Category: ทั่วไป
-
“แม่ทัพภาคที่ 1” เปิดใจครั้งแรกหลังโดนดรามา แจงยิบชี้จุดต่างชายแดน
“แม่ทัพภาคที่ 1” เปิดใจครั้งแรกหลังโดนดรามาโยงการเมือง แจงยิบช่วงรบไทย – กัมพูชา ลั่นคำนึงถึงศักดิ์ศรี-รักษาผลประโยชน์ของประเทศ22 สิงหาคม หลังแถลงผลการประชุม RBC พลโทอมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 ได้ชี้แจงประเด็นต่างๆ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ โดยระบุว่า กองทัพภาคที่ 1 ใช้แผนที่ 1:50,000 เช่นเดียวกับกองทัพภาคที่ 2 แต่ลักษณะพื้นที่มีความแตกต่างกัน เพราะกองทัพภาคที่ 2 มีลักษณะภูมิประเทศเด่นชัด เป็นแนวเทือกเขาพนมดงรัก บางจุดเป็นหน้าผา เป็นป่าเขาต่างกับพื้นที่ภาคที่ 1 ซึ่งเต็มไปด้วยชุมชนขนาดใหญ่ของทั้งสองฝั่ง ลักษณะดินต่อดิน ยกเว้นบางช่วงที่อาจเป็นแนวคลองยืนยันว่าตลอดแนวหลักเขตตั้งแต่ 28 – 51 กำลังพลกองทัพภาคที่ 1 สามารถดูแลได้ทั้งหมด พร้อมได้ภาพสดจากกล้องและโดรน ให้สื่อมวลชนได้เห็นถึงกำลังพลที่รักษาหลักเขตทั้งหมดพลโทอมฤต ยอมรับว่า ยังมีบางหลักเขตที่ฝ่ายกัมพูชาไม่ยอมรับ จึงเป็นที่มาของ MOU 43 ที่ทำไว้ระหว่าง 2 รัฐบาล ซึ่งได้รับความยินยอมจากทั้งสองประเทศตรงกันว่า ในจุดที่ตกลงไม่ได้ห้ามดำเนินการเปลี่ยนแปลงใดๆ จนกว่าการปักปันเขตแดนจะสำเร็จสำหรับการปฎิบัติในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1 หลังเกิดความตึงเครียดในพื้นที่ภาคที่…
-
อุตุฯ ประกาศเตือนพายุดีเปรสชันฉบับ 1 ประเทศไทยฝนตกหนัก 24-27 ส.ค. นี้
กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนพายุดีเปรสชัน และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 1 ฝนตกหนักช่วง 24-27 ส.ค. 68เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 22 ส.ค. 68 พายุดีเปรสชันบริเวณเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 17.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 121.0 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมงพายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบนในวันที่ 23 ส.ค. 68 มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามและประเทศลาวตอนบน ในช่วงวันที่ 25–26 ส.ค. 68ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้นจากอิทธิพลดังกล่าว ทำให้ในช่วงวันที่ 24–27 ส.ค. 68 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมแรงบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มสำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรงขึ้น…
-
‘พายุลูกใหม่’ กระทบไทยฝนตกหนัก 24 – 28 ส.ค. เตือน 2 พื้นที่เสี่ยง
‘พายุลูกใหม่’ แนวโน้มทวีกำลังเป็นโซนร้อน กระทบไทยฝนตกหนัก 24 – 28 ส.ค กนช. เตือน 2 พื้นที่เสี่ยงนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เปิดเผยว่า พายุดีเปรสชันบริเวณหัวเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่าจะเคลื่อนลงทะเลจีนใต้ตอนบนในคืนนี้ และมีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน ก่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามและลาวตอนบน ส่งผลให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่วันที่ 24 – 28 สิงหาคม 2568 โดยฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเร่งซ่อมพนังกั้นน้ำพื้นที่เสี่ยงรับมืออุทกภัยสทนช. ได้สั่งแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมความพร้อม โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมเดิม ได้แก่ลุ่มน้ำโขงเหนือ: เร่งซ่อมแซมพนังกั้นน้ำในจังหวัดเชียงราย คาดแล้วเสร็จภายใน 24 สิงหาคม 2568ลุ่มน้ำยม: ซ่อมพนังกั้นน้ำในจังหวัดสุโขทัยเรียบร้อยแล้วลุ่มน้ำน่าน: ต้องเร่งพร่องระบายน้ำในพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำมาก ปัจจุบันเขื่อนสิริกิติ์มีน้ำมากกว่า 80% ของความจุ และระบายน้ำ 45 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำระบายน้ำกระทบ กทม.- จว.ใกล้เคียงใน ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ 1,200 ลบ.ม./ วินาที ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งของจังหวัดอ่างทองและพระนครศรีอยุธยาเริ่มมีน้ำเอ่อท่วม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา…
-
เพจดังเตือน! “ครอบแก้วดูดเลือด” เสี่ยงติดเชื้อ-ไม่ได้ช่วยเอาเลือดเสียออกจริง
เพจดัง “Drama-addict” ออกโรงเตือนกระแสครอบแก้วแบบกัวซาที่ใช้ของมีคมกรีดผิวหนังดูดเลือดเสีย ระบุไม่มีงานวิจัยยืนยันว่าช่วยรักษาโรคหรือทำให้สุขภาพดี ซ้ำยังเสี่ยงอักเสบติดเชื้อ แถมสูญเสียสารสำคัญในเลือด ชี้ผู้ป่วยโรคประจำตัวห้ามทำเด็ดขาดวันนี้ (22 ส.ค.) เพจ“Drama-addict” ได้โพสต์เตือนการครอบแก้ว โดยระบุข้อความว่า ”ไอ้การครอบถ้วยที่หลังแล้วเอาเลือดเสียออก กลับมาเป็นกระแสอีกละอันนี้เคยเป็นประเด็นเมื่อสิบปีที่แล้ว อธิบายดังนี้ว่าการครอบแก้วแบบกัวซา ปรกติเขาไม่ทำจนถึงขั้นเลือดออกนะ แค่ทำจนผิวหนังแดงๆ แค่นั้น ซึ่งแผนจีนเขาเชื่อว่าทำงี้แล้วกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ผ่อนคลาย ไรงี้ แต่มันมีการทำแบบที่มีการเอาของมีคมกรีดหรือจิ้มๆผิวหนัง ตรงบริเวณที่ไปครอบแก้ว แล้วพอเลือดออกมาก็เคลมว่านั่นเป็นเลือดเสียเป็นลิ่มๆอันนี้อธิบายว่า นั่นไม่ใช่เลือดเสีย มันคือเลือดที่เป็นลิ่มตามกลไกการแข็งตัวของเลือดตามปรกติ ปล่อยไว้ซักพักเด๋วมันก็จะสลายตัวเอง และร่างกายมีกลไกการกำจัดของเสียในเลือดอยู่แล้ว ด้วยตับและไต ไม่ต้องทำแบบนี้ อันนี้มันไม่ได้เอาแค่ของเสียออก มันเอาออกหมดทุกอย่างเลย เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว โปรตีน แร่ธาตุ สารต่างๆในเลือดที่มีประโยชน์มันออกมาหมดเลย เสียของการเอาเลือดออกมาในลักษณะนี้ ไม่มีงานวิจัยว่าสามารถรักษาโรคนั่นนี่หรือทำให้สุขภาพดีได้จริงๆ เป็นเพียงแค่ความเชื่อเท่านั้น และการทำในลักษณะนี้ ก็อาจจะทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อที่ผิวหนังด้วย ดังนั้นไม่แนะนำให้ทำส่วนคนที่มีโรคประจำตัว ต้องกินยาบางอย่าง เช่น ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด ห้ามไปทำเด็ดขาด”website : mgronline.comfacebook : MGRonlineLivetwitter : @MGROnlineLiveinstagram : mgronlineline…
-
รู้แล้วมีตกใจ สิ่งที่อยู่ในห่อผ้านับหมื่น ภายในวัดพระบาทน้ำพุ
หลังจากที่มีรายงานว่าพบอย่างน้อย 20 ศพ ของผู้ป่วย HIV ที่เสียชีวิตในศาลาธรรมสังเวช วัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี กระทั่งล่าสุดไปค้นพบเพิ่มอีก 9 ร่าง ซึ่งทางหลวงพ่ออลงกตบอกว่า เก็บร่างผู้เสียชีวิตเพื่อให้มนุษย์ไว้เพื่อดูเรื่องสังขาร แน่นอนว่า เหล่านักวิชาการต่างออกมาบอกว่า การเก็บศพไว้แบบนี้ไม่ถูกหลักอนามัย เนื่องจากอาจจะสามารถแพร่เชื้อโรคได้ เพราะทางวัดดองศพด้วยการฉีดฟอร์มาลีนเท่านั้นเกี่ยวกับเรื่องนี้มีรายงานล่าสุดว่า ทางเทศบาลตำบลเขาสามยอด ได้เข้าไปตรวจสอบกรณีศพที่พบ ซึ่งถ้าตรวจสอบแล้วพบเอกสารยืนยันตัวบุคคลของผู้เสียชีวิตครบถ้วน ก็สามารถดำเนินการฌาปนกิจตามกำหนดการเดิมได้ แต่ถ้ายังไม่พบเอกสาร ก็จะทำเพียงการสวดพระอภิธรรมอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตในวันเสาร์แทน จากนั้นจะต้องประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางการจัดการศพต่อไป เนื่องจากผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีขณะที่เจ้าหน้าที่ของวัดยืนยันว่า เอกสารยินยอมจากญาติผู้เสียชีวิตที่มอบร่างให้วัดมีอยู่ครบถ้วนในรูปแบบเอกสารกระดาษ เนื่องจากในสมัยก่อนยังไม่มีระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งวัดไม่เคยมีการแจ้งขออนุญาตเก็บศพตาม พ.ร.บ. สุสานและฌาปนสถาน มาก่อน ส่วนเรื่องการดองศพนั้น เป็นการดำเนินการโดยไวยาวัจกรคนเก่าที่เสียชีวิตไปแล้ว และไม่ได้มีการร้องเรียนใดๆ ในช่วงที่ผ่านมา เพราะผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ไม่มีญาติอีกทั้งหลวงพ่อมีเจตนาที่จะเก็บไว้เพื่อเป็นวิทยาทาน ไม่ได้มีเจตนาปิดบัง อำพราง หรือซ่อนเร้นศพ และในบางกรณีมีเพียงการแจ้งการเสียชีวิตต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเก็บเป็นหลักฐานเท่านั้นพร้อมกันนี้ ภายในศาลาธรรมสังเวช ซึ่งเป็นสถานที่เก็บร่างผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีทั้ง 20 ร่าง รวมถึงกองอัฐิของผู้เสียชีวิตนับหมื่น ได้มีการปิดล็อกประตูและหน้าต่างอย่างมิดชิด พร้อมติดป้าย "ปิดให้บริการ" เพื่อห้ามบุคคลภายนอกเข้าไปภายใน ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเขาสามยอดได้นำเทปมากั้นพื้นที่รอบศาลา เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป โดยในช่วงบ่าย สาธารณสุขจังหวัดลพบุรีมีกำหนดเข้าฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ…
-
สลด! พบร่างลอยน้ำ สองสามีภรรยา จูงมือขึ้นสะพานพระราม7 กอดกันโดดแม่น้ำเจ้าพระยา
สลด! พบศพสามีภรรยาลอยกลางเจ้าพระยา หลังพากันกระโดดสะพานพระราม 7 ตำรวจส่งร่างตรวจนิติเวชหาสาเหตุ ขณะที่ญาติยืนยันเป็นคนในครอบครัวที่หายตัวไปจากกรณีเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุชายหญิงกระโดดสะพานพระราม 7 ใกล้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ฝั่งขาออกมุ่งหน้าถนนจรัญสนิทวงศ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง คาดว่าทั้งสองคนน่าจะเป็นสามีภรรยากันวันนี้ (22 ส.ค.) ร.ต.อ.สิทธิศักดิ์ ชุณหเมธาทิพย์ รอง สว.สอบสวน สน.บางคอแหลม รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตลอยน้ำเป็นชาย 1 คน บริเวณกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร จึงรีบรุดจัดเตรียมเรือตรวจการทางน้ำตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อมาถึงบริเวณดังกล่าวจึงได้พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย สวมใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวลายตารางสีขาว กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าหนังสีดำ ลักษณะลอยน้ำคว่ำหน้า จึงทำการผูกลากจูงนำมาที่ท่าน้ำ สน.บางคอแหลม เพื่อให้แพทย์นิติเวชตรวจสอบเบื้องต้นและจากการตรวจสอบร่างผู้เสียชีวิตแล้วไม่พบเอกสารบัตรประชาชนติดตัว และไม่พบทรัพย์สินไดๆ ติดตัวเบื้องต้นไม่พบบาดแผลจากการถูกทำร้ายร่างกาย คาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน และภายในวันและเวลาใกล้เคียงกันยังพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 คน สวมใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวลายหลากสี…
-
อุ๊ยแซ่บ.. “ฮุนเซน” สะดุ้ง! “เสธเบิร์ด” ลั่นความลับ ที่ออกจากปากเชลยศึก 18 คน
ทำเอา "ฮุนเซน" สะดุ้งหนัก! เมื่อ พล.ต.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย หรือ "เสธเบิร์ด" ได้โพสต์คลิปลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว Wanchana Sawasdeeพร้อมเขียนข้อความระบุว่า.. "หลังจากนี้ความลับที่จะหลุดออกจากปากฮุนเซน กับความลับที่ออกจากปากเชลยศึก 18 คนอันไหนจะแซ่บกว่ากันเมื่อความลับที่ฮุนเซนบอกว่า จะเปิดเผยนั้นไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่ หรือถ้ามีแต่จะแซ่บหรือไม่นั้น เรายังบอกไม่ได้ และคาดว่าหลังจากนี้ก็คงจะไม่ได้มีความลับอะไรเพิ่มอีกส่วนความลับที่จะออกจากปาก 18 เชลย นั้น ยังมีโอกาสได้เพิ่มอยู่เสมอ เมื่อเฉลยศึกทั้ง 18 คนรู้สึกไม่ปลอดภัย ถ้าไทยส่งตัวพวกเขาเหล่านี้กลับไปสู่เขมร จึงอาจสมัครใจอยากบอกอะไรเพิ่มให้กับไทยบ้างก็ได้เอาไว้ผมไปทอดไข่เจียวเป็นอาหารเสริมสักมื้อให้กับ 18 เชลยบ้างก็คงจะดี เรื่องทอดไข่ก็พอได้อยู่ ดูจากคลิปก็พอได้นะ แล้วจะไปทอดไข่เจียวให้นะครับน้องๆเชลย"
-
ไทย-กัมพูชาลงนามข้อตกลงRBC เห็นพ้อง 13 ข้อหยุดยิง เก็บกู้ทุ่นระเบิด-ปราบสแกมเมอร์-
สระแก้ว – ไทย-กัมพูชา ลงนามข้อตกลง RBC เห็นพ้อง 13 ข้อหยุดยิง เขมรตอบรับ เก็บกู้ทุ่นระเบิด-ปราบสแกมเมอร์-ตั้งชุดประสานงานร่วม ยอมรับข้อเสนอเพิ่มอีก 2 ข้อเมื่อเวลา 10.0ขน.วันนี้ (22 ส.ค.) พลโท อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะประธานฝ่ายไทย ได้นำคณะผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานด้านความมั่นคง 8203;เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee: RBC) ระหว่างไทย–กัมพูชา อย่างเป็นทางการซึ่งจัดขึ้นที่สโมสรนายทหาร มณฑลทหารบกที่ 19 (ค่ายสุรสิงหนาท) อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้วโดยมี พลเอก แอก ซ็อมโอน ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 ในฐานะประธานฝ่ายกัมพูชา นำเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือถึงแนวทางการประสานความร่วมมือด้านความมั่นคงและการปฏิบัติงานร่วมตามแนวชายแดนสำหรับสาระสำคัญของการประชุม มุ่งเน้นสร้างความเข้าใจร่วมกันในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงชายแดน, การป้องกันการลักลอบเข้า–ออกประเทศโดยผิดกฎหมาย, ปัญหาการค้ามนุษย์, การลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้าเมือง รวมถึงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตลอดจนการเสริมสร้างความร่วมมือด้านมนุษยธรรมและการค้าชายแดนเพื่อให้การอยู่ร่วมกันของประชาชนทั้ง 2ประเทศเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อยการประชุมครั้งนี้บรรลุผลสำเร็จด้วยการลงนามข้อตกลงร่วมกันทั้งหมด 13 ข้อ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่การหยุดยิงและยุติความขัดแย้ง…
-
“ทักษิณ” ยิ้มดีใจคำพิพากษาศาล พร้อมทำประโยชน์ให้ประเทศ
22 ส.ค. 2568 ภายหลังศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้องคดีมาตรา 112 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อมานายทักษิณเดินออกจากศาล ทำความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ที่หน้าทางเข้า พร้อมยิ้มเเย้มคอบคำถามสื่อว่า "ยกฟ้อง ยกฟ้อง" ก่อนเดินขึ้นรถยนต์ออกไปนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ เล่าว่า ภายหลังศาลพิพากษา นายทักษิณ ยิ้มพร้อมกล่าวขอบคุณทีมทนายความ พร้อมบอกว่าหลังจากนี้จะได้ทำคุณประโยชน์และทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างเต็มที่ ส่วนบรรยากาศในช่วงการฟังคำพิพากษา นายทักษิณมีท่าทางเรียบเฉยและใช้สมาธิในการฟังคำพิพากษาของศาลเมื่อศาลอ่านถึงท่อนที่ว่าพยานโจทก์ไม่มีนำหนักเพียงพอ นายทักษิณยิ้มและดีใจ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของผู้ที่ตกเป็นจำเลยอยู่แล้ว โดยเฉพาะข้อกล่าวหานี้ที่ตนมองว่าเป็นข้อกล่าวหาที่นำมาเล่นงานนายทักษิณและเจ้าตัวก็ตกเป็นเหยื่อ ตอนนี้ก็ถือว่าได้พิสูจน์ตัวเองและเดินเข้าสู่กระบวนการอย่างเต็มที่ซึ่งผลก็ออกมาตามที่ทุกคนเห็นในวันนี้ตนพูดได้เต็มปากในฐานะทนายความของนายทักษิณว่า ศาลได้นำคำถามค้านของจำเลยไปพิจารณาประกอบกับพยานของโจทก์จำนวนมาก ตนนึกย้อนกลับไปก็ดีใจว่าได้ทำเต็มที่แล้ว และหลายคนจับตามองว่าสิ่งที่เป็นสาระสำคัญคืออะไร ซึ่งตนอาจจะเปิดเผยในอนาคตอันใกล้ทั้งนี้ศาลยกฟ้องนายทักษิณ โดยใช้เหตุผลหลากหลายเหตุผล และการพิสูจน์ของโจทก์ไม่สมกับภาระการพิสูจน์ตามฟ้อง โดยเรื่องนี้จากการสัมภาษณ์ที่เกาหลี ศาลได้ใช้หลักการในการชั่งน้ำหนักตัววัตถุพยาน ศาลเชื่อว่ามีการสัมภาษณ์จริงที่นั่น แต่บทสัมภาษณ์มีมากกว่าที่ปรากฎอยู่ภายในคลิปวิดีโอ ซึ่งเป็นบางส่วนและมีถ้อยคำตรงกัน เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธ ไม่ใช่หน้าที่จำเลยที่ต้องพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าเป็นการตัดต่อหรือไม่ เพราะส่วนนี้เป็นหน้าที่ของโจทก์แต่เมื่อโจทก์ไม่ได้พิสูจน์ให้ชัดเจนว่าไม่ได้ตัดต่อ ศาลรับฟังด้วยความระมัดระวังและเห็นว่าน่าเชื่อว่ามีการสัมภาษณ์ แต่การสัมภาษณ์ดังกล่าวจะสามารถตีความและรับฟังได้ว่าหมายถึงบุคคลตามมาตรา 112 หรือไม่นั้น ศาลประกอบด้วยหลักไวยากรณ์ มีประธาน กริยาและกรรม ซึ่งศาลท่านมองว่าประธานเป็นบุคคลที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าเป็นบุคคลตามมาตรา 112 แม้จะมีสรรพนามว่าเขา ซึ่งพยานบางปากนำมาตีความพิจารณาโดยใช้หลักอะไรของพยานแต่ละคนก็ตามศาลเห็นว่า รับฟังได้น้อยมากไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากพยานที่เป็นพยานความเห็นมีอคติซึ่งฝั่งจำเลยก็พิสูจน์ว่า พยานความเห็นเคยแสดงออกทางเมืองอย่างไรบ้างในอดีต…
-
ทหารกัมพูชา เล่าทั้งน้ำตา ทำงานรับใช้ชาติแต่เงินเดือนไม่พอใช้
not found