Category: ทั่วไป
-
“ก่อแก้ว พิกุลทอง” ตัดสินใจโพสต์ถึง “แพทองธาร” ตรง ๆ แล้ว หลังลาออก
นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ก่อแก้ว พิกุลทอง – Kokaew Pikulthong ระบุเหตุผลของการ “ลาออก” จากหัวหน้าพรรคเพื่อไทยของ “ท่านหัวหน้า” คือ “กล้าหาญในการเปลี่ยนแปลง เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง” ในการเริ่มต้น “ยกเครื่องเพื่อไทย“ เพื่อ ”ยกเครื่องประเทศไทย“ ตามที่ได้ประกาศไว้เมื่อ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมาเราผ่านการเปลี่ยนแปลงมามากมายตลอดเกือบ 30 ปี ตั้งแต่ไทยรักไทย โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน แต่เราก็ยืนระยะต้านทานมาได้อย่างเรื่อยๆ แต่ไม่ใช่การยืนเฉยๆ เรายืนและ “ปรับตัว“ ทั้งโครงสร้าง กระบวนการ เละวิธีคิด และครั้งนี้ก็เช่นกันผมเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงพรรคเพื่อไทยต้องเริ่มต้นโดยเร็วที่สุด การเริ่มต้นต้องอิสระ และสร้างพรรคใหม่ที่สมบูรณ์แบบ ดังนั้น การตัดสินใจของท่านหัวหน้าจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องสุดท้าย ผมเป็นกำลังใจให้ท่านหัวหน้า แม้ว่าท่านจะลาออกจากหัวหน้าพรรค แต่ท่านยังคงเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ที่จะยืนเคียงข้างกับสมาชิกพรรคเพื่อไทยตลอดไปขอเป็นกำลังให้ครอบครัวชินวัตร ที่ยืนอยู่กับพรรคเพื่อไทยทั้งในวันที่สุขและทุกข์ผมและเพื่อนๆ ที่ยังคงอยู่ จะไม่ไปไหน เราจะยืนระยะและร่วมกัน “ยกเครื่อง” เพื่อทำให้พรรคของเรากลับมาอยู่ในหัวใจประชาชน ด้วยนโยบายที่ตรงใจและเป็นประโยชน์ต่อคนไทยมากที่สุดอีกครั้งหนึ่งครับก่อแก้ว พิกุลทอง ตัดสินใจโพสต์ถึง แพทองธาร ตรง…
-
เตือนด่วน! กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 12 เผยฤทธิ์พายุเฟิงเฉิน เปิดจังหวัดรับมือฝนตกหนัก
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ศูนย์ประชาสัมพันธ์กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุ เฟิงเฉิน ฉบับที่ 12เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ศูนย์ประชาสัมพันธ์กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุ เฟิงเฉิน ฉบับที่ 12 (303/2568) โดยระบุว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (22 ต.ค. 68) พายุโซนร้อนกำลังแรง เฟิงเฉิน บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 250 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 17.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 110.4 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางใต้เล็กน้อยอย่างช้า ๆ คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในวันที่ 23 ต.ค. 68หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วตามลำดับ เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบนและทะเลจีนใต้ตอนบนในช่วงวันดังกล่าว โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย…
-
ยังไม่หยุด! ราคาทองล่าสุด ประกาศปรับครั้งที่ 24 ผันผวนหนัก
ยังไม่หยุด! ราคาทองล่าสุด ประกาศปรับครั้งที่ 24 ผันผวนหนักสำหรับราคาทองคำเปิดตลาดประจำวันที่ 22 ตุลาคม 2568 เปิดตลาดปรับลง 2,500 บาท ในครั้งที่1 ต่อมามีการปรับขึ้น-ลง รวมแล้ว 24 ครั้ง โดยทองรูปพรรณขายออกบาทละ 65,250 ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ของ สมาคมค้าทองคำ เมื่อเวลา 14.13 น.ภาพจาก สมาคมค้าทองคำภาพจาก สมาคมค้าทองคำราคาทองคำ วันที่ 22 ตุลาคม 2568ทองคำแท่ง- รับซื้อ บาทละ 64,350 บาท- ขายออก บาทละ 64,450 บาทราคาทองรูปพรรณ- ขายออก บาทละ 65,250 บาท
-
สมศักดิ์เจียม โพสต์สะเทือน! ให้ประวัติศาสตร์จารึกไว้ นิรโทษกรรมไม่สำเร็จ เพราะทักษิณ-เพื่อไทย !!
สมศักดิ์เจียม ชี้ กฎหมายนิรโทษกรรมผ่านได้ง่ายๆ ถ้าเพื่อไทย-ประชาชน ร่วมมือกัน แต่เพื่อไทยไม่ยอมทำผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าให้ผมเขียนโดยสรุปอีกครั้งการนิรโทษกรรมทำได้ โดยพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชนร่วมมือกันลงมติ แล้วผ่านไปวุฒิสภา วุฒิลงมติยับยั้ง กฎหมายก็กลับมาที่สภาล่าง พรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชนก็ลงมติยืนยันซ้ำ กฎหมายก็ผ่านเป็นกฎหมาย ส่งให้สถาบันฯ เซ็น สถาบันฯ มีแนวโน้มไม่กล้าขวางเด็ดขาดพรรคเพื่อไทยไม่ยอมทำตามนี้ ลงมติขวาง ร่างกฎหมายที่ถูกเสนอเข้าสภาจึงตกไปเมื่อวานนี้เป็นความพยายามครั้งสุดท้ายของพรรคประชาชนที่จะนิรโทษกรรมเยาวชนที่ติด 112 แต่ก็ล้มเหลวเพราะพรรคเพื่อไทยไม่เอาอีกไม่มีข้อแก้ตัวใดๆทั้งสิ้นสำหรับพรรคเพื่อไทยที่ทำเช่นนี้ พวกที่ยังร้องเรียกหาความสามัคคี เรียกร้องให้ดีเฟนด์ทักษิน ฯลฯ ไม่เคยยอมเผชิญเบื้องหน้าเรื่องนี้ตรงๆเลย มีแต่เงียบเฉยหรือหลีกเลี่ยงให้ประวัติศาสตร์จารึกไว้ว่า การนิรโทษกรรม 112 ทำไม่สำเร็จเพราะทักษิณ-เพื่อไทย ทั้งๆที่ความสำเร็จอยู่เบื้องหน้าแล้วประวัติศาสตร์ต้องจารึกไว้ว่า การแก้ 112 ไม่สำเร็จก็เพราะเพื่อไทยขวาง (ตั้งแต่สมัยก่อนประธานสภาฯของเพื่อไทยโดนทิ้งร่างกฎหมาย จนถึงร่างของพรรคประชาชนโดนเพื่อไทยตีตกในสมัยหลัง)#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS
-
มีดพับถูกยึดที่ “สุวรรณภูมิ” โผล่ขายออนไลน์! ผู้เสียหายร้อง ป.ป.ท. ชี้อาจมีทุจริตใน AOT
สาวรายหนึ่งโพสต์ร้องเรียน พบมีดพับที่ถูกยึดที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อ 25 ส.ค. ถูกนำมาประกาศขายในกลุ่มออนไลน์ สงสัยอาจมีการทุจริตภายใน AOT ด้านผู้เสียหายแจ้งเรื่องไปยัง ป.ป.ท.แล้ว ชี้ไม่ต้องการมีดคืน แต่ต้องการความจริงว่าของกลางหลุดออกมาได้อย่างไร เชื่อของมีมูลค่าอื่นถูกยึดก็ไม่ควรถูกนำออกมาขายต่อเช่นกัน พร้อมยืนยันมีหลักฐานครบ เตรียมดำเนินคดีจนถึงที่สุดเมื่อวันที่ 21 ต.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ออกมาโพสต์ข้อความร้องเรียนหลังพบมีดพับของตนที่ถูกยึดที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ถูกนำมาประกาศขายในกลุ่มออนไลน์ ชี้อาจมีการทุจริตภายใน AOT ล่าสุดผู้โพสต์ได้แจ้งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ผู้โพสต์ต้องการให้เรื่องนี้ดำเนินไปจนถึงที่สุด เพราะเชื่อว่าของมีมูลค่าอื่นๆ ที่ถูกยึดก็ไม่ควรถูกนำออกมาขายต่อเช่นกัน และมีหลักฐานแชตและภาพจากโพสต์พร้อมยืนยันทั้งหมด ทั้งนี้ผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า“128269; เรื่องมีดพับที่ถูกยึดจากสนามบิน กลับมาโผล่ขายในกลุ่มออนไลน์เหตุเกิดเมื่อคืนนี้ค่ะ – เราเจอโพสต์ในกลุ่ม Leatherman Thailand Club (เลเทอร์แมน ไทยแลนด์ คลับ) มีคนเอามีดพับของเรามาขาย ซึ่งเป็นมีดที่ถูกยึดที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมาโพสต์นั้นปิดการขายไปแล้ว เพราะมีคนซื้อไปแล้ว แต่เราทักไปแจ้งว่า “มีดนั้นเป็นของเรา” และขอให้ผู้ขายติดต่อกลับ เพราะอยากรู้ว่าของชิ้นนี้หลุดออกมาจากสนามบินได้อย่างไรผู้ขายตอบว่า “ให้โอนเงินมาก่อน ถึงจะส่งของให้” และหลีกเลี่ยงที่จะอธิบายถึงที่มาของมีด จนเราต้องบอกไปว่ามีดชิ้นนี้ถือเป็นของกลางที่ออกมาผิดกฎหมาย และน่าจะเกี่ยวข้องกับการทุจริตภายในระบบของ AOT (การท่าอากาศยานไทย)หลังจากนั้น…
-
เปิดประวัติ ‘เฉอ จื้อเจียง’ จากเจ้าพ่อแก๊งคอลฯข้ามชาติ สู่เส้นทางส่งผู้ร้ายข้ามแดน!
เปิดประวัติเส้นทางชีวิตของ ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ได้เกิดอีกหนึ่งข่าวใหญ่ หลัง"ศาลรัฐธรรมนูญ" ได้ออกคำวินิจฉัยสำคัญเป็นเอกฉันท์ ปัดตกข้อโต้แย้งทางกฎหมายของ นายเฉอ จื้อเจียง (She Zhijiang หรือ แส จิ้นเจียง) นักธุรกิจชาวจีน-กัมพูชา ซึ่งทางการจีนต้องการตัวในคดีอาชญากรรมข้ามชาติ คำวินิจฉัยนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่เปิดทางให้กระบวนการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนสามารถเดินหน้าต่อไปได้ หลังจากการต่อสู้คดีอย่างดุเดือดในประเทศไทยศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญประเด็นล่าสุดที่ถูกนำขึ้นสู่การพิจารณาคือคำโต้แย้งที่ว่า พระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 มาตรา 19 และมาตรา 21 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญไทยหรือไม่ โดยเฉพาะในประเด็นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิของผู้ถูกร้องในคดีหมายเลขแดงที่ 3494/2568 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติ"เป็นเอกฉันท์" วินิจฉัยว่าบทบัญญัติของ พ.ร.บ. ดังกล่าว ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ โดยให้เหตุผลว่า แม้ว่านายเฉอจะเป็นบุคคลต่างด้าว แต่ก็ได้รับความคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 4 การวินิจฉัยดังกล่าวจึงเป็นการปัดตกข้อต่อสู้ทางกฎหมายที่สำคัญที่สุดของนายเฉอ ทำให้คำสั่งของศาลอาญาชั้นต้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2566 ที่ให้ส่งตัวนายเฉอไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อดำเนินคดี สามารถเดินหน้าต่อไปได้ภายหลังการพิจารณาของศาลอุทธรณ์-ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญย้อนเปิดประวัติ ‘เฉอ จื้อเจียง’นายเฉอ จื้อเจียง หรือแส…
-
ภาพไวรัล นายกฯอนุทิน โหมงานหนักไม่มีวันหยุด หลับคอพับคาร้าน
โลกออนไลน์แชร์ว่อน นายกฯอนุทิน นั่งหลับคอพับคาบาร์เบอร์ เพราะทำงานหนักไม่มีวันหยุด ไม่ได้พักผ่อนผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ภายหลังจากการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 1/2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ เดินทางไปตัดผม ที่บาร์เบอร์ ร้านประจำย่านสามเสนพบว่าขณะนั่งตัดผมนายอนุทิน นั่งหลับคอตก จนมีการแชร์ภาพดังกล่าวออกมา คาดว่าเหนื่อยล้าจากการปฎิบัติหน้าที่ เช้าถึงดึกและมีวาระงานแน่นตลอดช่วงที่เข้ามารับตำแหน่ง ซึ่งก็มีสถานการณ์ต่างๆที่ต้อง ติดตามแก้ปัญหาหลายเรื่องตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา , การปราบปรามสแกมเมอร์ และล่าสุดยังมีปัญหาคนในรัฐบาลถูกโยงสแกมเมอร์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายวรภัค ธัญญาวงศ์ ได้ประกาศลาออก
-
กันจอมพลัง ไม่เอาแล้ว มูลนิธิธรรมนัส เปลี่ยนชื่อผู้รับทรัพย์สิน เป็นมูลนิธิราชประชานุเคราะห์
เกิดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม กรณี ทนายนรเศรษฐ มีการเปิดเผยข้อบังคับของ “มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้” ซึ่งจดทะเบียนเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 ในข้อ 39 หมวดการเลิกมูลนิธิ ระบุว่า หากมูลนิธิต้องเลิกล้ม ทรัพย์สินทั้งหมดที่เหลืออยู่ ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่ “มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า”เรื่องนี้ทำให้เกิดคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่าง นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง กับ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี หลังจากก่อนหน้านี้ได้ถูก สส.ไอซ์ รักชนกตั้งคำถามล่าสุด กัน จอมพลัง ออกมาชี้แจงประเด็นดังกล่าว ยอมรับว่าข้อบังคับนั้นมีอยู่จริง กัน อธิบายว่า ในช่วงเริ่มต้นการจัดตั้งมูลนิธิ ตนได้ขอคำแนะนำจาก ร้อยเอก ธรรมนัส ซึ่งขั้นตอนการจดทะเบียนกำหนดให้ต้องระบุชื่อมูลนิธิอื่นที่จะรับทรัพย์สินต่อหากมูลนิธิถูกยุบเลิกกัน จอมพลัง กล่าวว่า ตนจึงใส่ชื่อมูลนิธิของร้อยเอก ธรรมนัสไปตามคำแนะนำ ไม่ได้มีเจตนาจะยุบเลิกมูลนิธิแต่อย่างใดกัน จอมพลัง เปิดเผยว่า ปัจจุบันเขาได้สั่งการให้แก้ไขข้อบังคับดังกล่าวแล้ว โดยเปลี่ยนชื่อผู้รับทรัพย์สินหากมูลนิธิเลิกกิจการ เป็น “มูลนิธิราชประชานุเคราะห์” แทน “มูลนิธิธรรมนัส…
-
‘อดีตหลวงพี่กาโตะ’ เตรียมวิวาห์หวาน โพสต์ป้อง ‘เจ้าสาว’ ฟาดกลับ ‘เกรียนคีบอร์ด’ มารยาทเป็นสิ่งสำคัญ
“กาโตะ-พงศกร จันทร์แก้ว” หรือ “อดีตหลวงพี่กาโตะ” โพสต์ข่าวดีประกาศแต่งงานเจ้าสาวคนสวย พร้อมถ่ายพรีเวดดิ้งสุดหวาน ชาวเน็ตแห่อวยพรเพียบ แต่ยังมีเกรียนคีย์บอร์ดแซะเรื่องเก่า จนเจ้าตัวต้องโพสต์ปกป้องเจ้าสาว ฟาดกลับนิ่ม ๆ “มารยาท…เป็นสิ่งสำคัญ”ถือเป็นอีกหนึ่งคนหนึ่งในแวดวงคนดังโลกออนไลน์ที่กำลังมีข่าวดี สำหรับ "กาโตะ-พงศกร จันทร์แก้ว" หรือ "อดีตหลวงพี่กาโตะ" อดีตพระชื่อดังที่เคยตกเป็นข่าวครึกโครม โดยล่าสุดเจ้าตัวได้โพสต์เฟซบุ๊กประกาศเตรียมแต่งงาน มีการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งสุดหวานกับว่าที่เจ้าสาว จนเหล่าแฟนคลับ คนรู้จัก ตลอดจนชาวเน็ตจำนวนมาก พากันเข้าไปโพสต์แสดงความยินดีกันอย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีบางรายที่โพสต์แซะถึงเรื่องราวเก่า ๆ งานนี้ทำเอาเจ้าตัวต้องออกมาโพสต์ปกป้องว่าที่เจ้าสาว โดยระบุว่า"…ผมประกาศแล้วว่า…จะแต่งงาน อ่านสักนิดนะครับ มีหลายช่อง ที่ลงข่าวในโซเชียล ผมขอบคุณมาก และมีแฟน ๆ Fc มากมาย ที่รอดูว่าเจ้าสาว คือใคร คนที่ไหน เมื่อได้เห็นหน้าเจ้าสาว….มีคนชมมากมายว่าสวย และยินดีกับผม ขอบคุณมากนะครับ สำหรับคำชม แต่ก็มีบางคอมเมนต์ ที่ยังแซะเรื่องราวในอดีตเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ผมก็เข้าใจและน้อมรับครับ แต่ผมไม่ได้เก็บมาคิด เพราะมันเป็นอดีตแล้ว จะไปแก้ก็ไม่ได้แล้ว ชีวิตยังไปข้างหน้า ผมห้ามใครคิดไม่ได้อยู่แล้ว แต่ผมอยากพูดสักนิดนึงครับครั้งผมอายุ 22…
-
ช็อก! สาวโรงงาน 606 ชีวิต มาทำงานวันสุดท้ายไม่รู้ตัว นายจ้างประกาศปิดกิจการ–แจกเช็กชดเชย 95 ล้าน
นครปฐม – สะเทือนใจสาวโรงงานเย็บผ้ากว่า 600 ชีวิต หลังเข้าทำงานตามปกติแต่ต้องช็อกเมื่อผู้บริหารประกาศเลิกจ้างทันที โดยนายจ้างแจกเช็กค่าชดเชยรวมกว่า 95 ล้านบาท หลังแบกภาระไม่ไหวเพราะพิษเศรษฐกิจและคำสั่งซื้อลดลงต่อเนื่องวันนี้ (22 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่โรงงานเย็บผ้าบริษัท พาฝันเท็กซ์ไทล์ จำกัด ตั้งอยู่หมู่ 4 ตำบลสันปทวน อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม หลังเกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับพนักงานจำนวน 606 คน ซึ่งต่างทยอยนั่งรถบัสของบริษัทกลับบ้านด้วยความเงียบงันและน้ำตาคลอ เพราะวันนี้คือ “วันทำงานวันสุดท้าย” โดยไม่มีใครล่วงรู้มาก่อนช่วงสายของวัน ผู้บริหารและฝ่ายบุคคลของบริษัทได้เรียกประชุมพนักงานทั้งหมด พร้อมประกาศอย่างเป็นทางการว่า โรงงานจำเป็นต้อง “เลิกจ้างทั้งหมด” เนื่องจากบริษัทประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยาวมาถึงปัจจุบัน ทำให้คำสั่งซื้อจากต่างประเทศลดลงอย่างมาก ไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้บรรยากาศในห้องประชุมเต็มไปด้วยความตกใจและเศร้าใจ หลายคนถึงกับร้องไห้ออกมาเมื่อผู้บริหารประกาศข้อความขอบคุณและขออำลา โดยมีการแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นจากฝ่ายบริหารต่างชาติ เพื่อแสดงความเสียใจและขอบคุณพนักงานทุกคนที่ร่วมทำงานกันมานานจากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครปฐม นำโดย น.ส.สุกิจจา วินิชพันธุ์ ประกันสังคมจังหวัดนครปฐม มอบหมายให้ น.ส.แววตา แก้วเจริญ นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ พร้อมทีมจากกระทรวงแรงงาน เข้าชี้แจงขั้นตอนการขอรับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายแรงงาน และแนวทางขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานภายใน 30 วัน เพื่อให้ได้รับเงินชดเชยจากกองทุนประกันสังคมในอัตรา 60% ของค่าจ้าง…