Category: ทั่วไป
-
สื่ออิหร่านอวด “เมืองขีปนาวุธใต้ดิน” คลังแสงขนาดยักษ์
5 มีนาคม 2569 สำนักข่าวฟาร์ส (Fars News Agency) ของอิหร่านได้เผยแพร่ภาพ เมืองขีปนาวุธ ใต้ดินขนาดใหญ่ คลังแสงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยโดรนพลีชีพและขีปนาวุธ ขณะที่อิหร่านกำลังสร้างความเสียหายไปทั่วตะวันออกกลาง ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นว่า ประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซีย ที่กำลังถูกอิหร่านโจมตีอย่างหนักบนสถานการณ์ความขัดแย้ง อาจขาดแคลนอาวุธต่อต้านโดรน ในสงครามอิหร่านครั้งนี้ประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซียที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ใช้อาวุธป้องกันประเทศของตนไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน ที่สั่งสมอยู่ในบังเกอร์ของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps) หรือ IRGC ซึ่งเป็นอุโมงค์ทอดยาวเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด มีภาพขนาดใหญ่ของ อยาตุลเลาะห์ อาลี คามาเนอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน วัย 86 ปี ที่ถูกสังหารในการโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐฯกับอิสราเอล เมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.69) อยู่เหนืออาวุธจำนวนมหาศาลบนเพดานประดับด้วยธงชาติ ด้านล่างเป็นรถบรรทุกขนส่งเครื่องยิงโดรนพลีชีพ ชาเฮด (Shahed) ที่มีต้นทุนการผลิตเพียงหลักหมื่นดอลลาร์ และใช้เวลาในการผลิตไม่นาน ที่รัสเซียใช้ในการทำสงครามกับยูเครนด้วย ซึ่งเมื่อวันพุธ (4 มี.ค.69) อิสราเอลได้ยอมรับว่า อิหร่านยังคงมีศักยภาพในการยิงขีปนาวุธใส่ศัตรูอยู่มาก ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นว่า เทคโนโลยีต่อต้านโดรนมี "ราคาแพงเกินไป" ที่จะใช้งานได้ในปฏิบัติการทางทหารระยะยาวตัวอย่างเช่น…
-
“อากงจุน วนวิทย์” ผู้ก่อตั้งพัดลมฮาตาริ เศรษฐีใจบุญ เสียชีวิต สิริอายุ 89 ปี
“จุน วนวิทย์” ผู้ก่อตั้งพัดลมฮาตาริ ผู้เคยเป็นข่าวโด่งดังจากการบริจาคเงินให้มูลนิธิรามาธิบดี 900 ล้านบาทเมื่อปี 2565 ได้รับการยกย่องว่าเป็น”เศรษฐีใจบุญแห่งเอเชีย” เสียชีวิตอย่างสงบ สิริอายุ 89 ปี สวดพระอภิธรรม ณ วัดเทพศิรินทราวาสผู้สื่อข่าวรายงานวันที่ 5 มีนาคม 2569 นายจุน วนวิทย์ หรือ “อากงจุน” เจ้าของและผู้ก่อตั้งบริษัทพัดลม “ฮาตาริ” เสียชีวิตอย่างสงบ สิริอายุ 89 ปีกำหนดสวดพระอภิธรรม ณ วัดเทพศิรินทราวาส ศาลากวีนิรมิต (ศาลากลางน้ำ) วันพฤหัสบดีที่ 5 – วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2569 และวันอังคารที่ 10 มีนาคม 2569 – เวลา 17.00 น. ประกอบพิธีกงเต๊กทั้งนี้ “อากงจุน” เคยเป็นข่าวโด่งดังจากการบริจาคเงินให้มูลนิธิรามาธิบดี 900 ล้านบาท เมื่อปี 2565 จนเป็นกระแสในโลกโซเชียลที่พากันโพสต์รูปพัดลม…
-
อาลัย “อากงจุน วนวิทย์” ผู้ก่อตั้งฮาตาริ เสียชีวิต สิริอายุ 89 ปี
อาลัย “อากงจุน วนวิทย์” ผู้ก่อตั้งพัดลมฮาตาริ ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบ สิริอายุ 89 ปี จากชีวิตเด็ก ป.2 สู่ผู้สร้างธุรกิจพัดลมไทยและนักธุรกิจผู้ใจบุญผู้บริจาค 900 ล้านบาทให้มูลนิธิรามาธิบดีวันที่ 5 มีนาคม 2569 มีรายงานว่า นายจุน วนวิทย์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “อากงจุน” ผู้ก่อตั้งแบรนด์พัดลมฮาตาริ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบ สิริอายุ 89 ปีครอบครัวกำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศล ณ วัดเทพศิรินทราวาส ศาลากวีนิรมิต (ศาลากลางน้ำ) โดยวันที่ 5–9 มีนาคม 2569 เวลา 18.30 น. มีพิธีสวดพระอภิธรรม วันที่ 10 มีนาคม เวลา 17.00 น. จัดพิธีกงเต๊ก และวันที่ 11 มีนาคม เวลา 12.00…
-
ดรามา ด.ช. 12 ปี ช่วยน้าขายไข่เจียว ถูกร้องเรียนใช้แรงงานเด็ก
ดรามา ด.ช. 12 ปี ช่วยน้าขายไข่เจียว ถูกร้องเรียนใช้แรงงานเด็ก ล่าสุด กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ชี้แจงแล้วจากกรณีโลกออนไลน์ได้แชร์เรื่องราวของ เด็กชายหนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 ใช้เวลาหลังเลิกเรียนช่วยน้าสาวขายข้าวไข่เจียว ในตลาดแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครอุดรธานี แต่โดนร้องเรียนไปยังสำนักสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานอุดรธานี ว่าใช้แรงงานเด็ก เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบถึง 3 ครั้ง ขณะที่น้าสาวเห็นว่าโดนกลั่นแกล้ง ไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะเด็กต้องการช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง จึงร้องไปยัง เฟซบุ๊กเพจเฮียเปี๊ยกช่วยเหลือผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพบกับ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 40 ปี น้าสาวของ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 24 ปี และ ด.ช.หนึ่ง อายุ 12 ปี พี่สาวและน้องชาย นอกจากนี้ยังมีสามี น.ส.เอ และหลาน น.ส.เอ ซึ่งเป็นแฟนกับ น.ส.บี รวมอยู่ด้วยโดย น.ส.เอ เล่าว่า ตนแต่งงานมานานแต่ไม่บุตร…
-
ตร.อยุธยา แจงแล้ว ชายเส้นเลือดสมองแตก ตร.คิดว่าเมา ทำอาการวิกฤต
เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 69 ทางด้าน ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชี้แจงกรณีชาย 42 ปี อาการเส้นเลือดสมองแตก พร้อมตั้งคณะตรวจสอบข้อเท็จจริง ระบุว่า…ตร.อยุธยา แจงแล้ว ชายเส้นเลือดสมองแตก ตร.คิดว่าเมา ทำอาการวิกฤตกรณีชายมีอาการเส้นเลือดสมองแตกระหว่างขับรถ ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อสังคมออนไลน์และสื่อมวลชน กรณีชายอายุประมาณ 42 ปี เกิดอาการป่วยกะทันหันขณะขับรถ และภายหลังแพทย์วินิจฉัยว่าเป็น ภาวะเส้นเลือดในสมองแตก โดยมีข้อร้องเรียนจากญาติว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าใจว่าเป็นกรณีเมาแล้วขับ นั้นตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขอเรียนชี้แจงว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุรถเฉี่ยวชนในพื้นที่ ได้เข้าตรวจสอบและพบผู้ขับขี่มีอาการคล้ายผู้มึนเมาและไม่สามารถให้ข้อมูลได้ชัดเจน จึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนของการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบเหตุและดูแลความปลอดภัยในที่เกิดเหตุต่อมาเมื่อพบว่าผู้ขับขี่มีอาการผิดปกติทางร่างกาย เจ้าหน้าที่ได้ประสานนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ทำการตรวจรักษาอย่างเร่งด่วน และภายหลังแพทย์ได้วินิจฉัยว่าเกิดจากภาวะเส้นเลือดในสมองแตก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ทั้งนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดฯ ได้ให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้มีคำสั่ง ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในทุกขั้นตอนหากพบว่ามีข้อบกพร่องหรือการปฏิบัติไม่เป็นไปตามระเบียบ จะดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการอย่างเคร่งครัดตำรวจภูธรจังหวัดฯ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียหาย และยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายตร.อยุธยา แจงแล้ว ชายเส้นเลือดสมองแตก ตร.คิดว่าเมา ทำอาการวิกฤต
-
เจอตัว “อ้น” แดนเซอร์ “กระแต อาร์สยาม” ถูกจับตัวที่ด่านเขมร
เจอตัว อ้น พงศกร แดนเซอร์ กระแต อาร์สยาม แล้ว หลังจากที่หายตัวไปก่อนหน้านี้ โดยพบว่าถูกจับตัวที่เขมร ที่ด่านโอเสม็ดจากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก อนุวัต จัดให้ ของ อนุมัต เฟื่องทองแดง นักข่าวคนดังได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กตามหา นายพงศกร แดนเซอร์ของ กระแต อาร์สยาม หลังหายตัวและขาดติดต่อไป หวั่นว่าจะถูกหลอกไปที่เขมรโดยข้อความเฟซบุ๊กระบุว่า “2/3/69 ด่วน!! แดนเซอร์ กระแต สงสัยน่าจะถูกหลอก ว่าให้มาสมัครทำงาน อบรม ที่ กทม แต่สุดท้ายน่าจะโดนหลอกไป เขมรแล้ว”ล่าสุดเมื่อช่วงคืนวันที่ 4 มี.ค. 69 เพจ อนุมัต จัดให้รายงานว่าพบตัวแดนเซอร์คนดังกล่าวแล้ว โดยระบุว่า “พบ อ้น แดนซ์เซอร์น้องชาย กระแต แล้ว ถูกจับที่ด่านโอเสม็ดฝั่งตรงข้ามด่าน ช่องจอมสุรินทร์ (ตอนไปเข้าทางสระแก้ว ) ตำรวจเขมร ตามไปจับระหว่างเดินทาง เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเขมร”อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม หากมีความคืบหน้าสำนักข่าว TheThaiger จะรายงานให้ทราบต่อไปอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องแดนเซอร์…
-
ยิ่งเศร้าอ่านจดหมาย ครูสาวดับในรถ ตัดพ้อชีวิตก่อนจากไป
จากกรณีพบครูสาววัย 37 ปี ซึ่งเป็น LGBTQ เสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์ บริเวณสวนพุทธอุทยาน ตำบลโนนหนามแท่ง อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ จุดเกิดเหตุอยู่ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ โดยร่างของผู้เสียชีวิตถูกพบนอนอยู่ที่เบาะคนขับ และภายในรถยังพบเตาอั้งโล่วางอยู่ใกล้กันระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ยังพบจดหมายลาตายวางอยู่ภายในรถ เขียนข้อความลงวันที่ 4 มีนาคม 2569 เนื้อหาระบุความรู้สึกตัดพ้อและโทษตัวเอง อาทิ “แค่รักอย่างเดียวมันไม่พอ ไม่โทษใคร โทษตัวเอง… สุดท้ายคนที่เหลือคือตัวเอง” พร้อมทั้งกล่าวขอโทษคนรอบข้างที่มองว่าตนเองเป็นปัญหา และอวยพรให้ทุกคนมีความสุข สมหวังในชีวิต รวมถึงขอบคุณช่วงเวลาที่เคยมีความสุข และอวยพรให้คนรักได้พบคนที่ดีและเหมาะสม พร้อมลงท้ายด้วยคำว่า “โชคดีนะคะ”ด้านแฟนสาวของผู้เสียชีวิต เมื่อทราบข่าวได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุทันที ทันทีที่เห็นร่างคนรักถึงกับร้องไห้อย่างหนัก ก่อนเปิดเผยว่า คืนวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ทั้งคู่มีปากเสียงกันเล็กน้อย แต่ไม่ได้รุนแรง เช้าวันรุ่งขึ้นต่างคนต่างแยกย้ายไปทำงานตามปกติ โดยไม่ได้ติดใจอะไรกระทั่งช่วงเย็น เมื่อถึงเวลาเลิกงานแล้วยังไม่เห็นแฟนกลับที่พัก ตอนแรกคิดว่ายังงอนกันอยู่ หรืออาจออกไปสังสรรค์กับเพื่อน จึงไม่ได้เอะใจ จนมาทราบข่าวร้ายในเวลาต่อมา
-
ปรับพุ่งขึ้นแล้ว ราคาทองคำล่าสุดวันนี้ 5 มี.ค.69 ประกาศครั้ง 1
รายงานราคาทองคำประจำวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2569 เปิดตลาดครั้งที่ 1 เวลา 09.04 น. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 150 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดล่าสุดของเมื่อวาน ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งขยับขึ้นมาอยู่ที่บริเวณ 77,350 บาททั้งนี้ เมื่อวันพุธที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา มีการประกาศราคาทองคำระหว่างวันมากถึง 41 ครั้ง และราคาปรับตัวลดลงรวม 2,050 บาท ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 77,200 บาทราคาซื้อขายทองคําในประเทศชนิด 96.5% วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2569 (ประกาศครั้งที่ 1)ทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 78,150ฐานภาษีบาทละ 75,602.92ทองแท่ง ขายออกบาทละ 77,350รับซื้อบาทละ 77,150ราคาซื้อขายทองคําในประเทศชนิด 96.5% วันพุธที่ 4 มีนาคม 2569 (ประกาศครั้งที่ 41 ครั้งสุดท้าย)ทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 78,000ฐานภาษีบาทละ 75,466.48ทองแท่ง ขายออกบาทละ 77,200รับซื้อบาทละ 77,000ขณะที่ราคาทองคำสปอตเช้าวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบเทคนิคระดับสูง…
-
“ทนายตั้ม” ขึ้นศาลอาญา ขอซักค้าน “เจ๊อ้อย” ด้วยตัวเอง คดีฉ้อโกงเงิน 71 ล้าน
“ทนายตั้ม” ซักค้าน “เจ๊อ้อย” ด้วยตัวเองในคดีฉ้อโกง 71 ล้านบาท ด้าน “เจ๊อ้อย” เบิกความยัน โอนเงินให้ลงทุนหวยออนไลน์ ไม่ใช่ให้โดยเสน่ห์หาวันที่ 4 มี.ค. 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ได้นัดสืบพยานโจทก์นัดแรก ในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ และนางสาวจตุพร หรือ “เจ๊อ้อย” เป็นโจทก์ร่วมยื่นฟ้อง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” พร้อมด้วยภรรยา และพี่สาวภรรยา กับพวกรวม 7 คน ในความผิดฐานฉ้อโกง ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน โดยในช่วงเช้า เจ๊อ้อย เดินทางมาถึงศาลด้วยท่าทีที่มั่นใจเพื่อเข้าเบิกความ แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน โดยมีนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เดินทางมาให้กำลังใจบรรยากาศภายในห้องพิจารณาคดี เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัว ทนายตั้ม มาจากเรือนจำในชุดนักโทษ สวมเสื้อยืดสีครีมมีคราบแดงที่ไหล่ซ้าย กางเกงวอร์มขายาวสีดำ และมีโซ่ตรวนที่ข้อเท้า สังเกตเห็นได้ชัดว่าร่างกายซูบผอมลงน้ำหนักหายไปหลายกิโลกรัม แต่จำเลยยังได้ทักทายสื่อมวลชนเพียงสั้นๆ ก่อนเริ่มพิจารณาคดี ซึ่งทนายความจำเลยเปิดเผยว่า ทนายตั้ม จะทำหน้าที่ซักค้านพยานโจทก์ด้วยตนเอง…
-
แตกตื่นหาดพัทยา! สาวสองล่อนจ้อน วิ่งตามหนุ่มแดนภารตะเบี้ยวค่าตัว
นักท่องเที่ยวเลียบชายหาดพัทยาแตกตื่น สาวประเภทสอง 2 รายแก้ผ้าล่อนจ้อนวิ่งตามหนุ่มแดนภารตะเบี้ยวค่าบริการ เจ้าหน้าที่เทศกิจช่วยไกล่เกลี่ย ยอมจ่าย แยกย้ายเมื่อเวลา 05.06 น. วันที่ 5 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณถนนเลียบชายหาดพัทยา ช่วงซอย13/4 ต.หนองปือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เกิดเหตุการณ์ สาวประเภทสอง (LGBTQ+) 2 คน ซึ่งอยู่ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อนวิ่งตามนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ พร้อมตะโกนด่าทอด้วยคำหยาบคายทักท้วงเงินค่าบริการทางเพศ คว้าเอาก้อนอิฐขู่ ก่อนจะพากันล้อมกรอบเอาเงินจากนักท่องเที่ยว สร้างความแตกต่างให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก โดยพลเมืองดีสามารถบันทึกภาพวิดีโอไว้ได้บางส่วน จึงมอบให้ไว้เป็นหลักฐานสอบถามนายอนุชา โคตรมาด อายุ 59 ปี เจ้าหน้าที่เทศกิจพัทยา 334 ให้ข้อมูลว่า ตนสังเกตเห็นสาวประเภทสองในสภาพเปลือยกาย 2 คน วิ่งไล่ตามนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย โดยตะโกนแจ้งว่าไม่ยอมจ่ายค่าบริการ และถูกทำร้ายร่างกาย ตนจึงรีบเข้าไปตรวจสอบ แล้วขอผ้าเช็ดตัวจากผู้ประกอบการที่อยู่ใกล้เคียง มาคุมร่างของสาวประเภทสองทั้งสองรายไว้ กันที่อุจาดตา โดยตนและพลเมืองดีช่วยกันห้ามปราม ไม่ให้ทำร้ายนักท่องเที่ยว จนสุดท้ายสามารถไกล่เกลี่ยกันได้ ซึ่งนักท่องเที่ยวยอมจ่ายเงินค่าบริการให้กับสาวประเภทสอง คนละ 1,000 บาท…