Category: ต่างประเทศ

  • คลิปสุดท้าย “นางฟ้าพยาบาล” อินฟลูสาวไต้หวัน ก่อนเสียชีวิต เปิดปมเศรษฐีตามจีบ โยงเหตุปริศนา

    เพื่อนสนิทเผยสาเหตุ “ป่วยกะทันหัน” ระหว่างทำงานต่างประเทศ หลังขาดการติดต่อไปหลายวัน แฟนคลับย้อนดูโพสต์สุดท้าย 19 ต.ค.ถือเป็นข่าวเศร้าที่สร้างความตกใจอย่างมากในวงการ เมื่อ นางฟ้าพยาบาล (Hsieh Yu-hsin (เซี่ย อวี่ซิน)) เน็ตไอดอลและอดีตพยาบาลสาวหุ่นสะดุดตา ได้จากไปอย่างกะทันหันแล้ว เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมา ด้วยวัยเพียง 31 ปีล่าสุด สาเหตุการเสียชีวิตของเธอได้ถูกเปิดเผยแล้ว เพื่อนสนิทของเธอได้ออกมายืนยันข่าวเศร้านี้ว่า การจากไปของ เซี่ย อวี่ซิน เกิดจาก “เหตุเจ็บป่วยกะทันหัน” เหตุการณ์น่าสลดใจนี้เกิดขึ้นระหว่างที่เธอเดินทางไปถ่ายทำงานในต่างประเทศ และมีรายงานว่า ก่อนหน้านี้เธอได้ขาดการติดต่อไปหลายวันการจากไปอย่างรวดเร็วของเธอ สร้างความเสียใจต่อเพื่อน ๆ และแฟนคลับอย่างมาก นักแสดงเอวี Wu Mengmeng (อู๋ เมิ่งเมิ่ง) และเน็ตไอดอล Sprite (สไปรท์) รวมถึงคนในวงการอีกหลายคน ต่างได้โพสต์ข้อความไว้อาลัยต่อการสูญเสียครั้งนี้IG/irisirisss900เพื่อนสนิทของอวี่ซิน ยังได้ฝากข้อความมายังแฟน ๆ ที่รักเธอว่า “ขอความกรุณาเพื่อน ๆ และแฟน ๆ ที่รักอวี่ซิน มอบพื้นที่และความเคารพให้ครอบครัวที่กำลังโศกเศร้า ชั่วคราวงดติดต่อและงดคาดเดาโดยไม่จำเป็น…

  • 900 ปีเฉลยแล้ว! ตำนาน “จิ๋นซีฮ่องเต้” หาจนเจอยาอายุวัฒนะ แต่เหตุใด “ไม่กล้าเสวย”

    ไขความลับ ‘จิ๋นซีฮ่องเต้’ ตามหายาอายุวัฒนะ แต่ไม่กล้าเสวย จนอีก 900 ปีต่อมาความจริงถูกเปิดเผยฉินสื่อหวงกับตำนานยาอายุวัฒนะ ความลับที่ถูกเปิดเผยอีก 900 ปีต่อมาจักรพรรดิฉินสื่อหวง หรือที่รู้จักกันในชื่อ “จิ๋นซีฮ่องเต้” ถือเป็นจักรพรรดิองค์แรกของจีนที่รวมแผ่นดินเป็นหนึ่งเดียว พระองค์ทรงมีความหมกมุ่นในการแสวงหา “ยาอายุวัฒนะ” ที่เชื่อว่าสามารถทำให้คนเป็นอมตะได้ แต่สุดท้ายกลับไม่เคยเสวยมันเลยแม้แต่ครั้งเดียว ความลับเบื้องหลังเรื่องนี้เพิ่งได้รับการเปิดเผยอย่างชัดเจนในอีกกว่า 900 ปีต่อมาจิ๋นซีฮ่องเต้และความหมกมุ่นเรื่องชีวิตนิรันดร์หลังจากรวบรวมแผ่นดินจีนได้สำเร็จ จิ๋นซีฮ่องเต้เริ่มหวาดกลัวความตาย พระองค์ทรงเชื่อว่าหากสามารถหายาอายุวัฒนะมาได้ จะสามารถปกครองอาณาจักรได้ชั่วนิรันดร์ จึงสั่งให้นักพรตและนักเล่นแร่แปรธาตุออกเดินทางตามหาสูตรลับแห่งความเป็นอมตะไปทั่วสารทิศ ทั้งในแผ่นดินใหญ่และดินแดนโพ้นทะเลในบันทึกโบราณระบุว่า พระองค์ได้เสวยยาเม็ดโลหะบางชนิดที่นักพรตถวาย ซึ่งเชื่อว่ามีส่วนผสมของปรอทและทองคำ อย่างไรก็ตาม ยาเหล่านี้กลับเป็นพิษต่อร่างกาย ทำให้พระองค์มีอาการเจ็บป่วยและเสียชีวิตในเวลาต่อมาคำตอบจากอีกเกือบพันปีต่อมาเกือบ 900 ปีหลังการสิ้นพระชนม์ของจิ๋นซีฮ่องเต้ ในสมัยจักรพรรดินีบูเช็กเทียน (หรืออู่เจ๋อเทียน) มีการค้นพบตำราเล่นแร่แปรธาตุโบราณและสูตรยาหลายชนิดจากยุคก่อนหน้า บันทึกเหล่านั้นเผยให้เห็นว่ายาอายุวัฒนะในอดีตล้วนประกอบด้วยสารโลหะหนัก เช่น ปรอท สารหนู และตะกั่ว ซึ่งเป็นพิษร้ายแรงต่อมนุษย์เมื่อเข้าใจเช่นนั้น นักประวัติศาสตร์จึงสรุปว่า การที่จิ๋นซีฮ่องเต้ไม่เสวยยาอายุวัฒนะในบางสูตรที่ได้มา อาจเป็นเพราะพระองค์เริ่มระแคะระคายว่ามันไม่ใช่สิ่งที่จะช่วยยืดอายุได้จริง แต่อาจเป็นยาพิษที่คร่าชีวิตได้มากกว่าตารางสรุประยะเวลาและเหตุการณ์สำคัญของจิ๋นซีฮ่องเต้เพื่อให้เข้าใจประวัติศาสตร์ของพระองค์ชัดเจนยิ่งขึ้น ตารางต่อไปนี้ได้รวบรวมเหตุการณ์สำคัญตลอดพระชนม์ชีพของจิ๋นซีฮ่องเต้จากแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อถือได้ช่วงเวลา เหตุการณ์ คำอธิบายสั้น ๆ ค.ศ. 259 ปีก่อนคริสต์ศักราช (ประมาณ) พระองค์ทรงประสูติ พระนามเดิมของพระองค์คือ…

  • ‘ญี่ปุ่น’ปิดฉาก 50 ปี ‘ซูเปอร์เซ็นไต’ ซีรีส์ขบวนการ 5 สี

    เว็บไซต์บีบีซีรายงานอ้างหนังสือพิมพ์อาซาฮีของญี่ปุ่นว่า ซีรีส์ “ซูเปอร์เซ็นไต” จะยุติการออกอากาศเนื่องจากยอดขายสินค้าและการจัดงานอีเวนต์ไม่เพียงพอกับต้นทุนการผลิต สถานีโทรทัศน์อาซาฮีผู้ออกอากาศไม่ได้ให้ความเห็นถึง “รายการที่จะนำมาเผยแพร่ในอนาคต”ซีรีส์ชุดนี้ออกฉายครั้งแรกในปี 1975 ตามสูตร วัยรุ่นห้าคนแปลงร่างเป็นนักสู้ห้าสีสวมหน้ากากต่อกรกับเหล่าร้าย กลายเป็นต้นแบบของพาวเวอร์เรนเจอร์สในสหรัฐและซีรีส์ซูเปอร์ฮีโรอื่นๆ ที่เผยแพร่ในเอเชีย ทั้งยังเป็นเวทีเปิดตัวในวงการบันเทิงให้กับนักแสดงญี่ปุ่นหลายรายซูเปอร์เซ็นไตเป็นยิ่งกว่าทีวีซีรีส์ รายการที่ออกอากาศทุกสัปดาห์นี้ยังเป็นช่องทางโฆษณาของเล่น เสื้อผ้า ของสะสมสำหรับแฟนแอนิเมชันและของเล่นนอกประเทศญี่ปุ่น ซูเปอร์เซ็นไตเปรียบเป็นประตูเข้าสู่วัฒนธรรมหนังสือการ์ตูนและซูเปอร์ฮีโรหลากสีสันของประเทศนี้ซีรีส์แนวเดียวกันอย่าง Choudenshi Bioman และHikari Sentai Maskman ซึ่งพากย์เป็นภาษาอังกฤษ ได้รับความนิยมอย่างมากในฟิลิปปินส์ซีรีส์ซูเปอร์เซ็นไต ประกอบด้วยซูเปอร์ฮีโรชายสามหญิงสอง นำโดยสีแดงเหมือนกับในพาวเวอร์เรนเจอร์ ส่วนสีเขียวหรือสีดำ เป็นรองหัวหน้า ตามด้วยสีน้ำเงิน สีเหลือง และสีชมพูทุกตอนดำเนินเรื่องแบบเดียวกัน เริ่มต้นด้วยการต่อสู้ด้วยมือเปล่าแล้วประลองดาบ จากนั้นเป็นการประจัญบานระหว่างหุ่นยนต์กับเอเลียนยักษ์ เสน่ห์ดึงดูดอยู่ที่ฉากแอคชั่นซึ่งในทศวรรษ 1980 และ 1990 ยังทำได้ไม่สมจริงส่วนซีรีส์พาวเวอร์เรนเจอร์ต้นตำรับออกอากาศในทีวีสหรัฐตั้งแต่ปี 1993-1996 และแตกแขนงออกไปอีกหลายเรื่อง ตอนนี้หาดูได้บนยูทูบโปรดิวเซอร์ ฮาอิม ซาบัน ผู้ปรับพาวเวอร์เรนเจอร์สมาจากต้นฉบับญี่ปุ่น เคยให้สัมภาษณ์กับแอลเอไทม์สเมื่อปี 2017 ว่า ไอเดียนี้ไม่มีใครยอมรับในตอนแรก“ทุกฤดูขายงานผมต้องออกไปเสนองานตามสถานีโทรทัศน์ แล้วโดนไล่ออกมาจากห้อง พวกเขาบอกว่าผมบ้าไปแล้ว” โปรดิวเซอร์เล่าขณะที่ในญี่ปุ่นข่าวคราวการปิดฉากของซูเปอร์เซ็นไตทำให้แฟนๆ และคนดังเศร้าใจเคอิโกะ คิตากาวาระ นักแสดงหญิงชื่อดังรีโพสต์ข่าวบนทวิตเตอร์พร้อมระบุ “เสียดาย” โพสต์นี้เรียกยอดวิว…

  • เผยภาพ “ลูกสาวที่ถูกลืม” ของราชาคาสิโน ผู้ถูกพ่อเมินเฉย และยืนอยู่นอกสงครามมรดก!

    โศกนาฏกรรมตระกูล! ลูกสาวเจ้าพ่อคาสิโนมาเก๊า ที่รอดชีวิตจากเมียหลวง เลือกสร้างอาณาจักรเอง และใช้ชีวิตคู่กับคนรักเพศเดียวกันชีวิตเงียบเหงาของ "เหอ เชาหง" ลูกสาวเจ้าพ่อคาสิโนมาเก๊า ภรรยาคนแรก 'ถูกพ่อเมิน' ยืนมองสงครามมรดกจากภายนอกเหอ หงเซิน (Stanley Ho) คือชื่อที่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและความมั่งคั่งในมาเก๊าและเอเชีย เขาคือ "ราชาคาสิโน" ผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินมหาศาล และมีครอบครัวใหญ่ที่ประกอบด้วยภรรยา 4 คน และลูก 17 คน ในสงครามการแย่งชิงมรดกที่ดุเดือด สื่อมักกล่าวถึงลูกๆ ที่โดดเด่น มีความสามารถ เช่น เหอ เชาฉยง หรือ เหอ โหย่วหลงทว่า มีลูกสาวคนหนึ่งที่น้อยคนจะรู้จักเรื่องราวของเธอ นั่นคือ เหอ เชาหง ลูกสาวผู้สืบสายเลือดจากภรรยาคนแรก แต่กลับมีชีวิตที่เงียบเหงา ถูกลืม และยืนอยู่นอกการต่อสู้แย่งชิงทรัพย์สินทั้งหมดลูกสาวที่ถูกพ่อเมินเฉยเหอ เชาหง เป็นลูกสาวของ เหอ หงเซิน กับภรรยาคนแรก หลี หว่านหัว ซึ่งมีภูมิหลังมาจากตระกูลทนายความผู้มีชื่อเสียงในมาเก๊า เธอเคยได้รับฉายาว่า "สาวงามอันดับหนึ่งแห่งมาเก๊า" ด้วยความงามแบบลูกครึ่งที่น่าหลงใหล ภรรยาคนนี้คือผู้ช่วย เหอ…

  • สรุปไทม์ไลน์สั่นคลอนราชวงศ์อังกฤษ เจ้าชายแอนดรูว์ถูกถอดพระอิสริยยศ!

    ย้อนสรุปไทม์ไลน์สุดอื้อฉาว ที่สั่นคลอนราชวงศ์อังกฤษ.. เรียกได้ว่าสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ท่ามกลางการจับตาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ "เจ้าชายแอนดรูว์" พระอนุชาในสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ทรงเผชิญกับจุดตกต่ำครั้งประวัติศาสตร์ของราชวงศ์อังกฤษ หลังจากที่ทรงถูกถอดถอนพระอิสริยยศ และฐานันดรศักดิ์ทั้งหมด!กรณีอื้อฉาวนี้ มีต้นตอจากความสัมพันธ์ส่วนพระองค์กับ "เจฟฟรีย์ เอปสเตน" มหาเศรษฐีคดีค้าประเวณีผู้เยาว์ และได้ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อ "เวอร์จิเนีย จุฟเฟร" อดีตเหยื่อ ได้ยื่นฟ้องพระองค์ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ แม้จะมีการปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด แต่แรงกดดันมหาศาลจากสาธารณชนและการยุติคดีด้วยการจ่ายเงินยอมความ ได้นำไปสู่ "พระบรมราชโองการให้ลดสถานะของเจ้าชายแอนดรูว์กลับสู่สามัญชน" โดยจากนี้ไปจะถูกเรียกในชื่อ "นายแอนดรูว์ เมานต์แบ็ตเทน-วินด์เซอร์" เท่านั้นจุดเริ่มต้น.. ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษกับเจฟฟรีย์ เอปสเตนกรณีอื้อฉาวทั้งหมด เริ่มต้นจากมิตรภาพใกล้ชิดระหว่างเจ้าชายแอนดรูว์กับนายเจฟฟรีย์ เอปสเตน ผู้ซึ่งเป็นนักการเงินชื่อดังและมีเครือข่ายกว้างขวางในสังคมชั้นสูงของสหรัฐอเมริกา"เอปสเตน มหาเศรษฐีเบื้องหลังมืด"เอปสเตนเป็นมหาเศรษฐีที่มีความสัมพันธ์กับคนดังมากมาย แต่ถูกดำเนินคดีในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศและค้าประเวณีผู้เยาว์ โดยมี "กิสเลน แม็กซ์เวลล์" เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการจัดหาเหยื่อที่เป็นเด็กสาวด้อยโอกาสมาล่วงละเมิดทางเพศ"ความเชื่อมโยงกับราชวงศ์"เจ้าชายแอนดรูว์ทรงเป็นหนึ่งในพระสหายสนิทของเอปสเตน มีการไปมาหาสู่กันบ่อยครั้ง และมีภาพถ่ายปรากฏว่าพระองค์เสด็จไปเยือนที่พักของเอปสเตนที่นิวยอร์ก แม้ภายหลังเอปสเตนจะเสียชีวิตอย่างปริศนาในเรือนจำเมื่อปี 2019 ระหว่างรอขึ้นศาล แต่ความเชื่อมั่นที่สั่นคลอนต่อเจ้าชายแอนดรูว์ ก็ได้ปะทุขึ้นแล้วข้อกล่าวหาของเวอร์จิเนีย จุฟเฟรหลังการเสียชีวิตของเอปสเตน ทาง "เวอร์จิเนีย จุฟเฟร" ซึ่งอ้างว่าเป็นหนึ่งในเหยื่อที่ถูกล่อลวง ได้เดินหน้ายื่นฟ้องดำเนินคดีทางแพ่งต่อเจ้าชายแอนดรูว์โดยตรงในศาลแขวงสหรัฐ ในแมนฮัตตัน โดยเธอระบุว่า"เธอถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับเจ้าชายแอนดรูว์ถึง 3 ครั้ง…

  • รัฐวิสาหกิจจีนขยาย “เหมืองทอง-แร่แรร์เอิร์ธ” ในรัฐฉาน ห่างเชียงใหม่ 30 กม.

    กลุ่มสิทธิมนุษยชนในรัฐฉานแฉ รัฐวิสาหกิจจีนขยายเหมืองแร่แรร์เอิร์ธและเหมืองทองตลอดสองฝั่งแม่นํ้ากก ห่างจากเชียงใหม่เพียง 30 กม. เท่านั้นมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (SHRF) เปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า บริษัท ไชนา อินเวสเมนต์ ไมนิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน กำลังเดินหน้าขยายเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ และเหมืองทองคำ ตลอดสองฝั่งริมแม่นํ้ากก ในเมืองยอน ทางตะวันออกของรัฐฉาน ประเทศเมียนมาจากภาพถ่ายดาวเทียมเปรียบเทียบเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2025 พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่บริเวณเหมืองทองคำ ริมแม่นํ้ากก ที่มีการสร้างถนนและสิ่งปลูกสร้างใหม่ ทั้งยังมีการปล่อยกากของเสียที่เกิดจากการสกัดแร่ทองคำลงแม่นํ้ากกโดยตรงโดยแม่นํ้ากกบริเวณดังกล่าวนั้นคือ บริเวณต้นนํ้ากกที่ห่างจากพรมแดนไทยราว 30 กิโลเมตร ซึ่งแม่นํ้ากกนี้จะไหลเข้าสู่พรมแดนไทยที่ ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ส่วนเหมืองแร่แรร์เอิร์ธนั้น ทาง SHRF ได้เคยรายงานไปแล้วว่า มีเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ 2 แห่งทางตะวันตกของแม่นํ้ากก ซึ่งมีการ "ชะละลาย" แร่ด้วยเคมี ด้วยการฉีดสารเคมีจำนวนมากเข้าไปในเชิงเขาจากภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2025 พบว่า เหมืองแร่แรร์เอิร์ธนี้ได้สร้างบ่อแต่งแร่เสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถมองเห็นหลังคาสีดำที่เพิ่งสร้างเสร็จได้พื้นที่เมืองยอน ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองสาด ในรัฐฉาน อยู่ภายใต้การควบคุมร่วมกันระหว่าง กองทัพเมียนมา…

  • คิงชาร์ลส์ถอดยศ ‘เจ้าชาย’ แอนดรูว์ พร้อมให้ออกจากคฤหาสน์วินด์เซอร์

    REUTERSคิงชาร์ลส์ถอดยศ ‘เจ้าชาย’ แอนดรูว์ และให้ออกจากที่ประทับในวินด์เซอร์พระราชวังบักกิงแฮม แถลงเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ว่า กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรทรงถอดถอนพระอิสริยยศของเจ้าชายแอนดรูว์ พระเชษฐา และทรงบังคับให้พระองค์ออกจากที่ประทับในพระราชวังวินด์เซอร์ เพื่อสร้างระยะห่างระหว่างราชวงศ์กับแอนดรูว์ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคดีอื้อฉาวของเจฟฟรีย์ เอปสไตน์แอนดรูว์ พระชนมายุ 65 พรรษา พระอนุชาของพระเจ้าชาร์ลส์ และพระราชโอรสองค์ที่สองของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร เผชิญแรงกดดันอย่างหนักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับพฤติกรรมและความสัมพันธ์กับเอปสไตน์ ผู้ล่วงลับ เมื่อต้นเดือนตุลาคม พระองค์ถูกบังคับให้หยุดใช้บรรดาศักดิ์ดยุกแห่งยอร์กไปแล้วขณะนี้กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ทรงดำเนินการขั้นเด็ดขาดยิ่งขึ้นต่อแอนดรูว์ ด้วยการปลดพระอิสริยยศทั้งหมด ทำให้พระองค์ต้องใช้พระนามว่าแอนดรูว์ เมานต์แบ็ตเทน วินด์เซอร์ เท่านั้นแถลงการณ์ของพระราชวังบักกิงแฮมระบุว่า แอนดรูว์ได้รับหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการให้ยกเลิกสัญญาเช่าคฤหาสน์รอยัลลอดจ์ ภายในพระราชวังวินด์เซอร์ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน โดยแอนดรูว์จะย้ายไปประทับยังที่ประทับใหม่ในคฤหาสน์แซนดริงแฮม ทางตะวันออกของอังกฤษการตัดสินใจของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ซึ่งยังคงทรงรับการรักษาพระอาการประชวรด้วยโรคมะเร็งอยู่เป็นประจำ ถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่รุนแรงและเด็ดขาดที่สุดต่อสมาชิกราชวงศ์ในประวัติศาสตร์อังกฤษยุคใหม่สำนักพระราชวังระบุว่า มาตรการลงโทษเหล่านี้ถือเป็นสิ่งจำเป็น แม้ว่าแอนดรูว์จะยังปฏิเสธข้อกล่าวหาก็ตาม กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ทรงประสงค์ที่จะทรงแสดงให้ชัดเจนว่า พระองค์ทรงห่วงใยและเห็นใจต่อเหยื่อและผู้รอดชีวิตจากล่วงละเมิดทุกรูปแบบมาโดยตลอดแอนดรูว์เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นนายทหารเรือผู้กล้าหาญและเคยรับราชการทหารในช่วงสงครามฟอล์กแลนด์กับอาร์เจนตินาในช่วงต้นทศวรรษ 1980 แต่ในปี 2011 เขาถูกบังคับให้ลาออกจากตำแหน่งทูตการค้าประจำสหราชอาณาจักร ต่อมาในปี 2019 ก็ต้องยุติการปฏิบัติภารกิจในฐานะสมาชิกราชวงศ์…

  • ลูกทรพีวัย 9 ขวบแทงแม่ดับ หลังถูกด่าซนเกินไป แม่ร่ำไห้ขอกอดสุดท้ายก่อนสิ้นใจ

    คดีสุดสะเทือนใจในบราซิล เมื่อเด็กชายวัย 9 ขวบใช้มีดแทงท้องแม่ตัวเองจนเสียชีวิต หลังถูกดุว่าซนเกินเหตุ คำพูดสุดท้ายของแม่คือการขอ “กอดครั้งสุดท้าย” ก่อนสิ้นใจเกิดเหตุการณ์ที่แสนเศร้าและน่าตกตะลึง เมื่อการโต้เถียงกันระหว่างแม่กับลูกชายจบลงด้วยโศกนาฏกรรม เมื่อเด็กชายวัย 9 ขวบ ได้ใช้มีดแทงมารดาของตัวเองจนเสียชีวิต โดยสาเหตุมาจากความไม่พอใจที่ถูกแม่ต่อว่าเรื่องพฤติกรรมซุกซนคาไลน์ อาร์รูดา ดอส ซานโตส วัย 37 ปี ถูกแทงเข้าที่บริเวณท้อง โดยพยานผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เธอได้ร่ำไห้ขอกอดสุดท้ายจากลูกชายหลังจากที่ถูกแทงเพียงไม่กี่วินาที ก่อนจะเสียชีวิตลงในที่สุดก่อนเกิดเหตุร้าย คาไลน์ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านค้า ได้ตักเตือนลูกชายเรื่องการเล่นบนถนน และต่อมาที่บ้านพักของสามีใหม่ (พ่อเลี้ยงของเด็ก) เธอได้ขู่ว่าจะนำเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเขาไปบอกกับญาติคนหนึ่ง ซึ่งทำให้เด็กชายไม่พอใจรายงานของตำรวจระบุว่า เด็กชายวิ่งเข้าไปในห้องครัวคว้ามีดแล้วซ่อนไว้ใต้เสื้อแขนยาว ก่อนจะเดินไปหาแม่ที่กำลังยืนอยู่บริเวณประตูทางออก และแทงมีดเข้าที่ท้องของเธอ ทันทีพยานคนหนึ่งเล่าถึงคำพูดสุดท้ายที่สะเทือนใจของเหยื่อว่า “มานี่สิ มากอดแม่เป็นครั้งสุดท้ายนะ เพราะแม่คงไม่รอดแล้ว”คาไลน์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่ก็เสียชีวิตเมื่อไปถึง เนื่องจากเด็กชายอายุต่ำกว่า 12 ปี เขาจึงไม่ต้องเผชิญกับการดำเนินคดีผ่านศาลเยาวชน และถูกส่งไปอยู่ในความดูแลของญาติฝ่ายแม่ โดยญาติเปิดเผยว่า เด็กชายยังไม่ได้ตระหนักอย่างถ่องแท้ถึงความร้ายแรงของการกระทำของตัวเองเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากมีคดีที่น่าตกตะลึงอีกคดีในสหรัฐฯ เมื่อ ซาราห์ แพทริค วัย 17 ปี ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมแม่และพ่อเลี้ยงของตัวเองอย่างโหดเหี้ยม โดยเธอถูกพบว่ายิ้มและโอบกอดทนายความ ขณะรอการไต่สวนในศาลซาราห์ถูกจับกุมหลังจากน้องสาววัย…

  • ‘Puma’ประกาศปลดพนักงานทั่วโลก เซ่นพิษเศรษฐกิจยอดขายลดลง

    30 ตุลาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า 'พูมา' (Puma) บริษัทผลิตเสื้อผ้าและเสื้อผ้ากีฬาสัญชาติเยอรมนี ประกาศเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมว่า ทางบริษัทมีแผนที่จะปลดพนักงานเพิ่มอีก13% ที่มีอยู่ทั่วโลก หรือเทียบเท่ากับ 900 คนภายในปี 2026 ซึ่งเป็นผลจากการที่ยอดขายสินค้ายังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยที่ก่อนหน้านี้ 'พูมา' (Puma)ได้ทำการเลิกจ้างพนักงานไปแล้วจำนวน 500 คนทั่วโลกในปีนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการลดต้นทุนที่ประกาศไปเมื่อเดือนมีนาคม'พูมา' ประกาศว่าจะขยายแผนการนี้ เพื่อพยายามพลิกฟื้นผลการดำเนินงานของบริษัทภายใต้การนำของ อาร์เธอร์ โฮลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของทาง 'พูมา' ทั้งนี้ได้รับผลกระทบจากความต้องการสินค้าในตลาดที่ลดลงและผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐ โดย 'พูมา' รายงานว่า ในไตรมาสที่ 3 ยอดขายสินค้าลดลง 10.4% เมื่อปรับตามอัตราแลกเปลี่ยน อยู่ที่ 1,960 ล้านยูโร ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เล็กน้อยที่ 1,980 ล้านยูโร อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่าบริษัทจะกลับมาเติบโตได้ตั้งแต่ปี 2027

  • ทัวร์นับผู้โดยสารไม่ครบ เรือสำราญทิ้ง หญิงออสซี่วัย 80 ตายโดดเดี่ยวบนเกาะ

    ทัวร์นับผู้โดยสารไม่ครบ เรือสำราญทิ้ง หญิงออสซี่วัย 80 ตายโดดเดี่ยวบนเกาะเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม บีบีซีรายงานว่า เกิดเหตุน่าเศร้าสลดใจที่ประเทศออสเตรเลีย หลัง หญิงวัย 80 ปี ซึ่งไปท่องเที่ยวเกาะทางเหนือของประเทศต้องเสียชีวิตเพราะถูกทอดทิ้งไว้บนเกาะตามลำพัง เนื่องจากทัวร์ผู้รับผิดชอบละเลยที่จะนับลูกทัวร์ก่อนเดินทางออกจากเกาะผู้เสียชีวิตทราบชื่อภายหลังว่า นางซูซาน รีส อายุ 80 ปี เป็นหนึ่งในผู้โดยสารบนเรือสำราญของบริษัททัวร์ คอรัล แอดเวนเจอร์ ซึ่งออกเดินทางไปยังมหาแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟ และไปทอดสมออยู่ที่เกาะลิซาร์ด ไอส์แลนด์ เพื่อให้ลูกทัวร์ได้ทำกิจกรรมประดาน้ำหรือเดินขึ้นเขานางแคทเธอรีน รีส บุตรสาวของผู้ตาย ระบุว่า รู้สึกช็อกและเศร้าเสียใจมากที่บริษัททัวร์เดินทางออกจากเกาะโดยที่ไม่ได้พาแม่ของตนกลับมาด้วย โดยนางรีสยืนยันว่า แม่มีสุขภาพแข็งแรง เป็นคนที่ชอบเดิน ออกกำลังกาย และทำสวนรายงานระบุว่า ผู้เสียชีวิตเป็นหนึ่งในลูกทัวร์ของโปรแกรมเดินทางล่องทะเล 60 วัน รอบประเทศออสเตรเลีย ค่าตั๋วราคาหลายหมื่นดอลลาร์สหรัฐ (หลายแสนบาท) ล่าสุด สำนักงานความปลอดภัยทางทะเลออสเตรเลีย (Amsa) กำลังอยู่ระหว่างสืบสวนข้อเท็จจริงช่วงเกิดเหตุเป็นตอนที่ลูกทัวร์ลงไปทำกิจกรรมที่เกาะลิซาร์ด ไอส์แลนด์ โดยผู้เสียชีวิตเลือกที่จะเดินขึ้นไปยอดเขาพร้อมกับลูกทัวร์คนอื่นๆ แต่ระหว่างทางเกิดรู้สึกไม่สบาย ทางคณะทัวร์จึงแนะนำให้ผู้เสียชีวิตเดินกลับลงไปที่ตีนเขาเองตามลำพังเพื่อพักผ่อนอย่างไรก็ตาม เมื่อคณะทัวร์ทั้งหมดทำกิจกรรมและเดินทางกลับออกจากเกาะดังกล่าวไปยังเรือสำราญที่ทอดสมออยู่ใกล้ๆ กลับไม่มีผู้เสียชีวิตเดินทางมาด้วย ซึ่งทางบุตรสาวของผู้เสียชีวิตกล่าวโจมตีว่า เป็นความล้มเหลวจากการไม่ใส่ใจและการขาดสามัญสำนึกโฆษก Amsa…