Category: ต่างประเทศ
-
คดีหดหู่ พ่อมอมเหล้าขืนใจลูก ทนไม่ไหวเลือกจบชีวิต สังคมเดือด โทษคุกแค่ 3 ปี
คดีสะเทือนใจ พ่อแท้ ๆ มอมเหล้าล่วงละเมิดลูกสาววัย 18 ปี ก่อนเข้ารักษาตัวที่รพ. กระทั่งเกิดเหตุสลดเด็กสาวตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง สังคมเดือดหนัก กฎหมายเอาผิดจำคุกได้แค่ 3 ปีสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวกรณี สตีเฟน วินเซนต์ ชาเวซ พ่อวัย 41 ปี ยอมรับสารภาพต่อศาลว่าเขาล่วงละเมิดทางเพศแมเคย์ลา ลูกสาวของตัวเองวัย 18 ปี โดยเขาให้เธอมาหาที่บ้านและนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาให้ดื่มชาเวซรับสารภาพความผิดฐานร่วมประเวณีกับสายเลือดเดียวกัน 1 กระทง และความผิดลหุโทษฐานจัดหาแอลกอฮอล์ให้เยาวชน 1 กระทงสำนักข่าว KTLA รายงานว่า คดีนี้สร้างความโกรธแค้นให้ชาวเน็ตเป็นจำนวนมาก หลังเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าผู้ก่อเหตุจะได้รับโทษจำคุกในเรือนจำของรัฐเพียง 3 ปีเท่านั้นเจ้าหน้าที่สืบสวนระบุว่า สาววัย 18 ปีมาพักอยู่กับพ่อที่บ้านของเขาในเมืองมัวร์พาร์ก รัฐแคลิฟอร์เนียตอนใต้ เธอเพิ่งย้ายจากรัฐนอร์ทแคโรไลนาเพื่อมาเรียนต่อมหาวิทยาลัย โดยหวังว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในวันเกิดเหตุหลังจากดื่มสังสรรค์กับครอบครัว ชาเวซซื้อแอลกอฮอล์เพิ่มเพื่อให้เขากับลูกสาวดื่มต่อที่บ้าน จากนั้นเขาก็ลงมือล่วงละเมิดทางเพศเธอ หลังเกิดเหตุแมเคย์ลาต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ผลการตรวจร่างกายเพื่อหาหลักฐานการข่มขืนยืนยันแน่ชัดว่าพบดีเอ็นเอของชาเวซ กระทั่งหลายเดือนต่อมาเด็กสาววัย 18 ปีตัดสินใจจบชีวิตตัวเองอัยการใช้เวลาหลายเดือนเพื่อพิจารณาว่าสามารถตั้งข้อหาเพิ่มเติม เช่น ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราตามกฎหมายได้หรือไม่ สำนักงานอัยการเขตระบุว่า การสืบสวนครอบคลุมการสอบปากคำหลายครั้ง การตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม การประเมินทางการแพทย์ และการตรวจสอบพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์อย่างละเอียดสำนักงานอัยการเขตมั่นใจว่าการตั้งข้อหาในคดีนี้ถูกต้องตามกฎหมาย…
-
วิจัยมาแล้ว “กรุ๊ปเลือดนี้” เสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารมากที่สุด รู้คำตอบแล้วอย่าตกใจ
วิจัยมาแล้ว วิจัยมาแล้ว "กรุ๊ปเลือดนี้" เสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารมากที่สุด รู้คำตอบแล้วอย่าตกใจ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดบ่อยครั้งที่ผู้ป่วยมักกังวลเมื่อทราบข้อมูลว่าหมู่เลือดของตนเองอาจสัมพันธ์กับโรคมะเร็ง โดยเฉพาะผู้ที่มีเลือดกรุ๊ป A ที่มีกระแสข่าวว่าเสี่ยงต่อมะเร็งกระเพาะอาหารมากกว่ากลุ่มอื่น ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จากการศึกษาประชากรจำนวนมากในหลายประเทศเริ่มเผยให้เห็นรูปแบบความเสี่ยงที่สอดคล้องกัน แม้จะยังไม่ถึงขั้นใช้เป็นเครื่องมือวินิจฉัยหลักในปัจจุบันก็ตามทำความเข้าใจระบบหมู่เลือด ABO และแอนติเจนระบบหมู่เลือด A, B, O และ AB ถูกกำหนดโดย "แอนติเจน" (Antigen) บนพื้นผิวเม็ดเลือดแดง ซึ่งแอนติเจนเหล่านี้ไม่ได้อยู่แค่ในกระแสเลือด แต่ยังปรากฏอยู่บนพื้นผิวเซลล์ของอวัยวะต่างๆ และในของเหลวทั่วร่างกายด้วย นักวิจัยพบว่าแอนติเจนเหล่านี้อาจมีผลต่อการยึดเกาะระหว่างเซลล์และกลไกการจดจำของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับการพัฒนาของเซลล์เนื้องอกสถิติความเสี่ยงจากงานวิจัยระดับโลกจากการเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ตลอดหลายทศวรรษ พบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจดังนี้:กรุ๊ปเลือด A กับมะเร็งทางเดินอาหาร: งานวิจัยจาก Shanghai Cohort Study และผลวิเคราะห์อภิมานในวารสารระบาดวิทยาแห่งประเทศจีน ปี 2015 ระบุว่าผู้ที่มีเลือดกรุ๊ป A มีความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงกว่ากลุ่มอื่นประมาณ 20%กรุ๊ปเลือด O กับความเสี่ยงที่ต่ำกว่า: ผลการศึกษาในหลายทวีปชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่มีเลือดกรุ๊ป O มักมีความเสี่ยงต่อมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งตับอ่อนต่ำกว่าหมู่เลือดอื่นอย่างไรก็ตาม แพทย์เน้นย้ำว่านี่คือ "ความเสี่ยงสัมพัทธ์" ที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เช่น หากคนทั่วไปมีโอกาสเกิดโรค…
-
แพทย์ดังเลือก 3 น้ำที่ “มะเร็งกลัว” ดื่มไปตัดท่อน้ำเลี้ยงเซลล์ร้าย ไม่ใช่แค่มัทฉะ-กาแฟ!
เปิดสูตรลับต้านมะเร็ง! แพทย์ชื่อดังระดับโลกแนะ ไม่ใช่แค่พันธุกรรม! แพทย์เผย "กาแฟ-มัทฉะ" เครื่องดื่มบำรุงจุลินทรีย์ลำไส้ กุญแจสำคัญสู้โรคมะเร็งอาหารและเครื่องดื่มที่เราบริโภคในแต่ละวันมีผลโดยตรงต่อการกระตุ้นหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ล่าสุด นพ.วิลเลียม ลี (Dr. William Li) แพทย์และนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังระดับโลก ผู้เขียนหนังสือขายดีของนิวยอร์กไทมส์ (New York Times Bestseller) ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลผ่านรายการพอดคาสต์ของ "โซอี" (ZOE) บริษัทด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร ถึงความลับของเครื่องดื่มทรงพลังที่มีส่วนช่วยป้องกันโรคร้ายนี้นพ.ลี ระบุว่า แม้คนส่วนใหญ่จะกังวลเรื่องพันธุกรรม แต่ในความเป็นจริงแล้ว พันธุกรรมไม่ใช่ "ปัจจัยหลัก" ที่กำหนดว่าเราจะต้องเป็นมะเร็งเสมอไป ทว่ากุญแจสำคัญในการลดความเสี่ยงกลับอยู่ที่การดูแล "ระบบไมโครไบโอมในลำไส้" (Gut Microbiome) หรือกลุ่มจุลินทรีย์ดีในทางเดินอาหาร ซึ่งเขายกให้ "กาแฟ ชา และน้ำเปล่า" เป็น 3 เครื่องดื่มมหัศจรรย์ที่ช่วยส่งเสริมระบบนี้ โดยเฉพาะชาและกาแฟที่มีสารโพลีฟีนอล (Polyphenols) ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเป็นตัวขยายสัญญาณให้ร่างกายเปิดโหมดต่อต้านมะเร็งเปิดสูตรลับ "มัทฉะ" ชาเขียวทรงพลังที่แพทย์แนะนำในระหว่างการดำเนินรายการ โจนาธาน วูลฟ์ (Jonathan Wolf) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหารของ ZOE ซึ่งเป็นผู้ที่ชื่นชอบการดื่มชา ได้ตั้งคำถามว่า…
-
หญิงกวาดถนน ไม่คาดคิด “พัสดุ” ร่วงจากฟ้าทับร่าง เหตุเพราะความมักง่ายของคนอื่น (คลิป)
หญิงก้มหน้าก้มตากวาดถนน ไม่คาดคิด หญิงก้มหน้าก้มตากวาดถนน ไม่คาดคิด "พัสดุ" ร่วงจากฟ้าทับร่างอย่างจังจน เหตุเกิดเพราะความมักง่ายของคนอื่นบนโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปกล้องวงจรปิดจากพื้นที่ย่านราชโมฮัลลา (Rajmohalla) อันพลุกพล่านในเมืองอินดอร์ (Indore) ประเทศอินเดีย ซึ่งเผยให้เห็นวินาทีขณะที่พนักงานทำความสะอาดหญิงรายหนึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานกวาดถนนอยู่ ทันใดนั้น พนักงานของรถบัสคันหนึ่งได้โยนพัสดุขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมากลงมาจากรถอย่างมักง่ายโดยไม่ยอมหันมามองทาง พัสดุดังกล่าวพุ่งกระแทกเข้าที่ร่างของเธออย่างจังจนเสียหลักล้มคว่ำแรงกระแทกที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้พนักงานหญิงรายนี้ทรุดลงไปนอนด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่เธอจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วนเพื่อรับการรักษา ภาพจากวิดีโอนี้กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า ความประมาทเลินเล่อเพียงชั่ววินาทีสามารถกลายเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกือบคร่าชีวิตของคนงานคนหนึ่งที่กำลังตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองอยู่ได้ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองอินดอร์ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ประกอบการรถบัสคันดังกล่าวทันที โดยระบุว่าพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็น "ความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง" และเรียกร้องให้มีการแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกจากนี้ ชาวเน็ตจำนวนมากยังเรียกร้องให้มีการจัดอบรมและตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยให้เข้มงวดขึ้น โดยระบุว่า "หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรบังคับให้ผู้ประกอบการรถบัสอบรมพนักงานของตัวเองให้ดีกว่านี้ เรื่องแบบนี้จะปล่อยผ่านไปไม่ได้"ปัจจุบัน คลิปวิดีโอดังกล่าวกลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในเมืองอินดอร์ ซึ่งช่วยสปอตไลต์ให้สังคมหันมามองถึงความเสี่ยงอันตรายที่พนักงานเทศบาลต้องเผชิญในแต่ละวัน เหมือนที่ชาวเน็ตรายหนึ่งสรุปเอาไว้สั้นๆ แต่ได้ใจความว่า "คนทำงานทุกคนควรได้รับความเคารพและการคุ้มครองความปลอดภัย ไม่ใช่ต้องมาบาดเจ็บเพราะความมักง่ายของคนอื่น"
-
เจสซี เจ ร้องไห้หนัก หายจากโรคมะเร็งแล้ว หลังผ่าตัด ทรมานนานนับปี
เจสซี เจ หายขาดจากโรคมะเร็งเต้านมแล้ว ปล่อยโฮด้วยความโล่งอกหลังทราบข่าวดี เผยต่อสู้กับความทรมานมานานเกือบ 1 ปี พร้อมเดินหน้าใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับครอบครัวมีข่าวดีทำเอาแฟนเพลงยิ้มออก! หลังจากเดือนมิถุนายนปีที่แล้วเจสซี เจ (Jessie J) ศิลปินเจ้าของเพลงฮิต Price Tags พบว่าตนเองเป็นโรคมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้น จากนั้นเข้ารับการรักษามาโดยตลอด เธออธิบายแผนการรักษาตัวและบอกว่าจะขอหายหน้าไปสักพักเพื่อเข้ารับการผ่าตัดและพักฟื้น อัปเดตว่ามีกำลังใจดีเยี่ยมและบอกกับแฟนคลับว่าเธอจะกลับมาพร้อมหน้าอกที่ใหญ่ขึ้นและผลงานเพลงใหม่ล่าสุด เจสซี เจ ออกมาอัปเดตข่าวที่แฟนเพลงรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ประกาศว่าหายขาดจากโรคมะเร็งอย่างเป็นทางการแล้ว การผ่าตัดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แพทย์ผ่าตัดนำก้อนมะเร็งออกไปได้สำเร็จ และเชื้อร้ายก็ยังไม่ได้ลุกลามไปยังส่วนอื่นของร่างกายเจ้าตัวโพสต์คลิปวิดีโอแจ้งข่าวดีผ่านอินสตาแกรม jessiej ยอมรับว่าร้องไห้นานหลายชั่วโมงทันทีที่ได้ยินผลตรวจ เพราะตนเองเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจตลอดหนึ่งปีที่ต้องเผชิญกับโรคร้ายและการรักษาภาพจาก Instagram : jessiejก่อนหน้านี้เธอลงวิดีโอในอินสตาแกรมสตอรี่ก่อนเข้าตรวจร่างกายประจำปีและทำ MRI จากนั้นจึงนำคลิปมาโพสต์ลงหน้าฟีดหลักพร้อมข้อความสุดตื่นเต้นว่า “ผลตรวจออกมาแล้ว หายจากโรคร้าย ฉันร้องไห้หลายชั่วโมง และเพิ่งได้ถอนหายใจอย่างโล่งอกเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งปี”หลังจากเธออัปเดตอาการป่วย แฟน ๆ ต่างเข้ามาคอมเมนต์ส่งกำลังใจอย่างล้นหลาม รวมทั้งร่วมยินดีที่เธอเอาชนะมะเร็งได้สำเร็จหลังจากการผ่าตัด เจสซี เจ เล่าถึงชีวิตของเธอในฐานะแม่ของสกาย ลูกชายวัย 2 ขวบว่า “มะเร็งหายไปหมดแล้ว หัวนมของฉันยังอยู่ที่เดิม ฉันสามารถดูรายการ Love Island ได้แบบไม่ต้องรู้สึกผิด ฉันได้พักผ่อนและพูดคุยกับเพื่อนมากกว่าที่เคย”ทั้งยังเล่าถึงชีวิตครอบครัวทิ้งท้ายว่า…
-
ประชาชนคองโก จุดไฟเผาเต้นท์พยาบาล ประท้วงไม่ยอมคืนศพผู้ป่วยอีโบลาให้
ประชาชนคองโก จุดไฟเผาเต้นท์พยาบาล ประท้วงไม่ยอมคืนศพผู้ป่วยอีโบลาให้ หลังกลัวว่าแพร่เชื้อ แม่ยันลูกเสียชีวิตจากสาเหตุอื่นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม สำนักข่าว BBC รายงานว่า เกิดเหตุประชาชนจุดไฟเผาเต้นท์โรงพยาบาลในเมืองราวัมปารา ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เพื่อเป็นการประท้วงภายหลังจากที่แพทย์ไม่อนุญาตให้คืนศพผู้เสียชีวิตจากโรคอีโบลาให้โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องยิงปืนเพื่อขู่ผู้ประท้วง ก่อนจะเข้าควบคุมสถานการณ์ เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมครั้งนี้ อย่างไรก็ตามมีเจ้าหน้าที่แพทย์ได้รับบาดเจ็บจากการถูกปาหินใส่สำหรับผู้เสียชีวิตรายนี้เป็นที่รักและชื่นชอบในชุมชนและเป็นนักฟุตบอลที่เล่นให้ทีมท้องถิ่นหลายทีม โดยแม่ผู้ตายเชื่อว่าลูกของเธอเสียชีวิตจากไทฟอยด์ ไม่ได้เสียชีวิตจากอีโบลาทั้งนี้ตามหลักแล้ว ศพของผู้ป่วยอีโบลานั้นสามารถแพร่เชื่อได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องทำให้มั่นใจว่าประชาชนสามารถประกอบพิธีฝังศพได้อย่างปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อขึ้นปัจจุบันมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคอีโบลาในการแพร่ระบาดครั้งใหม่นี้แล้ว 139 ศพ และสามารถระบุตัวผู้ป่วยได้แล้วกว่า 600 รายอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องรัฐบาล ยกระดับป้องกัน หลังประกาศ “คองโก-ยูกันดา” เป็นเขตติดโรคติดต่อ “อีโบลา”ราชกิจจาฯ ประกาศ “คองโก-ยูกันดา” เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย เชื้อไวรัสอีโบลาอีโบลาระบาดถึงไทยไหม? หมอยงตอบชัด เหมือนหรือต่างจากโควิด เตือนอย่าวิตก
-
ตื่นมาตกใจ! มีผ้าใบผืนยักษ์คลุมบ้าน รีบเช็กกล้องวงจรปิด เฉลยฝีมือ “เพื่อนบ้านจากสวรรค์”
ตื่นมาตกใจ! ผ้าใบผืนยักษ์คลุมปิดรั้วบ้าน รีบเช็กกล้องวงจรปิด ก่อนเจอความจริงสุดซึ้งใจน้ำใจงามแท้! เพื่อนบ้านตื่นตี 4 กางผ้าใบบังฝุ่นให้บ้านตรงข้าม แฉเหตุผลสุดซึ้งเพราะแคร์เด็กทารกกลายเป็นเรื่องราวสุดอบอุ่นหัวใจที่ถูกแชร์และพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ของเวียดนาม หลังจากหญิงสาวรายหนึ่งในจังหวัดทัญฮว้า (Thanh Hoa) ตื่นเช้ามาแล้วพบว่าประตูรั้วหน้าบ้านของเธอถูกผ้าใบผืนใหญ่คลุมปิดไว้จนมิดชิด ทว่าเมื่อเธอเปิดกล้องวงจรปิดย้อนดูเหตุการณ์ กลับพบความจริงที่ทำให้เธอซึ้งใจในความหวังดีของเพื่อนบ้านอย่างมากเหตุการณ์นี้ถูกบอกเล่าโดย คุณหว่าง เหียน (Hoang Hien) หญิงสาววัย 34 ปี โดยเธอเล่าว่า เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทันทีที่ตื่นนอนและเดินออกมาหน้าบ้าน เธอต้องตกใจเมื่อเห็นผ้าใบผืนใหญ่สีน้ำเงินขาวคลุมปิดทางเข้าออกบ้านของเธอจนมองไม่เห็นภายนอก ในตอนแรกเธอกังวลว่าอาจเกิดเรื่องไม่ดีหรือมีใครมากลั่นแกล้ง จึงรีบเปิดย้อนดูภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาคำตอบความจริงจากกล้องวงจรปิด: ความใส่ใจที่เงินก็ซื้อไม่ได้ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นว่า ตั้งแต่เวลาประมาณ 04.00 น. ของเช้าวันนั้น เพื่อนบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้หอบผ้าใบผืนยักษ์มาช่วยกันกางขึงและผูกปิดประตูหน้าบ้านของเธออย่างประณีตสาเหตุเป็นเพราะในวันดังกล่าว ครอบครัวของเพื่อนบ้านต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อทำ "การฝัดข้าว" (กระบวนการฝัดเศษแกลบและฝุ่นออกจากเมล็ดข้าวเปลือกหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว) และเนื่องจากพวกเขาทราบดีว่า บ้านของคุณเหียนมีลูกน้อยอยู่ถึง 2 คน โดยเฉพาะทารกคนเล็กที่เพิ่งมีอายุได้เพียง 6 เดือน เพื่อนบ้านจึงกลัวว่าเศษฝุ่นและละอองข้าวเปลือกจะฟุ้งกระจายข้ามฝั่งไปรบกวนระบบทางเดินหายใจของเด็ก ๆ พวกเขาจึงยอมเสียเวลาและลงแรงมาช่วยกันกางผ้าใบปิดกั้นให้ล่วงหน้า ก่อนที่จะเริ่มทำงานของตัวเองคุณเหียนเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในความเป็นจริงแล้ว ระยะห่างระหว่างบ้านของเธอกับบ้านของเพื่อนบ้านไม่ได้อยู่ติดกัน โดยมีถนนกว้างประมาณ 7 เมตรรวมอยู่ตรงกลาง อีกทั้งกิจกรรมฝัดข้าวก็เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดขณะที่เธอกับลูก…
-
เกิดอะไรขึ้น? หมู่บ้านเดียวคนป่วยมะเร็งพุ่ง 62 ราย เปิดปมสงสัย “แม่น้ำสายซีอิ๊ว”
หมู่บ้านเดียวป่วยมะเร็ง 62 คน เปิดปมสงสัย ปริศนาแม่น้ำสายซีอิ๊ว สะเทือนทั้งชุมชนผวา หมู่บ้านเดียวป่วยมะเร็ง 62 คน เร่งไขปริศนาน้ำใต้ดินปนเปื้อน สะเทือนทั้งชุมชนหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน กำลังถูกจับตาจากสังคม หลังพบชาวบ้านป่วยเป็นโรคมะเร็งมากถึง 62 คน จากประชากรเพียง 585 คน โดยส่วนใหญ่เป็น “มะเร็งเม็ดเลือดขาว” จนเกิดคำถามสำคัญว่า เบื้องหลังโศกนาฏกรรมครั้งนี้ อาจมีปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมซ่อนอยู่หรือไม่สิ่งที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญกังวลมากขึ้น คือ ผู้ป่วยจำนวนมากกลับอยู่ในวัยหนุ่มสาวและวัยกลางคน ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบการเกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวทั่วไป ที่มักพบในเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ10 ปี มีผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว 34 คน เสียชีวิตแล้ว 19 รายข้อมูลจากพื้นที่ระบุว่า ภายในระยะเวลาเพียง 10 ปี มีชาวบ้านที่เคยมีสุขภาพแข็งแรงกว่า 34 คน ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว และในจำนวนนี้เสียชีวิตแล้ว 19 ราย หลายคนอายุยังไม่ถึง 50 ปีโรคไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในครอบครัวเดียว แต่กระจายไปทั้งในหมู่เครือญาติ เพื่อนบ้าน และคนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือด ทำให้ชาวบ้านเริ่มสงสัยว่าอาจมี “ตัวการร่วม”…
-
อินฟลูฯดัง เผยชีวิตพัง หลังสามีแอบคบเพื่อนสนิท สุดซ้ำ ไม่สำนึก พามาเย้ยถึงที่
อินฟลูเอนเซอร์ดังเผย หายหน้าไปนาน เพราะทำใจ ถูกสามีและเพื่อนสนิทหักหลัง ซ้ำยังพยายามยึดโซเชียล"อาเถา" อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของจีนที่มีผู้ติดตามนับล้าน ได้กลับมาเคลื่อนไหวบนโลกออนไลน์อีกครั้ง หลังหายหน้าหายตาไปนานกว่า 1 ปี พร้อมเปิดเผยเรื่องราวสุดสะเทือนใจว่า "ถูกสามีและเพื่อนสนิททรยศ"ก่อนหน้านี้ แฟนคลับจำนวนมากเข้าใจว่าเธอเลือกหายไปจากโลกออนไลน์เพราะประสบความสำเร็จทางการเงินแล้ว และต้องการใช้ชีวิตส่วนตัวมากขึ้น แต่ความจริงคือเธอกำลังเผชิญปัญหาชีวิตครั้งใหญ่ จนส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างหนักจนต้องหยุดทำคอนเทนต์อาเถาอาเถาโพสต์วิดีโอบนเวยปั๋อเล่าว่า เธอคบหากับสามีมานานกว่า 10 ปี และใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมา 7 ปี ภาพที่หลายคนเห็นภายนอกอาจดูเป็นครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุข แต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยเรื่องราวที่เธอเรียกว่า "สกปรกและน่ารังเกียจ"เธอมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งคอยทำงานเป็นผู้ช่วยส่วนตัว ซึ่งเธอและเพื่อนอยู่ด้วยกันมานาน แทบไม่เคยห่างกัน เมื่อเธอมีปัญหาชีวิตคู่ ก็มักปรึกษาเพื่อนคนนี้เสมอ ไม่คิดว่าเพื่อนจะทรยศแอบมีความสัมพันธ์กับสามีของเธอเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา เธอสังเกตเห็นความผิดปกติในโทรศัพท์มือถือและรถยนต์ของสามี ก่อนจะพบหลักฐานว่าทั้งคู่แอบไปเปิดห้องพักด้วยกัน แม้สามีจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและพยายามโยนความผิดให้ฝ่ายเพื่อนสนิท จนเธอเคยลังเลและเชื่อว่าอาจเป็นเพื่อนที่เข้ามาแทรกแซงความสัมพันธ์เพียงฝ่ายเดียวด้วยความผูกพันที่มีต่อกันมานานกว่า 10 ปี และมีลูกด้วยกัน เธอจึงตัดสินใจให้อภัยสามีและพยายามประคับประคองครอบครัวต่อไป แต่เพียง 3 วันหลังจากนั้น เธอกลับพบว่าสามียังคงติดต่อและนัดพบกับเพื่อนสนิทของเธอ ทำให้เธอตัดสินใจยุติความสัมพันธ์และยื่นขอหย่าหลังจากขอหย่า สามีมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง เธอจึงต้องหนีไปพักที่โรงแรม แต่เหตุการณ์กลับยิ่งเลวร้ายลง เมื่อสามีพาเพื่อนสนิทมายั่วยุเธอถึงที่พัก ต่อมา เธอกลับไปบ้านเพื่อเก็บเสื้อผ้า แต่ต้องพบภาพที่ทำให้ใจสลาย เมื่อเห็นสามีและเพื่อนสนิทอยู่ด้วยกันในห้องนอนหลักฐานในโทรศัพท์สามี และสามีพาชู้รักมายังห้องนอนของเธออาเถาระบุว่า สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือ ท่าทีของสามีที่ไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย โดยเขาพูดกับเธอว่า…
-
ชีวิตล่าสุด ดาวตลกรายดารดัง หลังผ่านมรสุมชีวิตทั้งธุรกิจสีเทา การหย่าร้าง และดราม่าหนัก (ข่าวต่างประเทศ)
ชีวิตล่าสุด ดาวตลกรายดารดัง หลังผ่านมรสุมชีวิตทั้งธุรกิจสีเทา การหย่าร้าง และดราม่าหนัก (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า วิลเลียม ฮง ในวัย 43 ปี กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังไปปรากฏตัวในงานประชุมด้าน AI ที่ลอสแอนเจลิส พร้อมรูปร่างที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน แต่ยังคงพลังบวกและความมั่นใจแบบเดิม คลิปจากงานเผยให้เห็นว่าเขายังคงขึ้นเวทีร้องเพลงและเต้นอย่างเต็มที่เหมือนยุคแจ้งเกิด แม้รูปร่างจะอ้วนขึ้นอย่างมาก ทั้งใบหน้าที่กลมขึ้นและช่วงท้องที่ใหญ่กว่าเดิม แต่เจ้าตัวดูไม่แคร์เสียงวิจารณ์ และยังสนุกกับการแสดงต่อหน้าผู้ชมเหมือนเดิมโดยวิลเลียม ฮง เกิดที่ฮ่องกงและเติบโตในย่านซาถิ่น ก่อนอพยพไปสหรัฐอเมริกาพร้อมครอบครัวในปี 1993 ตอนอายุ 11 ปี เขาเป็นลูกคนเดียว และเติบโตมาในครอบครัวที่ชื่นชอบการร้องคาราโอเกะ ช่วงเข้าประกวด American Idol เขากำลังเรียนวิศวกรรมโยธาที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ก่อนภายหลังจะย้ายไปเรียนต่อด้านคณิตศาสตร์และจบ MBAแม้จะตกรอบอย่างรวดเร็ว แต่ความดังจากรายการกลับพุ่งทะยานเกินคาด วิลเลียมถูกเชิญไปออกรายการโทรทัศน์จำนวนมาก ทั้งรายการทอล์กโชว์ งานกีฬา และถูกล้อเลียนใน Saturday Night Live เขายังได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลง และออกอัลบั้ม “Inspiration” ที่ขายได้กว่า 200,000 ชุด พร้อมขึ้นชาร์ต Billboard…