Category: ทั่วไป
-
ราคาทองวันนี้ 22 ส.ค.69 ประกาศครั้งที่ 1 นักลงทุนนั่งไม่ติด
รายงานราคาทองประจำวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2569 ประกาศครั้งเดียว เมื่อเวลา 09.04 น. ปรับตัวขึ้นเพิ่มขึ้น 250 บาท สู่บริเวณ 70,150 บาท เมื่อเทียบกับประกาศราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายของเมื่อวานวันศุกร์ ที่ระหว่างวันมีการประกาศราคาทองคำทั้งหมด 50 ครั้ง รวมราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง 1,150 บาท สู่บริเวณ 70,900 บาทราคาซื้อขายทองคําในประเทศชนิด 96.5% วันพุธที่ 21 สิงหาคม 2569 (ประกาศครั้งที่ 1)ทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 71,950ฐานภาษีบาทละ 69,523.76ทองแท่ง ขายออกบาทละ 71,150รับซื้อบาทละ 70,950ราคาซื้อขายทองคําในประเทศชนิด 96.5% วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม 2569 (ประกาศครั้งที่ 50 ครั้งสุดท้าย)ทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 71,700ฐานภาษีบาทละ 69,281.20ทองแท่ง ขายออกบาทละ 70,900รับซื้อบาทละ 70,700ราคาทองคำสปอตปิดตลาดการซื้อขายในสัปดาห์นี้พุ่งขึ้นแรงทะลุระดับ 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สู่บริเวณแถว ๆ…
-
ยูทูบเบอร์ดัง งงหนัก อยู่ๆ เงินหายจากบัญชี 56,000 บาท รู้หักไปไหนยิ่งตกใจ
กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ หลังผู้ใช้เฟซบุ๊ก Pichayut Sittipun หรือ พิชญุตม์ สิทธิพันธุ์ ยูทูปเบอร์และสตรีมเมอร์เกมสายฮาชื่อดัง ออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์สุดงง เมื่อพบว่าเงินในบัญชีหายไปถึง 56,000 บาท ทั้งที่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่เคยกดลิงก์แปลก ไม่เคยเปิดอีเมลต้องสงสัย และไม่ได้พูดคุยกับมิจฉาชีพแต่อย่างใดเจ้าของโพสต์ระบุว่า ขณะกำลังเดินทางกลับจากยิม จู่ ๆ พบว่าเงินในบัญชีรายรับหายไปทั้งหมด จึงรีบโทรศัพท์สอบถามธนาคารกสิกรไทยเพื่อให้ช่วยตรวจสอบ ก่อนจะได้รับคำตอบที่ทำเอาถึงกับตกใจ เมื่อธนาคารแจ้งว่า เป็นการอายัดเงินตามคำสั่งของกรมสรรพากรเจ้าตัวตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ทั้งทางโทรศัพท์ SMS หรืออีเมล พร้อมระบุว่าที่ผ่านมาจ่ายภาษีเรียบร้อยแล้ว จึงไม่เข้าใจว่าเงินจำนวนดังกล่าวถูกอายัดด้วยสาเหตุใดนอกจากนี้ เจ้าของโพสต์ยังระบุว่าได้สอบถามเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับยอดเงินและภาษีที่ต้องชำระแล้ว แต่ยังคงสงสัยว่าหากชำระภาษีไปครบถ้วน เหตุใดจึงยังถูกหักเงินจากบัญชีอีก
-
เจ้าของ ไอศกรีมดัง ประกาศขายกิจการ 165 ล้านบาท พร้อมเหตุผล
วันที่ 22 สิงหาคม 2569 เฟซบุ๊ก Hawell's มีการโพสต์ประกาศหาผู้รับช่วงต่อกิจการไอศกรีมฮาเวลส์ มีค่าแนะนำ 5 ล้านบาท เนื่องจากตัวเองและครอบครัวเหลือเวลาอีก 2 ปีเท่านั้น เพราะจะออกบวช ซึ่งวางแผนเอาไว้ตั้งแต่ 15 ปีก่อนทั้งนี้ นายษิริพงศ์ อัครศรียุกต์ ประธานกรรมการ บริษัท ฮาเวลส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มีการระบุว่า เรียนท่านลูกค้าผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน ผม ดร.ษิริพงศ์ อัครศรียุกต์ ประธานกรรมการ บริษัท ฮาเวลส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ต้องขออภัยลูกค้าทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง ที่ฮาเวลส์ยังไม่สามารถไปเปิดสาขาที่ใกล้บ้านของท่านได้ในขณะนี้ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเราได้พยายามอย่างมากในการติดต่อกับห้างเพื่อเปิดสาขา แต่ทางห้างตอบว่า ทางห้างไม่มีพื้นที่สำหรับฮาเวลส์ ทั้งที่ก็มีที่ว่างหลายที่เพราะร้านเดิมได้ย้ายออกไป และไม่ว่าจะติดต่อสักกี่ครั้งก็จะได้คำตอบเหมือนเดิมครั้นจะเปิดสแตนอโลนก็จะต้องลงทุนมาก และเคยมีแผนที่จะเปิดแฟรนไชส์ขนาดเล็ก แต่เมื่อพิจารณาหลายครั้ง ก็เห็นว่าจะเป็นปัญหามากกว่าและแบรนด์ก็อาจจะเสียหายแบบกู้คืนไม่ได้ นี่คือสาเหตุหนึ่งแต่สาเหตุที่สำคัญที่สุดคือ ผมและครอบครัวเหลือเวลาอีกเพียง 2 ปีเท่านั้น (เหตุผลอยู่ตอนท้าย) ซึ่งคาดว่าคงจะมีเวลาไม่เพียงพอที่จะขยายสาขาไปทั่วประเทศและทั่วโลกได้ดังนั้นเมื่อเวลาไม่เพียงพอ จึงได้มีความคิดว่า ควรหาผู้ที่มีใจรักในไอศกรีม และเป็นผู้ที่มีศักยภาพเข้ามารับช่วงต่อน่าจะดีกว่า เพราะฮาเวลส์ได้มีทุกอย่างครบถ้วนแล้วที่จะแข่งขันกับไอศกรีมทุกแบรนด์ไม่ว่าจะเป็นรสชาติไอศกรีมนมแบบ…
-
หมอคนดัง พูดตรง ๆ “โหนกระแส” ตอนล่าสุด ทำคน 2 กลุ่ม ผิดหวังอย่างแรง
"หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า" แพทย์ชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุถึง รายการโหนกระแส ตอนล่าสุด ที่มาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง เส้นเลือดหัวใจตีบ โดยได้ระบุว่าวันนี้รายการโหนกระแสทำแบบนี้ได้ยังไงครับ?คนไทยทั่วประเทศรู้จักรายการคุณกันทั้งนั้นวันนี้อุตส่าห์หยิบเรื่อง “เส้นเลือดหัวใจตีบ” มาคุยกันเป็นชั่วโมงแต่กลับทำให้คนอยู่ 2 กลุ่มผิดหวังอย่างแรงกลุ่มแรก กลุ่มขายน้ำยาล้างวัคซีนที่พยายามเชื่อมโยงสารพัดโรคและการเสียชีวิตทุกอย่างให้เกิดจากวัคซีนทั้งหมดกลุ่มที่สอง กลุ่มที่พยายามบอกว่าไขมัน LDL สูงไม่ใช่เรื่องน่ากังวลไม่ใช่สาเหตุของโรคหัวใจ และพยายามทำให้คนกลัวการกินยาลดไขมัน มากกว่ากลัวโรคหลอดเลือดหัวใจวันนี้โหนกระแสเชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมานั่งอธิบายเรื่องเส้นเลือดหัวใจตีบให้ประชาชนฟังกันตรงๆพูดถึงสาเหตุจากทั้งเบาหวาน ความดัน ไขมันสูง การสูบบุหรี่อาหารที่ไม่ดี อาหารแปรรูป การไม่ออกกำลังกาย และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆมากมายแต่ทำไมไม่มีใครพูดว่า“วัคซีนเป็นต้นเหตุของเส้นเลือดหัวใจตีบ” เลยทั้งที่คนกลุ่มแรกเค้าพูดกันอย่างมั่นใจมากแบบนี้คนขายน้ำยาล้างวัคซีนจะอธิบายกับลูกค้ายังไงครับเนี่ยเป็นห่วงมากเลยครับส่วนอีกกลุ่มก็น่าเห็นใจไม่แพ้กันเพราะในรายการกลับพูดกันว่าLDL สูงมีส่วนสำคัญต่อการเกิดคราบไขมันในผนังหลอดเลือดจนทำให้เส้นเลือดตีบได้และคนที่เข้าเกณฑ์ว่าควรรักษา ก็ควรได้รับการรักษาใครต้องกินยาก็ควรกินตัวพี่หนุ่มกรรชัยก็กินอยู่เหมือนกันอ้าวววว…แล้วคนที่พูดลอยๆมาตลอดว่า“ไขมัน LDL สูงไม่เป็นไร”“ไม่ต้องกินยาลดไขมัน”จะทำยังไงต่อดีครับวันนี้รายการพี่หนุ่มรายการเดียวกระทบโมเดลธุรกิจหลายท่านเลยนะ#หมอม็อดหมอเด็กขอเล่า #โหนกระแส
-
ปะทะเดือด! สาวใหญ่ลูกครึ่งไทย ออกโรงป้อง ชุดไทยจักรี หลังเห็นเขมรใส่ถ่ายแบบ
ปะทะเดือด! สาวใหญ่ลูกครึ่งไทย ใส่เดี่ยวออกโรงปกป้อง ชุดไทยจักรี หลังเห็นนางแบบกัมพูชาใส่ถ่ายแบบ ชาวเน็ตไทยแห่ชื่นชมความกล้ากลายเป็นคลิปที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ขณะนี้ เมื่อมีบัญชีติ๊กต็อกของชาวกัมพูชารายหนึ่งโพสต์คลิปนาทีปะทะคารมณ์อย่างดุเดือดระหว่าง สาวใหญ่ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ กับ ทีมงานสาวชาวกัมพูชาเหตุการณ์ในคลิปเผยให้เห็นว่าทีมงานพร้อมด้วยนางแบบชาวกัมพูชากำลังถ่ายแบบอยู่ภายในสถานที่แห่งหนึ่งคล้ายกับพื้นที่ของโรงแรม แต่สิ่งที่เป็นจุดให้เกิดการปะทะคือ 2 นางแบบชาวเขมรกำลังสวมใส่ชุดไทยจักรีถ่ายแบบอยู่ กระทั่งสาวใหญ่ลูกครึ่งไทยอังกฤษ เดินผ่านไปเห็นเข้า และปรี่เข้าไปเป็นตัวแทนคนไทยพูดปกป้องชุดไทยจักรีที่นางแบบกัมพูชาสวมใส่อยู่ โดยมีตัวแทนทีมงานกัมพูชาโวยวายโต้ตอบเป็นภาษาบ้านเกิดหลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ก็มีชาวเน็ตคนไทยเข้าไปคอมเมนต์ชื่นชม พร้อมขอบคุณคุณป้าลูกครึ่งไทยอังกฤษรายดังกล่าวที่ใช้สิทธิ์ในการปกป้องของของไทยเอาไว้อย่างกล้าหาญ แม้ตรงจุดนั้นเธอจะเป็นคนไทยเพียงคนเดียวก็ตามปะทะเดือด! สาวใหญ่ลูกครึ่งไทย ออกโรงป้อง ชุดไทยจักรี หลังเห็นเขมรใส่ถ่ายแบบ-7ปะทะเดือด! สาวใหญ่ลูกครึ่งไทย ออกโรงป้อง ชุดไทยจักรี หลังเห็นเขมรใส่ถ่ายแบบ-8ปะทะเดือด! สาวใหญ่ลูกครึ่งไทย ออกโรงป้อง ชุดไทยจักรี หลังเห็นเขมรใส่ถ่ายแบบ-9ปะทะเดือด! สาวใหญ่ลูกครึ่งไทย ออกโรงป้อง ชุดไทยจักรี หลังเห็นเขมรใส่ถ่ายแบบ-10ปะทะเดือด! สาวใหญ่ลูกครึ่งไทย ออกโรงป้อง ชุดไทยจักรี หลังเห็นเขมรใส่ถ่ายแบบ-1ปะทะเดือด! สาวใหญ่ลูกครึ่งไทย ออกโรงป้อง ชุดไทยจักรี หลังเห็นเขมรใส่ถ่ายแบบ-2ปะทะเดือด! สาวใหญ่ลูกครึ่งไทย ออกโรงป้อง ชุดไทยจักรี หลังเห็นเขมรใส่ถ่ายแบบ-3ปะทะเดือด! สาวใหญ่ลูกครึ่งไทย ออกโรงป้อง ชุดไทยจักรี หลังเห็นเขมรใส่ถ่ายแบบ-4ปะทะเดือด! สาวใหญ่ลูกครึ่งไทย ออกโรงป้อง ชุดไทยจักรี หลังเห็นเขมรใส่ถ่ายแบบ-5ปะทะเดือด!…
-
น่าน “ปัว” 14 หมู่บ้าน 4,000 ชีวิต ยังถูกตัดขาด เป็นวันที่ 4 เร่งสร้างสะพานเบลีย์
ภาพไฮไลต์น่าน – ผู้ประสบภัยน้ำท่วมพื้นที่ "อำเภอปัว" 14 หมู่บ้าน 4,000 ชีวิต ยังถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เป็นวันที่ 4 เจ้าหน้าที่ใช้โดรนลำเลียงอาหารและน้ำดื่ม พร้อมเร่งสร้างสะพานเบลีย์ เปิดทางความช่วยเหลือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าปริมาณฝนจะเริ่มเบาบางลง พื้นที่ได้รับผลกระทบหนักสุดคือ จ.น่าน หลังถูกน้ำป่าซัดถล่ม อ.ปัว ก่อนที่มวลน้ำมหาศาลจะไหลลงมาท่วมพื้นที่ อ.เมืองน่าน ล่าสุดระดับน้ำที่ท่วมขังในย่านเศรษฐกิจการค้าใจกลางเมืองลดลงจนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เริ่มเข้าสู่โหมดฟื้นฟูทำความสะอาดบ้านเรือนร้านค้า ถนนหนทาง และพื้นที่สาธารณะผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.น่าน เมื่อวันที่ 22 ส.ค.69 ทีมเฉพาะกิจมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมกับมูลนิธิประสาทบุญสถาน จ.พิษณุโลก ทีมโดรนตอบโต้ภัยพิบัติ บริษัทคูโบต้า และทีมสิงห์อาสา เร่งภารกิจช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน หลังเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์จนเส้นทางถูกตัดขาด ส่งผลให้ชาวบ้านใน 3 ตำบล ได้แก่ ต.ภูคา ต.ศิลาแลง และ ต.วรนคร รวม 14 หมู่บ้าน 1,466 หลังคาเรือน…
-
วัดป่าอดุลยาราม ขอนแก่น ประกาศปิดเมรุ 15 วัน ซ่อมใหญ่ครั้งแรก ยันไม่เกี่ยวกับกระแสข่าว
เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ออกประกาศแจ้งงดใช้เมรุเผาศพเป็นเวลา 15 วัน เริ่มวันจันทร์นี้ เพื่อซ่อมแซมใหญ่ครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี ชี้ใช้สิทธิอยู่ในระยะประกันโดยวัดไม่เสียค่าใช้จ่าย ย้ำไม่มีการเปิดเรี่ยไรเงิน พร้อมออกตัวไม่ได้ทำเพื่อเกาะกระแสสังคมเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 22 ส.ค. 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ได้ออกประกาศแจ้งประชาชนและญาติโยมว่า ทางวัดจะงดใช้เมรุเป็นเวลา 15 วัน เพื่อดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุง หลังเมรุแห่งนี้ก่อสร้างและเปิดใช้งานมาเกือบ 10 ปีพระครูอดุลสารนิเทศ เปิดเผยว่า การซ่อมแซมเมรุในครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระแสข่าวหรือกระแสสังคมใด ๆ เนื่องจากเมรุของวัดสร้างและใช้งานมาเกือบ 10 ปีแล้ว จึงถึงเวลาที่ต้องดำเนินการซ่อมบำรุง โดยขณะนี้ยังอยู่ในระยะเวลาการรับประกัน ทำให้สามารถดำเนินการซ่อมแซมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และถือเป็นการซ่อมแซมครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดใช้งานเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวมีกำหนดเริ่มงานในวันจันทร์ และจะปิดปรับปรุงเมรุเป็นเวลา 15 วัน เพื่อให้ช่างดำเนินการซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ให้กลับมาอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานต่อไปพร้อมกล่าวย้ำว่า“อย่าว่าหลวงพ่อเกาะกระแสนะ เมรุของวัดหลวงพ่อสร้างมาเกือบ 10 ปีแล้ว จึงจำเป็นต้องซ่อม แต่ไม่เสียเงิน เพราะยังอยู่ในระยะประกัน โดยงานจะเริ่มวันจันทร์ และปิดปรับปรุงเมรุเป็นเวลา…
-
น้ำท่วมน่านเริ่มคลี่คลาย! เตือนฝนระลอกใหม่ 23 ส.ค. เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง
รัฐบาลเตือนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมน่าน แม้ระดับน้ำหลายพื้นที่เริ่มลดลง แต่จับตาฝนระลอกใหม่ 23 ส.ค. คาดตอนบนลุ่มน้ำน่านมีฝนสะสม 50–70 มม. หวั่นดินยังชุ่มน้ำ ทำให้น้ำไหลลงพื้นที่ลุ่มเร็วขึ้น พร้อมสั่งหน่วยงานเตรียมกำลังและอุปกรณ์ช่วยเหลือประชาชนเตรียมพร้อมรับฝน 23 ส.ค.นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านอย่างต่อเนื่อง หลังระดับน้ำในหลายพื้นที่เริ่มทรงตัวและทยอยลดลงพร้อมเตรียมความพร้อมรองรับฝนที่คาดว่าจะกลับมาตกเพิ่มบริเวณพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำน่านในวันที่ 23 สิงหาคม 2569 โดยเน้นติดตามข้อมูลฝน มวลน้ำ และสภาพพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนและเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีฝนสะสมในรอบ 24 ชั่วโมงประมาณ 50–70 มิลลิเมตรจากการประเมินของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำน่านที่ต้องติดตามในวันที่ 23 สิงหาคม ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอสองแคว อำเภอเชียงกลาง และอำเภอทุ่งช้าง ซึ่งอาจมีปริมาณฝนสะสมในรอบ 24 ชั่วโมงประมาณ 50–70 มิลลิเมตร โดยปริมาณฝนที่คาดการณ์ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับช่วงฝนหนักที่ผ่านมาอย่างไรก็ตาม เนื่องจากดินในบางพื้นที่ยังมีความชื้นสะสมจากฝนที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดดินยังมีความชื้นสะสม“แม้ฝนระลอกนี้คาดว่าจะไม่สูงเท่ากับช่วงที่ผ่านมา แต่เมื่อดินยังมีความชื้นสะสม ความสามารถในการรองรับน้ำฝนใหม่จะลดลง และน้ำอาจไหลลงสู่ลำน้ำได้เร็วขึ้น รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมล่วงหน้า โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลและการแจ้งเตือนอย่างรวดเร็วหากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง” นางสาวลลิดากล่าวนางสาวลลิดา…
-
เกิดเหตุสลด! กลางสวนเบญจสิริ ชายถูกทำร้าย ถูกโยนลงสระดับ
เกิดเหตุสลด! กลางสวนเบญจสิริ เมื่อวานนี้ 21 ส.ค. 69 เวลา 21.17 น. ร.ต.อ. ภาณุรุจ ลิ้มสังกาศ รอง สว. (สอบสวน) สน.ทองหล่อ รับแจ้งเหตุชายตกน้ำภายในสวนเบญจสิริ ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ จึงประสานกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูและชุดประดาน้ำเข้าตรวจสอบ โดยพยานให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุมีชาย 2-3 คน ทะเลาะวิวาทกันบริเวณริมสระ ก่อนที่ชายคนหนึ่งถูกทำร้ายจนหมดสติ จากนั้นผู้ก่อเหตุได้จับร่างโยนลงไปในสระน้ำแล้วหลบหนีเจ้าหน้าที่กู้ภัยและชุดประดาน้ำร่วมกันค้นหา พบร่างชายไม่ทราบชื่ออยู่ภายในสระเสียชีวิต โดยไม่พบเอกสารประจำตัว ทำให้ยังไม่ทราบชื่อและสัญชาติ ทั้งแจ้งหมอนิติเวชโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พร้อมกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุให้แน่ชัดขณะที่ตำรวจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบเหตุการณ์ลักษณะสอดคล้องกับคำให้การของพยาน พบผู้ลงมือหลัก 1 คนทำร้ายผู้เสียชีวิต ก่อนนำร่างโยนลงสระน้ำ โดยตำรวจ สน.ทองหล่อ อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดและเส้นทางหลบหนี เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนสาเหตุและรายละเอียดของเหตุการณ์อยู่ระหว่างการสอบสวนขอบคุณภาพและข้อมูล หัวหน้าต็อก ดับเพลิงมูลนิธิดวงประทีป
-
“อย่าเหมาเข่ง” สาวน่านซัดดราม่าภูเขาหัวโล้น ชี้ชาวบ้านแค่ปลายเหตุทุนนิยม
ขอโปรย 2 บรรทัด สาวน่านเปิดใจดราม่า “น้ำท่วมน่าน” ซัดกระแสโซเชียลชี้นิ้วโทษชาวบ้านทำภูเขาหัวโล้น ชี้เป็นเพียงปลายเหตุของห่วงโซ่ทุนนิยม รัฐ-นายทุน ต้องร่วมรับผิดชอบโครงสร้างปัญหาจากกรณีสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ จ.น่าน โดยเฉพาะ อ.ปัว เมื่อช่วงเช้าตรู่วันที่ 19 ส.ค. 2569 ซึ่งมีรายงานปริมาณฝนสะสมในรอบ 24 ชั่วโมงสูงถึง 339.6 มิลลิเมตร ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือน ถนนได้รับความเสียหาย สะพานขาด และโรงเรียนบางแห่งต้องปิดการเรียนการสอนอย่างกะทันหัน ขณะที่หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจนต้องประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เกี่ยวกับปัญหาป่าไม้และภูเขาหัวโล้นของ จ.น่าน โดยมีบางส่วนแสดงความคิดเห็นในลักษณะว่า “ปล่อยให้น่านจมน้ำไปเถอะ” รวมถึงตำหนิคนในพื้นที่ว่าเป็นผู้ตัดไม้ทำลายป่าจนเกิดปัญหาภูเขาหัวโล้นล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ส.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ระบุว่าเป็นคนน่านที่เกิดและเติบโตในพื้นที่ ได้โพสต์ข้อความยาวสะท้อนมุมมองต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยเริ่มจากการเล่าความทรงจำในวัยเด็กเกี่ยวกับเดือน ส.ค. ซึ่งในอดีตมีอากาศเย็น ลมแรง และสามารถออกไปเล่นว่าวได้ ขณะที่แม่น้ำน่านในพื้นที่ต้นน้ำยังเป็นลำน้ำสายเล็ก ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ไหลรวมจากตาน้ำ ลำห้วย และภูเขาเจ้าของโพสต์ระบุว่า เมื่อเติบโตขึ้นกลับพบว่าภูมิประเทศและสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากเดือน ส.ค. ที่เคยเป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำ กลายเป็นช่วงเวลาที่ต้องเตรียมรับมือฝนตกหนักและน้ำท่วม พร้อมระบุว่า “หมดแล้ว…