Category: ต่างประเทศ
-
วงการเศร้า! นางเอกรุ่นใหญ่ เสียชีวิตแล้ว ในวัย 61 ปี สร้างความตกใจให้แฟนๆ (ข่าวต่างประเทศ)
วงการเศร้า! นางเอกรุ่นใหญ่ เสียชีวิตแล้ว ในวัย 61 ปี สร้างความตกใจให้แฟนๆ (ข่าวต่างประเทศ)จากต่างสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า ครอบครัวของนักแสดงดังระดับตำนาน "เหอ ชิง" ได้ออกมากล่าวยืนยัน ถึงการจากไปของ "เหอ ชิง" โดยเธอเสียชีวิตวานนี้ ในวัย 61 ปี ที่บ้านพัก ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ หลังจากต่อสู้กับอาการป่วยมาเป็นเวลานาน ซึ่งข่าวนี้สร้างความตกใจ และ ชาวเน็ตทั่วจีนได้กล่าวความอาลัยโดย เหอ ชิง คือความทรงจำอันงดงามของคนรุ่น 70–80 ในประเทศจีน สำหรับแฟนละครพีเรียด แทบจะไม่มีใครไม่รู้จักเธอเลยสักคน เนื่องจากเธอเป็นนักแสดงหญิงเพียงคนเดียวของจีน ที่มีโอกาสร่วมแสดงในผลงานที่ดัดแปลงจาก วรรณกรรมคลาสสิกจีนทั้งสี่เรื่อง "4 มหานวนิยาย" ได้แก่ ไซอิ๋ว, ความฝันในหอแดง, สามก๊ก และ ผู้กล้าแห่งเขาเหลียงซาน
-
ช็อกวงการ! พบศพผู้กำกับหนังชื่อดัง “ร็อบ ไรเนอร์” พร้อมภรรยาในบ้าน คาดโดนลูกชายฆาตกรรม
ร็อบ ไรเนอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังแห่งฮอลลีวูด เสียชีวิตพร้อมกับภรรยาในบ้านพักที่ลอสแอนเจนลิส ด้านตำรวจคาดว่าพวกเขาถูกฆาตกรรม หลังจากพบว่าผู้ตายมีบาดแผลถูกแทงสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานการเสียชีวิตของ “ร็อบ ไรเนอร์” ผู้กำกับภาพยนตร์คนสำคัญแห่งฮอลลีวูด โดยมีการพบศพของเขาและ มิเชล ซิงเกอร์ ไรเนอร์ ผู้เป็นภรรยา ภายในบ้านพักในลักษณะที่โดนทำร้ายด้วยอาวุธมีคม เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาขณะนี้ ตำรวจลอสแอนเจลิสกำลังสอบสวนการเสียชีวิตของ ไรเนอร์ และภรรยา ในฐานะ "คดีฆาตกรรม” ขณะที่คนในวงการจำนวนมาก ต่างแสดงความเศร้าเสียใจต่อการจากไปของผู้กำกับ ที่อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์ยอดนิยมอย่าง "When Harry Met Sally…”, “The Princess Bride” และ “Stand By Me”นิตยสารเดอะ พีเพิล รายงานว่า ไรเนอร์ และภรรยาของเขา ถูกสังหารโดย นิค ไรเนอร์ ลูกชายของพวกเขาเอง โดยอ้างอิงจากแหล่งข่าวใกล้ชิดที่ได้พูดคุยกับสมาชิกในครอบครัว แต่ขณะนี้ตำรวจยังไม่ยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าวรายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่จากหน่วยกู้ภัยและดับเพลิงแห่งลอสแอนเจลิส ตอบรับการแจ้งเหตุฉุกเฉินเพื่อขอความช่วยเหลือทางแพทย์ที่บ้านหลังหนึ่ง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 15.30 น.แต่เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พวกเขาก็พบร่างของชายอายุ…
-
แฟนๆช็อก! นักร้องสาว แฉถูกอดีตแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกาย ลั่นอยากออกจากวงการ ขอแค่ให้มีชีวิตรอด (ข่าวต่างประเทศ)
แฟนๆช็อก! นักร้องสาว แฉถูกอดีตแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกาย ลั่นอยากออกจากวงการ ขอแค่ให้มีชีวิตรอด (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า แจ็กกี้ไว (Jvcki Wai) แร็ปเปอร์สาววัย 29 ปี (ชื่อจริง ฮงชีอา) ออกมาเปิดเผยว่า เธอตกเป็นเหยื่อ ความรุนแรงในความสัมพันธ์ จากอดีตคนรัก ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ค่าย KC Label อย่าง บังดัล (Bangdal) วัย 32 ปี (ชื่อจริง บังจินอู) จนกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 12 แจ็กกี้ไวได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรม เผยให้เห็นร่องรอยบาดแผลบนใบหน้าและร่างกาย พร้อมระบุว่า “ฉันออกจากบ้านไม่ได้มาสองสัปดาห์แล้ว”เธอชี้แจงเพิ่มเติมต่อเสียงวิจารณ์ว่า “หลายคนถามว่าทำไมต้องเอาเรื่องพวกนี้มาโพสต์ ทำเหมือนเป็นเหยื่อ ทั้งที่วันที่ฉันถูกทำร้าย เขามาที่บ้าน เคาะประตู กดรหัส และไม่ให้ฉันออกไปไหนเลย ฉันไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากทำแบบนี้ พอโพสต์ไป เขาก็ไม่ติดต่อมาอีก หากทำให้ใครไม่สบายใจ ต้องขอโทษด้วย” นอกจากนี้ แจ็กกี้ไวยังเผย อีเมลและข้อความเสียง ของฝ่ายชายที่เชื่อว่าเป็นผู้ก่อเหตุด้วยต่อมา บังดัลได้ออกมาโพสต์ข้อความตอบโต้ผ่าน SNS…
-
จำได้ไหม! อดีตนักร้องหนุ่ม หลังหายไปจากวงการอย่างเงียบๆ ล่าสุดกลายเป็น CEO ร้านเบเกอรี่ถึง 15 สาขา (ข่าวต่างประเทศ)
จำได้ไหม! อดีตนักร้องหนุ่ม หลังหายไปจากวงการอย่างเงียบๆ ล่าสุดกลายเป็น CEO ร้านเบเกอรี่ถึง 15 สาขา (ข่าวต่างประเทศ)จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า ยองซอก (Young Seok) อดีตสมาชิกวง SM☆SH ที่เคยถูกมองว่าหายไปจากวงการอย่างเงียบ ๆ ได้สร้างเส้นทางชีวิตบทใหม่ในฐานะผู้บริหารธุรกิจร้านเบเกอรี่คาเฟ่ ซึ่งเติบโตจนมีถึง 15 สาขา หลังอำลาชีวิตไอดอล เรื่องราวการกลับมายืนหยัดอีกครั้งของเขาหลังผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก ได้สร้างแรงบันดาลใจและความประทับใจให้กับผู้คนจำนวนมากชายผู้เคยถูกคิดว่าลงจากเวทีไปตลอดกาล กลับค้นพบความหมายใหม่ของชีวิตในสถานที่ที่ไม่มีใครคาดคิด หลังตัดสินใจออกจากวงการบันเทิง ยองซอก แร็ปเปอร์จากวง SM☆SH ได้ก่อตั้งธุรกิจร้านเบเกอรี่คาเฟ่ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง จนในช่วงหนึ่งสามารถขยายสาขาได้ถึง 15 แห่งเลยทีเดียวโดยยองซอก ปรากฏตัวในรายการทางยูทูบ Current Status Olympics เพื่อเล่าเรื่องราวชีวิตหลังออกจากวงการบันเทิง วิดีโอในตอนที่ชื่อ “[พบกับยองซอก] ฮิตถึง 15 สาขา… อดีตไอดอลสู่ ‘ซีอีโอขนมปัง’ เราไปเยือนร้านที่พาจู” ถูกเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ เส้นทางของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ “ตอนที่ผมออกจากวงการบันเทิงในช่วงต้นอายุสามสิบ ผมรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่เป็นเลย เพื่อน ๆ ทุกคนมีประสบการณ์และเติบโตกันไปหมดแล้ว…
-
มือดีปาหัวหมูใส่หลุมศพมุสลิม แค้นกราดยิงบอนได ผู้นำไม่รับศพมือปืน ชี้ฆ่าคนขัดศาสนา
ซิดนีย์เดือด เกิดเหตุปาหัวหมูใส่หลุมศพมุสลิม ระบายแค้นเหตุกราดยิงบอนได ผู้นำศาสนาประณามกระทำไร้สติสร้างความเกลียดชัง ประกาศจุดยืนไม่รับศพมือปืน-ทำพิธีให้สองพ่อลูกมือปืนท่ามกลางบรรยากาศความโศกเศร้าที่ปกคลุมนครซิดนีย์ หลังโศกนาฏกรรมกราดยิงสะเทือนขวัญที่หาดบอนได (Bondi Beach) ล่าสุดสถานการณ์ความขัดแย้งเริ่มส่อเค้ารุนแรงขึ้น กรณีมีรายงานเหตุลบหลู่ศาสนาในสุสานฝั่งตะวันตกของเมือง เมื่อมีผู้โยนหัวหมูไปยังหลุมศพของชาวมุสลิมในสุสานนาเรลแลน เขตแคมเดน ซึ่งถูกมองว่าเป็นการเอาคืนแบบยั่วยุและสร้างความแตกแยกอาห์หมัด ฮไรชี (Ahmad Hraichie) สัปเหร่อชาวมุสลิมในซิดนีย์ ออกมาประณามเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างรุนแรง กล่าวว่าการกระทำนี้ไร้สาระและเต็มไปด้วยความเกลียดชัง พร้อมชี้ว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไร มีแต่ทำให้สังคมโกรธ เจ็บปวด และแตกแยกมากขึ้นเขายังย้ำว่า ผู้ที่ถูกฝังในสุสานเหล่านั้นเสียชีวิตมานานแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปัจจุบัน และสุสานควรเป็นพื้นที่แห่งศักดิ์ศรีและความเคารพ ไม่ว่าศาสนาใดก็ตาม หากต้องการสันติภาพหรือความยุติธรรม นี่ไม่ใช่หนทางที่ถูกต้องปาหัวหมูใส่หลุมศพมุสลิมระบายแค้นเหตุกราดยิงบอนไดเหตุลบหลู่สุสานเกิดขึ้นในช่วงที่ผู้นำชุมชนมุสลิมในซิดนีย์ประกาศจุดยืนว่าจะปฏิเสธการทำพิธีศพและไม่รับร่างผู้ต้องสงสัยมือกราดยิงบอนไดบีช รายงานระบุว่าเป็นชายวัย 24 ปี และพ่อวัย 50 ปีจากรายงาน เผยว่า ผู้ก่อเหตุเปิดฉากยิงจากสะพานลอยคนเดินเท้าใส่ฝูงชนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 16 ราย รวมหนึ่งในผู้ก่อเหตุ และมีผู้บาดเจ็บอีก 42 ราย รวมถึงเด็ก 4 คน ตำรวจยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 14 ราย และอีก 2 รายเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา เหยื่อมีอายุตั้งแต่ 10 ถึง…
-
ระทึก! เหตุกราดยิงกลางหาดบอนได ออสเตรเลีย เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย
เกิดเหตุกราดยิงในหาดบอนได ในออสเตรเลีย เสียชีวิตหลายราย ล่าสุดจับตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้วเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุการณ์ระทึกที่หาดบอนได ในนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย หลังตำรวจได้รับแจ้งว่ามีเสียงปืนหลายนัดดังขึ้นบริเวณชายหาด ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายรายวิดีโอที่ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์จากที่เกิดเหตุ แสดงให้เห็นประชาชนแตกตื่นวิ่งหนีออกจากชายหาด หลังได้ยินเสียงปืน พร้อมภาพน่าสะเทือนใจของผู้บาดเจ็บที่นอนอยู่บนพื้นโดยพยานผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า มีการยิงปืนมากกว่า 50 นัด ใส่ประชาชนที่มาเที่ยวชายหาด พลเรือน และยานพาหนะที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวEmergency workers transport a person on a stretcher at Bondi Beach in Sydney [Mark Baker/AP Photo]ต่อมาตำรวจยืนยันว่า สามารถ "ควบคุม" ตัวผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน ขณะนี้พื้นที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุโดยในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ มีการจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลฮานุกกะห์ ซึ่งเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองช่วงสิ้นปีของชาวยิวบริเวณชายหาด อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า เหตุกราดยิงครั้งนี้มีความเกี่ยวข้องกับงานดังกล่าวหรือไม่ล่าสุด สถานีโทรทัศน์ของออสเตรเลียรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 12 รายจากเหตุการณ์ยิงกันในครั้งนี้อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :…
-
“ทรัมป์” ขู่ยกเลิกข้อตกลงการค้า-ขึ้นภาษี ถ้าไทย-กัมพูชาไม่หยุดยิง
“ทรัมป์” ให้สัมภาษณ์สื่อนอกเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหลังวางสาย “อนุทิน-ฮุน มาเนต” ลั่น ถ้าไม่หยุดยิง จะยกเลิกข้อตกลงทางการค้าและเรียกเก็บภาษีจากกรณีที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 68 ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ต่อสายคุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แล้วบอกว่า ทั้งสองประเทศตกลงหยุดยิงนั้นสำนักข่าว The Wall Street Journal ได้สัมภาษณ์ทรัมป์ในวันเดียวกัน และรายงานว่า ที่ทรัมป์มั่นใจว่าไทย-กัมพูชาตกลงหยุดยิง เพราะเขาใช้วิธีขู่จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากไทยและกัมพูชา หากทั้งสองประเทศไม่ยุติความขัดแย้งหลังวางสายจากนายอนุทินและฮุน มาเนต ทรัมป์บอกกับ The Wall Street Journal ว่า “ผมเพิ่งใช้มาตรการภาษีไปเมื่อ 10 นาทีที่แล้ว ก่อนที่คุณ (นักข่าว) จะมาถึง เพื่อยุติความตึงเครียดครั้งใหม่ที่เกิดขึ้นกับไทยและกัมพูชา”เขาเสริมว่า “และผมบอกพวกเขาว่า ‘ถ้าพวกคุณทำสงคราม ไม่เพียงแต่ผมจะยกเลิกข้อตกลงทางการค้าที่เรามี แต่ผมจะเรียกเก็บภาษีจากประเทศของคุณด้วย … นี่เป็นสิ่งที่ไม่มีใครทำได้นอกจากผม”จากนั้นทรัมป์ได้พูดถึงมาตรการภาษีของเขาในภาพรวม โดยบอกว่า แน่ใจว่ามาตรการภาษีเป็นเครื่องมือสำคัญในนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลของเขาอย่างไรก็ตาม หลังจากการพูดคุยกับทรัมป์ การปะทะระหว่างไทย-กัมพูชายังคงดำเนินต่อไปเรียบเรียงจาก…
-
ช็อก! “ร็อบ ไรเนอร์” ผู้กำกับดังและภรรยา ถูกลูกชายแทงดับกลางบ้านพัก
ร็อบ ไรเนอร์ ผู้กำกับดัง เจ้าของผลงาน The Princess Bride และภรรยา ถูกลูกชายแทงดับกลางบ้านพัก รัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม สำนักข่าว BBC รายงานว่า เจ้าหน้าที่ในเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้พบศพภายในบ้านของนาย ร็อบ ไรเนอร์ นักแสดงและผู้กำกับดังโดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงระบุว่าภายในบ้านพบศพชายวัย 78 ปี และหญิงวัย 68 ปีเสียชีวิตในบ้านพัก แต่ไม่ได้มีการระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตหรือสภาพแวดล้อมในที่เกิดเหตุแต่อย่างใดทั้งนี้ ร็อบ ไรเนอร์ อายุ 78 ปี และภรรยาของเขามิเชล อายุ 68 ปีอย่างไรก็ตามสำนักข่าว พีเพิล รายงานว่า ทั้งคู่เสียชีวิต โดยผู้ก่อเหตุเป็นลูกชาย นิค ไรเนอร์ อย่างไรก็ตามหากมีความคืบหน้าที่ชัดเจนสำนักข่าว TheThaiger จะรายงานให้ทราบต่อไปสำหรับ ร็อบ ไรเนอร์ นั้นมีผลงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็น The Princess Bride (นิทานเจ้าหญิงทะลุตำนาน), Stand…
-
เผยมือปืน เป็นพ่อลูกกัน หลังกราดยิงหาดบอนได ยอดตายขยับเป็น 15 ศพ
ตำรวจออสเตรเลีย เผยมือปืนเป็นพ่อลูกกัน หลังกราดยิงหาดบอนได ในประเทศออสเตรเลีย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตขยับเพิ่มขึ้นเป็น 15 ศพเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม สำนักข่าว CNN รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตเหตุกราดยิงหาดบอนได รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ขยับเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 15 ศพ บาดเจ็บ 40 ราย โดยเหยื่อส่วนใหญ่เป็นชุมชนชาวยิว ที่กำลังร่วมฉลองเทศกาลฮานุกกะห์ในวันแรกเบื้องต้นตำรวจระบุว่าเหตุการณ์นี้มีผู้ก่อเหตุ 2 ราย เป็นพ่อลูกกัน โดยพ่ออายุ 50 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญเสียชีวิต ขณะที่ลูกชายวัย 24 ปี บาดเจ็บสาหัส อาการทรงตัว เบื้องต้นตำรวจได้บุกเข้าค้นบ้านพักในนครซิดนีย์ เพื่อหามูลเหตุจูงใจต่อไป อย่างไรก็ตามตำรวจระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นเหตุก่อการร้ายขณะที่นาย แอนโทนี แอลบานีส นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียระบุว่า พวกเขาจะทำทุกวิถีทางในการขจัดลัทธิต่อต้านยิว และประณามการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็นการกระทำที่ชั่วร้ายที่สุด ซึ่งหลังจากนี้ทางรัฐบาลจะเข้าสภาเพื่อหารือถึงประเด็นนี้ต่อไปอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องด่วน! ดับ 10 ศพ กราดยิง กลางหาดดังออสเตรเลีย ช่วงเทศกาลชาวยิวสุดเหี้ยม กราดยิงในปาร์ตี้ คร่า 4 ชีวิต แม่ใจสลาย…
-
ตำรวจโคราช วอน ปชช. ช่วยสังเกต รัสเซีย-แขกขาว หวั่นเป็นทหารรับจ้าง
ตำรวจโคราช วอน ปชช. ช่วยสังเกต รัสเซีย-แขกขาว ที่เข้ามาอาศัยในพื้นที่ หวั่นเป็นทหารรับจ้าง เข้ามาโจมตีจุดยุทธศาสตร์ของกองทัพไทยเพจเฟสบุ๊กสถานีตำรวจภูธรพลกรัง จังหวัดนครราชสีมา โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กขอความร่วมมือจากประชาชน ขอให้เฝ้าระวังชาวต่างชาติที่อาศัยในพื้นที่ใน จ.นครราชสีมา หลังได้รับรายงานว่าอาจจะเป็นทหารรับจ้างเข้ามาก่อนวินาศกรรมกับจุดยุทธศาสตร์ของกองทัพไทยโดยระบุว่า “สภ.พลกรัง จว.นครราชสีมา” ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “จากสถานการณ์การปะทะไทย-กัมพูชา ขอให้ช่วยตรวจสอบว่าในพื้นที่ (รีสอร์ท / เกสท์เฮาส์ / โรงแรม / บ้านพัก ในหมู่บ้าน / ตำบล เทศบาล ที่รับผิดชอบ) มีชาวรัสเซีย / แขกขาว ชาวต่างชาติที่ผิดสังเกต ไปพักอาศัยอยู่หรือไม่ เนื่องจากมีรายงานข่าวว่ามีทหารรับจ้างชาวรัสเซีย (กัมพูชาจ้าง) อาจเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญๆสภ.พลกรัง จึงขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ได้รับทราบสถานะการณ์ หากพบบุคคลที่มีลักษณะและพฤติกรรมดังกล่าว กรุณาแจ้งให้ สภ.พลกรัง ทราบเพื่อจะได้ตรวจสอบ 044-918600”ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวถูกลบออกไปแล้วอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกลาโหมเขมร ปัดจ้างทหารรับจ้างขับโดรนพลีชีพ วอนไทยหยุดปล่อยข่าวลวงกองทัพ เชื่อมีคนนอกสนับสนุน ใช้โดรนพลีชีพ คล้ายสงครามรัสเซีย-ยูเครน