Category: ต่างประเทศ
-
แม่โพสต์บ่นลูกชาย “วันๆ ทำแต่เรื่องไร้สาระ” แต่คนเห็นรูปพูดตรงกัน… เด็กคนนี้คืออัจฉริยะ!
อุทาหรณ์พ่อแม่! อย่าตัดสินสิ่งที่ลูกทำว่าไร้สาระ เผยเคส ด.ช.วาดรูปด้วยเมาส์ ที่ผู้เชี่ยวชาญต้องกราบขอร้องให้ส่งเสริมพรสวรรค์ที่แม่มองข้าม! เด็กชายใช้เมาส์วาดรูปเทพจนชาวเน็ตตะลึง ชี้เป้า "เพชรในตม" ที่ต้องรีบเจียระไนในโลกของการศึกษา บ่อยครั้งที่เรามักเห็นพรสวรรค์ของเด็กถูกจำกัดโดยความไม่รู้ของครอบครัว เช่นเดียวกับเรื่องราวของเด็กชายชั้นประถมรายหนึ่งในจีนที่เกือบจะถูกแม่สั่งให้หยุดวาดรูป เพราะเธอมองว่าเป็นเรื่อง "ไร้สาระ"พรสวรรค์ท่ามกลางความขาดแคลนเด็กชายคนนี้มีนิสัยประหลาดในสายตาแม่ คือหลังจากทำการบ้านเสร็จ เขาจะมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์เก่าๆ เพื่อวาดรูปโดยใช้ "เมาส์" ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ควบคุมได้ยากมากสำหรับการวาดรูป แต่เขากลับวาดออกมาได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งในเรื่องของการจัดองค์ประกอบภาพและการใช้เซนส์ทางศิลปะที่ดูเติบโตเกินวัยเมื่อแม่มองเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ชาวเน็ตมองเป็นขุมทรัพย์แม่ของเด็กชายได้ถ่ายรูปผลงานของลูกและโพสต์ลงโซเชียลเพื่อระบายความอัดอั้นใจว่า:ลูกวาดแต่ "อะไรก็ไม่รู้ที่ดูน่าเกลียด"ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ลูกพยายามทำอยู่มีประโยชน์อะไรกังวลว่าลูกกำลังเสียเวลาไปกับเรื่องเปล่าประโยชน์แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม บรรดาครูสอนศิลปะและผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านมาเห็นต่างรีบคอมเมนต์ยืนยันว่า เด็กคนนี้มีพรสวรรค์ระดับสูงมาก พร้อมตำหนิว่าสภาพแวดล้อมที่ขาดแคลนกำลังจำกัดความสามารถของเขา และแนะนำให้แม่รีบซื้อ "เมาส์ปากกา" (Pen Tablet) ให้ลูกทันทีบทเรียนสำคัญสำหรับพ่อบ้านแม่บ้านโชคดีที่แม่คนนี้ยอมรับฟังความเห็นของผู้เชี่ยวชาญและสั่งซื้ออุปกรณ์ให้ลูกในที่สุด เรื่องนี้ให้แง่คิดที่สำคัญต่อผู้ปกครองดังนี้:ช่วงประถมคือ "นาทีทอง": เป็นวัยที่ภาระการเรียนยังไม่หนักมาก เด็กควรมีเวลาสำรวจความชอบและพัฒนาความสามารถพิเศษอย่าจำกัดนิยามของ "สิ่งที่มีประโยชน์": หลายคนมองว่าการอ่านหนังสือเรียนเท่านั้นที่มีประโยชน์ และมองว่าศิลปะหรือกีฬาสิ้นเปลืองเวลาการสนับสนุนที่ถูกเวลา: การเริ่มฝึกฝนตั้งแต่อายุน้อยช่วยให้เด็กมีพื้นฐานที่แน่นกว่าคนที่เริ่มช้าเมื่อเข้าสู่วัยมัธยมซึ่งมีความเครียดสูงเรื่องราวของเด็กชายคนนี้เป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า พรสวรรค์ของลูกจะเปล่งประกายหรือถูกฝังกลบนั้น ขึ้นอยู่กับ 'มุมมอง' ของพ่อแม่เป็นสำคัญ การเปิดใจกว้างและหมั่นสังเกตสิ่งที่ลูกทำด้วยความหลงใหล แม้ในสายตาเราอาจดูแปลกประหลาดหรือไร้สาระ อาจนำไปสู่การค้นพบศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ เพราะในยุคที่การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตำรา การที่พ่อแม่ทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนและมอบ 'เครื่องมือ' ที่เหมาะสมให้แก่ลูกตั้งแต่อยู่ในวัยที่พร้อมจะสำรวจโลก คือการเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความสำเร็จที่จะเติบโตเป็นต้นไม้ที่แข็งแรงในอนาคต
-
สาววัย 29 ลาออกงานประจำ ใจกล้าทำธุรกิจที่คนมอง “ไม่มงคล” แต่ฟันรายได้ 200 ล้านต่อปี!
ชีวิตพลิกผัน! ครูสาวจีนลาออกจากงานประจำ จับธุรกิจคนมองไม่มงคล แต่ส่งออกยุโรป ฟันรายได้ปีละกว่า 200 ล้านชีวิตพลิกผัน! ครูสาวจีนลาออกจากงานประจำ ทำธุรกิจ โลงศพ คนมองไม่มงคล แต่ส่งออกต่างประเทศ ฟันรายได้ปีละกว่า 200 ล้านเรื่องราวที่หลายคนคาดไม่ถึงเกิดขึ้นกับ ลิซ่า หลิว อดีตครูสาววัย 29 ปีจากเมืองเหอเจ๋อ มณฑลซานตง ประเทศจีน ที่ตัดสินใจหันหลังให้กับอาชีพครูซึ่งดูมั่นคง เพื่อเข้าสู่ธุรกิจ “โลงศพ” ที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องอัปมงคล แต่กลับกลายเป็นโอกาสทองสร้างรายได้มหาศาลถึงปีละกว่า 200 ล้านบาท พร้อมเจาะตลาดยุโรป โดยเฉพาะประเทศอิตาลีจุดเปลี่ยนชีวิต จากความเครียดสู่ธุรกิจที่ไม่เคยคิดฝันลิซ่าเปิดเผยว่า เธอลาออกจากงานครูเมื่อเดือนกรกฎาคม 2566 หลังเผชิญความกดดันสะสมจนสุขภาพย่ำแย่และมีอาการเสียงแหบเรื้อรัง โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเธอได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์งานและเยี่ยมชมโรงงานผลิตโลงศพแบบครบวงจร ตั้งแต่การตัดไม้ แกะสลัก ไปจนถึงการประกอบ ทำให้มุมมองที่เคยกลัวเรื่องความอัปมงคลเริ่มเปลี่ยนไปเธอพบว่า สำหรับคนงานแล้ว โลงศพเป็นเพียงผลิตภัณฑ์จากไม้ธรรมดา ไม่ได้มีสิ่งลี้ลับอย่างที่เคยเชื่อ ความเข้าใจใหม่นี้ทำให้เธอตัดสินใจเริ่มต้นเส้นทางในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับวาระสุดท้ายของชีวิตโลงศพจีน เจาะตลาดยุโรป ราคาถูกกว่าเกือบ 10 เท่าธุรกิจของลิซ่ามุ่งเน้นส่งออกไปยังยุโรป โดยเฉพาะอิตาลี ซึ่งมีความต้องการโลงศพจำนวนมาก โลงศพจากเมืองเหอเจ๋อมีจุดเด่นคือ ผลิตจากไม้เพาโลเนีย ซึ่งเป็นไม้เนื้อเบา มีลวดลายสวยงาม และเหมาะกับการใช้งานในพิธีศพของยุโรปที่นิยมเผาทั้งร่างและโลงพร้อมกันโลงศพจากจีนมีราคาประมาณ…
-
คลิปไวรัล ปธน.ไต้หวันหน้าเสีย โดนอาเจียนพุ่งใส่กลางงานตรุษจีน ทำพิธีเฉลิมฉลองถูกระงับ
A Lunar New Year event in Taiwan briefly came to a halt after a temple official standing beside President Lai Ching‑te suddenly vomited, splashing Lai’s clothing pic.twitter.com/lld8O91pjw— Reuters (@Reuters) February 19, 202619 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลายเป็นคลิปว่อนสนั่นโซเชียลเมื่อ 'หลิน เป่ยฮั่ว' หัวหน้าสำนักพิธีกรรม อาเจียนพุ่งใส่ นายไล่ ชิงเต๋อ ประธานาธิบดีไต้หวัน ขณะที่กำลังมีการกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าผู้ชมระหว่างการไปวัดเพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่จีนโดยคลิปวิดีโอที่มีการแชร์นั้นจะเห็นว่า ระหว่างมีการกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าประชาชนนั้น ชายชราคนดังกล่าวที่ยืนอยู่ข้างประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ ได้แสดงสีหน้ากระอักกระอ่วน ก่อนที่จะปิดปากและอาเจียนออกมาอย่างกะทันหัน โดยที่ ประธานาธิบดีไม่รู้ตัวขณะโดนอ้วกพุ่งใส่ โดยเห็นได้ชัดว่าโดนไหล่ของเขา ก่อนที่ 'หลิน…
-
อินฟลูฯ เขมร แขวะไทย ห่มสไบใส่ยีนส์ อ้างขโมยชุด-ทำลายคุณค่า สั่งห้ามทำตาม
ดราม่าเดือด อินฟลูฯ กัมพูชา ซัดเทรนด์ห่มสไบใส่ยีนส์ วิจารณ์แรง แต่งกายประหลาด ไม่รู้กาลเทศะ อ้างไทยขโมยวัฒนธรรม ลดคุณค่าบรรพบุรุษ สั่งชาวเขมรห้ามทำตามเด็ดขาดกระแสแฟชั่นที่กำลังมาแรงที่สุดในไทยเวลานี้คือ คงหนีไม่พ้นเทรนด์ห่มสไบใส่ยีนส์ ที่เหล่าคนรุ่นใหม่นำสไบมาสวมใส่เข้าคู่กับกางเกงยีนส์ ผสมผสานความสวยงามแบบไทยเข้ากับแฟชั่นสตรีทอย่างลงตัวแถมดูทันสมัยแบบสุด ๆ ถือเป็นส่วนหนึ่งช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมอันทรงคุณค่าให้คนทั่วโลกได้เห็นปัจจุบันทั้งคนไทยและชาวต่างชาติร่วมเทรนด์พากันไปเช็กอินตามสถานที่ท่องเที่ยวดังอย่างวัดอรุณราชวราราม และนั่งรถตุ๊กตุ๊กเที่ยวชมความสวยงามของกรุงเทพฯ และใส่เพลงประกอบ Bangkok City ของสาวกระแตจนเป็นกระแสฮิตไปทั้งโซเชียลแต่ล่าสุดเกิดประเด็นดราม่า กรณีอินฟลูเอนเซอร์ชาวกัมพูชาเห็นกระแสดังกล่าวจึงออกมาอัดคลิปวิจารณ์เทรนด์แฟชั่นของไทย มองว่า ประเทศไทยกลัวชุดไทยไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับองค์กร UNESCO จึงรีบสร้างเทรนด์การแต่งกายประหลาดขึ้นมา การนำสไบมาใส่กับกางเกงยีนส์นั้นดูแปลก ไม่มีกาลเทศะ และไม่เคารพชุดโบราณนอกจากนี้ เขายังอ้างว่าไทยขโมยชุดของกัมพูชาไปทำลาย ลดมูลค่าของเครื่องแต่งกาย และลดศักดิ์ศรีของเสื้อผ้าที่บรรพบุรุษสร้างเอาไว้เจ้าตัวกล่าวทิ้งท้ายว่า กัมพูชาเป็นชุดโบราณ มีความคลาสสิก สวยงาม และสง่างามเต็มรูปแบบอยู่แล้ว ชาวเขมรมีเครื่องแต่งกายที่เหมาะสม จึงหวังว่าชาวกัมพูชาจะไม่ทำเลียนแบบเทรนด์นี้ เพราะไม่จำเป็นต้องไปทำตามการออกแบบของไทยที่ไม่รักษามูลค่าเดิมอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องใครก็ใส่ได้! พาเวล นำเทรนด์ผู้ชายห่มสไบ เดินกลางกรุง แคปชั่นภูมิใจ ไวรัลข้ามคืนเบียร์ เดอะวอยซ์ ห่มสไบขาวแมตช์ยีนส์เอวต่ำ โชว์หุ่นสับ ลุคนี้สวยหวานมากเจอแล้ว ส้ม อมรา ห่มสไบใส่ยีนส์ ต้นฉบับ 20 ปีก่อน ตำนานมาก่อนกาลสมปอง ตามเทรนด์ห่มสไบใส่ยีนส์…
-
อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ถูกจับ! ในวันเกิดครบ 66 ปี ปมพัวพันเอกสารลับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน
ตำรวจอังกฤษบุกเข้าควบคุมตัว อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ในข้อหาต้องสงสัยว่าประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่สาธารณะตำรวจอังกฤษบุกเข้าควบคุมตัว อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ในข้อหาต้องสงสัยว่าประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่สาธารณะสำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุการณ์สะเทือนราชวงศ์ เมื่อตำรวจอังกฤษบุกเข้าควบคุมตัว อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ หรือ แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ ในข้อหาต้องสงสัยว่าประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่สาธารณะ โดยเหตุการณ์ที่ อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ถูกจับ เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 66 ปีของเขาพอดีบุกจับ อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ถึงตำหนักแซนดริงแฮมเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบประมาณ 8 นาย พร้อมรถยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 6 คัน ได้เดินทางมาถึงวูดฟาร์ม ในเขตพระราชฐานแซนดริงแฮมเมื่อเวลา 08.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น มีผู้พบเห็นเจ้าหน้าที่นายหนึ่งนำแล็ปท็อปของตำรวจเข้าไปด้วย จากนั้นรถตำรวจได้ขับออกไปในอีก 30 นาทีต่อมาพร้อมกับรถของทีมรักษาความปลอดภัย ล่าสุดสื่อใหญ่อย่าง Telegraph รายงานว่าเขายังคงถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวนHANDOUT / US DEPARTMENT OF JUSTICE / AFPปมเอกสารลับทางการค้าและ เจฟฟรีย์ เอปสตีนสาเหตุหลักของการจับกุม สืบเนื่องมาจากการถูกร้องเรียนโดยกลุ่มต่อต้านสถาบันกษัตริย์ ซึ่งกล่าวหาว่าเขาได้แชร์เอกสารลับทางการค้าให้กับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน (Jeffrey Epstein) สมัยดำรงตำแหน่งทูตการค้า ถือเป็นการละเมิดกฎหมายความลับทางราชการ นอกจากนี้…
-
เจาะนิมิตเขย่าปี 2026 “ศาสดาวันสิ้นโลก” ผู้แม่นยำเรื่องโควิด เผย 5 คำทำนายระทึกขวัญ!!
5 คำทำนายเขย่าโลกปี 2026 โดย "ศาสดาแห่งวันสิ้นโลก" ผู้ทายโควิด-19 เผยคำทำนายสยอง 5 ข้อ สำหรับปี 2026เครก แฮมิลตัน-พาร์กเกอร์ (Craig Hamilton-Parker) หรือที่รู้จักกันในนาม "ศาสดาแห่งวันสิ้นโลก" (Prophet of Doom) และถูกขนานนามว่าเป็น "นอสตราดามุสคนใหม่" กำลังเป็นที่จับตาอย่างมากหลังคำทำนายเรื่องการสวรรคตของควีนเอลิซาเบธที่ 2 และการระบาดของโควิด-19 เกิดขึ้นจริง ล่าสุดเขาได้ออกมาเผยภาพนิมิตผ่านพลังจิตและคัมภีร์ใบลานนาดีโบราณถึงเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในปี 2026 ซึ่งเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งทางการเมือง สิ่งแวดล้อม และสังคมโลกนี่คือ 5 คำทำนายชวนขนหัวลุกที่เขาสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มส่วนตัวและรายงานโดยสำนักข่าว Mirror ครับ:1. โดนัลด์ ทรัมป์ กับการครองอำนาจสมัยที่ 3แม้ตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ จะเป็นไปได้ยาก แต่พาร์กเกอร์มองเห็นปัจจัยหนุนที่อาจเกิดขึ้น:การระงับกฎระเบียบเดิม: เขาเชื่อว่าความขัดแย้งระดับโลกครั้งใหญ่ (อาจเกี่ยวข้องกับไต้หวัน) จะทำให้กระบวนการทางรัฐธรรมนูญปกติไม่สามารถทำได้อำนาจฉุกเฉิน: ในปี 2026 อาจมีการประกาศใช้ "อำนาจฉุกเฉิน" หากสถานการณ์โลกอันตรายเกินกว่าจะจัดการเลือกตั้งปกติ ซึ่งอาจทำให้ทรัมป์อยู่ในอำนาจต่อไปเป็นสมัยที่ 3พันธมิตรขั้วอำนาจใหม่: เขามองเห็นการจับมือกันระหว่างจีนและรัสเซียเพื่อต่อต้านสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเคยทำนายไว้ตั้งแต่ปี 2015 และกำลังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ2. มหันตภัย…
-
อ่านไม่ผิด! “ตาลีบัน” ออกกฎหมาย สามีซ้อมภรรยาและลูกได้ ขอแค่อย่าให้ถึงขั้นกระดูกหัก
เว็บไซต์ ndtv รายงาน กฎหมายอาญาฉบับใหม่ของ ตาลีบัน อนุญาตให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวได้ ตราบใดที่ไม่ทำให้เกิด “กระดูกหัก”เว็บไซต์ ndtv รายงาน กฎหมายอาญาฉบับใหม่ของ ตาลีบัน อนุญาตให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวได้ ตราบใดที่ไม่ทำให้เกิด “กระดูกหัก”กฎหมายอาญาฉบับดังกล่าว ซึ่งลงนามโดยผู้นำสูงสุดของกลุ่มอิสลามิสต์ ฮิบาตุลเลาะห์ อัคฮุนด์ซาดา ได้สร้างระบบลักษณะคล้ายชนชั้นรูปแบบใหม่ โดยกำหนดระดับบทลงโทษที่แตกต่างกันตามสถานะของผู้กระทำผิดว่าเป็น “บุคคลอิสระ” หรือ “ทาส”กฎหมายอาญาฉบับใหม่ที่ตาลีบันประกาศใช้ ถูกระบุว่าเป็นการ “ทำให้ความรุนแรงในครอบครัวต่อผู้หญิงถูกกฎหมาย” โดยอนุญาตให้สามีสามารถลงโทษภรรยาและบุตรด้วยการใช้กำลังทางร่างกายได้ ตราบใดที่ไม่ก่อให้เกิด “กระดูกหักหรือบาดแผลเปิด”afp2025120286t69g8v1mหากสามีทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือกระดูกแตกหักอย่างเห็นได้ชัดจากการใช้กำลังที่รุนแรง เขาอาจได้รับโทษจำคุกเพียง 15 วันเท่านั้น นอกจากนี้ ผู้ชายจะถูกตัดสินว่ามีความผิดก็ต่อเมื่อฝ่ายหญิงสามารถพิสูจน์การถูกทำร้ายในศาลได้สำเร็จ โดยผู้หญิงต้องแสดงบาดแผลต่อผู้พิพากษาขณะยังคงปกปิดร่างกายอย่างมิดชิด และต้องมีสามีหรือผู้ติดตามเพศชายไปศาลด้วยในอีกด้านหนึ่ง ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วอาจถูกจำคุกสูงสุด 3 เดือน หากไปเยี่ยมญาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสามี
-
ด่วน! “ยุนซอกยอล” อดีต ปธน. ถูกพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ผิดข้อหากบฏ
ยุนซอกยอล อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ถูกพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ผิดข้อหากบฏ สืบเนื่องจากที่ประกาศกฎอัยการศึก เมื่อสิ้นปี 67เมื่อวันที่ 19 มกราคม สำนักข่าว BBC รายงานว่า ศาลในประเทศเกาหลีใต้ได้พิพากษาจำคุกตลอดชีวิตนาย ยุน ซอก ยอล อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ สืบเนื่องจากกรณีที่เขาประกาศกฎอัยการศึก ในช่วงเดือนธันวาคม 2567โดยศาลพิพากษาให้เขาและคิมยอนฮุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในเวลานั้น มีความผิดฐาน นำการก่อกบฏ นอกจากนี้ผู้นำเกาหลีใต้ยังถูกพิพากษาใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยก่อนหน้านี้ ยุน ซอกยอล ตัดสินใจการประกาศกฎอัยการศึก เมื่อช่วงวันที่ 3 ธันวาคม ปีที่ผ่านมา โดยอ้าง ว่าเป็นการป้องกันภัยจากการเกาหลีเหนือและกลุ่มคอมมิวนิสต์ที่อาจจะโค่นล้มรัฐบาล ก่อนที่จะถูกคว่ำร่าง ในช่วงวันเดียวกัน ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นความพยายามของนาย ซอก ยอล ที่พยายามจะรักษาอำนาจของตนเอง หลังความนิยมลดต่อเนื่อง ก่อนที่เขาจะถูกถอดถอนจากตำแหน่งและนำไปสู่การจับกุมในที่สุดอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องด่วน! ศาลพิพากษาปลด “ยุนซอกยอล” พ้นตำแหน่ง เตรียมเลือกตั้งใหม่“ยุน ซอกยอล” อดีต ปธน.เกาหลีใต้ ถูกพิพากษาจำคุก 5 ปี คดีกฎอัยการศึก“ยุก ซอกยอล” ขึ้นศาลครั้งแรก รับฟังข้อกล่าวหาใหม่…
-
แม่ยิงลูกสาว 11 ขวบดับสลด ก่อนปลิดชีพตัวเองตาม ทิ้งปริศนาผ่านจดหมายลาตาย
เกิดอะไรขึ้น? แม่ควักปืนยิงลูกสาวแท้ ๆ วัย 11 ขวบดับสลดคาโรงแรม หลังแข่งเชียร์หลีเดอร์เสร็จ ก่อนปลิดชีพตัวเองตาม ทิ้งปริศนาผ่านจดหมายลาตายเมื่อไม่กี่วันมานี้เกิดโศกนาฏกรรมสุดสะเทือนใจในพื้นที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนครลาสเวกัส แจ้งข่าวพบศพ 2 แม่ลูกภายในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา เบื้องต้นสันนิษฐานว่า เป็นเหตุฆาตกรรมและฆ่าตัวตายตาม สร้างความโศกเศร้าแก่ครอบครัวและคนใกล้ชิดเป็นอย่างมากสื่อท้องถิ่นในรัฐยูทาห์ เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตคือ“ทอว์เนีย แมคกีแฮน” วัย 38 ปี และลูกสาว “แอดดี สมิธ” วัย 11 ปี ทั้งคู่ได้เดินทางมายังลาสเวกัสเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันเชียร์หลีดเดอร์ หลังจากทำการแข่งขันเสร็จสิ้น กลับมีรายงานการหายตัวไปของทั้ง 2 แม่ลูกตั้งแต่วันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา (14 ก.พ. 69) จนครอบครัวเริ่มกังวล และติดต่อเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบรายงานระบุว่า ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปยังห้องพักของโรงแรม ที่ได้รับแจ้งว่า ทอว์เนีย แมคกีแฮน และลูกสาววัย 11 ปีทำการเข้าพัก เจ้าหน้าที่พยายามเคาะประตูเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงได้เดินทางกลับก่อน กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงแรมได้ตัดสินใจไขประตูเข้าไปตามคำขอของญาติ…
-
คู่รักตกใจสุดขีด! เสียงปริศนาจากโซฟามือสอง ที่แท้มี “แขกไม่ได้รับเชิญ” ซ่อนอยู่
ซื้อ ซื้อ "โซฟามือสอง" ต่อจากเพื่อนร่วมงาน คู่รักถึงกับช็อก หลังพบสิ่งมีชีวิตแอบซ่อนอยู่ภายในการซื้อเฟอร์นิเจอร์มือสองอาจช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่บางครั้งก็อาจมาพร้อมเรื่องไม่คาดคิด ล่าสุด คู่รักคู่หนึ่งต้องตกใจสุดขีด หลังพบว่าโซฟาตัวใหม่ที่ซื้อมานั้น ไม่ได้มีแค่เบาะและโครงไม้ แต่ยังมี “แขกไม่ได้รับเชิญ” ซ่อนตัวอยู่ภายในแมวแสนเจ้าเล่ห์ หลบเข้าไปอยู่ในโซฟาโดยไม่มีใครรู้ตัวซาแมนธา ฮาร์ดิน เล่าว่า สามีของเธอซื้อโซฟา 3 ชิ้นจากเพื่อนร่วมงาน ซึ่งระหว่างขนย้าย เจ้าของเดิมพยายามกันไม่ให้แมวเลี้ยงวิ่งออกมา แต่ปรากฏว่าแมวสีส้มตัวหนึ่งแอบมุดเข้าไปในโซฟาอย่างแนบเนียน โดยไม่มีใครสังเกตเห็นสุนัขเริ่มผิดสังเกต เสียงกระดิ่งเบา ๆ คือจุดเริ่มต้นความจริงเมื่อโซฟาถูกนำมาตั้งไว้ในบ้าน คู่รักเริ่มรู้สึกแปลกใจที่สุนัขของพวกเขาสนใจโซฟาเป็นพิเศษ อีกทั้งยังได้ยินเสียงกระดิ่งเบา ๆ ดังมาจากด้านใน ทำให้ตัดสินใจตรวจสอบ และพบต้นตอของเสียงที่ทำเอาแทบไม่เชื่อสายตาเผยโฉม “ชีโต” แมวสีส้มผู้ครอบครองโซฟาทั้งคู่ถ่ายคลิปวิดีโอแชร์ลง TikTok ขณะพลิกโซฟาออกด้านข้าง และพบแมวสีส้มชื่อ “ชีโต” นอนขดตัวอยู่ภายใน ก่อนจะนำออกมาอย่างปลอดภัยและใส่กรงไว้ในห้องนั่งเล่น คลิปดังกล่าวมียอดเข้าชมมากกว่า 800,000 ครั้งภารกิจพาแมวออกจากโซฟา ใช้เวลากว่าชั่วโมงซาแมนธาเผยว่า พวกเขาใช้เวลากว่า 1–2 ชั่วโมง พยายามเรียก ลูบ และใช้ขนมสุนัขล่อ เพราะไม่มีอาหารแมวอยู่เลย สุดท้ายต้องตัดผ้าด้านล่างของโซฟา เพื่อเอื้อมมือเข้าไปอุ้มชีโตออกมาได้สำเร็จชาวเน็ตแซวสนั่น “โซฟานี่ของแมวชัด…