Category: ต่างประเทศ
-
สาวซื้อบ้าน 13 ล้าน ย้ายเข้าไม่กี่เดือน ป่วยประหลาดเสียโฉม เพชฌฆาตเงียบแฝงตัวทุกอณู
สาวซื้อบ้านราคา 13 ล้าน ย้ายเข้าอยู่ไม่กี่เดือน สาวซื้อบ้านราคา 13 ล้าน ย้ายเข้าอยู่ไม่กี่เดือน "ป่วยประหลาด" ที่แท้เพชฌฆาตเงียบแฝงอยู่ทุกอณู ยกพรมขึ้นมาดูช็อกยิ่งกว่าผีการมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของใครหลายคน แต่สำหรับหญิงสาวรายหนึ่งในรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ความฝันนี้กลับกลายเป็นฝันร้ายที่ทำลายทั้งสุขภาพและโฉมหน้า เมื่อบ้านหรูมูลค่ากว่า 400,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 13 ล้านบาท) ที่เธอและสามีเก็บหอมรอมริบซื้อมา กลับเต็มไปด้วยสารพิษที่มองไม่เห็นซ่อนอยู่ภายใต้พรมเรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยโดย "ซาร่า สมิธ" (Sara Smith) หญิงวัย 28 ปี ที่เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของร่างกายหลังจากย้ายเข้าบ้านใหม่ได้เพียงไม่กี่เดือน เธอพบว่าใบหน้าของเธอเริ่มเปลี่ยนไปอย่างน่ากลัว มีอาการตาบวมแดง คันอย่างรุนแรง และมีเลือดออกในตา จนเธอกลัวว่าตัวเองกำลังจะเสียโฉมจากเซลฟี่สู่คำเตือนสยอง "บ้านหลังนี้มีพิษ"ซาร่าได้โพสต์วิดีโออาการป่วยของเธอลงบนโซเชียลมีเดียเพื่อขอความช่วยเหลือ เนื่องจากในตอนแรกเธอคิดว่าเป็นเพียงอาการภูมิแพ้ตามฤดูกาลปกติ แต่กลับมีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาเตือนว่า อาการที่เธอเป็นนั้นคล้ายกับ "ภาวะพิษจากเชื้อราดำ" (Black Mold Poisoning) อย่างมาก และแนะนำให้เธอรีบตรวจสอบความชื้นภายในบ้านทันทีเชื้อราสามารถสร้างสปอร์ที่ลอยอยู่ในอากาศ หากสูดดมหรือสัมผัสเป็นเวลานานจะส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจ ผิวหนัง และดวงตา โดยเฉพาะในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือเป็นโรคภูมิแพ้ผลตรวจค่าความชื้นอยู่ในระดับสีแดงเปิดพรมเจอความจริงสุดช็อก เสียเงินล้านแถมต้อง "ตัวเปล่า"เมื่อซาร่าและสามีตัดสินใจจ้างทีมงานมืออาชีพมาตรวจสอบบ้าน โดยใช้สุนัขดมกลิ่น พวกเขาต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าแทบทุกห้องในบ้านมีรอยรั่วของน้ำ และเมื่อเจ้าหน้าที่ยกพรมออกก็พบกับกองทัพ "เชื้อราดำ"…
-
ใจหาย! Meta ประกาศยุติเว็บไซต์ Messenger เมษายน 2026 นี้
Meta ประกาศปิดเว็บไซต์ Messenger ในเดือนเมษายน 2026 ดันผู้ใช้งานกลับไปแชตผ่าน Facebook รวบแพลตฟอร์มลดต้นทุนบริษัท Meta ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการผ่านหน้า ศูนย์ช่วยเหลือ ว่า “ตั้งแต่เดือนเมษายน 2026 เป็นต้นไป messenger.com จะไม่สามารถใช้ส่งข้อความได้อีกต่อไป นอกจากนี้ แอพ Messenger บนเดสก์ท็อปก็ไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไปเช่นกัน คุณสามารถใช้ facebook.com/messages เพื่อส่งข้อความบนเว็บต่อไปได้หลังจากที่ messenger.com ยุติการให้บริการแล้ว ระบบจะเปลี่ยนเส้นทางของคุณโดยอัตโนมัติไปยัง facebook.com/messages เพื่อการส่งข้อความบนคอมพิวเตอร์ คุณสามารถสนทนาต่อบนเว็บดังกล่าวหรือบนแอพ Messenger สำหรับมือถือก็ได้หากคุณกำลังใช้ Messenger โดยที่ไม่มีบัญชี Facebook อยู่ในปัจจุบัน คุณสามารถสนทนาต่อได้บนแอพ Messenger สำหรับมือถือ”ภาพจาก: Facebookส่วนการกู้คืนประวัติการสนทนาบนทุกแพลตฟอร์ม สามารถทำได้โดยใช้รหัส PIN ที่ตั้งค่าไว้ตอนสร้างข้อมูลสำรองครั้งแรก หากจำไม่ได้ระบบก็เปิดช่องทางให้ตั้งค่ารหัสผ่านใหม่ได้ทันทีผลกระทบต่อผู้ใช้งานและเป้าหมายการลดต้นทุนสาเหตุในการยุติให้บริการเว็บไซต์ สืบเนื่องจากบริษัท Meta ประกาศปิดตัวแอปพลิเคชัน Messenger บนเดสก์ท็อปสำหรับระบบปฏิบัติการ Windows และ Mac ไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดย อเลสซานโดร…
-
คุณยายจีน ใช้แบงก์กงเต๊ก ซื้อไก่ย่าง พ่อค้าเต็มใจ รับเงินไม่มีบ่น ทำโซเชียลซึ้งกินใจ
ไวรัล คุณยายจีน ใช้แบงก์กงเต๊ก ซื้อไก่ย่าง พ่อค้าใจดี รับเงินอย่างเต็มใจไม่มีบ่น ทำโซเชียลซึ้งกินใจ ยอดไลก์ทะลุ 6 แสน เผยมาซื้อทุกวันตลอด 7 ปีวันที่ 22 ก.พ. 26 กลายเป็นเรื่องราวสุดซึ้งไปทั่วโลกออนไลน์ เมื่อคุณยายวัย 70 กว่าปีใช้ “แบงก์กงเต๊ก” ซื้อไก่ย่าง ซาลาเปา และขนมในตลาดกลางคืน ด้านพ่อค้าแม่ค้ารับมาโดยไม่ตำหนิ ชาวเน็ตซาบซึ้งน้ำใจ ยอดไลก์ทะลุ 6 แสนครั้งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองเซาจวง มณฑลซานตง ประเทศจีน โดยสื่อท้องถิ่น รายงานว่า คุณยายท่านหนึ่งมักเดินมาซื้อของกินตามแผงลอยในย่านสตรีทฟู้ด พร้อมยื่น “แบงก์กงเต๊ก” หรือกระดาษเงินกระดาษทองที่ใช้ในพิธีกรรม แทนเงินสดจริงทาง เจ้าของร้านชื่อ “หลิว รุ่ยเจ๋อ” เผยแพร่คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นช่วงเวลาที่คุณยายยื่นแบงก์กงเต๊กให้เขา ก่อนที่เขาจะรับไว้และส่งไม้ไก่ย่างให้โดยไม่ลังเล คลิปดังกล่าวได้รับยอดกดไลก์กว่า 600,000 ครั้งบนโซเชียล“คุณยายมาที่ร้านผมทุกวันตลอด 7 ปีที่ผ่านมา บางครั้งใช้บัตรของเล่น บางครั้งใช้กระดาษเงินกระดาษทอง หรือบัตรพลาสติก แม้ผมไม่ได้ทำธุรกิจใหญ่โต แค่แบ่งปันอาหารให้เธอได้ก็พอแล้ว”ภาพประกอบภาพประกอบรายงานระบุว่า คุณยายมีลูกชายทำงานอยู่ต่างเมืองและไม่ค่อยได้เจอกัน แม้ลูกชายจะส่งเงินมาให้เป็นค่าใช้จ่าย…
-
ช็อก! ผลวิจัยพบ สารพิษในหูฟัง แบรนด์ดังมากถึง 98% ซึมเข้าผิวเสี่ยงมะเร็ง-มีลูกยาก
ช็อก! ผลวิจัยเผย ตรวจพบสารพิษในหูฟัง 81 รุ่น มากถึง 98% แบรนด์ดังโดนด้วย ชี้ความร้อนและเหงื่อเร่งสารเคมีซึมเข้าผิวหนัง-เสี่ยงก่อมะเร็งสื่อต่างประเทศรายงานว่า โครงการ ToxFree LIFE for All เผยผลการตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พบสารเคมีอันตรายปนอยู่ในพลาสติกของหูฟังจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก รวมถึงสินค้าจากแพลตฟอร์มออนไลน์ นักวิจัยเตือนว่า สารพิษเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงที่จะซึมเข้าสู่ผิวหนังมนุษย์ได้คาโรลินา บราบโควา ผู้เชี่ยวชาญด้านสารเคมีจากองค์กร Arnika อธิบายว่า สารเคมีที่ตรวจพบมีอานุภาพซึมออกจากวัสดุหูฟังเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้โดยตรง การสวมใส่หูฟังในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะช่วงออกกำลังกายที่มีความร้อนและเหงื่อออกมาก จะยิ่งเป็นการเร่งปฏิกิริยาให้สารพิษเหล่านี้ซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วขึ้นหูฟังแบรนด์ดังที่วางจำหน่ายในท้องตลาดการสัมผัสสารเคมีดังกล่าวอาจไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในทันที แต่การใช้งานเป็นเวลานานย่อมเป็นเรื่องน่ากังวลโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กวัยรุ่น สารพิษเหล่านี้ทำหน้าที่รบกวนระบบต่อมไร้ท่อและเลียนแบบฮอร์โมนตามธรรมชาติ ในทางการแพทย์ยืนยันว่า ไม่มีปริมาณการรับสารระดับใดที่ปลอดภัย สารเคมีเหล่านี้เชื่อมโยงกับอัตราการเกิดโรคมะเร็ง โรคอ้วน และภาวะมีบุตรยากที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลกนักวิจัยได้ซื้อหูฟังทั้งแบบอินเอียร์และโอเวอร์เอียร์จำนวน 81 คู่ จากตลาดในประเทศเช็ก สโลวาเกีย ฮังการี สโลวีเนีย ออสเตรีย และช่องทางแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อนำมาทดสอบ ผลปรากฏว่า ตรวจพบสารอันตรายในสินค้าทุกชิ้นแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ปริมาณสารเคมีจากแต่ละแหล่งแม้อยู่ในระดับต่ำ แต่การรับสารพิษหลายชนิดรวมกันทุกวัน หรือที่เรียกว่า เอฟเฟกต์ค็อกเทล (Cocktail effect) จะก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพในระยะยาวผลการทดสอบสารพิษในหูฟังสารบิสฟีนอล เอ (BPA) ตรวจพบมากถึง…
-
ไวรัล สาวมาเลย์งงหนัก เจอ “มะเขือยาว” ในกระเป๋าสามี เผลอคิดไปไกล
ไวรัล หญิงมาเลเซียงงหนัก หลังเจอ “มะเขือยาว” อยู่ในกระเป๋าสามี จนเผลอคิดไปไกลหญิงชาวมาเลเซียรายหนึ่งกลายเป็นไวรัล หลังเจอของไม่คาดคิดอยู่ในกระเป๋าสามี ไม่ใช่มือถือ ไม่ใช่กระเป๋าสตางค์ แต่เป็น "มะเขือยาว" หนึ่งลูกเธอเล่าว่า วันนั้นสามีออกไปละหมาดพร้อมลูก แต่ดันลืมกระเป๋าไว้ที่บ้าน ด้วยความที่สามีเป็นคนขี้ลืม เธอจึงเปิดกระเป๋าดู เผื่อมีของสำคัญอยู่ข้างใน ก่อนจะต้องอึ้งเมื่อเจอมะเขือยาวอยู่ในนั้นเหตุการณ์นี้ทำให้เธอเริ่มคิดมาก แอบสงสัยว่าสามีอาจจะเป็นเกย์ เรียกได้ว่าความคิดเริ่มตีกันไปหมด ถึงขั้นแซวตัวเองว่าคิดไปไกลเมื่อถามสามีตรง ๆ เขากลับหัวเราะออกมา ก่อนจะอธิบายว่า เขาเจอมะเขือยาวที่ร้านค้าแห่งหนึ่งจึงหยิบขึ้นมาเพื่อนำไปทิ้ง แต่ถังขยะอยู่ไกล เลยใส่กระเป๋าไว้ชั่วคราว ก่อนจะลืมมันไปสนิท พอได้ยินคำอธิบายและรีแอกชันของสามี เธอก็หัวเราะไม่หยุดอย่างไรก็ตาม แม้ทั้งคู่จะมองว่าเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิดขำ ๆ แต่ชาวเน็ตกลับมีความเห็นหลากหลาย บางคนยังไม่ค่อยเชื่อ โดยมองว่าทำไมถึงเก็บขยะไว้ในกระเป๋า และถึงขั้นแซวให้ “ทดสอบ” ด้วยการเอามะเขือยาวไปทำอาหาร แล้วดูว่าสามีกินหรือไม่ ถ้ากล้ากินแสดงว่าเขากล่าวความจริงขอบคุณที่มา weirdkayaเรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไวรัล สาวมาเลย์งงหนัก เจอ “มะเขือยาว” ในกระเป๋าสามี เผลอคิดไปไกลติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website :…
-
สุดสะเทือนใจ เปิดยอดผู้เสียชีวิต เหตุนักท่องเที่ยว พุ่งตกทะเลสาบลึกที่สุดในโลก
เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานว่า สำนักข่าวต่างประเทศ BBC รายงานข่าวเศร้าระบุว่า ทางการรัสเซียสามารถกู้ร่างนักท่องเที่ยวชาวจีน 7 ราย และคนขับรถชาวรัสเซีย 1 รายเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานว่า สำนักข่าวต่างประเทศ BBC รายงานข่าวเศร้าระบุว่า ทางการรัสเซียสามารถกู้ร่างนักท่องเที่ยวชาวจีน 7 ราย และคนขับรถชาวรัสเซีย 1 ราย หลังประสบอุบัติเหตุรถมินิบัสพุ่งตกทะลุน้ำแข็งใน ทะเลสาบไบคาล แคว้นไซบีเรีย เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาภาพจากสำนักข่าวต่างประเทศ BBCเจ้าหน้าที่ระบุว่า นักประดาน้ำต้องใช้กล้องใต้น้ำในการค้นหาร่างผู้เสียชีวิต ซึ่งจมลงไปลึกประมาณ 18 เมตร ใต้ผืนน้ำแข็งของทะเลสาบ ขณะที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า มีนักท่องเที่ยวชาวจีน 1 รายสามารถหลบหนีออกมาได้อย่างหวุดหวิดด้าน อิกอร์ คอบเซฟ ผู้ว่าการแคว้นอีร์คุตสค์ แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและเพื่อนของผู้เสียชีวิต พร้อมเปิดเผยว่า รถมินิบัสดังกล่าวตกลงไปในรอยแยกของแผ่นน้ำแข็งที่มีความกว้างราว 3 เมตร จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมครั้งนี้สำหรับทะเลสาบไบคาล ถือเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในโลก มีความลึกสูงสุดถึง 1,642…
-
คลิปนาทีชีวิต “เดฟ” หนุ่มเกาหลีเจอค้อนทุบที่ซิดนีย์ พร้อม 2 เพื่อนคนไทย
เดฟ วัยรุ่นเกาหลีใต้ เหยื่อค้อนยักษ์เผยนาทีเฉียดตายกลางแยกซิดนีย์ เหตุโร่ช่วยเพื่อนไทยถูกหาเรื่อง ย้ำไม่สู้กลับเพราะไม่อยากใช้ความรุนแรง แม้เพิ่งแลนดิ้งออสเตรเลียเพียงสัปดาห์เดียวเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 03.00 น. ของวันพุธที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น บริเวณสี่แยกถนนลิเวอร์พูลตัดกับถนนพิตต์ ย่านธุรกิจใจกลางเมืองซิดนีย์ ขณะที่ “เดฟ” (Dave) หนุ่มเกาหลีวัย 23 ปี ผู้ถือวีซ่าแลกเปลี่ยนและเพื่อนชาวไทยอีก 2 คน อายุ 28 และ 29 ป กำลังเดินกลับจากการไปปาร์ตี้ ก่อนจะถูกชายแปลกหน้า 3 คนเข้ามาเผชิญหน้าและหาเรื่องโดยหนึ่งในนั้นถือค้อนปอนด์เข้ามาทำร้ายภาพจากคลิปวิดีโอเผยให้เห็นวินาทีที่กลุ่มผู้ก่อเหตุเริ่มลงมือทำร้ายเพื่อนของเดฟก่อน และเมื่อชายเกาหลีพยายามเข้าไปช่วย เขากลับกลายเป็นเป้าหมายหลักในการรุมสกรัมรายงานจาก7news สื่อแดนจิงโจ้ระบุ กลุ่มชายดังกล่าวรุมต่อยและเตะเขา ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะควักค้อนออกจากกระเป๋าและฟาดเข้าที่หลังของเดฟหลายครั้งอย่างบ้าคลั่งภาพ @Xภาพ @Xคริส อิทก์มา (Chris Itgma) พยานผู้บันทึกเหตุการณ์ระบุว่า เขาเพิ่งกลับจากยิมและสังเกตเห็นกลุ่มคนอยู่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ก่อนจะได้ยินเสียงหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุพูดท้าทายว่า “อยากบวกกับเพื่อนกูไหม?” หลังจากนั้นมีการผลักอกและด่าทอกันเพียงครู่เดียว เหตุการณ์ก็บานปลายสู่ความรุนแรงทันทีด้านตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ ระบุ ผู้ก่อเหตุทั้ง 3 รายได้หลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่เชี่ยวชาญจะเดินทางมาถึง โดยเหยื่อทั้ง 3 ราย อายุ 23,…
-
ชาวเน็ตจับสังเกต สิ่งที่ ฮุน มาเนต โดนบนเวทีโลก
แม้ว่าในการประชุมบอร์ดสันติภาพที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะมีการเรียกชื่อของ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา บนเวทีแม้ว่าในการประชุมบอร์ดสันติภาพที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะมีการเรียกชื่อของ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา บนเวที แต่ประเด็นเรื่องความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ ฮุน มาเนต หวังจะดึงความสนใจจากโลกก็ยังคงเป็นเรื่องเล็กน้อยมากในเวทีดังกล่าวอย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ฮุน มาเนต ได้ขึ้นพูดบนเวทีบอร์ดสันติภาพเพียง 2 นาทีเท่านั้น แต่จุดที่หลายคนจับสังเกตุคือ ในช่วงที่มีการถ่ายภาพหมู่ ชาวเน็ตสังเกตเห็นว่า ฮุน มาเนต ยืนอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางชาติอื่นๆ ซะอย่างนั้นโดยจังหวะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดการประชุมบอร์ดสันติภาพ ปรากฎว่า ผู้นำชาติต่างๆ ที่ร่วมประชุมต่างเข้าจับมือทักทาย ทรัมป์ และทักทายกันอย่างชื่นมื่น แต่ ฮุน มาเนต ยืนอยู่แถวด้านหลัง โดยไม่มีใครเข้ามาคุยด้วยหรือทักทายแต่อย่างใด จนถูกตั้งคำถามว่า สถานะของกัมพูชาในสายตานานาชาติเป็นอย่างไร ซึ่งต้องบอกว่า เป็นเพียงภาพช่วงหนึ่งเท่านั้นทางด้าน กระทรวงข้อมูลของกัมพูชา ได้เผยแพร่ภาพของ ฮุน มาเนต จับมือกับที่ปรึกษาสภาแอตแลนติก…
-
ลูกสาวอดีตดาราดัง ถูกจับตาแรง ท้องก่อนเเต่ง พร้อมเฉลยความจริงสุดพีค (ต่างประเทศ)
ลูกสาวอดีตดาราดัง ถูกจับตาแรง ท้องก่อนเเต่ง พร้อมเฉลยความจริงสุดพีค (ต่างประเทศ)กลายเป็นประเด็นร้อนในโซเชียลเกาหลีทันที เมื่อ ชเวจุนฮี ลูกสาวของนักแสดงผู้ล่วงลับระดับตำนาน โพสต์ภาพใส่ครอปท็อปรัดรูป พร้อมแคปชั่นแซวตัวเองว่า กินดีไปหน่อยเหรอ? ท้องป่องขนาดนี้ได้ยังไง ฮ่าๆ งานนี้ทำเอาชาวเน็ตตาไว โฟกัสที่หน้าท้องทันที จนเกิดกระแสข่าวลือว่าเจ้าตัวกำลังตั้งครรภ์แต่ล่าสุด ชเวจุนฮีออกมาดับข่าวลือแบบตรงไปตรงมา โดยโพสต์ข้อความชัดๆ ว่าเป็นเพียงผลพวงจากช่วงตรุษ เท่านั้น พร้อมประกาศเดินหน้าลดน้ำหนักจริงจัง จะให้ดูเลยว่าฉันละลายทุกอย่างที่กินช่วงตรุษยังไง ไปกันเลย
-
หนูน้อย 2 ขวบ ตาบอดถาวรกะทันหัน ทั้งที่เกิดมาปกติ คนเป็นแม่เศร้าหนัก หลังแพทย์เฉลยสาเหตุ ตัวเองคือส่วนหนึ่ง (ข่าว ตปท.)
กลายเป็นเรื่องราวสะเทือนใจที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อเว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ hk01 ได้มีการรายงานเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งกลายเป็นเรื่องราวสะเทือนใจที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อเว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ hk01 ได้มีการรายงานเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งในมณฑลเจียงซี ประเทศจีน โดยคุณแม่ของเด็กหญิงแซ่เสี่ยว เล่าว่า ระหว่างตั้งครรภ์ เธอเข้ารับการฝากครรภ์และตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ผลการตรวจทั้งหมดเป็นปกติดี หลังคลอด ลูกสาวก็ไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ และเติบโตสมวัยอย่างไรก็ตาม เมื่อเด็กหญิงมีอายุราว 2 ขวบ ครอบครัวเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงผิดปกติ ลูกสาวเดินสะดุดบ่อยครั้ง และเริ่มไม่สามารถมองเห็นคนหรือสิ่งของตรงหน้าได้ชัดเจน เมื่อนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจอย่างละเอียด แพทย์ยืนยันว่าเด็กหญิงสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร ทางแพทย์ระบุสาเหตุเกิดจาก การกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมที่หายาก ซึ่งไม่สามารถรักษาให้กลับมามองเห็นได้อีก ข่าวร้ายดังกล่าวสร้างความเศร้าโศกอย่างหนักให้กับครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม่ที่ต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายเนื่องจากคุณแม่ของเด็กหญิงเอง ก็สูญเสียการมองเห็นข้างหนึ่งตั้งแต่ยังเด็ก และเพราะบาดแผลทางจิตใจในวัยเยาว์ เธอจึงได้แต่หวังว่า หลังได้เป็นแม่ ความปรารถนาสูงสุดคืออยากให้ลูกสาวเติบโตอย่างปลอดภัยและแข็งแรง แต่ไม่เคยคาดคิดว่าโชคชะตาจะเล่นตลกกับครอบครัวเช่นนี้ ซึ่งพันธุกรรมดังกล่าวได้ส่งต่อมายังลูกของเธออย่างที่ไม่มีใครอยากให้เกิดปัจจุบัน ครอบครัวของเด็กหญิงกำลังศึกษาข้อมูลด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการทางสายตาอย่างจริงจัง รวมถึงเข้าร่วมการฝึกอบรมเฉพาะทาง เพื่อพัฒนาทักษะการใช้ชีวิตอย่างอิสระ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาลกำลังช่วยยื่นขอเงินสนับสนุน เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลอย่างไรก็ตาม หลังเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปแล้วนั้น ได้มีผู้คนจำนวนมากเข้าไปแสดงความเห็นใจและส่งกำลังใจให้ครอบครัวนี้ โดยหลายข้อความระบุว่า แม้เด็กหญิงจะมองไม่เห็นโลกด้วยสายตา แต่ยังสามารถรับรู้ความรักจากครอบครัวได้อย่างลึกซึ้ง พร้อมอวยพรให้เกิดปาฏิหาริย์ในอนาคตข้อมูล hk01