Category: ต่างประเทศ

  • “หนุ่มอัจฉริยะ” เรียนมา 4 ปี ม.ดังแจ้งช็อก “เราไม่เคยรับคุณ” รู้ใครพาซวย โกรธแทบสิ้นสติ!

    เรียนมา 4 ปี ม.ปักกิ่งแจ้งช็อก นักศึกษาเข้ามหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของจีน 4 ปีผ่านไปถูกปฏิเสธ "เราไม่เคยรับคุณเข้าศึกษา" เฉลยความจริงช็อก สะท้อนปัญหาฉ้อโกงการศึกษาเรื่องราวของ หวังซิน นักศึกษาชาวจีนผู้สอบเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่ง ได้สำเร็จ แต่กลับพบกับความจริงที่น่าตกใจเมื่อ 4 ปีต่อมา เมื่อเขาถูกมหาวิทยาลัยปฏิเสธการเข้าเรียน โดยอ้างว่า "เราไม่เคยรับคุณเข้าศึกษา" เป็นกรณีที่สะท้อนถึงปัญหาการฉ้อโกงในระบบการศึกษาของจีนชีวิตของหวังซินหวังซินเติบโตในครอบครัวที่ยากจนในชนบทของมณฑลกุ้ยโจว พ่อของเขาเป็นช่างก่อสร้างที่ประสบอุบัติเหตุจนพิการ และแม่ของเขาทำงานเป็นแม่บ้านในเมืองเพื่อหารายได้เสริม แม้จะมีความยากลำบาก แต่หวังซินก็เรียนดีและได้รับการยอมรับจากครูว่าเป็น"อัจฉริยะ" ในวิชาคณิตศาสตร์ในปี 2007 เขาได้รับการยืนยันการเข้าศึกษาในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยเมื่อหวังซินมาถึงมหาวิทยาลัย เขาได้รับการจัดสรรหอพักแยกจากเพื่อนร่วมชั้น และไม่สามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ห้องสมุด หรือระบบการเรียนการสอนออนไลน์ เขาได้รับข้อมูลการสอบผ่านทางข้อความจากอาจารย์ที่ปรึกษาแทนการเข้าถึงระบบของมหาวิทยาลัยตลอดระยะเวลา 4 ปี เขาไม่เคยได้รับบัตรนักศึกษา และไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัยได้ ทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็น "นักศึกษาล่องหน"ความจริงที่เปิดเผยเมื่อใกล้ถึงเวลาสำเร็จการศึกษา หวังซินติดต่อกับอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อสอบถามเกี่ยวกับการทำวิทยานิพนธ์ แต่ได้รับคำตอบที่น่าตกใจว่า "เราไม่เคยรับคุณเข้าศึกษา" จากนั้นเขาพบว่าไม่มีข้อมูลของเขาในระบบของมหาวิทยาลัย และไม่มีการบันทึกการเข้าร่วมกิจกรรมใดๆการสอบสวนพบว่าเขาและนักศึกษาคนอื่นๆ ถูกหลอกลวงโดยบุคคลภายนอกที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัย เพื่อเรียกรับเงินจากผู้ปกครองของนักศึกษาบทเรียนจากเหตุการณ์นี้กรณีของหวังซินเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของปัญหาการฉ้อโกงในระบบการศึกษาของจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในระบบการศึกษา การตรวจสอบและการป้องกันการฉ้อโกงในกระบวนการรับนักศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่มหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญ

  • แตกตื่น! แรงงานต่างชาติแห่วิ่งหนีกลางตึกจีน คาดศูนย์สแกมเมอร์แตกเพราะตำรวจบุก

    แตกตื่น! แรงงานต่างชาติแห่วิ่งหนีกลางตึกจีน หลังได้พาสปอร์ตคืน คาดศูนย์สแกมเมอร์แตกเพราะตำรวจบุก หลังเกาหลีใต้กดดันหนักวันที่ 23 ต.ค. 2568 เกิดความวุ่นวายที่กรุงบาเวต จังหวัดสวายเรียง ประเทศกัมพูชา เมื่อจู่ๆ คนงานต่างประเทศวิ่งหอบสัมภาระ ทั้งกระเป๋าเดินทาง และของใช้ออกจากตึกสูงที่เป็นของคนจีน จากนั้นก็พากันเรียกรถโดยสารออกจากพื้นที่ ในคลิปจะเห็นแรงงานหญิงคนหนึ่ง กรี๊ดด้วยความดีใจเมื่อได้พาสปอร์ตคืน ซึ่งคาดว่าพวกเขาถูกยึดพาสปอร์ตระหว่างทำงานเบื้องต้นสันนิษฐานว่า คนงานต่างชาติเหล่านี้น่าจะทำงานในศูนย์สแกมเมอร์ และวิ่งหนีการจับกุมของตำรวจกัมพูชา ที่เดินหน้าปราบปรามแก๊งอาชญกรรมข้ามชาติ หลังจากทางการเกาหลีใต้กดดันอย่างหนัก

  • แฟนๆช็อก พระเอกดัง ปิดฉากรัก พิธีกรสาวเเล้ว หลังลือใกล้ถึงวันวิวาห์ (ต่างประเทศ)

    แฟนๆช็อก พระเอกดัง ปิดฉากรัก พิธีกรสาวเเล้ว หลังลือใกล้ถึงวันวิวาห์ (ต่างประเทศ)ล่าสุดมีรายงานว่าพระเอกหนุ่มดัง คาเมนาชิ คาซุยะ (39) และพิธีกรสาว ทานากะ มินามิ (38) ได้เลิกรากันแล้ว หลังคบหาดูใจกันมาระยะหนึ่งและเคยถูกลือว่าใกล้แต่งงานล่าสุด Josei Seven ฉบับวันที่ 23 ต.ค. ระบุว่า คาเมนาชิถึงจุดทนไม่ไหวและตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ โดยมินามิเองก็พยายามก้าวต่อไปอย่างเข้มแข็งหลังจากนี้

  • ว่อนเน็ต นักเรียนญี่ปุ่นพลอดรักรอรถไฟ ทัวร์ลงยับ คนโฟกัสผิดจุด สาวสวยระดับนางฟ้า

    เปิดภาพ นักเรียนญี่ปุ่นพลอดรักโจ่งแจ้งกลางชานชาลารถไฟ ฝ่ายหญิงนั่งคร่อมตัก ชาวเน็ตถล่มยับ อับอาย-ศีลธรรมเสื่อมทราม บางส่วนโฟกัสผิดจุด แห่ชมฝ่ายหญิงสวยระดับนางฟ้ากลายเป็นคลิปไวรัลที่สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ของญี่ปุ่น หลังจากมีการเผยแพร่ภาพของนักเรียนชายหญิงคู่หนึ่งกำลังแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมคล้ายมีเพศสัมพันธ์กันอย่างโจ่งแจ้งบนม้านั่งกลางชานชาลารถไฟ ท่ามกลางสายตาผู้คนในเวลากลางวันแสก ๆ ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ หลังจากที่ทั้งคู่หยุดพฤติกรรมดังกล่าว ใบหน้าที่สวยระดับนางฟ้าของฝ่ายหญิงก็ถูกเปิดเผย จนกลายเป็นจุดสนใจที่ชาวเน็ตพูดถึงมากกว่าการกระทำที่ไม่เหมาะสมเสียอีกคลิปดังกล่าวซึ่งมีความยาวกว่า 1 นาที ถูกเผยแพร่ไปทั่วโซเชียล ผู้โพสต์ระบุข้อความว่า “นักเรียนญี่ปุ่นชายหญิงกระทำการอนาจารในที่สาธารณะ” ในคลิปเผยให้เห็นนักเรียนหญิงในเครื่องแบบกำลังนั่งคร่อมอยู่บนตัวของนักเรียนชาย เขาได้ช่วยจัดกระโปรงของฝ่ายหญิงให้เข้าที่เพื่อปิดบังส่วนสำคัญ จากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มขยับตัวขึ้นลงในลักษณะที่คล้ายกับการมีเพศสัมพันธ์ แม้ว่าจะเป็นการกระทำที่ปกปิดด้วยเสื้อผ้าและกระโปรง แต่ท่าทางก็โจ่งแจ้งก็ทำให้ผู้ที่ผ่านไปมาตกใจอย่างมากระหว่างที่ทั้งคู่กำลังทำกิจกรรมกันอย่างดุเดือด ฝ่ายหญิงหันซ้ายหันขวามองไปรอบ ๆ เป็นระยะ คล้ายกับว่ากลัวจะมีคนเห็น แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว หลังจากผ่านไปประมาณ 1 นาที ทั้งคู่ก็เสร็จสิ้นภารกิจ จากนั้นปนักเรียนหญิงลุกออกจากตัวฝ่ายชายและจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ ส่วนฝ่ายชายยังคงสวมกางเกงเรียบร้อยและก้มหน้าลงมองโทรศัพท์มือถือเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นภาพจาก : ettodayหลังจากคลิปถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นตำหนิการกระทำที่ไร้ยางอายของทั้งคู่ เช่น “นี่มันน่าอับอายขายขี้หน้าที่สุด”, “สังคมสมัยนี้มีวัยรุ่นที่มีความคิดผิด ๆ เยอะเกินไป”, “ศีลธรรมเสื่อมทราม” นอกจากนี้มีเสียงความเห็นในเชิงแซวติดตลกว่า “ไฟแรงขนาดนี้เลยเหรอ!” และ “รถไฟมาทุก 3 นาที กำลังพอดีเลย”อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตจำนวนมากกลับโฟกัสผิดจุด โดยพุ่งความสนใจไปที่ใบหน้าของนักเรียนหญิงหลังจากที่เธอลุกขึ้น หลายคนต่างชื่นชมว่าเธอสวยมากและมีออร่านางฟ้าจนถึงขั้นบอกว่าน่าอิจฉาฝ่ายชายเลยทีเดียวภาพจาก :…

  • “ผู้ป่วยมะเร็ง” มีข่าวดี! เปิดผลวิจัยสุดเซอร์ไพรส์ “วัคซีนโควิด-19” อาจช่วยต่อสู้กับ “เนื้องอก” ได้

    "วัคซีนโควิด-19" ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดในปัจจุบัน อาจมีคุณสมบัติที่เหนือความคาดหมาย สำหรับ "ผู้ป่วยมะเร็งบางราย" เพราะสามารถช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ต่อสู้กับ "เนื้องอก" ได้ดีขึ้นงานวิจัยเบื้องต้นที่ตีพิมพ์ในวารสาร "Nature" เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ระบุว่า "ผู้ป่วยมะเร็งปอด" หรือ "มะเร็งผิวหนัง" ระยะลุกลามที่ได้รับการรักษาด้วยยาภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) จะมีอัตราการรอดชีวิตยาวนานขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หากได้รับวัคซีน Pfizer หรือ Moderna ภายใน 100 วันหลังเริ่มการรักษา โดยผลลัพธ์นี้ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อไวรัสแต่อย่างใดนักวิจัยจากศูนย์มะเร็งเอ็มดีแอนเดอร์สัน (MD Anderson Cancer Center) เมืองฮิวสตัน และมหาวิทยาลัยฟลอริดา ระบุว่า โมเลกุล mRNA ซึ่งเป็นหัวใจของวัคซีนเหล่านี้ มีบทบาทช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ตอบสนองต่อการรักษามะเร็งได้ดีขึ้นดร.อดัม กริปปิน หัวหน้านักวิจัยจากเอ็มดีแอนเดอร์สัน กล่าวว่า “วัคซีนทำหน้าที่เหมือนไซเรนที่ปลุกเซลล์ภูมิคุ้มกันทั่วร่างกาย เรากำลังทำให้เนื้องอกที่ดื้อต่อภูมิคุ้มกัน กลับมาตอบสนองต่อการรักษาได้อีกครั้ง”แม้โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ จะเคยตั้งข้อกังขาเกี่ยวกับเทคโนโลยี mRNA พร้อมตัดงบประมาณกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับการวิจัยบางส่วน แต่ผลลัพธ์จากงานวิจัยใหม่นี้กลับชี้ให้เห็นถึงศักยภาพที่น่าทึ่งทีมวิจัยกำลังเตรียมการศึกษาที่เข้มข้นขึ้น เพื่อพิจารณาว่า วัคซีน…

  • พ่อร่ำไห้ใจพัง ฆ่าลูกสาวไม่รู้ตัว “ขนมหวาน” ทำให้กินทุกวัน ต้นเหตุมะเร็งไต ดับสลด 8 ขวบ

    รักแบบผิดๆ พ่อใจสลาย รักแบบผิดๆ พ่อใจสลาย "ขนมหวาน" ที่ให้ลูกสาวกินทุกวัน คือสาเหตุ "มะเร็งไต" คร่าชีวิตในวัยเพียง 8 ขวบเว็บไซต์ข่าว SOHA รายงานเรื่องเศร้าเกิดขึ้นกับเด็กหญิงวัย 8 ขวบ ที่เสียชีวิตจากมะเร็งไต โดยสาเหตุหลักมาจากการรักลูกแบบผิดๆ ของผู้เป็นพ่อที่ดูแลลูกสาวแบบผิดวิธี มักจะทำขนมหวานให้กินทุกวัน แต่ไม่รู้ว่าอาจจะเป็นการทำร้ายสุขภาพของลูกโดยไม่รู้ตัวตามรายงานระบุว่า คุณพ่อรายนี้อายุเกิน 30 ปี มีอาชีพทำขนมหวาน มีลูกสาวที่รูปร่างอ้วนท้วนเสมือนเจ้าหญิงตัวน้อยๆ ที่ได้รับความรักและเอาใจจากพ่อแม่เสมอ แต่ไม่มีใครรู้ว่า เบื้องหลังรูปร่างที่น่าเอ็นดูนั้น เด็กหญิงมีน้ำหนักเกินอย่างรุนแรงและเป็นโรคไตมานานแล้ว จนกระทั่งเมื่ออายุ 8 ขวบ เริ่มมีอาการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วแม้ว่าจะกินเยอะขึ้น และมักจะบ่นปวดท้องบ่อยครั้ง เมื่อพ่อแม่พาไปตรวจที่โรงพยาบาลก็ได้รับข่าวร้ายว่าลูกสาวเป็นมะเร็งไตระยะสุดท้ายแม้ว่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะพยายามทุกวิธีในการรักษา ทั้งการผ่าตัดและการทำเคมีบำบัด แต่สุขภาพของเด็กหญิงยังคงทรุดลงอย่างรวดเร็ว โดยจากวันแรกที่พบโรคจนถึงวันที่เสียชีวิตมีระยะเวลาเพียงแค่ 30 วันเท่านั้น แพทย์ระบุว่า อาการนี้เกิดจากการกินของหวานมากเกินไป โดยเฉพาะน้ำตาลและแป้งที่มีในขนมหวาน เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ไตและตับของเด็กหญิงทำงานหนักผิดปกติ และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งไตพ่อของเด็กหญิงทำขนมหวานให้ลูกกินทุกวัน เพราะลูกสาวชอบทานขนมหวานและของหวานอื่นๆ โดยบางครั้งลูกก็ทานขนมแทนข้าวหรือทานขนมหวานหลังมื้ออาหาร และทานขนมหวานในช่วงกลางคืน ตั้งแต่ลูกอายุ 2 ขวบจนถึง 8 ขวบ เมื่อเห็นลูกกินขนมได้อร่อย พ่อรู้สึกมีความสุข…

  • ชายอินเดียปวดท้องรุนแรง กินอาหารไม่ได้ แพทย์อึ้ง พบนาฬิกา-สกรูในท้อง

    ชายอินเดียปวดท้องรุนแรง กินอาหาร-ดื่มน้ำไม่ได้ แพทย์อึ้ง พบนาฬิกา-สกรูจำนวนมากในท้อง ใช้เวลาผ่าตัดนาน 3 ชั่วโมงเมื่อไม่นานมานี้ ชายคนหนึ่งในอินเดียเข้ารับการรักษาตัวจากอาการปวดท้องอย่างรุนแรงจนทำให้รับประทานอาหารลำบาก ในตอนแรกแพทย์สงสัยว่าอาจเป็นปัญหาระบบย่อยอาหารทั่วไป แต่การเอกซเรย์เผยให้เห็นวัตถุแปลกประหลาดอยู่ภายในร่างกายตามรายงาน ผู้ป่วยชายคนดังกล่าวถูกญาติรีบนำส่งโรงพยาบาล Sawai Mansingh เมืองชัยปุระ ประเทศอินเดีย หลังมีอาการปวดท้องอย่างหนัก ร่างกายอ่อนแรงอย่างรุนแรงเนื่องจากไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้ตามปกติแพทย์ที่ทำการตรวจพบความผิดปกติจากผลเอกซเรย์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มีนาฬิกาข้อมือติดอยู่ในหลอดอาหาร ขณะที่ในลำไส้ใหญ่พบเศษเหล็กและชิ้นส่วนโลหะต่าง ๆ เช่น น็อต สลักเกลียว และสกรู อัดแน่นสะสมอยู่เต็มไปหมดแพทย์พยายามใช้วิธีส่องกล้อง (Endoscopy) เพื่อนำวัตถุออก แต่ไม่สามารถทำได้ จึงต้องทำการผ่าตัดใหญ่ที่ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมงเพื่อเอาวัตถุทั้งหมดออกจากร่างกายรายงานระบุว่า ทีมแพทย์ได้เปิดแผลขนาดเล็กที่ช่องท้องของผู้ป่วย ก่อนค่อย ๆ ดึงวัตถุต่าง ๆ ออกมา ซึ่งรวมถึงนาฬิกาข้อมือเรือนหนึ่ง โดยมีการบันทึกวิดีโอช่วงเวลาที่ศัลยแพทย์นำวัตถุออกมาได้ โชคดีที่หลังจากการผ่าตัดผ่านไป เขาอยู่ในอาการปลอดภัยและกำลังฟื้นตัวได้ดี แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะสร้างความตกตะลึงให้แก่ทีมแพทย์เป็นอย่างมากอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชายอินเดียปวดท้องรุนแรง กินอาหารไม่ได้ แพทย์อึ้ง พบนาฬิกา-สกรูในท้องติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.khaosod.co.th

  • สะเทือนใจ! ผัวจับได้เมียแอบมีชู้ 8 คน กลับถูกขอหย่า-ต้องกราบวิงวอนขอคืนดี

    สามียอมให้อภัยทั้งน้ำตา! หลังจับได้ว่าภรรยานอกใจกับชายอื่นถึง 8 คน วิงวอนขอให้กลับบ้านเพื่อลูกที่ยังรอแม่ แม้เคยถูกทรยศ-หัวใจโดนเหยียบซ้ำอยู่หลายครั้งชายชาวจีนรายหนึ่งกลายเป็นกระแสสะเทือนใจในโลกออนไลน์ หลังปรากฏคลิปวิดีโอที่เขากล่าวคำขอโทษต่อภรรยา พร้อมวิงวอนขอให้เธอกลับบ้าน แม้ว่าเขาเพิ่งจับได้ว่าเธอนอกใจเขากับชายอื่นถึง 8 คนในช่วงเวลาเพียง 3 เดือน และมีหลักฐานว่าเธอเคยเข้าพักโรงแรมกับชายคนหนึ่งแล้วด้วยชายคนนี้มีชื่อว่า “จาง” เขาเริ่มสังเกตว่าภรรยามีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิมทั้งความห่างเหิน และความลับที่มากขึ้น จนสุดท้ายเขาตัดสินใจแอบดูโทรศัพท์ของเธอ ซึ่งนำไปสู่การทะเลาะอย่างรุนแรง แต่ก็ทำให้เขาได้พบความจริงอันโหดร้าย โดยภรรยาของเขากำลังคุยกับชายอื่นถึง 8 คน และในแชทเธอเรียกชายหลายคนว่า “สามี” ด้วยความรักใคร่ยิ่งไปกว่านั้น ภรรยายังเป็นฝ่ายนัดพบกับชายบางคนด้วยตนเอง และดูเหมือนว่าเธอเต็มใจมีความสัมพันธ์กับพวกเขาอย่างเปิดเผย จางเผยกับสื่อท้องถิ่นว่า“เขาไม่กล้าคิดด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นในแต่ละการนัดเจอ เขาไม่อยากให้จินตนาการของตนเองพังทลายไปมากกว่านี้”ภาพประกอบจาก Sin Chew Dailyที่น่าหดหู่คือ“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอนอกใจเขา” ก่อนหน้านี้ พ่อของจางเคยจับได้ว่าภรรยากำลังมีคนอื่น และเมื่อจางกลับมาจากที่ทำงานไกลบ้าน ก็เคยลงไม้ลงมือกับภรรยาด้วยความโกรธในความไม่ซื่อสัตย์ แต่เธอในตอนนั้นกลับขอร้องอ้อนวอนไม่ให้หย่า พร้อมเขียน“จดหมายรับรอง” ว่าจะไม่หวนกลับไปผิดซ้ำอีกอย่างไรก็ตาม เมื่อจางถามภรรยาว่าเหตุใดเธอจึงทำเช่นนี้? เธอตอบเพียงสั้น ๆ ว่า“ต้องการหย่า” จากนั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ปล่อยให้เขาเลี้ยงลูกสาวทั้ง 3 คนตามลำพัง พร้อมหัวใจที่แตกร้าว จางไม่สามารถติดต่อภรรยาได้ และไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหนในวิดีโอที่กลายเป็นไวรัล จางพูดกับกล้องด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ โดยเขายอมรับว่า“เขาผิดที่แอบดูโทรศัพท์ของเธอ และขอโทษที่ล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัว”ก่อนหันหน้าเข้ากล้อง…

  • พระเอกดังลูก 3 เปิดใจ หลังออกมาประกาศหย่าภรรยา ปิดฉากรัก 12 ปี (ข่าวต่างประเทศ)

    พระเอกดังลูก 3 เปิดใจ หลังออกมาประกาศหย่าภรรยา ปิดฉากรัก 12 ปี (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า หลังนักแสดงหนุ่มชื่อดัง ดีน ฟูจิโอกะ วัย 45 ปี ออกมาประกาศผ่านแฟนคลับอย่างเป็นทางการ ว่าได้ ยุติชีวิตคู่ กับภรรยาชาวอินโดนีเซียเชื้อสายจีน หลังแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกันมากว่า 12 ปีโดยดีนได้โพสต์แถลงการณ์ส่วนตัว ระบุว่า "ผมและภรรยาได้พูดคุยกันมาเป็นเวลานาน และตัดสินใจเดินคนละเส้นทาง เนื่องจากมองเห็นความต่างในแนวคิดและค่านิยมของชีวิต แต่เรายังคงเคารพกัน และจะร่วมมือกันในฐานะพ่อแม่ของลูก ๆ ต่อไป"แม้จะจบสถานะคู่ชีวิต แต่ดีนย้ำว่าจะยังคงทำหน้าที่คุณพ่ออย่างดีที่สุด พร้อมขอบคุณทุกแรงสนับสนุนจากแฟน ๆ ที่อยู่เคียงข้างตลอดมา

  • เกาหลีใต้ เจอโพสต์หางาน ลวงเหยื่อเป็น “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ในไทย หลังย้ายฐานหนีจากเขมร

    สื่อเกาหลีใต้เผย องค์กรอาชญากรรมเล็งไทยเป็นที่มั่นใหม่ หลังถูกกวาดล้างหนักในกัมพูชา หลักฐานชัดพบโฆษณาล่อลวง “พนักงานการตลาด” ในกรุงเทพฯ พร้อมข้อเสนอผลตอบแทนสูงเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม สำนักข่าวเกาหลีใต้รายงานว่า มีการพบข้อความรับสมัครงานที่น่าสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โพสต์อยู่ในเว็บไซต์จัดหางานชั้นนำของเกาหลีใต้ ข้อความนี้ระบุว่า “รับสมัครพนักงาน TM สำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ ประเทศไทย กัมพูX” โดยคำว่า TM ย่อมาจาก Telemarketing และการใช้ “กัมพูX” อาจเป็นการจงใจหลีกเลี่ยงประเทศกัมพูชาที่ถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูงในปัจจุบัน โฆษณาเหล่านี้มักมีข้อเสนอที่จูงใจสูง เพื่อล่อลวงให้คนที่มีปัญหาทางการเงินไปร่วมก่ออาชญากรรมฉ้อโกงองค์กรอาชญากรรมเหล่านี้มีแนวโน้มย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศไทย หลังเผชิญกับการกวาดล้างครั้งใหญ่ในประเทศกัมพูชา สาเหตุมาจากการเสียชีวิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยชาวเกาหลีใต้ที่ถูกทรมานเมื่อไม่นานมานี้ โฆษณารับสมัครงานที่พบมีการให้คำมั่นสัญญาว่า “ผู้ที่กำลังลำบากเพราะมีหนี้สินหรือปัญหาทางการเงิน เราอยากให้มาเริ่มต้นชีวิตใหม่กับบริษัท” และ “เรากล้ารับประกันการดูแลที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม มีที่พัก ตั๋วเครื่องบิน วีซ่า เงินกู้ล่วงหน้า และค่าครองชีพให้”ภาพจาก: Hankook Ilboเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ในการตรวจสอบกระทรวงแรงงาน ส.ส. โจ จียอน จากพรรคพลังประชาชน (People Power Party) กล่าวว่ามีการโฆษณาจัดหางานที่ใช้ผลตอบแทนสูงเป็นเหยื่อล่อ โดยยกตัวอย่างข้อความโฆษณาที่ว่า…