Category: ทั่วไป
-
สะเทือนวงการ! ผู้บริหารสาวดัง เตือนอาหารเสริมโปรตีนดัง มีผลตรวจพบปริมาณโปรตีนเพียง 8.59%
สะเทือนวงการ! ผู้บริหารสาวดัง เตือนอาหารเสริมโปรตีนดัง มีผลตรวจพบปริมาณโปรตีนเพียง 8.59% ชวนผู้บริโภคตรวจสอบก่อนซื้อจากกรณีที่กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ภายหลังจาก คุณฝ้าย ศดานันท์ ทองหนูนุ้ย ผู้บริหารบริษัทผู้ผลิตอาหารเสริม และผู้ก่อตั้ง CEO Factory ออกมาโพสต์เปิดเผยผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมประเภทโปรตีน พร้อมตั้งคำถามถึงมาตรฐานของสินค้าในท้องตลาด และเชิญชวนให้ผู้บริโภคร่วมตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อในโพสต์ดังกล่าว คุณฝ้ายระบุว่า แม้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะมียอดจำหน่ายจำนวนมากในตลาด แต่จากการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างกลับพบว่ามีปริมาณโปรตีนค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับที่ผู้บริโภคคาดหวัง โดยจากเอกสารผลตรวจระบุว่า ในตัวอย่างผลิตภัณฑ์ปริมาณ 100 กรัม พบโปรตีนประมาณ 8.56 กรัม ขณะที่พบ คาร์โบไฮเดรตหรือแป้งสูงถึงประมาณ 79.5 กรัมต่อ 100 กรัม และมี น้ำตาลรวมประมาณ 9.38 กรัมต่อ 100 กรัมตัวเลขดังกล่าวสร้างความตกใจให้กับผู้บริโภคจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ที่เลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทโปรตีนเพื่อดูแลสุขภาพภายหลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้ใช้งานโซเชียลจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ต่อเป็นวงกว้าง หลายคนตั้งคำถามเกี่ยวกับข้อมูลที่ระบุไว้บนฉลากผลิตภัณฑ์ หากผลการตรวจวิเคราะห์มีความแตกต่างจากที่ผู้บริโภครับรู้ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ คุณฝ้าย เคยออกมาให้สัมภาษณ์ในรายการ วู้ดดี้ โดยพูดถึงประเด็นเกี่ยวกับ ฉลากโภชนาการของผลิตภัณฑ์อาหารเสริม โดยเฉพาะสินค้าประเภทโปรตีนและอาหารเสริมที่มีการเคลมว่า “น้ำตาล 0%” แต่เมื่อมีการตรวจวิเคราะห์กลับพบว่ามีปริมาณน้ำตาลอยู่ ทำให้ประเด็นเรื่องความโปร่งใสของข้อมูลบนฉลากอาหารเสริมได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากขึ้นขณะเดียวกัน ภายหลังด้าน…
-
สำนักงานตำรวจ แจ้งเตือนด่วน! ถึงประชาชนทุกคน อย่าทำเด็ดขาด
วันที่ 15 มีนาคม 2569 เพจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับพฤติกรรมบนโลกออนไลน์ที่อาจเสี่ยงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ โดยขอให้ประชาชนหยุดทำ 3 พฤติกรรมสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวในพื้นที่สาธารณะวันที่ 15 มีนาคม 2569 เพจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับพฤติกรรมบนโลกออนไลน์ที่อาจเสี่ยงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ โดยขอให้ประชาชนหยุดทำ 3 พฤติกรรมสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวในพื้นที่สาธารณะสำหรับพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ การพิมพ์ข้อมูลส่วนตัวลงในคอมเมนต์ของเพจสาธารณะ เช่น การพิมพ์ชื่อ ที่อยู่ หรือหมายเลขโทรศัพท์กลางไลฟ์สด รวมถึงการพิมพ์วัน เดือน ปีเกิด หรือเวลาตกฟากในเพจดูดวงนอกจากนี้ยังรวมถึงการพิมพ์เลขบัญชีธนาคารพร้อมชื่อนามสกุลลงในเพจแจกเงิน หรือเพจรับบริจาค ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อาจถูกมิจฉาชีพนำไปใช้ในทางที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับเจ้าของข้อมูลได้ทั้งนี้ ทางหน่วยงานระบุว่า มิจฉาชีพมักเฝ้าติดตามข้อมูลบนโลกออนไลน์ และอาจนำข้อมูลของประชาชนไปใช้ทำร้ายเจ้าของข้อมูลเอง จึงขอให้ทุกคนเพิ่มความระมัดระวังในการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลดังกล่าวได้รับการเผยแพร่โดยอ้างอิงจาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมระบุว่าเป็นการแจ้งเตือนด้วยความปรารถนาดีจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลบนโลกออนไลน์เรียบเรียงโดย มุมข่าว
-
แอ็คมี่ วรวัฒน์ ฟ้องหมิ่น อี้ แทนคุณ ปมแฉหลอกลงทุนคริปโตสูญ 1.3 พันล้าน
“แอ็คมี่ วรวัฒน์” เอาจริง ส่งทนายฟ้องอาญา “แทนคุณ” ข้อหาหมิ่นประมาท ปมแฉหลอกลงทุนคริปโตสูญกว่า 1.3 พันล้านผู้สื่อข่าวรายงาน นายวรวัฒน์ นาคแนวดี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “แอ็คมี่” นักธุรกิจและนักลงทุนชื่อดัง ได้มอบหมายให้ทีมทนายความยื่นฟ้องดำเนินคดีอาญากับ นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาจากเอกสารคำฟ้องและหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน ฉบับลงวันที่ 16 มีนาคม 2569 ระบุว่า นายวรวัฒน์ นาคแนวดี (โจทก์) ได้ยื่นฟ้อง นายแทนคุณ จิตต์อิสระ (จำเลย) ต่อศาลอาญา ในความผิดฐานหมิ่นประมาทและหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 ซึ่งศาลได้ประทับรับฟ้องไว้พิจารณาแล้ว เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.750/2569ต้นตอของการฟ้องร้อง สาเหตุหลักมาจากการที่มีการเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย กล่าวหาพาดพิงว่า “แอ็คมี่ วรวัฒน์” มีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชนให้ร่วมลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล มีผู้เสียหายจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,300 ล้านบาท พร้อมทั้งมีการกล่าวอ้างว่าได้ให้สัญญาผลตอบแทนสูงถึง 500 เท่าหนังสือชี้แจงจากทีมกฎหมายระบุว่า ข้อกล่าวหาทั้งหมดนั้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง และเป็นการกล่าวอ้างที่ปราศจากข้อเท็จจริงรองรับใดๆ ทั้งสิ้น…
-
ข่าวจริง! โดนเห็บกัดเสี่ยงติดเชื้อ SFTS บางรายรุนแรงถึงสมองอักเสบ
เห็บกัดเสี่ยงติดเชื้อไวรัส SFTS โดยไทยมีรายงานผู้ป่วยยืนยันแล้ว บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น สมองอักเสบหรืออวัยวะล้มเหลว แต่อาการรุนแรงไม่ได้เกิดกับทุกคนAnti-Fake News Center Thailand เปิดเผยว่า หากโดนเห็บกัด เสี่ยงทำให้สมองอักเสบ โดย ข่าวจริง ยืนยันโดย : สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยยืนยันจากเชื้อโรค Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome (SFTS) เกิดจากเชื้อไวรัส SFTSV ซึ่งมีเห็บเป็นพาหะนำโรค ผ่านการสัมผัสเห็บหรือสัตว์เลี้ยงการติดเชื้อในคนส่วนใหญ่มีอาการไข้สูง เกล็ดเลือดต่ำ และเอนไซม์ตับสูง ในบางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ภาวะอวัยวะล้มเหลวหลายระบบไวรัส SFTS พาหะจากเห็บ เสี่ยงถึงชีวิตหากรักษาช้า แนะเฝ้าระวังสัตว์เลี้ยง ข่าวจริง! เชื้อวิบริโอแฝงตัวในหอยนางรมดิบ เสี่ยงติดเชื้อในกระแสเลือด หรือภาวะเยื่อหุ้มสมองและสมองอักเสบ (meningoencephalitis) ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แต่ไม่ใช่ทุกรายที่ถูกเห็บกัดจะเกิดอาการรุนแรง โดยอัตราป่วยและเสียชีวิตอยู่ระหว่าง 5–28%อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ข่าวจริง! โดนเห็บกัดเสี่ยงติดเชื้อ SFTS บางรายรุนแรงถึงสมองอักเสบติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่-…
-
เปิดตัวเลข “อาเด๋อ ดอกสะเดา” เขียนให้ “ตี๋ ดอกสะเดา” ตอนมาเยี่ยม
จากกรณีที่ก่อนหน้านี้บรรดาเพื่อนพ้องพี่น้องในวงการตลกและลูกทุ่ง ต่างสลับหมุนเวียนกันเดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจ “อาเด๋อ ดอกสะเดา” ถึงข้างเตียงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น อาเป็ด เชิญยิ้ม, โย่ง เชิญยิ้ม, ตูมตาม เชิญยิ้ม, ตี๋ ดอกสะเดา, ยาว อยุธยา, สุเทพ สีใส, บอล เชิญยิ้ม, น้าพวง เชิญยิ้ม และ กระรอก เชิญยิ้ม ที่พร้อมใจกันมาให้กำลังใจรุ่นพี่ที่เคารพรักบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง ลูกศิษย์และเพื่อนร่วมวงการต่างมานั่งพูดคุย ร้องเพลง และหยอกล้อกันตามประสาคนคุ้นเคย ทำให้ “อาเด๋อ ดอกสะเดา” มีสีหน้าสดใส ยิ้มแย้ม และหัวเราะไปกับทุกคนอย่างมีความสุขช่วงหนึ่งของการเยี่ยม “ตี๋ ดอกสะเดา” ถึงกับรู้สึกซาบซึ้ง เมื่ออาเด๋อเขียนข้อความในกระดาษเป็นคำถามสั้น ๆ ว่า “ขายของดีไหม” สะท้อนความห่วงใยที่ยังมีให้กันเสมอนอกจากนี้ อาเด๋อยังเขียนตัวเลข 3 5 7 ลงบนกระดาษ ทำเอาคนรอบข้างพากันแซวกันสนุกว่าจะออกไหม ก่อนที่เจ้าตัวจะส่ายหน้าเหมือนไม่รู้ พร้อมหัวเราะออกมา สร้างบรรยากาศครื้นเครงและรอยยิ้มให้กับทุกคนในห้องอีกครั้ง
-
หมายถึงใคร!! เจ๊เอ๋ เคลื่อนไหว ตอนมีตำแหน่ง คนละคนเลยนะ!
เจ๊เอ๋ โพสต์ถึงใคร? ตอนมีตำแหน่งกับไม่มีตำแหน่ง คนละคนเลยผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า กำลังเป็นประเด็นร้อนสำหรับกรณีใบ ป.3 สำหรับ นางสาวณัฐฐารินทร์ เกษมสารพิพัฒน์ หรือ เจ๊เอ๋ คนดังในโลกออนไลน์ โดยล่าสุดเจ้าตัว โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า2ปีที่แล้วตอนที่ยังไงมีตำแหน่งกับตอนมีตำแหน่งคนละคนเลยนะ#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS
-
เลขเด็ดทักษามหารานี 16 มี.ค. 69 “อาจารย์ออร่า”ให้โชค ชุด 3 ตัว-2 ตัว จัดด่วน!
คอหวยตาลุกวาว! เปิดแนวทางเลขเด็ดชุดล่าสุดจาก เมื่อวันที่ 15 มี.ค. กลายเป็นที่ฮือฮาในโลกโซเชียล โดยเฉพาะในเว็บไซต์ Postjung เมื่อมีการเปิดเผยเลขเด็ดแนวทาง "ทักษามหารานี" ของ อาจารย์ออร่า มหารานี ประจำงวดวันที่ 16 มีนาคม 2569 ซึ่งงวดนี้ตารางเลขเด่นปรากฏเลข 4, 1, 7, 3, 5, 2 ที่เหล่าเซียนหวยต่างนำไปจับคู่รวยกันเพียบโดยมีเลขชุดที่น่าสนใจและเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ ได้แก่:ชุดเลขท้าย 3 ตัว: 417, 142, 735, 325, 513ชุดเลขท้าย 2 ตัว: 17, 32, 54, 71, 24ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวเป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคลและเป็นสถิติเลขเด็ดที่นำมาแบ่งปันกันเท่านั้น อาจารย์ออร่าเน้นย้ำให้คอหวยใช้วิจารณญาณในการเลือกซื้อ และขอให้โชคดีได้รับทรัพย์ก้อนโตกันถ้วนหน้าในงวดนี้!
-
สาวสู้มะเร็ง โหมงานหวังเลี้ยงครอบครัว ท้องเสียรุนแรงช็อกดับลำพัง
เพื่อนร่วมงานรุดตามหาหลังขาดการติดต่อ พบร่างสุดเวทนาคาห้องพักบางพลี เผยผู้ตายขยันตัวเป็นเกลียวทำงานควบคู่โชว์รูม-เชียร์เบียร์แม้ป่วยหนักเมื่อเวลา 21.40 น. วันที่ 15 มีนาคม 2569 พ.ต.ท.กิตติภณ พลเดช สารวัตรสอบสวน สภ.บางพลี ได้รับแจ้งเหตุสลดพบผู้เสียชีวิตภายในอพาร์ทเม้นท์ย่าน ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จึงรุดเข้าตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในที่เกิดเหตุบริเวณชั้น 4 พบร่างนางสาวสมร (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี พนักงานสาวโชว์รูมรถจักรยานยนต์และสาวเชียร์เบียร์ เสียชีวิตในสภาพนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง ภายในห้องพบร่องรอยความเจ็บป่วยรุนแรง มีคราบอุจจาระปนเลือดกระจายอยู่บนที่นอนและพื้นห้องเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่พบบาดแผลจากการถูกทำร้าย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมงเพื่อนร่วมงานเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังทั้งน้ำตาว่า ผู้ตายเป็นคนกตัญญูและขยันมาก กลางวันทำงานโชว์รูมรถจักรยานยนต์ ตกกลางคืนรับจ้างเป็นสาวเชียร์เบียร์ แม้ช่วง 2 ปีหลังจะป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองจนร่างกายซูบผอมลง แต่ก็ยังกัดฟันไปทำงานตลอดกระทั่ง 12 มี.ค. ที่ผ่านมา ผู้ตายส่งข้อความมาขอลางานเนื่องจากท้องเสียและไม่สบาย จากนั้นก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย เพื่อนๆ จึงพากันมาหาที่ห้องจนพบเรื่องสลดดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานเบื้องต้นว่า อาการป่วยมะเร็งเดิมประกอบกับสภาวะท้องเสียขั้นรุนแรง อาจทำให้ร่างกายของผู้ตายเกิดภาวะขาดน้ำเฉียบพลันและหมดสติ จนนำไปสู่สภาวะช็อกหัวใจวายโดยที่ไม่มีใครสามารถเข้ามาให้การช่วยเหลือได้ทันเวลาด้านญาติที่เดินทางมาจากจังหวัดขอนแก่นระบุว่าไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ส่งร่างไปชันสูตรอย่างละเอียดที่สถาบันรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ เพื่อยืนยันสาเหตุการตายที่แน่ชัดอีกครั้งก่อนมอบร่างให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป.อ่านข่าวเพิ่มเติมภรรยา 1 ใน 20 ลูกเรืออุ้มลูกร้อเก้อ-ไม่ได้พบสามี จนท.ไม่แจ้งรายละเอียดช็อก…
-
ด่วน! บุคลากรแพทย์ รพ.ดัง ไม่ทน รวมตัวค้านเวร 12 ชั่วโมง รู้สาเหตุแล้วหดหู่
วันที่ 16 มี.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊กชื่อ เชียงราย108 ได้ออกมาโพสต์ระบุว่า ด่วนบุคลากรแพทย์ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ รวมพลังคัดค้าน เวร 12 ชั่วโมง ลั่นคนไม่ใช่หุ่นยนต์ บริเวณลานหน้าเสาธง โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าวันที่ 16 มี.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊กชื่อ เชียงราย108 ได้ออกมาโพสต์ระบุว่า ด่วนบุคลากรแพทย์ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ รวมพลังคัดค้าน เวร 12 ชั่วโมง ลั่นคนไม่ใช่หุ่นยนต์ บริเวณลานหน้าเสาธง โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าบรรยากาศการรวมตัวเต็มไปด้วยเสียงสะท้อนจากผู้ปฏิบัติงานจริง โดยมีป้ายข้อความที่สื่อถึงความอัดอั้นและภาระที่หนักอึ้ง เช่น คืนคุณภาพชีวิตให้พยาบาล บุคลากรหน้างานจะไม่ทน, 12 ชม. ไม่ได้ลด burnout แต่เพิ่มภาระ, โปรดช่วยรับฟังความคิดเห็นของ ผู้ปฏิบัติงาน เวร 12 ชม. มีผลต่อครอบครัว และประโยคที่สะท้อนความรู้สึกได้ชัดเจนที่สุดคือ ลด Burnout…
-
เปิดเอกสารลับ 120 ปี ข้อตกลง สยาม – ฝรั่งเศส ใช้สันหน้าผาแบ่งเขตแดน
อ.ปานเทพ พร้อมทายาทบุคคลสำคัญและนักวิชาการ เปิดเอกสารลับสยาม–ฝรั่งเศสกว่า 120 ปี ระบุใช้ “สันหน้าผา” เทือกเขาพนมดงรักเป็นเส้นแบ่งเขตแดนไทย–กัมพูชา ไม่ใช่แนวสันปันน้ำตาม MOUนอกจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางแล้ว ประเด็นข้อพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชายังคงต้องจับตา โดยเฉพาะเรื่องการปักปันเขตแดนที่ยังมีข้อถกเถียง ล่าสุด อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน พร้อมทายาทบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ ร่วมแถลงข่าวเปิดเอกสารการประชุมลับระหว่าง สยาม–ฝรั่งเศส เมื่อกว่า 120 ปีก่อน ระบุชัดใช้ “สันหน้าผา” เป็นเส้นแบ่งเขตแดน ไทยอยู่ด้านบน กัมพูชาอยู่ด้านล่าง ไม่ใช่แนวสันปันน้ำตาม เอ็มโอยู (MOU)อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน นำทายาทบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ร่วมแถลงข่าว ได้แก่ ทายาทตระกูลสนิทวงศ์ ของ เจ้าพระยาวงษานุประพัทธ์ หัวหน้าคณะกรรมการปักปันเขตแดนสยาม–ฝรั่งเศสฝ่ายไทย รวมถึง น.ส.เปรมิกา สุจริตกุล บุตรสาวของ ศ.ดร.สมปอง สุจริตกุล ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศ และอดีตทนายความคดีปราสาทพระวิหารนอกจากนี้ ยังมีนักวิชาการร่วมแถลง ได้แก่ ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์, อ.คมสัน โพธิ์คง, อ.วิศรุต สำลีอ่อน และ…