Category: ต่างประเทศ

  • เผยมือปืน เป็นพ่อลูกกัน หลังกราดยิงหาดบอนได ยอดตายขยับเป็น 15 ศพ

    ตำรวจออสเตรเลีย เผยมือปืนเป็นพ่อลูกกัน หลังกราดยิงหาดบอนได ในประเทศออสเตรเลีย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตขยับเพิ่มขึ้นเป็น 15 ศพเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม สำนักข่าว CNN รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตเหตุกราดยิงหาดบอนได รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ขยับเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 15 ศพ บาดเจ็บ 40 ราย โดยเหยื่อส่วนใหญ่เป็นชุมชนชาวยิว ที่กำลังร่วมฉลองเทศกาลฮานุกกะห์ในวันแรกเบื้องต้นตำรวจระบุว่าเหตุการณ์นี้มีผู้ก่อเหตุ 2 ราย เป็นพ่อลูกกัน โดยพ่ออายุ 50 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญเสียชีวิต ขณะที่ลูกชายวัย 24 ปี บาดเจ็บสาหัส อาการทรงตัว เบื้องต้นตำรวจได้บุกเข้าค้นบ้านพักในนครซิดนีย์ เพื่อหามูลเหตุจูงใจต่อไป อย่างไรก็ตามตำรวจระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นเหตุก่อการร้ายขณะที่นาย แอนโทนี แอลบานีส นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียระบุว่า พวกเขาจะทำทุกวิถีทางในการขจัดลัทธิต่อต้านยิว และประณามการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็นการกระทำที่ชั่วร้ายที่สุด ซึ่งหลังจากนี้ทางรัฐบาลจะเข้าสภาเพื่อหารือถึงประเด็นนี้ต่อไปอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องด่วน! ดับ 10 ศพ กราดยิง กลางหาดดังออสเตรเลีย ช่วงเทศกาลชาวยิวสุดเหี้ยม กราดยิงในปาร์ตี้ คร่า 4 ชีวิต แม่ใจสลาย…

  • ตำรวจโคราช วอน ปชช. ช่วยสังเกต รัสเซีย-แขกขาว หวั่นเป็นทหารรับจ้าง

    ตำรวจโคราช วอน ปชช. ช่วยสังเกต รัสเซีย-แขกขาว ที่เข้ามาอาศัยในพื้นที่ หวั่นเป็นทหารรับจ้าง เข้ามาโจมตีจุดยุทธศาสตร์ของกองทัพไทยเพจเฟสบุ๊กสถานีตำรวจภูธรพลกรัง จังหวัดนครราชสีมา โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กขอความร่วมมือจากประชาชน ขอให้เฝ้าระวังชาวต่างชาติที่อาศัยในพื้นที่ใน จ.นครราชสีมา หลังได้รับรายงานว่าอาจจะเป็นทหารรับจ้างเข้ามาก่อนวินาศกรรมกับจุดยุทธศาสตร์ของกองทัพไทยโดยระบุว่า “สภ.พลกรัง จว.นครราชสีมา” ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “จากสถานการณ์การปะทะไทย-กัมพูชา ขอให้ช่วยตรวจสอบว่าในพื้นที่ (รีสอร์ท / เกสท์เฮาส์ / โรงแรม / บ้านพัก ในหมู่บ้าน / ตำบล เทศบาล ที่รับผิดชอบ) มีชาวรัสเซีย / แขกขาว ชาวต่างชาติที่ผิดสังเกต ไปพักอาศัยอยู่หรือไม่ เนื่องจากมีรายงานข่าวว่ามีทหารรับจ้างชาวรัสเซีย (กัมพูชาจ้าง) อาจเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญๆสภ.พลกรัง จึงขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ได้รับทราบสถานะการณ์ หากพบบุคคลที่มีลักษณะและพฤติกรรมดังกล่าว กรุณาแจ้งให้ สภ.พลกรัง ทราบเพื่อจะได้ตรวจสอบ 044-918600”ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวถูกลบออกไปแล้วอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกลาโหมเขมร ปัดจ้างทหารรับจ้างขับโดรนพลีชีพ วอนไทยหยุดปล่อยข่าวลวงกองทัพ เชื่อมีคนนอกสนับสนุน ใช้โดรนพลีชีพ คล้ายสงครามรัสเซีย-ยูเครน

  • “ฮุน เซน” อ้าง ปิดชายแดนปกป้องชีวิตชาวไทย แนะคนไทยเดินทางกลับด้วยเครื่องบิน

    “ฮุน เซน” โพสต์ข้อความกรณีปิดชายแดนไม่ให้คนไทยกลับประเทศ อ้างเป็นไปเพื่อปกป้องชีวิตคนไทยเอง แนะถ้าอยากกลับไทย ให้เดินทางด้วยเครื่องบินเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 68 เวลาประมาณ 19.45 น. ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้โพสต์ข้อความ กรณีที่ทางกัมพูชาสั่งปิดชายแดนไม่ให้พลเรือนไทยเดินทางกลับประเทศโดย ฮุน เซน ระบุว่า กรณีที่ตนได้ส่งข้อความไปยังรัฐบาลเพื่อเสนอแนะให้ระงับการเดินทางของชาวกัมพูชาและชาวไทยข้ามพรมแดนทางบก เพื่อความปลอดภัยของทั้งสองชาติ อาจมีความสับสนหรือการยั่วยุจากอีกฝ่ายที่คิดว่าจะไม่ยอมให้ชาวไทยกลับประเทศ“ผมขอชี้แจงว่า การระงับควรเป็นเฉพาะทางบกเท่านั้น เพราะการสู้รบและการรุกรานเกิดขึ้นตลอดแนวพรมแดนทางบกและทางทะเลบางส่วน การเดินทางทางอากาศยังคงเป็นไปได้ เพราะไม่มีการสู้รบที่สนามบิน ดังนั้น ชาวไทยที่อาศัยอยู่ในกัมพูชาสามารถเดินทางออกจากกัมพูชาทางอากาศได้ที่พนมเปญหรือเสียมราฐ” ฮุน เซน กล่าวประธานวุฒิสภากัมพูชาเสริมว่า สำหรับชาวไทยที่ทำงานใกล้ชายแดนเวียดนามสามารถเดินทางผ่านเวียดนามและหาทางเดินทางกลับประเทศไทยได้ ชาวกัมพูชาที่ต้องการกลับมากัมพูชาต้องเดินทางกลับกัมพูชาทางอากาศไปยังสถานที่ที่มีเที่ยวบินกลับกัมพูชา“ผมขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า เราไม่ได้ห้ามการเดินทางของชาวกัมพูชาหรือชาวไทย สิ่งที่เราขอให้ระงับคือการเดินทางทางบก ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้คน โปรดทบทวนข้อความของผมด้วย! และโปรดอย่าใช้เจตนาดีของผมในการปกป้องชีวิตของทั้งชาวกัมพูชาและชาวไทยมาโจมตีผมแบบนี้” ฮุน เซน ระบุข่าวที่เกี่ยวข้อง“ทรัมป์” ขู่ “เอาผิดตามความจำเป็น” เพื่อยุติเหตุปะทะไทย-กัมพูชา “ฮุน มาเนต” ภูมิใจ ได้เห็นความเข้มแข็งชาวกัมพูชาในช่วงเวลายากลำบาก อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ฮุน เซน” อ้าง ปิดชายแดนปกป้องชีวิตชาวไทย…

  • ไม่ใช่อุบัติเหตุ! ทรัมป์กร้าวโต้กลับหนัก หลังมะกันดับ 3 ในซีเรีย ชี้ฝีมือไอเอส

    APไม่ใช่อุบัติเหตุ! ทรัมป์กร้าวโต้กลับหนัก หลังมะกันดับ 3 ในซีเรีย ชี้ฝีมือไอเอสประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า จะดำเนินการตอบโต้อย่างรุนแรง หลังจากทหารสหรัฐ 2 นาย และพลเรือนชาวอเมริกัน 1 คน เสียชีวิตจากเหตุโจมตีในซีเรีย ซึ่งสหรัฐกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส)ทรัมป์โพสต์บนโซเชียลของเขาว่า นี่คือการโจมตีของไอเอสต่อสหรัฐและซีเรีย ในพื้นที่ที่อันตรายอย่างมากของซีเรีย ซึ่งรัฐบาลซีเรียยังไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมดทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า ประธานาธิบดีอาเหม็ด อัล-ชาราของซีเรีย รู้สึกเสียใจอย่างยิ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้น และย้ำว่าซีเรียกำลังต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับกองกำลังสหรัฐ ขณะที่ทรัมป์ระบุในโพสต์ของเขาว่า อัล-ชาราโกรธและไม่สบายใจอย่างมากกับการโจมตีครั้งนี้“จะมีการตอบโต้ที่รุนแรงมาก” ทรัมป์โพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social ของเขากองบัญชาการกลางสหรัฐกล่าวว่า ยังมีทหารอีก 3 นายได้รับบาดเจ็บจากการซุ่มโจมตีเมื่อวันเสาร์ โดยมือปืนไอเอสเพียงคนเดียวในพื้นที่ตอนกลางของซีเรีย ขณะที่ทรัมป์กล่าวว่า ทหารทั้งสามนายดูเหมือนจะอาการดีขึ้นมากด้านกองทัพสหรัฐระบุว่า มือปืนถูกสังหารในการโจมตีครั้งนี้ ส่วนเจ้าหน้าที่ซีเรียกล่าวว่า การโจมตีดังกล่าวยังทำให้สมาชิกกองกำลังรักษาความปลอดภัยของซีเรียได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกันการโจมตีกองกำลังสหรัฐในซีเรียครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีผู้เสียชีวิต นับตั้งแต่การล่มสลายของระบอบการปกครองของประธานาธิบดีบาชาร์ อัสซาด เมื่อหนึ่งปีก่อนพีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ โพสต์ข้อความบน X ว่า “ขอให้รับรู้ไว้ว่า หากคุณโจมตีชาวอเมริกัน ไม่ว่าที่ใดในโลก คุณจะต้องใช้ชีวิตอันสั้น เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น โดยรู้ว่าสหรัฐอเมริกาจะตามล่าคุณ…

  • ออสเตรเลียระทึก เกิดเหตุกราดยิงในหาดบอนได เสียชีวิตแล้ว 10 ราย

    เกิดเหตุยิงสนั่นที่ชายหาดบอนได ซึ่งเป็นชายหาดชื่อดังของออสเตรเลีย มีผู้เสียชีวิตแล้ว 10 ราย โดยมีคนร้ายรวมอยู่ด้วย 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล 13 คน14 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ยืนยันว่า มีผู้เสียชีวิต 10 ราย จากเหตุยิงที่เกิดขึ้นในวันนี้ ซึ่งเป็นเหตุยิงที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในออสเตรเลียนับจากเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวเปิดฉากยิงใส่ผู้คนที่รัฐแทสเมเนียในปี 2539 ครั้งนั้นมีคนถูกสังหารมากถึง 35 ราย และเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้รัฐบาลออสเตรเลียในขณะนั้นริเริ่มมาตรการควบคุมปืนที่เข้มงวดที่สุดประเทศหนึ่งของโลก มีทั้งโครงการรับซื้อปืนคืนและเพิ่มการตรวจสอบผู้ครอบครองปืน ส่งผลให้การก่อเหตุด้วยปืนในออสเตรเลียลดลงมากนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี ของออสเตรเลียกล่าวว่า เป็นเรื่องน่าตกใจและน่ากังวล เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินกำลังอยู่ในพื้นที่และช่วยเหลือประชาชนขณะที่ประธานาธิบดีไอแซก เฮอร์ซ็อก ของอิสราเอล กล่าวว่า ชุมชนชาวยิวที่เตรียมจะจุดเทียนเล่มแรกเพื่อเริ่มเทศกาลแห่งแสงสว่างหรือฮานุกกะห์ (Hanukkah) ที่ชายหาดบอนไดเมื่อพระอาทิตย์ตกดินในวันนี้ ตกเป็นเหยื่อปองร้ายจากกลุ่มก่อการร้ายที่ชั่วร้าย ขอให้รัฐบาลออสเตรเลียเร่งจัดการกับกระแสต่อต้านชาวยิวที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมออสเตรเลียอยู่ในขณะนี้ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่า ทางการออสเตรเลียได้ควบคุมตัวบุคคล 2 คน ที่ชายหาดบอนได บริเวณชานเมืองทางฝั่งตะวันออกของนครซิดนีย์ ตามที่ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ได้รับแจ้งเหตุยิงในช่วงเย็นวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น

  • ทรัมป์ขู่เล่นงานผู้เกี่ยวข้อง หวัง ‘ไทย-กัมพูชา’ เคารพข้อตกลง ยุติการเข่นฆ่า สร้างสันติภาพยั่งยืน

    APทรัมป์ขู่เล่นงานผู้เกี่ยวข้อง หวัง ‘ไทย-กัมพูชา’ เคารพข้อตกลง ยุติการเข่นฆ่า สร้างสันติภาพยั่งยืนหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้โทรศัพท์หารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เมื่อค่ำวันที่ 12 ธันวาคม และโพสต์บนโซเชียลมีเดียของตนเองว่า ผู้นำไทย-กัมพูชาตกลงที่จะหยุดยิงและกลับสู่ข้อตกลงสันติภาพ ทั้งบอกด้วยว่าเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเป็นอุบัติเหตุ แต่ไทยตอบโต้กลับอย่างรุนแรง ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างมากในสังคมไทย ขณะที่นายกรัฐมนตรีอนุทินและ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า ระหว่างการหารือกับทรัมป์ ไม่ได้มีการพูดถึงการหยุดยิง แต่ได้มอบให้รัฐมนตรีต่างประเทศไปหารือกันต่อไปรอยเตอร์รายงานล่าสุดว่า โฆษกทำเนียบขาวระบุในแถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์คาดหวังว่าทุกฝ่ายจะเคารพและปฎิบัติตามพันธกรณีที่ได้ให้ไว้ในการลงนามข้อตกลงอย่างครบถ้วน และประธานาธิบดีจะดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามความจำเป็น เพื่อหยุดยั้งการสังหารและสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนนายอนุทินให้คำมั่นเมื่อวันเสาร์ว่า จะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อไป จนกว่าเราจะมั่นใจว่าไม่มีอันตรายและภัยคุกคามใดๆ ต่อแผ่นดินและประชาชนไทยอีก“ผมขอชี้แจงให้ชัดเจน การกระทำของเราในเช้าวันนี้ได้พูดแทนทุกอย่างแล้ว” อนุทินโพสต์บนเฟซบุ๊กหลังจากที่ทรัมป์โพสต์ว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะหยุดยิงทั้งหมดนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยับยั้งชั่งใจสูงสุด ยุติการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ทุกรูปแบบ และงดเว้นการปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติมใดๆ รวมถึงการใช้กำลังหรือการเคลื่อนกำลังของหน่วยติดอาวุธไปข้างหน้า โดยให้มีผลตั้งแต่เวลา 22.00 น. ของวันที่ 13 ธันวาคม พร้อมกับระบุว่า ได้ร้องขอให้มีการส่งคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน…

  • เซอร์ไพรส์ นักร้องสาว เปิดตัวแฟนหนุ่มหน้าคุ้น จากเพื่อนร่วมงานสู่เจ้าบ่าว (ต่างประเทศ)

    เซอร์ไพรส์ นักร้องสาว เปิดตัวแฟนหนุ่มหน้าคุ้น จากเพื่อนร่วมงานสู่เจ้าบ่าว (ต่างประเทศ)เป็นที่น่าสนใจกันอย่างมากเมื่อ นักร้องเเละนักแสดงสาว ทิฟฟานี่ Girls' Generation และ บยอนโยฮัน กำลังคบหากันอย่างจริงจัง และถูกคาดหมายว่าอาจมีข่าวดีเรื่องวิวาห์ในอนาคต โดยต้นสังกัด TEAMHOPE ของ บยอนโยฮัน ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าบยอนโยฮัน และ ทิฟฟานี่ กำลังคบหาดูใจกันอย่างจริงจัง โดยมีการแต่งงานเป็นเป้าหมาย ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน สื่อ Ilgan Sports รายงานว่าทั้งสองมีแผนจัดงานแต่งงานในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีหน้า อย่างไรก็ตาม ทางต้นสังกัดชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดตารางเวลาที่แน่ชัด แต่ทั้งคู่ได้แสดงความตั้งใจว่า หากมีความคืบหน้าอย่างเป็นทางการ

  • สะเทือนวงการ สาวปริศนาแฉแชท พระเอกหนุ่ม ทักข้อความคุยทะลึ่ง (ต่างประเทศ)

    สะเทือนวงการ สาวปริศนาแฉแชท พระเอกหนุ่ม ทักข้อความคุยทะลึ่ง (ต่างประเทศ)เรียกได้ว่าเป็นประเด็นดราม่าร้อนแรงสะเทือนวงการบันเทิงเกาหลีเมื่อ หญิงชาวเยอรมัน ได้ออกมาเปิดหลักฐานด้วยการเผยแพร่คลิปบันทึกหน้าจอ แชตส่วนตัวบน Instagram ระหว่างเธอกับอีอีคยอง พร้อมโพสต์ข้อความตั้งคำถามกลับว่ายังมีใครคิดว่านี่คือ AI อยู่ไหม? ถ้านี่เป็นของจริง แชต KakaoTalk ที่เหลือก็น่าจะเป็นของจริงเหมือนกัน ฉันก็อาย แต่ไม่มีทางเลือก จากคลิปดังกล่าวเผยให้เห็นว่า การสนทนาเริ่มต้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2024 โดยฝ่ายหญิงเป็นคนทักไปก่อน พร้อมระบุว่าเธออายุน้อยกว่าอีอีคยอง 10 ปีสำหรับดราม่านี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ กลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เมื่อหญิงชาวเยอรมันรายดังกล่าวเผยแพร่บทความหัวข้อ เปิดโปงตัวตนที่แท้จริงของอีอีคยอง ซึ่งในเวลานั้น อีอีคยองและต้นสังกัดออกมาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

  • สาวกลางคืนแฉ! ลูกค้าชาย 90% หน้าจอมือถือตั้งรูป “คนนี้” เหมือนกันเป๊ะ สยองขวัญชีวิตคู่!!!

    สยองขวัญคนโสด! เผยจุดร่วม สาวทำงานกลางคืนแฉ! สังเกตเห็น "จุดร่วม" ลูกค้าผู้ชาย 9 ใน 10 คน เป็นแบบนี้ ชาวเน็ตลั่นอ่านแล้วกลัวการแต่งงานกลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ เมื่อหญิงสาวผู้ประกอบอาชีพในสถานบันเทิงยามราตรีรายหนึ่ง ได้ออกมาเปิดเผยข้อสังเกตเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้าผู้ชายที่เธอพบเจอเป็นประจำ โดยระบุว่าจากสถิติที่เธอเห็น ลูกค้าผู้ชาย 10 คน จะมีถึง 9 คนที่มี "จุดร่วม" เดียวกันบนหน้าจอมือถือ ซึ่งเรื่องนี้ทำเอาชาวเน็ตหลายคนถึงกับบอกว่าเป็นเครื่องเตือนสติที่ทำให้กลัวการแต่งงานไปเลยทีเดียวความจริงบนหน้าจอล็อกสกรีนเจ้าของเรื่องได้โพสต์เล่าผ่านแอปพลิเคชัน Threads โดยระบุว่า จากประสบการณ์การทำงานของเธอ พบว่า "โทรศัพท์ของลูกค้าผู้ชายที่มาเที่ยว 10 คน มีถึง 9 คน ที่ตั้งภาพหน้าจอล็อกสกรีนเป็นรูปภรรยาและลูก" โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วและมียอดกดถูกใจมากกว่า 3.7 หมื่นครั้งชาวเน็ตวิเคราะห์: รักครอบครัว หรือ แค่เกราะป้องกัน?หลังจากโพสต์นี้ถูกแชร์ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ผู้ชายเหล่านั้นตั้งรูปครอบครัวไว้ แม้ตัวจะอยู่ในสถานบันเทิง โดยส่วนใหญ่มองว่าเป็นจิตวิทยาในรูปแบบหนึ่ง:เพื่อแสดงจุดยืน: การโชว์รูปครอบครัวเป็นการบอกหญิงสาวที่มาบริการทางอ้อมว่า "ผมมีลูกเมียแล้วนะ มาเที่ยวแค่สนุก ๆ อย่าคิดจะสานต่อหรือมาเกาะแกะ"การสร้างภาพลักษณ์: หลายคนมองว่าเป็นบุคลิกแบบ "รักครอบครัวแต่ปาก" หรือพวกหลงตัวเองที่ต้องการโชว์ว่าชีวิตสมบูรณ์แบบ ทั้งที่ความจริงกำลังนอกใจความย้อนแย้ง: มีความเห็นหนึ่งกล่าวว่า "คนที่ชอบโชว์ความสุขในครอบครัวบนโซเชียล…

  • ทัวร์ลงฟรี! จบ ม.ท็อปมา “ขับไรเดอร์” โดนแซะตกอับ แต่เห็นเงินในบัญชี…ถึงกับขอขมา

    ปริญญากินไม่ได้? หนุ่มจบใหม่ทิ้งงานออฟฟิศมา หนุ่มจีนจบ ม.ดัง ผันตัวเป็น "ไรเดอร์" โดนดูถูกยับว่าเรียนมาเสียเปล่า ก่อนงัดรายได้โชว์ ทำเอาคนวิจารณ์ต้องขอโทษเงินเดือน 15,000 หลบไป! เปิดรายได้ "ไรเดอร์ดีกรีปริญญา" ขยันถูกที่ 3 ปีมีเงินล้าน ใครว่าเรียนสูงเสียเปล่า?เรื่องราวของบัณฑิตจบใหม่ที่ต้องมาทำงานไม่ตรงสาย หรือผันตัวมาเป็นพนักงานส่งของ (Shipper/Rider) ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อผู้ที่ทำงานนั้นจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับประเทศในยุคที่ตลาดแรงงานแข่งขันสูงลิบลิ่วและเศรษฐกิจผันผวน "ใบปริญญา" อาจไม่ใช่ตั๋วทองในการการันตีงานทำเหมือนในอดีต ล่าสุดในโลกโซเชียลมีเดียของจีนได้มีการแชร์เรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่งที่จบการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยเทียนจิน (Tianjin University) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยระดับท็อป (โครงการ 985) ของประเทศ แต่กลับเลือกสวมเสื้อกั๊กออกไปวิ่งส่งของคำครหา: "เรียนสูงเสียเปล่า"ในสายตาคนทั่วไป งานส่งของมักถูกมองว่าเป็นงานที่ไม่ต้องใช้วุฒิการศึกษาสูง ใครๆ ก็ทำได้ ทำให้การที่บัณฑิตจากรั้วมหาวิทยาลัยชื่อดังลงมาทำอาชีพนี้ กลายเป็นเป้าวิจารณ์อย่างหนัก ชาวเน็ตหลายคนมองว่าเขา "ไม่มีความอดทน" หรือ "ไม่พยายามหางานออฟฟิศดีๆ" ให้สมกับเกียรติสถาบันความจริงอีกด้าน: จบ "โลจิสติกส์" มาทำ "โลจิสติกส์"ความจริงที่หลายคนไม่รู้คือ ชายหนุ่มคนนี้เรียนจบมาในสาขา "โลจิสติกส์" โดยตรง แต่เนื่องจากโอกาสงานในสายงานบริหารที่ตรงวุฒินั้นหายากมากในช่วงนี้ เพื่อความอยู่รอด เขาจึงตัดสินใจทำงานเป็นพนักงานส่งของมาตลอด 3 ปีเปิดรายได้ที…มีสะดุ้ง!แม้จะดูเป็นงานที่เหนื่อยยาก…