Category: ต่างประเทศ
-
ดาราสาว เผยชีวิตตัวเอง หลังสามีเสียชีวิต ตกอยู่ในความเศร้าเกือบเอาตัวไม่รอด (ข่าวต่างประเทศ)
ดาราสาว เผยชีวิตตัวเอง หลังสามีเสียชีวิต ตกอยู่ในความเศร้าเกือบเอาตัวไม่รอด (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า จอง ซุน ฮี ได้พูดคุยอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับความเจ็บปวดที่ยังคงอยู่จากการสูญเสียสามีผู้ล่วงลับ นักแสดง อัน แจ ฮวาน 16 ปีหลังจากที่เขาเสียชีวิต เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2026 ช่องยูทูบของเธอ 'จอง ซุน ฮี ผู้จากไป' ได้นำเสนอรีวิวหนังสือนิยายเรื่อง 'ความฝันบนรถไฟ' ซึ่งเป็นผลงานที่เพิ่งได้รับการยอมรับในฐานะผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ แม้ว่าในตอนแรกเธอจะยังคงอารมณ์ขันที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอไว้ แต่บรรยากาศก็เปลี่ยนไปเมื่อเธอเจาะลึกถึงการดิ้นรนของตัวเอก โรเบิร์ต ในการสูญเสียครอบครัว จอง ซุน ฮี กล่าวว่า แม้การสูญเสียคู่ครองจะเป็นโศกนาฏกรรมที่ยากจะจินตนาการ แต่การพรรณนาอย่างสมจริงของหนังสือเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตต่อไปแม้จะมีความว่างเปล่านั้น ทำให้เธอรู้สึกตกใจและสะเทือนใจอย่างลึกซึ้งจอง ซอน ฮี เล่าถึงเส้นทางชีวิตของตัวเอง โดยกล่าวถึง "ภาวะอัมพาตทางอารมณ์" ที่มักเกิดขึ้นควบคู่กับความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง อธิบายว่าเมื่อเผชิญกับความจำเป็นเร่งด่วนในการเอาชีวิตรอด คนเรามักไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะกรีดร้องหรือคร่ำครวญ เธอทำให้ทีมงานประทับใจด้วยการสารภาพว่าบางครั้งเธอรู้สึกเหมือน "ต้นไม้ที่ตายแล้ว" ยืนนิ่งอยู่แต่รู้สึกหมดพลังชีวิต เธอพบความปลอบใจในทำนองเดียวกันในเพลง 'Consolation' ของ Harim ซึ่งเน้นย้ำถึงความเป็นจริงที่ทั้งหวานและขมขื่นว่าคนเราต้องดำเนินชีวิตต่อไปในแต่ละวันแม้หลังจากความสูญเสียครั้งใหญ่…
-
ชาวเน็ตวิจารณ์สนั่น! นางเอกดัง สลัดผ้าถ่ายโฆษณา โดนถล่มยับเกินงาม (ข่าวต่างประเทศ)
ชาวเน็ตวิจารณ์สนั่น! นางเอกดัง สลัดผ้าถ่ายโฆษณา โดนถล่มยับเกินงาม (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า โฆษณาสปาของญี่ปุ่นที่นำแสดงโดย “ฮารุกะ อายาเสะ” ถูกนำกลับมาเผยแพร่อีกครั้ง แม้เป็นผลงานเก่าจากปีก่อน แต่กลับจุดกระแสดราม่ารอบใหม่ โดยเฉพาะฉากเปิดที่เธอยืนหันหลังรับแสงเช้าริมหน้าต่าง เผยช่วงไหล่และแผ่นหลังในลุคที่ดูเซ็กซี่ ทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากตั้งคำถามว่าเกินความจำเป็นสำหรับโฆษณาหรือไม่หลายเสียงมองว่าเปิดเผยเกินไปและดูไม่เป็นธรรมชาติ ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่าเป็นงานศิลปะตามคอนเซปต์ ความเห็นที่แตกออกเป็นสองฝั่งทำให้ประเด็นเรื่องเส้นแบ่งระหว่างศิลปะกับความไม่สบายใจในโฆษณาถูกพูดถึงอีกครั้ง และยังคงเป็นกระแสต่อเนื่อง
-
เครียดจัด! แม่ของดาราสาว พยายามจบชีวิตตัวเอง หลังมีข้อพิพาทกฏหมายกับพระเอกดัง (ข่าวต่างประเทศ)
เครียดจัด! แม่ของดาราสาว พยายามจบชีวิตตัวเอง หลังมีข้อพิพาทกฏหมายกับพระเอกดัง (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า แม่ของนักแสดงผู้ล่วงลับ “คิมแซรน” พยายามฆ่าตัวตายจากความเครียดรุนแรง อันเป็นผลจากข้อพิพาททางกฎหมายกับ “คิมซูฮยอน” โดยเหตุเกิดก่อนกำหนดการฉายภาพยนตร์ผลงานสุดท้ายของเธอ “Before We Knew” ที่ย่านกังนัม กรุงโซล ทำให้ครอบครัวไม่สามารถเข้าร่วมงานได้คนใกล้ชิดเผยว่า ครอบครัวมีความต้องการเพียงให้คิมซูฮยอนออกมายอมรับความจริงและกล่าวขอโทษต่อผู้เสียชีวิต แต่กลับถูกอีกฝ่ายและทีมกฎหมายกล่าวหาว่าให้ข้อมูลเท็จ พร้อมสร้างหลักฐานปลอม ส่งผลให้ครอบครัวต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักแหล่งข่าวยังระบุว่า คิมแซรนเผชิญความทุกข์ทางจิตใจมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะหลังเหตุเมาแล้วขับในปี 2022 รวมถึงปัญหาทางการเงินจากค่าชดใช้จำนวนมาก ขณะที่ก่อนหน้านี้ครอบครัวอ้างว่าเธอเคยคบหากับคิมซูฮยอนตั้งแต่อายุ 15 ปี ซึ่งฝ่ายชายปฏิเสธ และยืนยันว่าความสัมพันธ์เกิดขึ้นภายหลังเมื่อเธอบรรลุนิติภาวะแล้ว ปัจจุบันคดีความระหว่างทั้งสองฝ่ายยังดำเนินอยู่ โดยคิมซูฮยอนยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายกว่า 12,000 ล้านวอน ขณะที่ครอบครัวคิมแซรนฟ้องกลับในข้อหาละเมิดกฎหมายคุ้มครองเด็กและหมิ่นประมาท ท่ามกลางความกังวลต่อสภาพจิตใจของครอบครัวผู้สูญเสียที่ยังคงรุนแรงต่อเนื่อง
-
ลือหึ่ง พระเอกดัง-นักร้องสาว เลิกกันอีกคู่ ล่าสุดเจ้าตัวพูดแล้ว (ต่างประเทศ)
ลือหึ่ง พระเอกดัง-นักร้องสาว เลิกกันอีกคู่ ล่าสุดเจ้าตัวพูดแล้ว (ต่างประเทศ)หลังจากที่มีข่าวลือหนาหูช่วงเดือนธันวาคมว่านักร้องสาว โอลิเวีย โรดริโก เลิกกับแฟนหนุ่มนักแสดงชาวอังกฤษอย่าง ลูอิส พาร์ทริดจ์ ล่าสุดเจ้าตัวออกมาพูดแบบอ้อมๆว่า ใช้เวลาอยู่ที่ลอนดอนบ่อยมาก จนได้รับแรงบันดาลใจและประสบการณ์ดีๆ กลับไปแต่งเพลงเพียบแถมยังบอกอีกว่าชอบทุกอย่างที่เป็นอังกฤษ ทั้งวัฒนธรรม ผู้คน จนถึงขั้นอยากจะย้ายไปอยู่ที่นั่นครึ่งปีเลยทีเดียว ซึ่งทุกคนก็รู้กันดีว่าลอนดอนคือบ้านเกิดของลูอิสนั่นเอง เลือกจะไม่เปิดเผยเรื่องความสัมพันธ์มากนัก เพราะอยากให้แน่ใจว่าทั้งคู่คบกันด้วยเหตุผลที่ถูกต้องจริงๆ สรุปแล้วว่าทั้งคู่ยังรักกันดี
-
อวดมื้ออาหารหรู “ทหารเมกา” ล็อบสเตอร์-สเต๊ก กองทัพเลี้ยงดีมาก ก่อนออกรบ
พ่ออวดมื้อหรู ‘ล็อบสเตอร์-สเต๊ก’ ของลูกชายทหารเรือ ชาวเน็ตแห่ทัก นี่มันสัญญาณเตือน ‘ศึกใหญ่’ ชัดๆ!คุณพ่อชาวอเมริกันท่านหนึ่งได้โพสต์ภาพมื้ออาหารกลางวันของลูกชายที่เป็นทหารเรือสหรัฐฯ ลงบน X (Twitter) เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ต่อมาภาพนี้กลายเป็นไวรัลแตกแตนจนมียอดเข้าชมทะลุ 30 ล้านครั้งเข้าไปแล้วเรื่องราวเริ่มต้นจากบัญชีผู้ใช้ @MikeBales ได้อวดภาพถาดอาหารของลูกชายที่จัดเต็มแบบสุดๆ มีทั้งข้าว โปรตีนพูนจาน และไฮไลต์เด็ดที่ทำเอาหลายคนตาโตคือ “กุ้งล็อบสเตอร์เนื้อแน่นๆ และสเต๊กชิ้นโต” พร้อมกับเขียนแคปชั่นสุดซาบซึ้งใจในฐานะคุณพ่อว่า“อย่างที่หลายคนรู้ ลูกชายของฉันเป็นทหารเรือ เขาส่งรูปอาหารกลางวันจากโรงอาหารมาให้เมื่อวาน ฉันรู้สึกขอบคุณจริงๆ ที่ในที่สุดเหล่าทหารของเราก็ได้รับการดูแลอย่างดี”แต่เดี๋ยวก่อน แทนที่ชาวเน็ตจะเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมเมนูสุดหรู บรรดาทหารผ่านศึกและผู้รู้ธรรมเนียมกองทัพกลับแห่เข้ามาเบรกความซาบซึ้งนี้กันรัวๆ เพราะในวงการทหารอเมริกัน การเสิร์ฟเมนูหรูหราอย่าง “Surf and Turf” (อาหารทะเลจับคู่กับเนื้อแดง) ไม่ใช่มื้อฉลองทั่วไป แต่มันคือ สัญญาณเตือนล่วงหน้า ว่ากองทัพกำลังจะเคลื่อนพลหรือเตรียมรับมือกับภารกิจสุดหินอดีตนาวิกโยธินรายหนึ่งถึงกับเข้ามาคอมเมนต์คอนเฟิร์มว่า“ในฐานะนาวิกโยธิน ผมต้องบอกคุณว่า… อาหารแบบนี้แหละครับที่เตรียมไว้สำหรับก่อนออกรบ ปกติเราก็กินกันธรรมดาทั่วไป แต่พอถึงเวลาต้องลุยเมื่อไหร่ เราถึงจะได้กินล็อบสเตอร์และปูแบบนี้”อวดมื้ออาหารหรู งานนี้ทำเอาหลายคนแอบใจหายและเป็นห่วงแทนคุณพ่อ แต่คดีก็พลิกอีกรอบครับ! เพราะจริงๆ แล้วคุณพ่อท่านนี้รู้อยู่เต็มอก ตั้งแต่แรกแล้วว่ามื้อหรูนี้หมายถึงอะไร แต่เขาเลือกที่จะโพสต์ด้วยอารมณ์ขันและมุมมองเชิงบวก เพื่อเป็นการส่งกำลังใจให้กับลูกชายที่กำลังจะออกไปปฏิบัติหน้าที่คุณพ่อได้เข้าไปตอบคอมเมนต์แบบชิลๆ ว่า…
-
ช็อกทั้งบ้าน! ลูก 3 ขวบ “เข้าสู่วัยสาว” เพราะชอบกอดแม่ แพทย์เจอสาเหตุ “เจลที่แม่ทา”
ทำไมเด็ก 3 ขวบต้องใส่ไซส์ 7 ขวบ? เปิดเคสสุดอึ้ง ฮอร์โมนแม่ทำพิษผ่านการกอดเตือนภัยแม่! กอดลูกทุกวัน ทำหนูน้อย 3 ขวบ "โตเป็นสาวก่อนวัย" ต้นเหตุจากเจลฮอร์โมนกลายเป็นอุทาหรณ์ชวนอึ้งสำหรับคุณแม่ที่ใช้ยาในกลุ่มฮอร์โมน เมื่อหนูน้อยวัยเพียง 3 ขวบในอังกฤษ ต้องเผชิญภาวะ "เป็นสาวก่อนวัย" (Precocious Puberty) เพียงเพราะการกอดสัมผัสกับคุณแม่ที่ทาเจลฮอร์โมนเพื่อรักษาอาการวัยทองซาแมนธา แอชเวิร์ธ คุณแม่วัย 52 ปี จากเมืองเซาท์พอร์ต เล่าว่าในปี 2024 เธอเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของ เฟรยา ลูกสาวตัวน้อยที่มีความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและอารมณ์เหมือนเด็กวัยรุ่นที่กำลังเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ทั้งที่แกเพิ่งจะ 3 ขวบเท่านั้น แต่ในช่วงแรกแพทย์ประจำบ้านกลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับข้อกังวลของเธอนักใช้เวลากว่า 1 ปีถึงจะพบสาเหตุด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่และประสบการณ์ที่เคยทำงานด้านสาธารณสุข ซาแมนธามั่นใจว่าลูกสาวผิดปกติ เธอต้องเปลี่ยนหมอหลายครั้งจนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว ผลวินิจฉัยยืนยันว่าเฟรยามีภาวะเป็นสาวก่อนวัยจริงๆ ซึ่งสาเหตุมาจาก "การสัมผัสทางผิวหนัง" กับเจลฮอร์โมนทดแทน (HRT) ที่ซาแมนธาใช้ทาผิวเพื่อลดอาการวัยทองนั่นเองหนูน้อย 3 ขวบ แต่ต้องใส่เสื้อผ้าเด็ก 7 ขวบซาแมนธาเผยความเจ็บปวดว่า ลูกสาวของเธอต้องทนทุกข์กับฮอร์โมนที่พุ่งสูงเกินวัย แกต้องเปลี่ยนไปใส่ไซส์เสื้อผ้าของเด็ก 6-7 ขวบ และที่แย่ที่สุดคือ…
-
บางแห่งคาดไม่ถึง! เปิดชื่อ ประเทศเสี่ยงที่สุด หากสงครามโลกครั้งที่ 3 ปะทุขึ้น
ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองทั่วโลก โดยเฉพาะหลังการรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022 ลามมาจนถึงสงครามตะวันออกกลาง เมื่อสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล เปิดฉากโจมตี อิหร่าน จนทางอิหร่านโต้กลับท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองทั่วโลก โดยเฉพาะหลังการรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022 ลามมาจนถึงสงครามตะวันออกกลาง เมื่อสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล เปิดฉากโจมตี อิหร่าน จนทางอิหร่านโต้กลับ โดยการโจมตีฐานทัพทหารของสหรัฐฯ จากหลากหลายประเทศในตะวันออกกลาง ท่ามกลางความขัดแย้งของประเทศยักษ์ใหญ่ จนเกิดเป็นวิกฤตในทุกวันนี้ และยังไม่มีทีท่าว่าจะหาจุดลงตัวได้ นั่นจึงทำให้กระแสข่าวเกี่ยวกับ สงครามโลกครั้งที่ 3 ยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุด มีการจัดอันดับประเทศที่ถือว่า อันตรายที่สุด หากเกิดสงครามใหญ่ระดับโลกขึ้นจริงสหรัฐอเมริกาสหรัฐอเมริกาในฐานะมหาอำนาจทางทหารและสมาชิกหลักขององค์การนาโต (NATO) จะกลายเป็นเป้าหมายสำคัญลำดับแรกหากเกิดสงครามโลกขึ้น โดยเมืองใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ วอชิงตัน ดีซี ลอสแอนเจลิส และนิวยอร์กเว็บไซต์ด้านความปลอดภัยฉุกเฉิน Mira Safety ระบุว่า หากรัสเซียเปิดฉากโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ จุดยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ เช่น ศูนย์อาวุธนิวเคลียร์และเมืองสำคัญจะเป็นเป้าหมายหลัก โดยต่อมาจรวดอาจพุ่งเป้าไปยังเมืองขนาดใหญ่ เช่น ชิคาโก ฮิวสตัน ลอสแอนเจลิส ซานฟรานซิสโก และนิวยอร์กซิตีรัสเซียรัสเซียถูกจัดให้เป็นประเทศเสี่ยงลำดับ 2 เนื่องจากถือเป็น มหาอำนาจนิวเคลียร์ และอาจเป็นตัวการสำคัญของการปะทุของสงครามโลกครั้งใหม่…
-
ภูเก็ตเดือด นทท. 3 ชาติวีรกรรมแสบ กุของหาย-ตีเนียนกินฟรี จี้ทบทวนฟรีวีซ่า
ภูเก็ตแฉวีรกรรมสุดแสบ 3 ชาตินักท่องเที่ยว วีรกรรมแสบ กุเรื่องของหาย-โวยวาย อ้างอาหารไม่อร่อย หวังกินฟรี ทำผู้ประกอบการกุมขมับ โซเชียลเดือดจี้รัฐทบทวนนโยบายฟรีวีซ่า”แม้การท่องเที่ยวจะเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่าง ภูเก็ต แต่เบื้องหลังตัวเลขนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามากลับทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมและร้านอาหารต้องรับมือกับวีรกรรมสุดแสบของนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม ล่าสุด เพจเฟซ Drama-addict ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลอินไซต์ว่าด้วยเรื่องนักท่องเที่ยวชาติไหนที่ผู้ประกอบการยี้ที่สุดจากข้อมูลที่ทางเพจได้รับรวบรวมมา พบว่ามีนักท่องเที่ยว 3 ชาติที่กำลังมาแรงในเรื่องพฤติกรรมชวนปวดหัว จนติดอันดับท็อปลิสต์ที่คนทำธุรกิจต้องกุมขมับ เริ่มต้นที่ นักท่องเที่ยวชาวยิว วีรกรรมสุดแสบที่เจอบ่อยคือ มุกของหาย มักจะกุเรื่องโวยวายว่าทรัพย์สินสูญหายในที่พักเพื่อหวังเรียกร้องการชดเชย แต่พอทางโรงแรมงัดไม้แข็งบอกว่าจะแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ กลับมีอาการอ้ำอึ้งและบ่ายเบี่ยงว่า “เดี๋ยวขอไปลองหาดูก่อน”ต่อมาคือ นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ขึ้นชื่อเรื่องการใช้งานเกินคุ้มและเรียกร้องสูง มักพบปัญหาการแอบอัดกันเข้าพักถึง 5 คนในห้องเดียว แถมยังมีนิสัยเรื่องเยอะ และชอบหาเรื่องโวยวายใส่พนักงาน รวมทั้ง นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย มีวีรกรรมยอดฮิตตามร้านอาหารคือ การสั่งอาหารมากินจนหมดเกลี้ยง แล้วค่อยโวยวายตบท้ายว่าไม่อร่อย เพื่อหาข้ออ้างที่จะไม่ยอมจ่ายเงินภาพจาก Facebook : Drama-addictโซเชียลหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า นโยบายฟรีวีซ่า (Free Visa) ที่เน้นกวาดต้อนปริมาณนักท่องเที่ยวเพื่อทำตัวเลขทางเศรษฐกิจนั้น ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าจริงไห เพราะสุดท้ายภาระหนักกลับตกไปอยู่กับผู้ประกอบการตาดำๆ ที่ต้องคอยรับมือกับนักท่องเที่ยวไร้คุณภาพจนแทบเสียสุขภาพจิต ถึงขั้นมีเสียงเรียกร้องให้ยกเลิกนโยบายฟรีวีซ่าทิ้งเสีย เพราะมองว่าได้ไม่คุ้มเสีย“เคยมีคนเล่าว่าคนญี่ปุ่นน่ารักมาก ชอบซื้อขนมมาฝาก”“ชอบกันนักไม่ใช่เหรอปริมาณนักท่องเที่ยว ดูแต่ตัวเลข…
-
ใครจะคิด! คุณยาย 91 เจอรักแท้ในบ้านพักคนชรา แต่งงานใน 3 เดือน ชื่นมื่นเผยอายุเจ้าบ่าว
รักไม่มีคำว่าสาย! คุณยาย 91 พบรักแท้ แต่งงานหลังคบไม่นานซึ้งใจ! คุณยายวัย 91 แต่งงานกับคุณลุง 67 หลังคบกันแค่ 3 เดือนในบ้านพักคนชราเรื่องราวความรักสุดอบอุ่นจากประเทศมาเลเซีย กลายเป็นไวรัลเมื่อ คุณยายวัย 91 ปี ตัดสินใจแต่งงานกับคุณลุงวัย 67 ปี หลังจากรู้จักกันเพียง 3 เดือนในบ้านพักคนชรา สะท้อนให้เห็นว่า “ความรัก” ไม่มีคำว่าสายเกินไปรายงานระบุว่า คุณยาย Hu Ruirong วัย 91 ปี และคุณลุง Wu Caixing วัย 67 ปี พบกันที่บ้านพักคนชราในปีนัง ทั้งสองเริ่มต้นจากการนั่งทานอาหารร่วมกัน ก่อนจะค่อยๆ พูดคุยและพัฒนาความสัมพันธ์อย่างเป็นธรรมชาติจากคนแปลกหน้า สู่คนรู้ใจในเวลาไม่นานคุณยายอาศัยอยู่ที่บ้านพักแห่งนี้มานานกว่า 6–7 ปี โดยตลอดชีวิตที่ผ่านมาเธอทุ่มเทดูแลครอบครัว จนไม่มีโอกาสได้มีความรักหรือสร้างครอบครัวของตัวเองเธอเผยว่า ไม่ได้ปิดกั้นเรื่องความรัก เพียงแค่ยังไม่เคยเจอคนที่ใช่ จนกระทั่งได้พบกับคุณลุง Caixing ซึ่งเข้ามาอยู่ที่นี่ในช่วงปลายปี 2025ความรักที่เริ่มจากความใส่ใจเจ้าหน้าที่ในบ้านพักเล่าว่า คุณยายเป็นฝ่ายเริ่มดูแลและใส่ใจคุณลุงมากกว่า ทำให้ทั้งสองสนิทกันอย่างรวดเร็ว จากการใช้ชีวิตร่วมกันในแต่ละวันเมื่อทั้งคู่ตัดสินใจอยากใช้ชีวิตร่วมกัน…
-
เกิดอะไรขึ้นกับ…. เด็กชายผู้อ้างว่า “มาจากดาวอังคาร” ที่โด่งดังเมื่อ 20 ปีก่อน?
“เด็กดาวอังคาร” ที่เคยดังทั่วโลก วันนี้เป็นอย่างไร? ชีวิตจริงหลังผ่านไป 20 ปี“เด็กดาวอังคาร” ที่เคยดังทั่วโลก วันนี้เป็นอย่างไร? ชีวิตจริงหลังผ่านไป 20 ปีย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นยุค 2000 เด็กชายคนหนึ่งเคยสร้างความฮือฮาไปทั่วโลก หลังอ้างว่าตัวเองมาจากดาวอังคาร ล่าสุดผ่านไปกว่า 20 ปี เรื่องราวของเขากลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง เมื่อชีวิตปัจจุบันของเขาแตกต่างจากภาพในอดีตอย่างสิ้นเชิงBoris Kipriyanovich เด็กชายชาวรัสเซีย เคยถูกขนานนามว่าเป็น “เด็กอัจฉริยะ” โดยแม่ของเขาเล่าว่า เขาเริ่มอ่านหนังสือพิมพ์ได้ตั้งแต่อายุเพียง 18 เดือน และสามารถพูดชื่อดาวเคราะห์ต่างๆ ได้ตั้งแต่อายุ 3 ขวบคำกล่าวอ้างสุดช็อก: “ผมมาจากดาวอังคาร”ในวัยเด็ก Boris เคยอ้างว่าตัวเองคือมนุษย์จากดาวอังคารที่กลับมาเกิดใหม่บนโลก เขาเล่าว่าเคยอาศัยอยู่ในเมืองใต้ดินบนดาวเคราะห์สีแดง และมีประสบการณ์เกี่ยวกับสงครามระหว่างดาวเคราะห์ รวมถึงการเดินทางข้ามกาลเวลาและอวกาศเขายังกล่าวอีกว่า ตัวเองถูกส่งมายังโลกเพื่อทำภารกิจสำคัญในการปกป้องมนุษยชาติจากภัยคุกคามในอนาคต โดยเฉพาะสงครามในอวกาศจากความเชื่อ สู่ความสงสัยในช่วงเวลานั้น Boris เคยทำนายเหตุการณ์ใหญ่ของโลกว่าจะเกิดขึ้นในปี 2009 และ 2013 แต่เมื่อเวลาผ่านไปและเหตุการณ์ไม่เป็นไปตามที่กล่าวไว้ กระแสสังคมเริ่มเปลี่ยนจากความสนใจเป็นความสงสัยครอบครัวของเขาเผยว่า Boris เคยได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ แต่ไม่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีความผิดปกติทางจิตอย่างรุนแรง และไม่มีผลสรุปทางการแพทย์ที่ชัดเจนออกมาหายไปจากสื่อ และชีวิตที่เปลี่ยนไปเมื่อแรงกดดันจากสังคมเพิ่มขึ้น ครอบครัวของ Boris ตัดสินใจใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ…