Category: ต่างประเทศ
-
แม่ปีศาจ ฟาดลูก 2 เดือนกับพื้น จนกะโหลกแตก สมองเละ เพราะรำคาญร้องไห้ไม่หยุด
ศาลอังกฤษสั่งจำคุกตลอดชีวิต แม่โหดจับหัวทารกวัย 2 เดือนกระแทกพื้นดับ อ้างอุบัติเหตุก่อนโยนบาปให้สามีที่ล่วงลับศาลเมืองโคเวนทรี ของอังกฤษมีคำพิพากษาตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ซารา อาร์ซาลาน หรือชื่อเดิม ชารันดีป ทัลวันดี วัย 31 ปี ในข้อหาฆาตกรรม ด.ญ.ฮาร์ลีน เบนส์ ลูกสาวแท้ๆ วัยเพียง 2 เดือนของตนเอง ซึ่งเธอจะต้องรับโทษขั้นต่ำ 19 ปี ถึงจะมีสิทธิลดยห่อนโทษแม่ใจมารก่อเหตุจับศีรษะลูกกระแทกกับพื้นบ้านอย่างรุนแรงในอารมณ์โกรธจัดจนทารกน้อยเสียชีวิต เหตุเกิดที่บ้านพักในย่านเวสต์บรอมวิช ใกล้เมืองเบอร์มิงแฮม เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2020ผู้พิพากษา คาวานาจ เคซี ชี้แจงในการอ่านคำพิพากษาว่า แรงจูงใจในการก่อเหตุมาจากความเหนื่อยล้าและเครียดสะสมของการเป็นแม่ลูกอ่อน ประกอบกับเสียงร้องไห้ไม่หยุดของทารก ทำให้ซาราเกิดอาการฟิวส์ขาดและลงมือทำร้ายลูกด้วยความรุนแรงแม้การทำร้ายจะกินเวลาเพียงไม่กี่วินาที แต่ทารกน้อยกลับต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บสาหัสขั้นวิกฤต ทั้งกะโหลกศีรษะร้าว กระดูกไหปลาร้าหัก ขาซ้ายหัก กระดูกสันหลังบาดเจ็บ และสมองถูกทำลายอย่างรุนแรงจนไม่อาจยื้อชีวิตไว้ได้ เสียชีวิตลงในวันรุ่งขึ้นยิ่งไปกว่านั้น หลักฐานทางการแพทย์ยังพบรอยร้าวที่กระดูกซี่โครงซึ่งเกิดจากการถูกจับกระแทกอย่างรุนแรงในช่วง 3-6 วันก่อนหน้าเหตุการณ์สลด เป็นหลักฐานใช้ความรุนแรงที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้วความน่าหดหู่ของคดีนี้ยังรวมถึงพฤติกรรมของจำเลยที่พยายามแต่งเรื่องโกหกเพื่อปัดความรับผิดชอบ ในตอนแรกที่นายจาตินเดอร์ เบนส์ ผู้เป็นพ่อ โทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน ซาราอ้างกับตำรวจว่าลูกดิ้นหลุดมือและตกลงพื้นขณะเปลี่ยนผ้าอ้อม แต่โศกนาฏกรรมของครอบครัวนี้ยังไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อนายเบนส์ตัดสินใจจบชีวิตตนเองด้วยความโศกเศร้าในเดือนสิงหาคมปี…
-
ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร! ดาราสาวเล่าอดีตสามีนอกใจ สุดช็อกเมื่อรู้ว่าคนรักใหม่คือแม่แท้ๆ
ดาราสาวช็อก! สามีแอบแซ่บแม่แท้ๆ นานครึ่งปี ถูกจับได้ไม่สลด หลุดปาก ดาราสาวช็อก! สามีแอบแซ่บแม่แท้ๆ นานครึ่งปี ถูกจับได้ไม่สลด หลุดปาก "จัดการได้ทั้งแม่ทั้งลูก"กลายเป็นเรื่องราวสุดช็อกที่ยิ่งกว่านิยาย เมื่อ "เจียงผิง" อดีตนางแบบและนักแสดงสาวชาวไต้หวัน ได้ออกมาเปิดเผยผ่านรายการโทรทัศน์ถึงอดีตอันขมขื่นเกี่ยวกับชีวิตสมรสที่ล้มเหลว หลังจากที่เธอพบความจริงว่าอดีตสามีแอบคบชู้กับแม่แท้ๆ ของเธอเอง และที่เลวร้ายที่สุดคือทั้งคู่แอบมีความสัมพันธ์ทางเซ็กซ์กันในห้องนอนในขณะที่เธอนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นเจียงผิงเล่าในรายการ "News Wawawa" (新聞挖挖哇!) ว่า ในอดีตเธอตัดสินใจแต่งงานกับนักเขียนบทหนุ่มรุ่นพี่ที่อายุห่างกันถึง 14 ปี ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากครอบครัวแต่หลังจากใช้ชีวิตคู่ได้เพียง 5 ปี ความสัมพันธ์เริ่มเปลี่ยนไป อดีตสามีเริ่มทำตัวห่างเหินนานกว่าครึ่งปี เมื่อเธอพยายามซักไซ้ไล่เลียงด้วยความสงสัยว่าเขามีเมียน้อยหรือไม่ อดีตสามีกลับหลุดปากพูดประโยคที่ทำให้เธอแทบสิ้นสติว่า "ฉันคนเดียวจัดการได้ทั้งแม่ทั้งลูกนั่นแหละ"แม่แท้ๆ กลายเป็นมือที่สาม ทำลายครอบครัวคำสารภาพดังกล่าวทำให้เจียงผิงทราบความจริงว่า "มือที่สาม" ที่ทำลายชีวิตคู่ของเธอไม่ใช่คนอื่นไกล แต่คือแม่แท้ๆ ของเธอเอง โดยอดีตสามีอ้างว่าฝ่ายแม่ของเธอเป็นคนเริ่มเข้าหาเขาก่อน นอกจากนี้เธอยังพบความจริงที่น่าเจ็บปวดว่า ทั้งคู่มักจะใช้ช่วงเวลาที่เธอพักผ่อนอยู่ในห้องนั่งเล่น แอบเข้าไปทำกิจกรรมทางเซ็กซ์กันในห้องนอนอย่างไม่เกรงใจเมื่อความลับแตก เจียงผิงรีบกลับไปที่บ้านแม่เพื่อถามความจริง แต่แม่ของเธอกลับหลบหน้าและไม่ยอมพูดจาใดๆ พร้อมทั้งปิดประตูใส่เธอ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกก็ขาดสะบั้นลงและไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยเป็นเวลากว่า 20 ปี แม้แต่พ่อของเธอก็ยังไม่ทราบความจริงในขณะนั้น เพราะเจียงผิงเลือกที่จะปิดบังไว้เพื่อปกป้องความรู้สึกของพ่อจุดจบของคนทรยศและความกตัญญูของอดีตภรรยาเจียงผิงเผยว่าในช่วงที่ความจริงเปิดเผยใหม่ๆ อดีตสามีไม่มีท่าทีสำนึกผิดแม้แต่น้อย แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจหย่าร้างเพื่อจบความสัมพันธ์อันบิดเบี้ยวนี้ ปัจจุบันอดีตสามีมีชีวิตที่ค่อนข้างลำบาก…
-
คลิปสะอื้น ยาย 90 ติดเตียง ร่ำไห้ลาหลานสาว แต่งงานออกเรือน
“อานเอ๊ย… แล้วใครจะหยิบลูกอมให้ย่าล่ะลูก… กอดย่าหน่อยสิ” เสียงสะอื้นสั่งลาของหญิงชราวัย 90 ปี นอนติดเตียง เอื้อมมือสั่นเทากุมมือหลานสาวในชุดแต่งงาน ทำเอาผู้คนนับล้านบนโซเชียลกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เหตุการณ์สุดบีบหัวใจนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนิงห์บิงห์ ประเทศเวียดนาม เมื่อ “หง็อก อาน” (Ngoc Anh) เจ้าสาวในชุดสีขาวบริสุทธิ์ เดินเข้าไปกราบลาคุณย่าที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็กแม้ว่าบ้านของเจ้าบ่าวจะอยู่ห่างออกไปเพียงแค่ 100 เมตร แต่สำหรับคุณย่าที่สุขภาพอ่อนแอจนลุกจากเตียงไม่ไหว การที่หลานสาวสุดที่รักต้องออกเรือนไป ถือเป็นการลาจากครั้งใหญ่ที่ทำให้ท่านใจหาย เต็มไปด้วยความห่วงหาภาพในคลิปเผยให้เห็นคุณย่านอนใช้ผ้าเช็ดน้ำตา จับมือหลานสาวไว้แน่นไม่อยากปล่อย พร้อมเอ่ยปากขอให้หลานกอด ขณะที่เจ้าสาวเองก็ร้องไห้ออกมาพร้อมให้คำมั่นสัญญาว่า “หนูไปก่อนนะคะย่า เดี๋ยวหนูจะกลับมาหา”ทันทีที่คลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างท่วมท้น ชาวเน็ตจำนวนมากคอมเมนต์ว่าดูแล้วร้องไห้ตามเพราะคิดถึงปู่ย่าตายายของตัวเอง หลายคนเข้ามาแชร์ความรู้สึกเสียดายที่ในวันแต่งงานของตนเองไม่มีท่านอยู่เคียงข้างแล้ว พร้อมทิ้งท้ายข้อคิดเตือนใจว่าสิ่งที่คนเฒ่าคนแก่ปรารถนาที่สุดในบั้นปลายชีวิต ไม่ใช่งานเลี้ยงหรูหราหรือเงินทอง แต่คือการได้มีลมหายใจรอดูความสำเร็จและวันแห่งความสุขของลูกหลานนั่นเองครับอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องคลิปช็อก แม่ตกสไลเดอร์ ร่างกระแทกพื้นดับ คำพูดสุดท้ายสะเทือนใจ ทิ้งลูก 4 ขวบกำพร้าสะเทือนใจ คลิปไวรัล ยายขนผัก ซ้อนมอเตอร์ไซค์ หวิดร่วง พลังโซเชียลแห่ตามไปอุดหนุนสะเทือนใจ เด็กหญิง 6 ขวบ รอดชีวิตจากเหตุรถไฟตกรางในสเปนราวปาฏิหาริย์ แต่ต้องกลายเป็นกำพร้า
-
สหรัฐฯ ตั้งค่าหัว 323 ลบ. ล่า “โมจตาบา” ผู้นำอิหร่าน และสมุน
วันที่ 14 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยอ้างอิงจากสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นที่รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยกระทรวงต่างประเทศ ได้เสนอเงินรางวัลจำนวน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 323 ล้านบาท ให้กับผู้ที่สามารถให้เบาะแสข่าวเกี่ยวกับบรรดาผู้นำสำคัญของอิหร่าน รวมถึง โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ได้ว่าอยู่ที่ใดสำหรับการตั้งเงินรางวัลนี้อยู่ภายใต้โครงการที่ชื่อว่า โครงการรางวัลเพื่อความยุติธรรมของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งมีขึ้นในขณะที่ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านของกองทัพสหรัฐและอิสราเอลยังดำเนินต่อไป โดยมีการระบุรายชื่อเฉพาะของผู้นำระดับสูงอิหร่านที่ทางการสหรัฐต้องการทราบข้อมูลเบาะแส ได้แก่ นายอาลี อัสการ์เฮจาซี รองเสนาธิการทหาร พล.อ.ยาห์ยา ราฮิม ซาฟาวี ที่ปรึกษาทางทหาร นายอาลี ลาริจานี ผู้ช่วยของโมจตาบา พลจัตวาเอสกันดาร์ โมเมนี รัฐมนตรีมหาดไทย และนายเอสมาอิล คาติบ รัฐมนตรีข่าวกรองและความมั่นคงของอิหร่านด้านนายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม ตามเวลาท้องถิ่นว่า โมจตาบา ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ได้รับบาดเจ็บและอาจเสียโฉม พร้อมกับตั้งคำถามถึงความสามารถในการปกครองประเทศของผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ หลังจากที่โดนสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีมาครบ 2 สัปดาห์แล้ว และมีขึ้นหลังจากที่โมจตาบา ได้ออกแถลงการณ์เป็นครั้งแรกนับจากขึ้นเป็นผู้นำสูงสุด…
-
หญิงไต้หวันปวดหูรุนแรง แพทย์พบ แมลงสาบตัวเป็น ๆ รีบคีบออกจากหู
ขนลุก! หญิงไต้หวันปวดหูรุนแรง แพทย์พบ แมลงสาบตัวเป็น ๆ รีบคีบออกจากหู ทำกรี๊ดลั่นห้อง พร้อมแนะ 2 วิธีเบื้องต้น จัดการแมลงในหูเพจ 莊宇龍診所 ที่มักเผยแพร่องค์ความรู้ทางการแพทย์โดยเฉพาะเรื่องโสตศอนาสิกออกมาแชร์อุทาหรณ์ของนักเรียนหญิงระดับมัธยมต้นรายหนึ่งในกรุงไทเป เดินทางเข้าพบแพทย์ด้วยความตกใจและรีบขอความช่วยเหลือโดยบอกกับแพทย์ว่า “หูของหนูปวดมาก และรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังขยับอยู่ข้างใน…” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เมื่อแพทย์หูคอจมูกตรวจด้วยกล้องส่องหู ก็พบภาพที่ไม่คาดคิด นั่นคือแขกไม่ได้รับเชิญสีน้ำตาลแดงตัวหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในช่องหู ซึ่งภายหลังยืนยันว่าเป็น “แมลงสาบที่ยังมีชีวิต” ติดอยู่ในช่องหู莊宇龍診所แพทย์หูคอจมูก จวงอวี่หลงระบุว่า แม้ตลอดการทำงานจะเคยพบแมลงเข้าไปในหูผู้ป่วยบ้างเป็นครั้งคราว แต่กรณีแมลงสาบติดอยู่ภายในช่องหูถือว่าไม่พบได้บ่อย จึงไม่แปลกที่ผู้ป่วยจะมีอาการปวดและรู้สึกไม่สบายอย่างรุนแรงจากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ซึ่งสร้างความหวาดเสียวให้ผู้ชม เห็นได้ว่าแพทย์ต้องตั้งสมาธิอย่างมาก ใช้คีมขนาดเล็กค่อย ๆ สอดเข้าไปในช่องหูที่แคบ เพื่อพยายามจับตัวแมลงสาบออกมา กระทั่งสามารถคีบวัตถุสีน้ำตาลแดงออกมาได้สำเร็จ莊宇龍診所ในจังหวะที่เด็กนักเรียนหญิงซึ่งกำลังอดทนกับความเจ็บปวดเงยหน้ามอง ก็พบว่าสิ่งที่ออกมาคือ “แมลงสาบที่ยังมีชีวิตและกำลังดิ้นอย่างแรง” ทำให้เธอตกใจจนร้องกรีดร้องเสียงดัง ขณะเดียวกันแมลงสาบยังคงเตะขาอย่างรุนแรงจนบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ในห้องถึงกับสะดุ้งแพทย์จวงอวี่หลงให้สัมภาษณ์กับอีทีทูเดย์เฮลธ์ โดยเตือนว่า หากมีแมลงหรือแมลงสาบมีชีวิตเข้าไปในหู ไม่ควรพยายามใช้เครื่องมือแคะหรือเขี่ยออกเองโดยพลการ เพราะหากนำออกไม่ทันเวลา แมลงที่ดิ้นอยู่ภายในอาจทำให้ผนังช่องหูเป็นแผล หรือก่อให้เกิดการอักเสบและมีเลือดออกที่แก้วหูได้ ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรงแล้ว ในกรณีร้ายแรงอาจส่งผลต่อการได้ยินสำหรับสถานการณ์ที่เรียกว่า “วิกฤตแมลงในหู” แพทย์แนะนำว่า เบื้องต้นอาจลองใช้วิธีส่องแสง เพื่อดึงดูดให้แมลงคลานออกมา หรือใช้วิธีหยดน้ำมันลงไปในหูเพื่อให้แมลงหยุดดิ้นและตายลงก่อน อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดหูรุนแรง รู้สึกมีสิ่งแปลกปลอม หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ในหู ควรรีบไปพบแพทย์เฉพาะทางหูคอจมูกโดยเร็วที่สุด…
-
ด่วน! กัมพูชา ออกแถลงการณ์ทันที หลังมีดราม่า ปม สไบ กับไทย
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 กระทรวงวัฒนธรรม ประเทศกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมเขมรและการตอบสนองอย่างมีความรับผิดชอบของสาธารณชนเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 กระทรวงวัฒนธรรม ประเทศกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมเขมรและการตอบสนองอย่างมีความรับผิดชอบของสาธารณชน โดยเเถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาได้รับทราบข้อมูลและความคิดเห็นบางประการที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ของไทย รวมถึงคำกล่าวของบุคคลทางการเมืองไทยบางท่าน เกี่ยวกับเครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิมและการคัดค้านการนำเสนอและการส่งเสริมวัฒนธรรมเขมรกระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมขอเน้นย้ำว่า มรดกทางวัฒนธรรมเขมร ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม รวมถึงเครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิมและศิลปะการแสดงออกอื่นๆ ได้รับการสนับสนุนอย่างมั่นคงจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สไบ ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของเครื่องแต่งกายสตรีเขมรแบบดั้งเดิมที่ใช้ในพิธีการและชุดแต่งงานทั้งนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพิธีกรรม พระทองตองสไบ มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับต้นกำเนิดของอารยธรรมเขมร ย้อนกลับไปถึงยุคฟูนัน ประเพณีนี้ได้รับการอนุรักษ์ เคารพ และปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างต่อเนื่องโดยชาวเขมรหลายชั่วอายุคนจนถึงปัจจุบัน วัฒนธรรมได้กลายเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของชาวเขมร และจะยังคงเป็นองค์ประกอบที่ยั่งยืนและแยกไม่ออกของอัตลักษณ์นั้นทั้งในปัจจุบันและอนาคตกระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมเรียกร้องให้ประชาชนชาวกัมพูชารักษาความสงบและยึดมั่นใน ศักดิ์ศรี เกียรติ และความรับผิดชอบของเราในการตอบสนองใดๆ เพื่อให้แน่ใจว่าการกระทำของเราสะท้อนถึงมาตรฐานสูงสุด ของจริยธรรมทางวัฒนธรรม ในฐานะชาติที่มีอารยธรรมอันยาวนานและเคารพศักดิ์ศรีทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง เราต้องยืนหยัดอย่างมั่นคงบนความจริงทางประวัติศาสตร์ โดยมีรากฐานมาจากความแข็งแกร่งของมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษของเรามาหลายพันปี และความเชื่อมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ ในฐานะหลักการชี้นำกระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมย้ำว่ามรดกทางวัฒนธรรมไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อ ผลประโยชน์ทางการเมือง การยุยงปลุกปั่นทางสังคม หรือการส่งเสริมการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ แต่ควรให้วัฒนธรรมทำหน้าที่ เป็นสะพานที่เสริมสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน ด้วยเจตนารมณ์นี้ กระทรวงฯ จึงขอเรียกร้องให้สถาบันทางวัฒนธรรม สถาบันการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐในประเทศสมาชิกอาเซียน ร่วมมือกันต่อไปเพื่อส่งเสริมความเข้าใจทางประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องและความเคารพซึ่งกันและกันในอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ให้สอดคล้องกับจิตวิญญาณร่วมกันของประชาคมอาเซียนอย่างไรก็ตาม…
-
อิหร่าน เล็งผ่อนปรน อนุญาตให้เรือขนน้ำมันผ่านฮอร์มุซได้ ด้วยเงื่อนไขทำสะเทือนทั้งโลก
วันนี้ (14 มีนาคม 2569) สำนักข่าวต่างประเทศ Reuters ได้มีการรายงานว่า อิหร่านเตรียมอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันบางส่วน สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้วันนี้ (14 มีนาคม 2569) สำนักข่าวต่างประเทศ CNN ได้มีการรายงานว่า อิหร่านเตรียมอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันบางส่วน สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ แต่มีเงือนไขสำคัญว่า การซื้อขายน้ำมันในเรือเที่ยวนั้น ๆ จะต้องทำผ่านสกุลเงินหยวนของจีนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลอิหร่าน เปิดเผยว่า ความเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลอิหร่าน เพื่อบริหารจัดการการเดินเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก โดยปกติแล้ว การซื้อขายน้ำมันในตลาดโลกเกือบทั้งหมดจะใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก ยกเว้นน้ำมันจากรัสเซียที่ถูกนานาชาติคว่ำบาตร ซึ่งมีการหันไปซื้อขายด้วยเงินรูเบิลหรือเงินหยวนแทนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนพยายามอย่างหนักในการผลักดันการซื้อน้ำมันด้วยเงินหยวน โดยเฉพาะการเจรจากับ ซาอุดีอาระเบีย อย่างไรก็ตาม เงินดอลลาร์ ยังคงเป็นสกุลเงินสำรองหลักของโลก และเงินหยวนยังคงไม่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในตลาดสากลขณะเดียวกัน องค์การสหประชาชาติ ได้ออกมาเตือนว่า การจำกัดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะส่งผลกระทบมหาศาล ต่อการดำเนินงานด้านมนุษยธรรมในขณะที่ภาวะสงครามยังคงดำเนินอยู่ทางด้าน ทอม เฟล็ทเชอร์ รองเลขาธิการสหประชาชาติฝ่ายกิจการด้านมนุษยธรรม กล่าวว่า เมื่อเรือหยุดสัญจรผ่านช่องแคบนั้น ผลกระทบจะลุกลามอย่างรวดเร็ว อาหาร ยา ปุ๋ย แลเวชภัณฑ์ต่าง ๆ จะขนส่งได้ยากลำบากขึ้น และมีค่าใช้จ่ายในการจัดส่งที่สูงขึ้นตามไปด้วย
-
ถูกลืมทิ้งไว้ในอุโมงค์ MRI 6 ชั่วโมง
ฝันร้ายในอุโมงค์ MRI! โรงพยาบาลดังออกแถลงการณ์ขอโทษ หลังลืมคนไข้ทิ้งไว้ในเครื่องนานถึง 6 ชั่วโมงลองจินตนาการดูว่า ต้องนอนนิ่งๆ ถูกมัดติดกับเตียงในอุโมงค์แคบๆ นานถึง 6 ชั่วโมงโดยที่ไม่มีใครมาดูแลหรือสนใจ… นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นจนกลายเป็นประเด็นร้อนในวงการสาธารณสุขจีน เมื่อโรงพยาบาลถงจี้ (Tongji Hospital) ในเมืองอู่ฮั่น ต้องออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเร่งด่วน เพราะลืมคนไข้ไว้ในอุโมงค์ตรวจ MRIเหตุการณ์สุดช็อกครั้งนี้ เกิดขึ้นเพราะความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ หลังจากการตรวจ MRI เสร็จสิ้นลง เจ้าหน้าที่แผนกรังสีวิทยาได้ละเมิดระเบียบวินัย และ "ลืม" ส่งมอบงานกันตามขั้นตอนคนไข้ (นายถัง) ถูกทิ้งให้นอนอยู่บนเตียงตรวจภายในเครื่อง MRI นานเกือบ 6 ชั่วโมง ในสภาพที่ร่างกายถูกจำกัดการเคลื่อนไหว (โดยเฉพาะช่วงคอ)คนทำความสะอาดคือฮีโร่ โดยคนไข้ได้รับการช่วยเหลือในช่วงเช้า หลังจากพนักงานทำความสะอาดมาพบเข้าโดยบังเอิญหลังจากเรื่องนี้ถูกตีแผ่ผ่านสื่อ โรงพยาบาลถงจี้ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษ ฝ่ายบริหารได้เข้าพบคนไข้และครอบครัวเพื่อขอโทษกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องถูกสั่งพักงานทันที เพื่อรอการสอบสวนทางวินัยนอกจากนี้ โรงพยาบาลยังจัดให้มีการตรวจร่างกายคนไข้อย่างละเอียด และกำลังเจรจาเรื่องค่าชดเชยความเสียหายแม้ทางโรงพยาบาลจะระบุว่า "การติดอยู่ในเครื่องไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง" แต่ชาวเน็ตและผู้เชี่ยวชาญบางส่วนกลับไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะในกรณีที่คนไข้มีปัญหาเรื่องกระดูกสันหลังส่วนคอ การต้องนอนนิ่งๆ ในท่าเดิมนานถึง 6 ชั่วโมงย่อมส่งผลต่อกล้ามเนื้อและสภาพจิตใจ (ภาวะกลัวที่แคบ) อย่างแน่นอน.ที่มาและภาพ : sohu, ChatGPT
-
ไปงานเลี้ยงรุ่นแต่ขอกลับก่อน ถึงบ้านเจอภาพตรงหน้า ทำลั่นวาจา “ขอไม่ไปเจอเพื่อนเก่าอีกเลย”
ไปงานเลี้ยงรุ่นแต่ขอตัวกลับก่อน… เปิดประตูบ้านมาเจอภาพตรงหน้า ทำเอาลั่นวาจา “ขอไม่ไปเจอเพื่อนเก่าอีกเลย”“งานเลี้ยงรุ่น” ที่ควรจะเป็นการหวนรำลึกความหลังอันแสนอบอุ่น บางครั้งกลับกลายเป็นเวทีประชันความสำเร็จที่ทำให้บางคนต้องกลับบ้านด้วยความรู้สึกอ้างว้าง เหมือนกับเรื่องราวของคุณ “หลี่หลาน” หญิงสาวจากเมืองกว่างโจว ประเทศจีน ที่เพิ่งตัดสินใจไปร่วมงานเลี้ยงรุ่นฉลอง 15 ปีหลังเรียนจบ แต่กลับต้องเผชิญกับค่านิยมที่เปลี่ยนไปของเพื่อนร่วมชั้นหลี่หลานลังเลตั้งแต่แรกว่าจะไปดีไหม เพราะปัจจุบันเธอลาออกจากงานมาเป็นแม่บ้านเต็มตัวเพื่อดูแลลูกน้อย ให้สามีเป็นเสาหลักของครอบครัว เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่มีหน้าที่การงานใหญ่โตหรือความสำเร็จหรูหราไปอวดเพื่อนๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหารระดับสูง แต่สุดท้ายเธอก็ยอมไปเพราะคิดว่าแค่ไปเจอหน้าพูดคุยกันประสาเพื่อนเก่าแต่เมื่อถึงงาน บรรยากาศกลับไม่เป็นอย่างที่คิด… บทสนทนาบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยการโอ้อวดเรื่องรายได้ รถคันใหม่ บ้านหลังโต และทริปเที่ยวต่างประเทศ งานเลี้ยงรุ่นกลายเป็นการข่มกันกลายๆเมื่อถึงคิวที่เพื่อนถามไถ่ชีวิตของหลี่หลาน เธอตอบสั้นๆ เพียงว่า “ตอนนี้เป็นแม่บ้านดูแลครอบครัว” คำตอบนั้นทำให้เกิดความเงียบชั่วขณะ ก่อนที่เพื่อนๆ จะเปลี่ยนเรื่องคุยและข้ามเธอไปอย่างรวดเร็วความรู้สึกแปลกแยกทำให้หลี่หลานตัดสินใจขอตัวกลับก่อนงานเลิก อ้างว่าต้องรีบกลับไปดูลูก ซึ่งเพื่อนๆ ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรมากนัก ระหว่างทางกลับบ้าน เธออดรู้สึกเศร้าและน้อยใจในตัวเองไม่ได้แต่เมื่อเปิดประตูเข้าบ้าน… ภาพตรงหน้าทำเอาเธอถึงกับยืนอึ้งและน้ำตาคลอเบ้า สามีของเธอกำลังวุ่นวายกับการเก็บของเล่นที่ลูกรื้อกระจุยกระจาย พอเห็นเธอเดินเข้ามา เขาก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้พร้อมถามว่า “งานเลี้ยงรุ่นสนุกไหม? พ่อเพิ่งป้อนข้าวลูกเสร็จพอดีเลย” ส่วนลูกชายตัวน้อยก็วิ่งเข้ามากอดขาเจื้อยแจ้วว่ารอแม่กลับมาตั้งนานวินาทีนั้น หลี่หลานตระหนักได้ทันทีว่า ความรู้สึกว่างเปล่าในงานเลี้ยงรุ่นไม่ได้เกิดจากการที่เธอด้อยกว่าคนอื่น แต่มันเกิดจากการที่คนในงานเอาคุณค่าของชีวิตไปผูกติดกับวัตถุและการเปรียบเทียบ ในขณะที่ความสำเร็จที่แท้จริงของเธอ รอคอยเธออยู่ที่บ้านเสมอ นั่นคือครอบครัวที่อบอุ่น สามีที่พร้อมแบ่งเบาภาระ และลูกที่รักเธอหมดหัวใจหลังจากคืนนั้น หลี่หลานได้โพสต์ระบายความรู้สึกบนโซเชียลมีเดีย พร้อมประกาศจุดยืนว่าจะไม่ไปร่วมงานเลี้ยงรุ่นแบบนี้อีก ไม่ใช่เพราะเกลียดเพื่อนเก่า แต่เพราะเธอเข้าใจแล้วว่า…
-
ระเบิด 15 ลูก ถล่มเกาะคาร์ก อิหร่านยัน ไม่มีโครงสร้างด้านพลังงานเสียหาย ขู่โจมตีบริษัทน้ำมันร่วมมือสหรัฐคืน
ระเบิด 15 ลูก ถล่มเกาะคาร์ก อิหร่านยัน ไม่มีโครงสร้างทางน้ำมันเสียหาย ขู่โจมตีบริษัทน้ำมันร่วมมือสหรัฐคืนเมื่อวันที่ 14 มีนาคม จากกรณี โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ระเบิดเป้าหมายทางการทหารของอิหร่าน บนเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นแหล่งส่งออกน้ำมันสำคัญของประเทศประธานาธิบดีทรัมป์ ได้โพสต์ทรูธโซเชียล เผยแพร่คลิปวิดีโอ ที่ซีเอ็นเอ็นระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ แสดงให้เห็นการโจมตีทางอากาศของสหรัฐ บนเกาะคาร์ก รวมถึงโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกในสนามบิน และรันเวย์สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่าน ซึ่งเป็นสำนักข่าวของรัฐบาลอิหร่าน รายงานว่าไม่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันใดได้รับความเสียหายจากการโจมตีของสหรัฐ บนเกาะคาร์กมีรายงานว่า มีการระเบิดมากกว่า 15 ครั้งบนเกาะ และมีควันหนาทึบพวยพุ่งขึ้นจากการโจมตีของสหรัฐ ต่อฐานทัพเรือโจเชน หอควบคุมการจราจรทางอากาศ และโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์ตามรายงานของสื่อของรัฐอิหร่าน ได้อ้างคำกล่าวของ กองบัญชาการทหารคาตัม อัล-อันบิยา ในกรุงเตหะราน ว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและพลังงานใดๆ ของอิหร่าน จะนำไปสู่การตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายในภูมิภาค ที่บริษัทน้ำมันที่มีหุ้นในอเมริกา หรือร่วมมือกับอเมริกาอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ระเบิด 15 ลูก ถล่มเกาะคาร์ก อิหร่านยัน ไม่มีโครงสร้างด้านพลังงานเสียหาย ขู่โจมตีบริษัทน้ำมันร่วมมือสหรัฐคืนติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่– Website :…