Category: ทั่วไป

  • บริษัทดัง เลิกจ้างงานต่างชาติ 1,450 คน ยันชดเชยให้ตามกฎหมาย

    บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็กโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประกาศเลิกจ้างงานต่างชาติ 1,450 คน พร้อมยืนยันชดเชยให้ตามกฎหมายเมื่อวันที่ 30 ก.ย.68 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย แรงงานจังหวัดเพชรบุรี ,สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 35 เพชรบุรี ประกันสังคม ,สวัสดิการและคุ้มครองจังหวัดเพชรบุรี ,จัดหางานจังหวัดเพชรบุรี ได้ร่วมกับบริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี แจ้งสิทธิต่างๆ ที่ลูกจ้างจะได้รับ และข้อกฏหมายต่างๆ ที่บริษัทแคล-คอมพ์ฯ ต้องทำ กรณีบริษัทแคล-คอมพ์ฯ มีความจำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงานชาวต่างชาติ จำนวน 1,450 คน ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.68ทั้งนี้ตามที่บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็กโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงานจำนวน 1,450 คน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.68…

  • ม้าสีหมอกปล่อยเลขเด็ดงวด 1 ต.ค. 68 มีทั้งเลขเด่นและเลขรอง คอหวยลุ้นจับคู่ทำเงิน

    ม้าสีหมอกปล่อยแนวทางงวด 1 ต.ค. 68 คอหวยแห่จับตาเตรียมลุ้นจับคู่เลขสองตัว พร้อมแนะตรวจสอบแหล่งข้อมูลและเทียบสำนักอื่นเพื่อเพิ่มความมั่นใจเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ก่อนวันออกสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2568 (1/10/68) สำนักใบ้เลขชื่อดัง “ม้าสีหมอก” ได้เผยแนวทางเลขเด็ดประจำงวดออกมาแล้ว โดยงวดนี้ให้ เลขเด่น 1 และเลขรอง 4 สร้างความคึกคักให้บรรดานักเสี่ยงโชคที่กำลังมองหาเลขนำโชคไปลุ้นรางวัลใหญ่มุมวิเคราะห์เลขเด็ดม้าสีหมอก (1 ต.ค. 68)จับคู่เลขสองตัว : เลขรอง 4 ถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการผสมกับเลขเด่น 1 เพื่อสร้างชุดเลขสองตัวที่มีโอกาสเข้าเป้า เช่น 14-41 หรือการจับคู่เลขอื่นตามสูตรของแต่ละคนตรวจสอบแหล่งข้อมูล : เลขม้าสีหมอกงวดนี้ส่วนใหญ่แพร่ผ่านเพจและกลุ่มหวยในโซเชียลมากกว่าสำนักข่าวหลัก คอหวยควรตรวจสอบความถูกต้อง และคัดกรองเลขที่อาจเป็นเพียงข่าวลือเสริมแนวทางจากสำนักอื่น : การพิจารณาเลขจากม้าสีหมอกเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ คอหวยนิยมเทียบกับเลขจากสำนักอื่น เช่น เลขธูป, หวยศิลาเลข, หรือ เลขล็อกจ้าวพายุ เพื่อเพิ่มความมั่นใจและโอกาสในการถูกรางวัลอย่างไรก็ตาม การเล่นหวยควรใช้วิจารณญาณและเล่นอย่างมีสติ เพื่อความสนุกสนานและไม่กระทบต่อการเงินของตนเอง.

  • เลขเครื่องบินส่วนตัวนายกฯอนุทิน ในภารกิจหัวใจติดปีก จ.เลย – กทม.

    เมื่อเวลา 16:00 น. วันที่ 30 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขับเครื่องบินส่วนตัวพาคณะแพทย์เดินทางไปจังหวัดเลย เพื่อภารกิจด่วนในการผ่าตัดนำอวัยวะจากผู้เสียชีวิตที่ครอบครัวบริจาคไว้โดยทีมแพทย์ที่ร่วมเดินทาง ประกอบด้วยอ.นพ.พัชร อ่องจริต – ศัลยแพทย์ทรวงอกและหัวใจ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอ.นพ.ธรรศ ตั้งกิจวนิชกุล – แพทย์ประจำบ้านสาขาศัลยศาสตร์ทรวงอก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยภารกิจดังกล่าวเป็นการนำอวัยวะที่ยังใช้งานได้ ไปช่วยชีวิตผู้ป่วยวิกฤต ล่าสุดรายงานว่า การผ่าตัดเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้บริจาคเป็นชายอายุ 19 ปี มอบอวัยวะหลายส่วน ได้แก่ ดวงตา 2 ข้าง ตับ ตับอ่อน ไต 2 ข้าง และหัวใจนายอนุทินได้พบกับครอบครัวผู้บริจาค และกล่าวด้วยความซาบซึ้งว่า “นี่คือการทำบุญครั้งใหญ่ หัวใจดวงนี้จะกลับไปเต้นใหม่ภายใน 6 ชั่วโมง” พร้อมสวมกอดพ่อแม่ของผู้บริจาคเพื่อเป็นกำลังใจพร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีเปิดเผยภายหลังว่า ภารกิจครั้งนี้เกิดจากทีมแพทย์ประสานงานเข้ามา แต่ไม่สามารถหาเที่ยวบินพาณิชย์ไปจังหวัดเลยได้ทัน ตนจึงอาสาขับเครื่องบินไปช่วยด้วยตัวเองทั้งนี้ ภารกิจลักษณะนี้ไม่ใช่ครั้งแรก โดยนายอนุทินเคยปฏิบัติภารกิจ “หัวใจติดปีก”…

  • เสียศักดิ์ศรีมาก! เจี้ยบ อมรัตน์ โพสต์เดือด ขอประนาม จุลพงศ์ ทำพรรคส้มโดนฉีกหน้ากลางสภา

    เสียศักดิ์ศรีมาก! เจี้ยบ อมรัตน์ โพสต์เดือด ขอประนาม จุลพงศ์ ทำพรรคส้มโดนฉีกหน้ากลางสภาเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ที่ผานมา นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีตส.ฃส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Amarat Chokepamitkul อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ถึงกรณีนายจุลพงศ์ อยู่เกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ทำหนังสือถึงนายเนวิน ชิดชอบ และ ครอบครัวชิดชอบ เพื่อขอโทษและแสดงความรับผิดชอบต่อการอภิปรายถึงที่ดินเขากระโดง ระหว่างการลงมติไม่ไว้างใจนายกฯ เพราะเป็นข้อมูลเท็จนั้นโดยในโพสต์ ระบุว่า ขอประนามความขี้ขลาดตาขาว ของนายจุลพงศ์ อยู่เกษ สส.บัญชีรายชื่อผู้สร้างความน่าอับอายให้กับ พรรคประชาชน ในเหตุการณ์นี้ นายจุลพงศ์ได้เคยอภิปรายเรื่องเขากระโดงเอาไว้ประมาณต้นปี 68 ทางพรรคไม่มีใครทราบว่าต่อมาได้ถูกนายเนวินฟ้องหมิ่นประมาท ความหวาดกลัว หรือจะความรู้สึกอื่นใดอีกไม่ทราบได้ ทำให้นายจุลพงศ์ตัดสินใจแอบไปทำหนังสือขออภัยต่อนายเนวินเงียบ ๆ ไม่บอกกล่าวใคร พร้อมทั้งบริจาคเงินให้รพ.บุรีรัมย์ 1 หมื่นบาทสิ่งเลวร้ายที่รับไม่ได้ คือ ในหนังสือขอโทษมีเนื้อหาโยนความผิดให้ทีมงานพรรค อ้างว่าตัวเองเป็นสส.ใหม่ไม่รู้เรื่อง ประมาณไร้เดียงสา ตนเพียงแสดงไปตามบทที่ทางพรรคจัดสรรมาให้เท่านั้นซึ่งข้อเท็จจริง คือ…

  • รถชนว่าพีกแล้ว แต่มีเรื่องที่พีกกว่า ลูกค้าสาวลงไปช่วย ถึงบ้านเพิ่งรู้ ถือถุงก๋วยเตี๋ยวคนเจ็บกลับมาด้วย

    รถชนต่อหน้าว่าพีกแล้ว แต่มีเรื่องที่พีกกว่า ลูกค้าสาวลงไปช่วย ถึงบ้านเพิ่งรู้ ถือถุงก๋วยเตี๋ยวคนเจ็บกลับมาด้วย ตามหาป้าคนเจ็บ จะซื้อไปคืนให้วันที่ 30 ก.ย.68 สมาชิก TikTok @jz_bro1993 ซึ่งเป็นไรเดอร์ โพสต์คลิปขณะไปส่งลูกค้าแต่มาเจออุบัติเหตุ เลยเข้าไปช่วยเหลือ แต่ความพกคือ ลูกค้าหยิบก๋วยเตี๋ยวของคนเจ็บกลับบ้านไปด้วย โดยระบุข้อความว่า "รถชนว่าพีคแล้วนะ แมร่งมีพีคกว่า ลูกค้าผมไปช่วยเก็บของให้เขา หยิบถุงก๋วยเตี๋ยวติดมือมาเฉย"โดยในคลิปขณะที่ผู้โพสต์กำลังขี่รถจยย.ไปส่งลูกค้าสาวคนหนึ่ง ระหว่างทางมาเจออุบัติเหตุรถจยย.ชนกันพลิกคว่ำต่อหน้า จึงรีบจอดรถเข้าไปช่วยเหลือ ลูกค้าสาวจึงลงไปดูคนเจ็บที่เป็นผู้หญิง แล้วหยิบถุงก๋วยเตี๋ยวถือไว้ให้ เพราะคิดว่าช่วยเหลืออะไรก็ช่วยไปก่อน อย่างเช่นเก็บของที่ตกบนพื้นหลังจากนั้นช่วยเหลือแล้ว ผู้โพสต์ก็บอกให้คู่กรณีทั้ง 2 คนเคลียร์เรื่องอุบัติเหตุกันเอง เพราะดูแล้วไม่ได้เจ็บอะไรเยอะ อาจมีบาดแผลถลอกเล็กน้อย แต่ลูกค้าสาวดันลืมไปว่ายังถือถุงก๋วยเตี๋ยวของคนเจ็บอยู่เพราะมัวแต่ไปโฟกัสเรื่องอุบัติเหตุ แล้วลืมคืนให้ พร้อมกับขึ้นนั่งซ้อนท้ายรถจยย.กลับบ้านจากนั้นผู้โพสต์ก็ระบุอีกว่า "ใครพอจะรู้จักบุคคลในภาพไหมครับน้องที่เป็นลูกค้าทักมาหาผมจะซื้อก๋วยเตี๋ยวไปคืนป้าครับใครพอจะทราบมั้ยครับว่าป้าอยู่ที่ไหน ถ้าใครรู้จักทักมาหาผมหน่อยนะครับ"อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รถชนว่าพีกแล้ว แต่มีเรื่องที่พีกกว่า ลูกค้าสาวลงไปช่วย ถึงบ้านเพิ่งรู้ ถือถุงก๋วยเตี๋ยวคนเจ็บกลับมาด้วยติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.khaosod.co.th

  • ตามต่อ หวยเดลินิวส์ ล่าสุด 1/10/68 สรุปให้ 3 ตัว 2 ตัว หวยออกวันพุธ

    ไปกันต่อ หวยเดลินิวส์ ล่าสุด แนวทาง หวยออกวันพุธ 1 ตุลาคม 2568 สรุปให้ 3 ตัว 2 ตัว แฟนคลับแห่ตามต่อ เลขเด็ดเดลินิวส์ รอบก่อน 58 เต็มๆข่าวเลขเด็ดงวดนี้ สำหรับ สำนักพิมพ์เดลินิวส์ ถือเป็น 1 ใน 3 สำนักพิมพ์ที่มีคนเฝ้ารอติดตามคอลัมเลขเด็ดอยู่เป็นจำนวนมาก แถมเดลินิวส์ ยังถือว่าอยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนานคอลัมเลขเด็ด เชื่อว่าแฟนคลับ และเหล่านักวิเคราะห์ตัวเลข หลาย ๆ คนต่างรู้จักชื่อเสียงสำนักนี้เป็นอย่างดี เนื่องจากให้แนวทางเข้าเป้ามาแล้วหลายรอบ อย่างในรอบ 16 ก.ย. 68 ที่ผ่านมา ก็ให้แนวทางเลข 58 ซึ่งตรงกับรางวัลเลขท้าย 2 ตัว พอดี มีแฟนคลับได้เฮรับโชคอยู่ไม่น้อย งานนี้อย่ารอช้าเราไปดูกันว่า หวยเดลินิวส์ ล่าสุด หวยออกวันพุธ 1 ตุลาคม 2568 มีเลขอะไรน่าสนใจบ้างข่าวที่น่าสนใจสะเทือนขวัญ หนุ่มราดน้ำมันจุดไฟเผาตัวเอง คาด…

  • ขัตติยา สวน! ไชยชนก พรรคท่านเพิ่งมาเป็นแกนนำ ทำไมมีคำกล้าเสนอเงินเร็วขนาดนี้

    ขัตติยา สวนกลับ! ไชยชนก รัฐมนตรีเพื่อไทยไม่เคยได้รับการติดต่อเรื่องสินบน ห่วง! จะเกิดขึ้นในรัฐบาลนี้มากกว่าผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า เดียร์ ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์หรือเอ็กซ์ ระบุว่าเห็นท่าน รมต.ดีอี ป้ายแดง อภิปรายว่ามีคนกล้าเสนอเงินถึง 40 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อแลกกับการไม่จับและปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยท่านก็ตั้งคำถามว่า นี่เป็น “ประเพณีปฏิบัติ” ตั้งแต่สมัยรัฐบาลเพื่อไทยหรือไม่ดิฉันในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย ขอชี้แจงว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาภายใต้รัฐบาลเพื่อไทย ไม่เคยปรากฏกรณีที่มีผู้ใดติดต่อรัฐมนตรีของพรรคเราเพื่อเสนอสินบน เพราะแนวทางของเรามีจุดยืนชัดเจนในการปราบปรามอาชญากรรมและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันมาโดยตลอดดิฉันอยากย้อนถามกลับไปยังท่านรัฐมนตรีว่า เหตุใดพอพรรคของท่านเพิ่งมาเป็นแกนนำรัฐบาลไม่กี่วัน ถึงได้มีคนกล้ารีบติดต่อหาท่านเพื่อเสนอเงินเร็วเพียงนี้หรือเป็นเพราะพรรคของท่านมีภาพลักษณ์ที่ทำให้เหล่ามิจฉาชีพเข้าใจไปว่า มีช่องทางในการพูดคุยเรื่องที่ผิดกฎหมายเช่นนี้ได้ ใช่หรือไม่?“ประเพณีปฏิบัติ” ที่ท่านกล่าวมา ดิฉันกังวลใจว่ามันอาจกำลังจะเริ่มขึ้นในรัฐบาลชุดนี้มากกว่าหรือไม่คะที่สำคัญ การที่มีคนพยายามติดต่อเสนอเงินเช่นนี้ ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 ฐาน “ให้สินบนเจ้าพนักงาน” ท่าน รมต.ป้ายแดงจึงยิ่งต้องพิสูจน์ความจริงใจ ด้วยการหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ ไม่ใช่เพียงใช้เวทีของสภาเพื่อโยนคำถามให้พรรคอื่นเสียหายเพราะหากปล่อยไว้โดยไม่เร่งดำเนินการ จะยิ่งย้อนกลับมาทำลายภาพลักษณ์ของรัฐบาลและพรรคของท่านเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้มากกว่าค่ะ#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

  • ประกาศแล้ว! กรมอุตุฯ เตือนฉบับสุดท้าย พายุบัวลอยพัดถล่ม ฝนตกหนักถึงหนักมาก หลายพื้นที่

    ประกาศแล้ว! กรมอุตุฯ เตือนฉบับสุดท้าย พายุบัวลอยพัดถล่ม ฝนตกหนักถึงหนักมาก หลายพื้นที่วันที่ 30 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานเรื่อง พายุ บัวลอย และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 15 (276/2568)หย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุ บัวลอย ปกคลุมบริเวณประเทศเมียนมาตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขังสำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วันขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24…

  • เช็กเงื่อนไขบัตรคนจน เติมเงินเพิ่ม 1,700 บาท ใครได้สิทธิ์-ใช้ยังไง?

    ครม. ไฟเขียวเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1,700 บาท แจกผู้ถือสิทธิ์ 13.4 ล้านคน พ.ย.–ธ.ค. 2568 ส่วนโครงการคนละครึ่งพลัส รอ ครม. พิจารณาสัปดาห์หน้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก วันที่ 30 กันยายน 2568 มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ใช้งบกลางเหลือจ่ายปีงบประมาณ 2568 จำนวน 22,780 ล้านบาท เติมเงินให้กับผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) รวมกว่า 13.4 ล้านคนเติมเงินบัตรสวัสดิการ 2 เดือนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับเงินเพิ่ม 2 งวดพฤศจิกายน 2568 จำนวน 850 บาทธันวาคม 2568 จำนวน 850 บาทรวมเป็น 1,700 บาทต่อคน ตลอดโครงการ เมื่อรวมกับวงเงินเดิมที่ได้รับอยู่ 300 บาทต่อเดือน จะกลายเป็น 1,150 บาทต่อเดือน ในช่วงสองเดือนดังกล่าว โดยเงินช่วยเหลือนี้ไม่ใช่รูปแบบคนละครึ่ง แต่เป็นสิทธิ์เต็มจำนวน…

  • เขมรเริ่มสติแตก!โวยแหลกสื่อระดับโลกเข้าข้างไทย คนไทยหัวอ่อนเชื่อข่าวบิดเบือน

    แคมโบเดียเนสส์ รายงานในเหตุปะทะตามแนวชายแดนกัมพูชาและไทยเมื่อช่วงปลายเดือนกรกฏาคม ไม่ใช่แค่การต่อสู้กันด้วยปืนใหญ่และแสนยานุภาพทางอากาศเท่านั้น แต่มันยังเป็นการสู้รบกันในหนังสือพิมพ์ หน้าจอโทรทัศน์และทั่วสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมส่งเสียงโวยสื่อระดับโลกทั้งหลาย ให้ความสำคัญกับเรื่องเล่าของไทยมากกว่า และประชาชนคนไทยก็เชื่อตามนิยายคำบอกเล่าเหล่านั้นรายงานของแคมโบเดียเนสส์ โวยวายว่าสุ้มเสียงของกัมพูชาผลักไสไล่ส่ง ผิดกับเรื่องเล่าของไทยกลายเป็นเรื่องใหญ่ และที่เลวร้ายกว่านั้น สำนักข่าวตะวันตกบางแห่งเพียงแค่ถ่ายทอดเรื่องเล่าแบบเดียวกันเหล่านั้นเฉยๆ ตอกย้ำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเขาคิดว่ามันเป็นความจริงที่ได้รับการพิสูจน์แล้วแคมโบเดียเนสส์ บอกว่าข้อเป็นจริงมันซับซ้อนมากกว่าข่าวพาดหัว ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ พิพากษา 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี 1962 และอีกครั้งในปี 2013 ว่าประสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบเป็นของกัมพูชา (ข้อเท็จจริงคือ ศาลโลก ไม่ได้พิพากษาชี้ขาดเรื่องเส้นแดนระหว่างประเทศ และไม่ได้ตัดสินว่าเขตแดนต้องเป็นไปตามแผนที่มาตราส่วน 1 : 200,000)สืบเนื่องจากคำอธิบายในคำพิพากษา จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพื้นที่โดยรอบจึงยังอ่อนไหวอย่างมาก ตามรายงานของแคมโบเดียเนสส์ พร้อมระบุเมื่อครั้งทหารไทยและทหารกัมพูชาเปิดฉากปะทะกันในช่วงปลายเดือนกรกฏาคม รายงานข่าวของฝั่งไทยทำราวกับว่าข้อสงสัยทางกฎหมายดังกล่าวไม่มีอยู่จริงแคมโบเดียเนสส์ อ้างว่ารูปแบบการรายงานข่าวลักษณะนี้ของสื่อมวลชนเริ่มเห็นได้ชัดขึ้นเรื่อยๆ ในนั้นรวมถึงกรณีที่หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์พาดหัวข่าวว่า "ทหารกัมพูชายั่วยุให้ตอบโต้ อ้างอิงคำกล่าวของกองทัพไทย" และ "กัมพูชาใช้พลเรือนรุกรานดินแดนไทย"นอกจากนี้แล้วแคมโบเดเนสส์ ยังโวยวายกรณีที่หนังสือพิมพ์เดอะเนชัน พาดหัวข่าวว่า "กองทัพไทยรายงานเหตุระเบิดและยิงปืนใกล้ชายแดนกัมพูชา" และ "จะไม่มีการกลับมาเปิดชายแดนจนกว่ากัมพูชาจะหยุดเป็นภัยคุกคาม" ซึ่งพาดหัวข่าวเหล่านี้ เป็นการส่งสารแบบเดียวกัน นั่นคือ "กัมพูชาเป็นผู้ก่อปัญหา ส่วน ไทย แค่ป้องกันตนเองเฉยๆ"สำนักข่าวแคมโบเดียเนสส์ โวยวายต่อว่าภาษาที่ใช้นั้นบอกเรื่องราวได้เป็นอย่างดี ครั้งที่ทหารไทยเคลื่อนไหวหรือเป็นฝ่ายยิง มันจะถูกให้คำจำกัดความว่าเป็นการ…