Category: ต่างประเทศ

  • ช็อกโลก! ออกหมายจับ “คิม กอน ฮี” อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งเกาหลีใต้ คดี “ปั่นหุ้น-ติดสินบน”

    อัยการพิเศษเกาหลีใต้ยื่นหมายจับ “คิม กอน ฮี” อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งและภรรยาของอดีตประธานาธิบดี ยุน ซอก ยอล ในข้อหาปั่นหุ้นและติดสินบน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เกาหลีที่ภริยาผู้นำประเทศถูกจับกุม โดยคำร้องขอหมายจับมีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากคิมถูกสอบปากคำในฐานะผู้ต้องสงสัยนานกว่า 12 ชั่วโมงการเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับการสอบสวนคดีทุจริตที่เกี่ยวโยงกับอดีตประธานาธิบดีถึงสองราย อัยการชี้ว่าบทบาทของคิมในคดีปั่นหุ้นบริษัท Deutsch Motors ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์รายใหญ่ในประเทศ เป็นความผิดทางเศรษฐกิจร้ายแรงและอาจมีความพยายามทำลายหลักฐาน ศาลแขวงกลางกรุงโซลมีกำหนดพิจารณาคำร้องต้นสัปดาห์หน้าขณะเดียวกัน คดีอีกด้านของอดีตประธานาธิบดี ยุน ซอก ยอล ยังคงตึงเครียด หลังเขาปฏิเสธความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สอบสวนถึงสองครั้งระหว่างถูกควบคุมตัวที่ศูนย์กักขังโซล จังหวัดคยองกี ความพยายามจับกุมครั้งล่าสุดเมื่อเช้าวันพฤหัสบดีล้มเหลว หลังยุนขัดขืนอย่างแข็งขัน ทำให้อัยการต้องยุติปฏิบัติการเพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยทีมอัยการพิเศษเดินทางไปศูนย์กักขังเวลา 8.25 น. เพื่อบังคับใช้หมายจับคดีหาเสียงผิดกฎหมายที่ออกตั้งแต่เดือนก่อน แต่ต้องยกเลิกเวลา 9.40 น. เนื่องจากการต่อต้านอย่างหนัก ฝ่ายกฎหมายของยุนระบุว่าเจ้าหน้าที่กว่า 10 นายพยายามจับแขนขาและลากตัวไปยังห้องสอบสวนจนเกิดการปะทะ ทำให้ยุนล้มและบาดเจ็บความพยายามจับกุมครั้งแรกเมื่อ 1 ส.ค. ก็ไม่สำเร็จเช่นกัน โดยรายงานระบุว่ายุนนอนกับพื้นในสภาพชุดชั้นในเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกพาตัว ทนายความอ้างว่าเขาเพียงเปลี่ยนเสื้อผ้าในขณะนั้น เนื่องจากหมายจับใกล้หมดอายุ อัยการจึงเหลือเวลาจำกัดมากในการดำเนินการยุนถูกควบคุมตัวตั้งแต่ 10 ก.ค. ในหลายข้อหา รวมถึงการประกาศกฎอัยการศึกเมื่อ 3 ธ.ค. และรับบริการสำรวจความคิดเห็นหาเสียงโดยมิชอบ…

  • ฮาร์วาร์ดยืนยัน เด็กที่มีศักยภาพในอนาคต 90% มักใช้เวลากับ “สิ่งนี้” การลงทุนที่ฉลาดที่สุด!

    การศึกษา 50 ปีของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เด็กที่มีศักยภาพในอนาคต 90% ใช้เวลากับสิ่งนี้เหมือนกัน"ถ้าคุณสามารถฝึกเด็กได้แค่ทักษะเดียว คุณควรเลือกอะไร?" การศึกษา 50 ปีของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เด็กที่มีศักยภาพในอนาคต 90% ใช้เวลากับสิ่งเดียวกัน!จากข้อมูลของ Sohu มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ทำการสำรวจพบว่า นักศึกษา 90% ที่ได้รับทุนการศึกษาอย่างง่ายดาย ใช้เวลาว่างไปกับการ“อ่านหนังสือ” แทนที่จะเพลิดเพลินกับชายหาดอันอบอุ่น พวกเขากลับเลือกที่จะใช้เวลาในห้องสมุดแทนงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า นักศึกษาฮาร์วาร์ด 85% อ่านหนังสืออย่างน้อย 1 เล่มต่อสัปดาห์ (ผลสำรวจ Harvard Crimson ปี 2019) โดยเฉลี่ยแล้วนักศึกษาแต่ละคนอ่านหนังสือ 50-70 เล่มต่อปี (รวมถึงเอกสารทางวิชาการ)ผลการศึกษาโดย National Endowment for the Arts สหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นว่า นักศึกษาที่อ่านหนังสือเพื่อความบันเทิงเป็นประจำมีคะแนน SAT สูงขึ้น 10-15% และโอกาสได้รับทุนการศึกษาเพิ่มขึ้น 27% ในกลุ่มที่อ่านหนังสือมากกว่า 15 เล่มต่อปีการอ่านหนังสือไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มพูนความรู้เท่านั้น แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือฝึกการคิดวิเคราะห์และจินตนาการอีกด้วย คนประสบความสำเร็จจำนวนมากพิสูจน์แล้วว่า นิสัยการอ่านหนังสือคือ "ความลับ"…

  • เปิดวาร์ปไอจี อินฟลูฯ สาวเขมร ทุบเบียร์ไทยโชว์พาว ดีกรีนางแบบชื่อดัง

    เปิดประวัติ วานน์ โสเจียตา นางแบบ-พรีเซนเตอร์สาวชาวเขมร ผู้มีผู้ติดตามในโซเชียลรวมกันหลายแสนคน คนไทยแห่หาวาร์ป หลังโชว์แบนสินค้าไทยด้วยการทุบขวดเบียร์ไทย จนเศษแก้วกระเด็นบาดหน้าอกเจ้าตัวเปิดวาร์ปวานน์ โสเจียตา (Vann -SocheaTa) อินฟลูเอนเซอร์สาวชาวกัมพูชา ที่นักร้องชื่อดัง “ดัง” พันกร บุณยะจินดา ได้แชร์คลิปวิดีโอสุดไวรัล ขณะที่อินฟลูสาวคนนี้กำลังแสดงออกถึงการต่อต้านสินค้าไทยด้วยการทุบขวดเบียร์ยี่ห้อดัง แต่เรื่องราวกลับมีมุมให้พูดถึงเมื่อเศษแก้วได้กระเด็นกลับมาบาดตัวเองสำหรับ วานน์ โสเจียตา นั้น เป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของกัมพูชา มีผู้ติดตามบนเฟซบุ๊ก Vann -SocheaTa กว่า 1.5 แสนคน และในอินสตาแกรม @socheataa_official อีกกว่า 1.8 แสนคนนอกจากงานสร้างคอนเทนต์แล้ว วานน์ ยังเป็นนางแบบและพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์เครื่องสำอาง Matey ในประเทศกัมพูชาอีกด้วยภาพจาก : FB/Vann -SocheaTa, IG/@socheataa_officialส่วนกรณีที่วานน์ดราม่าแบนสินค้าไทย “ดัง พันกร” ได้โพสต์คลิปดังกล่าว ผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมแคปชันสุดแซ่บว่า “สมคำล่ำลืม อินฟูลเขมรแบนสินค้าไทยด้วยการตีขวดเบียร์ แรงอัดทำเศษกระเด็นใส่ตัวเอง แต่เก็บอาการได้ดี”ชมคลิปอินฟลูฯเขมร แบนสินค้าไทย โชว์ทุบขวดเบียร์ เศษแก้วกระเด็นบาดตัว เก็บอาการสุดฤทธิ์โพสต์นี้ได้กลายเป็นไวรัลในเวลาอันรวดเร็ว…

  • อาลัย คุณแม่นักแสดงหนุ่มดัง เสียชีวิตในวัย 84 ปี หลานสาวโพสต์เศร้าทำใจไม่ได้ (ต่างประเทศ)

    อาลัย คุณแม่นักแสดงหนุ่มดัง เสียชีวิตในวัย 84 ปี หลานสาวโพสต์เศร้าทำใจไม่ได้ (ต่างประเทศ)สร้างความโศกเศร้าวงการบันเทิงฮอลลีวูดเป็นอย่างมากเมื่อ เจน เอตตา พิตต์ คุณแม่ของนักแสดงชื่อดัง แบรด พิตต์ ได้เสียชีวิตลงแล้วในวัย 84 ปี การจากไปของคุณแม่เจน เอตตาได้รับการยืนยันจาก ซิดนีย์ พิตต์ หลานสาวของแบรด พิตต์ ซึ่งเป็นลูกสาวของ ดั๊ก พิตต์ น้องชายของเขาโดยเธอได้โพสต์ข้อความอาลัยคุณย่าพร้อมรูปภาพที่คุณย่าของเธอยังมีชีวิตอยู่ โดยระบุข้อความว่า ถึงคุณย่าเจน เอตตาที่แสนหวาน การจากไปของคุณทำให้พวกเรายังไม่พร้อม แต่การรู้ว่าในที่สุดคุณก็เป็นอิสระที่จะร้องเพลง เต้นรำ และวาดภาพได้อีกครั้งก็ทำให้รู้สึกง่ายขึ้นบ้าง และเธอยังเล่าถึงความน่ารักของคุณย่าว่า ใครที่รู้จักคุณย่า จะรู้ว่าท่านเป็นคนที่มีจิตใจดีที่สุดด้านสาเหตุการเสียชีวิตยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานจากสื่อต่างประเทศว่า คุณแม่ของนักแสดงดังได้เสียชีวิตลงเมื่อช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

  • ด่วน! ฮุน มาเนต โพสต์ทันทีหลังไทย กัมพูชาจับมือหยุดยิง

    ด่วน! ฮุน มาเนต โพสต์ทันทีหลังไทย กัมพูชาจับมือหยุดยิง7 สิงหาคม 2025 ได้มีการจัดการประชุมวิสามัญของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป กัมพูชา-ไทย (Extraordinary GBC Meeting) โดยมีผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์จากมาเลเซีย สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐประชาชนจีนต่อมา ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กแสดงความยินดีต่อความสำเร็จของการประชุมดังกล่าว ซึ่งเป็นการสานต่อข้อตกลงที่เขาเคยหารือร่วมกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีไทย ระหว่างการประชุมพิเศษที่เมืองพุทราจายา ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2025 โดยมีมาเลเซียและสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพร่วม และได้รับความร่วมมือจากจีนในที่ประชุม ฝ่ายกัมพูชาและฝ่ายไทยได้หารือและเห็นชอบร่วมกันในเงื่อนไขของการหยุดยิง รวมถึงการเพิ่มการสื่อสารระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะผลักดันการจัดทำแนวปฏิบัติเพื่อให้ทีมผู้สังเกตการณ์ของอาเซียน (ASEAN Observer Team) สามารถติดตามตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเห็นชอบให้มีทีมผู้สังเกตการณ์ระหว่างกาล (Interim Observer Team) นำโดยกองทัพมาเลเซียเพื่อดำเนินการสังเกตการณ์ในทันที พร้อมทั้งเตรียมการสำหรับทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียนชุดถาวรในอนาคตนอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องให้จัดการประชุมคณะกรรมการชายแดนระดับภูมิภาค (RBC) ร่วมกันภายในสองสัปดาห์ และจัดการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป กัมพูชา-ไทย (GBC) ภายในหนึ่งเดือนหลังจากการประชุมวิสามัญครั้งนี้ หากมีความจำเป็น ทั้งสองฝ่ายสามารถจัดการประชุมวิสามัญในรูปแบบเดิมได้อีกโพสต์ดังกล่าวฮุน มาเนต ทิ้งท้าย ให้มีการปล่อยตัวทหารกัมพูชาทั้ง…

  • สั่งแบน โฆษณาแบรนด์แฟชั่นระดับโลก หลังนางแบบดูผอมซูบเกินไป ล่าสุดลบออกแล้ว

    สั่งแบน โฆษณา ZARA แบรนด์แฟชั่นระดับโลก หลังภาพและแสง ทำให้นางแบบผอมซูบเกินไป ล่าสุดแบรนด์ลบออกแล้ววันที่ 7 ส.ค. บีบีซีรายงานว่า สำนักงานมาตรฐานการโฆษณาแห่งสหราชอาณาจักร (ASA) ออกคำสั่งแบน 2 โฆษณา ZARA แบรนด์แฟชั่นระดับโลก หลังภาพและแสงทำให้นางแบบดูซูบผอมเกินไปโดยระบุว่า โฆษณาดังกล่าวของซาราภาพโฆษณา 2 ตัวเป็นภาพแบบหมุนแสดงเสื้อผ้าทั้งบนตัวนางแบบและแบบวางโชว์ที่ปรากฏบนแอปและเว็บไซต์ของซาราซึ่งหนึ่งในโฆษณาเป็นชุดเดรสสั้น นางแบบทำทรงผมรวบตึงนั้น อีกทั้งการใช้เงา ทำให้ขาของนางแบบดูซูบผอมอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงการจัดวางแขนส่วนบนและข้อศอกยังทำให้นางแบบดู "ไม่สมส่วน"ขณะที่อีกภาพหนึ่งเป็นเสื้อเชิ้ต โดยหน่วยงานชี้ว่า ภาพที่ปรากฏออกมานางแบบใช้ท่าทางและเสื้อคอแหวกลึกที่เน้นกระดูกไหปลาร้าของนางแบบอย่างเห็นได้ชัด จึงทำให้กลายเป็นจุดโฟกัสของโฆษณามากเกินควรหน่วยงานกำกับดูแล กล่าวอีกว่า โฆษณาทั้งสองชุดนั้น "ไม่รับผิดชอบ" และห้ามเผยแพร่อีกในรูปแบบปัจจุบัน พร้อมกำชับให้ ทางแบรนด์ซาราต้องจัดเตรียมภาพโฆษณาอย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้นในอนาคต ซึ่งทางหน่วยงานยังได้ตรวจสอบโฆษณาอื่นของซารา อีก 2 ชิ้น แต่ไม่มีคำสั่งแบนภาพประกอบขณะเดียวกัน ทางซาราได้ลบโฆษณาทั้งสองชุดออกไปแล้ว และออกมาชี้แจงว่า นางแบบทั้งสองคนนี้มีใบรับรองทางการแพทย์ยืนยันว่ามีสุขภาพดีในขณะถ่ายภาพโฆษณาที่ตกเป็นประเด็นอยู่พร้อมทั้งยืนยันว่า ทางเราไม่มีการปรับแต่งภาพใดๆ นอกจากการปรับแสงและสีเล็กน้อย พร้อมระบุว่าได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของทาง UK Model Health Inquiry ซึ่งมีข้อเสนอแนะว่า นางแบบควรมีใบรับรองสุขภาพจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากรายงานโดยไม่ได้มีโรคคลั่งผอมก่อนหน้านี้ ในเดือนกรกฎาคม โฆษณาของ Marks…

  • ปิดฉากรัก 22 ปี ดารารุ่นใหญ่ หย่าสามีนักธุรกิจ ด้านลูกสาวไฟเขียวเต็มที่ (ต่างประเทศ)

    ปิดฉากรัก 22 ปี ดารารุ่นใหญ่ หย่าสามีนักธุรกิจ ด้านลูกสาวไฟเขียวเต็มที่ (ต่างประเทศ)เป็นอีกหนึ่งคู่รักที่จบด้วยได้ดีสำหรับ ฮงจินคยอง ที่ได้ประกาศข่าวการหย่าร้างกับสามีนักธุรกิจอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากแต่งงานกันมานานถึง 22 ปี โดยเผยว่า ทั้งคู่ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุขมา 22 ปี และตัดสินใจต่างคนต่างดำเนินชีวิตของตัวเองกันอย่างดีโดย ฮงจินคยอง ได้ปรึกษาลูกสาวก่อนตัดสินใจหย่า และ ราเอล ก็เคารพการตัดสินใจของทั้งสองคน แม้จะเลิกรากันตามกฎหมายแล้ว แต่มีรายงานว่าทั้งคู่ยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน อดีตสามียังคงมาเยี่ยมบ้านของเธออยู่บ่อยครั้ง และทั้งสองครอบครัวก็ยังคงสนิทสนมกัน

  • คดีสะเทือนขวัญ พบศพอดีตนางงามฟิลิปปินส์ถูกมัดลอยทะเล หลังถูกลักพาตัว 4 วัน

    คดีสดสะเทือนขวัญ เมื่อมีการพบศพอดีตนางงามชาวฟิลิปปินส์ลอยในทะเล สภาพศพถูกมัด เต็มไปด้วยบาดแผล หลังถูกลักพาตัวไปนาน 4 วันเกิดโศกนาฏกรรมสุดสะเทือนใจ เมื่อมีการพบร่างไร้ชีวิตของอดีตนางงามชาวฟิลิปปินส์ลอยอยู่ในทะเลนอกชายฝั่งเมืองทาโคลบาน จังหวัดเลเต เมื่อเช้าวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากที่เธอถูกลักพาตัวไปเมื่อ 4 วันก่อนหน้านั้นเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากชาวประมงที่พบศพในสภาพบวมอืดและมีร่องรอยถูกทำร้ายอย่างรุนแรง ทั้งดวงตาที่โปนออกมา ลิ้นจุกปาก คอ, มือ และเท้า ถูกมัดไว้ และใบหน้าถูกคลุมด้วยผ้าสีดำพันด้วยเทปกาวสีน้ำเงินอย่างแน่นหนาจากการระบุตัวตนจากรอยสักที่หน้าท้องและหลัง ทำให้ทราบว่าศพคือ อากินิ อาร์ราดาซา อดีตนางงามวัย 35 ปี ซึ่งเธอถูกลักพาตัวไปเมื่อเช้าวันที่ 31 กรกฎาคมที่เมืองออร์มอก ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 46 กิโลเมตรภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่า อากินิ ถูกชายติดอาวุธ 3 คนบังคับให้เข้าไปในรถยนต์สีดำ ขณะที่เธอกำลังยืนอยู่ริมถนน เรื่องราวการลักพาตัวนี้เพิ่งถูกแจ้งความกับตำรวจในวันที่ 4 สิงหาคม โดยน้องสาวของเหยื่อ เจ้าหน้าที่เชื่อว่ารถคันดังกล่าวถูกขับมุ่งหน้าไปยังเมืองทาโคลบาน และกำลังประสานงานกับภูมิภาคใกล้เคียงเพื่อติดตามเบาะแสของรถยนต์คันนี้ต่อไปอ้างอิง : mustsharenews.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องคุก 2 สาวสิงคโปร์ สลับที่นั่ง หวังตบตาตำรวจ ขับรถยนต์โดยไม่มีใบขับขี่สัตว์นรก! พ่อลูก 2 ติดม่านทึบในรถ…

  • คำพูดก่อนตาย พยาบาลเผย 4 ประโยค ได้ยินบ่อยที่สุดจากผู้ป่วยระยะสุดท้าย

    คำพูดก่อนตาย พยาบาลเผย 4 ประโยค ได้ยินบ่อยที่สุดจากผู้ป่วยระยะสุดท้าย ไม่ได้เหมือนในหนังคำพูดก่อนตาย พยาบาลเผย 4 ประโยค ได้ยินบ่อยที่สุดจากผู้ป่วยระยะสุดท้าย ไม่ได้เหมือนในหนังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าในวินาทีสุดท้ายของชีวิต เราจะพูดอะไรเป็นคำสุดท้าย แต่ จูลี แมคแฟดเดน (Julie McFadden) พยาบาลดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย กลับพบว่า ผู้ป่วยจำนวนมากมักกล่าวคำที่คล้ายคลึงกันก่อนจากไป4 ประโยคที่เธอได้ยินบ่อยที่สุดคือ: "ขอบคุณ", "ฉันให้อภัยคุณ", "ลาก่อน", และ "โปรดยกโทษให้ฉันด้วย"แม้คำพูดเหล่านี้จะฟังดูเหมือนฉากในหนัง แต่จูลีชี้ว่า ความจริงไม่ได้โรแมนติกเช่นนั้น มันไม่ได้เกิดตอนหายใจเฮือกสุดท้ายเหมือนในภาพยนตร์ คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าคำสุดท้ายจะต้องยิ่งใหญ่หรือสะเทือนใจ แต่ในชีวิตจริง มันเรียบง่ายกว่านั้นมากแม้จะมีประสบการณ์กว่า 16 ปีในสายงานนี้ แต่จูลียอมรับว่า บางสิ่งเกี่ยวกับความตายก็ยังไม่สามารถอธิบายได้ หนึ่งในนั้นคือปรากฏการณ์ที่ผู้ป่วยบางราย “เหมือนจะรู้” ว่าตัวเองจะเสียชีวิตเมื่อใดมีคนบอกว่า จะรอให้ลูกสาวแต่งงานก่อน หรือบางคนบอกว่า คืนนี้ตัวเองจะตาย แล้วเขาก็เสียชีวิตจริงๆ ทั้งที่ร่างกายยังดูปกติเมื่อถูกถามว่าเกิดจากอะไร เธอเพียงตอบว่า “ฉันไม่รู้เลยค่ะ พวกเขาไม่ได้ทำอะไร ไม่มีเหตุผลทางการแพทย์ใดๆ ที่อธิบายได้ มันน่าทึ่งมาก”อีกปรากฏการณ์หนึ่งที่เธอพบคือ การที่ผู้ป่วยบางคนบอกว่าเห็นคนที่เสียชีวิตไปแล้ว ญาติ หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยง เหตุการณ์นี้มักเกิดขึ้นล่วงหน้าประมาณ 3…

  • CDFW เผยสาเหตุแล้ว หลังเจอหมูสีฟ้าในแคลิฟอร์เนีย (ข่าวต่างประเทศ)

    CDFW เผยสาเหตุแล้ว หลังเจอหมูสีฟ้าในแคลิฟอร์เนีย (ข่าวต่างประเทศ)เรียกได้ว่า กลายเป็นประเด็นร้อนในสหรัฐฯ เมื่อ เจ้าหน้าที่รัฐในแคลิฟอร์เนีย ออกมาเตือนประชาชน หลังพบหมูป่าสีฟ้า ที่เปลี่ยนสีจากภายใน พร้อมประกาศห้ามบริโภคเด็ดขาด เนื่องจาก มีการปนเปื้อนสารพิษในระดับอันตรายโดย ต้นเหตุเกิดจากหมูป่า ในเขตมอนเทอเรย์ ที่กินเหยื่อกำจัดศัตรูพืช ที่มีส่วนผสมของ Diphacinone เป็นสารยับยั้งการแข็งตัวของเลือด พบว่า ภายในของหมู ที่ติดพิษมีสีน้ำเงินสดราวกับสีของบลูเบอร์รีซึ่ง กรมประมงและสัตว์ป่าแคลิฟอร์เนีย (CDFW) ชี้ว่า หมูเหล่านี้ อาจกินเหยื่อตรงๆ หรือ กินซากสัตว์ที่มีสารพิษตกค้าง ขณะเดียวกัน ยังพบว่า สัตว์ป่าชนิดอื่น เช่น ห่าน และ หมี ก็อาจได้รับผลกระทบจากสารเคมีชนิดเดียวกันทางด้าน ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า สารพิษเหล่านี้ สามารถแพร่กระจายไปตามแหล่งน้ำธรรมชาติ หลังฝนตก และสะสมในสัตว์น้ำ ก่อนจะส่งผลกระทบเป็นทอดๆ ไปยังนักล่า ที่กินสัตว์เหล่านั้น จึงอาจกลายเป็นปัญหาต่อทั้งระบบนิเวศในระยะยาวถึงแม้ ไม่ใช่หมูป่าทุกตัว ที่กินสารพิษแล้วจะมีสีฟ้าชัดเจน แต่ CDFW ยืนยันว่า ทุกกรณี ถือว่า ไม่ปลอดภัย และประชาชนควรหลีกเลี่ยงการบริโภคสัตว์ป่า…