Category: ต่างประเทศ
-
ดินถล่มอินโดฯ ยอดตาย 25 ศพ ยังสูญหายอีก 72 ราย หวั่นเสียชีวิตเพิ่มอีก
ดินถล่มในประเทศอินโดนีเซีย ยอดผู้เสียชีวิต 25 ศพ ยังสูญหายอีก 72 ราย หวั่นเสียชีวิตเพิ่มอีก นักเคลื่อนไหวชี้สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุสลดเมื่อวันที่ 26 มกราคม สำนักข่าว ABC รายงานว่า ทางการอินโดนีเซีย ออกมาเปิดเผยว่ายอดผู้เสียชีวิตจากเหตุดินถล่มในหมู่บ้าน ในจังหวัดชวาตะวันตก ตอนนี้อยู่ที่ 25 ศพ และยังมีผู้สูญหายมากถึง 72 ราย ท่ามความกังวลว่ายอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอีกโดยสภาพอากาศที่ดีขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถเข้ากู้ร่างผู้เสียชีวิตได้มากขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่หวั่นว่าผู้เสียชีวิตอาจจะถูกฝังใต้ดินหรือติดอยู่ใต้ต้นไม้ หลังจากนี้ทางการอินโดฯจะเพิ่มความเข้มข้นในการตามหาผู้สูญหายต่อไป และขอให้ทางการท้องถิ่นในพื้นที่เสี่ยงใช้มาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้นอีกทั้งนี้นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมเคยออกมาให้เหตุผลเรื่องดินถล่มในครั้งนี้ว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักไม่ใช่เพียงปัจจัยเดียวของการสูญเสียครั้งนี้โดยนักเคลื่อนไหวชี้ว่า เป็นผลพวงมาจากการเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมมานานหลายปี เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินเพื่อการพัฒนาที่ละเมิดกฎระเบียบการใช้ที่ดินในภูมิภาคอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องดินถล่มนิวซีแลนด์ เจออิทธิพลฝนถล่ม เจ้าหน้าที่เร่งตามหาผู้สูญหายบ่อขยะถล่มในฟิลิปปินส์ เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ ยังสูญหายอีก 38 รายดินถล่มเคนยา หลังฝนตกหนักหลายวัน ยอดตาย 21 ศพ สูญหายหลายสิบ
-
แฟนจับตา! คู่รักดาราดัง ลือสนั่นเลิกกันแล้ว หลังพบสัญญาณเตือนตั้งแต่สิงหาคมปีที่แล้ว(ข่าวต่างประเทศ)
แฟนจับตา! คู่รักดาราดัง ลือสนั่นเลิกกันแล้ว หลังพบสัญญาณเตือนตั้งแต่สิงหาคมปีที่แล้ว(ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า ปิดตำนานคู่รัก ฉางเฟิงตู้ ไป๋จิงถิง-ซ่งอี้ หรือเปล่า? อย่างที่ทราบกันดีว่าคู่นี้เริ่มมีข่าวลือเรื่องความรักหลังจากร่วมงานกันในซีรีส์ " สยบรักจอมเสเพล " ซึ่งไม่ใช่แค่โดนแอบถ่ายตอนไปพบครอบครัวของกันและกันเท่านั้น แต่ยังมีหลักฐานว่าไปเที่ยวด้วยกันบ่อยครั้ง แม้กระทั่งตอนโปรโมทซีรีส์ เคมีและท่าทางที่ตอบโต้กันอย่างเป็นธรรมชาติก็ทำเอาแฟนคลับฟินกันสุดๆโดย ล่าสุดปาปารัสซี่ชื่อดังจอมแฉของจีนได้ออกมาให้ข้อมูลว่า ทั้งคู่เลิกรากันแล้ว ปัจจุบันแทบไม่ได้ใช้เวลาร่วมกันเลย จนปาปารัสซี่เองก็ไม่สามารถเก็บภาพคู่ได้อีกต่อไป โดยมีลำดับเหตุการณ์ที่น่าสงสัยดังนี้- สิงหาคม 2025: ในช่วงโปรโมทซีรีส์เรื่องใหม่ ซ่งอี้ได้ลบคอมเมนต์คำถามที่ว่า "จะแต่งงานกับไป๋จิงถิงเมื่อไหร่" ออกไป- การปูทางข่าว "สาวโสด": บัญชีโซเชียลสายบันเทิงหลายแห่งเริ่มลงคอนเทนต์ในทิศทางเดียวกันว่า "ซ่งอี้โสดและมุ่งมั่นกับงาน" ซึ่งดูเหมือนเป็นการส่งสัญญาณบอกใบ้แฟนๆ ล่วงหน้า- ความสนิทสนมกับนักแสดงร่วม: ในการโปรโมทผลงานล่าสุด แฟนๆ สังเกตเห็นว่าซ่งอี้มีปฏิสัมพันธ์ที่สนิทสนมกับ "เฉิงเหล่ย" นักแสดงหนุ่มคนใหม่ จนทำให้หลายคนถึงกับเรียกชื่อไป๋จิงถิงกันเลยทีเดียว- หลักฐานมัดตัว: ชาวเน็ตขุดพบว่าซ่งอี้ เลิกติดตาม (Unfollow) ไป๋จิงถิงแล้ว และทั้งคู่ไม่มีภาพปรากฏตัวร่วมกันมานานกว่าครึ่งปี แม้แต่คืนเคาท์ดาวน์ปีใหม่ก็แยกกันฉลอง ซึ่งถือเป็น "ขั้นตอนมาตรฐาน" ของการเลิกรากันของคู่รักดารา
-
แทบอ้วก มนุษย์ป้ากรอกน้ำใส่ปาก พ่นใส่คนบนรถไฟฟ้า ขุดพบป่วยจิต สั่งโทษหนัก
มนุษย์ป้าพ่นน้ำเกลื่อนรถไฟฟ้า MRT ผู้โดยสารสุดทนพุ่งฉะยับ ชาวเน็ตขุดพบประวัติป่วยทางจิต กฎหมายเอาจริงจ่อปรับ 24,000 ส่งตำรวจสอบสวนดำเนินคดีปกติแล้วประเทศสิงคโปร์ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดและกฎระเบียบที่เคร่งครัด โดยเฉพาะบนระบบขนส่งสาธารณะ แต่ล่าสุดกลับมีคลิปไวรัลที่ทำเอาชาวเน็ตและผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT ถึงกับผงะ เมื่อเจอพฤติกรรมสุดแปลกของผู้โดยสารรายหนึ่งที่พ่นน้ำลงพื้นรถแบบไม่แคร์สายตาใครจนกลายเป็นดราม่าเดือดกลางขบวนคลิปวิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ครั้งแรกบนโซเชียลของจีน ก่อนจะถูกแชร์ว่อน Instagram เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา เผยให้เห็นภาพเหตุการณ์บนรถไฟฟ้าสาย North-South ช่วงชั่วโมงเร่งด่วนตอนเช้า ขณะขบวนรถกำลังมุ่งหน้าจากสถานี Choa Chu Kang ไปยัง Bukit Gombakในคลิปเผยให้เห็นหญิงผมสั้นสวมเสื้อลายดอกคนหนึ่งยกขวดน้ำขึ้นดื่มคำโต ก่อนจะพ่นน้ำออกจากปากลงสู่พื้นรถไฟฟ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้ผู้โดยสารคนอื่นต้องพยายามเบียดหนีไปอยู่ด้านหลังเพื่อหลบละอองน้ำ แต่หญิงคนดังกล่าวยังคงพ่นน้ำต่อไป บางจังหวะพ่นเฉียดผู้ชายที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ จนพื้นรถเจิ่งนองไปด้วยกองน้ำสุดท้ายความอดทนของผู้ร่วมทางก็มาถึงขีดจำกัด หญิงพลเมืองดีคนหนึ่งตัดสินใจพุ่งตัวเข้าไปแย่งขวดน้ำจากมือผู้ก่อเหตุ จนเกิดการยื้อแย่งกันกลางขบวน ทำให้ขวดน้ำและกระเป๋าผ้าของผู้ก่อเหตุร่วงลงพื้น พร้อมตะโกนด่าและถามด้วยความโมโหว่า“คุณเป็นบ้าอะไรเนี่ย? ไม่มีใครทำอะไรให้คุณเจ็บช้ำน้ำใจใช่ไหม? นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณทำแบบนี้นะ!”ด้านผู้ก่อเหตุไม่ได้โต้ตอบอะไร ทำเพียงเก็บกระเป๋าตัวเองขึ้นมา แต่ทิ้งขวดน้ำไว้ แล้วยืนนิ่ง ๆ ฟังคำด่าต่อไปหลังจากคลิปถูกเผยแพร่ มีชาวเน็ตจำนวนมากตั้งข้อสังเกตว่าหญิงรายนี้อาจมีอาการป่วยทางจิต จากการสืบค้นข้อมูลในโลกออนไลน์พบข้อมูลว่า เธอเป็นลูกค้าของมูลนิธิการกุศลท้องถิ่นที่ช่วยเหลือผู้ป่วยทางจิตให้กลับมาใช้ชีวิตในสังคม เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เธอเคยปรากฏตัวในสื่อดังอย่าง CNA เนื่องในวันสุขภาพจิตโลกแม้จะมีประวัติอาการป่วย แต่ตามกฎหมายของสิงคโปร์ การกระทำดังกล่าวถือว่ามีความผิดชัดเจน ซึ่งการถ่มน้ำลายหรือสั่งน้ำมูกลงพื้นในที่สาธารณะถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย…
-
นองเลือด! มือปืนกราดยิงกลางสนามบอลในเม็กซิโก ดับ 11 ศพ พบปลอกกระสุนกว่า 100 นัด
เหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญ เมื่อมีกลุ่มมือปืนบุกกราดยิงใส่ผู้คนกลางสนามฟุตบอลในเม็กซิโก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 ราย โดยในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนกว่า 100 นัดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา เกิดเหตุสังหารหมู่สะเทือนขวัญที่เมืองซาลามังกา รัฐกัวนาฮัวโต โดยกลุ่มชายติดอาวุธบุกเข้าไปภายในสนามกีฬากัมโปส เด ลาส กาบันญัส ระหว่างที่มีการแข่งขันฟุตบอลและมีผู้คนรับชมอยู่เป็นจำนวนมากโดยกลุ่มคนร้ายอย่างน้อย 4 คน เดินทางมาด้วยรถกระบะ 2 คัน ก่อนจะบุกเข้าไปเปิดฉากยิงใส่ผู้คนในพิกัดชุมชนโลมา เด ฟลอเรส อย่างบ้าคลั่งแล้วหลบหนีไปเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่พบปลอกกระสุนมากกว่า 100 นัด ตกกระจายเกลื่อนสนาม เสียงปืนดังสนั่นจนชาวบ้านที่อยู่ห่างออกไป 15 กิโลเมตรยังได้ยินชัดเจน จากเหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 10 ราย และเสียชีวิตเพิ่มที่โรงพยาบาลอีก 1 ราย รวมเป็น 11 ราย ขณะที่มีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 12 ราย ท่ามกลางรายงานข่าวท้องถิ่นที่ระบุว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจพุ่งสูงกว่านี้การสอบสวนเบื้องต้นมุ่งเป้าไปที่กลุ่มอิทธิพลมืดที่พัวพันกับการลักลอบขโมยน้ำมันและค้ายาเสพติด คาดว่าเป็นฝีมือกลุ่ม “ลา มาร์ริซา” เครือข่ายของคาร์เทล “ซานตา โรซา เด ลิมา” นำโดย เอล…
-
ไถนาอยู่ดีๆ ผงะ! เป็นผู้ค้นพบ “หลุมศพโบราณ” อายุ 4,000 ปี ซ่อนความลับร่างซ้อนร่าง
ตะลึงทั้งเกาะ! พลิกหน้าดินเจอ ขุดพบ "ความลับ" ใต้ผืนดิน! ชาวนาสกอตแลนด์เจอสุสานยุคสัมฤทธิ์ ร่างปริศนาไร้หัวชาวนาสกอตแลนด์ถึงกับขยี้ตา! กำลังไถนาอยู่ดีๆ ดันไปเจอ "สิ่งแปลกปลอม" ใต้ดิน เมื่อนักโบราณคดีมาตรวจสอบถึงกับอึ้ง ที่แท้คือสุสานโบราณยุคสัมฤทธิ์ อายุกว่า 4,000 ปี ที่ซุกซ่อนความลับสุดสะพรึงเอาไว้การค้นพบทางโบราณคดีที่หาได้ยากครั้งนี้ เกิดขึ้นที่เมือง Rhubodach บนเกาะ Bute (Isle of Bute) ประเทศสกอตแลนด์ เมื่อชาวนาคนหนึ่งบังเอิญไปขุดเจอเข้ากับหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่หลับใหลอยู่ใต้ดินมานานกว่าศตวรรษย้อนรอยอดีต 4,000 ปีผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สิ่งที่พบคือ "หลุมศพหิน" (Cist Grave) ซึ่งเป็นรูปแบบการฝังศพที่มีชื่อเสียงในยุคสัมฤทธิ์ (Bronze Age) มีอายุเก่าแก่ถึง 4,000 ปี หรือประมาณ 2,250 ปีก่อนคริสตกาลความจริงแล้ว จุดนี้เคยมีการค้นพบครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1863 (พ.ศ. 2406) โดยในตอนนั้นมีการขุดพบ "กะโหลกศีรษะ" และถูกส่งไปยังพิพิธภัณฑ์ในลอนดอน แต่หลังจากนั้นหลุมศพแห่งนี้ก็ถูกลืมเลือนและถูกฝังกลบอยู่ใต้ดินมานานกว่า 100 ปี จนกระทั่งถูกค้นพบอีกครั้งความลับของ "2 ร่าง"…
-
แพทย์บอกเอง อาหาร 3 กลุ่ม ต้านมะเร็ง กินแล้ว หายขาด โรคไม่กลับมาเป็นซ้ำ
เรื่องนี้มีที่มาจาก นพ.เจียง โซ่วซาน แพทย์เฉพาะทางด้านโรคไต เปิดเผยผ่านรายการโทรทัศน์ของไต้หวันว่า เขาเคยพบผู้ป่วยชายวัย 67 ปี ที่มาพบแพทย์เพราะโรคไตระยะที่ 3เรื่องนี้มีที่มาจาก นพ.เจียง โซ่วซาน แพทย์เฉพาะทางด้านโรคไต เปิดเผยผ่านรายการโทรทัศน์ของไต้หวันว่า เขาเคยพบผู้ป่วยชายวัย 67 ปี ที่มาพบแพทย์เพราะโรคไตระยะที่ 3 แต่กลับตรวจพบก้อนแข็งที่บริเวณลำคอโดยบังเอิญ เมื่อตรวจอย่างละเอียดและส่งตรวจเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลใหญ่ ก็พบว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งหลังเข้ารับเคมีบำบัด (chemotherapy) หนึ่งรอบ แพทย์ได้แนะนำให้ผู้ป่วยปรับพฤติกรรมการกิน โดยเฉพาะการเพิ่มการบริโภคอาหารต้านมะเร็ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ กระเทียม ที่ผู้ป่วยชื่นชอบอยู่แล้ว และนำมาสู่ผลลัพธ์อันน่าทึ่ง ผ่านไป 1 ปีครึ่ง อาการไม่กลับมาเป็นซ้ำโดย ดร.เจียง อธิบายว่า กระเทียมแม้จะมีกลิ่นแรง แต่เป็นผักที่อุดมไปด้วยสารประกอบซัลเฟอร์อินทรีย์ (organic sulfur compounds) ที่สามารถยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง การสร้างเส้นเลือดใหม่ และการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น กรดฟีนอล, ฟลาโวนอยด์ (รวมถึงเควอซิติน, อะปิเจนิน, มายริซิติน), วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆจากงานวิจัยและประสบการณ์ของแพทย์ พบว่า…
-
โศกนาฏกรรมงานแต่ง! มือระเบิดพลีชีพกดชนวนกลางวงเต้นรำ ดับ 7 ศพ เจ็บอื้อ (มีคลิป)
เหตุสลดงานแต่งปากีสถาน มือระเบิดพลีชีพพุ่งเข้ากลางฝูงชน ดับ 7 เจ็บ 25 ราย เผยคลิปวินาทีมรณะเหตุสลดงานแต่งปากีสถาน มือระเบิดพลีชีพพุ่งเข้ากลางฝูงชน ดับ 7 เจ็บ 25 ราย เผยคลิปวินาทีมรณะงานมงคลกลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมนองเลือด เมื่อเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายกลางงานแต่งงานในประเทศปากีสถาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 25 คน โดยคนร้ายอาศัยจังหวะที่แขกเหรื่อกำลังเฉลิมฉลองอย่างมีความสุข ก่อเหตุสะเทือนขวัญขึ้นอย่างโหดเหี้ยมวินาทีมรณะ เปลี่ยนเสียงเพลงเป็นเสียงกรีดร้องเหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ในแคว้นไคเบอร์ปักตุนควา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน คลิปวิดีโอในที่เกิดเหตุเผยให้เห็นภาพบรรยากาศงานแต่งงานที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน แขกในงานกำลังเต้นรำไปตามจังหวะเสียงกลองแต่แล้วจู่ๆ ความมืดมิดและเสียงกัมปนาทก็เข้าปกคลุมพื้นที่ เมื่อมือระเบิดที่แฝงตัวเข้ามาได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่สวมใส่มา (Suicide Vest) ท่ามกลางฝูงชน แรงระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิตทันทีและไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลรวม 7 ราย ขณะที่ผู้บาดเจ็บอีก 25 รายถูกเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยหลายรายอาการยังสาหัสเพ่งเล็ง "กลุ่มตาลีบัน" ล้างแค้นฝ่ายหนุนรัฐบาลสถานที่จัดงานดังกล่าวเป็นบ้านของ นูร์ อาลัม เมห์ซุด ผู้นำชุมชนและสมาชิก "คณะกรรมการสันติภาพ" ซึ่งเป็นกลุ่มพลเรือนที่รวมตัวกันโดยการสนับสนุนของรัฐบาล เพื่อต่อต้านกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่แม้จะยังไม่มีกลุ่มใดออกมาประกาศความรับผิดชอบอย่างเป็นทางการ แต่เจ้าหน้าที่และคนในพื้นที่ต่างพุ่งเป้าไปที่…
-
ทายาทเศรษฐีวัย 40 เบาหวานขึ้นตาจนบอด ใช้เงินครั้งสุดท้ายเพื่อ “จากไป” อย่างสงบ
ทายาทเศรษฐีวัย 40 เบาหวานขึ้นตาจนบอดสนิท รวยแต่รักษาไม่ได้ ขอใช้เงินครั้งสุดท้ายเพื่อ ทายาทเศรษฐีวัย 40 เบาหวานขึ้นตาจนบอดสนิท รวยแต่รักษาไม่ได้ ขอใช้เงินครั้งสุดท้ายเพื่อ "จากไป" อย่างสงบโรคเบาหวานไม่ใช่เรื่องไกลตัวและอาจกลายเป็นโศกนาฏกรรมหากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ดังเช่นกรณีศึกษาที่น่าสลดใจในไต้หวัน เมื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวของคนไข้ชายรายหนึ่งที่แม้จะมีฐานะร่ำรวยแต่ต้องสูญเสียการมองเห็นไปตลอดกาลจากโรคเบาหวาน จนนำไปสู่การตัดสินใจจบชีวิตตนเองในต่างประเทศนายแพทย์หลิน อี้ซิน (Dr. Lin Yixin) ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิซึม ได้แบ่งปันเรื่องราวผ่านรายการ Health Good Life (健康好生活) เกี่ยวกับคนไข้ชายวัย 40 ปี ซึ่งเป็นทายาทเศรษฐี ที่เข้ามาพบแพทย์ด้วยอาการ เลือดออกในจอประสาทตา ผลการตรวจร่างกายพบว่าเขามีระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) สูงถึง 13% และมีระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารพุ่งสูงกว่า 600 mg/dL ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์อันตรายอย่างยิ่งภาพประกอบจากคลังภาพภาวะแทรกซ้อนที่ย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้แม้ว่าคนไข้รายนี้จะพยายามอย่างหนักในการรักษา ทั้งการควบคุมอาหารและการฉีดอินซูลินจนสามารถลดระดับน้ำตาลสะสมลงมาอยู่ที่ 6.2% และน้ำตาลหลังมื้ออาหารเหลือเพียง 160 mg/dL ภายในเวลา 3 เดือน แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับดวงตานั้น "ไม่สามารถย้อนกลับมาเป็นปกติได้"นายแพทย์หลิน อี้ซิน ระบุว่าท้ายที่สุดจักษุแพทย์ได้วินิจฉัยว่าเขาต้องตาบอดถาวร โดยเหลือการมองเห็นเพียง 0.1 เท่านั้น ซึ่งสร้างความสิ้นหวังให้กับชายหนุ่มคนนี้เป็นอย่างมาก…
-
ชายเกาหลีเหนือผู้หลบหนีเพื่อความรัก เสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวในวัย 58 ปี
ชายเกาหลีเหนือผู้แปรพักตร์เพื่อความรัก เสียชีวิตในวัย 58 ปี เรื่องจริงที่ถูกขนานนามว่า Crash Landing on You ในชีวิตจริง – ภาพจาก mothership.sgตำนานรักข้ามพรมแดน! อดีตนักยูโดทีมชาติเกาหลีเหนือผู้แปรพักตร์เพื่อความรัก เสียชีวิตในวัย 58 ปี เรื่องจริงที่ถูกขนานนามว่า Crash Landing on You ในชีวิตจริง25 มกราคม 2569- อี ชางซูอดีตนักกีฬายูโดทีมชาติเกาหลีเหนือ เสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้น เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา ด้วยวัย 58 ปี ปิดฉากชีวิตชายผู้เลือก “ความรัก”เหนืออำนาจรัฐ และกลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวจริงที่สะเทือนใจที่สุดของวงการกีฬาและการเมืองบนคาบสมุทรเกาหลีเรื่องราวชีวิตของเขาถูกสื่อหลายสำนักขนานนามว่าเป็น“Crash Landing on You (ปักหมุดรักฉุกเฉิน) ในชีวิตจริง” โดยเปรียบเทียบกับซีรีส์ชื่อดังที่เล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างทหารเกาหลีเหนือผู้แปรพักตร์กับหญิงสาวชาวเกาหลีใต้Crash Landing on YouCrash Landing on You (ปักหมุดรักฉุกเฉิน) ซีรีส์เกาหลีใต้แนวโรแมนติก – คอมเมดี้ ออกอากาศปี 2019…
-
เจ้าหน้าที่สหรัฐ “ยิงอีกศพ” พบเป็นพยาบาลศูนย์ทหารผ่านศึก-ไร้ประวัติอาชญากรรม (คลิป)
เจ้าหน้าที่สหรัฐ “ยิงอีกศพ” – วันที่ 25 ม.ค. เอพี รายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกายิง นายอเล็กซ์ เจฟฟรีย์ เพรตติ วัย 37 ปี เสียชีวิตในเมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา เมื่อวันเสาร์ที่ 24 ม.ค.ตามเวลาท้องถิ่นส่งผลให้ผู้ประท้วงจำนวนมากออกมารวมตัวบนท้องถนนท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเหน็บ ไม่กี่สัปดาห์หลังเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐ (ไอซีอี) ยิงใส่รถของน.ส.เรเน่ กู้ด วัย 37 ปี จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมานายทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา สั่งการให้กองกำลังรักษาความมั่นคงแห่งชาติในพื้นที่ช่วยเหลือตำรวจท้องถิ่นท่ามกลางการประท้วงที่ทวีความรุนแรงขึ้นด้านพ่อแม่ของนายเพรตติกล่าวว่าลูกชายเป็นพยาบาลประจำแผนกดูแลผู้ป่วยหนัก ศูนย์การแพทย์ของกระทรวงกิจการทหารผ่านศึกสหรัฐ และเข้าร่วมการประท้วงกรณีเจ้าหน้าที่สังหารน.ส.กู้ด“เขาห่วงใยผู้คนอย่างมากและเขารู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองมินนีแอโพลิสและทั่วสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับไอซีอี เช่นเดียวกับผู้คนอีกหลายล้านคนที่รู้สึกไม่พอใจ” นายไมเคิล เพรตติ พ่อของนายเพรตติกล่าว ขณะที่บันทึกของศาลพบว่านายเพรตติไม่มีประวัติอาชญากรรมประชาชนรวมตัวกัน ณ จุดที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางยิงนายอเล็กซ์ เพรตติ วัย 37 ปี เสียชีวิตในเมืองมินนิอาโพลิส เมื่อวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2026เจ้าหน้าที่สหรัฐ “ยิงอีกศพ” – People gather…