Category: ต่างประเทศ

  • พ่อแม่ลมแทบจับ ครูปล่อยคลิปนักเรียนขณะสอบ ลั่นถามหาจรรยาบรรณ

    กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลเวียดนามกำลังคุกรุ่น จากกรณีภาพครูโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดด่งนาย ทำการไลฟ์สดบรรยากาศขณะนักเรียนกำลังทำข้อสอบวิชาวรรณกรรม มีผู้ชมกว่า 6,000 คน สร้างความโกรธเคืองหัวอกคนเป็นพ่อแม่ว่า “ความเงียบสงบและความศักดิ์สิทธิ์ของห้องสอบหายไปไหน?”ในยุคดิจิทัล ผู้ปกครองต่างเข้าใจดีว่าคุณครูรุ่นใหม่ ต้องการพื้นที่ในการแบ่งปันเรื่องราวดีๆ หรือเชื่อมต่อกับโลกภายนอก แต่เส้นแบ่งระหว่างการแบ่งปันความทรงจำกับการหิวยอดไลก์ นั้นบางเบาจนน่ากลัวเมื่อครูหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไลฟ์สดกลางห้องสอบ อาจจะมองว่าเป็นเรื่องสนุกขำขันที่ได้อวดความน่ารักของลูกศิษย์ แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือการละเลยหน้าที่สำคัญที่สุด การคุมสอบต้องการความยุติธรรมและการสอดส่องดูแล หากสายตาครูจับจ้องแต่หน้าจอโทรศัพท์ คอยเช็กยอดคนดูว่าแตะหลักพันหรือยัง หรือมัวแต่อ่านคอมเมนต์ แล้วครูจะเอาสมาธิที่ไหนไปดูแลเด็กๆ ที่กำลังก้มหน้าทำข้อสอบอยู่ตรงหน้า?นักเรียนคือ ‘มนุษย์’ ไม่ใช่ ‘คอนเทนต์’ สิ่งที่น่าเจ็บปวดที่สุดไม่ใช่เรื่องระเบียบวินัย แต่คือความรู้สึกของเด็กๆ ในวัย 16-17 ปี ซึ่งเป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อที่เปราะบางและห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองอย่างที่สุดเด็กๆ ที่กำลังหัวฟู เหงื่อไหลไคลย้อย เคร่งเครียดกับการทำข้อสอบ จู่ๆ ก็ถูกกล้องจ่อถ่ายทอดสดให้คนแปลกหน้ากว่า 6,000 คนเข้ามาดู พวกเขาถูกเปลี่ยนสถานะจากนักเรียนให้กลายเป็นนักแสดงจำเป็นโดยไม่รู้ตัวและไม่เต็มใจในจำนวนคนดูเหล่านั้น ใครจะรับประกันได้ว่าจะไม่มีคอมเมนต์คุกคามทางเพศ การบูลลี่รูปร่างหน้าตา หรือคำพูดล้อเลียนที่สนุกปาก? คำพูดเหล่านั้นอาจผ่านไปไวในฟีดข่าว แต่มันอาจกลายเป็นแผลใจที่ฝังลึกในตัวเด็กตลอดไป โรงเรียนควรเป็นพื้นที่แสวงหาความรู้และปลอดภัย ไม่ใช่สตูดิโอถ่ายทำคอนเทนต์เพื่อเรียกยอดไลก์ให้ใคร แม้คนนั้นจะเป็นครูก็ตามแม้บางคนอาจแย้งว่า “ก็แค่สอบเก็บคะแนน ไม่ใช่สอบระดับชาติ จะกลัวข้อสอบรั่วทำไม” แต่ทัศนคตินี้กำลังกัดกร่อนความศักดิ์สิทธิ์ของการศึกษา การเดินไปมาเพื่อหามุมกล้อง หรือเสียงตอบโต้กับคนดูของครู รบกวนสมาธิของเด็กที่กำลังใช้ความคิดอย่างหนักหากห้อง 1 สอบแล้วถูกไลฟ์สด…

  • วงการแห่อาลัย!! นักแสดงสาว เสียชีวิตแล้ว สาเหตุสุดเศร้า

    วงการแห่อาลัย!! นักแสดงสาว เสียชีวิตแล้ว สาเหตุสุดเศร้าเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งข่าวเศร้า หลังสื่อต่างประเทศได้เผยแพร่เรื่องราวของ ยุนซอกฮวา นักแสดงรุ่นใหญ่ จากไปในวัย 69 ปี หลังต่อสู้โรคเนื้องอกในสมองจนวินาทีสุดท้าย ยุนซอกฮวาเสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 ธันวาคม เวลา 09.50 น. ภายในโรงพยาบาล โดยมีครอบครัวอยู่เคียงข้างจนถึงวาระสุดท้าย พร้อมชี้แจงว่า ข้อมูลเรื่องเวลาเสียชีวิตที่เคยเผยแพร่ก่อนหน้านี้มีความคลาดเคลื่อน และได้มีการออกมาขออภัยต่อสาธารณชนเป็นที่เรียบร้อยพิธีศพจะจัดขึ้นที่โรงพยาบาลชินชนเซเวอแรนซ์ กรุงโซลเรียบเรียงโดย mumkhao

  • รู้ตัวช้าไป หนุ่มนักดนตรีเพิ่งเห็นอีเมลตอบรับจาก “ฮาร์วาร์ด” หลังผ่านมา 6 ปี

    เปิดเช็กเมลเก่า โอกาสจากฮาร์วาร์ดเพิ่งปรากฏ – ภาพประกอบจาก IG : @hyosangggพลาดโอกาสทอง หนุ่มนักดนตรีค้นพบอีเมลตอบรับจากมหา'ลัย “ฮาร์วาร์ด” หลังผ่านมา 6 ปี ทั้งโกรธทั้งเศร้า แต่สุดท้ายก็รู้สึกภูมิใจ ชาวเน็ตคอมเมนต์ฮาให้กำลังใจรัว ๆ19 ธันวาคม 2568 – หนุ่มนักดนตรีรายหนึ่งถึงกับตกใจและเสียใจหนัก หลังค้นพบอีเมลจากมหาวิทยาลัย “ฮาร์วาร์ด” ในกล่องจดหมายเก่า ซึ่งแจ้งว่าเขาได้รับการตอบรับเข้าเรียน หลังจากอีเมลถูกส่งมานานถึง 6 ปี!ในวิดีโอที่เขาโพสต์ลงอินสตาแกรม@hyosangggเขาเล่าว่าเคยสมัครเข้าเรียนตอนมัธยมปลาย และตอนแรกถูกวางไว้ในลิสต์ตัวสำรอง ซึ่งเขาเชื่อว่าไม่เคยได้รับอีเมลยืนยันการตอบรับมาก่อนอีเมลนี้ถูกค้นพบขณะเขากำลังจัดกล่องจดหมายเก่า ๆ เขากล่าวว่าเคยเขียนจดหมายอุทธรณ์ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้รับการตอบรับ แต่ไม่เคยได้รับข่าวกลับฮาร์วาร์ดอีเมลเก่าเปลี่ยนความรู้สึก หนุ่มนักดนตรีเพิ่งรู้ตัวช้าไป 6 ปี – ภาพประกอบจาก AP“นี่คือมหา'ลัยในฝันของผม ผมเลยเขียนจดหมายอุทธรณ์ทุกอย่าง แต่ก็ไม่เคยได้รับข่าวตอบกลับเลย” เขากล่าวในวิดีโอ ซึ่งมีผู้ชมกว่า 2.2 ล้านครั้ง ถูกใจมากกว่า 1 แสนครั้ง และคอมเมนต์เกือบ 500 ความเห็น“ผมตัดสินใจก้าวต่อไป ผมเริ่มเขียนเพลง และตอนนี้กลายเป็นนักดนตรีเต็มตัวแล้ว”เขากล่าว“แล้วสามวันที่ผ่านมา ผมกำลังจัดอีเมลเก่า ๆ และเจออีเมลจากฮาร์วาร์ดเมื่อ…

  • สุดยื้อ! ยุนซอกฮวา นักแสดงรุ่นใหญ่ เนื้องอกสมองคร่าชีวิต จากไปวัย 69 ปี

    สุดเศร้า ยุนซอกฮวา นักแสดงเกาหลีใต้ เสียชีวิตในวัย 69 ปี หลังต่อสู้เนื้องอกในสมอง เปิดใจก่อนจากไป ตอนคีโมน้ำหนักลดฮวบ เหลือ 36 กก. ทิ้งผลงานสร้างชื่อระดับตำนานถือเป็นข่าวเศร้าส่งท้ายปีของวงการบันเทิงเกาหลีใต้ หลังสื่อรายงานการจากไปของ ยุนซอกฮวา (Yoon Seok-hwa) นักแสดงหญิงรุ่นใหญ่ระดับตำนาน เสียชีวิตลงอย่างสงบในวัย 69 ปี หลังจากต่อสู้กับโรคร้ายมาอย่างยาวนาน ท่ามกลางความอาลัยของครอบครัวและแฟนผลงานที่ติดตามเธอมาตลอดหลายทศวรรษตามรายงานระบุว่า ยุนซอกฮวา เสียชีวิตลงเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ 19 ธันวาคม 2025 เวลาประมาณ 09.50 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ณ โรงพยาบาลในย่านชินชอน กรุงโซล โดยมีสามีและคนใกล้ชิดคอยดูแลอยู่เคียงข้างจนวินาทีสุดท้ายก่อนหน้านี้มีรายงานว่า อาการป่วยของเธอทรุดหนักลง ทำให้ลูก ๆ ที่พำนักอยู่ในประเทศอังกฤษต้องรีบเดินทางกลับมายังเกาหลีใต้เพื่อดูแลแม่อย่างใกล้ชิด จนกระทั่งมีข่าวลือสะพัดในช่วงเช้ามืดว่าเธอได้เสียชีวิตลง และทางครอบครัวกำลังเตรียมการเรื่องสถานที่จัดงานศพ ก่อนที่ข่าวการเสียชีวิตจะได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมายุนซอกฮวาต่อสู้กับโรคมะเร็งสมองมาอย่างยาวนาน เธอเข้ารับการผ่าตัดเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2022 เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่เธอเพิ่งแสดงละครเวทีเรื่อง Hamlet ในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน แม้ร่างกายจะเจ็บป่วย แต่จิตวิญญาณนักแสดงของเธอยังคงเปี่ยมล้น เจ้าตัวปรากฏตัวบนเวทีครั้งสุดท้ายในบทรับเชิญสั้น ๆ 5 นาที…

  • ญี่ปุ่นประเมิน ‘แผ่นดินไหวใหญ่’ โตเกียวอาจคร่าชีวิตกว่า 18,000 ราย

    ญี่ปุ่นประเมิน 'แผ่นดินไหวใหญ่' ที่อาจเขย่ามหานครโตเกียวในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า อาจคร่าชีวิตประชาชนมากถึง 18,000 รายวันนี้ (19 ธ.ค.68) สำนักข่าวซินหัวรายงานตัวเลขประมาณการล่าสุดจากรัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า เหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูงในกรุงโตเกียวและพื้นที่ใกล้เคียงในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า อาจคร่าชีวิตประชาชนมากถึง 18,000 รายคณะทำงานของรัฐบาลเผยว่าตัวเลขประเมินความเสียหายล่าสุดนี้ จัดทำขึ้นจากสมมติฐานว่าอาจเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.3 ตามมาตราแมกนิจูด โดยมีศูนย์กลางอยู่ทางตอนใต้ของพื้นที่ใจกลางโตเกียว ซึ่งตัวเลขความเสียหายลดลงราวร้อยละ 20 จากการประเมินเมื่อปี 2013 เนื่องจากการพัฒนาอาคารให้ทนแผ่นดินไหวและมาตรการป้องกันอัคคีภัยที่ดีขึ้นขณะเดียวกัน ความเสียหายทางเศรษฐกิจในกรณีเลวร้ายที่สุดถูกประเมินไว้ที่ 82.6 ล้านล้านเยน (ราว 16.65 ล้านล้านบาท) ลดลงจากการคำนวณครั้งก่อนที่ 95 ล้านล้านเยน (ราว 19.11 ล้านล้านบาท)รัฐบาลญี่ปุ่นประเมินว่ามีโอกาสราวร้อยละ 70 ที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดระดับ 7 ตามมาตราแมกนิจูด ในกรุงโตเกียวและพื้นที่โดยรอบภายใน 30 ปีข้างหน้าสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่คาดการณ์คืออาจเกิดเหตุแผ่นดินไหวในช่วงตอนเย็นของฤดูหนาว โดยมีความเร็วลม 28.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งคาดว่าจะพบผู้เสียชีวิตทั่วกรุงโตเกียวและอีก 4 จังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะในกรุงโตเกียวเพียงแห่งเดียวที่คาดว่าอาจมีผู้เสียชีวิตถึง 8,000 ราย หรือมากกว่าร้อยละ 40 ของยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมด(แฟ้มภาพซินหัว : โตเกียวทาวเวอร์ในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น…

  • นักท่องเที่ยวจีนผงะ ห้อยเครื่องรางจากเพื่อนรักติดตัว แต่ถึงสนามบินพบความจริง ทำเอาช็อก

    เรื่องชวนช็อกและขนลุกไปพร้อมๆกัน หนุ่มจีนห้อยเครื่องรางที่ได้จากเพื่อนรักติดตัว แต่เมื่อถึงสนามบินกลับต้องตกใจ เพราะมีความจริงที่น่าตกใจซ่อนอยู่ในเครื่องรางนี้เหตุการณ์ชวนตกตะลึงนี้เกิดขึ้นที่สนามบินนานาชาติต้าเหลียน โจวสุ่ยจื่อ เมื่อนักท่องเที่ยวรายหนึ่งเดินผ่านประตูตรวจจับกัมมันตภาพรังสี แล้วทำให้สัญญาณเตือนภัยดังขึ้นอย่างรุนแรง โดยต้นตอมาจาก “เครื่องราง” ที่เขาห้อยติดตัวมาจากการตรวจสอบโดยละเอียดของเจ้าหน้าที่ศุลกากร พบว่าของขลังชิ้นนี้มีค่าปริมาณรังสีพุ่งสูงถึง 168.6 ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่าสูงเกินกว่ามาตรฐานความปลอดภัยถึง 1,686 เท่า จากการวิเคราะห์ผลระบุว่าในเครื่องรางดังกล่าวมีส่วนประกอบของสารกัมมันตรังสี “ทอเรียม-232” (Thorium-232)นักท่องเที่ยวรายนี้ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า เครื่องรางชิ้นนี้ไม่ใช่ของที่เขาซื้อมาเอง แต่เป็นของที่เพื่อนมอบให้เพื่อใช้เป็น “เครื่องรางคุ้มครองภัย” โดยที่เขาไม่ทราบมาก่อนเลยว่ามันเป็นวัตถุอันตรายทางทางการจีนได้ออกประกาศเตือนประชาชนว่า ทอเรียม-232 ถูกจัดอันดับโดยสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติขององค์การอนามัยโลก (WHO) ให้เป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 ซึ่งมีความอันตรายต่อมนุษย์อย่างร้ายแรงหากได้รับสัมผัสเป็นเวลานานศุลกากรจีนยังเน้นย้ำให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะวัตถุที่มีส่วนประกอบแปลก ๆ หรืออ้างว่าเป็นของขลัง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว และหลีกเลี่ยงการถูกยึดทรัพย์สินที่ด่านศุลกากรอ้างอิง : www.orientaldaily.com.my , www.chinadaily.com.cnอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องผัวเมียโหด ค้างค่าเช่าห้อง 4 เดือน ฆ่าเจ้าของหอยัดกระเป๋า เกมพลิกเพราะแม่บ้านสลดอินเดีย หนุ่มหินทุบหัวพ่อแม่ ปมรังเกียจสะใภ้อิสลาม หั่นศพทิ้งแม่น้ำ

  • สลดอินเดีย หนุ่มหินทุบหัวพ่อแม่ ปมรังเกียจสะใภ้อิสลาม หั่นศพทิ้งแม่น้ำ

    เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองจอนปุระ รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย เข้าจับกุมนาย อมเบช วิศวกรหนุ่มก่อเหตุฆาตกรรมนายชยาม บาฮาดูร์ พ่อวัย 62 ปี กับนางบาบิตา แม่วัย 60 ปี อย่างโหดเหี้ยม ก่อนชำแหละร่างอำพรางทิ้งแม่น้ำ ชนวนเหตุมาจากความขัดแย้งรุนแรงภายในครอบครัวเรื่องการยอมรับสะใภ้ต่างศาสนาอมเบชแต่งงานกับหญิงชาวมุสลิมเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน แต่พ่อแม่ของเขาซึ่งเป็นพนักงานการรถไฟเกษียณอายุ ยืนกรานไม่ยอมรับการแต่งงานครั้งนี้ ปฏิเสธไม่ให้ลูกสะใภ้เข้าบ้าน แม้ทั้งคู่จะมีลูกด้วยกันถึง 2 คน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับครอบครัวของอมเบชยังคงตึงเครียดนายชยามผู้เป็นพ่อกดดันให้ลูกชายเลิกรากับภรรยามาโดยตลอด ท้ายที่สุดอมเบชจำนนต่อความต้องการของพ่อแม่ ยอมตกลงแยกทางกับภรรยา โดยฝ่ายหญิงเรียกค่าเลี้ยงดู เป็นเงินจำนวน 500,000 รูปีอมเบชซึ่งพักอยู่ที่จอนปุระมาได้ระยะหนึ่ง ตัดสินใจเข้าไปขอเงินจำนวนดังกล่าวจากพ่อเพื่อนำไปจ่ายค่าเลี้ยงดูและจบปัญหาชีวิตคู่เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม แต่กลับได้รับคำปฏิเสธจากนายชยาม นำไปสู่การโต้เถียงกันอย่างรุนแรงอารมณ์โกรธทำให้อมเบชคว้าหินบดเครื่องแกง ฟาดเข้าที่นางบาบิตา ผู้เป็นแม่ เมื่อเห็นภรรยาบาดเจ็บ นายชยามพยายามตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ อมเบชจึงหันไปใช้หินก้อนเดียวกันกระหน่ำตีที่ศีรษะพ่อ จนทั้งคู่เสียชีวิตคาที่หลังก่อเหตุมาตุฆาตและปิตุฆาต อมเบชพยายามหาทางกำจัดศพ เขาต้องการถุงขนาดใหญ่เพื่อบรรจุร่างแต่หาไม่ได้ พบเพียงกระสอบใบเล็กในโรงรถ จึงตัดสินใจใช้เลื่อยหั่นร่างพ่อกับแม่ออกเป็น 6 ส่วน เพื่อยัดใส่กระสอบ ก่อนขนย้ายใส่ท้ายรถและนำไปโยนทิ้งแม่น้ำในช่วงรุ่งสางอมเบชโทรศัพท์ไปหาวันดนา น้องสาว โดยโกหกว่าพ่อกับแม่หนีออกจากบ้านไปหลังจากทะเลาะกัน และอ้างว่าตนกำลังออกตามหา จากนั้นเขาปิดโทรศัพท์มือถือและขาดการติดต่อนาน…

  • เงินหล่นเป็นเหตุ! สส.แสดงตัวแย่งเงิน 560 บาท กลางสภา กลายเป็นไวรัล “นี่หรือตัวแทนประชาชน”

    คลิปเดือดรัฐสภาปากีสถาน สส. 12 คนแย่งเป็นเจ้าของเงินหล่นแค่ 560 บาท จุดวิกฤตศรัทธา ถาม คลิปเดือดรัฐสภาปากีสถาน สส. 12 คนแย่งเป็นเจ้าของเงินหล่นแค่ 560 บาท จุดวิกฤตศรัทธา ถาม "นี่หรือตัวแทนประชาชน"โลกออนไลน์ปากีสถานเดือด หลังคลิปวิดีโอจากการประชุมรัฐสภากลายเป็นไวรัล เผยพฤติกรรมน่าตกตะลึงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หลายคน ที่ต่างยกมืออ้างตัวเป็นเจ้าของเงินที่ตกหล่นอยู่กลางที่ประชุม จนถูกตั้งคำถามถึงจริยธรรมและความซื่อสัตย์ของนักการเมืองอย่างกว้างขวางเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรปากีสถาน ขณะที่ อายาซ ซาดิก ประธานสภา สังเกตเห็นธนบัตรตกอยู่ข้างโต๊ะ จึงหยิบขึ้นมาตรวจสอบ พบเป็นธนบัตรใบละ 500 รูปี จำนวน 10 ใบ รวมมูลค่า 5,000 รูปีปากีสถาน (ราว 560 บาทไทย)ประธานสภาจึงสอบถามกลางที่ประชุมว่าเงินดังกล่าวเป็นของใคร และขอให้เจ้าของยกมือแสดงตัว แต่เหตุการณ์กลับพลิกเป็นเรื่องชวนอึ้ง เมื่อมี สส. ยกมืออ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของมากถึง 12 คน ทั้งที่ธนบัตรมีเพียง 10 ใบ สร้างเสียงหัวเราะปนความสมเพชภายในห้องประชุมอายาซ…

  • กลาโหมจีนโต้เดือดกลางสมรภูมิไทย-กัมพูชา ย้ำการค้าอาวุธไม่เกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดน

    19 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวไชน่า เดลี (china daily) สื่อทางการของประเทศจีน รายงานว่า เจียง ปิน โฆษกกระทรวงกลาโหมจีน ได้กล่าวถึงเรื่องความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศที่มีมายาวนานของจีน รวมถึงการค้าอาวุธ กับกัมพูชาและไทยนั้น สอดคล้องกับกฎหมายและหลักปฏิบัติระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ และไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งชายแดนที่เกิดขึ้นในขณะนี้โดยในแถลงการณ์ของ โฆษกกระทรวงกลาโหมจีน ระบุว่า กองกำลังไทยได้ยึดขีปนาวุธต่อต้านรถถัง เครื่องยิงจรวด และอุปกรณ์อื่นๆ ที่ผลิตโดยจีนจากตำแหน่งฐานที่มั่นของกัมพูชา จีนได้ดำเนินความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศกับทั้งกัมพูชาและไทยมาอย่างยาวนาน รวมถึงการค้าด้านการป้องกันประเทศ ซึ่งความร่วมมือดังกล่าว "ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่บุคคลที่สามใดๆ สอดคล้องกับกฎหมายและหลักปฏิบัติระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทย"พร้อมกันนี้เขาได้ย้ำว่า เราหวังว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะไม่คาดเดาตามอำเภอใจหรือสร้างกระแสข่าวอย่างไม่สุจริต และว่า ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรกับทั้งกัมพูชาและไทย จีนกำลังติดตามความขัดแย้งอย่างใกล้ชิดและเสียใจอย่างยิ่งต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้นเจียง ปิน กล่าวต่ออีกว่า เขาแสดงความหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถรักษาความสงบและยับยั้งชั่งใจให้มากที่สุด บรรลุข้อตกลงหยุดยิงโดยเร็ว และกลับไปสู่การแก้ไขความขัดแย้งผ่านการเจรจาและการปรึกหารือบนพื้นฐานของสันติภาพและความมั่นคงตามแนวชายแดน และผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ และ จีนกำลังและจะยังคงสนับสนุนการเจรจาสันติภาพ และจะมีบทบาทที่สร้างสรรค์ในการส่งเสริมการหยุดยิง ยุติการสู้รบ และฟื้นฟูสันติภาพ

  • เกร็ก บิฟเฟิล อดีตนักแข่งรถคนดัง เสียชีวิตพร้อมครอบครัว เครื่องบินเล็กตก

    เกร็ก บิฟเฟิล อดีตนักแข่งรถ NASCAR เสียชีวิตพร้อมครอบครัว เครื่องบินเล็กตกขณะที่พยายามลงจอด หลังจากที่ต้องบินกลับฉุกเฉินเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม เว็บไซต์ สปีดคาเฟ่ ได้รายงานว่า เกร็ก บิฟเฟิล (Greg Biffle) อดีตนักแข่งรถ NASCAR ชื่อดัง เสียชีวิตพร้อมครอบครัว ภายหลังเกิดเหตุเครื่องบินตกในเมืองชาร์ล็อต รัฐนอร์ธคาโลไรนา ประเทศสหสรัฐอเมริกาโดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากที่เครื่องบินเคสนา C550 ตกที่สนามบินสเตทวิลล์ ซึ่งจากข้อมูลระบุว่าเครื่องบินได้เทคออฟจากจุดดังกล่าว ก่อนจะหันกลับมา และประสบอุบัติเหตุขณะพยายามลงจอด จากเหตุการณ์ดังกล่าวนอกจากจะทำให้นายบิฟเฟิลเสียชีวิตแล้ว ภรรยาของเขา รวมถึงลูกสาววัย 14 ปี และลูกชายวัย 5 ขวบ ยังอยู่ในรายชื่อผู้เสียชีวิตด้วยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบหาสาเหตุของโศกนาฎกรรมครั้งนี้ต่อไปสำหรับ เกร็ก บิฟเฟิล เป็นอดีตนักแข่งรถ NASCAR ที่ประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง โดยเขาลงแข่งแบบเต็มฤดูกาลตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปี 2559 และคว้าชัยชนะมาได้ 19 ครั้ง แม้เขาจะไม่เคยได้แชมป์ประเภทบุคคล…