Category: ทั่วไป
-
สถานทูตฯ ชี้แจง นายกฯ เกาหลีใต้ เปิดชื่อ 7 นักการเมืองไทยพัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์กัมพูชา”ไม่เป็นความจริง”
สถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทย แจงข่าวนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้เปิดเผยถึงนักการเมืองไทย 7 คนที่พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา จากกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับ คิม มิน ซอก นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ จะเปิดเผย นักการเมืองไทย 7 คนที่พัวพันและมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา นั้น ล่าสุดสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจง ว่า กรณีข่าวนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้เปิดเผยถึงนักการเมืองไทย 7 คนที่พัวพันและมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชานั้น"ไม่เป็นความจริง"อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางการเกาหลีใต้กำลังเร่งจัดการกับแก๊งอาชญากรรมที่มุ่งเป้าไปที่พลเมืองเกาหลีใต้ โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา เครื่องบินเช่าเหมาลำบรรทุกชาวเกาหลีใต้ 64 คน ที่ถูกควบคุมตัวในกัมพูชา เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการหลอกลวงทางออนไลน์ ออกเดินทางกลับประเทศแล้ว ท่ามกลางกำลังตำรวจคุ้มกันหนาแน่นโดยผู้ที่เดินทางกลับในเที่ยวบินนี้เป็นผู้ที่ถูกเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของกัมพูชาจับกุมในข้อหาต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม โดยมีรายงานว่า เครื่องบินทะยานขึ้นจากท่าอากาศยานนานาชาติเตโชใกล้กรุงพนมเปญ เมื่อเวลา 01.15 น.ของเมื่อคืนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นข่าวที่เกี่ยวข้องพลเมืองเกาหลีใต้ 59 คน เตรียมเดินทางกลับประเทศวันเสาร์นี้ เกาหลีใต้ ส่งเครื่องบินรับพลเมืองที่ถูกจับในกัมพูชา กลับประเทศ พร้อมสอบสวนทันที อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สถานทูตฯ ชี้แจง นายกฯ เกาหลีใต้ เปิดชื่อ 7 นักการเมืองไทยพัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์กัมพูชา"ไม่เป็นความจริง"ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่-…
-
ลูกสาวเล่านาทีก้มกราบขอให้กระบะเลื่อนรถ หลังขวางรถฉุกเฉินทำพ่อเสียชีวิต
ภาพวงจรปิด จับภาพนาทีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลปลายพระยา จังหวัดกระบี่ รีบมาแจ้งผู้ชายเสื้อน้ำเงิน ที่เป็นเจ้าของรถกระบะ เลื่อนรถโดยด่วน หลังเขาขับมาจอดขวางท้ายรถฉุกเฉินไว้ จนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำผู้ป่วยที่มีอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและหายใจล้มเหลว ขึ้นรถเพื่อส่งตัวไปรักษาต่อได้ แต่ชายคนดังกล่าว กลับไม่ยอมเลื่อนให้ในทันที ยืนโวยวายเสียงดังใส่เจ้าหน้าที่ แสดงความไม่พอใจว่า ไม่มีคนมาดูแลแม่ของตัวเองที่มีอาการปวดหัว และเพิ่งถูกเข็นเข้ามาแต่ที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก เมื่อลูกสาวของผู้ป่วยถึงกับเข่าทรุดและยกมือไหว้ร้องขอทั้งน้ำตา ให้ชายเจ้าของรถกระบะเลื่อนออก เพราะผู้ป่วยอยู่ในอาการวิกฤต ต้องรีบส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า แม้ว่าสุดท้าย เจ้าของรถกระบะจะยอมขยับรถออก และเจ้าหน้าที่สามารถเคลื่อนผู้ป่วยขึ้นรถฉุกเฉินได้ แต่ก็สายเกินไป เพราะผู้ป่วยเสียชีวิตระหว่างทาง เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมาหลังเกิดเหตุโรงพยาบาลปลายพระยา ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าว และเตรียมดำเนินคดีกับผู้ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน เพราะการกระทำของเจ้าของรถกระบะ เป็นการขัดขวางการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในขณะปฎิบัติหน้าที่ ซึ่งต้องรีบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤติโดยด่วน และสุดท้ายผู้ป่วยรายดังกล่าวเสียชีวิต ขณะที่ญาติของผู้เสียชีวิตเอง ก็เตรียมเอาผิดกับคนขับรถกระบะที่ทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาสในการรักษาเช่นกันขณะที่ลูกสาวของผู้เสียชีวิต ได้โพสต์ข้อความระบุว่า " คติเตือนใจ ไม่ร้ายใส่ใคร ไม่ใช่คนอื่นจะไม่ร้ายใส่เรา เหตุเกิดขณะพ่อกำลังจะส่งตัวไปรักษาด่วนที่ รพ.กระบี่ หมอและพยาบาล เวรห้องฉุกเฉิน รพ.ปลายพระยา กำลังช่วยเหลือพ่อที่มีอาการหลอดเลือดหัวใจตีบ และมีอาการ หายใจด้วยตัวเองไม่ได้ (ใส่ท่อช่วยหายใจ) รถ refer มาจอดจุดรับส่งตัวผู้ป่วย และมีรถกระบมาจอดด้านหลังประชิดรถ refer ทำให้เข็นคุณพ่อขึ้นรถไม่ได้…
-
มวยคู่เอก! ศึกเลือกตั้งใหญ่ สส.เขต 5 สุราษฎร์ฯ ส่อพลิกขั้ว “เลขาน้ำหวาน” ลุ้นคว้าชัย
สมรภูมิการเมือง สส.เขต 5 สุราษฎร์ฯ ส่อแววเดือด เกิดพลิกขั้ว หลัง “บ้านกาญจนะ” คว้าเก้าอี้ นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี ด้วยคะแนนแบบขาดลอยสำหรับการเลือกตั้งใหญ่ ที่จะมาถึง "ป้าโส–ลุงชุมพล" เจ้าของบ้าน มั่นใจส่ง “เลขาน้ำหวาน“ ฌาณิกา เมืองนอน คนรุ่นใหม่ไฟแรง เป็นตัวแทนลงสู้ศึกสนามใหญ่ ท้าชนเจ้าที่เดิม “สส.เมษ“ ปรเมษฐ์ จินานางโสภา กาญจนะ หรือ ”ป้าโส“ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สุราษฎร์ธานี ภรรยาของ นายชุมพล กาญจนะ (ลุงชุมพล) อดีต สส.หลายสมัย กล่าวว่า หลังชนะการเลือกตั้ง นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี ด้วยคะแนนแบบขาดลอยในทุกพื้นที่ ถือเป็นการพลิกคว่ำแชมป์เก่าอย่าง "กำนันพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว" ได้อย่างสมศักดิ์ศรี แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่น เชื่อใจ และการได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ส่งผลให้การเลือกตั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทาง “บ้านกาญจนะ” ตัดสินใจส่ง นางสาวฌาณิกา เมืองนอน (เลขาน้ำหวาน)…
-
ญาติคุกเข่ายกมือไหว้ ขอให้อีกฝ่ายเลื่อนรถ นำผู้ป่วยขึ้นรถไม่ได้ สุดท้ายเสียชีวิต
บีบหัวใจ ญาติคุกเข่ายกมือไหว้ ขอให้อีกฝ่ายเลื่อนรถ หลังจอดรถกีดขวาง ทำให้นำผู้ป่วยขึ้นรถไม่ได้ สุดท้ายเสียชีวิต ทางครอบครัวเตรียมดำเนินคดีจากกรณีที่โรงพยาบาลปลายพระยา จ.กระบี่ ได้รายงานถึงเหตุการณ์ที่ รถจอดกีดขวางรถพยาบาล จนไม่สามารถนำผู้ป่วยขึ้นรถได้ และสุดท้ายผู้ป่วยรายดังกล่าวได้เสียชีวิต ด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและมีภาวะหายใจล้มเหลวนั้นล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊กได้มีการแชร์ภาพวินาทีสะเทือนใจ โดยเป็นภาพของญาติผู้เสียชีวิต คุกเข่ายกมือไหว้ ขอร้องให้ญาติผู้ป่วยอีกราย ที่มาจอดรถกีดขวาง ให้ช่วยขยับรถ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้รีบไปส่งตัวผู้ป่วยรักษาได้ แต่สุดท้ายผู้ป่วยคนดังกล่าวเสียชีวิตขณะทีทางโรงพยาบาลได้แถลงการณ์เพิ่มเติมว่า รพ.ปลายพระยาและบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และมีภาวะการหายใจล้มเหลว เข้ารับการรักษาพยาบาลโรงพยาบาลปลายพระยา เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 โดยโรงพยาบาลปลายพระยา ขอชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่รักษาผู้ป่วยดังกล่าววันที่ 16 ตุลาคม 2568 เวลา 23.10 น. ภายในห้องฉุกเฉินโซนผู้ป่วยวิกฤต เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ พนักงานเปล และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย กำลังให้การช่วยเหลือและช่วยชีวิตผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและมีภาวะการหายใจล้มเหลว ซึ่งต้องมีการใส่ท่อช่วยหายใจ หลังจากนั้นจะย้ายผู้ป่วย เพื่อส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลกระบี่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายที่มีศักยภาพการรักษาที่สูงกว่าเวลา 23.15 น. รถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำตาล คันที่จอดปิดท้ายรถพยาบาล นำส่งผู้ป่วยหญิงวัย 69…
-
นิด้าโพลเผยคนไทยเริ่มหมดความอดทน ศึกไทย–กัมพูชา หวั่นยืดเยื้อ
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ ครั้งที่ 1,310เรื่อง“คนไทย ยังอดทนอยู่หรือเปล่า?” ซึ่งดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 14-16 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่างครอบคลุมทุกภูมิภาค ทุกระดับการศึกษา และอาชีพ เกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชาผลการสำรวจครั้งนี้สะท้อนภาพความรู้สึกของคนไทยในภาวะวิกฤตได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะประเด็น "ระดับความอดทน" และ "ความเชื่อมั่น" ต่อการทำงานของภาคส่วนต่างๆเสียงสะท้อนประชาชน "ความอดทน" เริ่มถึงขีดสุดเมื่อเจาะลึกถึงคำถามสำคัญคือ"ความอดทนของประชาชนต่อสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา" ในขณะนี้ พบว่าแม้กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 40.53 จะระบุว่า "ยังมีความอดทนอยู่พอประมาณ" แต่ตัวเลขที่น่าจับตามองคือ ประชาชนร้อยละ 24.43 ระบุว่า "หมดความอดทนแล้ว" และอีกร้อยละ 19.69 ระบุว่า "เริ่มไม่ค่อยมีความอดทนแล้ว"ซึ่งเมื่อรวมสองกลุ่มนี้เข้าด้วยกัน จะมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 44.12 ที่สะท้อนสัญญาณลบต่อสถานการณ์ในขณะที่กลุ่มที่ "ยังมีความอดทนสูงอยู่" มีเพียงร้อยละ 14.74สำหรับภาพรวมของประชาชนในจังหวัดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา (210 หน่วยตัวอย่าง) ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ไม่แตกต่างกันมากนักโดยร้อยละ 24.29 ระบุว่า "หมดความอดทนแล้ว"…
-
รู้แล้ว ผลชันสูตร หญิงไทยดับเปลือยที่ร้านนวดสปาญี่ปุ่น
จากกรณี น.ส.มิ้นท์ (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 20 ปี นักศึกษาแพทย์ปี 2 คณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ขอช่วยตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตของ น.ส.ตูน (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 47 ปี ผู้เป็นแม่ หลังเดินทางไปทำงานนวดสปา ที่เมืองอิบารากิ จังหวัดยูกิ ประเทศญี่ปุ่น แล้วพบเป็นศพเสียชีวิตปริศนาในสภาพเปลือยกายอยู่บนที่นอนนวดภายในร้านนวดสปา เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อว่าแม่เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำอาจจะถูกฆาตกรรมหรือไม่ และขอช่วยส่งศพแม่กลับมาไทย เนื่องจากครอบครัวยากจนไม่มีเงินค่าจัดการศพและค่าดำเนินการส่งศพกลับไทยล่าสุด(18 ต.ค.68)มีการเปิดเผยผลการชันสูตรศพ น.ส.ตูน พบว่า ไม่มีร่องรอยบาดแผลตามร่างกายที่บ่งชี้ว่าเป็นการถูกฆาตกรรม อย่างไรก็ดี มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจเสียชีวิตเนื่องจากอาการป่วยในส่วนเรื่องการศึกษาของน้องมิ้น หลังจากสูญเสียคุณแม่ นางปวีณา ได้ทำหน้าที่แทนแม่ที่เคยส่งเงินให้ลูกไปเรียนทุกวัน วันละ 300 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันระหว่างที่เรียนตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค.เรื่อยมา และช่วงที่น้องมิ้นปิดเทอมจะมาช่วยงานที่มูลนิธิปวีณาฯ เพื่อให้มีรายได้ไว้ใช้จ่ายในการศึกษาต่อไปหากผู้มีจิตอันเป็นกุศลท่านใดต้องการช่วยเหลือให้โอกาสน้องมิ้นได้ทำงานช่วงปิดเทอม หรือทำงานพาร์ทไทม์เพื่อให้มีรายได้เป็นทุนการศึกษา ติดต่อได้ที่มูลนิธิปวีณาฯ โทรฯ 1134, 081-890-1355, 062-560-1636,…
-
เริ่มพรุ่งนี้ 20 ต.ค. ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” รัฐเตือนอย่าหลงกดลิงก์ปลอม
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันกระแสโครงการ "คนละครึ่งพลัส" ของรัฐบาลประชาชนและผู้ประกอบการให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก โดยความคืบหน้านับตั้งแต่เริ่มลงทะเบียนในส่วนผู้ประกอบการร้านค้าฯ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 68 – 17 ต.ค. 68 ณ เวลา 12.00 น. พบว่ามีร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ สำเร็จแล้ว 123,960 ราย แบ่งเป็น 1) ร้านค้ารายเดิม 72,185 ราย และ 2) ร้านค้ารายใหม่ 51,775 ราย ส่วนร้านค้าที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการสมัคร 98,064 ราย แบ่งเป็น 1) รอให้ร้านค้าเข้ามากดยอมรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการฯ 91,917 ราย และ 2) รอดำเนินการตรวจสอบ 6,147 ราย"ขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกอบการร้านค้าที่สนใจและมีคุณสมบัติเป็นไปตามเงื่อนไขที่โครงการฯ กำหนด สามารถทยอยลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากโครงการฯ จะเปิดให้เริ่มสแกนรับเงินจากประชาชนได้จริงในวันที่ 29 ต.ค. 68…
-
ด่วน!จับได้แล้ว‘โจรเขมร’ชิงทองในห้างดังสมุทรปราการ จนมุมคา‘ด่านบ้านแหลม’
ด่วน!จับได้แล้ว‘โจรเขมร’ชิงทองในห้างดังสมุทรปราการ จนมุมคา‘ด่านบ้านแหลม’19 ตุลาคม 2568 ความคืบหน้าเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกชิงทรัพย์ร้านทอง ภายในห้างแห่งหนึ่ง ย่านบางเสาธง โดยใช้ระเบิดปิงปองโยนเข้ามาก่อน จากนั้นใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์เข้าชิงทอง ได้ทองคำรูปพรรณน้ำหนัก 2 บาท ประมาณ 12 เส้น ก่อนหลบหนีไป ต่อมาตำรวจสืบทราบตัวคนร้ายว่าเป็นชาวกัมพูชาล่าสุด พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 รับแจ้งจาก พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการว่า ชุดสืบสวน ภ.จว.สมุทรปราการ และชุดสืบสวน สส.ภ.1 ตดตามจับกุมตัวคนร้ายได้แล้ว ขณะเตรียมหลบหนีออกทางด่าน ตม.บ้านแหลม จ.จันทบุรี ทาง พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ และ พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 แจ้งว่า ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างนำตัวคนร้ายมาสอบสวนเพื่อขยายผลการกระทำความผิดต่อไป
-
อธิบาย ทำไมรถพยาบาลไม่เคลื่อนไปข้างหน้า หลังเจอรถจอดขวาง ทำผู้ป่วยดับ
อธิบาย ทำไมรถพยาบาลไม่เคลื่อนไปข้างหน้า หลังเจอรถจอดขวาง ทำผู้ป่วยดับ ชี้หากรถพยาบาลเดินหน้า จะทำให้ช่วงท้ายรถสูง นำเปลขึ้นรถยากจากกรณีที่โรงพยาบาลปลายพระยา จ.กระบี่ ได้รายงานถึงเหตุการณ์ที่ รถจอดกีดขวางรถพยาบาล จนไม่สามารถนำผู้ป่วยขึ้นรถได้ และสุดท้ายผู้ป่วยรายดังกล่าวได้เสียชีวิต ด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและมีภาวะหายใจล้มเหลว อย่างไรก็ตามก็มีคนตั้งคำถามว่าเพราะเหตุใดรถพยาบาลจึงไม่ได้เคลื่อนไปข้างหน้านั้นล่าสุดเพจ Drama Addict ได้แชร์โพสต์จากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Phloen Khongkan ที่ได้อธิบายถึงประเด็นดังกล่าวว่า “อธิบายอย่างง่ายๆ กับบางคนที่ยังไม่เข้าใจหรือไม่รู้เกี่ยวกับพื้นที่หน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลปลายพระยา บางคนบอกทำไมรถโรงพยาบาลไม่เลื่อนไปข้างหน้าเพื่อเอาคนไข้ขึ้นรถมั่วแต่ไปให้รถกระบะถอยอย่างเดียว อันนี่ผมวาดให้ดูพอเข้าใจ ถ้ารถโรงพยาบาลเดินหน้าไป จะทำให้ช่วงท้ายของรถสูงขึ้นซึ่งยากต่อการนำเปลคนไข้ขึ้นรถเพราะระดับองศาจะไม่ลงล๊อกที่ทางโรงพยาบาลออกแบบระดับระหว่างเปลกับล๊อกภายในรถไว้แล้ว ลองคิดดูอันใหนง่ายกว่า ระหว่างกระบะถอยหลังเพื่อให้เปลคนไข้ขึ้นท้ายรถได้กับชีวิตคนหนึ่งคนผู้เสียชีวิตจะไปถึงโรงพยาบาลที่ส่งต่อหรือไม่ยังไม่รู้ แต่ความเป็นมนุษย์สัตว์อันประเสริฐต้องมีติดตัว ตราปาบของใครคนหนึ่ง!!”ขอบคุณภาพจาก : Phloen Khongkanอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องญาติคุกเข่ายกมือไหว้ ขอให้อีกฝ่ายเลื่อนรถ นำผู้ป่วยขึ้นรถไม่ได้ สุดท้ายเสียชีวิตรพ.ปลายพระยา แจงปมญาติผู้ป่วยขวางรถพยาบาล ทำหญิงวัย 69 ป่วยหลอดเลือดหัวใจดับ
-
เร่งล่าตัว! หนุ่มเขมร บุกเดี่ยวชิงทองห้างดัง 24 บาท สุดท้ายทำตกไม่ได้ไปสักเส้น
เร่งล่าตัว! หนุ่มเขมร บุกเดี่ยวชิงทองห้างดัง 24 บาท สุดท้ายทำตกไม่ได้ไปสักเส้นจากกรณีคนร้ายถือปืนบุกเดี่ยว ปาระเบิดปิงปองเบิกทาง เข้าก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง กวาดทองรูปพรรณไปกว่า 12 เส้น น้ำหนักรวมประมาณ 24 บาท เหตุเกิดภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการล่าสุดวันที่ 19 ต.ค.2568 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ได้ติดตามจนไปพบ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ซูโม่เอ็กซ์ สีขาว-แดง ซึ่งเป็นคันที่คนร้ายใช้ในการหลบหนี จอดอยู่ที่ร้านคาร์แคร์แห่งหนึ่ง ภายในซอยไทยประกัน ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการเจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและสอบถามชาวบ้านที่อยู่บริเวณดังกล่าว จนทราบว่า ผู้ก่อเหตุ ชื่อ นาย อาวช์ ยง อายุ 31 ปี ชาวกัมพูชา หลังนำรถจักรยานยนต์มาจอด ได้ขับรถตู้ของเจ้าของร้านคาร์แคร์ออกไป ก่อนจะนำไปจอดแถวบางปลา แล้วหลบหนีไปต่อขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ภายในร้านทองที่เกิดเหตุ พบว่าสร้อยทองทั้งหมดอยู่ครบ คนร้ายทำตกไว้ในร้านระหว่างหลบหนี จึงไม่ได้ทองไปแม้แต่เส้นเดียว