Category: ทั่วไป
-
เปิดโปรไฟล์ 7 กกต. ชี้ขาดคดี “ฮั้ว สว.” จับตา 4 เสียง สาย สว. ปัจจุบัน
14 กันยายน 2569 การลงมติชี้ขาดครั้งสำคัญของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีฮั้วเลือกตั้ง สว.วันนี้ (14 ก.ย.69) ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประเด็นความเห็นที่สวนทางกันระหว่างคณะอนุกรรมการไต่สวน และคณะอนุกรรมการวินิจฉัย ตลอดจนสัดส่วนที่มาของ 7 กรรมการ กกต."เนชั่นออนไลน์" เปิดโปรไฟล์ 7 กกต. และจุดน่าสนใจเชิงคดีดังนี้1. ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. สายตุลาการ อายุ 66 ปีนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็น กกต.ที่มาจากสายตุลาการ โดยได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา 165 เสียง และได้รับการแต่งตั้งเป็น กกต.ในปี 2568 ก่อนที่ กกต.ทั้ง 7 คนจะมีมติ 4 ต่อ 3 เลือกให้ดำรงตำแหน่งประธาน กกต.สำนักงาน กกต.ระบุว่า ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 ขณะที่การแต่งตั้งเป็น กกต.เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2568ณรงค์…
-
สุดเวทนา! น้องป่วยเสียชีวิต พี่ไร้เงินจัดงานศพ นำร่างไปเผาในป่า
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 13 กันยายน 2569 พ.ต.ท.คมสัน ปัดถม สว.สส.สภ.นาด้วง จ.เลย ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตภายในป่าสวนยางภูหัวถนน ท้ายหมู่บ้านหนองเป็ดก่า หมู่ 16 ต.นาดอกคำ อ.นาด้วง จ.เลย จึงประสานตำรวจชุดสืบสวน ร้อยเวร แพทย์ และเจ้าหน้าที่กู้ภัย เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย ทราบชื่อต่อมาคือ นายสมควร (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี โดยพบร่างอยู่ภายในบริเวณสวนยาง เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอน ก่อนทราบว่าผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เป็นพี่ชายของผู้เสียชีวิต 2 คน คือ นายปัญญา (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี และนายสมัย (สงวนนามสกุล) อายุ 67 ปีจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้งสามคนเป็นพี่น้องกัน ไม่มีอาชีพ และมีข้อจำกัดในการดำเนินชีวิต โดยนายสมควร น้องชายคนเล็ก เกิดอาการป่วยและเสียชีวิตลงหลังจากนั้น พี่ชายทั้งสองคนไม่รู้ว่าจะดำเนินการเกี่ยวกับร่างของน้องชายอย่างไร และไม่มีเงินสำหรับจัดการศพ จึงนำร่างของน้องชายออกจากบ้านไปยังสวนยาง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ…
-
บอย ท่าพระจันทร์ ไม่ได้พูดชื่อวัด-หลวงพ่อ วอนหยุดโยง หลังไลฟ์สดทิ้งบอมบ์
บอย ท่าพระจันทร์ ยืนยันไม่ได้เอ่ยชื่อวัด-หลวงพ่อ วอนหยุดเชื่อมโยงหรือพูดพาดพิง หลังไลฟ์สดทิ้งบอมม์พระองค์หนึ่งชัดเจนกว่า “สมีโชติ”จากรณีที่บอย ท่าพระจันทร์ เซียนพระคนดัง ไลฟ์พูดคุยกันแฟนคลับกล่าวถึงกรณีของอดีตหลวงพ่อโชติ ซึ่งมีพระและวัดดังที่ชัดเจนกว่าสมีโชติ ตนเคยไปหนึ่งครั้งและไม่เคยไปอีกเลย เดิมทีมีการเชิญให้ตนไปสร้างพระแต่เซียนพระปฏิเสธ ซึ่งทุกวันนี้วัดดังกล่าวเงียบไปแล้วล่าสุด 13 กันยายน 2569 บอย ท่าพระจันทร์ ขอชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า“สวัสดีครับทุกท่านขอชี้แจงเพื่อให้ทุกท่านเข้าใจตรงกันนะครับ1. ผมไม่ได้เอ่ยชื่อวัดหรือหลวงพ่อท่านใดทั้งสิ้น จึงขอความกรุณาอย่าเพิ่งเชื่อมโยงหรือตีความเกินกว่าสิ่งที่ผมได้กล่าวไว้ และขออย่านำสิ่งที่ผมไม่ได้พูดไปกล่าวแทนผมครับ2. ผมไม่เคยไปขอสร้างวัตถุมงคลกับวัดที่กำลังถูกพูดถึงแต่อย่างใด จึงขอให้ทุกท่านสบายใจและไม่ต้องกังวลกับเรื่องดังกล่าวครับ3. ขอความกรุณาอย่าเพิ่งรีบด่วนกล่าวโทษหรือพาดพิงถึงผม เพราะสิ่งที่ผมพูดอาจไม่ได้หมายถึงท่านหรือบุคคลใดโดยเฉพาะตั้งแต่แรกครับหากผมประสงค์จะกล่าวถึงใคร ผมสามารถพูดได้ด้วยตัวเองครับ จึงไม่จำเป็นต้องรีบตีความหรือเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับเรื่องที่ผมไม่ได้เอ่ยถึงและขอความกรุณาอย่านำประเด็นหรือดราม่าของบุคคลอื่นมาเชื่อมโยงกับผม หากเรื่องใดไม่มีชื่อผม ก็ขอให้พิจารณาตามข้อเท็จจริงและไม่ต้องเพิ่มเติมชื่อผมเข้าไปครับ”ภาพจาก Facebook : บอย ท่าพระจันทร์ภาพจาก Facebook : บอย ท่าพระจันทร์อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง“บอย ท่าพระจันทร์” ออกโรงป้อง “รถถัง” โดนฟ้อง 640 ล้าน ชี้โดนบีบเพราะความจนเซียนพระดัง บูม จักรเพชร เดินหน้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ บอย ท่าพระจันทร์ โผล่เมนต์ ชี้หากผิดก็ว่าตามกฎหมายบอย ท่าพระจันทร์ ลั่น…
-
ด่วน! ไฟไหม้ รพ.บ้านแพ้ว อาคารเฉลิมพระเกียรติ เจ้าหน้าที่เร่งอพยพผู้ป่วย ปลอดภัยไร้เจ็บ
ระทึก! เกิดเหตุไฟไหม้ชั้น G อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.บ้านแพ้ว คาดเครื่องสำรองไฟช็อต เจ้าหน้าที่เร่งอพยพแม่หลังคลอด-เด็กทารกออกจากอาคาร ปลอดภัยทั้งหมด ไม่มีผู้บาดเจ็บ ก่อนควบคุมเพลิงได้ในราว 40 นาที เร่งระบายควันและตรวจสอบพื้นที่เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 13 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายใน โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) จ.สมุทรสาคร บริเวณอาคารเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นอาคารสูง 5 ชั้น โดยเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น G ภายในห้องกายภาพบำบัด คาดเบื้องต้นว่าเกิดจากเครื่องสำรองไฟขัดข้องจนเกิดไฟฟ้าลัดวงจรเจ้าหน้าที่เร่งเข้าระงับเหตุ พร้อมอพยพผู้ป่วยออกจากพื้นที่ โดยส่วนใหญ่เป็นมารดาหลังคลอดและเด็กทารก สามารถเคลื่อนย้ายออกมาได้อย่างปลอดภัย ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 40 นาที สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ขณะนี้ยังคงฉีดน้ำและใช้เครื่องอัดอากาศเพื่อระบายและไล่ควันออกจากอาคาร พร้อมตรวจสอบความปลอดภัยของพื้นที่อย่างละเอียดส่วนสาเหตุและมูลค่าความเสียหาย ต้องรอเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.
-
เปิดที่มาเงิน 2,000 ล้าน “พระพรหมวชิรคุณาธาร” บริจาคสร้างโรงพยาบาล
จากกรณีที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า พระพรหมวชิรคุณาธาร (หลวงพ่อเณร) เจ้าอาวาสวัดศรีสุดารามวรวิหาร บางกอกน้อย บริจาค 2,000 ล้านบาท สร้างโรงพยาบาลใหม่ในเขตดอนเมือง(อ่านข่าวเพิ่มเติม : พระพรหมวชิรคุณาธาร บริจาค 2,000 ล้าน สร้างโรงพยาบาล ในเขตดอนเมือง)ล่าสุดทางด้าน เฟซบุ๊กเพจ Banjob Bannaruji – บ้านบรรณรุจิ ได้เปิดเผยที่มาเงิน 2,000 ล้านบาท ที่ทางเจ้าอาวาสนำมาบริจาคสร้างโรงพยาบาล ระบุว่า…ขอชี้แจงตามที่มีการลงข่าวว่า พระเดชพระคุณ พระพรหมวชิรคุณาธาร เจ้าอาวาสวัดศรีสุดาราม บริจาคเงิน 2,000 ล้านบาทให้สร้างโรงพยาบาลเขตดอนเมืองนั้น ขอชี้แจงว่า การสร้างโรงพยาบาลทุกแห่งในสังกัดกรุงเทพมหานคร ที่พระเดชพระคุณนำสร้างซึ่งใช้งบประมาณนับพัน ๆ ล้านบาทนั้น มีที่มาของเงินเป็นดังนี้1. มีผู้มีจิตศรัทธารายใหญ่ ๆ ระดับเศรษฐีคหบดีเจ้าของธุรกิจต่างๆที่เคารพนับถือในพระเดชพระคุณบริจาค2. ได้มาจากงบที่กรุงเทพมหานครจัดสรรให้ในแต่ละปี3. มีผู้มีจิตศรัทธารายย่อยร่วมบริจาคมากบ้างน้อยบ้างสรุปแล้วเป็นเงินสมทบทุนที่มีพระเดชพระคุณเป็นศูนย์กลาง ระหว่าง เศรษฐีใจบุญ ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และประชาชนทั่วไปที่มีจิตศรัทธาร่วมบริจาค ซึ่งทั้งหมดต่างเข้ามาช่วยให้กุศลเจตนาของพระเดชพระคุณที่จะช่วยเหลือดูแลสังคมตามหลักสังคหวัตถุธรรมบรรลุเป้าหมายพระเดชพระคุณไม่ได้มีสิทธิ์ถือครองเงินเหล่านั้นเป็นส่วนตัวทั้งหมดได้ใช้ในการก่อสร้างตามกุศลเจตนาที่ตั้งไว้จึงเรียนมาเพื่อทราบบรรจบ บรรณรุจิหมายเหตุขอทำความเข้าใจเพิ่มเติมว่าเป็นไปได้ว่า คำพูดนั้นเป็นการเขียนแบบรวบรัดด้วยเจตนาดีที่ต้องการบอกสังคมว่าพระสงฆ์เสียสละยังมี แต่ว่าไม่ตรงกับความจริงที่เป็น ซึ่งจะทำให้เข้าใจผิดได้ว่าเป็นทรัพย์ส่วนตัวของพระเดชพระคุณ จึงชี้แจงมาให้ทราบ
-
เปิดประวัติ พล.ต.ต.ปราโมทย์ สิมหลวง เจาะเส้นทาง กระแสแต่งตั้ง 1ต.ค.
เปิดประวัติ พล.ต.ต.ปราโมทย์ สิมหลวง เจาะเส้นทาง กระแสแต่งตั้ง 1ต.ค.เปิดประวัติ พล.ต.ต.ปราโมทย์ สิมหลวง เจาะเส้นทางจาก รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ สู่ ผบก.ศฝร.ภ.3 กระแสแต่งตั้งวาระ 1 ต.ค.2569 จับตาภารกิจใหม่ "อุดรธานี"วันที่ 14 ก.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเส้นทางรับราชการของ พล.ต.ต.ปราโมทย์ สิมหลวง ถือเป็นอีกหนึ่งนายตำรวจที่ผ่านประสบการณ์การทำงานหลากหลายระดับ ตั้งแต่งานในพื้นที่ งานบริหารราชการตำรวจ ตลอดจนงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนเติบโตขึ้นมารับผิดชอบภารกิจในระดับผู้บังคับการปัจจุบัน พล.ต.ต.ปราโมทย์ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 3 (ผบก.ศฝร.ภ.3) รับผิดชอบภารกิจด้านการศึกษา การฝึกอบรม และการพัฒนาบุคลากรตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 3พล.ต.ต.ปราโมทย์ สิมหลวงเปิดประวัติ พล.ต.ต.ปราโมทย์ สิมหลวง เจาะเส้นทางจาก รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ สู่ ผบก.ศฝร.ภ.3 กระแสแต่งตั้งวาระ 1 ต.ค.2569 จับตาภารกิจใหม่ "อุดรธานี"เปิดประวัติ-เส้นทาง พล.ต.ต.ปราโมทย์ สิมหลวงจากงานพื้นที่ สู่บทบาทผู้บริหารก่อนขึ้นดำรงตำแหน่งระดับผู้บังคับการ พล.ต.ต.ปราโมทย์เคยผ่านงานในพื้นที่…
-
ใคร? เพจดังแง้ม เตรียมจับพระวัดดังแถวอัมพวาสายมูต้องเคยไป หนักกว่า “สมีโชติ”
เพจดังตบเท้าโพสต์ เตรียมจับพระวัดดังแถวอัมพวา จ.สมุทรสงคราม สายมูต้องเคยไป ลั่นหนักกว่าและดังกว่า “สมีโชติ”เป็นประเด็นอีกแล้ว กับวงการสงฆ์แม้ว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจะมีเรื่องของสมีโชติ หรือ อดีตหลวงพ่อโชติ อายุ 66 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ น.ส.เอ๋ สีกาสาวคนสนิท ถูกจับกุมในข้อหายักยอกเงินวัด รวมถึงมีคลิปอนาจารถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์นั้นโดยเพจ บิ๊กเกรียน ได้เขียนข้อความว่า “วงการพะโล้สั่นสะเทือนอีกแล้ว สมีโชติ-ยาหยีสีกาเอ๋ ยังไม่สะเด็ดน้ำ มีดราม่า สาดวัดดังแถวๆอัมพวา สมุทรสงคราม อีกแล้วค่ะ” ก่อนจะเขียนต่อว่า “บิ๊กเกรียน อยากรู้เลย บอย ท่าพระจันทร์ สาดใคร บอกหนักกว่า สมีโชติ”ด้าน Survive – สายไหมต้องรอด โพสต์ข้อความระบุว่า “เหลือจะเชื่อ! เตรียมจับพระดัง! ดังกว่า #ทิดโชติ ก็วัดนี้แหละ สายมูต้องเคยไป!! กังวลกลัวพระที่เก็บไว้จะขายไม่ออก คนซื้อไปแล้วจะแห่คืน!”ขณะที่ ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง โพสต์ข้อความว่า “อย่าบอกนะว่าวัดแถวสมุทรสงครามจะเป็นวัดที่เราไปบ่อยๆ บูชามาหลายองค์ด้วยสิใจคอจะไม่เหลือให้กราบไหว้เลยบ้อสูววว!”อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเตรียมประสาน ปปง. สอบเส้นเงิน…
-
หมอเฉลย! วิธีเอาตัวรอดเมื่อโดน “ผีอำ” สัญญาณเตือนโรคร้ายจากการนอน เผย 7 ตัวการกระตุ้น
หลับอยู่ดีๆ ขยับตัวไม่ได้ หายใจไม่ออก แถมเห็นเงาดำ! “หมอเจด” ออกมาโพสต์อธิบายภาวะ “ผีอำ” ในมุมมองแพทย์ ชี้เป็นเรื่องของระบบกล้ามเนื้อล็อกและสมองตื่นไม่พร้อมกัน พร้อมแนะ 4 วิธีรับมือเมื่อโดนอำ และวิธีปรับพฤติกรรมไม่ให้เป็นบ่อย!เมื่อวันที่ 14 ก.ย. นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการและแพทย์จากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ให้ความรู้เรื่องสุขภาพ ลงในเพจ หมอเจด โดยระบุว่า หลับอยู่ดี ๆ แล้วขยับตัวไม่ได้! “ผีอำ” เกิดจากอะไร ทำไมบางคนเป็นบ่อย! มีใครเคยเป็นแบบนี้ไหมครับ กำลังหลับอยู่ดี ๆ แล้วเหมือนรู้สึกตัวขึ้นมาได้ยินเสียงรอบตัว รู้ว่าตัวเองอยู่บนเตียงแต่ขยับแขนขาไม่ได้ พูดก็ไม่ออก บางคนรู้สึกเหมือนมีอะไรมากดหน้าอก บางคนถึงขั้นเห็นเงา เห็นคน หรือได้ยินเสียงแปลก ๆ อยู่ในห้อง คนไทยเราเลยเรียกกันติดปากว่า “ผีอำ”แต่ถ้ามองในทางการแพทย์ ภาวะนี้มีคำอธิบายครับ และจริง ๆ แล้วไม่ได้แปลว่ามีอะไรเหนือธรรมชาติกำลังเกิดขึ้น มันคือช่วงที่ สมองตื่นแล้ว แต่ร่างกายยังออกจากโหมดหลับไม่หมด ตรงนี้แหละครับที่ทำให้หลายคนตกใจมาก ทั้งที่ส่วนใหญ่ภาวะนี้ไม่อันตราย แต่ถ้าเป็นบ่อยมากหรือมีอาการอื่นร่วม ก็มีบางเรื่องที่ควรเช็กครับ1.ตอนหลับ ร่างกายมีช่วงหนึ่งที่ “ล็อกกล้ามเนื้อ”…
-
เขมรแย่แล้ว!Nidecบริษัทใหญ่ญี่ปุ่นเตรียมถอนตัวจากกัมพูชา ผลกระทบจากความขัดแย้งกับไทย
Nidec ผู้ผลิตมอเตอร์สัญชาติญี่ปุุุ่น แถลงจะยุติปฏิบัติการผลิตในกัมพูชา อ้างถึงความไม่แน่นอนที่มีต้นตอจากความขัดแย้งตามแนวชายแดนที่ยังมีอยู่ระหว่างกัมพูชาและไทย โดยบริษัทมีแผนโยกย้ายการผลิตไปยังโรงงานอื่นๆในภูมิภาคในถ้อยแถลงของ Nidec บริษัทผลิตมอเตอร์ไฟฟ้ารายใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หลักคือมอเตอร์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงมีฐานการผลิตสำคัญในประเทศไทย ระบุว่าพวกเขาจะยุุติปฏิบัติการผลิตในกัมพูชา อันเนื่องจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งความแนวชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชาบริษัทแห่งนี้ระบุในถ้อยแถลงว่าพวกเขาไม่สามารถรับประกันความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคได้อีกต่อไป และจะโยกย้ายการผลิตไปยังโรงงานอื่นๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างค่อยเป็นค่อยไปรายงานข่าวของนิกเกอิเอเชีย ชี้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ ตอกย้ำให้เห็นถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ในขณะที่ความตึงเครียดตามแนวชายแดนกำลังส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทต่างๆนิกเกอิเอเชีย ระบุความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกมองว่าเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าบริษัทข้ามชาติต่างๆ เริ่มทบทวนการลงทุนของตนในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง มันนับเป็นความสูญนักลงทุนต่างชาติครั้งสำคัญในภาคการผลิตของกัมพูชา อย่างไรก็ตามทางรัฐบาลกัมพูชายังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ไม่เป็นที่ชัดเจนว่ารัฐบาลกัมพูชาจะมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไรต่อข่าวคราวการถอนตัวของบริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น ขณะที่เริ่มมีการจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าอาจมีบรรดาผู้ผลิตต่างชาติรายอื่นๆถอนตัวตามมา และนิกเกอิเอเชีย ชี้แนะว่าการคลี่คลายความขัดแย้งจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุน(ที่มา:นิกเกอิเอเชีย)website : mgronline.comfacebook : MGRonlineLivetwitter : @MGROnlineLiveinstagram : mgronlineline : MGROnlineyoutube : MGR Online VDO
-
มรสุมเข้าอีกระลอก! เปิดรายชื่อ 44 จังหวัด กรมอุตุฯ เตือนรับมือฝนตกหนักเต็ม ๆ 24 ชม. ข้างหน้า
เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคตะวันออกและภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนตกหนักบางแห่งเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคตะวันออกและภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน อ่าวไทยตอนบน และภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยสำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุหมุนเขตร้อน และคาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 13-14 ก.ย. 69 ขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่องในระยะนี้ไว้ด้วยภาพจาก…