Category: ต่างประเทศ
-
ระทึก! ยายจีนวัย 89 ปีนตึกชั้น 27 ลงชั้น 21 หนีห้องล็อกที่ปักกิ่ง รอดปาฏิหาริย์
ระทึก! คุณยายจีนวัย 89 ปีนตึกจากชั้น 27 ลงชั้น 21 หลังเผลอล็อกตัวเองในห้องพักที่กรุงปักกิ่ง – ภาพจาก Sinaระทึก! คุณยายชาวจีนวัย 89 ปี ปีนตึกจากชั้น 27 ลงชั้น 21 หลังเผลอล็อกตัวเองในห้องพักที่กรุงปักกิ่ง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัยหญิงสูงอายุวัย 89 ปีรายหนึ่งในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย หลังเกิดเหตุเผลอล็อกตัวเองอยู่ภายในห้องพัก และตัดสินใจปีนลงจากด้านนอกอาคารเพื่อขอความช่วยเหลือเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีผู้พบเห็นหญิงรายนี้อยู่บริเวณด้านนอกอาคารพักอาศัย ระหว่างชั้น 26 ขณะเกาะอยู่กับโครงเหล็กสำหรับติดตั้งเครื่องปรับอากาศของตัวอาคารพนักงานทำความสะอาดและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่บริเวณด้านล่าง ได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือเบา ๆ จึงรีบตรวจสอบ ก่อนพบหญิงรายดังกล่าวอยู่ในจุดเสี่ยง จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและประสานงานหน่วยดับเพลิงขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้พยายามตะโกนให้เธอหยุดเคลื่อนไหวและรอการช่วยเหลือ แต่หญิงรายนี้ยังคงค่อย ๆ เคลื่อนตัวลงอย่างระมัดระวัง ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเดินทางมายังที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการผูกเชือกนิรภัยและจัดพื้นที่รองรับอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยเหลือคุณยายวัย 89 ปี – ภาพจาก Sinaต่อมา เธอหยุดอยู่ที่บริเวณชั้น 21 ซึ่งอยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 50 เมตร ในสภาพอ่อนล้า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงเข้าประเมินสถานการณ์และวางแผนช่วยเหลือจากภายในอาคาร…
-
กัมพูชา สงสัย ทำไมเรียกอ่าวไทย ทั้งที่เขมรเคยยิ่งใหญ่ เป็นต้นกำเนิดวัฒนธรรม
กัมพูชา ตั้งข้อสงสัยทำไมเรียก “อ่าวไทย” ไร้ชื่อ “อ่าวเขมร” บนแผนที่โลก ทั้งที่อิทธิพลที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชี้ขอมเน้นรุ่งเรืองบนแผ่นดินมากกว่าทางนาวี ยืนยันเป็นต้นฉบับวัฒนธรรมให้เพื่อนบ้านเป็นคำถามที่ดูเหมือนเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งอย่างยิ่ง สำนักข่าวกัมพูชา phnompenhpost ตั้งข้อสงสัยว่าเมื่อครั้งหนึ่งอาณาจักรขอมเคยเป็นอารยธรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดบนแผ่นดินใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เหตุใดน่านน้ำตามแนวชายฝั่งกัมพูชาจึงไม่ถูกเรียกว่า “อ่าวเขมร” และทำไมทั่วโลกจึงรู้จักกันในชื่อ “อ่าวไทย” อย่างในทุกวันนี้?คำตอบของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของชื่อเรียก แต่คือการปฏิสัมพันธ์ระหว่างภูมิศาสตร์ อำนาจ และประวัติศาสตร์ที่ทับซ้อนกันมาอย่างยาวนานในช่วงที่อาณาจักรขอมรุ่งเรืองถึงขีดสุดระหว่างศริสต์ศตวรรษที่ 9-15 โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองพระนคร ความแข็งแกร่งของอาณาจักรนี้คือการเป็นอารยธรรมบนแผ่นดิน ขอมสร้างความยิ่งใหญ่ผ่านระบบชลประทานที่ก้าวหน้า การผลิตทางการเกษตร และสถาปัตยกรรมที่อลังการ ต่างจากอาณาจักรศรีวิชัยที่รุ่งเรืองจากมหาอำนาจทางทะเลและการคุมเส้นทางค้าขาย ชาวขอมในอดีตไม่ได้ให้ความสำคัญกับการตั้งชื่อหรือควบคุมน่านน้ำขนาดใหญ่เพื่อแสดงตัวตนอิทธิพลของขอมแพร่กระจายผ่านวัฒนธรรมและการเมืองบนแผ่นดินใหญ่ ส่งต่อมายังรัฐของชาวไทยในยุคแรกอย่างสุโขทัยและอยุธยา ขณะที่ชื่อเรียกน่านน้ำในโลกโบราณนั้นมักไม่มีชื่อที่ตายตัวหรือได้รับการยอมรับในระดับสากลชื่อทางภูมิศาสตร์ที่เป็นมาตรฐานอย่างที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน เพิ่งจะเริ่มในช่วงที่นักสำรวจชาวตะวันตกเริ่มเข้ามาทำแผนที่โลก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บริบททางการเมืองในภูมิภาคได้เปลี่ยนไปแล้วหลังจากศตวรรษที่ 15 อาณาจักรขอมเริ่มอ่อนแอลง ขณะที่อาณาจักรอยุธยาผงาดขึ้นเป็นมหาอำนาจใหม่แทน ซึ่งรัฐที่เกิดขึ้นใหม่มีอิทธิพลเหนือพื้นที่ชายฝั่งและเขตทะเลมากขึ้น ทำให้ชาวต่างชาติที่เข้ามาติดต่อสื่อสารเลือกจดจำและบันทึกชื่อภูมิภาคตามมหาอำนาจในขณะนั้นในช่วงอินโดจีนของฝรั่งเศส นักทำแผนที่ชาวตะวันตกได้ทำให้ชื่อเรียกต่าง ๆ เป็นทางการ โดยส่วนใหญ่ระบุชื่อน่านน้ำนี้ว่า อ่าวสยาม (Gulf of Siam) ตามชื่อประเทศสยามที่มีบทบาทโดดเด่นในเวทีโลก ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น อ่าวไทย ในศตวรรษที่ 20สำนักข่าวกัมพูชา มองว่า การที่ไม่มีชื่ออ่าวเขมรปรากฏไม่ใช่หลักฐานว่าขอมไม่มีตัวตนในประวัติศาสตร์ทางทะเล แต่มันเกี่ยวข้องกับจังหวะเวลา เพราะชื่อบนแผนที่มักจะถูกตั้งตามศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ปรากฏล่าสุด ไม่ได้อ้างอิงจากรากเหง้าของอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดเสมอไปแม้แผนที่ในปัจจุบันจะเขียนว่า…
-
“นอสตราดามุสจีน” ทำนายบทสรุปสงครามอิหร่าน
ศาสตราจารย์เจียง “นอสตราดามุสจีน” ทำนายบทสรุปสงครามตะวันออกกลาง คาด “ทรัมป์” หาทางลง ส่วนอิหร่านกลายเป็นมหาอำนาจในภูมิภาคเต็มตัวศาสตราจารย์ เจียง เสวียฉิน หรือ “นอสตราดามุสจีน” ซึ่งใช้หลักการที่เขาเรียกว่า "จิตวิทยาประวัติศาสตร์" ในการวิเคราะห์เหตุการณ์ในอดีตเพื่อทำนายอนาคต และควบคุมปัจจุบัน ซึ่งผลงานที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นว่ามีระดับความแม่นยำที่สูงมากจนสร้างความฮือฮาไปทั่วโลกออนไลน์ เช่น 2 ปีก่อนเคยทำนายว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นสมัยที่ 2 และเตือนว่ามีความเสี่ยงสูงมากที่สหรัฐฯ จะเข้าสู่สงครามกับอิหร่านล่าสุดศาสตราจารย์เจียงได้ออกมาทำนายถึงบทสรุปสุดท้ายของสงครามตะวันออกกลาง โดยมีเนื้อหาว่า ทรัมป์จะหาทางลงแล้วถอนตัวออกไปอย่างเสียหน้า ขณะที่ประเทศในอ่าวเปอร์เซีย เมื่อเห็นว่าสหรัฐฯ กำลังจะถอนตัวก็จะเริ่มหาทางหนีทีไล่ทันที โดยบางประเทศอย่างกาตาร์ และโอมาน จะขยับเข้าหาอิหร่าน ในขณะที่ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) จะขยับเข้าหาอิสราเอลเขายังทำนายว่า ระบบเงินปิโตรดอลลาร์จะอ่อนแอลงอย่างมาก และอิหร่านที่ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ แถมยังคงคุมช่องแคบฮอร์มุซ จะก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจในภูมิภาคอย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษก็ต้องจับตาดูว่าคำทำนายครั้งนี้ของศาสตราจารย์เจียงจะแม่นเหมือนกับก่อนหน้านี้หรือไม่ข่าวที่เกี่ยวข้องปากีสถานยันการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านเกิดแน่! เร่งจัดสถานที่-รักษาความปลอดภัย “ทรัมป์” คุย “เนทันยาฮู” ลดการโจมตีเลบานอนเพื่อผลักดันเจรจาสันติภาพ อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “นอสตราดามุสจีน” ทำนายบทสรุปสงครามอิหร่านติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.pptvhd36.com
-
มันคือตัวอะไร๊?!! สาวกรี๊ดลั่น “ก้อนสีดำ” วิ่งผลุบเข้ากางเกง เพื่อนขำกลิ้งไม่ช่วย ดูกี่ทีก็สยอง…
สู้ชีวิตมาก! นาทีหนูมุดกางเกงสาวพนักงานร้านเสื้อผ้า สะบัดขาแทบหลุดแต่เพื่อนยืนขำไม่หยุดแทบช็อก! สาวนอนพักผ่อนดีๆ ถูกหนูบุก "มุดกางเกง" เพื่อนขำกลิ้งไม่ช่วย นาทีนี้ใครจะทนไหว"กลายเป็นคลิปไวรัลสุดฮาแต่เจ้าของเรื่องขำไม่ออก! เมื่อสำนักข่าว TV Azteca รายงานเหตุการณ์ชวนขนลุกที่เกิดขึ้นในร้านขายเสื้อผ้าแห่งหนึ่งในประเทศบราซิล เมื่อพนักงานสาวรายหนึ่งต้องเผชิญกับแขกไม่ได้รับเชิญที่บุกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวมุดแรงแซงทุกโค้ง! นาทีหนูบุกกางเกงเหตุการณ์ในกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นนาทีที่หญิงสาวสองคนกำลังนอนพักผ่อนอยู่บนพื้นร้านอย่างสบายอารมณ์ แต่แล้วจู่ๆ ก็มีเจ้าหนูตัวหนึ่งวิ่งสี่คูณร้อยออกมาจากมุมห้อง แล้วพุ่งตรงดิ่งมุดเข้าไปใน "ขากางเกง" ของหญิงสาวที่นอนอยู่ทันที!วินาทีนั้นความสงบสุขก็พังทลายลง เธอรีบกระโดดตัวลอยพร้อมส่งเสียงกรีดร้องด้วยความสยองขวัญ พยายามสะบัดแข้งสะบัดขาและเต้นแร้งเต้นกาเพื่อให้เจ้าหนูหลุดออกมา ในขณะที่เพื่อนสาวอีกคนที่อยู่ข้างๆ แทนที่จะรีบเข้ามาช่วย กลับยืนหัวเราะลั่นอย่างเอาเป็นเอาตายกับภาพสุดอนาถที่อยู่ตรงหน้าระทึกแต่จบสวย (แบบระแวง)โชคดีที่ท้ายที่สุดเจ้าหนูตัวแสบก็หาทางออกเจอและวิ่งหนีออกจากขากางเกงไปได้ ทิ้งให้หญิงสาวเจ้าของเรื่องยืนเสียขวัญ หน้าถอดสี และคอยลูบคลำกางเกงตัวเองซ้ำๆ ด้วยความระแวงและหวาดผวา แม้จะไม่มีอาการบาดเจ็บทางร่างกาย แต่คาดว่าแผลใจน่าจะลึกพอสมควรคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ: หนูไม่ใช่เรื่องเล่นๆนอกจากความตกใจแล้ว ผู้เชี่ยวชาญยังย้ำเตือนว่าหนูเป็นพาหะนำโรคร้ายแรงหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น โรคฉี่หนู (Leptospirosis), ไวรัสฮันตา, โรคไข้หนูกัด หรือแม้แต่ กาฬโรค ดังนั้นการรักษาความสะอาดในพื้นที่และการกำจัดสัตว์พาหะจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ
-
ย้อนตำนาน ราชินีเพลงเอเชีย เสียชีวิตทันที ขณะส่งรพ.ช้าเพราะรถติด (ต่างประเทศ)
ย้อนตำนาน ราชินีเพลงเอเชีย เสียชีวิตทันที ขณะส่งรพ.ช้าเพราะรถติด (ต่างประเทศ)สำนักข่าวฮ่องกง รายงานข่าว เติ้งลี่จวิน ราชินีเพลงเอเชีย เสียชีวิตด้วยโรคหอบหืดกำเริบที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2538 ขณะมีอายุ 42 ปี สร้างความตกใจให้กับแฟนเพลงทั่วโลกเวลาผ่านไป 31 ปี บิลลี่ พ่อบ้านชาวไทยผู้ดูแลนักร้องดังในวันนั้น ออกมาให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรก เขาเล่าเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุเพื่อเปิดเผยเรื่องราวสุดท้ายของนักร้องดังให้ทุกคนได้รับรู้ว่าช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ เติ้งลี่จวินไม่มีอาการผิดปกติ เวลาประมาณ 15.30 น. พอล แฟนหนุ่มของเธอออกไปซื้อผลไม้ข้างนอกปล่อยให้เธออยู่ในห้องพักคนเดียว เวลา 16.15 น. บิลลี่พบว่าเติ้งลี่จวินมีอาการป่วย เขาจึงรีบเรียกผู้จัดการเพื่อพาส่งโรงพยาบาล การจราจรในเชียงใหม่เวลานั้นติดขัดอย่างหนักตอนส่งเธอไปโรงพยาบาลรถติดมาก ทำให้พลาดช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการรักษา เมื่อถึงโรงพยาบาลหมอก็พยายามช่วยชีวิตแต่ไม่สำเร็จ
-
ดราม่า! รถจีนระดับเวิลด์คลาส ช่างญี่ปุ่นชำแหละ BYD Sealion 7 ก่อนยอมรับ “ของเขามาดีจริง” ช่างดังชี้ฮาร์ดแวร์ไม่ธรรมดา เทียบชั้น Benz-BMW ได้
ดราม่าวงการยานยนต์ญี่ปุ่น เมื่อช่างระดับโปรชำแหละ BYD Sealion 7 เพื่อพิสูจน์คำสบประมาท “รถจีน = รถญี่ปุ่นเมื่อ 30 ปีก่อน”เกิดกระแสดราม่าในวงการยานยนต์ญี่ปุ่น เมื่อช่างผู้เชี่ยวชาญด้านช่วงล่างจากสำนักแต่งชื่อดัง 'Sanko Works' รื้อรถไฟฟ้า BYD Sealion 7 ของจีนอย่างละเอียดเพื่อตอบโต้คำสบประมาทที่ว่ารถจีนล้าหลังเหมือนรถญี่ปุ่นเมื่อ 30 ปีก่อนผลการตรวจสอบเผยว่า BYD Sealion 7 มาพร้อมฮาร์ดแวร์ระดับยุโรป เช่น ช่วงล่างหน้าแบบ Double Wishbone วัสดุอะลูมิเนียม พร้อมเบรก 4 Pot และจานเบรกเจาะรู โครงสร้างแข็งแกร่ง ช่างญี่ปุ่นบอกว่า "เหมือนเอาข้อดีของ Benz และ BMW มารวมกัน" พร้อมโช้คอัพที่ผลิตโดย BYD ใช้วัสดุเกรดพรีเมียมซึ่ง "ดีกว่าของญี่ปุ่นบางรุ่น" และงานเก็บรายละเอียดใต้ท้องรถที่ประณีตและจัดการอากาศพลศาสตร์ได้ดีเยี่ยมช่างญี่ปุ่นสรุปว่า ปัญหาที่มีไม่ใช่เรื่องคุณภาพชิ้นส่วน แต่เป็นเรื่องประสบการณ์การปรับจูนเซ็ตช่วงล่างที่เริ่มต้นหนืดแข็งเกินไป ส่งผลให้การกระจายน้ำหนักตอนเข้าโค้งไม่ดีพอ แก้ไขได้ง่ายโดยลงทุนจูนเซ็ตช่วงล่างใหม่ภายในงบไม่ถึง 1 แสนเยน (ราว 2 หมื่นกว่าบาท)…
-
อนาคตดับ อดีตไอดอลเจอคุก 1 ปี เมาซิ่งรถ ช่วงคุมประพฤติคดียาเสพติด
แฟนคลับช็อก! นัมแทฮยอน อดีตวง WINNER ถูกตัดสินจำคุก 1 ปี หลังเมาแล้วขับชนเกาะกลาง ช่วงคุมประพฤติคดียาเสพติด พบเผยประวัติทำผิดซ้ำ อนาคตในวงการดับเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ศาลแขวงกรุงโซลตะวันตก ประเทศเกาหลีใต้ มีคำพิพากษาตัดสินจำคุก นัมแทฮยอน (Nam Tae-hyun) นักร้องหนุ่มวัย 32 ปี อดีตสมาชิกวงไอดอลชื่อดัง WINNER เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งน้อยกว่าที่อัยการเสนอเรียกรับโทษ 1 ปี 6 เดือน และสั่งปรับเป็นเงิน 1 ล้านวอน (ประมาณ 27,000 บาท) ข้อหาละเมิดกฎหมายจราจรทางบกจากการเมาแล้วขับ ในช่วงเวลาที่เขายังอยู่ระหว่างการคุมประพฤติจากคดีใช้ยาเสพติดก่อนหน้านี้แม้จะมีโทษจำคุกแต่ศาลยังไม่ได้ออกหมายกักขังในทันที เนื่องจากพิจารณาว่าไม่มีความเสี่ยงในการทำลายหลักฐานหรือหลบหนี ทำให้เขายังไม่ต้องเข้าเรือนจำจนกว่าคำตัดสินจะถึงที่สุดคำตัดสินของศาลระบุชัดเจนว่า ระดับความอันตรายที่เกิดขึ้นจากการละเมิดกฎหมายจราจรในครั้งนี้อยู่ในเกณฑ์ที่สูงมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับบทลงโทษที่เข้มงวด แม้ว่านัมแทฮยอนจะให้การยอมรับผิดและแสดงความสำนึกผิดต่อการกระทำ แต่ด้วยความร้ายแรงของเหตุการณ์ โดยเฉพาะการใช้ความเร็วเกินกำหนด ทำให้เขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงโทษจำคุกได้ย้อนกลับไปเมื่อเช้ามืดวันที่ 27 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 04.10 น.…
-
แฉยับ! ลูกเศรษฐี รุมโทรมเพื่อนร่วมชั้น ถ่ายคลิปประจาน อ้างช่องโหว่รอดคดีล่วงละเมิด
ทริปทัศนศึกษาคอสตาริกากลายเป็นฝันร้าย เมื่อเด็กนักเรียน ม.2 ถูกเพื่อนร่วมชั้นตั้งแก๊งรุมโทรมแถมถ่ายคลิปแบล็กเมล์ เจาะลึกเบื้องหลังคดีสุดช็อกที่ “ทายาทมหาเศรษฐี” อาจลอยนวลจากข้อหาข่มขืน เพียงเพราะก่อเหตุนอกประเทศ และทนายกำลังงัดทุกช่องโหว่เพื่อช่วยให้พ้นผิด!จากกรณีข่าวฉาวสะเทือนขวัญที่ถูกพูดถึงอย่างหนักบนหน้าสื่อ เมื่อเด็กนักเรียนชายชั้น ม.2 (เกรด 8) ตกเป็นเหยื่อถูกเพื่อนร่วมชั้น 4 คนรุมโทรม พร้อมทั้งถ่ายคลิปวิดีโอเก็บไว้ ล่าสุด ข้อมูลเชิงลึกจากการสืบสวนของสื่อต่างประเทศอย่าง Las Vegas Review-Journal และ 8 News Now ได้เปิดเผยเบื้องหลังที่น่าตกใจยิ่งกว่า เพราะหนึ่งในผู้ก่อเหตุคือ ทายาทมหาเศรษฐี และทั้งหมดอาจ รอดพ้นจากข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ เพียงเพราะช่องโหว่ทางเขตอำนาจศาลจุดเริ่มต้นฝันร้าย ทัศนศึกษาที่เปลี่ยนชีวิตเหยื่อตลอดกาลเหตุการณ์สุดสะเทือนใจนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน ปี 2025 ระหว่างทริปทัศนศึกษาที่ประเทศคอสตาริกา ของโรงเรียนเอกชนชื่อดัง The Alexander Dawson School เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดาเหยื่อซึ่งถูกระบุชื่อในเอกสารฟ้องร้องว่า Jack Doe ถูกเพื่อนร่วมชั้น 4 คนกระทำชำเราแบบรุมโทรม โดยมี Vaughn Griffith (ปัจจุบันอายุ 15 ปี) ซึ่งเป็นลูกชายของมหาเศรษฐีหญิงที่เคยขึ้นปกนิตยสารชื่อดัง…
-
ดับฝัน! ช่างภาพดัดหลัง ปล่อย “รูปสด” คอสเพลย์สาวเบี้ยวเงิน รู้เลยโมโหแร๊ง!!!
อย่าหาทำ! ช่างภาพแฉยับคอสเพลย์เยอร์เบี้ยวค่าจ้าง โชว์ภาพก่อน-หลังรีทัช ชาวเน็ตลั่น วงการคอสเพลย์สั่นสะเทือน! เลิกจ้างแต่ไม่จ่ายตังค์ ช่างภาพแค้นจัดปล่อย "รูปสด" ทำชาวเน็ตอึ้ง ทึ่งพลังรีทัช!กลายเป็นดราม่าร้อนระอุในโลกโซเชียลของจีน เมื่อคอสเพลย์เยอร์สาวรายหนึ่งเบี้ยวจ่ายเงินค่าจ้างส่วนที่เหลือ งานนี้ช่างภาพไม่ขอทน ขุด "รูปต้นฉบับ" ก่อนแต่งออกมาแฉยับ จนชาวเน็ตถึงกับอุทานว่า "พี่ช่างภาพเก่งเกินไปไหม!"ชนวนเหตุ: เบี้ยวเงินไม่พอ แถมตัดการติดต่อ!สื่อต่างประเทศรายงานว่า เน็ตไอดอลสายคอสเพลย์สาวรายหนึ่งได้นัดแนะกับช่างภาพเพื่อถ่ายชุดคอสเพลย์ในลุค "สาวสองมิติ" สุดละมุน แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อถึงกำหนดชำระเงินงวดสุดท้าย (เงิน尾款) ฝ่ายหญิงสาวกลับนิ่งเฉยและปฏิเสธที่จะสื่อสารเพื่อตกลงกันเมื่อความอดทนสิ้นสุดลง ช่างภาพที่รู้สึกว่าถูกเอาเปรียบจึงตัดสินใจใช้ไม้ตายสุดท้าย ด้วยการอัปโหลดภาพ "Original" หรือภาพดิบที่ยังไม่ผ่านโปรแกรมตัดต่อใดๆ ขึ้นสู่โลกออนไลน์ เพื่อเป็นการสั่งสอนภาพตัดแปะ VS ภาพจริง: ชาวเน็ตอึ้งจนตาค้าง!หลังจากภาพดิบถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจีนถึงกับต้องขยี้ตาแรง เพราะภาพสาวน้อยน่ารักในชุดคอสเพลย์ที่เคยเห็น กลับมีรูปลักษณ์ที่ต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง:ผิวพรรณ: จากที่เคยขาวเนียนอมชมพู กลับดูหมองคล้ำและซีดเซียวใบหน้า: เมคอัพดวงตาที่เคยกลมโตหายวับไป แถมยังเห็นรอยดัดฟันและเหนียงใต้คางที่ชัดเจนหุ่น: จากสาวไซซ์มินิกลายเป็นสาวเจ้าเนื้อแบบที่จำแทบไม่ได้เสียงสะท้อนจากชาวเน็ต: "เงินก้อนนี้ควรเป็นของเขาจริงๆ"หลังจากเห็นภาพเปรียบเทียบ ชาวเน็ตต่างแห่กันเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจช่างภาพอย่างล้นหลาม เช่น:"เข้าใจเลยว่าทำไมช่างภาพถึงโกรธจัด ฝีมือแต่งรูปนี่ระดับเทพเจ้าชัดๆ""หาพื้นที่ความเศร้าในใจช่างภาพหน่อยครับ ทำงานหนักขนาดนี้แต่ไม่ได้ตังค์""เห็นรูปแล้วบอกเลยว่า เงินที่เขาเรียกเก็บน่ะสมควรได้ทุกบาททุกสตางค์ เพราะมันคือค่าฝีมือล้วนๆ!"ดราม่านี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับสายจ้างงานว่า "อย่าริอาจลองดีกับช่างภาพ" เพราะดาบที่คมที่สุดของพวกเขาไม่ใช่เลนส์ราคาแพง แต่เป็นปุ่ม "Publish" ภาพต้นฉบับนั่นเอง!
-
ใครเห็นก็ว่าตาย! เก๋งถูกรถบรรทุกทับบี้แบน คนขับออกมาจากซากรถเดินปร๋อ (คลิป)
ใครเห็นก็ว่าตาย! เก๋งถูกรถบรรทุกทับบี้แบน พลเมืองดีงัดประตูหลุด ตะลึงคนขับออกมาจากซากรถเดินปร๋อ (คลิป)ใครเห็นก็ว่าตาย! เก๋งถูกรถบรรทุกทับบี้แบน คนขับออกมาจากซากรถเดินปร๋อ (คลิป)เป็นคลิปเก่าที่ถูกนำมาแชร์อีกครั้งในโลกโซเชียล และเป็นที่ฮือฮา เมื่อคนขับรถยนต์รายหนึ่งสามารถหนีออกมาจากซากรถที่ถูกรถบรรทุกพ่วงทับจนแบนได้อย่างปาฏิหาริย์ โดยที่เจ้าตัวไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อยอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2023 บนถนนสายหลักเชื่อมระหว่างเมืองซิวดัดเดลคาร์เมน และเมืองบียาเอร์โมซา (Ciudad del Carmen – Villahermosa) ประเทศเม็กซิโกวิดีโอจากที่เกิดเหตุเผยให้เห็นนาทีขณะที่ชายสองคนกำลังพยายามงัดประตูรถเก๋งสีส้มที่พังยับเยิน เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายใน ทันใดนั้น คนขับรถกลับกระโดดออกมาจากซากเหล็กและลุกขึ้นยืนได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท่ามกลางเสียงตะโกนด้วยความดีใจเป็นภาษาสเปนของผู้อยู่ในเหตุการณ์ว่า "เขายังมีชีวิตอยู่!" และ "เขาออกมาได้แล้ว!"นาทีชีวิตภายใต้ซากรถพ่วงภาพถ่ายจากสถานที่เกิดเหตุแสดงให้เห็นสภาพรถเก๋ง Nissan Versa สีส้ม ที่ถูกตัวพ่วงของรถบรรทุกขนาดใหญ่ทับจนเกือบมิดคัน โดยรายงานระบุว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นที่เมืองซานตาครูซ ประเทศเม็กซิโก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สาเหตุเกิดจากรถเก๋งคันดังกล่าวถูกรถบรรทุกอีกคันพุ่งชนท้ายอย่างแรง จนกระเด็นเข้าไปอัดก๊อปปี้อยู่ใต้ท้องรถบรรทุกคันหน้าสภาพความเสียหายของรถเก๋งนั้นรุนแรงถึงขั้นส่วนหน้าของรถหลุดกระเด็นและตัวถังถูกบดขยี้จนแทบจำสภาพเดิมไม่ได้ ซึ่งผู้ที่พบเห็นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุรุนแรงขนาดนี้เจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบและกู้ซากรถตามรายงานของสื่อท้องถิ่นระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุหลังจากมีการบันทึกภาพวิดีโอดังกล่าวเพียงไม่นาน โดยได้ทำการปิดล้อมพื้นที่เพื่อความปลอดภัย และต้องใช้รถยกถึงสองคันในการเคลื่อนย้ายยานพาหนะทั้งหมดออกจากพื้นผิวการจราจรขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างละเอียด เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเกิดจากการพุ่งชนท้ายต่อกันเป็นทอดๆ จนทำให้รถเก๋งโชคร้ายเข้าไปติดอยู่ใต้ท้องรถบรรทุก อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้กลายเป็นประเด็นที่พูดถึงอย่างมากในเรื่องของความโชคดีที่คนขับสามารถรอดพ้นความตายมาได้อย่างเหลือเชื่อ