลิปวิดีโอนี้ถูกแชร์อย่างรวดเร็วในโซเชียล มียอดชมทะลุ 2.3 ล้านครั้ง นอกจากความตลกแล้ว หลายคนยังชื่นชมสกิลการสื่อสารของพนักงานหนุ่ม เป็นตัวอย่างของ"การสื่อสารแบบมืออาชีพ" เพราะแทนที่จะตำหนิลูกค้า เขาที่เลือกใช้ใช้มุกตลกและคำพูดนุ่มนวล วิธีเบาๆ น่ารักๆ ไม่ทำให้ใครเสียหน้า…

  • สงครามนางฟ้า! แอร์ฯโชว์บทรักกับสจ๊วตในห้องน้ำ ไม่สนเมียหลวงอยู่บนเครื่องบินด้วย

    วงการการบินเม้าท์แซ่บ แอร์ฯ สาวประกาศศักดาเมียน้อย โชว์ซีนร้อนกลางห้องน้ำบนเครื่องบินกับสจ๊วต เจอเมียหลวงบุกจับได้คาตาวงการการบินเม้าท์แซ่บ แอร์ฯ สาวประกาศศักดาเมียน้อย โชว์ซีนร้อนกลางห้องน้ำบนเครื่องบินกับสจ๊วต เจอเมียหลวงบุกจับได้คาตาอดีตแอร์โฮสเตสชื่อ "จื้อซี" ชาวไต้หวัน เผยข่าวแซ่บวงในผ่านรายการ 震震有詞 ว่า มีสจ๊วตหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง เดิมทีวางแผนจะพาภรรยาซึ่งเป็นแอร์โฮสเตส ไปฮันนีมูนที่แคนาดาควบทำงานไปด้วย แต่แล้วทริปนี้กลับกลายเป็นฝันร้ายของชีวิตคู่ เมื่อเมียน้อยของฝ่ายชายดันโผล่มาโดยไม่ได้นัดหมาย แถมยังขึ้นเครื่องเที่ยวเดียวกันอีกด้วยจื้อซี อดีตแอร์โฮสเตส เผยว่า สจ๊วตหนุ่มคนนี้แอบคบหากับแอร์สาวอีกคนในบริษัทมานาน ฝ่ายชายมักระบายกับเมียน้อยว่าชีวิตคู่มีปัญหา พร้อมสัญญาว่าจะหย่ากับภรรยาแล้วแต่งงานกับเธอ เมียน้อยเชื่อสุดใจแต่วันเวลาผ่านไปกลับไร้วี่แววการทำตามสัญญาสุดท้ายเมียน้อยตัดสินใจไม่ทนอีกต่อไป เมื่อรู้ว่าฝ่ายชายกำลังจะบินไปแคนาดากับภรรยา จึงหาทางสลับกะตัวเองเพื่อให้ได้ขึ้นเครื่องลำเดียวกัน เตรียมเปิดศึกเผชิญหน้ากับเมียหลวงกลางอากาศเมียน้อยได้ทีถือโอกาสยั่วยวนท้าทายต่อหน้าทุกคน ระหว่างที่ภรรยาหลวงหลับอยู่ ก็ชวนสจ๊วตหนุ่มเข้าไปในห้องน้ำด้วยกัน หวังประกาศให้โลกรู้ว่า “ผู้ชายคนนี้ของฉัน”ฝ่ายชายพยายามเลี่ยงแต่สุดท้ายก็ต้องจำใจไปด้วยเพื่อไม่ให้เรื่องบานปลาย ไม่คาดคิดว่าเมียหลวงจะตื่นมาไม่เจอสามี เลยออกตามหา แล้วก็มาหยุดอยู่หน้าห้องน้ำ ก่อนจะเห็นทั้งคู่เดินออกมาพร้อมกันทันที แถมเมียน้อยยังยิ้มเย้ยอย่างผู้ชนะ ทำเอาเมียหลวงเสียใจจนสุดจะทนKellyพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า หลังเมียหลวงเห็นทุกอย่างกับตา ถึงกับของขึ้น ควบคุมตัวเองไม่อยู่ ตบหน้าสามีฉาดใหญ่ต่อหน้าผู้โดยสาร ทำเอาทั้งเครื่องช็อกเงียบกริบ บรรยากาศตึงเครียดและเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนทันทีเหตุการณ์ฉาวกลางเครื่องบินครั้งนี้ เมื่อถูกเผยแพร่ออกไปก็กลายเป็นกระแสร้อนแรงในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตพากันวิจารณ์สนั่น บ้างก็ว่า “เมียน้อยใจกล้าสุด ๆ” บ้างก็แซวว่า “ดราม่านี้แซ่บยิ่งกว่าละครหลังข่าวอีก” หลายคนถึงกับบ่นอุบว่า ใครจะคิดว่าซีนน้ำเน่าขนาดนี้จะเกิดขึ้นจริงบนฟ้า

  • เปิดร้านมา 20 ปี จู่ๆ ก็นึกอยากกางร่มเป็นครั้งแรก กลายเป็นปาฏิหาริย์ช่วยชีวิตเด็ก 2 ขวบ

    เปิดร้านมา 20 ปี เจ้าของร้านจู่ๆ ก็นึกอยากกางร่มเป็นครั้งแรก ไม่คิดว่าจะกลายเป็นปาฏิหาริย์ ช่วยชีวิตเด็ก 2 ขวบเปิดร้านมา 20 ปี เจ้าของร้านจู่ๆ ก็นึกอยากกางร่มเป็นครั้งแรก ไม่คิดว่าจะกลายเป็นปาฏิหาริย์ ช่วยชีวิตเด็ก 2 ขวบเกิดเหตุระทึกในเมืองฮาร์บิน มณฑลเฮย์หลงเจียง ประเทศจีน เมื่อเด็กชายวัย 2 ขวบพลัดตกจากชั้น 6 ของอาคารที่พัก แต่รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ โดยมีเพียงแค่รอยถลอกเล็กน้อยที่หางตา สาเหตุที่ช่วยให้เขารอดชีวิตคือร่มกันแดดของร้านค้าที่อยู่ชั้นล่าง ซึ่งเจ้าของร้านเพิ่งกางออกเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีของการเปิดกิจการตามรายงานจากสื่อจีน เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะที่คนเดินถนนพบเห็นเด็กชายตกจากที่สูง และร่างของเขาพลัดตกลงบนร่มเต็นท์กันแดดขนาดใหญ่ของร้านค้าอย่างแรงจนร่มทะลุ ก่อนร่างจะกระแทกพื้น คนใจดีรายหนึ่งรีบเข้าไปอุ้มเด็กขึ้นมา และรีบนำส่งโรงพยาบาล เบื้องต้นแพทย์ตรวจพบเพียงรอยถลอกที่หางตา ไม่มีอาการบาดเจ็บร้ายแรงอื่นใดแม่ของเด็กเผยว่า ขณะที่พวกเขาเผลอ เด็กได้ปีนไปเล่นที่ริมหน้าต่างก่อนพลัดตกลงมา ครอบครัวตกใจอย่างมาก แต่หลังตรวจร่างกายอย่างละเอียดและพบว่าเด็กปลอดภัยดี พวกเขาจึงรู้สึกโล่งใจแพทย์ที่รักษาเด็กยังกล่าวด้วยความตกใจว่า เหตุการณ์นี้ “ราวกับปาฏิหาริย์”ต่อมา พ่อแม่ของเด็กได้เดินทางไปขอบคุณเจ้าของร้านที่กางร่มไว้ ซึ่งช่วยชีวิตลูกชายของพวกเขาไว้ เจ้าของร้านบอกว่า ตลอด 20 ปีของการเปิดร้าน เขาไม่เคยกางร่มเลย แต่วันนั้นจู่ๆ…

  • ประสานเสียงด่า ฮุน เซน “โลกต่างยอมรับว่าคือวายร้าย” มีพฤติกรรมน่ารังเกียจที่จะทำลายกัมพูชา

    "พูดตามตรง ฮุนเซนสูญเสียความไว้วางใจและสถานะในประชาคมโลกไปแล้ว หากเกิดความขัดแย้งทางทหารครั้งใหญ่ระหว่างไทยกับกัมพูชา แทบจะไม่มีประเทศใดจะช่วยเหลือกัมพูชา เขาคือวายร้ายที่โลกยอมรับ ใครจะเห็นใจเขาบ้าง?"นี่ความเห็นของชาวจีนหลังจากได้อ่านบทวิเคราะห์เรื่อง "ฮุน เซนยังคงเล่นไพ่ของเขา และแพทองธารอยู่ภายใต้แรงกดดันจากทั้งภายในและภายนอก" ของสำนักข่าว 'ข่าวตรง' (直新闻) และ QQ News ที่เผยแพร่บทความล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ไทย-กัมพูชาให้กับผู้อ่านชาวจีนอีกความเห็นหนึ่งกล่าววว่า "การกระทำของกัมพูชาในครั้งนี้ไม่ซื่อสัตย์อย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่เป็นการทรยศต่อลูกสาวของทักษิณเท่านั้น แต่ยังดำเนินการปราบปรามการฉ้อโกงออนไลน์หลังจากเห็นความจริงจังของไทยอีกด้วย"และ "ฮุน เซนเป็นคนไม่ซื่อสัตย์เอาเสียเลย อีกอย่างคือความผิดของแพทองธารที่อายุน้อยเกินไป เธอพยายามลดตัวลงและพยายามแก้ปัญหาด้วยมิตรภาพส่วนตัว แต่ก็ยังโดนแทงข้างหลังอยู่ดี"และอีกความเห็นบอกอย่างตรงไปตรงมาว่า "ฮุน เซนเป็นคนเลว! บันทึกเสียงสนทนาส่วนตัวของเขาถูกเปิดเผยแล้ว! คนทั้งโลกจะเข้าใจว่าใครคือผู้ก่อเหตุ!"อีกความเห็นบอกว่า "พฤติกรรมที่น่ารังเกียจของฮุน เซนจะบั่นทอนความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศของกัมพูชาในที่สุด"และอีกคนบอกว่า "ใครจะกล้าร่วมมือกับคนชั่วร้ายที่ทรยศหักหลังคนอื่นเช่นนี้?"ความเห็นของผู้อ่านชาวจีนเหล่านี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ก็สะท้อนถึงทัศนะที่มีต่อผู้นำกัมพูชาได้เป็นอย่างดีว่า "เป็นคนชั่วร้าย" และ "ทรยศหักหลังคนอื่น"บทความได้กล่าวไว้ว่า "สำหรับกัมพูชา การเผยแพร่บันทึกเสียงดังกล่าวได้ปลุกกระแสชาตินิยมในกัมพูชา การเผยแพร่บันทึกเสียงดังกล่าวของฮุนเซนได้เน้นย้ำว่ากัมพูชามีท่าที “ไม่ได้ทอะไรก่อน” และเป็นฝ่าย “ยุติธรรม” ในความขัดแย้งบริเวณชายแดน ซึ่งไม่เพียงแต่เสริมสร้างภาพลักษณ์ของเขาในฐานะผู้ปกป้องผลประโยชน์ของชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นการสนับสนุนความคิดเห็นสาธารณะต่อมรดกทางการเมืองของตระกูลเขาด้วย พฤติกรรมเช่นนี้อาจมีเจตนาเพื่อเสริมสร้างอำนาจของเขาในกัมพูชา เบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนจากปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม และได้รับการสนับสนุนมากขึ้นสำหรับรัฐบาลฮุน มาเนต"และ คราวนี้ ฮุน เซนอาจยังต้องการใช้ประโยชน์จากความขัดแย้งที่ยาวนานระหว่างตระกูลชินวัตรกับกองทัพไทย เพื่อทำให้รากฐานการปกครองของแพทองธารอ่อนแอลง และส่งผลกระทบทางอ้อมต่อเสถียรภาพทางการเมืองของไทย เพื่อให้ได้เปรียบในการเจรจาชายแดนไทย-กัมพูชา"อย่างไรก็ตาม ผลที่ฮุน…

  • ไร้ปาฏิหาริย์ เจ้าชายนิทราซาอุฯ เสียชีวิตแล้ว หลังโคม่าจากอุบัติเหตุนาน 20 ปี

    error

  • อาลัย เน็ตไอดอลสาวสายซิ่ง ขี่ฮาร์เลย์ชนแผงกั้นกลางถนนดับ

    error

  • แค่ดูมือบอกถึงตับ! หากเห็นสัญญาณ 2 อย่างนี้ที่ “ปลายนิ้ว” ควรพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ

    error