Category: ต่างประเทศ
-
รู้แล้วจะอึ้ง! แอร์โฮสเตสเฉลย ทำไมต้องเอา “รองเท้า 1 ข้าง” ใส่ตู้เซฟโรงแรม?
ทำไมต้องเอารองเท้าใส่ตู้เซฟ? แอร์โฮสเตสเฉลยเหตุผลสุดอัจฉริยะรู้แล้วจะอึ้ง! ทำไมควรเอา "รองเท้า 1 ข้าง" ใส่ตู้เซฟโรงแรม ทริคง่ายๆ ที่ช่วยชีวิตนักเดินทางเวลาไปเที่ยวต่างถิ่น ปัญหาโลกแตกที่นักเดินทางหลายคนกลัวที่สุดคือการ "ลืมของมีค่าไว้ในตู้เซฟโรงแรม" ไม่ว่าจะเป็นพาสปอร์ต เงินสด หรือเครื่องประดับ เพราะช่วงเวลาเช็กอิน-เช็กเอาต์ที่เร่งรีบ อาจทำให้เราเผลอไผลจนงานเข้าได้ง่ายๆแต่เชื่อไหมว่า มีเคล็ดลับระดับเทพที่เหล่า "แอร์โฮสเตส" ใช้กันเป็นประจำเพื่อแก้ปัญหานี้ และอุปกรณ์ตัวช่วยก็คือสิ่งที่คุณสวมใส่อยู่ทุกวัน นั่นคือ "รองเท้า" นั่นเอง!ทริคแปลกแต่จริง: รองเท้าข้างเดียวช่วยชีวิตข้อมูลจาก The Times of India ได้แชร์เคล็ดลับจาก เอสเธอร์ (Esther) พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินรายหนึ่ง ผู้ซึ่งต้องนอนโรงแรมเป็นบ้านหลังที่สอง เธอเปิดเผยเทคนิคง่ายๆ ว่า "ทุกครั้งที่เก็บของมีค่าเข้าตู้เซฟ ให้ถอดรองเท้าข้างหนึ่งใส่เข้าไปด้วย"ฟังดูอาจจะตลกและดูไม่มีเหตุผล แต่เบื้องหลังการกระทำนี้คือหลักจิตวิทยาที่ฉลาดสุดๆ เพราะโดยสัญชาตญาณแล้ว "ไม่มีใครเดินออกจากห้องโดยใส่รองเท้าแค่ข้างเดียว"เตือนความจำภาคบังคับเมื่อถึงเวลาเช็กเอาต์ คุณอาจจะลืมพาสปอร์ต ลืมนาฬิกา หรือลืมเงินปึกใหญ่ไว้ในตู้เซฟได้ แต่คุณจะไม่มีทางลืมใส่รองเท้าแน่นอนทันทีที่คุณกำลังจะแต่งตัวออกจากห้องและหารองเท้าอีกข้างไม่เจอ สมองจะสั่งการให้คุณฉุกคิดทันทีว่า "รองเท้าอีกข้างหายไปไหน?" และนั่นจะนำทางคุณไปเปิดตู้เซฟ ซึ่งจะทำให้คุณเจอของมีค่าที่เกือบจะลืมทิ้งไว้โดยอัตโนมัติเทคนิคนี้ใช้กับอะไรได้อีก?นอกจากรองเท้าแล้ว เอสเธอร์ยังแนะนำว่าคุณสามารถใช้สิ่งของอื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้ก่อนออกจากห้องมาวางไว้กับของมีค่าได้เช่นกัน เช่น:เสื้อคลุม/เสื้อกันหนาว (ถ้าอากาศข้างนอกหนาว คุณต้องหยิบมันแน่ๆ)กุญแจรถ/กุญแจบ้านสายชาร์จมือถือการสร้าง "กับดักความจำ" เล็กๆ…
-
มหาวินาศไฟไหม้ฟิลิปปินส์! เผาวอดเกือบ 1,000 หลัง ชาวบ้านนับพันหนีตายกลางดึก
มหาวินาศไฟไหม้ฟิลิปปินส์! เผาวอดเกือบ 1,000 หลัง ชาวบ้านนับพันหนีตายกลางดึกผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ World Forum ข่าวสารต่างประเทศ ได้โพสต์เฟสบุ๊กระบุว่าฟิลิปปินส์ 🇵🇭 | ไฟไหม้ชุมชนเสียหาย 1,000 หลังไฟไหม้ครั้งใหญ่เผาบ้านเกือบ 1,000 หลังในฟิลิปปินส์ตาวี-ตาวี, ฟิลิปปินส์เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในย่านที่อยู่อาศัยของบารังไกย์ลามิออน เมืองบองเกา เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 3 ก.พ. ส่งผลให้บ้านเรือนราว 1,000 หลังถูกเผาวอดการควบคุมเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากสะพานคนเดินในพื้นที่ได้รับความเสียหาย ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ราว 02.00 น. ของวันที่ 4 ก.พ.ผู้ประสบภัยถูกอพยพไปพักพิงชั่วคราวที่โรงยิม MSU Amilbahar และพื้นที่อพยพประจำจังหวัด ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งสอบสวนหาสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ World Forum ข่าวสารต่างประเทศMDRRMO Bongao / Edwin Kashim#ไฟไหม้ฟิลิปปินส์ #ข่าวต่างประเทศ #WorldForum #ไฟไหม้ชุมชน #ฟิลิปปินส์ #Bongao #TawiTawi #DisasterNews #BreakingNews
-
ใครกัน? แม่เปิดกล้อง รร.แทบช็อก “หญิงปริศนา” ย่องหาลูกตอนนอน แต่ซูมดูชัดๆ น้ำตาแตก
แม่เปิดกล้องวงจรปิดโรงเรียนอนุบาล เจอ แม่เปิดกล้องวงจรปิดโรงเรียนอนุบาล เจอ "คนแปลกหน้า" ย่องหาลูกตอนนอน พอรู้ว่าเป็นใครถึงกับน้ำตาซึมหัวอกคนเป็นแม่เมื่อส่งลูกไปโรงเรียน ย่อมมีความกังวลและคอยสอดส่องความเป็นอยู่ของลูกผ่านกล้องวงจรปิดเสมอ แต่เหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งที่เวียดนาม กลับทำให้คุณแม่ท่านหนึ่งต้องประหลาดใจ เมื่อเห็น "หญิงปริศนา" เดินเข้ามาหาลูกสาวในช่วงเวลานอนกลางวัน แต่เมื่อรู้ความจริง เบื้องหลังการกระทำนั้นกลับเรียกน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจนาทีระทึก? หญิงปริศนาโผล่กลางห้องนอนเด็กคลิปวิดีโอดังกล่าวถูกแชร์โดยผู้ใช้โซเชียลมีเดียรายหนึ่ง เผยให้เห็นภาพบรรยากาศในห้องเรียนชั้นอนุบาลที่มีเด็กๆ ประมาณ 21 คนกำลังนอนหลับพักผ่อนในช่วงบ่าย แต่สิ่งที่ผิดสังเกตคือ มีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งไม่ใช่ครูประจำชั้นเดินเข้ามาในห้องหญิงคนดังกล่าวเดินตรงเข้าไปหาเด็กหญิงคนหนึ่ง เธอก้มลงกอด หอมแก้ม และห่มผ้าให้อย่างทะนุถนอม ราวกับเป็นลูกหลานของตัวเอง พฤติกรรมที่ดูสนิทสนมนี้ทำให้คุณแม่ที่เฝ้าดูผ่านกล้องวงจรปิดรู้สึกตกใจในตอนแรก เพราะไม่คุ้นหน้าและกังวลเรื่องความปลอดภัยของลูกเฉลยความจริงสุดซึ้ง ที่แท้คือ "คนคุ้นเคย"หลังจากสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง หญิงคนนั้นก็รีบเดินออกจากห้องไปเมื่อครูประจำชั้นตัวจริงเดินเข้ามา เมื่อคุณแม่ตรวจสอบจนแน่ใจจึงได้ทราบความจริงว่า หญิงปริศนาคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ "ครูประจำชั้นคนเก่า" ของลูกสาวนั่นเองคุณแม่เจ้าของคลิปเล่าว่า ลูกสาวเพิ่งเข้าเรียนได้ประมาณ 3 เดือน และมีความผูกพันกับคุณครูท่านนี้มาก ในช่วงแรกๆ น้องจะติดครูแจเดินตามเป็นเงา แต่เนื่องจากมีการเลื่อนชั้นเรียนตามเกณฑ์อายุ ลูกสาวได้ขึ้นไปอยู่ห้องเด็กโต ส่วนคุณครูต้องย้ายไปดูแลห้องเด็กเล็ก ทำให้ทั้งคู่ต้องแยกจากกันความรักของ "แม่คนที่สอง"ภาพที่เห็นในกล้องวงจรปิด คือช่วงเวลาพักเที่ยงที่คุณครูท่านนี้ยอมสละเวลาพักผ่อนของตัวเอง แอบแวะมาเยี่ยมอดีตลูกศิษย์ตัวน้อยด้วยความคิดถึง มาคอยดูว่าน้องหลับสบายดีไหมและห่มผ้าให้ การกระทำที่ไร้การปรุงแต่งนี้แสดงให้เห็นถึงความรักอันบริสุทธิ์ของคนเป็นครูคลิปนี้กลายเป็นไวรัลที่สร้างความประทับใจให้กับชาวเน็ตเวียดนามอย่างมาก หลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมหัวใจของคุณครูท่านนี้ ที่เปรียบเสมือน "แม่คนที่สอง" ของเด็กๆ…
-
ย้อนคำทำทาย วันสิ้นโลก 13 พ.ย. 2026 จากงานวิจัยปี 1960 เช็กก่อนแชร์ จริงหรือมั่ว?
ตรวจสอบไวรัล วันสิ้นโลก ศุกร์ 13 พ.ย. 2026 จากงานวิจัยปี 1960 ในวารสาร Science ที่คำนวณจุดแตกหักของประชากรล้นโลก ทำไมคำทำนายนี้ถึงไม่เกิดขึ้นจริง? เช็กข้อมูลอัตราการเกิดและคาดการณ์จาก UN ล่าสุดกำลังกลายเป็นกระแสไวรัลในโลกออนไลน์ เมื่อมีการขุดงานวิจัยเก่าจากปี 1960 ที่ระบุวันเวลาที่ดูเหมือน “วันสิ้นโลก” ไว้อย่างชัดเจนว่าคือวันที่ 13 พฤศจิกายน 2026 ที่จะถึงนี้ ทำให้หลายคนตื่นตระหนกว่า หรือโลกจะถึงจุดจบเพราะประชากรล้นโลกจริง ๆ กันแน่?ต้นตอไวรัล วันสิ้นโลก 13 พฤศจิกายน 2026 พบ งานวิจัยมีอยู่จริงทีมงาน The Thaiger ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทางวิชาการและข้อมูลประชากรล่าสุด พบว่า ข้อกล่าวอ้างนี้มาจากบทความวิชาการที่มีอยู่จริง ชื่อว่า “Doomsday: Friday, 13 November, A.D. 2026” ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ชื่อดังระดับโลกอย่าง Science เมื่อปี 1960 เขียนโดย Heinz von Foerster และคณะ…
-
ช็อกกลางรีสอร์ต นทท.สาว เป้เกี่ยวกระเช้า ร่างลอยคว้างในอากาศ เสียชีวิตสลด
สลด กลางรีสอร์ตสกีญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวสาวออสเตรเลียเสียชีวิต หลังเป้สะพายเกี่ยวกระเช้า ร่างลอยกลางอากาศสลด กลางรีสอร์ตสกีญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวสาวออสเตรเลียเสียชีวิต หลังเป้สะพายเกี่ยวกระเช้า ร่างลอยกลางอากาศเกิดเหตุสลดในรีสอร์ตสกีแห่งหนึ่งในจังหวัดนางาโนะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อมีนักท่องเที่ยวหญิงชาวออสเตรเลียเสียชีวิต ระหว่างใช้บริการกระเช้าลอยฟ้า สร้างความตกใจให้กับผู้พบเห็นและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่และได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์รายงานระบุว่า ผู้เสียชีวิตคือ บรู๊ค เดย์ วัย 22 ปี โดยเหตุเกิดขึ้นขณะเธอกำลังลงจากกระเช้าลอยฟ้าแบบเก้าอี้ แต่หัวเข็มขัดของกระเป๋าเป้สะพายหลังกลับไปเกี่ยวติดกับสายกระเช้า อีกทั้งยังไม่ได้ปลดสายรัดหน้าอก ทำให้ร่างของเธอถูกดึงลอยขึ้นไปและห้อยอยู่กลางอากาศพบตัวในสภาพหัวใจหยุดเต้น ก่อนเสียชีวิตที่โรงพยาบาลหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องได้เข้าช่วยเหลือทันที ก่อนพบว่าเธออยู่ในสภาพหัวใจหยุดเต้น และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม แพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ และยืนยันว่าเธอเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัว ผู้ร่วมเดินทาง รวมถึงนักท่องเที่ยวในรีสอร์ตเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ระหว่างกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลายคนมองว่าปลอดภัยรีสอร์ตแสดงความเสียใจ เร่งเพิ่มมาตรการความปลอดภัยทางรีสอร์ตสกีได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมยืนยันว่าจะทบทวนและเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีกในอนาคตขณะเดียวกัน ตำรวจท้องถิ่นอยู่ระหว่างการสอบปากคำพนักงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบระบบความปลอดภัยของกระเช้าลอยฟ้าอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและประเมินความบกพร่องที่อาจเกิดขึ้น
-
ดราม่าเดือด ไล่ออก 2 ไอดอล J-Cup ตัวท็อป แอบแซ่บแฟนคลับ จับได้ สั่งยุบวงทันที
ต้นสังกัดไล่ออกฟ้าผ่า 2 ไอดอลสาว J-Cup เซ่นปมแอบกิ๊กแฟนคลับ ทำวงแตก แฟนคลับเศร้า ประกาศยุบวง 8 มี.ค.นี้ งัดยาแรงสั่งแบนคู่กรณี ห้ามร่วมกิจกรรมค่ายตลอดชีวิตเกิดอะไรขึ้น? ต้นสังกัดได้ประกาศคำสั่งปลดสายฟ้าแลบ ดับฝันเส้นทางไอดอลของAgehasan Bot (อะเกฮะซัง บอท) สมาชิกตัวท็อปเจ้าของเรือนร่างทรงเสน่ห์ระดับ J-Cup พร้อมด้วยเพื่อนร่วมวงอีกหนึ่งคน Ruki Kirinaga (รุกิ คิรินากะ) เซ่นกฎเหล็กที่ถือเป็นเรื่องต้องห้ามสูงสุดของวงการเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา วง Sora kara no Shinryakusha ออกแถลงการณ์ด่วน ใจความว่า ทางต้นสังกัดจับได้ว่า Agehasan Bot และ Ruki Kirinaga สองสมาชิกของวง มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับแฟนคลับ ทั้งคู่ถูกไล่ออกจากวงทันที และบัญชีโซเชียลมีเดียของพวกเธอถูกลบทิ้งในวันเดียวกันจากเหตุการณ์สูญเสียสมาชิกหลักไปถึง 2 คน ทำให้วงที่มีสมาชิกทั้งหมด 5 คน และเพิ่งทำกิจกรรมมาได้เพียง 1 ปี ไปต่อไม่ไหว…
-
สลด พ่อแม่ฆ่าลูกออทิสติก-ตายตาม ปมเครียดรัฐตัดเงิน ไร้คนเหลียวแล
สลดทั้งออสเตรเลีย พ่อแม่จบชีวิตพร้อมลูกชายออทิสติก 2 ราย ทิ้งจดหมายสั่งลา เผยปมเครียดไร้คนเหลียวแลเกิดเหตุโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญในย่านคนมีฐานะของเมืองเพิร์ท รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่ตำรวจพบร่างผู้เสียชีวิต 4 รายภายในบ้านพัก ประกอบด้วย นายจาร์ร็อด คลูน วัย 50 ปี นางไมเวนนา โกสดู วัย 49 ปี ภรรยา พร้อมด้วยลูกชายวัยรุ่น 2 คน คือ ลีออน วัย 16 ปี และ โอทิส วัย 14 ปีสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วย เดินทางมายังบ้านหลังเกิดเหตุ เพื่อดูแลเด็กชายทั้ง 2 ซึ่งป่วยเป็นออทิสติกชนิดไม่พูด แต่ไม่สามารถติดต่อคนในบ้านได้ และพบกระดาษโน้ตทิ้งไว้มีใจความว่า “ห้ามเข้า” พร้อมคำสั่งให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินทันทีเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงได้เข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน พบร่างของสมาชิกในครอบครัวทั้ง 4 คนเสียชีวิตกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ของบ้าน นอกจากนี้ยังพบสุนัข 2 ตัว และแมวอีก 1 ตัว นอนตายอยู่ด้วยจากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบอาวุธในที่เกิดเหตุ สภาพศพไม่ได้บ่งชี้ถึงการใช้ความรุนแรงที่โหดเหี้ยม…
-
สภานอร์เวย์ โหวตชนะ “คงไว้ระบอบกษัตริย์” ไม่สนดราม่าฉาว เจ้าหญิง ลูกชายคดีข่มขืน
รัฐสภานอร์เวย์มีมติเอกฉันท์ให้คงระบอบกษัตริย์ต่อไป ปัดตกข้อเสนอเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐ แม้ราชวงศ์กำลังเผชิญวิกฤตศรัทธาจากข่าวฉาวของสมาชิกในครอบครัว ทั้งกรณีเจ้าหญิงมีความสัมพันธ์กับอาชญากรข้ามชาติ คดีความรุนแรงของลูกชายที่ประชุมรัฐสภานอร์เวย์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (3 ก.พ.) ได้ลงมติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น ให้คงไว้ซึ่งระบอบกษัตริย์ ปฏิเสธข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงการปกครองไปสู่ระบอบสาธารณรัฐ แม้ว่าในระยะหลังราชวงศ์จะตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ฉุดคะแนนนิยมลดต่ำลงจากปัญหาส่วนตัวของสมาชิกในราชวงศ์สมาชิกรัฐสภา 141 จาก 169 เสียง ลงคะแนนสนับสนุนให้คงระบอบกษัตริย์ภายใต้การนำของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์และราชสันตติวงศ์ต่อไป ขณะที่มีเพียง 26 เสียงเท่านั้นที่ต้องการให้ยุติบทบาทของกษัตริย์ ฝ่ายสนับสนุนมองว่าสถาบันกษัตริย์สร้างเสถียรภาพให้กับประเทศเนื่องจากวางตัวอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมืองและทำหน้าที่ได้ดีมาตลอดตั้งแต่ได้รับเอกราชจากสวีเดนในปี 1905ส่วนฝ่ายที่ต้องการเปลี่ยนแปลงมองว่าอำนาจทางการเมืองที่แท้จริงอยู่ที่รัฐสภาและรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอยู่แล้ว อภิสิทธิ์จากการสืบสายเลือดไม่ควรมีอยู่ในสังคมประชาธิปไตยรัฐสภานอร์เวย์ลงมติคงระบอบกษัตริย์ท่ามกลางวิกฤตศรัทธาในราชวงศ์อย่างไรก็ตาม ราชวงศ์นอร์เวย์กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก จากกรณีเจ้าหญิงเมตเต-มาริต พระชายาในมกุฎราชกุมาร ที่นายกรัฐมนตรีออกมาตำหนิเมื่อวันจันทร์ว่าขาดวิจารณญาณในการติดต่อกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้ล่วงละเมิดทางเพศเด็กชาวอเมริกันแม้เจ้าหญิงจะออกมาขอโทษเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่ผลสำรวจล่าสุดพบว่าชาวนอร์เวย์ที่สนับสนุนให้เจ้าหญิงขึ้นเป็นราชินีองค์ต่อไปมีเพียง 33% เท่านั้น ขณะที่ 44% ไม่เห็นด้วยนอกจากนี้ ยังมีประเด็นฉาวของ มาริอุส ฮอยบี ลูกชายวัย 29 ปีของเจ้าหญิงที่เกิดจากความสัมพันธ์ครั้งเก่า กำลังถูกดำเนินคดีในข้อหาข่มขืน ความรุนแรงในครอบครัว และยาเสพติดลูกชายเจ้าหญิงนอร์เวย์ถูกดำเนินคดีในข้อหาข่มขืนและยาเสพติดเขาเพิ่งถูกจับกุมตัวอีกครั้งเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้เจ้าตัวจะปฏิเสธข้อหาร้ายแรงก็ตาม ปัญหาซ้ำซ้อนเหล่านี้ส่งผลให้คะแนนนิยมของราชวงศ์ลดลงเหลือ 61% จากเดิม 72% ในปีที่แล้ว ขณะที่เสียงสนับสนุนระบอบสาธารณรัฐเพิ่มขึ้นเป็น 27%ทั้งนี้ ปัจจุบันมี 43 ประเทศ…
-
ช็อก! หนุ่มทิ้งเมีย อยู่กินกับ “แม่แท้ๆ” หลังพลัดพราก 30 ปี เผยเซ็กส์สุดยอดจนลืมไม่ลง อ้างเป็น “แรงดึงดูดทางพันธุกรรม”
ช็อกโลก! หนุ่มทิ้งเมียไปอยู่กินกับ แม่แท้ๆ หลังพลัดพราก 30 ปี เผยเซ็กส์สุดยอดจนลืมไม่ลง อ้างเป็น แรงดึงดูดทางพันธุกรรมเรื่องราวสุดฉาวที่สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วโลก ชายหนุ่มที่ถูกขอไปรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมตั้งแต่แรกเกิด ตัดสินใจทิ้งภรรยาและครอบครัว เพื่อไปสานสัมพันธ์ลึกซึ้งฉันชู้สาวกับแม่บังเกิดเกล้า ของตนเองเรื่องราวเริ่มต้นจาก คิม เวสต์ ซึ่งปัจจุบันอายุ 50 กว่าปี ได้ให้กำเนิดลูกชาย เบน ฟอร์ด ขณะที่เธอเป็นนักศึกษาวัย 19 ปีในแคลิฟอร์เนีย แต่ด้วยความไม่พร้อมจึงยกลูกให้คนอื่นรับไปเลี้ยงและย้ายกลับสหราชอาณาจักรหลังจากห่างกันไปกว่า 3 ทศวรรษ ในปี 2013 เบน ซึ่งขณะนั้นแต่งงานและอาศัยอยู่ที่โคโลราโด ตัดสินใจตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงจนพบ พวกเขาเริ่มติดต่อกันผ่านจดหมาย ความสัมพันธ์พัฒนาอย่างรวดเร็วจนกระทั่งนัดเจอกันครั้งแรกในปี 2014 และก้าวข้ามเส้นศีลธรรมมีเพศสัมพันธ์กันแทบจะในทันทีหนุ่มทิ้งเมียไปอยู่กินกับ แม่แท้ๆ หลังพลัดพราก 30 ปี เผยเซ็กส์สุดยอดจนลืมไม่ลง อ้างเป็น แรงดึงดูดทางพันธุกรรมเซ็กส์กับแม่สุดยอดจนกลับไปหาเมียไม่ได้เบน สารภาพกับ วิกตอเรีย ภรรยาของเขาในขณะนั้นว่า การมีเพศสัมพันธ์กับแม่เป็นเรื่องที่ “สุดยอดมาก” (Mind-blowing) จนถึงขั้นที่เขาบอกภรรยาว่า เขาไม่สามารถมีอะไรกับเธอได้อีกต่อไป หากไม่ได้จินตนาการหน้าของแม่ขึ้นมาแทนด้าน คิม ผู้เป็นแม่ยอมรับว่าเธอรู้สึกหึงหวงลูกสะใภ้ “วิกตอเรียต้อนรับฉันดี…
-
ช็อก! อินฟลูหนุ่มชื่อดัง เสียชีวิตปริศนา ในวัย 26 ปี (ข่าวต่างประเทศ)
ช็อก! อินฟลูหนุ่มชื่อดัง เสียชีวิตปริศนา ในวัย 26 ปี (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า ปี้ เจียฉี อินฟลูเอนเซอร์สายเพาะกายและเทรนเนอร์ชื่อดังชาวจีน มีชื่อเสียงโด่งดังในแวดวงฟิตเนส เสียชีวิตอย่างกะทันหันขณะนอนหลับ วัย 26 ปี โดยก่อนเกิดเหตุ ปี้ เจียฉี ยังได้นัดแนะกับเพื่อนสนิทว่าหลังจบการแข่งขันจะไปฉลองมื้อใหญ่ด้วยกัน ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่านั่นจะเป็นบทสนทนาสุดท้ายภายหลังการเสียชีวิต เพื่อนสนิทและแฟนคลับต่างพากันย้อนดูภาพถ่ายเก่าๆ ในโซเชียลมีเดียของ ปี้ เจียฉี และพบความผิดปกติที่ดูเหมือนเป็นสัญญาาณบอกเหตุมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยเฉพาะภาพถ่ายล่าสุดขณะที่เจ้าตัวกำลังนั่งเล่นเกมอยู่นั้น ปี้ เจียฉี มีอาการอ่อนเพลียอย่างหนัก นั่งพิงเก้าอี้ด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า และริมฝีปากมีสีม่วงคล้ำ ทำให้ชาวเน็ตต่างมองว่านี่อาจเป็นอาการขาดออกซิเจนรุนแรงและร่างกายกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ