Category: ต่างประเทศ
-
ช็อก! หนุ่มไปทำงานต่างถิ่น “ลืมปิดหน้าต่าง” กลับบ้านอีกทีขนลุก ค่าซ่อม 2 ล้าน!!!
อุทาหรณ์คนไกลบ้าน! แค่ลืมปิดหน้าต่าง ทิ้งไว้ 3 ปี สภาพข้างในทำเอาชาวเน็ตขนลุก ไม่ได้อยู่แต่เจอค่าซ่อมแพง (มีคลิป)ช็อก! หนุ่มไปทำงานต่างถิ่น ลืมปิดหน้าต่างทิ้งไว้ 3 ปี กลับมาเจอสภาพบ้านกลายเป็น "อาณาจักรนกพิราบ"กลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกโซเชียล เมื่อชายหนุ่มรายหนึ่งอาศัยอยู่ในเมืองวอร์คุตา (Vorkuta) ประเทศรัสเซีย ต้องตกตะลึงกับสภาพคอนโดของตัวเอง หลังจากทิ้งบ้านไปทำงานไกลบ้านนานถึง 3 ปี แต่ลืมปิดหน้าต่างทิ้งไว้เพียงบานเดียว จนทำให้นกพิราบยกฝูงเข้ามายึดพื้นที่จาก "บ้าน" กลายเป็น "รังนก"ตามรายงานจากสื่อรัสเซีย เจ้าของห้องได้เดินทางออกจากเมืองไปทำงานที่แถบไซบีเรียตั้งแต่ 3 ปีก่อน โดยไม่ได้กลับมาดูแลหรือฝากใครให้ช่วยเฝ้าห้อง จนกระทั่งเขากลับมาเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2026 และได้พบกับภาพที่ทำเอาพูดไม่ออก เพราะแทนที่จะได้พักผ่อนในบ้านที่คุ้นเคย เขากลับต้องเผชิญกับกองทัพนกพิราบที่เข้ามาจับจองพื้นที่จนกลายเป็นเจ้าของบ้านตัวจริงสภาพภายในห้องที่เขาบันทึกวิดีโอไว้เผยให้เห็นว่า:ทุกตารางนิ้วถูกยึด: ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ ตู้ หรือพื้นห้อง ถูกปกคลุมไปด้วยมูลนก ขนนก และซากสิ่งสกปรกนกพิราบนับสิบตัว: ยังคงเกาะอยู่ตามเฟอร์นิเจอร์อย่างสบายใจ ราวกับกำลังมองเจ้าของห้องว่าเป็น "ผู้บุกรุก"กลิ่นและสุขอนามัย: สภาพห้องเข้าขั้นวิกฤตและเสี่ยงต่อโรคติดต่อเจ้าของห้องกล่าวปนตลกในวิดีโอว่า "ผมไม่อยู่แค่ 3 ปี กลับมาอีกทีที่นี่กลายเป็น 'ดูไบของนกพิราบ' ไปแล้ว พวกมันมองหน้าผมเหมือนผมเป็นผู้เช่าที่เบี้ยวค่าเช่าบ้านซะอย่างนั้น"ค่าซ่อมแซมที่อาจแพงกว่าซื้อใหม่แม้เรื่องนี้จะดูขำขันในสายตาชาวเน็ต…
-
ดราม่า โรงเรียนแคนาดา จัดโซนห้ามนร.คริสต์กินอาหาร หวั่นกระเทือนใจนร.มุสลิม ช่วงถือศีลอด
ดราม่า โรงเรียนในแคนาดาจัดโซน “ห้ามกินอาหาร” หวังเอาใจนักเรียนมุสลิมช่วงถือศีลอดเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ โรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศแคนาดาออกกฎจำกัดพื้นที่การรับประทานอาหารของเด็กนักเรียน เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือนจิตใจนักเรียนชาวมุสลิมที่กำลังถือศีลอดในเดือนรอมฎอนที่โรงเรียนแฟร์วิว ในเมืองแคลกะรี ซึ่งมีนักเรียนลงทะเบียนเรียนอยู่ราว 911 คน ทางโรงเรียนได้ส่งอีเมลแจ้งผู้ปกครองว่า เพื่อเป็นการสนับสนุนนักเรียนที่อาจกำลังถือศีลอด ทางโรงเรียนจะจัดตั้ง “พื้นที่งดอาหาร” ขึ้นในช่วงพักกลางวัน และในวันที่มีสภาพอากาศเลวร้ายพื้นที่ส่วนกลางสำหรับการเรียนรู้จะถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ห้ามนำอาหารเข้ามารับประทานสำหรับนักเรียนทุกคน ซึ่งครอบคลุมไปถึงเด็กนักเรียนที่อายุน้อยเพียง 9 ขวบดราม่า โรงเรียนแคนาดา จัดโซนห้ามนร.คริสต์กินอาหาร หวั่นกระเทือนใจนร.มุสลิม ช่วงถือศีลอดทันทีที่ภาพอีเมลฉบับนี้ถูกเผยแพร่ออกไป โลกออนไลน์ได้แสดงความไม่พอใจ ตั้งคำถามอย่างดุเดือด ชาวเน็ตหลายคนมองว่าวิธีแก้ปัญหาที่อยู่บนพื้นฐานของสามัญสำนึก คือการให้นักเรียนที่ถือศีลอดหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่โรงอาหาร ไม่ใช่การต้อนเด็กที่ถือศีลอดไปรวมกันในโรงอาหารที่พวกเขาเคยนั่งกินข้าว แล้วสั่งห้ามไม่ให้เด็กคนอื่นกินอาหารนอกจากนี้ ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียรายหนึ่งซึ่งเป็นชาวมุสลิมได้เข้ามาให้ความเห็นว่า ชาวมุสลิมไม่ได้รู้สึกแย่หรือใส่ใจเลยหากจะมีใครมารับประทานอาหารต่อหน้าในขณะที่พวกเขาถือศีลอดขณะที่อีกหลายความเห็นระบุว่า แก่นแท้ของการถือศีลอดในทุกศาสนาคือการฝึกความอดทนต่อความยากลำบาก ซึ่งย่อมรวมถึงการต้องอยู่ท่ามกลางอาหารและผู้คนที่กำลังกินอาหารด้วยทั้งนี้ ตามหลักศาสนาอิสลาม เด็กจะเริ่มถือศีลอดเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ หรือราวอายุ 13-14 ปี แต่โรงเรียนกลับนำเด็กวัย 9 ขวบเข้ามาผูกโยงกับกฎเกณฑ์นี้ด้วยดราม่า โรงเรียนแคนาดา จัดโซนห้ามนร.คริสต์กินอาหาร หวั่นกระเทือนใจนร.มุสลิม ช่วงถือศีลอดหลังเผชิญกับกระแสต่อต้านอย่างหนัก คณะกรรมการการศึกษาเมืองแคลกะรี (CBE) ได้ออกแถลงการณ์ผ่านอินสตาแกรม ชี้แจงด้วยข้อความที่ค่อนข้างย้อนแย้งว่า ทางโรงเรียนไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่รับประทานอาหารที่กำหนดไว้เดิมแต่อย่างใด แต่ในช่วงเดือนรอมฎอนได้จัดเตรียมพื้นที่ทางเลือกที่ไม่มีอาหารไว้ให้นักเรียนที่ถือศีลอดโดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้พวกเขาต้องอยู่ปะปนกับคนที่กำลังรับประทานอาหาร พร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าโรงเรียนแห่งนี้ไม่ได้มีบริการขายอาหารในโรงอาหารอยู่แล้ว ปกติเด็กแต่ละระดับชั้นก็จะแยกย้ายกันไปกินอาหารตามพื้นที่ต่างๆ ในอาคารทางโรงเรียนมีหน้าที่ตามกฎระเบียบในการอำนวยความสะดวกแก่นักเรียนที่ต้องปฏิบัติศาสนกิจ…
-
ฮือฮา มันเทศจีน คล้ายมือคน ชาวบ้านแห่ดูความหลอน คนขอซื้อต่อ 4 หมื่น ไม่ขาย
ฮือฮา ขุดพบมันเทศจีน รูปร่างประหลาดคล้าย มือคน มีครบทั้งห้านิ้ว ชาวบ้านแห่ดู ความหลอนน่าขนลุก คนขอซื้อต่อ 4 หมื่น ยังไม่ขายวันที่ 19 มี.ค. 69 ชาวสวนสูงวัยในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน สร้างความฮือฮาในโลกออนไลน์ หลังขุดพบ “มันเทศ” ที่มีรูปร่างแปลกประหลาดคล้ายมือมนุษย์ชวนขนลุก จนเจ้าตัวถึงกับตกใจในตอนแรก คิดว่าอาจขุดเจอชิ้นส่วนศพโดยไม่ตั้งใจจากภาพที่ถูกเผยแพร่ มันเทศดังกล่าวมีลักษณะคล้ายฝ่ามือมนุษย์ โดยมีส่วนที่ยื่นออกมา 5 แฉกเหมือนนิ้วมือ นิ้วด้านซ้ายสุดสั้นกว่าส่วนอื่น คล้ายนิ้วโป้งขณะที่ปลายแต่ละแฉกยังดูเหมือนเล็บอีกด้วย นอกจากนี้ ด้านหลังของหัวมันยังแบนคล้ายฝ่ามือ ทำให้ยิ่งดูสมจริงจนหลายคนรู้สึกขนลุกหลังจากข่าวแพร่กระจายออกไป ชาวบ้านในพื้นที่ต่างพากันเดินทางมาดูของแปลกที่บ้านของชาวสวนรายนี้อย่างต่อเนื่อง ด้านลูกเขยของเจ้าของ ได้นำวิดีโอไปเผยแพร่บนโลกออนไลน์ จนมีผู้สนใจจำนวนมาก และมีการยื่นข้อเสนอซื้อสูงถึง 8,000 หยวนหรือราว 3.9 หมื่นบาทอย่างไรก็ตาม ชาวสวนสูงวัยรายนี้ได้ปฏิเสธข้อเสนอทั้งหมด และยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะขายหรือเก็บมันเทศรูปร่างประหลาดนี้ไว้ขุดพบมันเทศจีน รูปร่างเหมือน มือคน ขุดพบมันเทศจีน รูปร่างเหมือน มือคนผู้เชี่ยวชาญชี้เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า รูปร่างที่ผิดปกติของมันเทศสามารถเกิดขึ้นได้จากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ความแข็งของดิน การมีหินหรือสิ่งกีดขวางใต้ดิน รวมถึงการเบียดตัวกับรากพืชอื่น ๆ ซึ่งอาจทำให้หัวมันเติบโตออกมาในรูปทรงแปลกตาทั้งนี้ ยืนยันว่ามันเทศลักษณะดังกล่าวไม่มีความแตกต่างจากมันเทศทั่วไป…
-
กัมพูชา ยอมรับ แบนสินค้าไทยไม่ได้ทั้งหมด หลังนำเข้าผ่านด่าน สปป.ลาว มากขึ้น
กัมพูชา ยอมรับ นำเข้าสินค้าไทยผ่านด่าน สปป.ลาว มากขึ้น และแบนสินค้าไทยไม่ได้ทั้งหมด เพราะติดข้อตกลงการค้าโลก หลังประชาชนร่วมแบนสินค้าไทยสื่อกัมพูชารายงานว่า สินค้าจากไทยยังคงไหลเข้าสู่กัมพูชาผ่านทางลาวอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการปิดพรมแดนและกระแสแบนสินค้าไทยในหมู่ผู้บริโภคชาวกัมพูชา โดยเส้นทางหลักที่ใช้คือด่านพรมแดนสากลตระเปียงเกรียล ซึ่งเชื่อมระหว่างจังหวัดสตึงแตรงของกัมพูชากับแขวงจำปาสักของลาว ด่านแห่งนี้เปิดทำการตั้งแต่ปี 2560 และกลายเป็นเส้นทางผ่านแดนสำคัญที่มีตู้คอนเทนเนอร์จอดรอข้ามจากลาวเข้ากัมพูชาอยู่เป็นจำนวนมากผู้ว่าฯ จังหวัดสตึงเตรง ระบุว่า กัมพูชาไม่อาจสั่งห้ามสินค้าไทยผ่านด่านพรมแดนสากลได้ทั้งหมด เนื่องจากพันธกรณีที่มีต่อองค์การการค้าโลก (WTO) และอาเซียน ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจในภาวะที่ประเทศกำลังรับมือกับปัญหาความมั่นคงชายแดนและผู้พลัดถิ่นอยู่แล้วสินค้าไทยที่ผ่านด่านพรมแดนสากลอย่างถูกกฎหมายต้องเสียภาษีและนำรายได้เข้างบประมาณแผ่นดิน ส่วนสินค้าต้องห้ามที่ลักลอบนำเข้าจะถูกยึดและทำลายทันที โดยในอดีตเคยมีการยึดและเผาสินค้าไทยที่ลักลอบนำเข้าทางน้ำมาแล้ว พร้อมดำเนินคดีกับผู้นำเข้านอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการสกัดสินค้าไทยไม่ใช่การห้ามทางกฎหมาย แต่คือการที่ประชาชนร่วมกันปฏิเสธการซื้อสินค้าไทย เพราะหากผู้บริโภคไม่ซื้อ ผู้นำเข้าก็จะไม่นำเข้ามาให้ขาดทุน และสินค้าจะหายไปเองในที่สุด พร้อมเตือนไม่ให้ซ้ำรอยความผิดพลาดในอดีต และเรียกร้องให้ประชาชนเปลี่ยนความรักชาติมาเป็นการสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศแทนขณะที่ ลัช บุนลอง หัวหน้าด่านตรวจสตึงเตรง-จำปาสัก ยอมรับว่ามีสินค้าไทยบางส่วนเข้ามาทางลาวหลังเกิดวิกฤตพรมแดน แต่ระบุว่าปริมาณการนำเข้าลดลงมากอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากผู้บริโภคชาวกัมพูชาหันหลังให้สินค้าไทยมากขึ้น จนความต้องการในบางรายการลดลงเกือบเป็นศูนย์กรมศุลกากรและสรรพสามิตของกัมพูชาเผยว่า การนำเข้าสินค้าจากไทยในเดือนมกราคมที่ผ่านมาลดลงถึงร้อยละ 49.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เหลือเพียงกว่า 151 ล้านดอลลาร์ โดยสินค้าอุปโภคบริโภคร่วงหนักที่สุดถึงร้อยละ 60 สินค้าแบรนด์ไทยจำนวนมากขายไม่ออก ผู้นำเข้าบางรายต้องส่งคืนหรือทำลายสินค้าที่หมดอายุจากมูลค่านำเข้ารวม ส่วนใหญ่ราว 123 ล้านดอลลาร์เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ได้แก่ เครื่องจักร อุปกรณ์…
-
นักแสดงหญิงชื่อดัง เผยสาเหตุที่ตัดสินใจรับบทสุดอื้อฉาวตั้งแต่อายุเพียง 20 ปี เพราะแบกรับหนี้ครอบครัว ยอมรับว่าบาดแผลทางใจ (ข่าวต่างประเทศ)
นักแสดงหญิงชื่อดัง เผยสาเหตุที่ตัดสินใจรับบทสุดอื้อฉาวตั้งแต่อายุเพียง 20 ปี เพราะแบกรับหนี้ครอบครัว ยอมรับว่าบาดแผลทางใจ (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า ในรายการ Overcoming Story: While You Were Hurting อีแจอึนได้ย้อนเล่าถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในชีวิต หลังจากเคยเป็นนักแสดงเด็กที่ได้รับความรักจากผู้ชมอย่างล้นหลาม เธอเปิดเผยว่า ครอบครัวต้องเผชิญวิกฤตทางการเงินอย่างหนัก โดยกล่าวว่า “มีสิ่งยั่วยวนมากมายรอบตัวพ่อแม่ของฉัน และการลงทุนของพ่อก็ล้มเหลวทั้งหมด ถึงขั้นที่บ้านกำลังจะถูกยึด” ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชีวิตของเธออย่างรุนแรงอีแจอึนเล่าต่อว่า “นั่นคือเหตุผลที่ฉันตัดสินใจรับแสดงเรื่อง Yellow Hair มันเป็นการตัดสินใจที่เจ็บปวดและยากมากภาพยนตร์เรื่อง Yellow Hair ที่ออกฉายในปี 1999 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพของเธอ โดยเธอต้องพลิกภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ มารับบทหญิงสาวที่เต็มไปด้วยบาดแผลทางจิตใจ ใช้ชีวิตอย่างต่อต้านสังคมและทำลายตัวเอง แม้ภาพยนตร์จะมีแนวคิดเชิงศิลปะ แต่ก็ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางจากเนื้อหาที่แรงและเต็มไปด้วยความอ่อนไหวบทบาทดังกล่าวสร้างกระแสฮือฮาอย่างมาก แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เธอต้องเผชิญเสียงวิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากภาพลักษณ์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากอดีตนักแสดงเด็กผู้ใสซื่อ อย่างไรก็ตาม การแสดงของเธอกลับได้รับการยอมรับในวงการ คว้ารางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากทั้งเวที Grand Bell Awards และ Blue Dragon Film Awards แม้จะประสบความสำเร็จในแง่รางวัล แต่ผลงานเรื่องนี้กลับกลายเป็นบาดแผลในใจที่ยากจะลืมโดยอีแจอึนยอมรับว่า กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเวลานั้นส่งผลต่อเส้นทางอาชีพ ทำให้โอกาสในการรับบทนำลดลง…
-
สลดกลางเทือกเขา กระเช้าลอยฟ้าร่วงในสวิตเซอร์แลนด์ เสียชีวิต 1 ราย
19 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระเช้าลอยฟ้าของ Titlisbahnen ในเมือง เอนเกลเบิร์ก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประสบอุบัติเหตุร่วงหล่นลงมาในช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ขณะเดียวกันข่าวร้ายดังกล่าวยังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดทุน โดยหุ้นของบริษัทผู้ให้บริการถูกเทขายอย่างหนักเจ้าหน้าที่จาก ตำรวจคดีอาญาแห่งรัฐนิดวัลเดิน ยืนยันว่า ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงวัย 61 ปี โดยอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับกระเช้าแบบ 8 ที่นั่ง ในเส้นทาง Titlis Xpress ซึ่งเชื่อมระหว่างสถานีทรูบเซ ไปยังสถานีชตานด์ด้าน นอร์เบิร์ต พัตต์ ซีอีโอของบริษัท แถลงต่อสื่อมวลชนว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเหตุผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมย้ำว่าความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดของบริษัท และแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต โดยยืนยันว่าจะมีการสืบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียดขณะที่ โทเบียส วิลดิ เปิดเผยว่า กระเช้าที่เกิดเหตุถูกสร้างและติดตั้งในช่วงปี 2014-2015 และมีการตรวจสอบความปลอดภัยทุก 6 เดือน โดยเพิ่งผ่านการซ่อมบำรุงล่าสุดเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ กระเช้าทั้งหมดผลิตโดย Garaventa ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบันอย่างไรก็ตาม หลังข่าวอุบัติเหตุถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ Blick ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทันที โดยหุ้นของบริษัทถูกเทขายอย่างรวดเร็ว และร่วงลงมากกว่า 8%…
-
กระเช้าลอยฟ้า ในสวิส ร่วงตกกระแทกพื้น หญิงวัย 61 ดับคาที่
สลด! กระเช้าลอยฟ้าทิตลิสในสวิสฯ ร่วงตกกระแทกพื้น หญิงวัย 61 ดับคาที่ ฉุดหุ้นร่วงหนักสำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน กระเช้าลอยฟ้าของบริษัท Titlisbahnen ในเมืองเอนเกลเบิร์ก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประสบอุบัติเหตุร่วงหล่นลงมาเมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ขณะที่ตลาดหุ้นตอบรับข่าวร้ายนี้ด้วยการเทขายหุ้นของบริษัทผู้ให้บริการจนร่วงลงอย่างหนักกรมตำรวจคดีอาญาแห่งรัฐนิดวัลเดินยืนยันว่า ผู้เสียชีวิตคือหญิงวัย 61 ปี อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับกระเช้าแบบ 8 ที่นั่งในสายการบิน “Titlis Xpress” ซึ่งเป็นเส้นทางที่เชื่อมระหว่างสถานีทรูบเซ ขึ้นไปยังสถานีชตานด์นอร์เบิร์ต พัตต์ ซีอีโอของบริษัท ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ว่าอุบัติเหตุนี้เป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างยิ่งและเกิดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขาย้ำว่าความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญสูงสุดสำหรับบริษัท ทำให้อุบัติเหตุครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่สะเทือนใจและสร้างความหนักใจอย่างมาก พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ยืนยันว่าจะต้องมีการสืบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียดถี่ถ้วนในส่วนของมาตรฐานความปลอดภัย โทเบียส วิลดิ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระเช้าตู้ที่เกิดเหตุว่าถูกสร้างและติดตั้งในช่วงปี 2014-2015 ระบบกระเช้าจะได้รับการตรวจสอบทุกๆ ครึ่งปี การซ่อมบำรุงครั้งล่าสุดเพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา กระเช้าทั้งหมดผลิตโดยบริษัท Garaventa ซึ่งทางซีอีโอยืนยันว่าเป็นเทคโนโลยีที่ “ทันสมัยที่สุด” ในปัจจุบันทันทีที่ข่าวอุบัติเหตุถูกตีพิมพ์เผยแพร่ออกไปบนเว็บไซต์ blick.ch ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน หุ้นของบริษัทผู้ให้บริการกระเช้าลอยฟ้าแห่งนี้ถูกเทขายอย่างรวดเร็ว จนมูลค่าร่วงลงไปแตะแดนลบมากกว่า 8% ในช่วงเวลาหนึ่งอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องช็อกทั้งสวิส ประวัติ…
-
แม่อายุ 92 ยิงลูกชาย ดับคาเตียง แค้นถูกส่งเข้าบ้านพักคนชรา สุดท้ายตาคาคุก
สลด! แม่อายุ 92 ยิงลูกชายวัย 72 ดับคาเตียง ปมแค้นถูกส่งเข้าบ้านพักคนชรา ก่อนจบชีวิตในเรือนจำรัฐแอริโซนา, สหรัฐอเมริกา — โศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญในครอบครัว หญิงชราวัย 92 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงลูกชายแท้ๆ วัย 72 ปี จนเสียชีวิต สาเหตุมาจากความโกรธแค้นที่ลูกชายเตรียมส่งเธอไปอยู่สถานดูแลผู้สูงอายุคดีนี้เกิดขึ้นที่เมืองฟาวน์เทนฮิลส์ รัฐแอริโซนา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุและบุกเข้าไปในบ้านพักหลังหนึ่ง พบศพนายโทมัส วัย 72 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ ขณะที่นางแอนนา เบลสซิง วัย 92 ปี ผู้เป็นแม่ นั่งรอเจ้าหน้าที่อย่างสงบนิ่งอยู่บนเก้าอี้เอนหลังในห้องนอนจากการสืบสวนพบว่า ปมสังหารมาจากความขัดแย้งที่สะสมมาหลายวัน หลังจากนายโทมัสบอกกับแม่ว่า เธอเริ่มมีพฤติกรรมที่ “อยู่ด้วยยากเกินไปแล้ว” เขากำลังวางแผนจะส่งเธอไปอยู่ในสถานดูแลผู้สูงอายุสำหรับแอนนา คำพูดดังกล่าวเปรียบเสมือนการถูกพรากอิสรภาพครั้งสุดท้ายในชีวิต เช้าวันเกิดเหตุ เธอจึงตัดสินใจซ่อนปืนพก 2 กระบอกไว้ในเสื้อคลุมอาบน้ำ เดินตรงเข้าไปในห้องนอนขณะที่ลูกชายและแฟนสาวกำลังนอนหลับ ก่อนจะลั่นไกสังหารลูกชายจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุแอนนาหันปืนไปทางแฟนสาวของลูกชาย แต่ฝ่ายหญิงตั้งสติและพยายามเข้ายื้อแย่งอาวุธ แม้แอนนาจะพยายามชักปืนกระบอกที่สองออกมาแต่ก็ถูกแย่งไปได้เช่นกัน เมื่อไร้อาวุธ หญิงชราจึงเดินกลับไปที่ห้องนอนด้วยความตั้งใจเดิมที่จะปลิดชีพตัวเองตามลูกชายไป แต่ทำไม่สำเร็จภายหลังถูกจับกุม แอนนาได้ให้การยอมรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเย็นชาว่า เธอสมควรตายเพราะสิ่งที่เธอทำลงไปคือการฆาตกรรมลูกชายของตัวเองจากการตรวจสอบพื้นที่ เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนมากถึง 13…
-
คลิปอุจาด! หนุ่มเกาหลีวัย 50 ป้ายขนที่ลับ-น้ำกาม บนโต๊ะเพื่อนร่วมงานหญิง
โซเชียลวิจารณ์ยับ หลังศาลเกาหลีใต้ปัดตกข้อหาคุกคามทางเพศ กรณีพนักงานชายทิ้งขนที่ลับและสารคัดหลั่งใส่ของใช้พนักงานหญิง ชี้ผู้ก่อเหตุมีความผิดแค่ฐานทำให้เสียทรัพย์วันที่ 18 มีนาคม 2569 ผู้ใช้แพลตฟอร์ม X (ทวิตเตอร์) บัญชี @kimminju_10 รายงานเหตุการณ์ที่กำลังเป็นที่วิจารณ์ในสังคมออนไลน์เกาหลีใต้ พนักงานชายอายุประมาณ 50 ปี นำขนที่ลับของตนเองไปวางไว้บนโต๊ะทำงาน เสื้อผ้า เมาส์ และกระเป๋าของเพื่อนร่วมงานหญิงผู้ใช้บัญชี X อีกรายให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ชายคนดังกล่าวไม่ได้ทิ้งแค่ขนที่ลับ แต่ยังนำสิ่งแปลกปลอม ซึ่งผู้คนคาดว่าเป็นสารคัดหลั่ง ไปป้ายไว้บนโต๊ะทำงาน คอมพิวเตอร์ และเมาส์ของผู้เสียหายด้วย@kimminju_10ผู้เสียหายตัดสินใจยื่นฟ้องชายคนดังกล่าวในหลายข้อหา ประกอบด้วย ข้อหาคุกคามทางเพศ การสะกดรอยตาม การทำให้เสียทรัพย์ และการดูหมิ่นอย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาปัดตกข้อหาคุกคามทางเพศและการสะกดรอยตาม ศาลตัดสินให้ชายคนนี้มีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์เพียงข้อหาเดียว เนื่องจากผู้เสียหายต้องนำสิ่งของที่ปนเปื้อนไปทิ้ง@kimminju_10คำตัดสินนี้ทำให้ผู้ใช้ X ต้นทางโพสต์วิจารณ์กระบวนการยุติธรรมของเกาหลีใต้ว่าเอื้อประโยชน์ให้ผู้ชาย นอกจากนี้ เธอยังโพสต์ภาพข้อความของชาวเน็ตชายบางส่วนที่เข้ามาแสดงความเห็นเชิงลบต่อผู้เสียหายชาวเน็ตชายกลุ่มดังกล่าวระบุว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ และตั้งคำถามว่าทำไมผู้เสียหายต้องกินยานอนหลับและแสดงอาการหวาดกลัวเกินจริงผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากแสดงความไม่พอใจต่อคำตัดสินของศาล พวกเขาตั้งคำถามถึงมาตรฐานกฎหมายเกาหลีใต้ว่า สิ่งของมีค่ามากกว่าความเป็นมนุษย์หรือไม่ จึงเอาผิดได้แค่ข้อหาทำลายทรัพย์สิน50대 한국남자가 동료 여직원 책상, 옷, 마우스, 주머니에자기 ㄱㅊ털을 올려놓는 레전드 사건…
-
คาชานชาลา! 2 วัยรุ่น ใช้เวลารอรถไฟ “รักกันเกินเบอร์” ทั้งเครื่องแบบ ชาวเน็ตจวกแรง ก่อนโฟกัสผิดจุด
วิจารณ์สนั่น คลิปนักเรียน นั่งตักแสดงความรักกันบนชานชาลารถไฟ กลางวันแสกๆ ไม่แคร์สายตาใคร ชาวเน็ตจวกสนั่นไม่เหมาะสม แต่อีกกลุ่มโฟกัสผิดจุดวิจารณ์สนั่น คลิปนักเรียน นั่งตักแสดงความรักกันบนชานชาลารถไฟ ไม่แคร์สายตาใคร ชาวเน็ตจวกสนั่นไม่เหมาะสม แต่อีกกลุ่มโฟกัสผิดจุดกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ เมื่อโซเชียลมีเดียแห่แชร์คลิปวิดีโอของวัยรุ่นคู่หนึ่งที่สวมเครื่องแบบคล้ายนักเรียน แสดงพฤติกรรมใกล้ชิดกันบนชานชาลารถไฟในประเทศญี่ปุ่นช่วงกลางวัน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความไม่เหมาะสมในที่สาธารณะเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2568 โดยคลิปมีความยาวประมาณ 1 นาที เผยให้เห็นวัยรุ่นชายหญิงนั่งอยู่บนม้านั่งกลางชานชาลา ฝ่ายหญิงนั่งคร่อมบนตักฝ่ายชาย ขณะที่ฝ่ายชายพยายามดึงกระโปรงลงเพื่อปกปิด ทั้งสองยังมีการเคลื่อนไหวใกล้ชิดกันอย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ในพื้นที่เปิดและมีผู้คนสัญจรไปมาพฤติกรรมกลางที่สาธารณะ จุดกระแสถกเถียงระหว่างเหตุการณ์ ฝ่ายหญิงมีท่าทีหันมองรอบด้านหลายครั้งคล้ายกังวลว่าจะมีคนเห็น แต่ทั้งคู่ไม่ได้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว กระทั่งเวลาผ่านไป ฝ่ายหญิงลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าและทรงผม ก่อนจะหันหน้ามาทางกล้องอย่างชัดเจน ขณะที่ฝ่ายชายกลับนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออย่างปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นคลิปดังกล่าวถูกนำไปเผยแพร่พร้อมข้อความระบุว่า "นักเรียนชาวญี่ปุ่นประพฤติตัวไม่เหมาะสมในที่สาธารณะ" ส่งผลให้เกิดเสียงวิจารณ์ในวงกว้าง หลายคนมองว่าเป็นการกระทำที่เกินขอบเขต และไม่คำนึงถึงภาพลักษณ์ของสังคมเกินไปหรือไม่ชาวเน็ตเสียงแตก ทั้งตำหนิ-แซว-โฟกัสผิดจุดหลังคลิปเผยแพร่ หลายคนแสดงความคิดเห็นประณามพฤติกรรมดังกล่าว โดยกล่าวว่า "นี่เป็นเรื่องน่าอับอายอย่างแท้จริง" "นี่เป็นเรื่องอุกอาจในที่สาธารณะ" และ "นักเรียนสมัยนี้ไม่เคารพบรรทัดฐานทางสังคมเลย"ชาวเน็ตบางส่วนแสดงความคิดเห็นในเชิงล้อเล่น เช่น "รถมาทุก 3 นาที เวลาเหมาะสมมาก" และ "บทเรียนเพศศึกษาแบบซึ่งๆ หน้า"อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นจำนวนมากก็ออกนอกเรื่องไปโฟกัสรูปลักษณ์ของหญิงสาว ซึ่งจะมีช่วงที่ได้เห็นหนาเธอเต็มๆในตอนจัดทรงผม โดยบางคนถึงกับเรียกเธอว่า "งดงามราวกับนางฟ้า" และ…