Category: ต่างประเทศ

  • พันธมิตรที่น่าเชื่อถือ! จีนมอบอุปกรณ์เก็บกู้ทุ่นระเบิดให้กัมพูชา

    ทูตจีนส่งมอบอุปกรณ์สำหรับการปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมให้กัมพูชา ด้านกัมพูชาลั่น จีนเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้มากที่สุดเมื่อวันที่ 8 ม.ค. 69 หวัง เหวินปิน เอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชา ได้ส่งมอบอุปกรณ์ที่รัฐบาลจีนจัดหาให้สำหรับการปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมในกัมพูชา อุปกรณ์ดังกล่าวประกอบด้วยเครื่องตรวจจับโลหะ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็น และยานพาหนะหวัง เหวินปิน ได้มอบอุปกรณ์ดังกล่าวให้แก่ ลี ทุช รองประธานอาวุโสขององค์การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากทุ่นระเบิดและภัยพิบัติแห่งกัมพูชา (CMAA)ลี ทุช กล่าวว่า ความช่วยเหลือนี้เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นที่ไม่เปลี่ยนแปลงของจีนที่มีต่อกัมพูชา และสะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทของจีนต่อภารกิจด้านมนุษยธรรมเขากล่าวเสริมว่า อุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพของทีมเก็บกู้ทุ่นระเบิดของกัมพูชา“เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการบริจาคอย่างเอื้อเฟื้อจากจีน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือในการปฏิบัติงาน แต่เป็นเครื่องมือแห่งการปกป้อง ความหวัง และการเปลี่ยนแปลง” ลี ทุช กล่าวเขาเสริมว่า “สิ่งเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของทีมเก็บกู้ทุ่นระเบิดของเราโดยตรง ในขณะที่พวกเขายังคงปฏิบัติภารกิจอันสูงส่งในการปลดปล่อยแผ่นดินกัมพูชาจากมรดกอันร้ายแรงของสงคราม”ลี ทุช กล่าวเพิ่มเติมว่า ความช่วยเหลือของจีนนั้นครอบคลุมมากกว่าแค่เพียงอุปกรณ์ แต่ยังรวมถึงการสนับสนุนทางการเงิน ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค การพัฒนาศักยภาพ การให้ความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงจากทุ่นระเบิด และการช่วยเหลือผู้ประสบภัย“ด้วยการสนับสนุนอย่างครอบคลุมนี้ ชีวิตนับไม่ถ้วนได้รับการปกป้อง ชุมชนได้รับการฟื้นฟู และผู้รอดชีวิตได้รับการเสริมพลังให้สร้างอนาคตของตนเองขึ้นใหม่ด้วยศักดิ์ศรี” เขากล่าวเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 68 จีนให้คำมั่นว่าจะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่กัมพูชา 20 ล้านหยวน (ราว 90…

  • สาวท้าพิสูจน์มี “เซ็กซ์” กับสามีทุกวันครบ 1 ปี เผยผลลัพธ์ที่เปลี่ยนชีวิตคู่และตัวเธอเอง

    ลองของจริง! สาวท้าพิสูจน์มี ลองของจริง! สาวท้าพิสูจน์มี "เซ็กซ์" กับสามีทุกวันครบ 1 ปี เผยผลลัพธ์ที่เปลี่ยนชีวิตคู่และตัวเธอเองชีวิตคู่เมื่ออยู่กันไปนานๆ ความตื่นเต้นเร้าใจอาจเริ่มจืดจางลงตามกาลเวลา แต่หญิงสาวคนหนึ่งตัดสินใจลุกขึ้นมาปฏิวัติชีวิตรักด้วยการตั้งเป้าหมายสุดท้าทาย คือการมี "เซ็กซ์" กับสามีทุกวันเป็นเวลา 1 ปีเต็ม เพื่อดูว่าจะเกิดผลกระทบอะไรขึ้นบ้าง และผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่ใช่แค่เรื่องความสัมพันธ์บนเตียง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงทัศนคติที่มีต่อรูปร่างของตัวเองอย่างสิ้นเชิงทำไมต้องทุกวัน? เหตุผลที่มากกว่าเรื่องบนเตียงบริตทานี กิบบอนส์ (Brittany Gibbons) ได้เปิดใจผ่านบทความใน Women's Health ว่าเธอตัดสินใจทำภารกิจมาราธอนนี้ไม่ใช่เพื่อกอบกู้ชีวิตแต่งงาน หรือเพราะสามีร้องขอ แต่เธอทำเพื่อ "ตัวเธอเอง" เป้าหมายหลักคือการเอาชนะความรู้สึกไม่มั่นใจในรูปร่าง และต้องการปลดแอกตัวเองจากความกังวลเรื่องสรีระผ่านไป 6 เดือน: เลิกอาย เลิกซ่อนพุงบริตทานีเล่าว่า เมื่อผ่านไปครึ่งทาง หรือ 6 เดือน เธอเริ่มกล้าที่จะถอดชุดนอนตัวโคร่งที่เคยใช้ปิดบังร่างกายออก โดยไม่สนว่าหน้าอกจะหย่อนคล้อยหรือไม่ เธอเริ่มเปลี่ยนโฟกัสจากการพยายามหามุมสวยเพื่อซ่อนไขมันหน้าท้อง มาเป็นการดื่มด่ำกับความสุขที่ร่างกายได้รับแทน ทำให้เธอรู้สึกว่าร่างกายของเธอได้รับการชื่นชมและยอมรับจากทั้งตัวเธอเองและสามีครบ 1 ปี: ความมั่นใจพุ่งขีดสุดเมื่อภารกิจครบ 1 ปี ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นยิ่งชัดเจน เธอเล่าว่าเธอเลิกวิ่งตัวงอออกจากห้องน้ำเพื่อรีบไปแต่งตัว แต่สามารถเดินตัวเปล่าไปที่ตู้เสื้อผ้าได้อย่างสบายใจ แม้กระทั่งตอนเตรียมอาหารกลางวันให้ลูก เธอก็สามารถใส่ชุดชั้นในเดินในบ้านได้โดยไม่รู้สึกขัดเขินอีกต่อไปสิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดคือความสัมพันธ์ทางกายและใจ…

  • ฝรั่งเศสวิปริต! รวบแม่วัย 33 ปี มีลูกกับ “พ่อแท้ๆ” 3 คน แถมบังคับลูกชายมีเซ็กซ์กับตัวเอง

    คดีสุดวิปริตในฝรั่งเศส ตำรวจเข้าควบคุมตัวหญิงวัย 33 ปี พร้อมเปิดเผยความลับดำมืด อยู่กินกับพ่อแท้ๆ จนมีลูก 3 คน แถมบังคับลูกชายมีเซ็กซ์กับตัวเองทางการฝรั่งเศสยืนยันการควบคุมตัวหญิงวัย 33 ปีเข้าสู่เรือนจำเพื่อรอการพิจารณาคดี หลังจากเธอก่อเหตุทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก่อนนำไปสู่การเปิดโปงเรื่องราวความรุนแรงและเหตุร่วมประเวณีระหว่างสายเลือดที่น่าสะอิดสะเอียนที่สุดคดีหนึ่งเรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยออกมา หลังจากสภาจังหวัดฟีนิสแตร์ได้รับแจ้งเหตุและส่งเรื่องให้ตำรวจเข้าตรวจสอบ จนพบพฤติกรรมสุดเลวร้ายภายในบ้าน โดยหญิงรายนี้อยู่กินกับพ่อแท้ๆ วัย 58 ปี ในฐานะคู่รัก และมีลูกด้วยกันถึง 3 คน เป็นเด็กชายวัย 11 ปี และลูกสาวฝาแฝดวัย 8 ปีฝ่ายพ่อถูกจับกุมเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2025 และยอมรับว่าข่มขืนลูกสาวมานาน โดยมีการใช้ยาระงับอาการทางจิตวางยาเธอด้วย แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ พ่อสารภาพว่าได้บังคับให้ลูกชายวัย 11 ปี มีเพศสัมพันธ์กับแม่ของตัวเอง พร้อมกับเปิดสื่อลามกให้เด็กดูเพื่อเป็นการ “ชี้นำ”แม้ฝ่ายหญิงจะตกเป็นเหยื่อของการทารุณกรรมมานานหลายปี แต่เธอก็ถูกตั้งข้อหาในฐานะผู้ร่วมก่อความรุนแรงและทำให้เยาวชนเสื่อมเสียเช่นกัน โดยเธอมีพฤติกรรมทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐบ่อยครั้ง โดยเมื่อ 2 ปีก่อนเคยทำร้ายเสมียนศาล และล่าสุดได้ทำร้ายเจ้าหน้าที่อีกครั้งจนเป็นเหตุให้ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำเมืองแบรสต์ สถานที่เดียวกับที่พ่อของเธอถูกคุมขังอยู่ขณะที่ลูกทั้ง 3 คนถูกส่งตัวไปอยู่ในความดูแลของหน่วยงานสังคมสงเคราะห์แล้ว โดยเด็กชายต้องพักรักษาตัวนานถึง 30 วันจากบาดแผลทางร่างกายและจิตใจ ส่วนลูกสาวฝาแฝดต้องพักรักษาตัว…

  • พินัยกรรมแม่ ยกให้ลูกชายหมด ลูกสาวเปิดเอกสารดู เอะใจ ประโยคเดียว หอบหลักฐาน ฟ้องศาลจนชนะ (ข่าวตปท.)

    เมื่อไม่นานมานี้ เว็บไซต์ต่างประเทศ ETtoday ได้มีการเผยแพร่เรื่องราวของหญิงชราวัยเกือบ 90 ปี ในเมืองไถหนาน ประเทศไต้หวัน ได้ทำพินัยกรรมภายใต้การจัดการของลูกชาย 2 คนเมื่อไม่นานมานี้ เว็บไซต์ต่างประเทศ ETtoday ได้มีการเผยแพร่เรื่องราวของหญิงชราวัยเกือบ 90 ปี ในเมืองไถหนาน ประเทศไต้หวัน ได้ทำพินัยกรรมภายใต้การจัดการของลูกชาย 2 คน โดยตัวพินัยกรรม ระบุว่า ลูกชายทั้งสองเป็นผู้รับมรดกที่ดินจำนวน 15 แปลง มูลค่ารวมกว่า 500 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือ ประมาณ 570 ล้านบาทแต่อย่างไรก็ตาม ลูกสาวของหญิงชราได้ยื่นฟ้องศาล เพื่อขอให้พินัยกรรมฉบับดังกล่าวเป็นโมฆะ โดยให้เหตุผลว่า แม่ของเธอรู้หนังสือ แต่ในพินัยกรรมกลับระบุว่า แม่ไม่รู้หนังสือและไม่สามารถเซ็นชื่อได้ ทั้งนี้ ศาลได้พิจารณาพยานหลักฐาน และรับฟังคำให้การของฝ่ายลูกสาว ก่อนจะตัดสินว่า พินัยกรรมดังกล่าวไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง จึงถือว่า ไม่มีผลตามกฎหมาย ส่งผลให้ทรัพย์มรดกมหาศาลนี้ จะต้องถูกแบ่งใหม่ตามกฎหมายมรดกจากการรายงานของสื่อ เผยว่า ในรายละเอียดของคดี ลูกสาวระบุว่า แม่ของเธอมีที่ดินอยู่ 16 แปลง รวมพื้นที่กว่า…

  • รุมสวดยับ ลุงหัวร้อนซัดสาวหน้าหงาย ฉุนแย่งที่นั่งรถไฟฟ้า ถ่ายประจานว่อนเน็ต

    เดือดกลางขบวน! มนุษย์ลุงฮ่องกง ปล่อยหมัดใส่หน้าหญิงสาวบนรถไฟฟ้า ฉุนโดนขวางทางแย่งที่นั่ง ก่อนทิ้งตัวนั่งหน้าตาเฉย พลเมืองดีรุมสวดยับ แนะฟ้องให้เข็ดเช้าวันจันทร์ที่แสนวุ่นวายบนรถไฟฟ้าควรจะเป็นเวลาที่ต่างคนต่างรีบเดินทางไปทำงาน แต่กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นในฮ่องกง กรณีเกิดการแย่งที่นั่งเพียงที่เดียวกลายเป็นชนวนเหตุความรุนแรงที่ทำเอาผู้โดยสารทั้งขบวนต้องตกตะลึง เมื่อชายสูงวัยรายหนึ่งเกิดบันดาลโทสะชกเข้าที่หน้าหญิงสาวคู่กรณี ท่ามกลางสายตาของผู้โดยสารทั้งขบวน กลายเป็นคลิปไวรัลที่ชาวฮ่องกงกำลังวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดสื่อท้องถิ่นอย่าง The Standard รายงานเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นบนรถไฟฟ้า MTR ของฮ่องกง เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา คลิปวิดีโอที่ถูกแชร์ว่อนโลกออนไลน์เผยให้เห็นภาพชายสูงวัยสวมหน้ากากอนามัย ยืนประจันหน้ากับหญิงสาวสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำมัดผมหางม้าสาเหตุของความเดือดดาลครั้งนี้ เกิดจากชายสูงวัยเข้าใจว่าหญิงสาวคนดังกล่าวยืนขวางทาง ทำให้เขาเดินไปนั่งเก้าอี้ว่างไม่สะดวก ด้วยความโมโห เขาจึงตัดสินใจปล่อยหมัดชกเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างจังจนเธอเซถอยหลังด้วยความเจ็บปวดลุงฮ่องกงปล่อยหมัดซัดหน้าสาวแย่งที่นั่ง MTRสิ่งที่ทำให้ผู้พบเห็นเหตุการณ์รับไม่ได้ที่สุด คือพฤติกรรมหลังจากนั้นของชายสูงวัย หลังจากที่ปล่อยหมัดใส่หน้าผู้หญิงจนเธอถอยไปแล้ว ลุงรายนี้ก็เดินเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวต้นเหตุอย่างหน้าตาเฉย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมแก้ตัวแบบข้าง ๆ คู ๆ ว่า “เขาก็แค่ต้องการจะเดินไปนั่ง” ขณะที่ผู้โดยสารคนอื่น ๆ ที่เห็นเหตุการณ์พยายามเข้ามาแยกทั้งคู่ออกจากกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุบานปลายแม้จะได้นั่งสมใจ แต่ชายสูงวัยก็ต้องเจอกับศาลเตี้ยบนรถไฟฟ้า เพราะผู้โดยสารหลายคนรุมตำหนิพฤติกรรมไม่เหมาะสมของเขา ซึ่งผู้โดยสารท่านหนึ่งเดินเข้าไปเผชิญหน้าและตักเตือนเสียงดังว่า“อย่าใช้กำลัง ที่นี่ฮ่องกง เรามีกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม” จะมาทำตัวป่าเถื่อนแบบนี้ไม่ได้ แต่ถึงจะถูกรุมต่อว่า แต่เขาก็ยังโต้เถียงและไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่ทำลงไปทางด้านหญิงสาวผู้เสียหาย รู้สึกตกใจแต่เธอยังคงยืนยันหนักแน่นว่าเธอถูกทำร้ายร่างกาย และแสดงเจตจำนงที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีคลิปวิดีโอดังกล่าวกลายเป็นไวรัลบนโซเชียล มีเสียงวิจารณ์มากมายเสียงส่วนใหญ่เป็นเอกฉันท์ ชาวเน็ตตำหนิการกระทำของชายสูงวัยที่ใช้กำลังทำร้ายผู้หญิง เพียงเพราะเรื่องที่นั่ง ขณะที่หลายคอมเมนต์ตั้งข้อสังเกตว่า“คุณลุงดูแข็งแรงมาก หมัดหนักขนาดนี้ จริง…

  • เอะใจ สะใภ้ “ซักผ้าปูที่นอนทุกวัน” ทั้งที่ผัวไม่อยู่ แอบไขห้องดูรู้เหตุผล ละอายจนต้องย้ายหนี!

    ละอายใจจนต้องย้ายหนี! แม่ผัวแอบเข้าห้องลูกสะใภ้ เจอ ลูกชายไปทำงานต่างจังหวัด ลูกสะใภ้ "ซักผ้าปูที่นอนทุกวัน" แม่ผัวสงสัยแอบเข้าไปดู เจอความลับบนเตียงถึงกับหน้าแดง รีบวิ่งออกมาแทบไม่ทันไม่ใช่แค่ซักแบบผ่านๆ แต่เธอถอดออกมาทั้งชุด แช่น้ำยา ขยี้อย่างดี แล้วตากแดดอย่างระมัดระวัง…เรื่องมีอยู่ว่า ลูกชายของฉันต้องไปทำงานต่างจังหวัดเกือบ 2 สัปดาห์ ทิ้งให้ลูกสะใภ้และหลานตัวน้อยอยู่กันตามลำพัง ก่อนไปเขากำชับให้ฉันมาอยู่เป็นเพื่อนเพื่อช่วยดูแลหลาน กลัวว่าเมียจะทำงานไปด้วยดูแลลูกไปด้วยไม่ไหว ฉันเองก็เอ็นดูหลานและสงสารลูกสะใภ้ เลยหอบเสื้อผ้ามาอยู่ด้วยบ้านของลูกชายกว้างขวาง ห้องหับเป็นระเบียบเรียบร้อย ลูกสะใภ้ของฉันเป็นคนเงียบๆ เรียบร้อย ไม่ใช่คนช่างจ้อหรือชอบเล่าเรื่องส่วนตัวให้แม่สามีฟัง ช่วงแรกที่มาอยู่ ทุกอย่างดูปกติดีจนฉันคิดว่าตัวเองคงกังวลเกินเหตุจนกระทั่งฉันสังเกตเห็นเรื่องเล็กๆ เรื่องหนึ่ง… ลูกสะใภ้ซักผ้าปูที่นอน "ทุกวัน"มันไม่ใช่การซักแบบขอไปที แต่เธอถอดออกมาทั้งเซต ทั้งปลอกหมอน ผ้าปู เอาไปแช่ ซักอย่างพิถีพิถัน แล้วตากอย่างดี ฉันรู้สึกแปลกใจมาก เพราะปกติสองผัวเมียคู่นี้งานยุ่งจะตาย สัปดาห์นึงถึงจะเปลี่ยนผ้าปูสักครั้ง แต่นี่อยู่คนเดียวกลับเปลี่ยนทุกวัน?ตอนแรกฉันคิดว่า หรืออากาศมันร้อน? หรือหลานทำเลอะ? แต่หลานก็นอนแยกห้องนอนตัวเอง ส่วนห้องนอนของลูกสะใภ้ประตูก็ปิดตลอดเวลา เธอกลับมาจากทำงานก็เข้าห้องทันที แทบไม่ออกมาความอยากรู้อยากเห็นของคนแก่เริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ…ความสงสัยนำไปสู่การเปิดประตูฉันไม่กล้าถาม ถามไปก็กลัวจะมองหน้ากันไม่ติด แต่ถ้าไม่ถามใจมันก็ค้างคา ฉันพยายามปลอบใจตัวเองว่า ลูกสะใภ้คงเป็นคนรักความสะอาดมากเป็นพิเศษมั้งแต่พอเข้าวันที่ 5 เมื่อเห็นลูกสะใภ้หอบกองผ้าปูที่นอนชุดใหม่ไปซัก ทั้งที่ชุดเมื่อวานยังตากแห้งคาอยู่ที่ระเบียง ฉันก็อดคิดมากไม่ได้เที่ยงวันนั้น ลูกสะใภ้พาหลานไปเรียนพิเศษ…

  • ทหารไทยเข้าเคลียร์ฐานเขมร เจอผู้หญิงผมทอง ดูดีๆถึงกับผงะ เป็นตุ๊กตายาง

    ทหารไทยถึงกับช็อก เข้าเคลียร์ฐานเขมรเพื่อสถาปนาพื้นที่ เจอผู้หญิงผมทอง ตอนแรกนึกว่าศพเข้าไปดูดีๆ พบว่าเป็นตุ๊กตายางเพจเฟซบุ๊ก ไดอารี่ทหารพราน ได้โพสต์คลิปเรื่องของทหารไทยที่เข้าไปสถาปนาพื้นที่ เคลียร์พื้นที่ทหารเขมร ก่อนจะเจอร่างผู้หญิงผมบลอนด์ เข้าไปดูดีๆไม่ใช่ศพแต่เป็นตุ๊กตายางโดยทางเพจเขียนข้อความว่า “จะตกใจอะไรก่อนดี ตกใจที่พรานไปเอามา หรือตกใจที่เขมรก็สรรหามาใช้ ”บี๋ของพี่ทหาร“”ซึ่งในคลิปแสดงให้เห็นถึงทหารไทยที่แสดงความตกใจ ก่อนจะบอกว่า “เหมือนคนจริงๆเลย”ทั้งนี้ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เพจ “Army Military Force” เคยรายงานว่าทหารไทยเคยพบ ถุงยาง ไวอะกร้า เซ็กซ์ทอย รวมถึงชุดชั้นในผู้หญิง เจลหล่อลื่น หลังไทยเข้ายึดฐานทหารเขมรได้สำเร็จอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องทหารไทย ยึดรังเขมร พบเสบียงเพียบ ‘มาม่า-ปลากระป๋องไทย’ พร้อมถุงยางวางเกลื่อนสื่อนอกตีข่าว “แอนเจลินา โจลี” เตรียมโบกมือลาสหรัฐ ย้ายสำมะโนครัวไปอยู่กัมพูชายูทูบเบอร์เผย รัฐบาลกัมพูชาพยายามปิดปาก โพสต์คลิปถูกรัสเซียทำร้ายกลางนครวัด

  • โซเชียลทั่วโลกเปิดคลิปแฉ ปมจนท.ICEยิงผู้อพยพหญิงดับคารถ จุดชนวนคนสหรัฐประท้วงเดือด

    8 มกราคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โซเชียลทั่วโลกแห่แชร์ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ หรือ ICE ยิงผู้อพยพเสียชีวิตในรัฐมินนิโซตา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ที่ต่อต้านนโยบายปรามปรามผู้อพยพ ขณะที่ประธนานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าเป็นการป้องกันตัวของเจ้าหน้าที่โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น ผู้อพยพหญิงวัย 37 ปีถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางยิงเสียชีวิตที่เมืองมินนิแอโพลิส นับเป็นเหตุการณ์รุนแรงล่าสุดจากปฏิบัติการปราบปรามผู้อพยพตามนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทางการท้องถิ่นระบุชื่อผู้เสียชีวิต คือ นางเรเน นิโคล กู๊ด พร้อมระบุว่า วันที่เกิดเหตุเธอออกไปดูแลเพื่อนบ้าน และชีวิตของเธอก็ถูกพรากไปด้วยฝีมือของรัฐบาลกลาง พร้อมกับเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองออกไปจากเมืองมินนิแอโพลิสโดยทันทีเจ้าหน้าที่อ้างว่า การตัดสินใจยิงใส่รถของกู๊ดเป็นการป้องกันตัวโดยระบุว่า ผู้เสียชีวิตพยายามจะขับรถชน เจ้าหน้าที่จึงได้ลั่นกระสุนออกไป 3 นัด และมีกระสุนอย่างน้อย 1 นัดที่พุ่งเข้าไปตรงที่นั่งคนขับ จากนั้นกู๊ด ได้ขับรถออกไปและเสียหลักพุ่งชนเสาไฟและรถที่จอดไว้ เจ้าหน้าที่แพทย์ฉุกเฉินพยายามทำพีซีอาร์เพื่อยื้อชีวิตของกู๊ด แต่ก็ไม่เป็นผลทำให้เธอเสียชีวิตในที่สุดด้านโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความ ระบุว่า ผู้เสียชีวิตเป็นนักก่อกวนมืออาชีพ และปกป้องการตัดสินใจยิงของเจ้าหน้าที่ว่าเป็นการป้องกันตัว สอดคล้องกับนางคริสตี โนม รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิที่แถลงว่า กู๊ดพยายามก่อกวนเจ้าหน้าที่และคอยติดตามเจ้าหน้าที่ตลอดทั้งวัน เธอยังขวางรถของเจ้าหน้าที่ ปฏิเสธที่จะหลีกทางให้ ทั้งยังพยายามขับรถชนเจ้าหน้าที่ด้วยนายเจค็อบ เฟรย์ นายกเทศมนตรีเมืองมินนิแอโพลิส พรรคเดโมแครต แย้งว่า…

  • โซเชียลเดือด เทรนด์ ‘จนแต่รวย’ แชร์รถสปอร์ต-บ้านราคาแพง แต่บอกตัวเองลำบาก

    เทรนด์ ‘จนแต่รวย’ โพสต์ชีวิตหรู-เฟอร์รารี่ พร้อมบะหมี่ ชาวเน็ตตั้งคำถามความเหมาะสม – ภาพจาก odditycentralจากล้อเล่นสู่ดราม่า เทรนด์ ‘จนแต่รวย’ โพสต์ไลฟ์สไตล์หรู แชร์เฟอร์รารี่-บ้านราคาแพง พร้อมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ชาวเน็ตและนักวิจารณ์ตั้งคำถามความเหมาะสม8 มกราคม 2569- การอวดโชว์บนโซเชียลมีเดียไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่ยิ่งผู้คนเน้นสถานะทางสังคมและทรัพย์สินมากขึ้น แนวโน้มนี้ก็ยิ่งทวีความรุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่มักวัดคุณค่าของตัวเองจากความร่ำรวยหรือไลฟ์สไตล์ที่หรูหราแต่การอวดโชว์ในโลกออนไลน์นั้นเป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนอีกเรื่องคือการโพสต์โชว์ชีวิตหรูพร้อมบ่นว่าตัวเอง “ลำบาก” ขณะที่สิ่งของที่โพสต์นั้นเป็นสิ่งที่คนอื่น ๆ ต้องพึ่งพาเพื่อความอยู่รอดจริง ๆ ซึ่งทำให้หลายคนมองว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสมPoverty Challengeเทรนด์ ‘Poverty Challenge’ ในเกาหลีใต้ โพสต์ชีวิตหรู-บะหมี่ลงโซเชียล พร้อมบ่นจน กลายเป็นดราม่า – ภาพจาก odditycentralเทรนด์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดตอนนี้คือ“Poverty Challenge”ในเกาหลีใต้ ผู้ใช้งานจะโพสต์ภาพรถสปอร์ตของหรู แฟชั่นแบรนด์เนม บ้านราคาแพง หรือของสะสมที่มีราคา พร้อมใส่ไอเทมราคาถูกอย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือข้าวห่อสาหร่ายสามเหลี่ยม และบ่นว่าตนเอง “จนเหลือทน”แม้ว่าจะเริ่มจากการล้อเล่น แต่เทรนด์นี้กลับกลายเป็นประเด็นถกเถียงบนโซเชียลมีเดียภาพตัวอย่างที่แชร์กันอย่างแพร่หลาย เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปวางข้างพวงกุญแจเฟอร์รารี่ รถเฟอร์รารี่สีแดงสดพร้อมถุงบะหมี่เรียงบนฝากระโปรง หรือห้องที่เต็มไปด้วยงานศิลปะราคาแพง พร้อมคำบรรยายว่า “สิ่งที่ฉันมีคือภาพวาดไม่กี่ชิ้นกับสุนัข”สะท้อนให้เห็นความขัดแย้งระหว่างความมั่งคั่งและความยากลำบากในชีวิตจริงนักวิจารณ์กังวลนักวิจารณ์กังวล เทรนด์โซเชียลดราม่าความเหลื่อมล้ำ –…

  • ขโมยชีวิต 38 ปี สลับทารกตอน “อาบน้ำ” สาวโรงงานคือลูกเศรษฐี “คุณหนูเก๊” รู้ปุ๊บรีบทำสิ่งนี้!

    เหมือนละคร! พยาบาลพาไปอาบน้ำ ทำทารกสลับตัว 38 ปี ชีวิตพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทารกถูกสลับตัวตอน เปิดใจ "หลิว ฮุ่ย" เหยื่อสลับตัวทารก ถูกขโมยชีวิตเศรษฐี ต้องทำงานโรงงานจนหลังพัง จุดเริ่มต้นโศกนาฏกรรม แค่ถูกพาไป "อาบน้ำ" ชีวิตก็ถูกสลับเหมือนละครน้ำเน่าแต่คือเรื่องจริง! แค่ "ไปอาบน้ำ" แต่วาสนาเล่นตลก ชีวิตพลิกผัน 38 ปี สาวโรงงานลำบากฟรี เพิ่งรู้ชาติกำเนิดเศรษฐี ส่วนคนที่ "ใช้ชีวิตแทน" ตัดขาดพ่อแม่แท้ๆเมื่อเร็วๆ นี้ โลกออนไลน์ของจีนต่างฮือฮากับข่าวคดี "สลับชีวิตผิดตัว" ของหญิงสาวชื่อ หลิว ฮุ่ย (Liu Hui) ซึ่งกินเวลานานถึง 38 ปี ในเมืองซางชิว มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน สิ่งที่ทำให้สังคมจับตามองไม่ใช่แค่ความผิดพลาดทางการแพทย์ร้ายแรง แต่ยังรวมถึงความย้อนแย้งที่น่าเจ็บปวด เมื่อความจริงเปิดเผย กลับมีเพียงฝ่ายที่ลำบากเท่านั้นที่ปรากฏตัวต่อสื่อ ส่วนคนที่ "เติบโตมาอย่างร่ำรวย" กลับเลือกที่จะหายตัวไป และปฏิเสธที่จะพบหน้าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของตนเองเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 38 ปีก่อน ณ ห้องคลอดของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในมณฑลเหอหนาน เด็กน้อยคนหนึ่งลืมตาดูโลกและพ่อแม่ตั้งชื่อให้ว่า…