Category: ต่างประเทศ
-
เดือด! ฮุน เซน โพสต์ด่วน ถึงพี่น้องร่วมชาติ
วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568 สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และผู้นำพรรคประชาชนกัมพูชา ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต และคณะรัฐบาลกัมพูชา ให้พิจารณาระงับการเดินทางข้ามพรมแดนระหว่างไทย–กัมพูชา จนกว่าจะมีการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนที่ทวีความรุนแรงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568 สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และผู้นำพรรคประชาชนกัมพูชา ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Samdech Hun Sen of Cambodia เสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต และคณะรัฐบาลกัมพูชา ให้พิจารณาระงับการเดินทางข้ามพรมแดนระหว่างไทย-กัมพูชา จนกว่าจะมีการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนที่ทวีความรุนแรงสมเด็จฮุน เซน ระบุข้อความว่าเรียนพี่น้องร่วมชาติ!ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา กองทัพไทยได้บุกรุกและสังหารประชาชนชาวกัมพูชาอย่างไม่เลือกหน้าและเลือกสถานที่ต่างๆ แม้กระทั่งสะพาน ถนน และโรงเรียน และวัดพวกเขาใช้ปืนใหญ่และเครื่องบินทำลาย สิ่งเหล่านั้น มีการใช้ระเบิดคลัสเตอร์ในหลายพื้นที่ รวมถึง บริเวณที่พลเมืองไทยอาศัยและทำงานอยู่ในกัมพูชาในสถานการณ์เช่นนี้ ในฐานะประธานวุฒิสภา ประธานสภาสูงสุด และประธานพรรคผู้ปกครอง ข้าพเจ้าขอเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาลให้พิจารณาระงับ การเดินทางข้ามพรมแดนของพลเมืองกัมพูชาและไทยทั้งหมดพลเมืองกัมพูชาที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ต้องอาศัยและทำงานในประเทศไทยต่อไป และพลเมืองไทยที่อาศัยและทำงานในกัมพูชาในขณะนี้ต้องอยู่ในกัมพูชาต่อไปจนกว่าจะมีการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างสมบูรณ์มาตรการนี้มีขึ้นเพื่อความปลอดภัยของพลเมืองกัมพูชาและไทยจากอันตรายขณะเดินทาง…
-
ชายแข็งแรง ไม่เหล้า-บุหรี่ จู่ๆ เส้นเลือดสมองแตก แพทย์รู้ “เครื่องดื่มโปรด” สั่งให้เลิกเดี๋ยวนี้!
ความดันพุ่ง 250! ชายวัย 54 เส้นเลือดแตก ทั้งที่ออกกำลังกาย พลาดหนักเพราะ อุทาหรณ์! ชายวัย 54 ไม่เหล้า-ไม่สูบบุหรี่ จู่ๆ วูบเส้นเลือดในสมองแตก "วูบเกือบตาย" เพราะสิ่งที่ดื่มแทนน้ำเรื่องราวเตือนใจสำหรับคนวัยทำงานที่คิดว่าตัวเองแข็งแรงดี ชายวัย 54 ปี ผู้มีไลฟ์สไตล์สุดเฮลตี้ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายเป็นประจำ กลับต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลด่วนด้วยอาการ "เส้นเลือดในสมองแตก" (Stroke) ทั้งที่ไม่มีสัญญาณเตือนมาก่อนความดันพุ่งปรี๊ดจนหมอตกใจเหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในเช้าวันหนึ่ง เมื่อจู่ๆ เขาก็รู้สึกอ่อนแรงที่ร่างกายซีกซ้าย มีอาการชา ทรงตัวไม่อยู่ พูดจาติดขัดและกลืนลำบาก ครอบครัวจึงรีบนำส่งคลินิกโรคหลอดเลือดสมองใกล้บ้านทันทีนพ.ซูนิล มุนชิ (Sunil Munshi) แพทย์เจ้าของไข้จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนอตทิงแฮม ประเทศอังกฤษ ถึงกับผงะเมื่อเห็นตัวเลขความดันโลหิตของคนไข้ที่พุ่งสูงถึง 254/150 mmHg (คนปกติไม่ควรเกิน 120/80) ซึ่งเป็นระดับอันตรายถึงชีวิต ผลสแกนสมองพบว่ามีเลือดออกในสมองส่วนลึก ส่งผลต่อการทรงตัวแม้แพทย์จะให้ยาควบคุมความดันถึง 5 ชนิด จนอาการดีขึ้น แต่พอกลับบ้านไป ความดันของเขาก็ดีดกลับมาสูงถึง 220 mmHg อีกครั้ง สร้างความมึนงงให้กับทีมแพทย์ เพราะหาสาเหตุไม่เจอ…
-
สื่อต่างชาติมองพูดไม่ตรงกัน ทรัมป์โวจะหยุดยิงแล้ว แต่ไทยโต้ยังคุยไม่จบ
การยกหูโทรศัพท์หารือของทรัมป์ ถึงผู้นำไทยและกัมพูชา นำไปสู่คำถามสำคัญว่า ข้อสรุปคืออะไรกันแน่? เมื่อทรัมป์ชี้ว่าได้ข้อตกลงหยุดยิงแล้ว ส่วนไทยปฏิเสธประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เปิดเผยเมื่อค่ำวันที่ 12 ธันวาคมตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ ว่า ผู้นำไทยและกัมพูชาตกลงที่จะกลับมารื้อฟื้นข้อตกลงหยุดยิงใหม่ หลังจากที่มีการปะทะกันอย่างดุเดือดหลายวันที่ผ่านมาโดยทรัมป์ประกาศข้อความดังกล่าวผ่านทางโซเชียลมีเดีย หลังโทรศัพท์หารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ไทย และฮุน มาเนต นายกฯ ของกัมพูชา“ผมมีบทสนทนาที่ดีมากในเช้านี้ (เช้าวันที่ 12 ธันวาคม ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ ) กับนายกรัฐมนตรีของไทย อนุทิน ชาญวีรกูล และนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ฮุน มาเนต กังวลเกี่ยวกับเรื่องสงครามที่ยืดเยื้อของทั้งสองฝ่ายที่ปะทุขึ้นมาอีก พวกเขาตกลงที่จะหยุดยิงมีผลค่ำวันนี้ และกลับไปสู่ข้อตกลงสันติภาพดั้งเดิมที่ทำขึ้นร่วมกับผม และพวกเขา โดยเราได้รับความช่วยเหลือจากอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย”“เหตุการณ์ระเบิดตามถนน ซึ่งทำให้ทหารไทยบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากถือเป็นอุบัติเหตุ แต่ถึงกระนั้นประเทศไทยก็ตอบโต้อย่างแข็งกร้าว ทั้งสองชาติพร้อมแล้วที่จะเกิดสันติภาพ และเดินหน้าการค้ากับสหรัฐอเมริกาต่อไป ถือเป็นเกียรติของผมมากที่ได้ทำงานร่วมกับท่านอนุทินและท่านฮุน ในการแก้ไขสิ่งที่นำไปสู่สงครามครั้งใหญ่ระหว่างสองประเทศที่ยอดเยี่ยมและมีความรุ่งเรือง ผมเองอยากขอขอบคุณนายกฯ มาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม สำหรับการช่วยเหลือของเขาในเหตุการณ์ที่สำคัญยิ่งนี้”อนุทินชี้ยังไม่ได้ข้อตกลง และย้ำ เหตุระเบิดไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างไรก็ตาม Channalnewsasia รายงานว่า ข้อความของโดนัลด์ ทรัมป์…
-
ช็อกโลก”ทรัมป์”อ้างทหารไทยเจ็บ-ตายเกิดจากระเบิดข้างทาง-เป็นอุบัติเหตุ สั่ง”อนุทิน-ฮุน มาเนต”หยุดยิงทันที
ทรัมป์อ้าง! ระเบิดข้างทางที่ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บ เสียชีวิตและมันเป็น วอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อเวลา 1.07 น. วันที่ 13 ธ.ค.(ตามเวลาท้องถิ่น) นายโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ข้อความผ่าน X บัญชีส่วนตัว เปิดเผยถึงความสำเร็จในการเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งที่กลับมาปะทุขึ้นใหม่ระหว่างประเทศไทยและกัมพูชานายทรัมป์ระบุว่า ตนได้มีการสนทนาที่ดีมากในช่วงเช้าวันนี้กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เกี่ยวกับการปะทุขึ้นใหม่ของสงครามที่มีมายาวนานระหว่างทั้งสองประเทศที่น่าเศร้าตกลง "หยุดยิง" และกลับสู่ข้อตกลงสันติภาพเดิมนายทรัมป์ ระบุว่า ผู้นำทั้งสองประเทศได้ตกลงที่จะ "ยุติการยิงทั้งหมด" โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เย็นวันนี้ และจะกลับไปใช้ ข้อตกลงสันติภาพ (Peace Accord) ฉบับดั้งเดิมที่ทำไว้กับตนเองและผู้นำทั้งสอง โดยความช่วยเหลือจาก นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียระเบิดข้างทางเป็นอุบัติเหตุ แต่ไทยตอบโต้หนักในข้อความดังกล่าว นายทรัมป์ยังเปิดเผยถึงต้นเหตุของเหตุการณ์ความขัดแย้งที่กลับมาปะทุขึ้น โดยระบุว่า ระเบิดที่ติดตั้งอยู่ข้างทาง ซึ่งเป็นเหตุให้ทหารไทยจำนวนมากเสียชีวิตและบาดเจ็บนั้น เป็นอุบัติเหตุ แต่ถึงกระนั้น ประเทศไทยก็ได้ตอบโต้กลับไปอย่างหนักมากผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่า ปัจจุบันทั้งสองประเทศพร้อมสำหรับ สันติภาพ และการค้าขายกับสหรัฐอเมริกาต่อไปนายทรัมป์แสดงความรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำงานร่วมกับนายอนุทินและสมเด็จฮุน มาเนต…
-
ยอมหัวเหนียวดีกว่า! แพทย์สหรัฐฯ ย้ำ 5 เวลา “ห้ามสระผม” เคสจริงหามส่ง รพ.น่ากลัวมาก
เลิกทำด่วน! สระผม 5 ช่วงเวลานี้ เสี่ยงวูบ-เส้นเลือดสมองแตกไม่รู้ตัวเคสจริงน่ากลัวมาก! แค่สระผมผิดเวลา "เส้นเลือดในสมองแตก" แพทย์สหรัฐฯ ย้ำ 5 ข้อห้ามเด็ดขาดการสระผมเป็นกิจวัตรพื้นฐานที่ใครๆ ก็ทำกัน แต่รู้หรือไม่ว่าในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงหรือเข้าสู่หน้าหนาว พฤติกรรมที่ดูเหมือนไม่มีพิษมีภัยนี้ อาจกลายเป็น "มฤตยูเงียบ" ที่นำไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง หรือสโตรก (Stroke) ได้ หากทำผิดที่ผิดเวลาเรื่องนี้ไม่ได้พูดเล่น แต่มีอุทาหรณ์เกิดขึ้นจริงกับ "นางลี่" หญิงวัย 50 ปีชาวจีน ผู้รักความสะอาดเป็นชีวิตจิตใจ วันหนึ่งแม้เธอจะรู้สึกเพลียและปวดหัว แต่ด้วยความอยากสบายหัว จึงตัดสินใจไปสระผมหลังกินข้าวเที่ยงเสร็จ ผลปรากฏว่าหลังสระเสร็จ เธอเกิดอาการเวียนหัวรุนแรงจนล้มฟุบ ต้องหามส่งโรงพยาบาลและพบว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมองทำไม "สระผม" ถึงกลายเป็นเรื่องอันตราย?ดร.รอดนีย์ ดี. ซินแคลร์ (Rodney D. Sinclair) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐฯ อธิบายว่า การสระผมผิดจังหวะเวลา อาจส่งผลให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน และทำให้หลอดเลือดในสมองหดตัว ซึ่งเป็นสองปัจจัยหลักของการเกิดสโตรก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เด็ก หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวเช็กด่วน! 5 เวลา "ต้องห้าม" สระผม เสี่ยงป่วยหนัก1. ตอนเช้าตรู่หลายคนชอบสระผมตอนเช้าเพื่อให้ตื่นตัวและเซตผมง่าย…
-
เพื่อนรักหรือเพื่อนร้าย? ให้ “เครื่องราง” ห้อยคอ ผ่านด่านสัญญาณดังลั่น เจอสิ่งนี้ช็อก!
นึกว่าโชคดีที่ไหนได้ อึ้งทั้งสนามบิน! หนุ่มพก "ของดี" เพื่อนให้มา เครื่องตรวจจับร้องลั่น อันตรายระดับวิกฤต….อย่าหาทำ รับของขวัญเพื่อนซี้ ห้อยคอเดินเข้าจีน เกือบขิตเพราะ "กัมมันตรังสี"กลายเป็นประเด็นฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อผู้โดยสารรายหนึ่งเดินทางเข้าประเทศพร้อมกับของขวัญจากเพื่อนที่เชื่อว่าเป็น "เครื่องรางนำโชค" แต่กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่ห้อยคออยู่นั้นคือระเบิดเวลาทางสุขภาพ เมื่อด่านศุลกากรตรวจพบรังสีอันตรายในระดับที่สูงจนน่าตกใจสัญญาณเตือนภัยดังลั่นกลางสนามบินสำนักงานศุลกากรแห่งประเทศจีน รายงานว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ สนามบินนานาชาติต้าเหลียนโจวสุยจื่อ (Dalian Zhoushuizi International Airport) ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง จู่ๆ เครื่องตรวจวัดกัมมันตรังสีแบบคงที่ก็ส่งเสียงแจ้งเตือนดังสนั่นเมื่อผู้โดยสารรายหนึ่งเดินผ่านเจ้าหน้าที่จึงรีบเข้าตรวจสอบและค้นหาแหล่งที่มาของรังสีทันที ผลปรากฏว่าต้นตอไม่ได้มาจากอาวุธร้ายแรงที่ไหน แต่มาจาก "จี้ห้อยคอ" เล็กๆ ที่ผู้โดยสารสวมใส่อยู่นั่นเองของขวัญมรณะ: รังสีทะลุพิกัด 1,686 เท่าจากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า จี้ดังกล่าวแผ่รังสีออกมาสูงถึง 168.6 μSv/h ซึ่งสูงกว่าค่าระดับพื้นหลัง (Background radiation) ตามธรรมชาติถึง 1,686 เท่า! ผลการวิเคราะห์ยืนยันว่าภายในจี้มีสาร "ทอเรียม-232" (Thorium-232) ซึ่งเป็นสารกัมมันตรังสีอันตรายเมื่อสอบถามที่มา ผู้โดยสารเล่าด้วยความใสซื่อว่า "เพื่อนซื้อให้เป็นเครื่องรางคุ้มครองภัย" โดยที่เจ้าตัวก็ไม่ทราบมาก่อนเลยว่ามันคือแร่ธาตุอันตรายคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญศุลกากรระบุว่า ทอเรียม-232 ถูกจัดโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ ให้อยู่ในกลุ่ม "สารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1"…
-
พ่อเลี้ยงสวีเดนข่มขืนลูกเลี้ยงไทย มาราธอนกว่า 200 ตั้งแต่อายุ 12 ศาลจำคุก 12 ปี
สื่อสาธารณะสวีเดน (SVT) รายงานคดีอาชญากรรมในครอบครัว ศาลแขวงเมืองลุนด์ แคว้นสโกเนอ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2025 ให้จำคุกชายวัยประมาณ 50 ปี เป็นเวลา 12 ปี ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศลูกเลี้ยงของตนเองอย่างต่อเนื่องยาวนาน สื่อบางสำนักรายงานข่าว เหยื่อเป็นชาวไทย ลูกติดของแม่ย้ายไปแต่งงานใหม่กับชายสวีเดน7 ปีแห่งฝันร้าย ตามรายงานระบุว่า พ่อเลี้ยงรายนี้ก่อเหตุข่มขืนและล่วงละเมิดทางเพศลูกเลี้ยงรวมแล้วมากกว่า 200 ครั้ง (อัยการสั่งฟ้อง 241 กระทง) เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ผู้เสียหายมีอายุเพียง 12-13 ปี และดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเวลานานถึง 7 ปี.ผู้เสียหายให้การว่าตนไม่ได้ถูกใช้กำลังบังคับขู่เข็ญในทันที แต่ถูกกระทำผ่านกระบวนการบงการและชักจูง (Grooming) รวมถึงการใช้อำนาจกดดันทางจิตใจเพื่อให้ยอมมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก กระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าภายในบ้านทำให้เหยื่อตกอยู่ในสภาวะจำยอม ยากที่จะหลุดพ้นจากวงจรความรุนแรงแม้จำเลยจะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าพยานหลักฐานมีน้ำหนักมั่นคง มีไฟล์เสียงบันทึกที่เกี่ยวข้องกับจำเลย ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในคดี นอกเหนือจากคำให้การของผู้เสียหายผู้เสียหายตัดสินใจรวบรวมความกล้าเดินทางไปแจ้งความกับตำรวจด้วยตัวเอง ซึ่งถือเป็นก้าวที่ยากลำบากที่สุดสำหรับเหยื่อความรุนแรงในครอบครัวบทลงโทษ จำคุกและชดใช้ค่าเสียหาย 1.9 ล้าน ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 12 ปี ในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราในลักษณะร้ายแรง (Aggravated rape). พร้อมทั้งสั่งให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายเป็นเงินจำนวน 1.9 ล้านโครนสวีเดน…
-
เที่ยวบินระทึก ผู้โดยสารพยายามเปิดประตูเครื่องบินกลางอากาศ ลูกเรือรีบเข้าชาร์จทันควัน
12 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สายการบิน คาเธ่ย์ แปซิฟิค สายการบินแห่งชาติของฮ่องกง เปิดเผยว่า เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นบนเที่ยวบิน CX811 ของทางสายการบิน หลังบินออกจากเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา มุ่งหน้าสู่ฮ่องกงผู้โดยสารชายรายหนึ่งพยายามจะเปิดประตูเครื่องบินกลางอากาศ โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา ทางลูกเรือได้เข้าควบคุมสถานการณ์ทันที และนักบินได้นำเครื่องลงจอดที่สนามบินฮ่องกงโดยปลอดภัยในเช้าวันที่ 11 ธันวาคม (ตามเวลาท้องถิ่น)สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค เปิดเผยต่ออีกว่า ไม่มีผู้โดยสารหรือลูกเรือคนใดบนเที่ยวบินนี้ได้รับบาดเจ็บ ลูกเรือของเราได้เข้าควบคุมสถานการณ์ในทันที ตรวจสอบประตูเพื่อให้แน่ใจว่าปิดสนิท และรายงานเหตุการณ์ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตำรวจ ซึ่งคดีนี้ได้มอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการสอบสวนแล้วต่อมาทางสำนักข่าวท้องถิ่นได้ออกมารายงานความคืบหน้าว่า ผู้โดยสารที่ก่อเหตุนี้เป็นชายอายุ 20 ปี มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ และได้ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมในข้อหาต้องสงสัยละเมิดกฎหมายความมั่นคงทางการบิน
-
พ่อขายบ้าน “ตามหาลูกสาว” หายตัว 14 ปี จู่ๆ ได้จดหมายเฉลยจุกอก “หนูไม่กล้ากลับบ้าน”
คดีพลิก! ตามหาลูกทั้งชีวิต นึกว่าตายจากกัน เปิดจดหมายถึงรู้ความจริง เจ็บปวดกว่าที่คิดบทเรียนราคาแพง! ลูกสาวหายตัวปริศนา 14 ปี ไม่กล้ากลับบ้านเพราะ "ประโยคเดียว" ของพ่อเรื่องราวที่ชวนน้ำตาซึมและฝากข้อคิดเตือนใจพ่อแม่ทุกคน เมื่อชายชราผู้ใช้เวลาค่อนชีวิตตามหาลูกสาวที่หายสาบสูญไปนานกว่า 14 ปี จู่ๆ ก็ได้รับจดหมายปริศนาจ่าหน้าซองถึงเขา เมื่อเปิดอ่านความจริงทั้งหมดก็ถูกเปิดเผย นำมาสู่บทสรุปที่ทำให้เขาถึงกับเข่าทรุดและน้ำตานองหน้าการรอคอยที่ยาวนานกว่าทศวรรษเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองเล็กๆ ในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน "นายจางเจี้ยนกั๋ว" ชายชราวัย 68 ปี ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวและเงียบเหงา จนกระทั่งวันหนึ่งบุรุษไปรษณีย์ได้นำจดหมายลงทะเบียนมาส่ง แม้ชื่อผู้ส่งจะเลือนราง แต่ลายมือที่เขียนว่า "ลูกสาวจางเหวิน" กลับชัดเจนและบาดลึกเข้าไปในความทรงจำของเขาย้อนกลับไปเมื่อปี 2009 ลูกสาวของเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยระหว่างเดินทางไปเรียนต่อที่คุนหมิง พร้อมเงินเก็บก้อนสุดท้ายของครอบครัว ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา นายจางขายบ้าน ลาออกจากงาน ตระเวนถือป้ายตามหาลูกไปทั่วประเทศ ยอมนอนใต้สะพาน เก็บของเก่าขาย แต่ก็ไม่พบเบาะแสใดๆ จนผมที่เคยดำเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนความจริงในจดหมาย และคำขอโทษที่มาช้าไปมือที่เหี่ยวย่นสั่นเทาขณะเปิดซองจดหมาย ภายในมีกระดาษสีเหลืองเก่าๆ และรูปถ่ายใบหนึ่ง ข้อความในจดหมายเขียนด้วยลายมือขยุกขยิกที่เขาจำได้แม่นยำระบุว่า "พ่อ หนูขอโทษ หนูไม่ได้ขึ้นเครื่องบินและไม่ได้ไปคุนหมิง" ความจริงคือเธอแอบเปลี่ยนสถานที่เรียนไปปักกิ่ง แต่กลับถูกต้มตุ๋นจนหมดตัว เธอไม่กล้าโทรหาพ่อ เพราะกลัวถูกดุด่าและทำให้พ่อผิดหวังในจดหมายเล่าต่อว่า เธอต้องทำงานหนักทั้งล้างจานและแบกหาม…
-
เขมร โพสต์อาลัย ทหารหญิงท้อง 4 เดือน เสียชีวิตแนวหน้า ขณะสู้รบกับไทย
ทางการเขมร โพสต์อาลัย มุต ซาเวิน ทหารหญิงกองพันรถถังท้อง 4 เดือน เสียชีวิตแนวหน้า ขณะสู้รบกับไทย ที่บึงตะกวนเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม สำนักข่าว พนมเปญโพสต์ รายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสตรีได้โพสต์ข้อความไว้อาลัยการเสียชีวิตของ มุต ซาเวิน ทหารหญิงกองพันรถถังที่ 67 วัย 43 ปี เสียชีวิต โดยอ้างว่าถูกไทยโจมตี ขณะที่เธอกำลังตั้งท้อง 4 เดือนโดยทางการกัมพูชา ได้ยกย่องความกล้าหาญของเธอ ขณะที่เธอกำลังป้องกันแนวหน้าที่บึงตะกวน พร้อมกล่าวอีกด้วยว่า แม้ว่าเธอจะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่ความกล้าหาญ ความเสียสละ และความรักต่อแผ่นดินจะถูกจดจำไว้ในใจตลอดไปทางกัมพูชายังระบุอีกด้วยว่า นาง มุต ซาเวิน และสามี มีลูกสาวอีกหนึ่งคน เป็นนักศึกษาวรรณกรรมภาษาอังกฤษชั้นปีที่ 2ทั้งนี้ไม่มีรายงานชัดเจนว่า เพราะเหตุใดหญิงท้อง 4 เดือนถึงอยู่แนวหน้าในสนามรบของกัมพูชาอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องทัพภาค 1 ประณามเขมร ใช้เด็ก-ผู้หญิง-พระสงฆ์ เป็นโล่ ลั่นป่วนอีกจับทันทีญี่ปุ่นไม่ปลื้ม ทหารเขมร ใช้ชุดปฐมพยาบาลติดธงชาติ ขณะยิงถล่มไทยในสมรภูมิกองทัพ เชื่อมีคนนอกสนับสนุน ใช้โดรนพลีชีพ…