Category: ต่างประเทศ
-
สลด! “รถโดยสาร” ตกแม่น้ำปัทมาที่บังกลาเทศ เสียชีวิตอย่างน้อย 23 ราย หลังเรือชนโป๊ะท่าเรือ
สลด! “รถโดยสาร” ตกแม่น้ำปัทมาที่บังกลาเทศ เสียชีวิตอย่างน้อย 23 ราย หลังเรือชนโป๊ะท่าเรือเมื่อวันที่ 26 มี.ค.69 เพจ World Forum ข่าวสารต่างประเทศ โพสต์ข้อความระบุว่าประเทศบังกลาเทศ 🇧🇩 | รถไหลตกแม่น้ำโศกนาฏกรรมรถโดยสารตกแม่น้ำปัทมา เสียชีวิตอย่างน้อย 23 ราย หลังเรือชนโป๊ะท่าเรือเกิดเหตุสลดที่ท่าเรือเฟอร์รีดาอุลัตเดีย เขตเมืองราชบารี ประเทศบังกลาเทศ เมื่อรถโดยสารประจำทางสายคูมาร์คาลี–ราชบารี พลัดตกลงสู่แม่น้ำปัทมา ระหว่างรอขึ้นเรือเฟอร์รี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 รายเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 17:15 น. ของวันที่ 25 มีนาคม ขณะรถโดยสารซึ่งมีผู้โดยสารราว 40 คน จอดอยู่บนโป๊ะหมายเลข 3 เพื่อรอขึ้นเรือเฟอร์รี ท่ามกลางการเดินทางหนาแน่นหลังเทศกาล เกิดเหตุเรือเฟอร์รีขนาดเล็กได้พุ่งชนโป๊ะอย่างรุนแรง ทำให้รถเสียหลักไหลและตกลงสู่แม่น้ำอย่างรวดเร็วพยานในที่เกิดเหตุระบุว่า ได้ยินเสียงผู้คนร้องตะโกนก่อนจะเห็นรถไหลลงน้ำต่อหน้าต่อตา ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและนักประดาน้ำเร่งเข้าพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้ง และสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้เพียง 2 รายในช่วงแรกปฏิบัติการค้นหาดำเนินต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ก่อนที่เรือกู้ซากจะสามารถยกรถขึ้นจากแม่น้ำได้ในช่วงหลังเที่ยงคืน โดยพบผู้เสียชีวิตเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดรวมอยู่ที่อย่างน้อย 23 รายเจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดให้ครอบครัวแล้ว ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า ขณะที่ญาติผู้สูญหายยังคงเฝ้ารอความหวังอยู่บริเวณท่าเรือขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ…
-
คลิปสลด 24 ศพ รถทัวร์พุ่งตกแม่น้ำ ลึก 10 เมตร ขณะขึ้นเรือเฟอร์รี บังกลาเทศ
สลด รถบัสผู้โดยสารตก แม่น้ำปัทมา ลึกเกือบ 10 เมตร ขณะกำลังขับขึ้นเรือเฟอร์รีในเขตราชบารี ประเทศบังกลาเทศ เสียชีวิตอย่างน้อย 24 ศพเจ้าหน้าที่บังกลาเทศรายงาน อุบัติเหตุรุนแรง รถบัสโดยสารซึ่งบรรทุกคนประมาณ 40 คน พุ่งตกลงไปในแม่น้ำปัทมา ในเมืองเดาลัตเดีย เขตราชบารี ห่างจากกรุงธากาประมาณ 100 กิโลเมตร รถบัสสูญเสียการควบคุมขณะกำลังขับเข้าไปจอดบนเรือเฟอร์รี ตัวรถพลิกคว่ำจมลงไปในแม่น้ำที่ความลึกเกือบ 10 เมตรทัลฮา บิน จาซิม เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงเปิดเผยว่า ทีมกู้ภัยสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากรถบัสที่จมน้ำได้ 22 ศพ ประกอบด้วยผู้ชาย 6 ศพ ผู้หญิง 11 ศพ เด็ก 5 ศพ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ยืนยันยอดผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมด 24 ศพ จำนวนนี้รวมถึงผู้หญิง 2 คนที่เสียชีวิตหลังจากทีมกู้ภัยช่วยเหลือขึ้นมาบนฝั่งได้แล้วปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายยังคงดำเนินต่อไป หน่วยดับเพลิง 4 ชุดพร้อมนักประดาน้ำ 10 คนเป็นผู้นำทีมค้นหาใต้น้ำ กองทัพ ตำรวจ หน่วยยามฝั่ง เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นส่งกำลังเข้าร่วมสนับสนุนภารกิจนี้…
-
ศาลยกฟ้องแม่สายโหด สังหารแล้วตัดลูกอัณฑะแฟนหนุ่มที่พยายามข่มขืนลูกสาว
ศาลบราซิลยกฟ้องแม่ผู้โกรธแค้นที่แฟนหนุ่มพยายามล่วงละเมิดลูกสาววัย 11 ปี จึงลงมือสังหารโหดฝ่ายชาย ตามด้วยการตัดอัณฑะและจุดไฟเผาศพวานนี้ (25 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีศาลในบราซิลยกฟ้องหญิงคนหนึ่งที่ลงมือฆาตกรรมแฟนหนุ่มของตัวเอง ซ้ำยังตัดลูกอัณฑะทิ้ง หลังจากจับได้ว่าเขามีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศต่อลูกสาววัย 11 ปีของเธอก่อนหน้านี้ เอริกา เปเรย์รา ดา ซิลเวย์รา วิเซนเต ยอมรับสารภาพว่าได้สังหาร เอเวอร์ตัน อามารู เด ซิลวา แฟนหนุ่มของเธอ โดยระบุว่าทำไปเพราะต้องการปกป้องลูกสาววัย 11 ปีจากการถูกข่มขืน โดยเหตุฆาตกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นในรัฐมินาสเชไรส์ ประเทศบราซิลรายงานข่าวระบุว่า แม่สายโหดผู้นี้กล่าวว่าเธอเริ่มเอะใจหลังจากเห็นข้อความส่อแววคุกคามที่ฝ่ายชายส่งหาลูกสาวของเธอ และเมื่อเธอรีบวิ่งไปหาลูกสาวเพราะได้ยินเสียงกรีดร้องของลูก ก็พบว่า แฟนหนุ่มของเธอกำลังขึ้นคร่อมร่างของเด็กหญิงและพยายามข่มขืนเธออย่างไรก็ตาม ฝ่ายอัยการยืนยันว่าความโหดเหี้ยมที่ปรากฏในการฆาตกรรมพิสูจน์ให้เห็นว่า การกระทำดังกล่าวของวิเซนเตไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ “บันดาลโทสะ” แต่เป็นการ "วางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างเลือดเย็น"อัยการกล่าวหาว่า วิเซนเตแอบผสมยาโคลนาซีแพมซึ่งเป็นยารักษาอาการชักลงในเครื่องดื่มของเด ซิลวา ยานี้ออกฤทธิ์ทำให้ผู้ป่วยง่วงซึมและสูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อ จากนั้น จำเลยก็ใช้มีดแทงและใช้ไม้กระบองทุบตีขณะที่เหยื่อหมดสติจนเขาเสียชีวิตในที่สุดคณะลูกขุนได้รับฟังข้อมูลว่า เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่ได้ยินเสียงกรีดร้องเป็นคนช่วยจำเลยแบกร่างของผู้ตายไปยังพื้นที่รกร้างในเมืองเบโลโอรีซอนชี ซึ่งเป็นจุดที่จำเลยลงมือตัดอวัยวะเพศของผู้ตายและจุดไฟเผาศพตำรวจแกะรอยจนพบความเชื่อมโยงของวิเซนเตกับคดีนี้หลังจากตามรอยเลือดไปจนถึงอพาร์ตเมนต์ของเธอ และเธอก็เป็นคนส่งมอบมีดที่ใช้ก่อเหตุให้เจ้าหน้าที่พร้อมทั้งยอมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าแฟนหนุ่ม โดยอ้างเหตุผลว่าเพื่อช่วยชีวิตลูกสาว ซึ่งคณะลูกขุนเห็นพ้องด้วย และส่งผลให้เธอได้รับการยกฟ้องในข้อหาฆาตกรรมโดยมีเหตุฉกรรจ์และข้อหาทำลายศพ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังจากการสืบพยานเพียงวันเดียวผู้พิพากษาประกาศว่า คุณแม่รายนี้ซึ่งถูกจำคุกมาแล้วหนึ่งปีเพื่อรอการพิจารณาคดี ไม่มีความผิดใดๆ และพ้นมลทินในที่สุดที่มา : nypost.comเครดิตภาพ…
-
อินฟลูดังไต้หวัน วัย 29 เสียชีวิต หลังเข้าใจผิดอาการมะเร็ง เป็นแค่ทำงานหนัก
อินฟลูดังไต้หวัน วัย 29 เสียชีวิต หลังเข้าใจผิดเป็นแค่บาดเจ็บจากทำงานหนัก สุดท้ายตรวจเจอมะเร็ง ก่อนอาการลุกลามอย่างรวดเร็ว ต่อสู้นานกว่า 4 ปีวันที่ 26 มี.ค. 69 สื่อต่างประเทศ รายงานว่า หวัง เว่ยเฉียน อินฟลูเอนเซอร์ไต้หวัน เสียชีวิตวัย 29 ปี หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มานานกว่า 4 ปี โดยเธอเคยเข้าใจผิดว่าอาการเริ่มต้นเป็นเพียงอาการบาดเจ็บจากการทำงานหนักหวัง เว่ยเฉียน เป็นผู้ก่อตั้งและผู้ดูแลแบรนด์ Hermacy รวมถึงเป็น “นักสู้มะเร็ง” ที่คอยแบ่งปันประสบการณ์ให้กับผู้ติดตามกว่า 18,000 คนย้อนกลับไปในปี 2021 หวัง เว่ยเฉียน ได้เริ่มแชร์การรักษาโรคร้าย หลังเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เธอเล่าว่าอาการแรกเริ่มคือการปวดรุนแรงบริเวณรักแร้ ซึ่งเธอคิดว่าเกิดจากการทำงานหนัก เนื่องจากต้องแพ็กสินค้าและขนส่งด้วยตัวเองอย่างไรก็ตาม อาการปวดกลับไม่หายไป และเริ่มแย่ลงเรื่อย ๆ จนเธอคลำพบก้อนเนื้อที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วในแต่ละวันหวัง เว่ยเฉียน อินฟลูเอนเซอร์ไต้หวัน เสียชีวิตวัย 29 ปี หวัง เว่ยเฉียน อินฟลูเอนเซอร์ไต้หวัน…
-
ใจหาย “ติวเตอร์ชื่อดัง” ดับกะทันหัน ระหว่างออกกำลังกาย ทั้งที่อายุน้อย
ช็อกวงการศึกษาจีน จางเสวี่ยเฟิง ติวเตอร์ชื่อดังเสียชีวิตกะทันหันด้วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ทั้งที่ยังหนุ่ม อาการกำเริบหลังวิ่งออกกำลังกาย แพทย์เตือนภัยเงียบโรคหัวใจที่คร่าชีวิตคนอายุน้อย พร้อมแนะวิธีสังเกตอาการวงการศึกษาประเทศจีนสูญเสียบุคลากรคนสำคัญ บริษัท ซูโจว เฟิงเสวี่ย เว่ยไหล เอ็ดดูเคชัน เทคโนโลยี ออกประกาศข่าวเศร้าในช่วงค่ำของวันที่ 24 มีนาคม 2569 จางเสวี่ยเฟิง ติวเตอร์ชื่อดังเสียชีวิตลงอย่างสงบด้วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน อายุเพียง 41 ปี ทีมแพทย์พยายามช่วยชีวิตอย่างสุดความสามารถแต่ไม่เป็นผล เขาจากไปเมื่อเวลา 15.50 น. ที่เมืองซูโจวก่อนหน้านี้ในเช้าวันเดียวกัน จางเสวี่ยเฟิงเพิ่งจัดรายการไลฟ์สดพูดคุยกับแฟนคลับ เอ่ยคำทักทาย “สวัสดีตอนเช้าทุกคน” ซึ่งต่อมาประโยคนี้คือคำบอกลาครั้งสุดท้าย ผู้ชมหลายคนสังเกตเห็นว่าสภาพร่างกายของเขาดูผิดปกติสื่อท้องถิ่นรายงานว่าช่วงเวลา 12.26 น. จางเสวี่ยเฟิงไปวิ่งออกกำลังกายภายในบริเวณบริษัท จากนั้นเขามีอาการป่วยกะทันหัน เพื่อนร่วมงานรีบนำตัวเขาส่งโรงพยาบาลทันที จางเสวี่ยเฟิงเป็นคนที่ชื่นชอบการวิ่ง เขาเพิ่งโพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 22 มีนาคมว่าวิ่งไป 7 กิโลเมตร รวมระยะทางวิ่งสะสมในเดือนมีนาคมถึง 72 กิโลเมตรจางเสวี่ยเฟิง ติวเตอร์ชื่อดังเสียชีวิตกะทันหันด้วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันจางเสวี่ยเฟิง หรือชื่อจริงคือ จางจื่อเปียว เป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังชาวจีน เขาเป็นติวเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาเรื่องการศึกษา การสอบเข้ามหาวิทยาลัย การเรียนต่อระดับปริญญาโทเขามีชื่อเสียงจากการให้คำแนะนำนักเรียนอย่างตรงไปตรงมา อิงจากโลกความเป็นจริงตามสภาพเศรษฐกิจเป็นหลัก…
-
loana ดาวเรียลลิตี้โชว์ เสียชีวิตวัย 48 ย้อนชีวิตเศร้า สื่อกดดันหนัก-เป็นซึมเศร้า
ย้อนประวัติ โลอานา (Loana) ดาวเด่นเรียลลิตี้โชว์คนแรกของฝรั่งเศส เสียชีวิตในวัย 48 ปี ผู้บุกเบิกวงการอินฟลูเอนเซอร์ เบื้องหลังชีวิตคนดังชั่วข้ามคืน เจอความกดดันจากสื่อจนมีภาวะซึมเศร้าสำนักข่าวต่างประเทศ แจ้งข่าวเศร้าโลอานา (Loana) ไอคอนแห่งวงการเรียลลิตี้ทีวีและรายการ Loft Story เสียชีวิตแล้วในวัย 48 ปี เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ถือเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญในวงการเรียลลิตี้โชว์ของฝรั่งเศส เพราะผู้หญิงคนนี้สร้างความทรงจำให้กับคนทั้งยุคผู้ชมชาวฝรั่งเศสรู้จักเธอครั้งแรกในปี 2544 จากรายการ Loft Story เป็นรายการเรียลลิตี้โชว์รายการแรกของประเทศ เธอชนะการแข่งขันและกลายเป็นดาราดังในสื่อทันที ผู้ชมหลายล้านคนติดตามรายการนี้ ในยุคนั้นไม่มีใครคาดคิดว่ารายการโทรทัศน์ธรรมดาจะสร้างคนดังที่มีอิทธิพลได้มากขนาดนี้หลังจบรายการ Loft Story โลอานายังทำงานในวงการบันเทิงอย่างต่อเนื่อง รับงานมากมาย ทั้งงานโทรทัศน์ เพลง หนังสือ และงานแฟชั่น หลายคนอาจลืมไปแล้วว่าโลอานาเคยร่วมงานกับบุคคลในวงการแฟชั่นชั้นสูง เธอเป็นแบบให้กับดีไซเนอร์และถ่ายแบบแฟชั่นนอกจากนี้เธอยังเป็นนางแบบ เปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง และขึ้นปกนิตยสารสตรีชั้นนำหลายฉบับ ผลงานเหล่านี้พิสูจน์แล้วว่าเจ้าตัวขึ้นมาเป็นดาวเด่นและเป็นที่รู้จักด้วยความสามารถ ไม่ใช่แค่ดาราเรียลลิตี้ทีวีในช่วงปี 2543-2552 โลอานาปรากฏตัวในทุกสื่อ ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ งานอีเวนต์ และพรมแดง เธอเขียนหนังสืออัตชีวประวัติจนกลายเป็นหนังสือขายดี รวมทั้งออกผลงานเพลง…
-
รวบ 8 คนร้าย บุกใช้ไม้-เหล็กทุบหัว “คาปิบารา” ปางตาย แพทย์ดูแลอาการใกล้ชิด
จับ 8 วัยรุ่น ใช้เหล็กรุมตีหัว คาปิบารา อาการสาหัส เลือดออกในสมอง-ตาซ้าย แพทย์เผย บาดเจ็บรุนแรงเท่าที่เป็นสัตวแพทย์มา 22 ปีเกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่คนรักสัตว์ทั่วโลกเป็นอย่างมาก เมื่อกลุ่มวัยรุ่นในนครรีโอเดจาเนโร บราซิล ร่วมกันก่อเหตุทำร้ายร่างกาย คาปิบารา จนได้รับบาดเจ็บสาหัสเหตุการณ์นี้ถูกบันทึกไว้ได้โดยกล้องวงจรปิดในย่าน Ilha do Governador เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 8 ราย ได้นำไม้และท่อนเหล็กเข้ารุมทุบตีคาปิบาราเพศผู้ น้ำหนักกว่า 65 กิโลกรัม อย่างบ้าคลั่งทั้ง ๆ ที่คาปิบาราตัวนั้นยังไม่ได้ทำร้ายใด ๆ ก่อนเลยตำรวจใช้หลักฐานจากวิดีโอแกะรอยจนสามารถรวบตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมดภายในวันเดียว ด้านผู้บัญชาการตำรวจที่ดูแลคดี ระบุว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็น “อาชญากรรมที่โหดร้ายและสร้างความตกตะลึงให้กับสังคม”รวบ 8 คนร้าย บุกใช้ไม้-เหล็กทุบหัว คาปิบารา ปางตาย แพทย์ดูอาการใกล้ชิด-1ขณะที่ทางสัตวแพทย์ จากมหาวิทยาลัย Estacio (CRAS) แพทย์เจ้าของไข้ผู้ให้การรักษา คาปิบารา ตัวดังกล่าว เปิดเผยว่าคาปิบารา ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกรุมทุบตีอย่างรุนแรง มีอาการเลือดออกในสมอง บริเวณดวงตาซ้ายบวมและมีเลือดออกภายใน…
-
ทำอะไรกัน! คู่รักนอนท่าชวนคิดบนม้านั่งริมทาง คนแห่จวก แต่พอดูชัดๆ ไม่ใช่อย่างที่คิด
ภาพไวรัล คู่หนุ่มสาวคู่รักนอนท่าชวนคิดบนม้านั่ง คนแห่วิจารณ์ คิดว่า มีเซ็กซ์ท่า 69 ก่อนรู้ความจริงหักมุมภาพไวรัล คู่หนุ่มสาวคู่รักนอนท่าชวนคิดบนม้านั่ง คนแห่วิจารณ์ คิดว่า มีเซ็กซ์ท่า 69 ก่อนรู้ความจริงหักมุมกลายเป็นกระแสไวรัลที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อภาพของคู่หนุ่มสาวคู่หนึ่งที่กำลังนอนอยู่บนม้านั่งริมทาง ถูกแชร์ต่อจำนวนมาก เพราะท่าทางที่ดูแปลกตาจนหลายคนตีความไปไกล ก่อนที่ความจริงจะถูกเปิดเผยในเวลาต่อมารายงานจากสื่อฮ่องกงระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณสวนสาธารณะริมน้ำในเขตซุนวาน โดยมีผู้ใช้โซเชียลรายหนึ่งนำภาพมาโพสต์ลงบนแพลตฟอร์ม Threads พร้อมแคปชันแซวท่าทางของทั้งคู่ว่าดูคล้ายท่าที่ส่อไปในเชิงเซ็กซ์ ใน "ท่า 69" จนทำให้โพสต์ดังกล่าวกลายเป็นไวรัลในเวลาไม่นานภาพเดียวจุดกระแส คนแห่คอมเมนต์สนั่นจากภาพที่ถูกเผยแพร่ จะเห็นชายหญิงนอนอยู่บนม้านั่งในลักษณะหันศีรษะคนละด้าน โดยมุมภาพทำให้ดูเหมือนฝ่ายหญิงกำลังนั่งคร่อมศีรษะของฝ่ายชายและโน้มตัวลงมาใกล้ช่วงล่าง จนหลายคนเข้าใจว่าเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมในที่สาธารณะหลังภาพถูกแชร์ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นหลากหลาย บางส่วนแซวขำขัน ขณะที่อีกไม่น้อยวิจารณ์ว่าการกระทำดังกล่าวไม่เหมาะสมและเกินขอบเขตบางคอมเมนต์มองว่าเป็น “ท่าทางรักที่แปลกตา”บางส่วนตั้งคำถามเรื่องความเหมาะสมในที่สาธารณะอีกด้านหนึ่งมองว่าเป็นภาพที่ชวนให้เข้าใจผิดได้ง่ายดูให้ชัดอีกครั้ง ความจริงอาจไม่ใช่อย่างที่คิดอย่างไรก็ตาม เมื่อมีการพิจารณาภาพอย่างละเอียดมากขึ้น ชาวเน็ตบางส่วนได้ออกมาอธิบายว่าแท้จริงแล้วภาพดังกล่าวอาจไม่ได้มีเจตนาเชิงลามกแต่อย่างใดจากมุมที่ชัดเจนขึ้น พบว่าฝ่ายหญิงนั่งอยู่บนม้านั่งตามปกติ ไม่ได้อยู่ในลักษณะคร่อมศีรษะฝ่ายชาย ขณะที่ฝ่ายชายอาจเพียงนอนเอนศีรษะใกล้บริเวณตักหรือขาของเธอเท่านั้น ส่วนท่าทางที่ดูผิดปกติเป็นผลมาจากมุมกล้องที่ทำให้เกิดภาพลวงตาบทเรียนจากไวรัล อย่าตัดสินจากภาพเพียงมุมเดียวกรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า ภาพเพียงภาพเดียวอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อถูกมองผ่านมุมหรือบริบทที่ไม่ครบถ้วนในโลกโซเชียลที่ข้อมูลแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว การใช้วิจารณญาณก่อนเชื่อหรือแชร์จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะบางครั้งสิ่งที่เห็น อาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมดไวรัลภาพคู่หนุ่มสาวนอนบนม้านั่งในฮ่องกง กลายเป็นประเด็นร้อนเพราะท่าทางที่ดูชวนเข้าใจผิดในเชิงเซ็กซ์ แต่เมื่อพิจารณาอย่างละเอียด พบว่าอาจเป็นเพียงภาพลวงจากมุมกล้องเท่านั้น เหตุการณ์นี้จึงเป็นอีกตัวอย่างที่เตือนให้สังคมออนไลน์ระมัดระวังการตัดสินจากภาพเพียงด้านเดียว
-
ดูให้จบคลิป! “2 วีรบุรุษ” ปีนทุบหลังคาตึก 6 ชั้น ช่วยเพื่อนบ้าน 7 ชีวิต หนีตายระทึก
นาทีชีวิต! 2 ชายทุบหลังคาบ้าน 6 ชั้น ช่วย 7 ชีวิตหนีไฟไหม้เปิดภาพ 2 ชายเสี่ยงชีวิต ทุบหลังคาช่วยเพื่อนบ้านหนีไฟไหม้บ้าน 6 ชั้นเหตุเพลิงไหม้บ้าน 6 ชั้นในซอย 218 ถนนลĩnh Nam แขวง Vĩnh Tuy กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อคืนวันที่ 24 มีนาคม สร้างความแตกตื่นอย่างมาก เมื่อเปลวไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงภายในอาคารท่ามกลางสถานการณ์อันตราย ชาย 2 คนจากบ้านข้างเคียงได้ปีนข้ามไปยังตัวอาคาร ก่อนใช้ค้อนทุบหลังคาเมทัลชีท เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายใน โดยสามารถช่วยออกมาได้ทั้งหมด 7 คนอย่างปลอดภัยคลิปเหตุการณ์ถูกแชร์ว่อน ชาวเน็ตชื่นชมความกล้าหาญคลิปวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์ขณะทั้งสองคนพยายามช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ถูกเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย และได้รับความสนใจอย่างมาก มียอดเข้าชมหลายล้านครั้ง พร้อมเสียงชื่นชมจากผู้ใช้งานจำนวนมากชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยยกย่องทั้งสองคนว่าเป็น “ฮีโร่” จากการตัดสินใจเสี่ยงชีวิต ท่ามกลางควันหนาแน่นและความสูงของอาคาร เพื่อช่วยเหลือเพื่อนบ้านในช่วงวิกฤตเสียงจากชาวเน็ต ชื่นชมและซาบซึ้งผู้ใช้งานโซเชียลหลายรายแสดงความคิดเห็นแสดงความชื่นชมต่อการกระทำดังกล่าว เช่น ระบุว่า การลงมือช่วยเหลือในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะทำได้ และถือเป็นตัวอย่างของความกล้าหาญและความเสียสละขณะเดียวกัน ยังมีผู้แสดงความคิดเห็นว่าภาพเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงน้ำใจของเพื่อนบ้าน ที่พร้อมช่วยเหลือกันในยามฉุกเฉินชาวเน็ตเรียกร้องให้มีการยกย่องหลังเหตุการณ์ถูกเผยแพร่ มีผู้ใช้งานจำนวนมากพยายามค้นหาข้อมูลของชายทั้งสอง เพื่อขอบคุณและแสดงความชื่นชม พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณายกย่องการกระทำดังกล่าวเหตุการณ์นี้สร้างความประทับใจให้กับผู้คนจำนวนไม่น้อย…
-
คลิปว่อน คู่รักเล่นเสียวหน้าหลุมบรรพบุรุษ ไม่แคร์คนมอง เจอแซะแรง ไร้ยางอาย
คลิปฉาว คู่รักแอบเล่นเสียวหน้าหลุมบรรพบุรุษกลางวันแสก ๆ ไม่อายฟ้าดิน ก่อนตำรวจตามรวบตัวทันควัน โซเชียลจวกยับไม่เคารพวัฒนธรรม แซะแรงไม่มีเงินเปิดห้องสำนักข่าวต่างประเทศแชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์คู่รักชายหญิงแอบมีเพศสัมพันธ์กันบริเวณสุสานจีนแห่งหนึ่งในประเทศมาเลเซีย โดยผู้ที่เห็นเหตุการณ์ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพชายหญิงเปลือยกาย ฝ่ายชายกำลังพยายามสวมกางเกง ภาพในคลิปแสดงให้เห็นป้ายหลุมศพอยู่ด้านหลังอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันผู้ถ่ายคลิปก็ตะโกนต่อว่าพฤติกรรมของทั้งคู่จากนั้นผู้ที่เห็นเหตุการณ์บอกคู่รักว่าตนจะโทรศัพท์แจ้งตำรวจ พร้อมตั้งคำถามว่าทั้งสองคนมาทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร คนทั่วไปเดินทางมาที่นี่เพื่อสวดมนต์และแสดงความเคารพต่อผู้ล่วงลับ แต่คู่รักไม่ได้ตอบโต้หรือสนใจคำต่อว่า ฝ่ายชายทำเพียงแค่รีบสวมเสื้อผ้าปกปิดร่างกายให้เร็วที่สุดในเวลาต่อมา Sin Chew Daily รายงานว่า หลังสืบสวนเบื้องต้นเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่สุสานจีนแห่งหนึ่งเมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่ผ่านมา พบว่าผู้ก่อเหตุทั้งสองเป็นคนในพื้นที่ โดยชายในคลิปอายุ 58 ปี ส่วนหญิงอายุ 37 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวและจับกุมผู้ก่อเหตุได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่ากระทำจริง ขณะนี้ตำรวจควบคุมตัวทั้งคู่ไว้เพื่อสอบสวนเพิ่มเติมหลังคลิปฉาวถูกเผยแพร่ลงโซเชียล ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นและวิจารณ์การกระทำของคู่รัก เช่น“พวกเขาไม่มีเงินเปิดห้องพักเลยมาทำกันตรงนี้ในสุสานเลย”“เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ไหน ทำแบบนี้ไม่เคารพวัฒนธรรมของเราเลยจริง ๆ”“บรรพบุรุษให้เลขเด็ด 2720 มาแล้ว กล้า ๆ หน่อย ซื้อเยอะ ๆ เลย ถือว่าเป็นสัญญาณจากพวกเขา!”ตำรวจมาเลเซียรวบตัวคู่รักทำอนาจารในสุสานจีนข้อมูลจาก : worldofbuzz และ mothershipอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง2 เกย์โดนตำรวจศีลธรรมจับ เล่นเสียวจนรถโยก ผิดกฎหมายอิสลามแพทย์อังกฤษ สารภาพเล่นเสียวกับพยาบาล ขณะให้ยาชาผู้ป่วยเตรียมผ่าตัดรวบปู่ญี่ปุ่นบุกรุกบ้านคนอื่น สารภาพทำไปเพราะชอบฟังเสียงคนเล่นเสียว