Category: ต่างประเทศ

  • อินฟลูสาว ถูกจับกุมหลังเดินทางกลับเข้าประเทศ หลังถูกออกหมายจับก่อนหน้านั้น (ข่างต่างประเทศ)

    อินฟลูสาว ถูกจับกุมหลังเดินทางกลับเข้าประเทศ หลังถูกออกหมายจับก่อนหน้านั้น (ข่างต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า ฮวาง ฮา นา อินฟลูสาวและเป็นหลานสาวของผู้ก่อตั้งบริษัท นัมยัง แดรี่ โปรดักส์ ซึ่งถูกออกหมายแดงของอินเตอร์โพล ถูกตำรวจจับกุมหลังจากเดินทางเข้าเกาหลีใต้เป็นครั้งแรกในรอบประมาณหนึ่งปีตามรายงานเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ตามเวลาเกาหลี ฮวาง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีเกี่ยวกับการซื้อและเสพยาเมทแอมเฟตามีน เดินทางมาถึงเกาหลีใต้เวลาประมาณ 7:50 น. ด้วยเที่ยวบินจากกัมพูชา ตำรวจได้เข้าจับกุมตัวเธอที่สนามบินนานาชาติพนมเปญเวลาประมาณ 2:00 น. ก่อนที่เธอจะขึ้นเครื่องบินของสายการบินโคเรียนแอร์สถานีตำรวจควาชอน จังหวัดคยองกี ได้ควบคุมตัวฮวางไว้ และวางแผนที่จะทำการสอบสวนอย่างละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์โดยรวมของคดี รวมถึงข้อหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดก่อนหน้านี้ ฮวาง ฮา นา เคยเป็นที่รู้จักในฐานะอดีตคู่หมั้นของนักร้องและนักแสดง พัค ยู ชุน และในฐานะหลานสาวของผู้ก่อตั้งบริษัท นัมยัง แดรี่ โปรดักส์ในปี 2019 เธอถูกตัดสินจำคุก 1 ปี โดยรอลงอาญา 2 ปี ในข้อหาซื้อและเสพยาเมทแอมเฟตามีนร่วมกับพัค ยู ชุน ในปี 2020 เธอถูกฟ้องร้องอีกครั้งในข้อหาละเมิดพระราชบัญญัติควบคุมยาเสพติด…

  • รมต.กัมพูชาลั่น “กัมพูชาไม่มีทางพ่ายแพ้ ไทยไม่มีทางชนะ” ชี้ไทยส่งทหารมาตายฟรี

    รัฐมนตรีกัมพูชาอ้าง “กัมพูชาไม่มีทางพ่ายแพ้ ไทยไม่มีทางชนะ” ชี้ฝ่ายหนึ่งส่งทหารไปตายเพื่อช่วงชิงแผ่นดินแค่เล็กน้อย อีกฝั่งพลีชีพเพื่อมาตุภูมิวันที่ 24 ธ.ค. 68 ฌอง-ฟรองซัวส์ ตัน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความว่า “กัมพูชาไม่มีทางพ่ายแพ้ ไทยไม่มีทางชนะ”ฌอง-ฟรองซัวส์ ตัน ระบุว่า หลังจากการเปิดฉากโจมตีดินแดนกัมพูชาตามแนวชายแดนที่ทอดยาวกว่า 800 กิโลเมตร กองทัพไทยติดอยู่ในสงครามที่ยืดเยื้อเขาบอกว่า มันเป็น “สงครามสนามเพลาะ” อย่างแท้จริง ชวนให้นึกถึงยุทธการแวร์ดันในสงครามโลกครั้งที่ 1 คือ ทหารออกจากสนามเพลาะ เปิดฉากโจมตี ยึดตำแหน่ง แต่ก็ถูกผลักดันกลับอย่างรวดเร็ว หน่วยต่าง ๆ แตกกระเจิงและถอยกลับไปยังสนามเพลาะอย่างเร่งรีบ“กล่าวอีกนัยหนึ่ง ผู้รุกรานชาวไทยไม่สามารถรักษาดินแดนที่ยึดครองไว้ได้ ในขณะที่กัมพูชาปกป้องดินแดนของตนโดยไม่ยอมถอย แต่สงครามยังคงคร่าชีวิตผู้คนต่อไป” ฌอง-ฟรองซัวส์ ตัน กล่าวเขาเสริมว่า ทหารทั้งสองฝ่าย ลูกหลานของชาติไทยและลูกหลานของกัมพูชา ยังคงเสียสละอย่างสูงสุด ฝ่ายหนึ่งส่งทหารไปตายเพื่อยึดครองดินแดนเพียงเล็กน้อยที่เป็นเพียงสัญลักษณ์ ในทางกลับกัน อีกฝั่งต่อสู้เพื่อปกป้องแผ่นดินบรรพบุรุษ บูรณภาพแห่งดินแดน อธิปไตย ความยุติธรรม เกียรติ และศักดิ์ศรี“ดังนั้น เพื่อปกปิดความพ่ายแพ้ กองทัพไทยจึงส่งเสียงดังด้วยเครื่องบิน F-16 และทิ้งระเบิดจากบนฟ้า เช่นเดียวกับปืนใหญ่ที่แวร์ดันเคยทำ…

  • ช็อกวงการ! “เจมส์ แรนโซน” นักแสดงดังจาก The Wire และ IT จบชีวิตลงในวัย 46 ปี

    “เจมส์ แรนโซน” นักแสดงจากซีรีส์ The Wire และ IT Chapter Two จบชีวิตลงในวัย 46 ปี"เจมส์ แรนโซน" นักแสดงจากซีรีส์ The Wire และ IT Chapter Two จบชีวิตลงในวัย 46 ปีวงการบันเทิงฮอลลีวูดต้องพบกับข่าวเศร้าอีกครั้ง เมื่อ เจมส์ แรนโซน (James Ransone) นักแสดงมากฝีมือที่เป็นที่จดจำจากบทบาท Ziggy Sobotka ในซีรีส์อาชญากรรมระดับตำนานอย่าง The Wire และบทบาท เอ็ดดี้ แคสพ์แบรก (วัยผู้ใหญ่) ในภาพยนตร์สยองขวัญ IT Chapter Two ได้เสียชีวิตลงแล้วในวัย 46 ปียืนยันสาเหตุการเสียชีวิตรายงานจากสำนักงานชันสูตรศพเทศมณฑลลอสแอนเจลิส ยืนยันว่านักแสดงหนุ่มเสียชีวิตจากการทำอัตวินิบาตกรรม (ฆ่าตัวตาย) โดยระบุสาเหตุว่าเกิดจากการแขวนคอ ณ ที่พักในลอสแอนเจลิส เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาการจากไปของเขาสร้างความโศกเศร้าให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก โดยเจมส์เป็นคุณพ่อลูกสอง และเจมี่ แมคฟี ภรรยาของเขาได้โพสต์ระดมทุนให้กับองค์กรพันธมิตรแห่งชาติเพื่อสุขภาพจิต…

  • เดือดกลาง รพ. หมอซัดคนไข้ยับ! หลังถูกขอให้พูดสุภาพ

    เดือดกลางโรงพยาบาล! หมออินเดียรัวหมัดใส่ผู้ป่วย หลังถูกขอให้พูดสุภาพเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลอินทิรา คานธี เมืองชิมลา ทางตอนเหนือของอินเดีย แพทย์ที่ถูกพักงานคือ นพ.รากอฟ นารูลา แพทย์ประจำบ้านอาวุโส ส่วนผู้เสียหายคือ นายอาร์จุน ปันวาร์ อายุ 36 ปี ซึ่งเข้ารักษาอาการหายใจลำบากผู้ป่วยเล่าว่า หลังตรวจเสร็จและนอนพักอยู่บนเตียง หมอเข้ามาสอบถามอาการด้วยน้ำเสียงไม่สุภาพ และใช้คำเรียก “tu” ซึ่งเป็นสรรพนามที่ถือว่าไม่ให้เกียรติเมื่อใช้กับคนแปลกหน้า เมื่อเขาขอให้พูดดี ๆ จึงเกิดการโต้เถียง ก่อนที่แพทย์จะลงมือชกต่อยทันทีคลิปจากผู้ดูแลเผยให้เห็น หมอชกผู้ป่วยหลายครั้ง ขณะผู้ป่วยพยายามป้องกันตัวหลังเกิดเหตุ ปันวาร์ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ ขณะที่ญาติ ๆ และเพื่อนรวมตัวหน้าโรงพยาบาล เรียกร้องให้จับกุมแพทย์ และขู่ว่าจะประท้วงหากไม่มีการดำเนินคดีด้านผู้อำนวยการแพทย์โรงพยาบาล IGMC ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ได้สั่งพักงานแพทย์รายนี้แล้ว และอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยผลสอบเบื้องต้นพบว่ามีมูลความผิดทั้งนี้ ทางการอินเดียกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยรัฐมนตรีสาธารณสุขของรัฐได้ขอรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว

  • วิพากษ์ฝรั่งเศสมองเหตุความขัดแย้งไทย-กัมพูชา “ไม่ใช่ความผิดของเเจ้าอาณานิคม?”

    ตั้งแต่ช่วงแรกที่ไทย-กัมพูชาปะทะกันเมื่อกลางปีนี้ เวลาที่จะมีการสาวไส้สาเหตุความขัดแย้ง ทั้งในไทยและต่างประเทศก็มักจะลากยาวไปถึง "เจ้าอาณานิคมฝรั่งเศส" ว่าเป็นตัวการของเรื่องวุ่นวายที่ชายแดนบ้างก็ว่าฝรั่งเศสทำแผนที่กำกวม บ้างก็ว่าเพราะฝรั่งเศสใช้อำนาจกดขี่ไทยให้ยอมรับการลากเส้นที่ไม่เป็นธณรม บ้างก็เพราะกัมพูชากระซิบบอกนายฝรั่งให้ช่วยเอาดินแดนของไทยมาให้ตนแต่การกล่าวโทษฝรั่งเศสเป็นแค่ "เครื่องเคียงทางประวัติศาสตร์" ที่ใช้เพื่อลด "ความเผ็ดร้อนของความขัดแย้งในปัจจุบัน" เท่านั้น และมันไม่ใช่สาเหตุหลักๆสื่อและนักคิดของฝรั่งเศสก็อ้างบทบาทของตนในอดีตอยู่เหมือนกันเวลาติดตามสงครามไทย-กัมพูชา โดยให้มุมมองที่แหลมคมมากกว่าการกล่าวโทษฝรั่งเศสอย่างเป็นพิธีและเราควรพูดถึงทัศนะของฝรั่งเศสกันบ้าง ก็เพราะฝรั่งเศสเป็นพวก "ลูกอีช่างคิด" และคิดไม่ค่อยเหมือนพวกนักคิดและนักข่าวในโลก Anglophone (โลกที่ใช้ภาษาอังกฤษ) แม้แต่มุมมองของสงครามและสันติภาพก็ไม่เหมือนพวกอื่นๆฝรั่งเศสเป็นพวกนักคิดนักเขียนและนักปรัชญา และมองอะไรแปลกมุมกว่าคนอื่น แต่ก็ใช่ว่าจะมองได้รอบด้านไปหมดดังนั้น ผมอยากจะ "วิเคราะห์ซ้อนวิเคราะห์" งานวิเคราะห์ของนักคิดและนักข่าวในฝรั่งเศสดูบ้างสำนักข่าว Radio France เผยแพร่บทสัมภาษณ์เมื่อเร็วๆ นี้เรื่อง "ต้นกำเนิดของความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา: เหตุใดการหยุดยิงจึงไม่ยั่งยืน" โดยมีการพูดคุยระหว่างผู้ดำเนินรายการของ Radio France กับ ดาวิด กองรูซ์ (David Camroux) นักวิจัยร่วมของศูนย์การศึกษานานาชาติ (CERI) แห่งสถาบันการศึกษารัฐศาสตร์ หรือ Sciences Poการสัมภาษณ์นี้ยังแนบบทความอธิบายเนื้อหาการพูดคุยไว้ด้วย โดยกล่าวแต่แรกว่า"ข้อพิพาททางดินแดนระหว่างไทยและกัมพูชามีต้นกำเนิดมาจากการกำหนดเขตแดนระหว่างปี 1904 ถึง 1907 และมีรากฐานมาจากมรดกของการล่าอาณานิคม" จากนั้นก็อ้างถึงทัศนะของ ดาวิด กองรูซ์ ที่กล่าวว่า "เส้นแบ่งเขตแดนที่ถูกกำหนดขึ้นระหว่างอินโดจีนของฝรั่งเศสและสยามได้ก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างลึกซึ้ง เหตุการณ์ในสงครามโลกครั้งที่สอง…

  • คลิปไวรัลเผยภาพนายแพทย์รัวหมัดใส่คนไข้ หลังโดนกล่าวหาว่าพูดจาไม่สุภาพ

    นายแพทย์ชาวอินเดียถูกสั่งพักงาน หลังจากพบคลิปวิดีโอสุดช็อก เผยให้เห็นเหตุการณ์ที่เขาต่อยคนไข้ที่อยู่บนเตียงครั้งแล้วครั้งเล่า เพียงเพราะคนไข้ขอให้พูดจาดีๆวานนี้ (23 ธ.ค. 2568) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีนายแพทย์ชาวอินเดียที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายคนไข้ เพราะขัดแย้งกันเรื่องการใช้คำพูด โดยคนไข้กล่าวหาว่านายแพทย์คนนี้ใช้คำพูดไม่สุภาพกับเขาผู้ก่อเหตุคือ ดร. รากอฟ นารูลา แพทย์ประจำบ้านอาวุโสประจำวิทยาลัยการแพทย์อินทิรา คานธี (IGMC) ในเมืองชิมลา เมืองหลวงของรัฐหิมาจัลประเทศของอินเดีย ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายคนไข้ชื่อนายอรชุน ปันวาร์ วัย 36 ปี ระหว่างการโต้เถียงกันเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเดิมที นายปันวาร์เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากมีปัญหาด้านการหายใจ และกำลังนอนพักผ่อนอยู่บนเตียงหลังการตรวจในช่วงที่เกิดเหตุ เขาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวจาก The Times of India ว่า หมอเริ่มพูดจาหยาบคายใส่เขา โดยเรียกเขาด้วยคำว่า "tu" (ตู) ซึ่งในภาษาฮินดีแล้ว ถือว่าเป็นสรรพนามแทนตัวฝ่ายตรงข้ามที่อาจดูไม่สุภาพหรือเป็นการตีสนิทเกินควรเมื่อใช้กับคนที่ไม่รู้จักคุ้นเคยกันมาก่อน (เทียบได้กับ “แก” หรือ “มึง”)นายปันวาร์เล่าว่า เขากล่าวร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมดังกล่าวและขอให้หมอพูดกับเขาอย่างให้เกียรติ จนเกิดการโต้เถียงกันและหมอเริ่มทำร้ายร่างกายเขา"หลังการตรวจ ผมนอนลงบนเตียงว่างในแผนกโรคปอดตามที่หมอแนะนำให้พักสักครู่หนึ่ง" เขากล่าวกับผู้สื่อข่าว "คุณรากอฟก็เข้ามาและเริ่มถามผมเรื่องรายงานผลการตรวจ เขาเรียกผมว่า 'tu' พอผมถามเขาว่า เขาพูดกับคนในครอบครัวแบบนี้หรือเปล่า หมอก็เริ่มทุบตีผมทันที"ภาพจากคลิปวิดีโอที่บันทึกไว้โดยผู้ดูแล เผยให้เห็นว่า นายแพทย์นารูลารัวหมัดใส่คนไข้ที่อยู่บนเตียงซ้ำๆ ในขณะที่คนไข้พยายามยกมือขึ้นป้องกันตัวหลังเกิดเหตุ…

  • กลัวไม่ไวรัล! สาวขี่บิ๊กไบก์ “ท่ายาก” ยกบั้นท้ายโต้ลม สุดหวาดเสียว จนทัวร์ลง

    โซเชียลเดือด! สาวต่างชาติขี่บิ๊กไบก์โชว์ท่ายาก ยกบั้นท้ายสูงโต้ลม สุดหวาดเสียวเสี่ยงอันตราย ก่อนเจอตำรวจเรียกสอบโซเชียลเดือด! สาวต่างชาติขี่บิ๊กไบก์โชว์ท่ายาก ยกบั้นท้ายสูงโต้ลม สุดหวาดเสียวเสี่ยงอันตราย ก่อนเจอตำรวจเรียกสอบกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ร้อนแรงในโลกออนไลน์เวียดนาม หลังมีการเผยแพร่คลิปหญิงชาวต่างชาติขี่รถบิ๊กไบค์ด้วยท่าทางโลดโผน หวาดเสียว และละเมิดกฎจราจรอย่างชัดเจน จนถูกมองว่าเป็นพฤติกรรมอันตรายและไม่เหมาะสมต่อสังคมเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนในจังหวัดคั้ญฮหว่า ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568 โดยคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่แสดงให้เห็นหญิงต่างชาติรายหนึ่งขี่รถบิ๊กไบค์ด้วยความเร็วสูง พร้อมโชว์ท่าผาดโผน ทั้งการคุกเข่าบนเบาะและนอนราบไปกับตัวรถนอกจากนี้ ยังมีหลายช่วงที่ผู้ขับขี่สวมกระโปรงสั้นจนเปิดเผยบั้นท้ายอย่างชัดเจน เห็นถึงชุดชั้นใน สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ใช้ถนนและชาวเน็ตจำนวนมาก ซึ่งมองว่าเป็นการกระทำที่ทั้งอันตรายและไม่เหมาะสมในที่สาธารณะกระแสวิจารณ์ทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อมีผู้ชี้ว่าคลิปดังกล่าวไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรก แต่เป็นพฤติกรรมที่หญิงรายนี้ทำซ้ำหลายครั้ง ราวกับท้าทายกฎหมายและความปลอดภัยบนท้องถนน ก่อนที่เรื่องจะถูกส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบต่อมา ตำรวจจราจรจังหวัดคั้ญฮหว่าได้สืบสวนและสามารถควบคุมตัวหญิงในคลิปได้ โดยพบว่าเป็นหญิงชาวรัสเซีย อายุ 34 ปี ซึ่งเจ้าตัวยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ถ่ายคลิปดังกล่าวจริง และเคยก่อพฤติกรรมลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ทั้งในช่วงเดือนมกราคมและเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บนถนนหลายสายภายในตำบลกามลัมสำหรับรถบิ๊กไบค์ที่ใช้ในการขับขี่ ตำรวจตรวจสอบพบว่าผ่านการซื้อขายมาแล้วหลายมือ เดิมเป็นของชาวเวียดนาม ก่อนถูกขายต่อให้ร้านรถ และมีชายชาวรัสเซียซื้อไปมอบให้หญิงรายนี้เป็นของขวัญอย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่มองว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายอันตรายร้ายแรงและรบกวนความสงบเรียบร้อยของสังคม จึงส่งตัวผู้ก่อเหตุพร้อมสำนวนคดีให้แผนกคดีอาญาดำเนินการสอบสวนและพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมออกประกาศเตือนประชาชนและชาวต่างชาติให้ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

  • สลด! เครื่องบินธุรกิจตกใกล้อังการา “ผบ.ทบ.ลิเบีย” เสียชีวิต พร้อมผู้โดยสารรวม 5 ราย

    สลด! เครื่องบินธุรกิจตกใกล้อังการา “ผบ.ทบ.ลิเบีย” เสียชีวิต พร้อมผู้โดยสารรวม 5 รายเกิดเหตุเครื่องบินธุรกิจแบบ Falcon 50 ประสบอุบัติเหตุตกในประเทศตุรกี ส่งผลให้ มูฮัมหมัด อาลี อาเหม็ด อัล-ฮัดดัด ผู้บัญชาการทหารบกของลิเบีย เสียชีวิตพร้อมผู้โดยสารรวม 5 ราย เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ตามการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ในกรุงอังการาและกรุงตริโปลีรายงานระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวซึ่งมุ่งหน้าไปยังประเทศลิเบีย ประสบอุบัติเหตุตกไม่นานหลังจากขึ้นบินจากกรุงอังการา โดยจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากหมู่บ้านเคซิกคาวัค (Kesikkavak) ในเขตฮายมานา (Haymana) ทางตอนใต้ของกรุงอังการา ราว 2 กิโลเมตรเจ้าหน้าที่ทหารตุรกีได้เข้าควบคุมพื้นที่ซากเครื่องบิน ขณะที่หน่วยค้นหาและกู้ภัยยังคงปฏิบัติภารกิจในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดด้าน อาลี เยอร์ลิกายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของตุรกี เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของตุรกีเป็นผู้พบซากเครื่องบิน Falcon 50 ในเขตฮายมานา ใกล้กรุงอังการา และอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับทั้งลิเบียและตุรกี เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นบุคคลสำคัญระดับสูงของกองทัพลิเบีย ขณะที่ทางการทั้งสองประเทศเตรียมประสานงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อดำเนินการสอบสวนและจัดการขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป#เครื่องบินตก #Falcon50 #ผบ_ทบ_ลิเบีย #อังการา #ตุรกี #ข่าวต่างประเทศ #อุบัติเหตุการบิน #Libya…

  • พ่อแม่จีนตามหาลูกสาวหายตัวปริศนาที่เยอรมันกว่า 17 ปี ก่อนรู้ความจริงสุดช็อกก่อนสิ้นใจ

    พ่อแม่ชาวจีนรอคอยลูกสาวคนเดียวที่ขาดการติดต่อไป 17 ปี หลังไปเรียรต่อที่เยอรมนี ก่อนที่จะพบความจริงสุดปวดใจในวาระสุดท้ายของชีวิตที่หมู่บ้านเฉาเจียตี้ มณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน สองสามีภรรยาวัยชรา เฉา เจ้ายู๋กัง และ หลิว อวี้หง ต้องใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างโดดเดี่ยวพร้อมกับความทุกข์ระทมที่เกาะกินใจมานานกว่า 20 ปี นั่นคือการหายตัวไปของ เฉาเชี่ยน ลูกสาวเพียงคนเดียวที่เดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมนีเมื่อปี 2000 และขาดการติดต่ออย่างสมบูรณ์ในปี 2003 หลังจากโทรศัพท์กลับมาขอยืมเงินเป็นครั้งสุดท้ายScreenshotเฉาเชี่ยนเติบโตมาในครอบครัวยากจนแต่ได้รับความรักอย่างเต็มเปี่ยม พ่อแม่ทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้เธอได้เรียนหนังสือ ซึ่งเธอเองก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เป็นนักเรียนดีเด่นมาโดยตลอด จนกระทั่งเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 เธอรบกวนพ่อแม่ว่าอยากไปเรียนต่อที่เยอรมนีเพื่ออนาคตที่ดีกว่า พ่อแม่จึงไปหยิบยืมเงินจากทั่วทุกสารทิศจนได้เงิน 70,000 หยวน (ประมาณ 3.5 แสนบาทในสมัยนั้น) เพื่อส่งเธอไปทำตามความฝันชีวิตในเยอรมนีไม่ได้ง่าย เฉาเชี่ยนต้องทำงานหนักและเรียนไปด้วย ในปี 2003 เธอโทรกลับมาขอเงินพ่อแม่เพิ่มอีกครั้ง ด้วยความเครียดสะสมและน้อยใจที่ลูกไม่ค่อยติดต่อกลับ พ่อจึงเผลอตำหนิเธอด้วยถ้อยคำรุนแรงผ่านโทรศัพท์ เฉาเชี่ยนเงียบไปก่อนจะวางสาย และนั่นคือ “เสียงสุดท้าย” ที่พ่อแม่ได้ยินตลอด 17 ปีหลังจากนั้น พ่อแม่เฝ้าตามหาลูกสาวทุกวิถีทาง ทั้งผ่านสถานทูตและเพื่อนฝูง แต่กลับไร้วี่แวว จนกระทั่งในปี 2020 เมื่อทั้งคู่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งและรู้ว่าเวลาเหลือไม่มาก จึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือผ่านสื่ออีกครั้งหลังจากสื่อและทางการเริ่มสืบค้น…

  • นักท่องเที่ยวสาวเจอคลื่นยักษ์ซัดทะลุโขดหิน หวิดดับอนาถขณะโพสท่าถ่ายรูป

    นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด หลังจากที่เธอโดนคลื่นยักษ์ซัดสาด ขณะโพสท่าถ่ายภาพที่โขดหินชื่อดัง ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คริมทะเลของอียิปต์วานนี้ (22 ธ.ค. 2568) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน ที่รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด หลังจากถูกคลื่นยักษ์ซัดกระแทกเข้ากับโขดหิน ระหว่างที่เธอกำลังท่องเที่ยวเมืองริมทะเลในประเทศอียิปต์รายงานข่าวระบุว่า ขณะเกิดเหตุ นักท่องเที่ยวสาวรายนี้ไปเยี่ยมชมโขดหิน “ดวงตาแห่งมะตรูห์” ที่โด่งดังบนชายหาดคลีโอพัตรา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามในเมืองมาร์ซา มะตรูห์ มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่หลั่งไหลไปชมความแปลกของโขดหินที่มีช่องโหว่ตรงกลาง มองทะลุไปเห็นทะเลอันสวยงามได้แต่บริเวณดังกล่าวก็มีเกลียวคลื่นที่ซัดสาดอย่างรุนแรงเกือบตลอดเวลา กระแสน้ำที่ซัดเข้าหาหน้าผา ทำให้กลายเป็นจุดเสี่ยงอันตราย หากนักท่องเที่ยวยืนใกล้กับแนวคลื่นซัดมากเกินไป ดังเช่นกรณีของหญิงสาวในข่าวนี้ระหว่างที่นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนกำลังโพสท่าถ่ายภาพ ก็มีเกลียวคลื่นที่ยกตัวสูงขึ้นพุ่งทะลุผ่านช่องหินออกมา กระแสน้ำที่รุนแรงซัดจนนักท่องเที่ยวสาวตกจากตำแหน่งที่เธอนั่งอยู่และกวาดร่างเธอออกสู่ทะเลโชคยังดีที่นักท่องเที่ยวรายนี้สามารถเอาชีวิตรอดจากการโดนคลื่นยักษ์ซัดมาได้ ซึ่งเธอได้บรรยายว่าเป็นประสบการณ์ที่ "น่ากลัวมาก" โดยได้รับบาดเจ็บเป็นแผลถลอกหลายแห่งนักท่องเที่ยวสาวกล่าวว่า เธอสามารถกลับเข้าฝั่งได้โดยการยึดเกาะเชือกนิรภัยซึ่งติดตั้งอยู่ในบริเวณนั้น ทั้งนี้ มีชาวโซเชียลให้ข้อมูลว่า เพิ่งจะมีการติดตั้งเชือกนิรภัยเส้นนี้ได้ไม่นานหญิงสาวกล่าวว่าตนเองโชคดีที่ผลลัพธ์ไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้ และให้คำมั่นว่าจะระมัดระวังให้มากขึ้นระหว่างเดินทางท่องเที่ยวในอนาคตการบาดเจ็บและเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายภาพเซลฟี่ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ได้กลายเป็นความเสี่ยงอันตรายอย่างมาก จนนักวิจัยอ้างว่าควรถูกจัดให้เป็น "ปัญหาด้านสาธารณสุข" ตามกรณีศึกษาในปี 2566ที่มา : nypost.comเครดิตภาพ : GETTY IMAGES