Category: ต่างประเทศ

  • สุดเศร้า! เปิดข้อความสุดท้าย เหมือนเป็นลาง อินฟลูฯ สาวคนดัง วัย 25 ปี ก่อนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต (ตปท.)

    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศ CTWANT รายงานว่า เกิดเหตุสะเทือนใจขึ้นในวงการอินฟลูเอนเซอร์ โซเฟีย กีโรซ (Sofia Quiroz) อินฟลูเอนเซอร์ชาวโคลอมเบียวัย 25 ปี ซึ่งมีผู้ติดตามบนอินสตาแกรมกว่า 29,000 คน ประสบอุบัติเหตุทางถนนจนเสียชีวิตอยวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศ CTWANT รายงานว่า เกิดเหตุสะเทือนใจขึ้นในวงการอินฟลูเอนเซอร์ โซเฟีย กีโรซ (Sofia Quiroz) อินฟลูเอนเซอร์ชาวโคลอมเบียวัย 25 ปี ซึ่งมีผู้ติดตามบนอินสตาแกรมกว่า 29,000 คน ประสบอุบัติเหตุทางถนนจนเสียชีวิตอย่างไม่คาดคิด สร้างความตกตะลึงให้กับผู้ติดตามทั่วโลกก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่ชั่วโมง โซเฟียได้โพสต์ข้อความลงในไอจีสตอรี่ ซึ่งภายหลังกลายเป็นโพสต์สุดท้ายของเธอ โดยเธอกล่าวว่าแว่นที่มักใส่ประจำขณะขี่มอเตอร์ไซค์พัง จึงต้องขับขี่โดยไม่มีแว่น พร้อมทั้งพูดเชิงล้อเล่นว่า หวังว่าฉันจะไม่รถล้มนะ เพราะฉันไม่ได้ใส่แว่น ไม่นานหลังจากเกิดอุบัติเหตุ แฟน ๆ ต่างย้อนกลับไปพูดถึงโพสต์ดังกล่าวว่าเป็นเสมือนสัญญาณเตือนล่วงหน้าอย่างไม่น่าเชื่อรายงานระบุว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นในช่วงค่ำของวันที่ 26 พฤศจิกายน บนทางหลวงในจังหวัดซันตันเดร์…

  • คิดว่ากินแล้วดี… หนุ่มเลิกกินเนื้อ หันมา “กินผัก” สุดท้ายไตวายตาย เพราะ 3 เมนูนี้!

    หมอเตือน! 3 ผัก อุทาหรณ์ชายวัย 41 ดับสลดเพราะ "กินผัก" 3 ชนิดมากเกินไป แพทย์ชี้ทำไตวายเฉียบพลันหลายคนมีความเชื่อฝังใจว่า "การกินผัก" คือกุญแจสำคัญของการมีสุขภาพดี แต่ความเชื่อนี้อาจใช้ไม่ได้กับทุกคนเสมอไป โดยเฉพาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง กรณีศึกษาที่น่าเศร้าเกิดขึ้นกับชายชาวจีนวัย 41 ปี ที่ต้องเสียชีวิตจากภาวะไตวายเฉียบพลัน เพียงเพราะเข้าใจผิดว่าการโหมกินผักจะช่วยรักษาโรคได้ แต่กลับกลายเป็นการ "ป้อนยาพิษ" ให้ตัวเองโดยไม่รู้ตัวจุดเริ่มต้นจากความเชื่อผิดๆ เปลี่ยน "อาหาร" เป็น "ยาพิษ"เรื่องราวนี้เกิดขึ้นกับ นายเฉิน (นามสมมติ) ชายวัย 41 ปี จากเมืองกวางโจว ประเทศจีน ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน เขาไปพบแพทย์ด้วยอาการปวดข้อและอ่อนเพลีย ซึ่งผลตรวจระบุว่าเขามีค่า "กรดยูริกสูง" แพทย์จึงแนะนำให้ปรับพฤติกรรมพร้อมทานยาแต่นายเฉินกลับเลือกที่จะเมินเฉยต่อคำแนะนำเรื่องการจำกัดอาหารบางประเภท เขาตัดสินใจงดเนื้อสัตว์และของมันอย่างเด็ดขาด แล้วหันมาทาน "ผัก" ในปริมาณมหาศาลแทน โดยคิดเองว่า "ผักทุกชนิดดีต่อร่างกาย" ยิ่งกินเยอะยิ่งดี โดยหารู้ไม่ว่าผักบางชนิดคือของต้องห้ามสำหรับคนที่มีภาวะกรดยูริกสูงสัญญาณเตือนมรณะที่ถูกมองข้ามพฤติกรรมการกินที่ผิดเพี้ยนดำเนินไปอย่างเงียบเชียบ พร้อมๆ กับการทำลายไตทีละน้อย 2 เดือนก่อนเสียชีวิต ร่างกายของนายเฉินเริ่มส่งสัญญาณวิกฤต น้ำหนักตัวลดฮวบ มีอาการคลื่นไส้…

  • หญิงกิน “เต้าหู้” ทุกวันนาน 2 ปี เซอร์ไพรส์ผลตรวจมวลกระดูก-ไขมันในเลือด

    หญิงกินเต้าหู้ทุกวันนาน 2 ปี เซอร์ไพรส์ผลตรวจร่างกาย มีความเปลี่ยนแปลงของมวลกระดูก-ไขมันในเลือดหญิงกิน "เต้าหู้" ทุกวัน 2 ปี หมอเผยผลตรวจสุขภาพ แคลเซียมเพิ่ม-ไขมันลดเรื่องราวของหญิงคนหนึ่งที่ตัดสินใจกิน "เต้าหู้" ทุกวันติดต่อกันนานถึง 2 ปี โดยไม่ขาดเลยแม้แต่มื้อเดียว ได้สร้างความประหลาดใจให้กับแพทย์ เมื่อผลตรวจสุขภาพของเธอออกมาดีเกินคาดการกินเต้าหู้ทุกวันอาจฟังดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่การรักษาวินัยอย่างต่อเนื่องยาวนานขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับบางคน เต้าหู้ถูกมองว่าเป็นอาหารจืดชืด ขณะที่บางกลุ่มกังวลเรื่อง "ฮอร์โมนพืช" ที่อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย แต่แท้จริงแล้วผลลัพธ์ของการกินเต้าหู้ ในด้านมวลกระดูกและไขมันในเลือด เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากเต้าหู้: แหล่งแคลเซียมจากพืชที่สำคัญในบรรดาอาหารที่มาจากพืช เต้าหู้ถือเป็นแหล่ง "แคลเซียม" ที่โดดเด่นอย่างมาก โดยเฉลี่ยแล้ว เต้าหู้แข็ง 100 กรัม สามารถให้แคลเซียมได้ประมาณ 100-350 มิลลิกรัม ซึ่งใกล้เคียงหรือสูงกว่าผลิตภัณฑ์นมบางชนิด ขึ้นอยู่กับประเภทและวิธีการปรุง แคลเซียมในเต้าหู้มักมาจากเกลือแคลเซียมที่ใช้ในการตกตะกอนระหว่างกระบวนการผลิต และมีอัตราการดูดซึมที่ค่อนข้างดีเต้าหู้ยังมีไขมันอิ่มตัวต่ำ และอุดมไปด้วยโปรตีนจากพืชคุณภาพสูง จึงเป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มผู้บริโภคมังสวิรัติ ผู้ที่ออกกำลังกาย รวมถึงวัยกลางคนและผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ปริมาณแคลเซียม แต่คือการบริโภคอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกได้การเพิ่มขึ้นของ "ความหนาแน่นของกระดูก"ผลการสำรวจด้านโภชนาการระยะยาวชี้ให้เห็นว่า ผู้ใหญ่จำนวนมากได้รับแคลเซียมต่อวันต่ำกว่าปริมาณที่แนะนำ ดังนั้น การเสริมแคลเซียมผ่านอาหารไขมันต่ำอย่างเต้าหู้จึงมีประโยชน์อย่างยิ่ง ข้อมูลจากการสังเกตในหลายงานวิจัยพบว่า ผู้ที่บริโภคอาหารที่อุดมด้วยแคลเซียม…

  • วงการบันเทิงเศร้า! นักแสดงอาวุโส เสียชีวิตแล้วในวัย 76 ปี (ข่าวต่างประเทศ)

    วงการบันเทิงเศร้า! นักแสดงอาวุโส เสียชีวิตแล้วในวัย 76 ปี (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า อี มุนซู นักแสดงอาวุโส เสียชีวิตแล้วในวัย 76 ปี ขณะต่อสู้กับโรคมะเร็งปอด สมาคมนักแสดงละครเกาหลีและแหล่งข้อมูลอื่นๆ รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม อี มุนซู เสียชีวิตเมื่อคืนที่ผ่านมาที่โรงพยาบาลในเขตยังพยอง จังหวัดคยองกี มีรายงานว่าเขากำลังเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งปอดตั้งแต่เริ่มมีอาการในปี 2022จบการศึกษาจากวิทยาลัยศิลปะโซล และได้เข้าร่วมกับคณะละครแห่งชาติเกาหลีในปี 1989 และได้แสดงในละครเวทีเรื่องสำคัญๆ มากมาย อาทิ *The Crucible*, *The Problematic Man Yeonsan*, *Death of a Salesman*, *1984*, *The Seagull* และ *King Lear*เขายังคงมีผลงานการแสดงทั้งละครและภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง ในปี 2010 เขาได้แสดงในภาพยนตร์เรื่อง *Hello Ghost* และละครเรื่อง *The Great Max*…

  • เกิดอะไรขึ้น นางเอกดัง ยอมรับ แยกทางสามีนักธุรกิจตั้งแต่ต้นปีแล้ว (ต่างประเทศ)

    เกิดอะไรขึ้น นางเอกดัง ยอมรับ แยกทางสามีนักธุรกิจตั้งแต่ต้นปีแล้ว (ต่างประเทศ)ทำเอาสะเทือนวงการบันเทิงไม่น้อยสำหรับคู่รักอย่าง โกวอนฮี (Go Won Hee) และ นักธุรกิจ King the Land ที่ทั้งคู่ได้ตัดสินใจแยกทางกัน หลังเพิ่งเข้าพิธีวิวาห์ไปเมื่อปี 2022 ต้นสังกัด Ghost Studio ออกประกาศอย่างเป็นทางการว่า โกวอนฮีและอดีตสามีที่เป็นนักธุรกิจ ได้เลือกแยกทางกันตั้งแต่ช่วงต้นปี หลังจากพยายามพูดคุยและทบทวนร่วมกันมานานทั้งสองยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายหลังเข้าพิธีแต่งงาน ทำให้การตัดสินใจแยกทางเป็นไปได้อย่างราบรื่นและไม่มีข้อผูกมัดทางกฎหมายใดๆ ต้นสังกัดขอร้องให้ทุกฝ่ายเคารพความเป็นส่วนตัวของโกวอนฮีและอดีตคู่ชีวิต พร้อมหลีกเลี่ยงการคาดเดา

  • พีคมาก! หนุ่มส่งเงินกลับบ้าน 5 ปี เมียไม่ใช้สักบาท เปิดตู้เซฟถึงรู้ “ใช้ซื้ออะไร” ร้องไห้เลย

    ผัวทำงานเมืองนอก ส่งเงินให้เมียเดือนละ 4 หมื่น กลับมาเปิดตู้เซฟเจอ หนุ่มทำงานไกล ส่งเงินให้เมียเดือนละ 4 หมื่น กลับบ้านเปิดตู้เซฟเจอ "ความลับ" ถึงกับเข่าทรุดเรื่องราวสุดประทับใจของหนุ่มสู้ชีวิตที่ต้องจากบ้านไปทำงานต่างถิ่น เพื่อส่งเงินกลับมาจุนเจือครอบครัว เขาโหมงานหนักและส่งเงินให้ภรรยาทุกบาททุกสตางค์ แต่เมื่อกลับบ้านมาเปิด ตู้เซฟ เพื่อหาเอกสาร เขากลับพบ "ความลับ" บางอย่างที่ภรรยาซ่อนไว้ ซึ่งเปลี่ยนความรู้สึกเหนื่อยล้าเป็นน้ำตาแห่งความตื้นตันใจทันทีการเสียสละเพื่อครอบครัว และความไว้ใจที่มีให้ภรรยาหลินเฮ่า ชายหนุ่มผู้ตัดสินใจลาจากบ้านเกิดในชนบท เดินทางเข้าสู่เมืองกวางโจว ประเทศจีน เพื่อหางานทำหลังจากลูกคนแรกคลอดได้เพียง 4 เดือน เขาจำเป็นต้องทิ้งให้ ฉินหยู ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากดูแลบ้านและลูกเพียงลำพัง เพราะค่าครองชีพในเมืองใหญ่นั้นสูงเกินกว่าจะย้ายไปอยู่ด้วยกันทั้งครอบครัวได้ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา หลินเฮ่าทำงานในโรงงานชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อย่างหนัก เข้ากะเช้าต่อกะดึกเพื่อแลกกับรายได้ที่ดี เขาประหยัดอดออมและส่งเงินกลับบ้านเฉลี่ยเดือนละ 9,500 หยวน (ประมาณ 46,000 บาท) โดยไม่เคยถามซอกแซกเรื่องการใช้จ่าย เพราะเชื่อใจภรรยาอย่างเต็มร้อยว่าเธอจะจัดการทุกอย่างได้ดีการกลับบ้านกะทันหัน และความลับในตู้เซฟเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว หลินเฮ่าทำเอกสารสำคัญหายที่กวางโจว จึงต้องรีบเดินทางกลับบ้านเกิดด่วนเพื่อทำเรื่องขอเอกสารใหม่โดยไม่ได้บอกภรรยา เมื่อไปถึงบ้านเขาไม่พบใคร ลูกไปโรงเรียน ส่วนภรรยาคาดว่าน่าจะออกไปรับจ้างเกี่ยวข้าว เขาจึงส่งข้อความทิ้งไว้สั้นๆ ว่า "ผมกลับมาทำเอกสาร ต้องรีบไปรีบกลับ เลยซื้อของเล่นมาฝากลูกแค่นั้นนะ"หลังจากนั้นเขารีบเข้าไปในห้องนอนเพื่อเปิดตู้เซฟหวังจะหยิบเอกสารทะเบียนบ้านและทะเบียนสมรส…

  • อุทาหรณ์ เด็กหญิง 3 ขวบ ติดสติกเกอร์ในงานโรงเรียน สุดท้ายหน้าเป็นแผลเหวอะ

    อุทาหรณ์ เด็กหญิง 3 ขวบ ติดสติกเกอร์ในงานโรงเรียน ไม่คาดคิดใบหน้าเป็นแผลเหวอะ เสี่ยงทิ้งแผลเป็นไว้ถาวรเด็กหญิง 3 ขวบ ติดสติกเกอร์ในงานโรงเรียน ใบหน้าเป็นแผลเหวอะ เสี่ยงทิ้งแผลเป็นไว้ถาวรผู้ปกครองต้องระวังเป็นพิเศษเมื่อโรงเรียนอนุบาลจัดกิจกรรม เนื่องจากความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจสร้างบาดแผลทางใจและร่างกายให้กับเด็กได้ กรณีล่าสุดเกิดขึ้นกับเด็กหญิงวัย 3 ขวบในมณฑลหูหนาน ประเทศจีน ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนอนุบาลและติดสติกเกอร์ตกแต่งบนใบหน้าตามคำแนะนำของครู ปรากฏว่าใบหน้าของเธอเกิดอาการบวมแดงอย่างรุนแรง เป็นตุ่มน้ำ และผิวหนังเริ่มเปื่อยยุ่ย แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสแบบเฉียบพลัน ซึ่งอาจทิ้งรอยแผลเป็นไว้ถาวร ทำให้พ่อแม่รู้สึกใจสลายเป็นอย่างยิ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนอนุบาลตามรายงานของสื่อในจีน (Xiaoxiang Morning Herald) เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 โรงพยาบาลเด็กมณฑลหูหนานได้รับตัว "ตั่วตั่ว" (นามสมมติ) เด็กหญิงวัย 3 ขวบ เข้ารับการรักษาที่แผนกผิวหนัง แก้มด้านขวาของเธอมีรอยแดงอย่างเห็นได้ชัด เด็กหญิงตัวน้อยดูอ่อนแรงและซบอยู่กับอ้อมกอดของพ่อ เธอเล่าว่าอาการนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เธอทำตามคำสั่งของครูที่ชื่อแซ่หวัง ให้ติดสติกเกอร์บนแก้มเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมเทศกาล เมื่อกลับถึงบ้านใบหน้าของเธอก็เริ่มมีอาการผิดปกติมากขึ้นเรื่อย ๆครูเผยซื้อสติกเกอร์ออนไลน์ หวังให้เด็กน่ารักขึ้นครูหวังได้ชี้แจงว่า ทางโรงเรียนได้สั่งซื้อสติกเกอร์ลายน่ารักจำนวนหนึ่งจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซออนไลน์ เพื่อใช้ในการเตรียมกิจกรรมเทศกาลให้เด็ก ๆ ติดตกแต่งบนใบหน้า ในวันจัดกิจกรรม ตั่วตั่วไม่ได้แสดงอาการผิดปกติใด ๆ แต่เมื่อกลับถึงบ้าน ผู้ปกครองสังเกตเห็นรอยแดงเล็กน้อยที่แก้มขวาแต่ไม่ได้ให้ความสนใจในตอนแรกอย่างไรก็ตาม หลังผ่านไปหลายวัน…

  • เช็กด่วนในครัว! “3 ชนิดชาม” สวยแต่รูปจูบไม่หอม “สารพิษ” เสี่ยงทำลายตับ-ไต

    หยุดใช้เดี๋ยวนี้! เตือนภัยคนรักสุขภาพ "ชาม 3 ประเภท" ที่หลายบ้านยังใช้อยู่ หารู้ไม่ว่าแฝง "สารพิษ" สะสมทำลายร่างกาย หากที่บ้านมีอยู่ควรพิจารณาเปลี่ยนด่วนคนโบราณว่าไว้ "โรคภัยเข้าทางปาก" นั้นไม่ผิดเลย เพราะนอกจากอาหารการกินที่ต้องระวังแล้ว "ภาชนะ" ที่ใส่อาหารก็เป็นสิ่งที่สัมผัสกับร่างกายโดยตรง ดังนั้นการเลือกซื้อชามสักใบ ไม่ควรดูแค่ความสวยงาม แต่ "วัสดุ" คือสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องใส่ใจหลายคนมักให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ของจานชาม ลวดลายสวยงาม สีสันสดใส โดยไม่รู้เลยว่าความสวยงามเหล่านั้นอาจซ่อน "ยาพิษ" เอาไว้ และนี่คือรายชื่อชาม 3 ประเภทที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า "ไม่ปลอดภัย" และควรหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับสารพิษโดยไม่รู้ตัว1. ชามสแตนเลสราคาถูกหลายครอบครัวนิยมใช้ "ชามสแตนเลส" เพราะดูสะอาด แข็งแรง ทนทาน โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก เพราะตกแล้วไม่แตก แถมในร้านค้าออนไลน์ยังมีราคาถูกมาก บางใบราคาแค่หลักสิบ ทำให้เป็นที่นิยมอย่างมากแต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ ชามสแตนเลสราคาถูกมักแฝงไปด้วย "สารพิษร้ายแรง" จากการสำรวจในประเทศจีนพบว่า 60% ของชามสแตนเลสราคาถูกไม่ได้มาตรฐาน มักทำจากวัสดุไม่ทราบแหล่งที่มาและคุณภาพต่ำเมื่อนำมาใส่อาหาร โดยเฉพาะของร้อน สแตนเลสเกรดต่ำเหล่านี้จะค่อยๆ ปล่อยโลหะหนัก เช่น โครเมียม นิกเกิล และแมงกานีส ออกมาปนเปื้อนในอาหาร โลหะหนักเหล่านี้ร่างกายกำจัดได้ยาก…

  • แม่เป็นลม พ่อใช้เงินเก็บ 1.9 ล้าน “ซื้อเป็ดของเล่น” แต่กูรูเฉลยมูลค่าจริง ลูกอึ้งคุ้มเกินคุ้ม!!!

    สาวน้ำตาตก พ่อเทหมดหน้าตักซื้อ สาวทุ่มเงินเก็บก้อนโตซื้อ "เป็ดของเล่น" แม่แทบเป็นลม ผู้เชี่ยวชาญเช็กแล้วบอก "ยืนให้มั่น" มูลค่าพุ่ง 10 เท่าเรื่องราวการสะสมของเก่ากลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อหญิงสาวรายหนึ่งนำ "เป็ด" ที่ดูเหมือนของเล่นเด็กธรรมดามาให้ผู้เชี่ยวชาญในรายการตรวจสอบ โดยเธอและพ่อใช้เงินเก็บเกือบทั้งชีวิตซื้อมาจนทำให้แม่โมโหหนัก แต่บทสรุปของการตีราคากลับพลิกผันจนทุกคนต้องตะลึงจาก "เป็ดของเล่น" สู่ปัญหาร้าวฉานในครอบครัวหญิงสาวเล่าด้วยความอัดอั้นตันใจในรายการว่า เป็ดตัวนี้เธอและพ่อไปเจอที่ตลาดของเก่า พ่อเชื่อมั่นด้วยสัญชาตญาณว่าเป็นของล้ำค่า จึงตัดสินใจทุ่มเงินซื้อมาในราคา 400,000 หยวน (ตีเป็นเงินไทยราว 1.9 ล้านบาท)การกระทำนี้ทำให้แม่ของเธอโกรธมาก เพราะครอบครัวไม่ได้ร่ำรวยและนั่นคือเงินเก็บก้อนใหญ่เกือบทั้งหมด ส่งผลให้บรรยากาศในบ้านตึงเครียด หญิงสาวจึงตัดสินใจนำของชิ้นนี้มาให้ผู้เชี่ยวชาญฟันธง เพื่อหวังจะจบปัญหาคาใจและนำความสงบสุขกลับคืนสู่บ้านผู้เชี่ยวชาญลั่นวาจา "ขอให้คุณยืนให้มั่น"เมื่อของชิ้นนี้ถูกส่งถึงมือผู้เชี่ยวชาญ ครั้งแรกหลายคนในห้องส่งถึงกับงุนงง เพราะรูปลักษณ์ภายนอกดูเก่าครึและเหมือนเป็ดของเล่นเด็กธรรมดาๆ ที่ไม่มีความพิเศษอะไรเลยแต่หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียด ผู้เชี่ยวชาญได้ถามลองเชิงว่า "ถ้าเป็นของจริง คุณคิดว่ามันราคาเท่าไหร่?" เธอตอบอย่างไม่มั่นใจว่า "1 ล้านหยวน" ผู้เชี่ยวชาญจึงยิ้มและกล่าวเตือนสติว่า "ก่อนอื่น ขอให้คุณยืนให้มั่นๆ นะ! นี่ไม่ใช่ของธรรมดา"ความจริงเปิดเผย นี่คือสมบัติล้ำค่าผู้เชี่ยวชาญเฉลยว่า เป็ดตัวนี้แท้จริงแล้วคือ "กระถางธูปโบราณ" ไม่ใช่ของเล่นแต่อย่างใด คนสมัยก่อนนิยมสั่งทำเป็นพิเศษโดยแกะสลักลวดลายตามดวงชะตาหรือสัญลักษณ์มงคล จึงทำให้มีรูปทรงที่แปลกตาและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สำคัญ กระถางธูปรูปแบบนี้หายากมากทั้งในจีนและระดับโลก มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูงมาก ผู้เชี่ยวชาญจึงประเมินมูลค่าไว้ที่ 4 ล้านหยวน…

  • สลด อินฟลูรัสเซียวัย 30 ดับกะทันหัน หลังกินฟาสต์ฟู้ด วันละหมื่นแคลอรี หวังเพิ่มน้ำหนัก

    สลด อินฟลูรัสเซียวัย 30 หัวใจหยุดเต้นกะทันหัน หลังฝืนกินฟาสต์ฟู้ดวันละ 10,000 แคลอรี หวังเพิ่มน้ำหนัก 25 กก.เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า เทรนเนอร์ฟิตเนสและอินฟลูเอนเซอร์วัย 30 ปี จากเมืองโอเรนบูร์ก ประเทศรัสเซีย เสียชีวิตกะทันหัน หลังทนฝืนกินอาหารฟาสฟู้ดปริมาณมหาศาลติดต่อกันหลายสัปดาห์ เพื่อโปรโมตโปรแกรมลดน้ำหนักที่เขาตั้งใจจะโชว์ผลลัพธ์จริงให้เห็นรายงานระบุว่า ดมิตรี นูยานซิน อิยฟลูฯ วัย 30 ปี ตั้งเป้ากินมากถึงวันละ 10,000 แคลอรี เพื่อเพิ่มน้ำหนักอย่างน้อย 25 กิโลกรัม ก่อนจะลดน้ำหนักด้วยคอร์สของตัวเอง แต่หัวใจของเขาหยุดเต้นระหว่างหลับก่อนเกิดเหตุ เขาได้ยกเลิกการสอนและบอกเพื่อนว่ารู้สึกไม่สบาย พร้อมตั้งใจจะไปพบแพทย์ แต่สุดท้ายก็เสียชีวิตในคืนเดียวกันก่อนหน้านี้ นูยานซินเผย “เมนูประจำวัน” ให้ผู้ติดตามเห็นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประกอบด้วยอาหารไขมันสูงและแคลอรีสูง เช่น ขนมอบหนึ่งจานและเค้กครึ่งก้อน เกี๊ยวรัสเซีย (pelmeni) 800 กรัม ราดมายองเนส เบอร์เกอร์หนึ่งชิ้นและพิซซ่าสองถาดขนาดเล็ก อีกทั้งยังกินมันฝรั่งทอดเป็นของว่างอินฟลูฯ ชาวรัสเซียวัย 30 ปี หัวใจหยุดเต้นเสียชีวิต หลังกินอาหารวันละ 1…