Category: ต่างประเทศ
-
แฟนๆช็อก! อินฟลูสาว เสียชีวิตแล้ว หลังถูกแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกาย (ข่าวต่างประเทศ)
แฟนๆช็อก! อินฟลูสาว เสียชีวิตแล้ว หลังถูกแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกาย (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า ศาลตัดสินให้ ยูจีน โทบี หลุยส์ ฌาคส์ (Eugene Tobi Louis Jacques) มีความผิดฐานฆาตกรรม บิวตี้ เคาช์ (Beauty Couch) แฟนสาวและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังชาวแอตแลนตา วัย 22 ปี ก่อนกลับไปในวันเกิดเหตุสลด เจ้าหน้าที่พบศพของคอนเทนต์ครีเอเตอร์สาวบริเวณพื้นที่ป่าใกล้กับรถยนต์ของเธอที่ถูกไฟไหม้ในเมืองออสเทล รัฐจอร์เจีย ตำรวจจับกุมตัวฌาคส์ แฟนหนุ่มของเธอได้ในอีก 2 วันต่อมา และถูกตั้งข้อหา 6 กระทง รวมถึงข้อหาฆาตกรรม ลอบวางเพลิง และทำร้ายร่างกายสาหัสที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเคาช์การพิจารณาคดีเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา สำนักข่าว Atlanta News First รายงานว่า คณะลูกขุนเขตคอบบ์ตัดสินให้เขามีความผิดทุกข้อหา ฌาคส์ต้องรับโทษจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีสิทธิ์ได้รับทัณฑ์บน และถูกศาลบวกโทษจำคุกเพิ่มอีก 20 ปี ข้อมูลจากศาลระบุว่า ฌาคส์แทงเคาช์ถึง 81 ครั้งก่อนจุดไฟเผารถของเธอ นิตยสาร…
-
แฟนๆถึงกับตกใจ นักร้องสาวดัง เผยเคยเป็นมะเร็ง 2 รอบ แต่เลือกไม่บอกใคร (ตปท.)
แฟนๆถึงกับตกใจ นักร้องสาวดัง เผยเคยเป็นมะเร็ง 2 รอบ แต่เลือกไม่บอกใครเรียกได้ว่า ทำเอาแฟนๆ ทั่วโลกทั้งตกใจ และส่งกำลังใจให้อย่างล้นหลาม หลังนักร้องดังระดับโลก Kylie Minogue เปิดเผยครั้งแรกผ่านสารคดี Netflix ว่า เธอ เคยต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งอีกครั้งในปี 2021 โดยที่ผ่านมาเลือกเก็บเรื่องนี้เป็นความลับมาตลอดย้อนกลับไปเมื่อปี 2005 Kylie ตรวจพบมะเร็งเต้านมในวัย 36 ปี จนต้องยกเลิกทัวร์คอนเสิร์ต รวมถึงถอนตัวจากการเป็นเฮดไลเนอร์งาน Glastonbury Festival เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วนหลังเข้ารับการผ่า และ ทำเคมีบำบัดที่กรุงปารีส ในเวลานั้น เธอ สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และเข้าสู่ภาวะไม่พบเซลล์มะเร็ง แต่ยังต้องติดตามอาการอย่างต่อเนื่องหนึ่งในฉากสะเทือนใจของสารคดี EP.3 คือช่วงที่ Kylie นอนดูโทรทัศน์อยู่ในห้องนอน ระหว่างวง Coldplay กำลังเล่นเพลง Fix You เพื่อส่งกำลังใจให้เธอ จน เจ้าตัว กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เพราะสภาพจิตใจในตอนนั้นเปราะบางอย่างมากอย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายของสารคดี Kylie ได้เปิดใจว่า โรคมะเร็งกลับมาอีกครั้งในปี 2021…
-
“โดนัลด์ ทรัมป์” ทิ้งงานแต่งลูกชาย จ่อถล่มอิหร่านเร็วๆ นี้?
“โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ทิ้งงานแต่งลูกชาย สื่อสหรัฐฯ เผยจ่อถล่มอิหร่านเร็วๆ นี้?ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านทาง Truth Social ระบุว่า "แม้ว่าตนจะปรารถนาอย่างยิ่งที่จะไปร่วมงานแต่งของ ดอน จูเนียร์ ลูกชายของผม และสมาชิกใหม่ของครอบครัวทรัมป์ อย่างเบตติน่าว่าที่ภรรยาของเขาในเร็วๆ นี้ แต่ด้วยสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของรัฐบาล และความรักที่ผมมีต่อสหรัฐอเมริกา ทำให้ตนไม่สามารถไปร่วมงานได้ ตนรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องพำนักอยู่ในวอชิงตัน ดี.ซี. ณ ทำเนียบขาว ในช่วงเวลาที่สำคัญยิ่งนี้ ขอแสดงความยินดีกับดอนและเบตติน่าด้วย”ด้าน สำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐอเมริกา ระบุว่าที่ ทรัมป์ ไม่ไปงานแต่งลูกชาย เพราะต้องประชุมสำคัญ พิจารณาอนุมัติการโจมตีทางทหารครั้งใหม่ต่ออิหร่านทันที หากความพยายามทางการทูตในนาทีสุดท้ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมได้ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ ทรัมป์ ได้เรียกประชุมด่วนร่วมกับทีมความมั่นคงแห่งชาติระดับสูง เมื่อเช้าวันศุกร์ (22 พ.ค. 2569) ที่ผ่านมา เพื่อทบทวนสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่าน และประเมินขั้นตอนการดำเนินงานในลำดับถัดไป โดยการประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ พลเอก อาซิม มูนิร์ ผู้บัญชาการทหารบกปากีสถาน และคณะตัวแทนจากกาตาร์ ได้เดินทางถึงกรุงเตหะราน เพื่อพยายามผลักดันการเจรจาในโค้งสุดท้ายรายงานระบุว่า…
-
ด่วน! เกิดเหตุยิงปะทะหน่วยอารักขาใกล้ทำเนียบขาว มีผู้บาดเจ็บ 2 คน
เกิดเหตุยิงปะทะใกล้ทำเนียบขาว บาดเจ็บ 2 คน เจ้าหน้าที่ต้องสั่งปิดพื้นที่ด่วน เร่งสืบสวนหาสาเหตุของเหตุโจมตีเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายรายงานว่าเกิดเหตุปะทะกันระหว่างบุคคลกับหน่วยรักษาความปลอดภัยลับใกล้ทำเนียบขาวเมื่อวันเสาร์ เหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสองคนเหตุเกิดขึ้นบริเวณสี่แยกถนนเพนซิลเวเนียตัดกับถนนสายที่ 17 ตะวันตกเฉียงเหนือ เจ้าหน้าที่หน่วยเครื่องแบบของหน่วยสืบราชการลับเดินทางเข้าไปตรวจสอบพื้นที่หลังได้รับแจ้งเหตุยิงปืน จากนั้นจึงเกิดการปะทะกันขึ้นผู้สื่อข่าวของซีเอ็นเอ็นรายงานว่าได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายสิบนัดบริเวณใกล้ทำเนียบขาว เจ้าหน้าที่สั่งปิดล้อมพื้นที่ทันที หน่วยสืบราชการลับของสหรัฐฯ ได้เข้าตรวจสอบสถานการณ์อย่างรวดเร็วหน่วยงานรักษาความปลอดภัยลับให้ข้อมูลว่ากำลังตรวจสอบรายงานการยิงปืนบริเวณหัวมุมถนนสายที่ 17 ตัดกับถนนเพนซิลเวเนียตะวันตกเฉียงเหนือ พื้นที่ดังกล่าวอยู่ด้านนอกทำเนียบขาว สถานการณ์โดยรวมยังคงไม่ชัดเจนสมาชิกสื่อมวลชนบริเวณสนามหญ้าด้านเหนือของทำเนียบขาวต้องรีบเข้าไปหลบภัยในห้องแถลงข่าว เจ้าหน้าที่สั่งให้นักข่าวหลบอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยลับตะโกนสั่งการว่า “หมอบลง” พร้อมเตือนว่า “มีการยิงปืน”ผู้คนพบเห็นเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับถือปืนไรเฟิลเคลื่อนตัวผ่านสนามหญ้าด้านเหนือของทำเนียบขาว เจ้าหน้าที่สั่งปิดกั้นห้องแถลงข่าวอย่างแน่นหนา ต่อมาเจ้าหน้าที่ประกาศยกเลิกการปิดล้อมเมื่อเวลาประมาณ 18:45 น. ตามเวลาภาคตะวันออกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พำนักอยู่ในทำเนียบขาวขณะเกิดเหตุ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นได้ติดต่อไปยังทำเนียบขาว ตำรวจนครบาลดีซี หน่วยดับเพลิง รวมถึงหน่วยแพทย์ฉุกเฉินดีซีเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมคาซ พาเทล ผู้อำนวยการ FBI โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าเจ้าหน้าที่ของเขาลงพื้นที่เกิดเหตุแล้ว FBI กำลังสนับสนุนหน่วยสืบราชการลับในการจัดการกับสถานการณ์ยิงปืนใกล้ทำเนียบขาว เขาพร้อมจะแจ้งความคืบหน้าให้ประชาชนทราบทันทีเซลินา หวัง หัวหน้าผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวของเอบีซีนิวส์ โพสต์วิดีโอลงใน X แสดงให้เห็นช่วงเวลาที่เธอต้องก้มตัวหลบกระสุนหลังได้ยินเสียงปืนเธอระบุข้อความว่า “ฉันกำลังถ่ายวิดีโอลงโซเชียลมีเดียด้วยไอโฟนจากสนามหญ้าด้านเหนือของทำเนียบขาวอยู่พอดี ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น เสียงดังเหมือนมีปืนหลายสิบนัด เราได้รับคำสั่งให้วิ่งไปที่ห้องแถลงข่าว ซึ่งตอนนี้เรากำลังอยู่ที่นั่น”เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังงานเลี้ยงอาหารค่ำของผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว ในงานดังกล่าวผู้สื่อข่าวกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์ต้องหลบกระสุนปืนเช่นกันภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็น โคล…
-
เกิดอะไรขึ้น! ลือสนั่นวงการ แขกแห่เทงานแต่งซุปตาร์สาวตัวแม่ (ข่าวต่างประเทศ)
เกิดอะไรขึ้น! ลือสนั่นวงการ แขกแห่เทงานแต่งซุปตาร์สาวตัวแม่ (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า งานแต่งงานแห่งปีของป็อปสตาร์ระดับโลก "เทย์เลอร์ สวิฟต์" ในวัย 36 ปี กับ "ทราวิส เคลซี" พ่อหนุ่มไมโครเวฟดีกรีแชมป์ Super Bowl จากทีม Kansas City Chiefs ที่มีกำหนดการจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2026 นี้ ที่มหานครนิวยอร์ก แต่ล่าสุดกลับมีกระแสข่าวลือหนาหูว่า แขกเหรื่อระดับเซเลบฮอลลีวูดบางกลุ่มถึงกับหัวร้อนปนน้อยใจ จนประกาศ "เท" งานแต่งครั้งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วชนวนเหตุของดราม่าก่อนวิวาห์ครั้งนี้ เกิดมาจากกฎเหล็กสุดเฮี้ยบในการ์ดเชิญที่เทย์เลอร์สั่งเบรกเด็ดขาด โดยงดพา "คู่เดท" (No Plus-Ones) มาร่วมงานโดยไม่มีข้อยกเว้น ส่งผลให้แขกทุกคนต้องตบเท้าเข้างานแบบฉายเดี่ยวเท่านั้น ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับแขกบางส่วนที่มองว่างานระดับโลกขนาดนี้ควรจะมีคู่ควงไปร่วมงานด้วย แต่อย่างที่รู้กันดีว่าระดับตัวแม่เทย์เลอร์ เรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง และต้องเซฟไม่ให้มีข่าวหรือภาพใดๆ เล็ดลอดออกไปสู่สายตาสื่อเด็ดขาด การตัดปัญหาไม่ให้พาคนนอกเข้างานจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
-
ดราม่าทวีความรุนแรง! มีการร้องเรียนให้ถอดซีรีส์ดัง ออกจากทุกแพลตฟอร์ม
ดราม่าทวีความรุนแรง! มีการร้องเรียนให้ถอดซีรีส์ดัง ออกจากทุกแพลตฟอร์มจากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า คำร้องเรียกร้องให้ยุติการออกอากาศซีรีส์ PerfectCrown กำลังได้รับความสนใจอย่างหนักในเกาหลีใต้ หลังยอดลงชื่อทะลุ 25,000 รายชื่อ ภายในเวลาไม่ถึง 2 วัน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์เรื่องบิดเบือนประวัติศาสตร์ แม้ทีมผู้สร้าง นักแสดง และนักเขียนบทจะออกมาขอโทษต่อสาธารณะแล้วก็ตามคำร้องดังกล่าวถูกโพสต์บนเว็บไซต์คำร้องของรัฐสภาเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม โดยผู้ยื่นคำร้องระบุว่า ละครมี “ความคลาดเคลื่อนทางประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน” และมีการกำกับที่ดูเหมือนได้รับอิทธิพลจากวาระทางวัฒนธรรมของต่างชาติ จนสร้างกระแสไม่พอใจในสังคม ประเด็นที่ถูกวิจารณ์หลัก ๆ ได้แก่ การใช้คำเรียกฐานันดรศักดิ์และสถานะประเทศที่ผิดเพี้ยน การหยิบยืมวัฒนธรรมต่างชาติมาใช้มากเกินไป รวมถึงการใช้เครื่องแต่งกายของราชวงศ์ที่ไม่ถูกต้องตามประวัติศาสตร์ผู้ยื่นคำร้องยังเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลสื่อของเกาหลีใต้ระงับการออกอากาศละครเรื่องนี้ทันที พร้อมขอให้ลบละครออกจากทุกแพลตฟอร์ม VOD และ OTT ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อป้องกันการเผยแพร่ภาพแทนทางวัฒนธรรมที่บิดเบือนนอกจากนี้ ยังมีข้อเรียกร้องให้ลงโทษสถานีโทรทัศน์ที่ “ทำลายอัตลักษณ์และอธิปไตยทางวัฒนธรรมภายใต้ชื่อของงานฟิกชัน” รวมถึงเสนอให้จำกัดสิทธิ์ด้านใบอนุญาตออกอากาศและตัดสิทธิ์การรับทุนจากภาครัฐในอนาคต คำร้องจะเปิดให้ลงชื่อถึงวันที่ 21 มิถุนายน และหากมียอดเกิน 50,000 รายชื่อภายใน 30 วัน จะถูกส่งเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการรัฐสภาที่เกี่ยวข้อง โดยล่าสุด ณ วันที่ 23 พฤษภาคม มียอดลงชื่อแล้ว 25,549…
-
ชัดมาก! เปิดคลิปวินาทีผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว วิ่งหนีกระเจิง เอาชีวิตรอด หลังเกิดเหตุกราดยิงสนั่น
จากกรณีเกิดเหตุยิงปืนใกล้ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา หลังมีรายงานได้ยินเสียงปืนดังต่อเนื่องหลายสิบนัด บริเวณใกล้ถนนสายที่ 17 และถนนเพนซิลเวเนีย ซึ่งอยู่ห่างจากทำเนียบขาวเพียง 1 ช่วงตึก ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯจากกรณีเกิดเหตุยิงปืนใกล้ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา หลังมีรายงานได้ยินเสียงปืนดังต่อเนื่องหลายสิบนัด บริเวณใกล้ถนนสายที่ 17 และถนนเพนซิลเวเนีย ซึ่งอยู่ห่างจากทำเนียบขาวเพียง 1 ช่วงตึก ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯล่าสุด วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 มีการเผยคลิปนาทีระทึก ขณะเกิดเหตุชายใช้อาวุธปืนกราดยิงมากกว่า 30 นัด ใกล้ทำเนียบขาว ในช่วงที่ เซลิน่า หวัง ผู้สื่อข่าวโทรทัศน์อาวุโสประจำทำเนียบขาวของ ABC News กำลังรายงานสดอยู่บริเวณสนามหญ้าด้านเหนือของ White House เมื่อคืนวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ หรือช่วงเช้าวันเดียวกันตามเวลาไทยภายในคลิป เซลิน่า หวัง กำลังรายงานข่าวตามปกติ ก่อนเสียงปืนจะดังขึ้นต่อเนื่องหลายนัด ท่ามกลางความแตกตื่นของเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนในพื้นที่ ทำให้เธอต้องรีบวิ่งหลบและมุดใต้โต๊ะบริเวณจุดรายงานข่าวทันทีเพื่อความปลอดภัย ขณะที่เจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้สื่อข่าวทั้งหมดรีบเข้าหลบภัยภายในห้องแถลงข่าวของทำเนียบขาวชมคลิป Selina…
-
ผู้ต้องสงสัยอีโบลา 18 รายในคองโก หลบหนี หลังศูนย์รักษาถูกชาวบ้านเผา
สถานการณ์การระบาดของไวรัสอีโบลาในภาคตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) ทวีความตึงเครียดขึ้น หลังชาวบ้านที่ไม่พอใจในเมืองมองบวาลู ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการระบาด ได้บุกโจมตีและจุดไฟเผาเต็นท์ส่วนหนึ่งของศูนย์รักษาอีโบลา ส่งผลให้ผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อ 18 คนหลบหนีออกจากสถานพยาบาลและยังไม่สามารถติดตามตัวได้สถานการณ์การระบาดของโรคอีโบลาในภาคตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) ทวีความตึงเครียดขึ้น หลังชาวบ้านที่ไม่พอใจในเมืองมองบวาลู (Mongbwalu) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการระบาด ได้บุกโจมตีและจุดไฟเผาเต็นท์ส่วนหนึ่งของศูนย์รักษาโรคอีโบลา ส่งผลให้ผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อ 18 คนหลบหนีออกจากสถานพยาบาลและยังไม่สามารถติดตามตัวได้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์ (22 พ.ค.) ที่ผ่านมา และนับเป็นการโจมตีสถานพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับไวรัสอีโบลาเป็นครั้งที่สองในภูมิภาคนี้ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้ แต่ระหว่างที่ผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่พากันหลบหนีจากกองไฟ ผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้ออีโบลา 18 รายได้ออกจากศูนย์รักษาและยังไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหนในเวลานี้นพ.ริชาร์ด โลกูดี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมองบวาลู เปิดเผยกับสำนักข่าวเอพีว่า กลุ่มชาวบ้านได้เดินทางมายังคลินิกในเมืองเมื่อค่ำวันศุกร์ (22 พ.ค.) ก่อนจุดไฟเผาเต็นท์ที่จัดตั้งโดยองค์กรแพทย์ไร้พรมแดน (Doctors Without Borders หรือ MSF) ซึ่งใช้รองรับทั้งผู้ป่วยต้องสงสัยและผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้ออีโบลา“เราขอประณามการกระทำครั้งนี้อย่างรุนแรง เพราะนอกจากจะสร้างความตื่นตระหนกให้กับเจ้าหน้าที่แล้ว ยังส่งผลให้ผู้ป่วยต้องสงสัย 18 รายหลบหนีออกไปในชุมชน” เขากล่าวก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวัน ศูนย์รักษาอีโบลาอีกแห่งในเมืองรวามปารา (Rwampara) ก็ถูกเผาทำลายเช่นกัน หลังครอบครัวของชายคนหนึ่งซึ่งคาดว่าเสียชีวิตจากอีโบลา ถูกห้ามไม่ให้นำศพกลับไปประกอบพิธีตามประเพณีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระบุว่า ศพของผู้เสียชีวิตจากอีโบลาสามารถแพร่เชื้อได้อย่างรุนแรง การจัดเตรียมศพและการรวมตัวในงานศพจึงอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โรคแพร่กระจายต่อไปได้ ด้วยเหตุนี้ ทางการจึงเข้ามาดูแลกระบวนการฝังศพผู้เสียชีวิตต้องสงสัยติดเชื้อ ซึ่งหลายครั้งนำไปสู่ความไม่พอใจและการประท้วงจากครอบครัวและชุมชนเมื่อวันเสาร์ (23…
-
จำคุก 30 ปี! อดีตผู้อำนวยการสาธารณสุขเวียดนาม ทุจริตโรงพยาบาล เสียหาย 803 พันล้าน
ศาลฮานอยตัดสินจำคุก 10 จำเลย คดีละเมิดการบริหารทรัพย์สินรัฐ-รับสินบน เหตุก่อสร้างโรงพยาบาลบั๊กหมายและเวียดนาม-เยอรมนีสะดุดกว่า 3 ปีศาลประชาชนฮานอยพิพากษาจำคุก เหงียน ถิ กิม เตียน อดีตรัฐมนตรีสาธารณสุขเวียดนาม 6 ปี ฐานละเมิดกฎระเบียบการบริหารและใช้ทรัพย์สินของรัฐ จนก่อให้เกิดความสูญเสียและสิ้นเปลือง คดีนี้เกี่ยวพันกับโครงการก่อสร้างวิทยาเขตที่ 2 ของโรงพยาบาลบั๊กหมายและโรงพยาบาลเวียดนาม-เยอรมนี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 803 พันล้านดอง ( VNĐ803 billion ราว 30.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)10 จำเลย โทษหนักสุด 30 ปีคำพิพากษาครั้งนี้ครอบคลุมจำเลย 10 ราย ใน 3 ข้อกล่าวหาหลัก ได้แก่ ละเมิดกฎการบริหารทรัพย์สินรัฐ, ยักยอกทรัพย์โดยทุจริต และรับสินบนเหงียน เชียน ทัง อดีตผู้อำนวยการคณะกรรมการบริหารโครงการด้านสาธารณสุข รับโทษหนักที่สุดคือ 30 ปี รวมจาก 13 ปีในข้อหาละเมิดการจัดการทรัพย์สินรัฐ และ 20 ปีในข้อหารับสินบน โดยพบว่ารับสินบนรวมกว่า 51,000…
-
อึ้ง ทำไมแต่งตัวแบบนี้! แห่สับชุด “นักกีฬาพิกเคิล” สีสัน หรือ เสื่อม ?
พิกเคิลบอลเดือด แห่วิจารณ์ชุดนักกีฬารายหนึ่ง หลังแต่งลงซ้อมในสนาม จุดดราม่า สีส้น หรือ เสื่อมพิกเคิลบอลเดือด ชายแต่งคล้ายทารกลงสนามจนโซเชียลวิจารณ์กีฬาพิกเคิลบอลยังเป็นกระแสที่เติบโตต่อเนื่องในหลายประเทศ เพราะเล่นง่าย ใช้อุปกรณ์ไม่มาก และเข้าถึงคนได้หลายวัย ข้อมูลจาก Sports & Fitness Industry Association ระบุว่า พิกเคิลบอลเป็นหนึ่งในกีฬาที่เติบโตเร็วในสหรัฐฯ โดยมีจำนวนผู้เล่นเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาแต่เมื่อกีฬากลายเป็นพื้นที่ยอดนิยมบนโซเชียล สิ่งที่ตามมาบางครั้งไม่ใช่แค่การแข่งขันหรือการออกกำลังกาย ล่าสุด ภาพผู้เล่นชายคนหนึ่งที่แต่งกายคล้ายเด็กทารกลงสนามพิกเคิลบอล กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างหนัก และจุดคำถามว่า เส้นแบ่งระหว่างความสนุกส่วนตัวกับความเหมาะสมในพื้นที่สาธารณะควรอยู่ตรงไหนภาพแต่งตัวคล้ายทารกในสนาม จุดชนวนดราม่าจากภาพและข้อความที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ เหตุการณ์เกิดขึ้นในสนามฝึกซ้อมพิกเคิลบอลแห่งหนึ่ง โดยชายร่างกำยำรายหนึ่งปรากฏตัวโดยไม่สวมเสื้อ สวมผ้าอ้อมผู้ใหญ่ มีผ้ากันเปื้อนลักษณะคล้ายของเด็ก และคาบจุกนมหลอกสีฟ้า ขณะถือไม้พิกเคิลบอลอยู่ในสนามภาพดังกล่าวถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็ว เพราะหลายคนมองว่าเป็นการแต่งกายที่ไม่เหมาะกับบรรยากาศของสนามกีฬา โดยเฉพาะเมื่อสนามเป็นพื้นที่สาธารณะที่มีผู้เล่นคนอื่นใช้ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลยืนยันอย่างเป็นทางการจากผู้จัดการสนามหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ใด และมีการตักเตือนหรือดำเนินการอย่างไรหลังจากนั้นเสียงวิจารณ์มองว่าเกินขอบเขตของความสนุกกระแสส่วนใหญ่บนโลกออนไลน์แสดงความไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมดังกล่าว หลายความเห็นมองว่า การแต่งตัวในลักษณะนี้ไม่ใช่แค่เรื่องแฟชั่นหรือความขบขัน แต่กระทบภาพลักษณ์ของกีฬา และอาจทำให้ผู้เล่นคนอื่นรู้สึกไม่สบายใจเมื่อต้องใช้พื้นที่ร่วมกันประเด็นที่ถูกตั้งคำถามมากที่สุดคือ สนามกีฬาควรมีมาตรฐานการแต่งกายและพฤติกรรมที่ชัดเจนหรือไม่ เพราะแม้ผู้เล่นจะมีเสรีภาพในการแสดงออก แต่พื้นที่กีฬาไม่ใช่เวทีสำหรับสร้างคอนเทนต์ที่อาจรบกวนผู้อื่นหรือทำให้บรรยากาศการเล่นเสียไปพิกเคิลบอลดังเร็ว ยิ่งต้องระวังภาพลักษณ์ของกีฬาพิกเคิลบอลได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นกีฬาที่เล่นสนุก เข้าถึงง่าย และเหมาะกับทั้งผู้เริ่มต้นและคนที่ต้องการออกกำลังกายแบบไม่หนักเกินไป ความนิยมนี้ทำให้สนามพิกเคิลบอลกลายเป็นพื้นที่พบปะของคนหลากหลายกลุ่ม รวมถึงเป็นคอนเทนต์ยอดนิยมบนโซเชียลมีเดียแต่ความดังของกีฬาอาจกลายเป็นดาบสองคม หากมีคนใช้สนามเป็นพื้นที่เรียกร้องความสนใจมากกว่าการเล่นกีฬา เหตุการณ์ลักษณะนี้จึงไม่ได้สะท้อนแค่พฤติกรรมของคนคนเดียว แต่ยังชวนให้สนามกีฬาและชุมชนผู้เล่นหันกลับมาคิดเรื่องกติกาทางสังคมร่วมกันกติกาเรื่องเครื่องแต่งกายมีความสำคัญกว่าที่คิดตามกติกาอย่างเป็นทางการของ…