Category: ต่างประเทศ

  • ชาฮยอนซึง เล่าวินาที ป่วยมะเร็งต้องโกนผมทั้งหัว ซุ่มรักษาตัวเงียบๆไม่กล้าบอกใคร (ต่างประเทศ)

    ชาฮยอนซึง เล่าวินาที ป่วยมะเร็งต้องโกนผมทั้งหัว ซุ่มรักษาตัวเงียบๆไม่กล้าบอกใคร (ต่างประเทศ)แฟนๆแห่ส่งกำลังใจเมื่อ ชาฮยอนซึง นักแสดงหนุ่ม ออกมาเปิดเผยว่าเขากำลังต่อสู้กับโรคร้ายอย่าง มะเร็งเม็ดเลือดขาว เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ชาฮยอนซึง ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวระบุว่า สวัสดีครับ ชาฮยอนซึงครับ เมื่อต้นเดือนมิถุนายน ชีวิตของผมต้องหยุดชะงักลงกะทันหันเมื่อผมถูกหามส่งห้องฉุกเฉิน ผลวินิจฉัยเผยว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ทำให้ทุกอย่างต้องหยุดลงในช่วงแรกรู้สึกสับสนและหวาดกลัวจนไม่สามารถบอกใครได้ แต่ตอนนี้พร้อมที่จะพูดความจริง และกำลังเข้ารับการรักษาอย่างเงียบๆ ในทุกๆ วัน พร้อมกันนี้ เขายังได้โพสต์ภาพจากโรงพยาบาลที่แม้จะโกนศีรษะเพื่อการรักษา แต่ก็ยังคงส่งพลังบวกด้วยการขยิบตาและชูสองนิ้ว แม้จะต้องเผชิญกับการต่อสู้ที่หนักหนา แต่ข้อความของเขากลับเต็มไปด้วยความหวังและจิตใจที่แข็งแกร่ง หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล แต่ผมจะเอาชนะมันให้ได้อย่างแน่นอนความฝันและความหลงใหลของผมยังคงอยู่ และผมกำลังอดทนเฝ้ารอวันที่จะได้กลับไปยืนบนเวทีและหน้ากล้องอีกครั้ง ผมขอขอบคุณทุกคนอย่างจริงใจที่คอยสนับสนุนผมมาโดยตลอด ไม่ว่าจะรู้หรือไม่ก็ตาม ผมจะกลับมาอย่างแข็งแกร่งและอบอุ่นยิ่งขึ้นหลังจากเอาชนะสิ่งนี้ได้ วันนี้ ผมฝึกฝนที่จะมีความหวัง

  • เหยียบกันดับ 39 ราย งานหาเสียงดารา-นักการเมืองอินเดีย

    สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน นายเอ็ม เค สตาลิน มุขมนตรีรัฐทมิฬนาฑูของอินเดีย กล่าวถึงเหตุเหยียบกันตายเมื่อวันเสาร์ (27 ก.ย.) ในงานหาเสียงของพรรค Tamilaga Vettri Kazhagam โดย “วิชัย” นักแสดงชื่อดังที่เมืองการูร์ว่า ประชาชนเสียชีวิต 39 คน เป็นชาย 13 คน หญิง 17 คน เด็กผู้ชาย 4 คน และเด็กผู้หญิง 5 คน บาดเจ็บเข้าไอซียู 51 คน เป็นชาย 26 คน หญิง 25 คนวิชัยดึงมวลชนมหาศาลนับตั้งแต่เปิดตัวพรรค Tamilaga Vettri Kazhagam ในปี 2024 วิชัย นักแสดง ที่ทำรายได้สูงสุดคนหนึ่งในวงการภาพยนตร์ทมิฬมาเป็นเวลากว่าสามทศวรรษดึงดูดฝูงชนจำนวนมหาศาลให้เข้าร่วมงานชุมนุมทางการเมืองของพรรคซึ่งพุ่งเป้าไปที่ดีเอ็มเค พรรครัฐบาลรัฐทมิฬนาฑู และพรรคภราติยะชนตะของ นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี การหาเสียงครั้งนี้มีขึ้นก่อนการเลือกตั้งของรัฐช่วงต้นปี 2026คลิปวีดิโอจากสื่อท้องถิ่นเผยให้เห็นประชาชนเป็นหมื่นๆ คนรายล้อมรถหาเสียงคันใหญ่ที่วิชัยยืนปราศรัยอยู่บนรถ ระหว่างนั้นเห็นวิชัยโยนขวดน้ำหลายขวดไปให้ผู้สนับสนุนที่เป็นลม…

  • จำได้ไหม? นางเอก “มังกรหยก” หายไปกว่า 10 ปีหลังแต่งเศรษฐี เผยรูปปัจจุบันเป็นอาจารย์!

    สวยไม่เปลี่ยน! นางเอก “มังกรหยก” หายไป 10 ปี ผันตัวเป็นอาจารย์สุดปังหลังแต่งเศรษฐีจำกันได้ไหม? “เฉินห่าว” รับบท “อาจื่อ” ใน 8 เทพอสูรมังกรฟ้า ออกจากวงการไป 10 ปี ผันตัวเป็นอาจารย์สุดปังหลังแต่งเศรษฐีหลายคนที่คลั่งไคล้ซีรีส์จีนยุค 2000 คงจำเธอได้ดี "เฉินห่าว" นักแสดงสาวผู้รับบท "อาจื่อ" ในซีรีส์ดังมังกรหยก (8 เทพอสูรมังกรฟ้า) ที่ทำให้เธอได้แจ้งเกิดโด่งดังเมื่อปี 2003 แม้วันนี้เธอจะหายหน้าจอไปนาน แต่เรื่องราวชีวิตหลังวงการของเธอก็ถูกพูดถึงอีกครั้งในแง่ที่น่ายินดีชีวิตหลังจอ: แต่งงาน-แม่ลูกสาม-อาจารย์มหาวิทยาลัยหลังสร้างชื่อจากบท อาจื่อ เฉินห่าวเลือกเดินออกจากวงการบันเทิงในปี 2010 เพื่อแต่งงานกับเศรษฐีแวดวงการเงิน ก่อนจะมีลูกด้วยกัน 3 คน และกลายเป็นคุณแม่สุดอบอุ่น แต่สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตเธอไม่น้อยคือการเข้าสู่วงการศึกษาด้วยบทบาทใหม่“ฉันเชื่อเสมอว่า ผู้หญิงควรพึ่งพาตัวเองเป็นหลัก…ตั้งแต่เด็กฉันถูกสอนให้ไม่พึ่งใคร” — เฉินห่าวอาจารย์คนสวยแห่งวิทยาลัยการแสดง คัมแบ็กสู่วงการอย่างสง่างามในปี 2019 เธอกลับมาปรากฏตัวในวงการอีกครั้ง แต่คราวนี้ในฐานะอาจารย์สอนการแสดงที่ วิทยาลัยการแสดงแห่งชาติจีน แม้เงินเดือนจะไม่สูงมาก (ราว 10,000 หยวนต่อเดือน) แต่ชื่อเสียงและความงามแบบไม่เคยจางหายไปจากเธอเลยหลังจากผันตัวมาเป็นแม่และอาจารย์ เฉินห่าวยังกลับมารับงานบ้าง เช่นในปี 2021…

  • ด.ญ.ยืนริมทางเท้านาน 2 ชั่วโมง เพื่อรอพบ “คนพิเศษ” เพียงไม่กี่นาที ทำชาวเน็ตน้ำตาซึม

    “แค่อยากให้ได้กินของอร่อย” เด็กหญิงยืนรอริมทางกว่า 2 ชั่วโมง เพื่อเจอคนพิเศษเพียงไม่กี่นาที“แค่อยากให้พ่อได้กินของอร่อย” เด็กหญิงยืนรอ 2 ชั่วโมงริมทางเท้า โมเมนต์อบอุ่นซึ้งใจ คนดูน้ำตาซึมทั้งโซเชียลคลิปวิดีโอความยาวไม่กี่นาที ได้สร้างความสะเทือนใจให้ผู้ชมเป็นอย่างมาก เมื่อภาพเด็กหญิงตัวน้อยยืนรออยู่ริมถนนนานถึง 2 ชั่วโมง โดยตั้งใจจะพบกับ “ใครบางคน” ซึ่งเรื่องราวเบื้องหลังทำให้หลายคนต้องประทับใจเรื่องราวเบื้องหลังการรอคอย และความประทับใจในสายสัมพันธ์ตามรายงานพบว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในประเทศจีน ในคลิปเด็กหญิงถือถุงอาหาร ยืนรออย่างตั้งอกตั้งใจ ซ้ำยังคอยมองซ้ายมองขวา คาดหวังเห็นรถที่เธอกำลังเฝ้าไว้ จากการสอบถาม แม่ของเธอให้ข้อมูลว่า พ่อของเด็กทำงานเป็น คนขับรถบรรทุกระยะไกล จึงต้องเดินทางไปในที่ต่างๆ อยู่เสมอเมื่อวันที่พ่อมีโอกาสผ่านมาทางใกล้บ้าน เด็กหญิงรีบเตรียมอาหารและของอื่นๆ เพื่อให้พ่อได้พักบ้าง หลังจากผ่านเวลาที่รอคอยนานถึง 2 ชั่วโมง ในที่สุดทั้งสองก็ได้พบกัน เด็กหญิงนำถุงอาหารมามอบให้พ่อด้วยตัวเองเมื่อพ่อตรวจดูพบว่าเธอมีแผลนิ้วมือ เขารีบถามไถ่ แต่เธอกลับรีบปัดมือและบอกว่า “ไม่เป็นไร” ด้วยหวังจะไม่ให้พ่อเป็นห่วง ช่วงเวลาที่พบกันนั้นสั้นมาก เพราะพ่อยังมีเส้นทางที่ต้องเดินทางต่อ แต่ก่อนจากไป เด็กหญิงได้มอบจูบที่แก้มให้พ่อ และในขณะที่พ่อขึ้นรถ เด็กหญิงมองตามอย่างเศร้าและเสียดายชาวเน็ตสะเทือนใจกับความรักของครอบครัวคลิปนี้ถูกแชร์อย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์ ความรู้สึกที่สะท้อนออกมาคือ ความอบอุ่น ความผูกพัน และความปรารถนาที่จะอยู่ใกล้กัน หลายคอมเมนต์เขียนไว้ว่า“ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่ดู ก็ยังสะเทือนใจ ความรักของครอบครัวยิ่งใหญ่มาก”“ภาพที่เธอยิ้มตอนเห็นพ่อ กลายเป็นภาพติดตา”“เด็กผู้หญิงคือดวงใจของพ่อ ทุกย่างก้าวที่เหน็ดเหนื่อยหายไปเมื่อเห็นหน้าเธอ”เรื่องราวนี้เตือนให้เราเห็นคุณค่าของเวลา…

  • ล่าสุดขายบ้านเรือนหอหรูทิ้งแล้ว คู่รักหมื่นล้าน ลือสนั่นขาเตียงหักเลิกกัน (ตปท)

    ล่าสุดขายบ้านเรือนหอหรูทิ้งแล้ว คู่รักหมื่นล้าน ลือสนั่นขาเตียงหักเลิกกัน (ตปท)เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่โลกออนไลน์เข้ามาแสดงความเห็น และให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก หลัง สื่อต่างประเทศได้เผยแพร่เรื่องราวของคู่รัก Jennifer Lopez และ Ben Affleck เตรียมจะหย่าร้างกันหลังทั้งคู่พยายามที่จะขายบ้านหรูหลังจากที่เเต่งงานกันมาแหล่งข้อมูลหลายแห่งที่มีความรู้โดยตรงบอก TMZ, J Lo และ Ben กำลังใช้นายหน้า Santiago Arana จาก The Agency เพื่อขายบ้านที่พวกเขาซื้อเมื่อประมาณหนึ่งปีที่แล้ว โดยจะขายในราคา 60 ล้านดอลลาร์ หรือราวๆ 2,212,800,000.00 บาททั้งคู่แต่งงานกันในปี 2022 โดยเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาทั้งคู่มีข่าวลือขาเตียงหักด้วย ซูเปอร์สตาร์สาว เจนนิเฟอร์ โลเปซ (J.Lo) ได้ยื่นฟ้องหย่า เบน แอฟเฟล็ก (Ben Affleck) อย่างเป็นทางการโดยให้เหตุผลว่า ความแตกต่างที่ไม่อาจปรองดองได้ พร้อมระบุว่าทั้งคู่แยกกันอยู่ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ปิดฉากชีวิตคู่ครั้งที่สองหลังแต่งงานกันมาเพียง 2 ปีเรียบเรียงโดย mumkhao

  • กัมพูชา แถลง อ้างไทยเปิดฉากยิงก่อนที่ช่องอานม้า

    กระทรวงกลาโหมกัมพูชาอ้างฝ่ายไทยเปิดฉากยิงก่อนที่ช่องอานม้า ขณะที่มาเลเซียหวัง 2 ประเทศจะสรุปขอบเขตอำนาจหน้าที่ในการจัดตั้งคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนได้ ในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่จะมีขึ้นในเดือนหน้าวันนี้ (27 ก.ย.2568) กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ออกมาระบุผ่านเฟซบุ๊กเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.ว่า เมื่อเวลา 11.52 น. กองทัพไทยได้เริ่มปฏิบัติการยิงโจมตีทหารกัมพูชาก่อน โดยใช้ปืนครกและปืนเล็กหลายนัดยิงใส่ฐานทัพที่อานเซะ หรือช่องอานม้า โดยกองทัพกัมพูชากำลังติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมที่จะปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดนอย่างเต็มที่นอกจากนี้ กองทัพกัมพูชายืนยันถึงความมุ่งมั่นแน่วแน่ในการเคารพและปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชาและไทย จะเดินหน้าร่วมมือใกล้ชิดกับฝ่ายไทยในทุกระดับ และแสวงหาความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างสองประเทศ รวมทั้งให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว และขอให้ฝ่ายไทยปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัดด้วยด้านสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ออกมาโพสต์ย้ำว่า กองทัพไทยได้เริ่มทำการยิงโจมตีก่อน มายังที่ตั้งของกองกำลังทหารกัมพูชา โดยได้ยิงปืนครกและอาวุธปืนเล็กหลายนัด เข้ามายังฐานทัพของกองทัพกัมพูชาในพื้นที่อานเซะอ่านข่าว : กัมพูชาใช้อาวุธปืนกล-ระเบิด ยิงเข้าฝั่งไทย ช่องอานม้ากัมพูชาพาทีมสังเกตการณ์ลงพื้นที่ จ.อุดรมีชัยต่อมา เวลาประมาณ 14.00 น. กระทรวงกลาโหมกัมพูชา เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ทางกระทรวงได้พาคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว หรือ ไอโอที ซึ่งนำโดยมาเลเซีย ลงพื้นที่วัดปราสาทตาเมือนเซนเจย หรือวัดปราสาทตาเมือนแสนชัย ใน จ.อุดรมีชัย เพื่อตรวจสอบสถานการณ์หลังจากข้อตกลงหยุดระหว่างกัมพูชาและไทยมีผลบังคับใช้ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา เปิดเผยว่าวานนี้ (26 ก.ย.)…

  • งานเร็ว! “มาลี” แถลงเหตุ “ช่องอานม้า” กล่าวอ้างไทยชิงโจมตีกัมพูชาก่อน

    “มาลี” ร่อนแถลงเหตุ “ช่องอานม้า” กล่าวอ้างไทยชิงโจมตีกัมพูชาก่อน ยืนยันเคารพข้อตกลงหยุดยิง พร้อมให้ความร่วมมือทุกระดับ เพื่อแสวงหาสันติภาพภายหลังจากสถานการณ์บริเวณช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ช่วงเที่ยงวันที่ 27 ก.ย. 68 ที่ฝั่งกัมพูชาเปิดฉากยิงปืนเล็กและลูกระเบิดมายังฝั่งไทย นั้นไม่นาน เฟซบุ๊กเพจกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เผยแพร่แถลงการณ์โดยพลโท มาลี โสเจียตา ปลัดกระทรวงกลาโหมและโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ข้อความว่าพลโท มาลี โสเจียตา ปลัดกระทรวงกลาโหมและโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ขอแจ้งให้สาธารณชน สื่อมวลชนทั้งในประเทศและต่างประเทศทราบว่าเช้าวันที่ 27 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 11.52 น. กองทัพไทยได้เริ่มการโจมตีฐานทัพของกัมพูชา โดยการยิงปืนครกและอาวุธขนาดเล็กเข้าใส่ฐานทัพกัมพูชาในพื้นที่อานเซส (ช่องอานม้า) ในขณะนี้กองทัพกัมพูชาจะติดตามสถานการณ์นี้ต่อไปด้วยความระมัดระวังและเอาใจใส่อย่างที่สุด และเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดนกองทัพกัมพูชาขอเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ที่จะเคารพและปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชาและไทยอย่างเต็มที่และสม่ำเสมอ พร้อมทั้งยังคงให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในทุกระดับ และแสวงหาความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมเพื่อส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างสองประเทศตลอดจนการกลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว และเรียกร้องให้ฝ่ายไทยปฏิบัติตามและเคารพข้อตกลงดังกล่าวอย่างเคร่งครัดข่าวที่เกี่ยวข้อง"ช่องอานม้า" เดือด! กัมพูชา ยิงปืนกล-ลูกระเบิดใส่ฝ่ายไทย แฉ "กัมพูชา" วางแผนตลบหลังไทย ตั้งกล้องหวังเก็บหลักฐานฟ้อง IOT อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : งานเร็ว! "มาลี" แถลงเหตุ "ช่องอานม้า" กล่าวอ้างไทยชิงโจมตีกัมพูชาก่อนติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน…

  • คืนดีกันแล้ว! ดาราสาว ยอมรับกลับมาใช้ชีวิตคู่กับสามีอีกครั้ง หลังเลิกกันไปได้ 1 ปี (ข่าวต่างประเทศ)

    คืนดีกันแล้ว! ดาราสาว ยอมรับกลับมาใช้ชีวิตคู่กับสามีอีกครั้ง หลังเลิกกันไปได้ 1 ปี (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า นักแสดง จองจูยอน ผู้เคยสร้างความช็อกด้วยการประกาศแยกทางหลังแต่งงานเพียง 6 เดือน ล่าสุดเปิดเผยผ่านสื่อว่าตนได้กลับมาคืนดีกับสามีแล้วหลังผ่านไป 1 ปีเมื่อปีที่แล้ว หลังจากจัดพิธีแต่งงานอันหรูหรา จองจูยอนได้ประกาศยุติความสัมพันธ์ในเวลาเพียง 6 เดือน โดยอธิบายว่า “มีปัญหาความแตกต่างทางนิสัย” ทำให้เกิดความกังวลใจอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ในตอนนั้นทั้งคู่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส จึงไม่มีข้อผูกมัดทางกฎหมาย ทำให้สามารถแยกทางและกลับมาคืนดีกันได้ในรายการ MBN ‘속풀이쇼 동치미’ ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 19 กันยายน จองจูยอนได้เผยว่า “เมื่อปีที่แล้วมีข่าวออกไปว่าเราหย่าร้างกัน แต่หลังจากนั้นเราได้กลับมาเจอกันอีก และตอนนี้ใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะสามีภรรยาอยู่”เธอเล่าย้อนความรู้สึกในตอนนั้นว่า “ตอนนั้นคิดจริง ๆ ว่าอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว เลยเก็บข้าวของกลับไปบ้านพ่อแม่ รู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับการแต่งงานเลย”แต่เพราะไม่มีข้อผูกมัดทางกฎหมาย จึงมีเวลาได้ทบทวนความรู้สึกและกลับมาเข้าใจกันใหม่จองจูยอนเดบิวต์ในปี 2009 ผ่านมิวสิกวิดีโอของ Epik High และมีผลงานทั้งในภาพยนตร์ Twenty และซีรีส์ Red Swan, Aurora Princess ทั้งแฟนชาวไทยยังรู้จักเธอมากขึ้น…

  • ซวยทั้งเรือ! ตกได้ปลาใส่ “แหวนเพชร” กัปตันหน้าซีดเฉลย คำสาปเมียเก่ากลับมาเล่นงาน…

    เรื่องจริงสุดแปลก! ปลาใส่แหวนแต่งงานฝังเพชร กัปตันเผยที่มา คำสาปจากรักเก่ากลับมาเล่นงานนักตกปลางง! เจอปลามีแหวนแต่งงานฝังเพชรผูกหาง เรื่องจริงสุดเหลือเชื่อที่ทะเลสาบมิชิแกนกลุ่มนักตกปลาที่ทะเลสาบมิชิแกน ตกตะลึงเมื่อจับได้ปลาที่มี "แหวนแต่งงานฝังเพชร" ผูกไว้ที่หาง เจ้าของแหวนโผล่เฉลย พร้อมเรื่องราว "คำสาปจากรักเก่า" ที่กลายเป็นไวรัลอีกครั้ง!ตกปลาเจอแหวนเพชร ใครกันทำแบบนี้?เหตุการณ์ประหลาดนี้เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันตกปลารายการ Pass the Passion ซึ่งจัดโดยองค์กร Salmon Unlimited ในรัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนักตกปลา Joe Penar เป็นผู้จับได้ปลาชนิดหนึ่งที่หางมีสิ่งคล้ายแท็กติดอยู่แต่เมื่อพวกเขาเข้าไปดูใกล้ๆ กลับพบว่าเป็น แหวนแต่งงานฝังเพชร ที่สลักคำว่า "SDH Steel" แทนที่จะเป็นแท็กของกรมทรัพยากรธรรมชาติอย่างที่เข้าใจในตอนแรกเจ้าของแหวนโผล่! ผูกแหวนไว้เองกับมือคำถามว่าใครเป็นคนผูกแหวนไว้ที่หางปลาได้รับคำตอบในเวลาไม่นาน เมื่อกัปตันเจสัน โรส ไกด์ตกปลาชาวมิชิแกน ยอมรับว่าเขาเป็นคนทำเองกับมือ“ภรรยาเก่าผมเกลียดที่ผมใช้เวลาตกปลามากเกินไป” โรสให้สัมภาษณ์กับ Chicago Sun-Times “ตอนหย่ากัน ผมไม่อยากเก็บแหวนไว้ ไม่อยากโยนทิ้งหรือเอาไปขาย เลยเลือกปลดปล่อยมันด้วยวิธีที่ผมถนัดที่สุด”เขายังกล่าวติดตลกว่าแหวนวงนี้เหมือนมี “คำสาป” และตั้งแต่ปล่อยมันไป ชีวิตเขาก็ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อคำสาปยังตามมา… ขึ้นเรือผิดลำ!จิม เนลลิแกน หนึ่งในลูกเรือที่อยู่บนเรือ Grey Lion II ซึ่งจับปลาได้ เล่าว่า…

  • คนแห่สมน้ำหน้า! ร้านอาหารเขมรในญี่ปุ่น วางธงไทยที่พื้น สุดท้ายเจ๊งไม่เป็นท่า

    เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ หลังจากหญิงชาวกัมพูชารายหนึ่ง ซึ่งเปิดร้านอาหารในประเทศญี่ปุ่น ได้แสดงพฤติกรรมทางการเมืองที่ไม่เหมาะสม โดยการแสดงท่าทีดูหมิ่น ธงชาติไทย เอามาวางไว้ที่พื้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของชาวไทยและชาวญี่ปุ่นจำนวนมากตามรายงาน หญิงชาวกัมพูชารายนี้ได้เปิดร้านอาหารที่มีเมนูผสมผสานหลายชาติ เช่น อาหารไทย เวียดนาม และกัมพูชา ซึ่งก่อนหน้านี้ร้านได้รับความนิยม เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เข้ามารับประทานอาหารไทยเป็นหลักอย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดความตึงเครียดระหว่างไทยและกัมพูชาเกี่ยวกับประเด็นทางประวัติศาสตร์และข้อพิพาทเรื่องเขตแดน เจ้าของร้านก็ได้แสดงความเห็นทางการเมืองอย่างเปิดเผย โดยมีการ นำธงชาติไทยไปวางไว้บนพื้นหน้าร้าน ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่ผู้พบเห็นอย่างมากพฤติกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่ถูกวิจารณ์จากชาวไทยเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของร้านในสายตาชาวญี่ปุ่น ที่ให้ความสำคัญกับ การเคารพธงชาติและสัญลักษณ์ของประเทศอื่น ทำให้ร้านอาหารของหญิงสาวรายนี้ประสบปัญหา ไม่มีลูกค้าเข้าร้าน และยอดขายลดลงอย่างชัดเจนต่อมา เจ้าของร้านได้อัดคลิปร้องไห้เผยความรู้สึก ตัดพ้อทั้งเรื่องยอดขายตกต่ำ และความเครียดจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา โดยเปิดเผยว่า พ่อของตนเป็นทหารประจำการที่เขาพระวิหาร และเคยพูดกับเธอว่า “ขอตายเพื่อชาติ” ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้เจ้าตัวเสียขวัญและไม่มีแรงจูงใจในการทำงานทั้งนี้ ชาวเน็ตยังคงแสดงความเห็นอย่างต่อเนื่อง เช่น “ร้านอาหารกัมพูชาในต่างแดน ส่วนมากที่พอขายได้ ก็เพราะมีคำว่า ‘อาหารไทย’ ต่อท้าย”, “วัฒนธรรมญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับสัญลักษณ์ชาติ ไม่ว่าเป็นของประเทศใด”, “ไม่ควรเหยียดหรือทำลายธงชาติของใคร แม้จะมีความเห็นต่าง”, “แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมในประเทศที่มีความสัมพันธ์ดีกับไทย เท่ากับทำร้ายตัวเอง” ฯลฯ